SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,143 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,348 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    118

    Overall
    53,143

ตอนที่ 11 : ...Sex Friend...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    4 พ.ย. 60

B
E
R
L
I
N
 
…Sex Friend…



Lai Kuanlin x Kwon Hyunbin

กาย กรวิชญ์ x เบลล์ บรมัตถ์



คำเตือน: เนื้อหาต่อไปนี้ค่อนข้างมีความรุนแรงและถ้อยคำที่หยาบคาย
 หากไม่ประสงค์ที่จะอ่านกรุณากดออก  (อย่ากดแบน ToT)





             ความสัมพันธ์ระหว่างเรามีคำจำกัดความง่ายๆ คือคำว่า 'เพื่อน…' แต่แม่งเพื่อนที่ไหนเขาเอากันวะ


            “ไอ้เหี้ยกาย อ๊ะ เบา ไอ้สัส แรงไปแล้ว” เสียงครางดังสลับกับเสียงด่าทอเมื่อคนที่อยู่เหนือกว่ากระแทกกายเข้ามาอย่างรุนแรง



             “อ๊ะ ไอ้ห่านี่กูบอกให้มึงเบาไง!!” เหมือนคำด่าจะไม่ได้ทำให้คนกระแทกผ่อนแรงลงได้เลยกลับกัน ใบหน้างอง้ำกับสายตาดุๆที่คนถูกกระทำส่งมานั้นมันยิ่งทำให้เขาอยากกระแทกเข้าไปให้แรงกว่านี้…



             “พูดมากนะมึง ครางแค่ชื่อกูไม่ได้งั้นก็ไม่ต้องส่งเสียงเลยแล้วกัน” คนพูดกระตุกยิ้มก่อนจะปิดปากจิ้มลิ้มที่พ่นเสียงไม่เข้าหูนั้นออกมาด้วยปากของตัวเอง ยิ่งสัมผัสยิ่งเสพติด  ยิ่งลุกล้ำล่วงเกิน ยิ่งอยากทำมันเรื่อยๆ…ช่วยไม่ได้ใครใช้ให้น่าเอาเองล่ะ…




              เราเป็นเพื่อนกัน…ทั้งเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวเพื่อนตาย….และเพื่อนนอน…
.
.
.
.

              "เหี้ยเอ้ย!" ทันทีที่ขยับตัวลุกผมก็สบถออกมาอย่างหงุดหงิด มองนาฬิกาที่บ่งบอกว่าตอนนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วงดึกของวันแล้ว ดีที่วันนี้เป็นวันที่ไม่มีเรียน สำรวจสภาพร่างกายของตัวเองก็ยิ่งหงุดหงิด คราบน้ำรักที่เปรอะเปื้อนอยู่ตรงหว่างขา ไหนจะรอยแดง รอยกัด ตามอกกับลำคอนี่อีก 


              "แม่ง หมาบ้าชัดๆ" ด่าออกไปราวกับจะพ่นไฟ ถึงจะรู้ว่ายังไงคนทำก็ไม่มีทางรับรู้ ป่านนี้คงออกไปลั้ลลาหลีสาว กินข้าว เล่นเกมส์กับไอ้พวกเพื่อนเวรในกลุ่มทั้งหลายที่เหลือแล้วล่ะ...ลากสังขารพาตัวเองไปจัดการชำระร่างกายและสิ่งตกค้างในร่างกายของไอ้เพื่อนเวรที่เอาแต่ใจชิบหายจนสภาพของผมย่ำแย่ขนาดนี้



              ผมคว้าเสื้อผ้าของเจ้าของห้องมาใส่แล้วเดินออกมาจากห้องมันกลับห้องตัวเอง... 

             ไม่รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่...ที่ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับมันกลายมาเป็นแบบนี้


             เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่คลอดเพราะพ่อแม่ของเราเป็นเพื่อนกัน...บ้านของเราอยู่ข้างกัน เรียนที่เดียวกันมาตั้งแต่เตรียมอนุบาล จนตอนนี้..ที่ต่างคนต่างเติบโตจนบรรลุนิติภาวะ เราก็ยังคงหนีกันไม่พ้นอยู่เหมือนเดิม 


            ทุกอย่างมันอาจเปลี่ยนไปตั้งแต่คืนหนึ่งตอนเลี้ยงฉลองสอบเข้ามหาลัยได้...ผมกับไอ้กายและกลุ่มเพื่อนแก๊งค์เดียวกัน ยกขโยงกันไปเลี้ยงฉลองที่ทะเลซึ่งเป็นเกาะส่วนตัวและมีบ้านพักต่างอากาศของครอบครัวผมอยู่...โดยปราศจากผู้ปกครอง...แน่นอนว่าการเลี้ยงฉลองที่ดีสำหรับพวกผมต้องมีแอลกอฮอล์...และผลที่ออกมาคือเมาไม่ต่างจากหมากันสักคน...ด้วยความเมามันเลยทำให้เรื่องบ้าๆนี้เริ่มขึ้น


           ผมกับไอ้กายมีอะไรกัน...ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร จำได้แค่ว่าตอนตื่นมาร่างกายผมระบมไปหมด คราบเลือด คราบอะไรต่อมิอะไรเปรอะเต็มผ้าปูที่นอนสีขาวจนดูไม่ได้...ผมทั้งตกใจ ทั้งอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก ...ส่วนไอ้คนทำนอกจากมันจะหน้าตายเหมือนเดิมแล้วยังทำตัวปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ดีที่มันยังพูดขอโทษออกมาให้ได้ยิน...ในตอนนั้นผมจึงได้แต่ทำใจ และปล่อยผ่านไปเพราะต่างคนต่างไม่มีสติ อีกอย่างเราก็เป็นเพื่อนกันมานานเกินกว่าจะเลิกคบกันได้..ผมชินกับการมีมันอยู่ในชีวิต พอๆกับที่มันต้องมีผมอยู่ในชีวิตนั่นแหละ 


           แต่ความบัดซบมันอยู่ตรงที่หลังจากกลับมาจากทะเลผมกับมันก็ย้ายออกจากบ้านมาอยู่ที่คอนโด เราอยู่คอนโดเดียวกันแต่คนละชั้น ผมเองนี่แหละที่ไม่ยอมอยู่ห้องเดียวกับมันทั้งๆที่มันทั้งบังคับ ทั้งขู่เข็ญ...จะให้ผมบอกยังไง ว่าถึงแม้ผมจะพยายามไม่คิดอะไร แต่คนที่เสียครั้งแรกโดยเป็นผู้ถูกกระทำอย่างผมจะให้ทำนิ่งเฉยและลืมมันไปง่ายๆ มันทำได้ยากจริงๆ ทางที่ดีควรมีระยะห่างให้กันบ้างดีกว่า.. แค่เรียนคณะเดียวกันสาขาเดียวกัน อยู่คอนโดเดียวกันก็แทบตัวติดกันตลอดเวลาอยู่แล้ว...ห่างกันบ้างมันก็ดี..และที่บอกว่าบัดซบก็คือวันแรกที่ย้ายเข้ามาไอ้เพื่อนหน้านิ่งพูดน้อยของผมมันโทรมาเรียกผมจากห้องด้วยเหตุผลว่าทำจานแตกแล้วเดินเหยียบให้ช่วยลงไปทำแผลให้หน่อย...ด้วยความห่วงและร้อนใจผมถึงได้รีบออกจากห้องตัวเองและลงไปหาไอ้เพื่อนเวรนั่นทันที...พอเปิดประตูห้องที่เจ้าของมันไม่ได้ล็อควิ่งพรวดเข้าไปเท่านั้นแหละ ผมถึงได้รู้ว่าผมถูกหลอก คนเจ็บตีนบ้านไหนเขายืนหลบอยู่ข้างประตูแล้วรวบตัวผมไปกอดไว้ซะแน่นได้วะ ตอนนั้นผมเดือดมากด่ามันไปเป็นชุด แล้วคุณรู้ไหมว่าคำตอบที่ผมได้คืออะไร ...


               'เล่นเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย ไอ้เวร ปล่อยกูเลยนะ ก่อนมึงจะได้แผลจริงๆจากมือกับตีนกูเนี่ย' แหวใส่คนที่กอดรัดเอวตัวเองไว้ด้วยความโมโห 


               'ดิ้นให้หลุดก่อนเหอะ' น้ำเสียงกวนเท้าถูกอีกคนส่งมาเยาะเย้ย  จนผมอยากฆ่ามันให้ตายด้วยมือผมจริงๆ


               'ไอ้เวรนี่!!! ปล่อยกู' ถองศอกใส่ท้องมันแรงๆเพื่อหวังให้มันจุกและปล่อยผม แต่นอกจากที่จะไม่ถูกปล่อย มันยังพลิกตัวผมดันให้หลังชันประตูแล้วคร่อมกักตัวของผมไว้อีก จะโวยวายก็ไม่ได้ เพราะสายตาที่มันมองมาดูหงุดหงิดจนน่ากลัว ทำให้ผมก้มหน้าหนีสายตาของมันแทน


               'ถ้ากูไม่ทำแบบนี้ มึงจะยอมมาหากูเหรอ'  มือเรียวของมันเชยคางผมขึ้นให้มองสบตากับมันดีๆ 

              'แม่งก็เจอกันอยู่ตลอด ปล่อยกูได้แล้วกูจะไปจัดห้อง' พยายามหันหน้าหนีและปัดมือของมันออก แต่ก็ไม่ได้ผล


              'ใช่ กูเจอมึงอยู่ตลอด แต่หลังจากคืนนั้น มึงก็ถอยห่างจากกู ทั้งๆที่อยู่ด้วยกันมึงยังดูห่างเหินกับกูเลย คอนโดนี่ก็อีก ห้องกูมีสองห้องนอน มึงยังแยกไปซื้ออีกห้องเลย มึงเป็นอะไรวะ' น้ำเสียงตัดพ้อกับสายตาอ้อนวอนขอคำตอบของมันทำให้หัวใจของผมเต้นแปลกไป ...ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรในตอนนั้น 



              'มึงกับกูต่างคนต่างโตแล้วเปล่าวะ เผื่อมึงพาสาวมากกไง จะได้สะดวก อีกอย่างมึงไม่ชอบความวุ่นวายไม่ชอบคนเยอะๆ ถ้าเกิดมีงานหรือกิจกรรมอะไร ที่กูต้องให้เพื่อนที่คณะมาทำงานรวมกันที่ห้อง มึงจะได้ไม่รำคาญหรือหงุดหงิด ยังไงกูก็อยู่ที่เดียวกับมึงไม่ได้อยู่ห่างกันขนาดไปมาหากันลำบากซะหน่อย' มันก็แค่ข้ออ้างของผม....ที่อ้างออกไปทั้งๆที่ความจริงผมยังไม่รู้เลยว่าเหตุผลจริงๆมันคืออะไร


                'กูอยากกอดมึง' ใบหน้าหล่อดูดีของมันเคลื่อนเข้ามาใกล้จนชิดหน้าของผม ผมไม่รู้ว่ามันต้องการอะไรจากคำพูดนั้น กว่าจะรู้ก็ตอนที่เผลอตัวให้มันกอดจนจมเตียงไปแล้ว....


               มันคือครั้งที่สองที่ความสัมพันธ์ของผมกับมันมีเรื่องบนเตียงเข้ามาเกี่ยว....

               'มึงแม่ง ถ้าอยากก็ไปหิ้วสาวสิวะกูไม่ใช่อีตัวนะ' พอเสร็จกิจกรรมบนเตียงผมถึงดึงสติกลับมาได้ แล้วซัดหน้ามันไปหนึ่งหมัด 


              'กูบอกแล้วไง ว่าอยากกอดมึง' มันไม่ได้สนใจรอยแผลจากหมัดของผมซักนิดแต่จ้องหน้าผมอย่างจริงจังแทน


              'เหี้ย กูเป็นเพื่อนมึงนะไม่ใช่คู่นอน' ตั้งท่าจะลุกหนีออกจากห้องของมัน  ยังไม่ทันได้ก้าวขาลง ตัวของผมก็ถูกรั้งลงไปนอนบนเตียงเหมือนเดิม โดยมีมันล็อคตัวของผมไว้ไม่ให้ดิ้นอยู่ 


             'มึงเป็นเพื่อนกู. ...แต่กูแค่อยากกอดมึง' 


             'ไม่ใช่เพราะหาใครมากกไม่ได้ กูลองแล้ว ...แต่สุดท้ายกูก็คิดถึงแต่มึง'  เพราะประโยคนั้นกับสายตาเว้าวอนของมันหรืออาจเพราะอะไรก็ไม่รู้....ผมถึงได้ยอมมัน...และกลายมาเป็นเพื่อนนอนของมันจนถึงทุกวันนี้ 
.
.
.
.
.

                 'เปลี่ยนไปเป็นรัก รักจนหมดหัวใจ
                 รักเพียงแต่เธอ ขอเพียงให้เธอได้รู้
                 ไม่มีอีกแล้ว เพื่อนที่เธอไว้ใจ~~' 

       
                 เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นปลุกผมให้ตื่นจากการนอนหลับไหล...ควานหาต้นเสียงจนเจอก่อนจะคว้ามากดรับ

                 "ฮัลโหล ใครครับ" ผมกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ทั้งๆที่ตายังคงหลับอยู่

  
                 "ไอ้เบลล์ นี่กูโซ่นะ มึงลงมาหากูที่หน้าห้องไอ้กายหน่อย" 


                  "มีเรื่องอะไรวะ" รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยที่ได้ยินชื่อไอ้เพื่อนเวรอีกคนที่ทำผมหมดแรงจนต้องนอนยาวแบบนี้ 
 
                  "มันโดนมอมมาเนี่ย ห่า แล้วกูหากุญแจห้องมันไม่เจอ มันให้คีย์การ์ดเปิดห้องกับกุญแจสำรองมึงไว้นี่ ลงมาเปิดให้หน่อย แล้วก็มาช่วยดูมันด้วย กูต้องกลับไปรับไอ้พวกที่เหลืออีก" ตื่นเต็มตาก็ตอนนี้แหละ หาเรื่องมาให้ได้ตลอดจริงๆ 
.
.
.
.


                  "ขอโทษนะที่กวนเวลานอนมึงอ่ะ มึงโอเคไหมเนี่ยสภาพเหมือนคนไม่มีแรงพอๆกับไอ้หน้าตายที่โดนมอมนี่เลย" มองเพื่อนที่พยุงคนโดนมอมไว้ก่อนจะส่ายหน้าให้เบาๆ


                 "กูโอเค แล้วมันไปทำอีท่าไหนถึงได้โดนมอมหมดสภาพมางี้วะ" 


                 "สายรหัสไอ้ดินอ่ะดิ เสือกมาเลี้ยงกันวันนี้พอดีพอเจอพวกกูพี่ปีสี่แกก็เลยให้นั่งกินด้วยกัน แล้วแม่งพากันเล่นทรูออแดร์ มึงก็รู้ว่าไอ้กายมันไม่ชอบความวุ่นวาย หรือ อะไรที่มันยุ่งยาก ขวดที่หมุนแม่งก็เสือกเข้าหาแต่มัน พอโดนสั่ง โดนถามก็แดกเพรียวแทนอย่างเดียว จนเป็นงี้แหละ" สงสัยจะดวงซวยจริงๆ มันออกจะคอแข็ง หมดสภาพแบบนี้คงโดนไปหลายช็อต


                "เดี๋ยวกูดูมันต่อให้เอง มึงไปเถอะ ป่านนี้ไอ้พวกนั้นเมาจนเรื้อนหมดแล้ว ขับรถดีๆนะมึง" พยุงตัวคนที่ดูไม่มีสติแทนอีกคนซึ่งมันก็ยิ้มรับแล้วโบกมือลาส่งให้ผมก่อนจะเดินออกไป

.
.
.
.
                พาเพื่อนสนิทตัวดีเข้ามาในห้องนอนมันได้ผมก็จัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มันได้นอนสบายตัวมากขึ้น...ไม่มีความเขินอายหรือมือสั่นตามนิยายหรือละครใดๆทั้งสิ้น เห็นมาหมดแล้วนี่ครับ ค่อนข้างชินและเฉยๆมากกว่า (ยกเว้นตอนที่เจ้าของร่างกายมันตื่นน่ะนะ อยู่กับมันตอนที่มีสติรับรู้ทีไรต่อให้ไม่เต็มร้อยมันก็สรรหาวิธีมาทำให้ผมใจสั่นได้เสมอนั่นแหละ)


                "หมดสภาพเดือนปีสามเลยนะมึง" แอบดีดหน้าผากมันไปด้วยความหมั่นไส้และความแค้นส่วนตัวนิดหน่อย พอสะใจแล้วก็เลื่อนผ้าห่มมาห่มให้มัน หมดหน้าที่สักที...ซะเมื่อไหร่ล่ะ 

                "พรึ่บ!" "เฮ้ย!!" เสียงแรกคือเสียงการกระทำของคนที่ผมคิดว่าเมาจนหลับไปแล้วที่ตื่นขึ้นมาออกแรงรั้งตัวผมลงไปนอนบนเตียงก่อนที่มันจะพลิกตัวขึ้นมาคร่อมผมไว้ ส่วนเสียงที่สองคือเสียงร้องตกใจของผมเอง


               "มึงแกล้งหลับเหรอ" เอ่ยถามเสียงแข็ง มันจะมากเกินไปแล้วนอกจากจะเอาแต่ใจจนผมหมดแรงยังมากวนเวลานอนพักผมอีก เวรจริงๆ


               "เปล่า กูแค่มึนๆหัวเลยไม่อยากลืมตาเฉยๆ แล้วก็รู้ว่าไอ้โซ่มันต้องโทรหามึงแน่ๆ เลยปล่อยเลยตามเลย" แม่งโคตรน่ากระทืบให้สลบคาตีนจริงๆ 



               "เหี้ยเอ้ย มึงนี่แม่ง จริงๆเลย ลุกออกไปเลยกูจะไปนอน" เหนื่อยที่จะด่ามันจริงๆ ผมจึงบอกมันให้ปล่อยผมออกไปดีๆ ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์มาพ่นไฟใส่มันหรอกนะ 


                "นอนนี่แหละดึกแล้ว" คนพูดส่งสายตาดุแกมบังคับมาให้กับผม แต่ขอโทษเถอะกลับไปนอนห้องตัวเองผมว่าน่าจะนอนสบายและปลอดภัยมากกว่านอนกับมันเป็นไหนๆ


                "ส้นเถอะ เดินไม่เท่าไหร่ก็ถึงห้องกูแล้วเหอะ มึงลงไปจากตัวกูเลย กูง่วงแล้ว" ดันอกมันออกแต่ดูเหมือนการปฏิเสธของผมจะทำให้หมาบ้าหน้าตายอย่างมันเริ่มหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย


               "เลิกเถียงแล้วนอนอยู่เฉยๆได้ไหม อย่าทำให้กูโมโห ก่อนที่มึงจะไม่ได้นอน"  อยากพ่นบรรดาสิ่งมีชีวิตใส่หน้ามันให้หมดจริงๆเลย แม่ง ผมนอนเงียบแล้วหันหน้าหนีมันด้วยความมึนตึง จะปฏิเสธอะไรได้ล่ะ คนโดนทำจนไม่มีแรงน่ะผมไม่ใช่มันซะหน่อย


               "โอ้ย ไอ้เหี้ย!! มึงเป็นหมาเหรอ" เงียบได้ไม่นานก็ต้องแว้ดใส่หน้ามันจนได้ เล่นก้มหน้าลงมาดูดคอผมจนเจ็บไปหมดแบบนี้ ต้องเป็นรอยแน่ๆ มือของผมถูกมันกดไว้เลยยกไปต่อยตีมันไม่ได้ ทำได้แค่มองแรงใส่มันด้วยความอาฆาตเท่านั้น


               "ลงโทษมึงที่แอบดีดหน้าผากกูไง" มันเผยรอยยิ้มกวนตีนกับสายตาเจ้าเล่ห์ส่งมาให้กับผมแทนคำตอบที่ผมด่ามันออกไป ลืมบอกอีกอย่างหนึ่งนอกจากความสัมพันธ์ของผมกับมันจะเปลี่ยนไปแล้ว มันยังพูดยาวขึ้น กวนตีนขึ้น และเจ้าเล่ห์ขึ้นอีกด้วย แต่จะเป็นเวลาอยู่กับผมแค่สองคนเนี่ยแหละ ถามว่ารู้สึกดีใจไหม ตอบเลยว่าไม่สักนิด เพราะแม่งเหนื่อยชิบหาย 



                "ถ้ามึงยังไม่เลิกทำหน้างอใส่กูพรุ่งนี้ก็อย่าหวังว่าจะมีแรงลุกไปเรียนเลย" ถอนหายใจใส่หน้ามันอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเลือกหลับตาหนีมันซะเลย อยากนอนโว้ย


               "หึ กูจะไม่ถือแล้วกัน ไว้ค่อยคิดบัญชีทีเดียว" แรงกดที่ข้อมือของผมหายไปแล้วพร้อมความรู้สึกที่โดนกักขัง มันคงเลิกคร่อมผมแล้วแน่ๆ ผมเลยเปิดตาขึ้นมองกะว่าจะใช้โอกาสที่มันเผลอวิ่งออกจากห้องหนีกลับห้องของตัวเอง และทันทีที่ลืมตาผมก็รู้สึกเหมือนคนโง่เป็นครั้งที่ล้านตั้งแต่รู้จักกับมันมา เมื่อเจอใบหน้ายิ้มอย่างรู้ทันของมันอยู่ในระยะประชิด


              "อย่าคิดว่าไม่รู้นะ  ถ้ากูตื่นมาไม่เจอมึง มึงโดนดีแน่ นอนซะ" สายตาข่มขู่แกมบังคับถูกส่งมาเตือนให้รู้ว่ามันทำจริงอย่างที่มันพูดแน่ๆ ซึ่งข้อนี้ผมรู้ดี ถึงได้ยอมนอนอยู่เฉยๆไม่ลุกหนีไปไหนนี่ไง แต่เรื่องอะไรจะเชื่อฟังมันหมดล่ะ หมั่นไส้แม่ง ผมพลิกตัวนอนตะแคงข้างหันหลังให้มันแทนการต่อต้านเล็กๆน้อยๆ มันไม่ได้ห้ามให้ผมหันหลังให้มันนี่


              "นิสัยเหมือนแมวขี้หงุดหงิดไม่พอยังทำตัวงอนได้เหมือนแมวอีกนะมึง" มันพูดออกมาเบาๆพร้อมกับเสียงหัวเราะขำๆอย่างคนอารมณ์ดี แดกเหล้าเพรียวๆจนสติกลับแล้วแน่ๆ ถ้าผมเป็นแมวจริงป่านนี้มันโดนตะปบจนต้องร้องไห้หาแม่ไปแล้วไม่ได้มานอนหัวเราะอยู่แบบนี้หรอก


             "ฝันดีนะไอ้แมวขี้หงุดหงิด"  เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นที่ข้างหูก่อนจะรู้สึกถึงสัมผัสนุ่มหยุ่นที่ประทบลงบนแก้มของผม พร้อมกับอ้อมแขนของมันที่พันธนาการตัวของผมไว้...ผมไม่กล้าหันไปมองหรือออกปากด่ามันหรอกแค่บังคับตัวเองให้นอนหลับตาอยู่เฉยๆในตอนนี้ยังยากเลย ทำได้แค่ภาวนาให้มันหลับไปไวๆโดยที่ไม่ได้ยินเสียงหัวใจของผมที่มันเต้นแรงจนน่ากลัวในตอนนี้...
.
.
.
.
              "หวัดดีเพื่อนฝูง ไงมึงเมื่อคืนถึงกับหมดสติเลยนะไอ้ห่า" คนมาใหม่เอ่ยทักผมกับไอ้กายที่นั่งอยู่บนโต๊ะหินอ่อนหน้าคณะ ก่อนที่มันจะนั่งลงข้างๆผมแล้วหาวออกมาจนปากกว้างแทบจะกินหัวผมได้... หมดสภาพความเป็นมนุษย์ น่ากลัวยิ่งกว่าผีชีวะ 



               "หาวจนจะกินหัวไอ้เบลล์มันอยู่แล้วนะไอ้ห่ากัน" ไอ้โซ่ใช้ชีทเรียนที่ถืออยู่ตบลงบนหัวของไอ้กันที่กำลังหาวอย่างไม่แรงนัก ก่อนจะหัวเราะอย่างสะใจ พอๆกับไอ้ดินที่เดินมาด้วยกัน


               "ตีมาได้นะไอ้นี่ กูยังไม่สร่างเมาดีเลย" คนถูกตีทำหน้างอใส่เพื่อนอีกสองคนที่ยืนหัวเราะตัวเองอยู่ เมื่อทำหน้างอใส่แล้วเพื่อนไม่สำนึก ไอ้กันจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาหาแนวร่วมแทน


               "เบลล์ดูไอ้โซ่กับไอ้ดินดิมันรวมหัวกันแกล้งเราอ่ะ นิสัยไม่ดีเลย" แน่นอนว่าแนวร่วมที่หาคงไม่ใช่ไอ้กายที่หน้าตายพูดน้อยอย่างแน่นอน แล้วจะเหลือใครล่ะถ้าไม่ใช่ผมน่ะ แค่พูดน่ารักๆไม่พอมีการกอดแขนอ้อนด้วย โอ้ย ถ้าเป็นคนตัวเล็กหน้าตาน่ารักๆนี่จะไม่ว่าเลยมึงเอ้ย ผมยิ้มขำออกมาแทนที่จะเอ็นดูมัน ...คือกลั้นขำไม่ไหวจริงๆ


                "ออกมาเลยมึง ก่อนจะอ้อนขอความเห็นใจจากไอ้เบลล์ช่วยเช็คหน้าพ่อมันด้วย" เป็นไอ้ดินที่หิ้วคอเสื้อลากไอ้กันให้ออกห่างจากตัวผม ก่อนจะพยักเพยิดให้ไอ้กันมองตามสายตาของมันไปที่ไอ้กายซึ่งกำลังส่งสายตาอำมหิตออกมาแทน มันหิวข้าวรึเปล่าวะทำไมทำตาดุๆ


                 "ชะอุ้ย~ กันลืมตัว กันว่าเราไปเข้าเรียนกันดีกว่าเนาะ เดี๋ยวสาย" พอไอ้กันเห็นสายตาของไอ้กายมันก็กระตือรือร้นกับการเข้าเรียนขึ้นมาทันที สงสัยกลัวไอ้กายกินหัวแน่ๆ ตาแม่งดุขนาดนั้น 


                 "มึงไปกันก่อนเลย เดี๋ยวกูมา" ผมที่กำลังลุกจากที่นั่งชะงักหยุดทันทีที่ไอ้คนหน้าตายมันพูดขึ้น คนในกลุ่มก็มองหน้ากันอย่างสงสัย แต่ก็พยักหน้ารับคำบอกกล่าวนั้น ผมก็เช่นกัน ก่อนที่มันจะเดินออกไปถ้าผมไม่ได้ตาฝาดหรือคิดผิดไป ผมว่ามันกำลังมองไปทางตึกคณะนิเทศน์ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากคณะวิศวะของพวกผมสักเท่าไหร่ ที่แปลกก็คือสายตามันดูละมุนแปลกๆรวมถึงรอยยิ้มบางๆนั่นก็ด้วย มองตามมันเดินออกไปจนสุดสายตา ผมก็หันกลับมาเจอกับเพื่อนอีกสามคนที่ยืนมองผมอยู่อย่างเคร่งเครียด พวกมันเครียดอะไรกันเนี่ย...


                 "ไอ้กายมันจะไปไหนวะ" ไอ้โซ่ถามออกมาโดยที่ตาก็ยังคงมองตรงมาที่ผม...แล้วผมจะตอบอะไรมันได้วะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนี่หว่า


                 "กูไม่รู้ว่ะ" เหมือนคำตอบของผมจะทำให้พวกมันช็อคนิดหน่อยนะ 


                 "เห้ย ปกติแม่งตัวติดกับมึงอย่างกับอะไรดี จะไปไหนเห็นบอกมึงตลอด มันแปลกๆนะเนี่ย" นั่นน่ะสิ...แปลกจริงๆนั่นแหละ แต่ผมกับมันก็โตๆกันแล้วไหมล่ะ



                "กูกับมันต่างคนต่างมีชีวิตเป็นของตัวเองมั้ย?  ห่า กูเป็นเพื่อนมันไม่ใช่แม่ ไปเรียนกันได้แล้ว" โบกหัวไอ้กันที่ทำท่าตกใจแบบโอเวอร์แอคติ้งจนเกินเหตุ ไปหนึ่งทีเต็มๆ


                 "ใครบอกว่ามึงเป็นแม่มัน มึงอ่ะเมียมันชัดๆ" สิ้นคำพูดของไอ้ดิน ผมก็วิ่งไล่เตะมันจนไปถึงห้องเรียนแบบไม่สนใจนักศึกษาคนอื่นที่มองมาเลยสักนิด เสือกมากระตุกตีนผมเอง
.
.
.
.
                เรียนจนจบคลาสไอ้กายที่หายไปก็ไม่ได้กลับมาเรียนแต่อย่างใด ซึ่งพวกที่เหลือก็ยังคงคะยั้นคะยอถามผมอยู่จนผมแทบอยากหาอะไรอุดปากพวกมันเสียจริง ก็คนมันไม่รู้จะให้เอาอะไรมาตอบกันเล่าครับ


                "เฮ้ย พวกมึง" ในขณะที่ผมกับเพื่อนกำลังพากันเดินไปโรงจอดรถเพื่อจะออกไปหาอะไรกินกัน ก็โดนไอ้วินเพื่อนต่างคณะวิ่งมาดักหน้าไว้ด้วยใบหน้าตื่นตูม ทำเอาพวกผมรู้สึกตื่นตามไปด้วย


                 "ใจเย็นๆไอ้วิน มึงหายใจก่อน เป็นห่าอะไรแหกปากมาตั้งแต่ระยะห้าร้อยเมตร คนอื่นเขาตกใจกันหมดแล้ว" ไอ้ดินเดินเข้าไปลูบหลังคนที่กำลังก้มตัวยันเข่าหอบหายใจอยู่ให้ค่อยๆหายใจ 

                  "คืองี้เว้ย พวกมึงรู้ยังว่าเมื่อเช้า ที่โรงอาหารนิเทศน์อ่ะ เกิดทอล์คออฟเดอะทาวน์ขึ้นโว้ย" มันเงยหน้าขึ้นมาเล่าด้วยความตื่นเต้น ....แล้วเรื่องที่มันเล่าเกี่ยวอะไรกับกลุ่มพวกผมวะ
         
                  "กูว่าแล้วไอ้กายมันต้องไม่ได้บอกใคร แม่งร้ายเงียบชิบหาย" รู้แล้วว่าเกี่ยวอะไร. ..ว่าแต่ไอ้เพื่อนเวรนั่นมันไปก่อเรื่องอะไรอีกวะ.


                 "แต่น่าแปลกกูนึกว่ามึงจะรู้นะเนี่ยไอ้เบลล์" ทำไมทุกคนถึงคิดว่าผมต้องรู้ทุกเรื่องของไอ้กายมันด้วย ก็แค่เพื่อนป่ะ ชักหงุดหงิดแล้วนะ

   

                 "อย่าพึ่งๆทำหน้าหงุดหงิดใส่กู คืองี้โว้ย เมื่อเช้าอ่ะ พอกูเข้าคณะใช่ป่ะ น้องปีหนึ่งเลิกเรียนคลาสวิชาเสรีพอดี แล้วพอน้องๆเขาเดินเข้าโรงอาหารอ่ะ ไอ้กายแม่งก็ฉายเดี่ยวยืมกีต้าร์รุ่นน้องแถวนั้นมายืนดีดกลางโรงอาหารเลยเว้ย ที่พีคคือมันร้องเพลงจีบให้น้องจีฮุนคิวท์บอยคณะกูอ่ะน้องคนที่เป็นลูกครึ่งไทยเกาหลีคนที่หน้าตาน่ารักๆตัวเล็กๆคนที่มีรูปติดประกาศอยู่หน้ามหาลัยคู่กับไอ้กายคนนั้นอ่ะ" นี่ล่ะมั้งสาเหตุที่มันโดดเรียน ....งั้นเมื่อเช้าตาของผมก็คงไม่ได้ฝาด สายตาละมุนกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ผมไม่เคยได้เห็นว่าไอ้กายมันจะมอบให้ใคร ....ในตอนนี้มันคงเจอคนที่อยากให้แล้ว...
.
.
.
.
                  ผมไม่รู้ว่าผมเหม่อลอยถึงขนาดไหน ไม่รู้ว่าปฏิเสธหรือบอกลาไม่ไปกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนมาด้วยรูปประโยคใด ผมรู้แค่ว่าใจผมมันชาๆยังไงก็ไม่รู้ ...และผมอยากอยู่คนเดียว...ในตอนที่รู้ตัวว่ากลับถึงห้องของตัวเองผมก็ทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มที่คุ้นเคย...ความรู้สึกตีกันไปมาจนวุ่นวายไปหมด...มันเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกของผมกันนะ ...แค่เพื่อนสนิทที่คบกันมานานกำลังจะมีคนรักเป็นของตัวเองเท่านั้นเอง...คงเป็นแค่ความรู้สึกใจหาย.. น้อยใจและหวงเพื่อนแบบเด็กๆล่ะมั้ง...อย่างที่ผมเคยบอกว่าผมเคยชินกับการมีมันอยู่ใกล้ๆมาตลอดตั้งแต่เด็ก มีอะไรมันจะบอกผมเสมอ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรทั้งดีทั้งร้ายคนๆแรกที่มันจะคิดถึงก็คือผม แต่ถ้ามันมีคนรักของตัวเองจริงๆ...ผมก็คงต้องปรับตัวและทำความเข้าใจว่าทั้งผมและมันต่างคนต่างก็มีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง...ถ้ามันมีคนของมันขึ้นมาจริงๆ....คำว่าที่หนึ่งของมันก็คงไม่ได้มีไว้สำหรับผมอีกต่อไป....ที่ไม่เข้าใจคือทำไมใจของผมถึงเจ็บปวดมากขนาดนี้ ไม่เข้าใจเลย...
.
.
.
.
   


                  "เห้ยคืนนี้ ไปดริ้งค์กันเปล่าวะ" ผมเงยหน้ามองไอ้ดินที่ยิ้มร่าเมื่อเอ่ยถึงเรื่องท่องราตรี อยากจะโบกหัวมันสักทีทั้งๆที่มือยังปั่นงานอยู่ยังจะมีหน้ามาชวนเที่ยวอีก


                   "ดริ้งค์พ่อง!!! งานกองท่วมหัวขนาดนี้" อยากจะขอบคุณไอ้กันจริงๆที่โบกหัวไอ้ดินให้อย่างที่ใจผมหวัง

                   "โบกมาได้นะมึง ก็ไม่อยากให้เครียดไง เลยจะชวนไปผ่อนคลาย" นอกจากจะไม่สำนึกว่าชวนผิดเวลาแล้ว มันยังทำหน้าตางอนใส่เพื่อนอีก เพื่อนแต่ละคนดีๆทั้งนั้นเลย...เลิกสนใจความติงต๊องของเพื่อนตัวเองก่อนจะรีบเขียนงานต่อ ไม่ว่าโลกจะเจริญก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยีมากมายเท่าใด...ถ้าอาจารย์อยากสั่งงานเขียนมือ...เทคโนโลยีที่มีชื่อว่าสิ่งพิมพ์ก็ไร้ความหมาย...เพลียจิต.... เขียนจนมือแทบหงิกพอจรดปากกาเขียนคำสุดท้ายเสร็จผมก็แทบอยากลุกขึ้นไปเต้นระบำชาวเกาะให้รู้แล้วรู้รอด นอกจากจะเป็นงานเขียนมือแล้วยังมีส่วนของการคำนวณให้คิดอีก....หัวจะระเบิด...กลุ่มของพวกผมถึงจะดูไร้แก่นสารแต่ไม่ทิ้งการเรียนนะครับคะแนนดีกันทุกคนนั่นแหละ อย่างงานเนี่ยพอถูกสั่งให้ทำพวกผมก็จะสุมหัวกันทำจนเสร็จจะได้เอาเวลาที่เหลือไปพัก ดีกว่าปล่อยไว้เป็นดินพอกหางหมู ไม่งั้นได้เหนื่อยตายแน่ๆ  



                 "ช่วงนี้มึงได้คุยกับไอ้กายบ้างไหม" ไม่น่าเก็บของเลย...พอรู้ว่าผมทำงานเสร็จแล้วไอ้โซ่ก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที ส่วนไอ้ดินกับไอ้กันถึงมือจะยังคงปั่นงานอยู่แต่ผมรู้ดีว่าหูกับสมาธิของพวกมันจดจ่ออยู่ที่ไหน


                  "ไม่นะ ทำไมอ่ะ" ผมตอบไอ้โซ่ออกไปตามตรง ตั้งแต่วันนั้นที่ไอ้วินบอกว่าไอ้กายมันไปร้องเพลงจีบน้องคนที่ชื่อจีฮุนในโรงอาหารคณะนิเทศน์...ระยะห่างระหว่างผมกับมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ...ไม่ใช่แค่มันหรอกที่พอเลิกเรียนแล้วรีบออกไปหาน้องจีฮุนอะไรนั่น แต่ตัวผมเองก็ด้วยที่พยายามหลบหน้ามัน..ทั้งกลับไปนอนบ้านแทนการอยู่คอนโดบ่อยๆ ทั้งไม่พกโทรศัพท์ ปิดเครื่องบ้าง ไม่เข้าโซเชียลใดๆเลยทั้งสิ้น เอาจริงๆคือช่วงนี้นอกจากมาเรียน ทำงาน กลับไปนอน ตื่นมาหาอะไรกิน ผมก็ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรเลย ...



                 "พวกมึงเป็นอะไรกันรึเปล่า กูสังเกตมาสักพักละ อยู่ในคลาสเรียนมึงก็นั่งหลบในตลอด แถมตอนที่ไอ้หน้าตายพูดน้อยนั่นจะเปิดปากคุยด้วยมึงก็ทำเมินเป็นมองไม่เห็นอีก มันดูมึนๆตึงๆแปลกๆ ทั้งที่เมื่อก่อนพวกมึงตัวติดกันจะตายไหงตอนนี้ไอ้กายถึงชอบหายหัวอยู่บ่อยๆ" น้ำเสียงและสายตาของคนถามไม่ได้มีแววคาดคั้นหรือบังคับให้ตอบ...ผมรู้ดีว่ามันเป็นห่วงและไม่สบายใจ...แต่จะให้ผมตอบมันยังไง ในเมื่อตัวผมเองก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไม....



                  "กู...ไม่ได้เป็นอะไร และถ้ามึงอยากรู้ว่าทำไมมันชอบหายหัว มึงก็ถามมันเองแล้วกัน" ที่จริงผมไม่ได้อยากปิดบังพวกมันนักหรอก บางทีการได้ระบายความรู้สึกที่ผมไม่เข้าใจให้พวกมันฟังผมอาจจะได้คำตอบก็ได้ว่าจริงๆแล้วมันคืออะไร...แต่ที่ต้องเลือกบอกว่าไม่เป็นอะไร มันก็เพราะคนที่เดินเข้ามาหากลุ่มพวกผมเป็นต้นเหตุ....


                   "กูว่ากูเข้าใจแล้ว" พอมองเห็นคนที่เดินเข้ามาไอ้โซ่ก็พรึมพรำออกมาเบาๆ ผมรู้ว่าไอ้โซ่มันเข้าใจอะไร...ก็ในเมื่อคนที่เดินเข้ามาคือไอ้กายที่มันถามถึงกับน้องจีฮุน คนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ไอ้กายชอบหายตัวออกไปจากกลุ่มบ่อยๆยังไงล่ะ...


                   "ว่าไงมึงหายหัวบ่อยนะเดี๋ยวนี้ แล้วนี่..." ทันทีที่ทั้งสองคนเดินมาถึงบริเวณที่พวกผมนั่งอยู่ไอ้โซ่ก็เอ่ยปากทักขึ้น...ก่อนจะเว้นประโยคคำถามไว้แล้วมองไปที่น้องจีฮุนเพื่อรอคำอธิบายจากไอ้คนหน้าตายที่ยืนอยู่ข้างๆ 

         
                  "น้องจีฮุน เขาบอกว่าอยากรู้จักพวกมึงกูเลยพามาแนะนำ" ประโยคยาวๆที่มันมักใช้เวลาอยู่กับผมกำลังถูกพูดออกมาเพื่ออธิบายในสิ่งที่ไอ้โซ่ถาม...แน่นอนว่าไอ้ดินกับไอ้กันเงยหน้ามองคนพูดทันทีเพื่อเช็คว่าใช่ไอ้กายจริงๆไหม เพราะนับว่าเป็นการพูดยาวๆครั้งแรกตั้งแต่ที่พวกมันรู้จักไอ้กายมาเลยก็ว่าได้...ตั้งแต่เรื่องร้องเพลงพวกมันก็ช็อคพอตัวอยู่แล้วพอมาเจอแบบนี้ก็คงเอ๋อกินไปชั่วขณะแน่ๆ
      
                  "จีฮุน คนนี้ไอ้โซ่นะ ที่นั่งเอ๋ออยู่นั่นไอ้กันกับไอ้ดิน ส่วนคนที่นั่งทำหน้าง่วงอยู่นั่นคือเพื่อนสนิทที่พี่เคยเล่าให้ฟังมันชื่อเบลล์" ไอ้กายผายมือตามการแนะนำของมันก่อนจะจบลงที่การสบตากับผม ซึ่งผมทำเป็นไม่สนใจและส่งยิ้มไปให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆมันแทน...มันเคยพูดเรื่องของผมให้น้องฟังเหรอจะพูดแบบไหนนะ...แล้วทำไมถึงต้องบอกเรื่องของผมกับน้องเขาด้วย....


                  "สวัสดีนะครับ พี่โซ่ พี่ดิน พี่กัน แล้วก็พี่เบลล์ ผมจีฮุนนะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก" น้องเขายกมือไหว้พวกผมพร้อมพูดด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร...ดูน่ารักและบริสุทธิ์...สมควรแล้วล่ะที่ไอ้กายมันจะชอบ



                "ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะครับ" พวกผมตอบรับคำทักทายของน้องแทบจะพร้อมกัน ทำให้น้องฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม 


                "แล้วนี่ไม่นั่งกันก่อนเหรอวะ เดี๋ยวก็เมื่อยขาหรอก" 


               "เดี๋ยวกูจะพาน้องไปดูหนังน่ะ แค่แวะมาแนะนำเฉยๆ..." ไอ้กายพูดตอบคำชวนของไอ้โซ่ก่อนที่มันจะเว้นระยะคำพูดไว้แล้วหันไปสบตาคนที่ยืนข้างๆตัวของมันก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ใจของผมรู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบจนเจ็บไปหมด "แล้วก็...กูพาน้องเขามาเปิดตัวกับพวกมึง...เนี่ยอ่ะจีฮุนแฟนกูเอง" มันจบคำพูดด้วยรอยยิ้มบางๆที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น...ซึ่งถูกส่งไปให้กับคนข้างกายของมันแค่คนเดียว... ผมไม่เคยรู้สึกอยากหายตัวได้ในชีวิตมาก่อนแต่ตอนนี้ผมอยากหายตัวไปจากตรงนี้ในเวลานี้เลย....


                "เฮ้ย ทำอะไรกัน ขอรบกวนเวลาแป๊ป ไอ้เบลล์เฮียใหญ่ให้ไปหาที่ตึกเล็กอ่ะ แค่นี้แหละกูไปล่ะ" อยากขอบคุณเพื่อนร่วมคณะที่เข้ามาเรียกผมได้ถูกจังหวะ.....ผมคว้ากระเป๋าขึ้นสะพายก่อนจะระบายยิ้มออกมาเพื่อบอกลาเพื่อนและคนรักของเพื่อน....



                  "เจอกันจันทร์หน้านะพวกมึง กูไปล่ะ ขอตัวก่อนนะครับน้องจีฮุน" ผมโบกมือลาแล้วก้าวเท้าออกมาอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจว่าใครจะเอ่ยท้วงอะไรไหม ผมแค่ไม่อยากอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว
.
.
.
.
                ตอนนี้ผมเดินมาจนถึงหน้าตึกเล็กหรือก็คือตึกภาคปฎิบัติเป็นโรงฝึกปฏิบัติงานจริงสำหรับเด็กวิศวะโยธาอย่างพวกผม บรรยากาศดูวุ่นวายไปหมดเพราะรุ่นพี่ปีสี่ที่ส่งเสียงดังอย่างกับงานที่ทำไม่ต้องใช้สมาธิบ้างก็วิ่งหยอกกันเป็นเด็กๆ นอกจากเพื่อนจะไม่ปกติแล้ว รุ่นพี่ในสาขาก็ดูไม่ค่อยปกติดีเสียเท่าไหร่...

                "ไอ้เบลล์ทางนี้" กวาดสายตามองหาคนส่งเสียงเรียกก็เจอกับรุ่นพี่ร่างหมีตัวขาวผมสีน้ำตาลอย่างพี่แดน พี่รหัสของผมที่ยืนยิ้มร่าอยู่กับโต๊ะเขียนแบบ 


                 "มีอะไรเฮีย" เดินเข้าไปหาอีกคนใกล้ๆก่อนจะเอ่ยถาม


                 "มีเรื่องจะวานอ่ะดิ ช่วงนี้มึงไม่ใช้โทรศัพท์รึไงติดต่อไม่ได้เลยนะมึงนี่" พี่เขาบ่นผมแบบไม่จริงจังนัก พี่รหัสผมเป็นคนใจดีครับเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถึงจะเครียดจะดุจะอารมณ์เสียสุดท้ายก็จะกลับมายิ้มได้เหมือนเดิมในเวลาอันรวดเร็ว นับถือใจจริงๆยิ้มออกมาได้ไงแทบทุกสถานการณ์ แต่ก็เพราะเป็นแบบนั้นรุ่นน้องถึงเคารพและอยากสนิทด้วยเต็มไปหมด จะว่าผมโชคดีก็ได้ที่ได้พี่แกเป็นพี่รหัส 



                 "ขอโทษทีเฮีย พอดีช่วงนี้แทบไม่ได้แตะโทรศัพท์เลย" ผมยกมือไหว้ขอโทษอย่างที่ชอบทำเวลารู้สึกผิดต่อคนที่อาวุโสกว่า ซึ่งไอ้พี่แดนมันเห็น พี่มันก็รีบรับไหว้แล้วโบกมือเชิงจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่เป็นไร ไม่ต้องไหว้กูมาให้ 

           
                 "มึงนี่ชอบหลุดทำตัวน่ารักๆตลอดเลยนะ ไอ้ตี๋เอ้ย" มือขาวๆของพี่เขายีผมของผมเบาๆอย่างเอ็นดู ผมชินแล้วกับการกระทำแบบนี้เลยไม่ได้ปัดป้องหรือทำท่าทางไม่พอใจออกไป โดนยีโดนชมมาตั้งแต่ปีหนึ่งไม่ชินก็ต้องชินล่ะ


                  "คืองี้ ปีสี่จะมีค่ายอ่ะ กูจะไม่ได้อยู่อาทิตย์หนึ่ง เลยอยากฝากให้มึงไปรับพี่ชายกูที่สนามบินให้มันจะมาเที่ยวไทย แล้วอีกอย่างมึงก็พูดภาษาอังกฤษได้ด้วยเลยจะฝากดูแลพี่ชายให้หน่อยมันพูดไทยไม่ค่อยแข็ง เดี๋ยวกูกลับมาจากค่ายจะพาไปเลี้ยงขอบคุณ อ่อ ฝากมันนอนที่คอนโดมึงด้วยนะ ถ้าให้มันมาอยู่ที่คอนโดกูไปไหนมาไหนเองหลงแน่ๆ รบกวนหน่อยได้ไหม" จะให้ปฏิเสธก็ดูใจร้ายไปหน่อย...เวลาผมเดือดร้อนหรือทำงานโปรเจคใหญ่ไม่ทันพี่แกก็เข้ามาช่วยตลอด... เข้าใจแหละว่าไม่มีใครให้พึ่งแล้ว...เพราะพี่ปีสี่ไปเข้าค่ายกันทุกคน....พี่แดนเป็นลูกครึ่งไทยแคนาดา ครอบครัวย้ายไปปักหลักปักฐานที่แคนาดาจนหมด แต่แกติดใจประเทศไทยเลยขอมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวที่นี่ ...จึงมีแต่เพื่อนและรุ่นน้องที่พึ่งได้ และคนที่พี่แกไว้ใจก็คือน้องรหัสอย่างผมนี่ไง....

                     "ได้ดิเฮีย เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวดูแลให้ ว่าแต่พี่เขาจะมาวันไหนอ่ะ" สุดท้ายผมก็ตอบตกลงออกไปบางทีมีอะไรให้ทำก็คงทำให้เลิกคิดวุ่นวายไปได้บ้างล่ะนะ


                      "มึงกลับไปเปิดอ่านไลน์ด้วยเดี๋ยวกูส่งรายละเอียดพร้อมกับรูปพี่ชายกูให้ ขอบใจมากๆนะน้องรัก กลับได้แล้วไปเดี๋ยวเย็นกว่านี้พวกไอ้ทิมเข้ามามึงจะโดนเต๊าะอีก กูขี้เกลียดไล่เตะปากพวกมัน" ยกมือไหว้ก่อนจะบอกลาพี่รหัสตัวเองด้วยรอยยิ้มขำๆ...ความหวงน้องรหัสนี้ท่านได้แต่ใดมา...แต่มันก็น่ารักดีว่าไหมครับเหมือนได้พี่ชายแท้ๆมาหนึ่งคนเลย

.
.
.
                     เพราะรับปากว่าจะดูแลพี่ชายของพี่รหัสตัวเองให้ผมถึงหนีกลับไปนอนบ้านไม่ได้ต้องเข้าคอนโดมาตรวจความเรียบร้อยแทน ห้องของผมก็เหมือนกับห้องของไอ้กายที่มีสองห้องนอนและแต่ละห้องมีห้องน้ำในตัว ผมคงให้พี่เขานอนห้องอีกห้องที่เอาไว้ใช้เวลาเพื่อนมานอนค้างด้วย คงต้องให้แม่บ้านจัดของมาไว้ในห้องน้ำให้ ว่าไปแล้วก็คิดถึงเตียงนอนที่คอนโดเหมือนกันนะเนี่ย...ผมนอนฝังหน้าลงกับหมอน ก่อนจะเด้งตัวขึ้นมากดดูโทรศัพท์เมื่อได้ยินเสียเตือนแชทไลน์ดังขึ้น...มันไม่ใช่ไลน์ของเฮียแดน แต่เป็นของกลุ่มเพื่อนที่กำลังกวนตีนกันอยู่ ส่วนอีกแชทที่อยู่ถัดลงไปเป็นของคนที่ผมพยายามหลบหน้ามาตลอดในช่วงหลังๆนี้...500 กว่าข้อความ มึงจะส่งอะไรมานักหนาวะ..ไหนจะสายโทรเข้าที่ไม่ได้รับอีกเป็นร้อยนี่อีก...ทีอยู่ต่อหน้าล่ะไม่พยายามคุย กูไม่ง้อมึงหรอกนะไอ้เพื่อนเวร. ..วางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมแล้วมุดหน้าลงกับหมอนกะว่าจะหลับให้เต็มอิ่มสักหนึ่งตื่นก่อนจะออกไปหาอะไรกิน...แต่แล้วก็มีมารมาผจญจนได้
.
.
.
.
                  ผมกำลังเปิดประตูเข้าไปในห้องของไอ้กายเนื่องจากมีแม่บ้านขึ้นไปแจ้งว่าคนข้างห้องมันได้ยินเสียงเหมือนโจรงัดห้อง เลยอยากให้ตรวจสอบซึ่งทำไมแม่บ้านรู้ว่าผมมีคีย์การ์ดกับกุญแจสำรองห้องของมันนั้นผมก็ไม่อาจทราบได้ ถึงจะงงๆ แต่ก็ยอมพาร่างกายของตัวเองไปเปิดห้องของมันให้ ป่านนี้เจ้าของห้องคงดูหนังเพลินไปแล้ว ผมเลยกล้าโผล่หน้ามาเยือนห้องมันนี่ไง ส่วนคุณแม่บ้านที่ไปตามผมก็บอกให้ผมยืนรอก่อนจะลงไปตามยามขึ้นมาดู เออดี เหมือนผมเป็นคนดูแลคอนโดอีกคนอ่ะ....



                  "เหี้ย อุ๊บ!!..." เพราะยืนอยู่ดีๆก็มีคนเข้ามากอดผมจากทางด้านหลังเลยตกใจจะส่งเสียงร้องแต่อีกคนเหมือนจะรู้ทันถึงได้เอามือมาปิดปากของผมเอาไว้ ด้วยความตกใจปนหวาดกลัวว่าจะเป็นโจร ผมเลยดิ้นตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของร่างกาย 

                   "หยุดดิ้น นี่กูเอง" เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยผมถึงได้หยุดเคลื่อนไหว ความหวาดกลัวหายไป แล้วถูกแทนที่ด้วยความโล่งใจ แต่ก็มีความหงุดหงิดเพิ่มเข้ามาด้วย


                   "มึงนี่ว่างมากรึไง ชอบทำเหี้ยอะไรพิกลๆแบบนี้ ไอ้สัสเอ้ย!!" ทันทีที่มันปล่อยมือออกจากปากของผม ผมก็ตวาดออกไปเสียงดัง แม่ง กลัวจนน้ำตาแทบไหล เล่นห่าอะไรไม่รู้เรื่องจริงๆ นี่แผนมันสินะ แม่บ้านก็ร่วมกับมันด้วยเหรอคราวนี้ แล้วต่อไปผมจะเชื่ออะไรใครได้.....


                   "จะด่าก็ด่าแค่กู กูขอร้องแม่บ้านเขาเอง ถ้ากูไม่ทำแบบนี้จะมีโอกาสได้คุยกับมึงไหมล่ะ" โอกาสน่ะมีแต่มึงเลือกที่จะไม่พยายามไง....


                  "ไปเรียนก็เจอกันอยู่ทุกวัน มึงยังจะมาถามหาโอกาสอะไรอีก" รู้ตัวว่าพาลเพราะผมเมินใส่มัน...แต่มันก็เพื่อความปลอดภัยของความรู้สึกผม....


                 "อย่าถามอะไรที่มึงรู้คำตอบอยู่แล้วเลย มึงหลบหน้ากู เมินกู กูทำอะไรผิดเหรอ มึงโกรธอะไรกูบอกได้ไหม" อยากจะบอกมันเหลือเกินว่าขนาดกูยังตอบตัวเองไม่ได้แล้วกูจะตอบมึงยังไง....

                
                 "มึงไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้นแหละ กูแค่คิดว่า แบบนี้มันดีแล้ว ช่วยเลิกสนใจเพื่อนอย่างกูทีเถอะ คนที่มึงควรสนใจและเอาใจใส่คือแฟนของมึงไม่ใช่กู" เลิกยุ่งกับกูสักที...อย่างน้อยก็แค่ช่วงนี้.. มึงไม่มาเป็นกูมึงไม่รู้หรอกว่ามันแย่แค่ไหนน่ะไอ้กาย....


                  "เพราะกูมีแฟนเหรอมึงถึงเป็นแบบนี้ ถึงกูจะมีแฟน แต่มึงก็ยังสำคัญกับกูนะ" มันกระชับอ้อมแขนกอดผมให้แน่นขึ้น...แต่ผมกำลังรู้สึกเหมือนถูกบีบรัดที่หัวใจไม่ใช่ร่างกาย...ถ้ากูสำคัญจริงๆ ทำไมมึงถึงไม่บอกอะไรให้กูรู้เลยสักอย่างล่ะ...


                    "กูขอล่ะ กาย ครั้งนี้กูขอร้องจริงๆ เลิกมาวุ่นวายกับกูสักพักเถอะ" ความสับสน น้อยใจ และอีกหลากหลายมันตีกันจนยุ่งไปหมด ผมต้องการหยุดพัก ...การไม่เจอหน้ามันเป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว


                    "มึงขอกูมากเกินไปแล้วไอ้เบลล์" มันพลิกตัวผมให้หันกลับไปหามัน ตัวผมเองไม่ได้เงยหน้ามองมันด้วยซ้ำว่ากำลังทำสีหน้าแบบไหน ผมไม่อยากเจอไม่อยากเห็น ไม่อยากเลย..
                    "แค่มึงเมินกู ไม่รับสาย ไม่ตอบไลน์ ไม่กลับมานอนคอนโด กูก็แทบสติแตกแล้ว มึงสำคัญกับกูมากนะ..."  

                    "กูคิดถึงมึง" น้ำตาของผมกำลังจะไหล เมื่อได้ยินเสียงเว้าวอนนั่น...สุดท้ายผมก็ใจอ่อนให้มันอยู่ดี ยิ่งพอยอมสบตากับมัน ใจก็ยิ่งอ่อนยวบ สายตาตัดพ้อแกมออดอ้อนของมัน...ทำให้ผมกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้



                    "อย่าร้องไห้สิกูไม่ชอบเลยเวลามึงร้องไห้" นิ้วเรียวของมันกำลังค่อยๆเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มของผม...ก่อนที่จะตามลงมาด้วยจูบอันอ่อนโยน...
.
.
.
.
                   เพราะความอ่อนแอหรือใจอ่อนของผมทำให้เรื่องทุกอย่างมาจบอยู่บนเตียงในห้องนอนของมันเหมือนอย่างเคย  ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมไม่ปฏิเสธ....ถึงผมกับมันจะเคยทำเรื่องแบบนี้อยู่บ่อยๆ...แต่ในตอนนี้ ที่มันมีคนรักของตัวเองแล้ว...การทำแบบนี้มันไม่ถูกต้องเลย 


                  "พอใจแล้วใช่ไหม ถ้าใช่ก็ปล่อยกู กูจะกลับห้อง" ตอนที่มันเสร็จสมผมถึงได้ถามออกไป อยากกลับห้องแล้ว...

     
                 "นอนนี่แหละกูอยากนอนกอดมึง" มันพูดอย่างนั้นก่อนจะทิ้งตัวนอนลงข้างๆผมแล้วโอบกอดผมเอาไว้....กำลังจะอ้าปากด่ามัน ผมก็ต้องหยุดเมื่อเสียงกดออดของห้องมันดังขึ้น มันเองก็ดูชะงักไปเหมือนกัน....ไม่เคยมีใครมาหามันที่คอนโดเพราะมันไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายในห้องของมัน. ..แล้วใครกันนะที่มาหามันในเวลาแบบนี้ 



                  มองตามมันที่ลุกจากที่นอนไปสวมชุดนอนเงียบๆแล้วเดินออกไป รอสักพักมันก็กลับเข้ามาด้วยท่าทีตื่นๆ เหมือนเด็กที่แอบแม่ไปเล่นเกมส์แล้วถูกจับได้ อย่างไงอย่างนั้น


                   "มึงช่วยอยู่เงียบๆสักพักได้ไหม ห้ามส่งเสียง ห้ามแสดงตัวตน" อยู่ดีๆมันก็ออกคำสั่งให้ผมทำตามด้วยความตึงเครียด ผมค่อนข้างงงอยู่นิดหน่อย แต่ไม่นานมันก็เฉลยออกมาให้ผมได้เข้าใจ



                   "จีฮุนมาหากู เดี๋ยวกูจะพาน้องออกไปซื้อของข้างนอก ตอนที่กูออกไปมึงก็กลับห้องไปได้เลย คืนนี้จีฮุนจะมานอนที่นี่" เหมือนถูกตบหน้าแรงๆทันทีที่มันพูดจบ ถึงผมจะอยากกลับห้อง แต่ทำไมถึงต้องได้กลับด้วยเหตุผลที่ดูน่าสมเพชขนาดนี้



                    "มึงเห็นกูเป็นอีตัวเหรอ คิดจะขอให้อยู่ก็ขอ คิดจะไล่ให้ไปก็ไล่ กูไม่ใช่เมียน้อยมึงนะที่พอเมียหลวงมาแล้วต้องทำเป็นไร้ตัวตนน่ะ" ทั้งโกรธทั้งน้อยใจ...มันเห็นผมเป็นตัวอะไรกันแน่



                   "อย่าพึ่งมางี่เง่าตอนนี้ได้ไหม กูขอร้องล่ะ คนนี้กูจริงจัง กูขอร้องนะเบลล์" ถ้ามันกราบผมได้มันคงทำไปแล้วสินะ...ผมที่ไม่มีแรงแม้แต่จะพูดจำยอมต้องพยักหน้ารับคำขอของมัน..มันยิ้มให้ผมแล้วรีบแต่งตัวออกไปจากห้อง โดยไม่หันมามองเลยว่าผมจะมีสภาพเป็นอย่างไร....


                   ผมรอเวลาสักพักจนทุกเสียงเงียบไปแล้วจึงได้ลุกขึ้นแต่งตัวและเดินออกจากห้องนอนมาข้างนอก วางคีย์การ์ดกับกุญแจสำรองที่เจ้าของห้องเคยบังคับให้เก็บไว้บนโต๊ะหน้าโซฟา ก่อนจะเดินกลับห้องตัวเอง มันไม่ได้บอกให้ผมเอาคืนมันก็จริงแต่ต่อไปนี้ผมคงไม่จำเป็นต้องใช้อีกแล้ว มันควรจะให้คนของมันเก็บไว้มากกว่าผม ทันทีที่เข้ามาในห้องขาของผมก็ทรุดลงราวกับคนหมดแรง...น้ำตาที่ไม่อยากให้ไหลก็ไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก...

                    มึงด่าว่ากูงี่เง่า ทั้งๆที่กูยังไม่รู้เลยว่ากูผิดอะไร มึงทำเหมือนกูเป็นแค่อีตัว อยากให้อยู่มึงก็ขู่บังคับ อยากไล่ให้ไปมึงก็ไล่ นี่น่ะเหรอสิ่งที่มึงทำกับคนที่มึงบอกว่าสำคัญกับมึง...

                    "ที่บอกว่ากูสำคัญ...หมายถึงสำคัญตอนที่มึงมีอารมณ์สินะ..." ชันเข่าขึ้นมากอดก่อนจะซุกหน้าลงบนขาแล้วร้องไห้อยู่เงียบๆ ...เจ็บไปหมด มันเจ็บจนแทบจะทนไม่ไหว...ที่กูเจ็บแบบนี้ เพราะว่ากูรักคนเหี้ยๆอย่างมึงไปแล้วใช่ไหม...ทำไมต้องเป็นมึงด้วยวะ แล้วทำไมมึงถึงยังไปมีความสุขกับเขาได้ แต่กู....กลับต้องมานั่งร้องไห้อยู่แบบนี้...กูรักมึงเข้าแล้วจริงๆใช่ไหม...
.
.
.
.
                   หลังจากวันนั้น ผมก็ตัดช่องทางการติดต่อทุกทางโดยการปิดโทรศัพท์เครื่องเก่าไว้แล้วถอยเครื่องใหม่เบอร์ใหม่มาใช้แทน ที่ทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะไม่เสียดายเงินครับ แต่ถอยออกมาไว้ติดต่อพี่รหัส กับพี่ชายของพี่รหัสที่ผมรับปากจะดูแลต่างหาก...ดีที่ยังไม่ถึงวันมีเรียนเลยรู้สึกไม่หนักหน่วงเท่าไหร่เพราะไม่ต้องเจอหน้าไอ้เวรนั่น...


                   "ขอโทษนะครับ ใช่น้องเบลล์รึเปล่าครับ" มัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยจึงไม่ค่อยมีสติ เมื่อถูกทักเลยตกใจจนทำป้ายต้อนรับที่ถืออยู่ล่วงจากมือ ให้ตายเถอะไอ้เด๋อเอ้ย ก้มลงเก็บป้ายต้อนรับภาษาอังกฤษที่ลงทุนเขียนและตกแต่งเพื่อเอามารับพี่ชายของพี่รหัสที่สนามบินด้วยตัวเอง จังหวะที่เอื้อมมือไปจับคนที่เอ่ยทักผมก็ก้มลงมาช่วยเก็บเช่นกัน และมันบังเอิญตรงที่ผมกับเขาดันเลือกจับมุมเดียวกัน ทำให้แทนที่เขาจะจับป้ายกลายเป็นจับมือผมแทน.

                   "เอ่อ พี่ขอโทษนะครับ" เสียงตะกุกตะกักดูตกใจนั่นชวนให้ผมยิ้มออกมาบางๆ หยิบป้ายขึ้นมาก่อนจะยืนขึ้นยิ้มให้คนตรงหน้า แล้วส่ายหน้าให้อีกคนตอบรับคำขอโทษนั้น


                   "ไม่เป็นไรครับ" เอ่ ว่าแต่มองดูดีหน้าหน้าพี่เขาคุ้นๆนะ เออ ใช่แล้ว

                   "พี่มินพี่ชายพี่แดนใช่รึเปล่าครับ" พี่เขาพยักหน้ายิ้มๆ แล้วถอดแว่นกันแดดออก อยากอุธานดังๆว่า หล่อชิบหาย ในรูปว่าหล่อแล้วมาเจอตัวจริงนี่เกินในรูปไปหลายเบอร์มาก ว่าไอ้พี่แดนหล่อแบบมีเสน่ห์แล้วนะ เจอพี่ชายนี่ขอซูฮกเลย ลูกบ้านนี้ครอบครัวเลี้ยงด้วยอะไรครับ 


                   "รบกวนเราด้วยนะ หนึ่งอาทิตย์ต่อจากนี้ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ" นอกจากหล่อแล้วยังสุภาพอีก คนเรามันจะดีได้เบอร์นี้เลยเหรอครับ มีความชื่นชม ปนอิจฉาเล็กน้อยถึงปานกลาง
.
.
.
.
                  "มีอะไรขาดเหลือเรียกผมได้นะครับ ไม่ต้องเกรงใจนะพี่" ผมเอ่ยบอกตอนที่ช่วยพี่แกขนของเข้ามาในห้องเสร็จ ตอนที่ขับรถกลับมาจากสนามบินพี่แกก็ชวนคุยทำความรู้จักกันจนได้รู้ว่าที่พี่รหัสผมบอกว่าพี่แกพูดไทยไม่คล่องนั้นเป็นเรื่องที่อิพี่แดนมันคิดไปเองทั้งนั้น เพราะพี่มินแกเรียนพิเศษภาษาไทยมาแถมยังพูดคล่องใช้คำถูกมากกว่าคนน้องอีก ตกลงนี่พี่แดนมันได้คุยกับพี่ชายตัวเองจริงดิ ผมว่าพี่มันคงรัวอิ้งไม่พูดไทยแหงมๆถึงได้ไม่รู้พัฒนาการด้านภาษาของพี่ชายตัวเอง



                  "ขอบคุณมากนะครับ ...น้องเบลล์ครับ" ผมชะงักมือที่จับประตูไว้ในขณะที่กำลังจะออกจากห้องที่ยกให้อีกคนนอนเมื่อถูกเรียกชื่อ


                  "ครับ?" มองหน้าคนเรียกพร้อมเลิกคิ้วอย่างสงสัย


                  "ที่บอกว่าขาดเหลืออะไรบอกได้ไม่ต้องเกรงใจน่ะ....ตอนนี้พี่ขาดอยู่อย่างหนึ่ง" คนพูดทำท่าคิดสิ่งที่ขาดอยู่สักพักก่อนจะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นตามฉบับของเจ้าตัว


                "ขาดคนดูแลหัวใจน่ะครับ ถ้าน้องเบลล์สนใจมาเป็นให้ก็คงจะดี" ร้องเหี้ยหนักมากครับ ตกใจจนเผลอปิดประตูเดินหนีเข้าห้องตัวเอง โอ้ว แม่เจ้า นี่ผมถูกหยอดเหรอ จากคนที่พึ่งเจอกันเนี่ยนะ WTF!!!! มันก็แค่ความตกใจไม่มีความเขินอายหรือใจเต้นแรงไม่มีเลยสักนิด และผมรู้ดีว่าเพราะอะไร ...ถ้าผมเลือกได้ผมก็อยากจะสนใจให้พี่หยอดนะครับ..แต่ใจของผมมันไม่ได้อยู่ที่ผมแล้ว....




                 

                  
      


  




...................................................................................................

'เรื่องนี้น่าจะมีสองถึงสามตอนและ มี NC' 


เช่นเคยนะคะหากไม่ชอบแนวนี้กรุณากดออก
หรือหากอยากให้แก้ไขตรงไหนแจ้งได้แต่อย่ากดแบนกันเลย 
ไรท์ใจบาง ToT Please~
(และจากพล็อตฟิคเรื่องนี้ไรท์ใจบาปมาก)



โมเมนท์ที่น้อยนิด ถ้าใจเราชิปความเชื่อมโยงใดๆก็ไม่สำคัญ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

56 ความคิดเห็น

  1. #1675 ButsoapPN (@yut_sport) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 00:51
    อิก๊ายยยยยย อย่ามาใจร้ายกับลูกช้านนนนน
    #1675
    0
  2. #1502 PANGDL7 (@spaonepiece) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 10:20
    ขออนุญาตหยาบคาย อิเ-้ยยยยยยยยยย ไรเนี่ย งงมาก ไมกายทำแบบนี้
    #1502
    0
  3. #1325 วาฬห้าสอง (@stonex) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 01:24
    สงสารน้อง กายดูเห็นแก่ตัวนะ บีบหัวใจไปหมดเลย
    #1325
    0
  4. #960 Normal-tis (@kukjbvlight02) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 06:06
    ขอร้องอย่าให้หัวใจไปอยู่ที่กายเลย
    #960
    0
  5. #764 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 18:54
    โกรธกาย เห็นแก่ตัวจ้าาาา
    #764
    0
  6. #450 yukionnaka (@kokoronai) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 18:24
    กายโคตรแบดอ่ะ สงสารเบลล์ ;-; พี่มินจะมาจีบชิมิ -..-
    ป.ล เห็นโมเม้นหลินกอดฮยอนบินแล้วชื่นใจ ถึงแค่เล็กน้อยก็เถอะ
    #450
    0
  7. #371 ♠ dearlychpd (@violy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 17:26
    กิ้ดดดด ฮือออออ อยากจะบ้า คือๆๆๆๆๆ นี่หาฟิคฮยอนบินเคะมานานแล้ว แต่แบบหายากมากจริงๆ อยากอ่านพี่มินฮยอนxฮยอนบินใจจะขาด แต่ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาเจอควานลินxฮยอนบิน มันบับว่า ฮือออออออ ก๊าวเว่ออออ ไม่ไหวแล้วววว. ชอบมากค่ะ ยิ่งพล็อตหน่วงจิตหน่วงใจแบบนี้ยิ่งชอบ ตรงสเปคไปหมดทุกอย่าง ไม่รู้จะบอกยังไง แต่คุณคนเขียนได้เข้ามาเติมเต็มชีวิตของเลาให้สมบูรณ์!! /เล่นใหญ่ไปอีก555555555
    งือ ไม่อยากให้มีแค่2-3ตอนเลยค่ะ อยากให้ยาวๆ เป็นเรื่องยาวไปเลยยิ่งดี
    ตอนนี้คุณพิฝ่าบาทก็ปรากฏตัวออกมาแล้ว แถมยังมีท่าทีสนใจน้องของเราอย่างเห็นได้ชัด จะรอดูว่าคุณพระเอกจะทำยังไง วะฮะฮ่า สะใจล่วงหน้า
    ปล. จังหวะที่ควานลินบอกให้อยู่เงียบเพราะจีฮุนมานี่แบบ อหหหห อยากบุกไปต่อยปากพระเอกเว่อ อินเว่อ
    #371
    0
  8. #311 Aimzilla (@aemza302) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 02:46
    เขินหนักมากกกกกก
    #311
    0
  9. #305 nan-111 (@nan-111) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 21:38
    พระเอกกูมาแล้วพี่มินเอาเบลไปเลยปล่อยอิกายไปเลยเบล
    #305
    0
  10. #302 Feefern Sewan (@falamenot) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 21:34
    จับหมวยถวายใส่พานให้พี่มินเลยค่ะ555
    #302
    0
  11. #298 โบโยมา.ลิเบีย (@pawara7351) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 21:16
    กรี๊ดดดด #ทีมพี่มิน
    #298
    0
  12. #296 aunshi (@aunshi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 19:56
    กายเลวอะะะะ
    #296
    0
  13. #295 JannieJK (@jenniek) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 19:54
    อ่านแล้วจะร้องคือแบบเกียดกายได้มั้ยเชียร์พี่มินค่ะ
    #295
    0
  14. #294 Smile_Preme (@Smile_Preme) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 19:29
    พ่างพ้างงงงงงงง!!! เดะกายรู้เลยอ่ะ พี่มินขึ้นแท่นโผคนใหม่
    พูดเลยว่า ณ จุดนี้เชียร์พี่มินมาก รำคาญกาย อ่านแล้วโกรธมากกกก เบลล์ต่อยกายเลยลูกพี่ไม่ไหวแล้ว พี่สงสารหนู
    สู้ๆนะคะไรท์
    #294
    0
  15. #293 Boo Boo (@ben-sweetdream) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 19:21
    หน่วงมากค่ะไรท์ อ่านแล้วเจ็บในอกไปหมดเลย จะร้องไห้ ฮือออออ กายเลวมากอ่ะ พี่มินคะ มาช่วยเบลล์ที ดามใจเบลล์ไปเลย เบลล์ลูกไปให้สุดแล้วหยุดที่ได้เป็นแฟนพี่มิน ปล่อยคนบ้าๆไปเถอะ โอ๊ยยย จะร้อง เจ็บมากค่ะ #สู้ๆนะคะไรท์
    #293
    0
  16. #292 SKOREDOXT (@gailzkyz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 19:20
    ต่อเรื่องนี้ให้ไวเลยไรท์ แง้
    #292
    0
  17. วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 19:13
    แหม่เจอกันไม่นานก็หยอดล่ะ ต่อไปนี้คงหนักกว่านี้แน่ๆอิอิ
    #291
    0
  18. #290 inchitan (@inc_conan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 18:31
    ชอบพี่มินมากเลยคับ แง
    #290
    0
  19. #289 Jaehyunn (@Jaehyunn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 17:47
    หูย กายแบบ..
    #289
    0
  20. #288 หมูYoY (@998866443322) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 17:02
    หน่วงมาก เศร้าสุดTT
    #288
    0
  21. #287 lovetao56 (@peemjiraporn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 16:53
    ณ จุดๆนี้ มินฮยอนต้องมาล้ะ กายต้องกระอัก จริงจังใช่มั้ยคนนี้ เด๋วเสียเบลล์ไปอย่ามาทำตัวเป็น"หมา"หวงก้างล้ะกัน!
    #287
    0
  22. วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 16:38
    หมวยลูก ไปเป็นแฟนพี่แดนเถอะเชื่อแม่ ชั่งหัวแม่งไอกายเถอะ
    #286
    0
  23. #285 Feefern Sewan (@falamenot) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 16:33
    โอ๊ย ขอให้พี่ชายของพี่แดน ดูแลหมวยดี เอาให้ควานลินกนะอักเลือดเลย โกรธ
    #285
    0
  24. #284 Kwon OohAum (@readerRoma) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 16:33
    เกลียดกายสุดไรสุด เบลล์รอให้เบลล์มีคนใหม่อยู่นะ ฮึ!!!
    #284
    0
  25. #283 nan-111 (@nan-111) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 16:18
    โกรธ กูอิน. ทำไมเป็นคนอย่างงี้ อยากก็ไปเอากับแฟนแกสิ มายุ่งกับลูกฉันทำไม
    #283
    0