SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,162 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,347 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    137

    Overall
    53,162

ตอนที่ 14 : Oh my ghost!!! คุณผีที่รัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    11 พ.ย. 60

 

Oh My Ghost
…คุณผีที่รัก…


ทาคาดะ ชินจิ x โฮม หรัญญ์











                 คุณรู้จักสัมผัสที่หกไหม…ทั้งมือที่แตะสัมผัสสิ่งของแล้วระลึกเหตุการณ์เกี่ยวกับสิ่งๆนั้นได้ ทั้งหูที่ได้ยินเสียงของอมนุษย์ ทั้งจมูกที่ได้กลิ่น ตาที่มองเห็น และการถอดจิต หรือที่เรียกว่ากายทิพย์ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกี่ยวกับเรื่องของไสยศาสตร์…
                 คุณเชื่อเรื่องพวกนี้ไหม…แล้วถ้าผมบอกว่าผมมีสิ่งเหล่านี้ล่ะ คุณจะมองว่าผมเป็นบ้ารึเปล่า…

                 หรือถ้าคุณเชื่อเรื่องพวกนี้...คุณจะอยากมีมันเหมือนผมไหมแต่สำหรับผมแล้วไม่ได้อยากมีมันเลยสักนิดเดียว...กว่าที่ผมจะทำใจใช้ชีวิตอยู่กับมันให้ชินได้ไม่ใช่เรื่องง่าย...และกว่าชีวิตผมจะสงบสุขก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน...

                ซึ่งวิธีที่ทำให้ชีวิตของผมสงบสุขที่สุดคือการย้ายถิ่นฐานจากประเทศไทยบ้านเกิดของตัวเองมาเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น ด้วยตรรกะสุดเพี้ยนที่ว่าดูหนังผีญี่ปุ่นแล้วสะเทือนขวัญน้อยที่สุดจากหลายๆประเทศที่ดูมา...คุณคงรู้ดีว่าทำไมผมถึงหนีจากประเทศไทย...วิญญาณไทยไม่ค่อยชอบมาแบบดีๆเท่าไหร่...ยิ่งงานเปิดบ้านของมหาลัยที่ผมไปมาตอนยังไม่จบมัธยมปลายยิ่งตรึงตราตรึงใจ ทั้งต้นไม้ ตึกเรียน ที่พีคที่สุดคือวิญญาณผู้หญิงใส่ชุดไทยคุณคงนึกภาพออกใช่ไหมล่ะครับ...

                ผมเลือกสอบชิงทุนของมหาลัยในญี่ปุ่นแทนการสอบเข้ามหาลัยที่ไทย ครอบครัวผมรู้และเข้าใจดีว่าทำไม เพราะปู่ของผมก็มีสัมผัสที่หกเช่นกัน และถึงแม้ว่าพ่อของผมจะไม่มีสัมผัสที่หกเหมือนคุณปู่...แต่ท่านก็พอสัมผัสได้บ้าง ... ผมไม่ค่อยมีเพื่อน เรียกว่าเด็กคนอื่นกลัวที่จะเข้าใกล้ผมมากกว่า ไม่ใช่ด้วยลุคแว่นเนิร์ดผมฟูหรอกนะ แต่เป็นเพราะช่วงแรกๆผมโดนแกล้ง แล้วคุณผีที่ติดตามผมไม่พอใจเลยไปแกล้งคนพวกนั้นกลับจนไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งกับผมอีกเลย แม้กระทั่งอาจารย์ฝ่ายปกครอง.. ถามว่าตอนนี้คุณผีตนไหนเขายังตามผมอยู่รึเปล่า ตอบเลยว่าผมช่วยให้เขาไปเกิดแล้ว..ตอนนี้จึงไม่มีคุณผีมาคอยติดตาม...ผมเลยแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น ไม่แสดงออกว่าสัมผัสสิ่งเหล่านั้นได้ ..เพื่อชีวิตอันราบรื่นของตัวผมเอง...


                วันนี้เป็นวันแรกที่ผมย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่น รู้สึกว่าคิดถูกนะ...เพราะไม่ได้เจอหรือสัมผัสอะไรมากเท่ากับที่ประเทศไทย...คุณผีที่นี่ใจดีด้วยแหละ ถึงจะมีที่ดุๆบ้างแต่ก็ยังมาในสภาพที่พอดูได้...ผมไม่ได้ไปคุยกับพวกเขาหรอกที่รู้นี่แอบสังเกตุทั้งนั้นแหละ...ผมยังไม่อยากพาชีวิตอันสงบสุขในตอนนี้ไปเจอความวุ่นวายหรอกนะ



                "นี่กุญแจจ้ะ มีอะไรโทรเรียกป้าได้นะ" พยักหน้ารับและโค้งลาป้าแม่บ้านด้วยรอยยิ้ม...ความจริงอีกเหตุผลที่เลือกญี่ปุ่นเพราะครอบครัวของผมมีบ้านอยู่ที่นี่...เนื่องจากตอนผมยังเด็กพ่อต้องย้ายมาประจำที่ญี่ปุ่นหกปี ท่านเลยซื้อบ้านเอาไว้ เป็นบ้านสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ...ที่ถูกดัดแปลงให้ข้างในมีของใช้ที่ทันสมัยครบครัน...



                "ยังเหมือนเดิมเลยแฮะ" เดินสำรวจไปทั่วตัวบ้านก่อนจะจบลงที่การอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเสื้อยืดกางเกงขาสามส่วนใส่สบายธรรมดาๆ แล้วมานั่งแกว่งเท้าอยู่ตรงชานบ้าน...บรรยากาศดีเสียจริง ต้องขอบคุณ คุณเจ้าที่ที่ไม่อนุญาตให้แขกไม่พึงประสงค์เข้ามา... อ่า ควรปิดบ้านนอนแฮะ พรุ่งนี้ผมต้องไปไหว้พระที่วัดเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยซะหน่อย...
.
.
.
.
               "โอ้ย!!" เช้าที่บรรยากาศกำลังดีไม่มีคนพลุกพล่าน แต่ก็มีคนโผล่มาจากไหนไม่รู้เดินมาชนผมจนล้มลงดีนะแว่นไม่ตกให้ตายเหอะเดินยังไงวะ 


                "นี่ เดินระวังๆ หน่อยสิคุณ" ไม่ได้อยากโวยวายนะครับ ก็ผมเดินมาถูกที่ถูกทางอ่ะแล้วผู้ชายตรงหน้าโผล่มาจากไหน ไม่ได้มองทางบ้างรึไง บ่นกระปอดกระแปดในใจก่อนจะมองค้อนใส่คนชนด้วยสายตาหงุดหงิด...ก็หน้าตาดีใช้ได้นี่ นึกว่าจะทำหน้าหงุดหงิดที่โดนว่าซะอีกไหงทำตาโตจมูกบานดูตกใจซะขนาดนั้น...หรือว่าผมหน้าตาน่ากลัวกันวะเนี่ย...โบกมือไปมาหน้าอีกคนเพื่อเรียกสติ แต่ดูเหมือนมันคงจะกลับมายาก ประกอบกับคนที่เดินผ่านไปมามองมาที่ผมด้วยสายตาแปลกๆ เหมือนผมเป็นคนบ้า ผมเลยเลือกไม่ถือสาคนที่ยืนเอ๋ออยู่ แล้วเดินกลับบ้านทันที...ออกมาวัดแต่เช้าคิดว่าจะเจอเรื่องดีๆ ...แววซวยมาแต่เช้าเลยเนี่ย 


              

               "นี่คุณอ่ะ" สัมผัสเย็นๆบริเวณต้นคอทำเอาผมสะดุ้งโหยงไปทั้งตัว พอหันกลับไปมองก็ตกใจจนอยากร้องเหี้ยออกมาดังๆ ไอ้คนที่เดินชนผมนี่ เห้ยมันตามมาไวเกินไปเปล่าวะ


               "มองเห็นผมใช่ไหม" นอกจากจะทำตัวแปลกยังถามอะไรแปลกๆอีก...ใครจะไม่เห็นกันไม่ได้ตาบอดสักหน่อย อีกโค้งเดียวก็จะถึงบ้านอยู่แล้วนี่ตามมาขอโทษหรือมาเพื่อกวนตีนผมเล่นกันแน่


               "ต้องเห็นดิไม่ได้ตาบอดสักหน่อย" ตาที่เคยเบิกกว้างอย่างตกใจตอนนี้มีประกายความสดใสดีใจพร้อมริมฝีปากที่แย้มรอยยิ้มออกมากว้างๆจนตาหยี คือจะว่าหล่อมันก็หล่อนะ แต่เด๋อมากกว่านี่ดิ


                "เป็นบ้าป่ะเนี่ยคุณ ยิ้มอย่างกับคนบ้า" บอกตามตรงว่าเหมือนจริงๆ..นี่ถ้าโชว์บัตรประจำตัวคนไข้จะมีน้ำใจพาไปส่งโรงบาลแน่นอน


                "ผมดีใจที่มีคนเห็นผมสักทีต่างหาก คุณลุงคุณป้าแถวนี้ดุๆกันเยอะเลย เด็กน้อยก็ค่อนข้างขี้แยไม่สนใจเล่นกับผมด้วย คุณตาใจดีก็มีคนเข้าหาแกเยอะ ผมไม่อยากกวน พอรู้ว่าคุณมองเห็นผม...ผมเลยดีใจ..." ผมว่ารูปประโยคมันแปลกๆนะ...ลุงป้าที่ดุๆนี่ใช่วิญญาณที่ผมเห็นเขาทะเลาะกันเมื่อวานหรือเปล่า เด็กน้อยขี้แยนี่ใช่เด็กที่นั่งร้องไห้บนชิงช้าไม่ไปไหนใช่ไหม แล้วคุณตาใจดีนี่ใช่คนที่คอยปลอบเด็กๆหลงทางหรือเปล่า ถ้าใช่งั้น...


              "คุณหนูคะ ไปไหนมาแต่เช้า ป้าทำอาหารมาส่งแล้วหาไม่เจอเลยไม่ได้จัดขึ้นโต๊ะไว้ให้เลย ว่าแต่คุณหนูคุยกับใครเหรอคะ เหมือนป้าได้ยินเสียงคนคุยกัน แล้วเขาไปไหนแล้วล่ะคะ" ชัดเจนกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว...อยากร่ำไห้เป็นเพลงชัดเจนของพี่ติ๊กชีโร่....ป้าแม่บ้านมองไม่เห็นไอ้คนที่ยิ้มแป้นอยู่ตรงหน้าผม...ฮรือ ชัดเจนนี่แหละคุณผีใช่เลยแน่ใจ ที่ไม่ใช่เป็นความรู้สึกกล้ำๆกึ่งๆ...เขาเป็นแน่นอนชัดเจน~~~ 


               "ไม่มีใครหรอกครับ ส่วนอาหารเดี๋ยวผมจัดการเอง ขอบคุณมากนะครับที่ทำมาส่ง ที่จริงไม่ต้องก็ได้นะครับ คุณป้ามีเจ้าตัวเล็กให้คอยวุ่นอยู่แล้ว แค่เข้ามาทำความสะอาดตามปกติเฉยๆก็ได้ครับ เรื่องอาหารการกินเดี๋ยวผมจัดการเอง สายแล้วนี่ครับ เจ้าคนกลางต้องไปโรงเรียนนี่นา ป้าไปเถอะครับ" ป้าแม่บ้านทำหน้าหนักใจเหมือนไม่อยากรับคำสั่งที่ผมสั่งออกไปผมจึงยิ้มกว้างๆให้ก่อนแอทแทคด้วยการมองอ้อนจนแกยอมพยักหน้าเอ่ยขอบคุณโค้งลาผมแล้วเดินจากไป...เหลือเพียงผม...กับไอ้คุณที่ไม่ใช่คนอีกหนึ่งตน....
.
.
.
.
                 "ย๊าห์!!!ตามมาทำไมเนี่ยคุณ" อุตส่าห์ตีหน้ามึน เนียนเดินหนีกลับบ้าน ก็ยังถูกตามมาจนได้ ไม่น่าเลยไอ้โฮมเอ้ย...ทำไมไม่เอะใจวะ ว่าเขาไม่ใช่คน...ทำไมไม่เหมือนที่สัมผัสได้กับวิญญาณตนอื่นๆ ที่เคยเจอมา หมดกันความสงบสุข


                "ผมเหงาอ่า ขอมาอยู่กับคุณได้ไหม" ขอเหมือน มันเป็นเรื่องง่ายๆเลยเนาะ ผีนะ ผีอ่ะ ผีมาขออยู่ด้วยเลยนะ มีใครจะมาเจอเรื่องชวนใจเต้นระทึกแบบผมอีกไหมเนี่ย 


                  "นี่ เผื่อคุณจะไม่เข้าใจ ผมเป็นคนส่วนคุณไม่ใช่ มีคนบ้าที่ไหนจะตอบรับถ้าคนที่ไม่ใช่คนมาขออยู่ด้วย" จะใช้คำว่าผีหรือวิญญาณก็กลัวสะเทือนใจไป...แต่ไอ้คนที่ไม่ใช่คนนี่มันดูงงๆไปหน่อยไหมนะ


                "คุณไม่ใช่คนบ้า แต่คุณใจดีผมสัมผัสได้ นะ คุณนะ ให้ผมมาอยู่กับคุณนะครับ" สายตาออดอ้อนถูกส่งมาให้ผมพร้อมการทำท่าทางน่ารักเหมือนลูกหมา...ขอโทษเถอะเด๋อจนอยากขำ ความน่ารักอยู่ไหน...อย่าใจอ่อนนะไอ้โฮมเดินเข้าบ้านซะยังไงเขาก็ตามมึงเข้าบ้านไม่ได้ ห้ามใจอ่อน พรุ่งนี้พกเครื่องลางกับพระด้วย ไปเข้าบ้าน


               ตบตีกับตัวเองในความคิดเสร็จก็หันหลังเดินเข้าประตูรั้วบ้านโดยไม่หันกลับไปมองด้านหลังเกิดใจอ่อนทำไง...ก้าวยังไม่ทันพ้น...มือก็ถูกรั้งจนต้องหันกลับไปมอง...ตกใจอ่ะ พวกวิญญาณจะมีพลังพิเศษก็จริงแต่ไม่เคยมีที่แตะตัวผมตรงๆแบบนี้ได้เลย แปลก แปลกมากๆ


               "คุณคนน่ารักครับ อนุญาตให้ผมมาอยู่ด้วยเถอะนะ คุณเป็นที่พึ่งเดียวของผมแล้วในตอนนี้ นะครับ ผมขอร้อง" ฮรือ ใจอ่อนแรง โว้ย แม่งเอ้ย...


               "เออ ห้ามวุ่นวายมากด้วย อนุญาตแค่นายนะ ห้ามพาเพื่อนหรือคนรู้จักมาล่ะ" สุดท้าย...การเข้าวัดแต่เช้าก็ไม่ได้ช่วยอะไรผมเลย...

.
.
.
.   
              "นี่ป้า ชอบอ่านการ์ตูนแบบนี้เหรอ ชอบเหมือนผมเลยอ่ะ" กรอกตามองบนรอบที่สามร้อยสามสิบห้า รู้สึกผิดมากที่ใจอ่อนให้ไอ้เด็กผีนี่เข้ามา คุยกันไม่ถึงชั่วโมงก็รู้ว่า เจ้าตัวไม่รู้ว่ามาเป็นผีได้ยังไง รู้แค่ว่าตื่นขึ้นมาก็มาอยู่แถวนี้แล้วก็จำอะไรไม่ได้นอกจากชุดที่ใส่เป็นชุดนักเรียนมัธยมปลายเปื้อนเลือดเต็มไปหมด จนผีคุณตาใจดีเห็นแล้วให้เสื้อผ้ามาเปลี่ยน...นี่ก็คิดในใจว่าคงไม่รู้ว่าวิญญาณทำอะไรได้บ้างแน่ๆ...ผมว่าผมเด๋อและก็อึนมากแล้วนะ เจอเด็กนี่เข้าไปรู้สึกโล่งใจขึ้นเยอะเลย อย่างน้อยผมก็ไม่ใช่คนที่เด๋อที่สุด.. พอมันรู้ว่ามันเป็นน้อง...สิ่งที่มันทำคือการเรียกผมว่าป้านี่แหละ...ผมด่ามันไปแล้วนะ ทั้งบ่นทั้งบอกว่าผมเป็นผู้ชายมันก็ยังเรียกป้าเหมือนเดิม อยากจะถามว่าสนิทกันมากมั้งรู้จักกันไม่ถึงวัน ทำอย่างกับสนิทกับผมมาเป็นชาติ โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเองเนี่ย ใจอ่อนทำไม T^T


              "บอกแล้วไงว่าฉันไม่ใช่ป้า แล้วก็เป็นผู้ชายด้วย!!! ไหนบอกจำอะไรไม่ได้แล้วรู้ได้ไงว่าชอบการ์ตูนแบบนี้" เหล่ตามองเด็กผีอย่างจับผิด ซึ่งมันก็ไม่ได้เดือดร้อนหรือทำท่าทางมีพิรุธอะไร....


               "อะไรที่ชอบอ่ะ มันใช้แค่ความรู้สึกป่ะล่ะ ...ไม่เกี่ยวกับความจำสักหน่อย" เอารางวัลคำคมกาละแมร์จากเทยเที่ยวไทยไปเลยจร้า...เออ กูยอมแพ้มึง ไอ้เด็กผี!!!!
.
.
.
.
.
                 "นี่ป้า ทำไมไม่ใส่คอนแทคอ่ะ แว่นป้า น้าหนา" ช่วงดึกที่ผมกำลังจะเข้านอน ไอ้เด็กผีก็ตามมานั่งห้อยขาอยู่บนขื่อบ้าน แม่เจ้า คิดว่าตัวเองน่ามองมากมั้งดีนะที่รู้จักอยู่ในสภาพหน้าตาเหมือนคน ลองถ้าหน้าเละ ตาโบ๋ดูสิ จะแขวนพระแปะยันแล้วไล่ออกจากบ้านไม่ให้เข้าเลยคอยดู....ผมทำเป็นอ่านหนังสือในมือที่กำลังจะจบต่อไม่สนใจเสียงเรียกนั่น ...ไม่ชอบคำว่าป้าอ่ะ แบนครับแบน แบนไอ้ตัวที่เรียกด้วย


                "โหย มีทำเมิน ตอบหน่อยดิ" ไม่มีทางซะหรอก ไอ้เด็กผี


                 "ป้าอ่ะอย่าทำเป็นมองไม่เห็นผมดิ เนี่ยทำเป็นไม่ได้ยินด้วยนิสัยไม่ดีเลย" อยู่ดีๆก็โผล่มาอยู่ตรงหน้า ไอ้เด็กเวร ตกใจจนเกือบอุธานว่าวรนุชแล้วมั้ย


                "ฉันไม่ใช่ป้า เลยไม่รู้ว่านายต้องการคุยกับใคร ฉันเป็นผู้ชายต้องให้พูดกรอกหูอีกกี่รอบถึงจะจำ!!!" ปิดหนังสือ ถอดแว่นแล้วปิดไฟนอนหนีมันซะเลย นอนซุกหมอนห่มผ้าสบายใจเฉิบแต่ผมลืมว่าอีกคนไม่ใช่คน...ก็มันนอนพิงเตียงดีดนิ้วเป๊าะเดียวไฟที่ผมปิดก็สว่างขึ้นมาทันที ความยุติธรรมอยู่ไหน


                "นี่ฉันจะนอนปิดไฟเดี๋ยวนี้เลยนะ" มองค้อนใส่ผีเด็กที่มองผมอยู่ก่อนแล้ว ...ผมว่าสายตามันเคลิ้มๆแปลกๆนะ


                "ขอโทษที พอดีแค่อยากเห็นหน้าป้าชัดๆ" ไอ้เด็กผีมันพูดจบก็ยื่นหน้าเข้ามาจนแทบชิดหน้าผม...คือจะถอยหนีก็ไม่ได้นี่นอนหัวติดหมอนแล้ว...ผีอะไรวะบางทีก็มีกายเนื้อเหมือนมนุษย์ที่จับต้องได้ บางทีก็วืด จะบอกยังไงดี คือมันมีความเหมือนกายทิพย์มากกว่าผีอ่ะ



               "เอาหน้าออกไปนะ เห็นมาทั้งวันไม่เบื่อบ้างรึไง ประสาท" ด่าออกไปด้วยท่าทางหงุดหงิด...ที่จริงก็แค่อยากกลบเกลื่ออาการใจสั่นของตัวเองเท่านั้นเอง...เล่นเอาหน้ามาใกล้จนแทบจะจูบกันแบบนี้...


               "ไม่เบื่อหรอก ชอบ มองป้าแล้วเพลินตาดี..แต่ตอนนี้...ที่อยากมองชัดๆ ก็เพราะว่า...ป้าถอดแว่นแล้วน่ารักกว่าเดิมเยอะเลย ฟอด~ ฝันดีนะป้า" เมื่อสิ้นเสียงบอกฝันดีไฟทั้งห้องก็ดับลงพร้อมกับเด็กผีที่หายไป...เหลือเพียงผมที่ยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองอยู่ในความมืด....ไอ้เด็กผีมันหอมแก้มผม หอมแบบเหมือนที่คนปกติเขาหอมกัน...คือทั้งช็อคทั้งตกใจ และใจเต้น ปนกันไปหมด โอ้ย ไม่รู้แล้ว นอนๆ นอนเว้ยโฮม แค่เด็กผีหอมแก้มเอง มึงอย่าใจสั่น...นอกจากแม่แล้วไม่มีใครเลยหอมเลยนะ ฮรือ ไอ้เด็กเวร
.
.
.
.
              "เฮ้อ ~" ผมนั่งถอนหายใจอย่างปลงตกกับการมามหาลัยวันแรก...ไม่ยักจะรู้ว่า ที่ญี่ปุ่นก็มีระบบกลั่นแกล้งเหมือนไทยด้วย แค่ใส่แว่น ชอบอ่านหนังสือไม่ค่อยคุยกับใครนี่ต้องโดนแบนเหรอ มหาลัยนะมหาลัยไม่ใช่มัธยม !!!


              "แฮร่!!!" คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนอยู่ดีๆ ไอ้เด็กผีก็โผล่มาตรงหน้าแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง

              "เหี้ย!!! คิดว่าเป็นผีจะเล่นอะไรก็ได้เหรอ เดี๋ยวจับถ่วงน้ำแม่งเลยนี่" ตกใจจนเกือบหงายหลัง ดีนะที่ขึ้นมาบนดาดฟ้าแต่ไม่ได้นั่งบนกำแพง ไม่งั้นศพไม่สวยแน่ๆ 


               "โห ทำไมใจร้าย" ยังมีหน้ามามองค้อนอีก เรื่องที่ขโมยหอมแก้มยังไม่เคลียร์ เมื่อเช้าก็หายหัว โผล่มาทีก็ทำหัวใจจะวาย มันน่าปาข้าวสารฃเสกใส่จริงๆ

               "มีความมองแรงนะป้า เสื้อเปื้อนอ่ะ ทำไมไม่สู้คนบ้าง" สายตาที่เปลี่ยนเป็นดูจริงจังขึ้นเมื่อมองเห็นรอยเปื้อนจากเสื้อเชิ้ตที่ถูกจากการโดนแกล้งของผม ก่อนที่เจ้าตัวจะดีดนิ้วหนึ่งทีให้รอยเปื้อนนั้นหายไป


               "ไม่อยากมีปัญหาน่ะ แค่อยากเรียนให้จบแบบสงบๆ" ถ้าสู้ก็คงจะยิ่งถูกแกล้ง อยู่เฉยๆไม่ตอบโต้ให้คนที่แกล้ง เบื่อไปเองดีกว่า 



               "ดีเกินไปแล้วนะป้า แต่ไม่ต้องห่วงหรอก สี่ปีต่อจากนี้ ป้าเรียนได้อย่างราบรื่นแน่ๆ" รู้สึกคำพูดมันมีกลิ่นอะไรแปลกๆนะ แถมไอ้ท่าทางภูมิใจนั่นอีก



                "นี่ ไปก่อเรื่องอะไรมา" หวังว่าสิ่งที่ผมคิดจะผิดนะ



                "สั่งสอนพวกคนนิสัยไม่ดี ที่มาแกล้งป้าคนน่ารักของผมนิดหน่อยเอง" นั่นไง!! คิดถูกตลอดแบบนี้ไม่ดีเลย



                "ทำไมซนจังล่ะ ฉันน่ะไม่เป็นไรหรอกนะ แต่นายแต้มบุญจะลดเดี๋ยวก็ติดแหง็กเป็นวิญญาณอยู่แบบนี้ไม่ได้ไปไหนหรอก" จากประสบการณ์ตรงตอนที่มีคุณผีมาตาม พอคุณผีตามแกล้งคนที่มาแกล้งผมแต้มบุญก็จะลด แต้มบาปจะเพิ่ม กว่าจะบำเพ็ญตนจนได้ไปเกิดนี่นานจนน่าสงสารเลยอ่ะ ถึงไอ้เด็กผีนี่จะชอบทำให้หงุดหงิดแต่ผมก็ห่วงมันนะ


                "ดีใจจัง ป้าห่วงผมด้วย นี่ป้ารู้ไหม ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองเป็นวิญญาณนะ ผมรู้สึกหนทางมันมืดบอดไปหมดเลย อยากหลุดพ้นจากความโดดเดี่ยว อยากรู้ว่าทำไมถึงยังวนเวียนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ท้อจนบางทีก็ร้องไห้  จนมาเจอป้า..ผมรู้สึกว่าบางทีการเป็นวิญญาณก็ไม่ได้แย่ ถ้าเป็นวิญญาณแล้วได้อยู่กับป้าตลอดไปน่ะนะ" ผมเสตาหลบเมื่อเจ้าผีตัวดีพูดจบ สายตาสื่อความหมายกับรอยยิ้มน้อยๆนั่นกำลังทำให้ใจของผมเต้นผิดจังหวะ ไอ้เด็กผีเอ้ย !!


                  "หน้าแดงล่ะ ไปเรียนได้แล้ว เจอกันที่บ้านนะ ผมนัดกับคุณเจ้าที่ไว้ไปนั่งเล่นหมากฮอต เดี๋ยวสายคุณเจ้าที่งอน สู้ๆนะป้า ผมจะรอรับกลับบ้านนะ" แค่คำว่าจะรอรับกลับบ้านของเด็กผีที่พึ่งหายตัวไป...ทำไมทำให้รู้สึกดีขนาดนี้กันนะ...


                  ไม่ใช่แค่นายหรอกที่รู้สึกดี ตั้งแต่เจอนาย ฉันก็รู้สึกว่าชีวิตมันมีสีสันขึ้นมาเยอะเลย แถมยังรู้สึกว่าญี่ปุ่นน่าอยู่ขึ้นเป็นกองด้วย....ยินดีที่ได้เจอนะเจ้าเด็กบ้า ...
.
.
.
.
.
                  "ป้า ทำไมคุณตากับเด็กๆถึงบ่นว่าหิว..แล้วทำไมผมถึงไม่หิวเลยอ่ะ" ในตอนที่ผมมานอนดูดาวอยู่ตรงชานบ้าน เจ้าเด็กผีที่นอนอยู่ข้างๆผมก็เอ่ยถามขึ้นมา...นั่นสินะ จะว่าอิ่มทิพย์ก็ไม่น่าใช่...

                   
                   "ฉันก็คิดว่ามันแปลกๆ นายไม่เหมือนกับวิญญาณที่ฉันเคยเจอ จะพูดยังไงดี บางครั้งฉันก็รู้สึกว่านายเป็นคนที่มีชีวิตไม่ใช่วิญญาณ...ปกติวิญญาณจะให้ความรู้สึกหนาวเย็น...แต่นายไม่ มันเหมือนกับว่านายเป็นกายทิพย์มากกว่า" ตั้งแต่ที่อยู่กับเจ้าเด็กนี่มา....ผมก็สังเกตุมาตลอดนั่นแหละ....บางทีผมก็คิดว่า เจ้าเด็กนี่อาจจะยังไม่ตาย...


                    "นี่ พรุ่งนี้ฉันไม่มีเรียน นายช่วยพาไปตรงที่ที่นายบอกว่าลืมตาตื่นครั้งแรกตอนเป็นวิญญาณได้รึเปล่า" เจ้าตัวพยักหน้ารับพร้อมทำหน้าสงสัยมาให้ผม...


                    "ไม่ต้องทำหน้างงหรอก ฉันจะพานายไปหาคำตอบสิ่งที่สงสัย...ถ้าสิ่งที่คิดฉันไม่เคยพลาด ฉันก็คิดว่าอาจหาทางให้นายได้หลุดพ้นจากสภาวะนี้ได้" ชั่ววินาทีที่ใบหน้าของเจ้าเด็กผีปรากฏเป็นความตื่นเต้นดีใจ แต่สักพักก็กลายเป็นความหมองเศร้าแทน.  ..



                    "ทำไมทำหน้าเศร้าแบบนั้นล่ะ" 


                    "ผมดีใจ...แต่ผมก็เสียใจ ผมกลัวว่าถ้ามีทางหลุดพ้นจริงๆ ....ผมกลัวว่าจะไม่เจอป้าอีก" อ่า พอคิดตามที่เจ้าเด็กนี่พูด ....จะว่าไปผมก็รู้สึก..ใจแกว่งขึ้นมานิดนึงล่ะนะ


                     "คนเราต่างมีทางของตัวเอง ....ถ้าเราเกิดมาเพื่อผูกพันธ์กัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นสุดท้ายเราก็จะได้กลับมาเจอกัน" ผมยิ้มเพื่อทำให้เด็กตรงหน้าคลายความกลัวลง...ดูเหมือนจะได้ผลดีเกินคาด....



                      "ประมาณว่าเป็นเนื้อคู่กันแล้วไม่แคล้วกันหรอกใช่ไหม หูย เขิน" หมดกันบรรยากาศชวนซึ้งใจก่อนหน้าหนี...ไหนคนเศร้า มีแต่เด็กผีทีทำท่าเขินบิดไปมาจนน่าพาไปรดน้ำมนต์เนี่ย เด็กผีนี่มันเด็กผีจริงๆ
.
.
.
.
                    ผมหนีไอ้เด็กผีมาอาบน้ำหลังจากที่ทนดูท่าเขินของมันไม่ได้ เสียสายตาสุดๆ สู้มาอาบน้ำเย็นๆ บันเทิงใจกว่าเป็นไหนๆ


                    แต่รู้สึกเหมือนมีคนจ้องแฮะ....พอเงยหน้ามองกระจกเท่านั้นแหละ

                   "จ๊ะเอ๋!!" โห ไอ้ผีเวร ยังมีหน้ามาจ๊ะเอ๋ 


                   "ย๊าห์!!!! ออกไปจากห้องน้ำเดี๋ยวนี้เลยนะ" ยกมือกอดตัวเองเมื่อเห็นสายตาหื่นๆของเด็กผีที่กวาดมองผมไปทั่วตัว 

                   "ปิดทำไมอ่ะ วิวกำลังดีเลย ว่าแต่ป้านี่ขาวเหมือนกันนะเนี่ย แถมอกใหญ่ด้วย" มันบอกแล้วทำหน้าเคลิบเคลิ้มเหมือนคนติดยา

                   "ไอ้ผีลามก ออกไปจากห้องน้ำเดี๋ยวนี้ก่อนที่ฉันจะเอาพระมาคล้อง แล้วเอาผ้ายันต์มาแปะไม่ให้แกเข้าบ้าน!!!" ตวาดออกไปอย่างหงุดหงิดซึ่งไอ้เด็กผีก็หาได้สำนึก เสแสร้งทำท่ากลัวแต่สายตาก็ยังไม่หยุดหื่น ก่อนที่มันจะหายตัวมาโผล่ประชิดตัวผมจนผมต้องถอยหลังหนี...



              "ขู่ไปเถอะ ผมชินแล้ว ป้าใจดีจะตาย....แถม...อย่างอื่นก็ดีด้วย" ไอ้เด็กผีเว้นช่วงคำพูดไว้แล้วส่งสายตากรุ้มกริ่ม พร้อมรอยยิ้มหื่นๆออกมา


                 "ถ้ายังไม่ออกไป ก็ไม่ต้องมาคุยกัน!!!" ต้องใช้ไม้ตายครับนาทีนี้....

                  "โอเค คำขู่นี้น่ากลัวว่าเยอะเลย ไปแล้วครับผม แต่ก่อนไปขอหน่อยนะ....จุ๊บ พอใจละไปนะครับ" สัมผัสนุ่มหยุ่นที่เด็กผีทิ้งไว้บนริมฝีปากฉุดกระชากสติผมออกไปจนหมด ประมวลผลได้สักพักก็ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ



                 "ไอ้เด็กผี!!!" มันจุ๊บผมอ่ะ จุ๊บแรกในชีวิตเลยนะ มันขโมยไปแล้วอ้ะ ไอ้เด็กเวร ฮรือ
.
.
.
.
                  "จะรีบเดินไปไหนเนี่ยป้า ไหนบอกให้ผมพาไป นี่ตั้งแต่เจอหน้ากันก็เดินนำผมลิ่วเลย แถมไม่คุยกับผมอีก โกรธที่ผมแอบดูตอนอาบน้ำเหรอ ขอโทษก็ได้ แต่คุยกับผมหน่อยดิ" เรื่องแอบดูมีเคืองอยู่นะ แต่ที่เมินมันเนี่ย เพราะว่าทำตัวไม่ถูก คิดถึงตอนที่มันจุ๊บเมื่อคืนใจเต้นแรงเฉยเลย ผมถึงได้เงียบมาตลอดทางนี่ไง ...ตอนนี้ผมกับไอ้เด็กผีกำลังเดินไปยังจุดที่มันตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองเป็นวิญญาณล่ะครับ ถ้าถามว่าทำไมเดินนำมัน ข้อแรก อย่างที่บอกไปว่าทำตัวไม่ถูก ข้อสอง...สัญชาตญาณ กับจิตของผมบอก เหมือนสัมผัสได้ว่าจุดหมายปลายทางคือที่ไหน....

     
                   "เงียบๆหน่อยได้ไหม ฉันใช้สมาธิอยู่" ตวัดสายตามองดุให้ไอ้เด็กผีเงียบ เพราะผมกำลังรู้สึกว่า...คำตอบที่กำลังตามหามันใกล้เข้ามาแล้ว 
  
                   "ตรงนี้รึเปล่า" ผมชี้ไปที่กลางถนนซึ่งนานๆทีจะมีรถผ่าน  เด็กผีที่โดนดุจนหน้าหงอยก็มองตามแล้วพยักหน้ารับ

                    "ใช้พลังที่มีเป็นอยู่ใช่ไหม ช่วยบังตาให้คนมองไม่เห็นฉันที" ก้าวเดินไปหาที่นั่งหลบใต้ต้นไม้ไม่ไกลจากถนนก่อนจะนั่งลงขัดสมาธิเพื่อทำการถอดจิต หรือกายทิพย์ออก ทำสมาธิได้ไม่นาน ผมก็ได้เจอกับเจ้าเด็กผีในสภาวะคล้ายๆกัน....ดูเจ้าเด็กนี่จะตกใจมากถึงได้ทำหน้าอึ้งมองกายทิพย์กับกายหยาบของผมสลับกันไปมาพร้อมอ้าปากค้างสะจนผมกลัวว่าปากจะฉีก 

                   "เลิกอึ้งแล้วบังร่างของฉันไว้ให้ดี รออยู่ตรงนี้อย่าไปไหนล่ะ" ยิ่งเข้าใกล้จุดกึ่งกลางของถนน ความรู้สึกของผมก็ยิ่งรุนแรงขึ้น จนเมื่อหยุดอยู่ตรงกลาง คราบช็อคสีขาวและรอยสีน้ำตาลเจือจางก็พอจะบอกผมได้ว่าที่ตรงนี้เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ผมนั่งลงก่อนจะวางมือลงบนรอยนั่น หลับตาเพื่อสัมผัสสิ่งที่เกิดขึ้น

                    ภาพที่เห็นคือเด็กชายในชุดมัธยมปลายคนหนึ่งกำลังเดินสะพายกระเป๋าเป้ด้วยรอยยิ้มน้อยๆที่ระบายไปทั่วไปหน้า...จนเมื่อเดินมาถึงบริเวณนี้ มีกลุ่มวัยรุ่นที่ไล่ตีกันวิ่งเข้ามาใกล้เด็กคนนั้น และเด็กคนนั้นก็ถูกลูกหลงจากแรงปะทะทำให้ร่างกายเสียหลักเซลงมากลางถนนจึงทำให้ถูกรถที่ขับมาชนเข้าที่ตัวอย่างจัง...ภาพต่อมาคือภาพที่ร่างกายของเด็กชายนอนอยู่ในห้องพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งด้วยสภาพที่มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด ใบหน้าซีดเซียว ร่างกายที่นอนนิ่งราวกับเจ้าชายนิทรา โดยมีผู้หญิงกับผู้ชายที่ดูเหมือนจะเป็นพ่อและแม่กำลังมองอยู่ด้วยน้ำตาที่เอ่อล้น และแววตาที่ฉายชัดถึงความเจ็บปวด 

                   "เฮือก!!!" สมาธิของผมถูกดึงกลับมาเมื่อได้ยินอะไรบางอย่างที่ทำให้ใจของผมรู้สึกกลัว...เด็กที่นอนนิ่งคนนั้นกำลังจะถูกปล่อยให้หมดลมหายใจในวันพรุ่งนี้....มันจะไม่ทำให้ผมร้อนใจมากเลยถ้าเด็กที่ว่าไม่ใช่เจ้าเด็กผีจอมวุ่นนั่น


                  "ตามฉันมา" คืนกายทิพย์สู่ร่างแล้วรีบเร่งเดินทางไปยังโรงพยาบาลที่เห็นในภาพจากการสัมผัส 
   
                 "ป้า จะรีบไปไหนอีกล่ะเนี่ย" 

                 "พานายไปหาร่างกายของนายไง" เจ้าเด็กผีชะงักไปได้สักพักก่อนจะมองด้วยความกังวล


                "ไม่ต้องกังวลหรอกไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะอยู่ข้างๆนายเสมอไอ้เด็กผี" ผมยิ้มให้มันอย่างจริงใจ...และก็คุ้มที่มันยิ้มออกมาเช่นกัน


 .
.
.
.
                "ผมนี่รุงรังจังนะ" เกลี่ยปอยผมที่ปรกใบหน้าของคนที่นอนหลับไหลออก..ส่วนเจ้าของร่างกายก็นั่งมองผมด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มจนอยากแปะยันต์กันผีใส่

                กว่าจะได้เข้ามาเยี่ยมนี่ไม่ง่ายเลย...ค่อนข้างยากลำบากเสียด้วยซ้ำ...

                'คุณครับเชื่อผมสักครั้งเถอะนะครับผมไม่ได้มีเจตนามาหลอกเลย ผมมาช่วยลูกคุณจริงๆ'
     
               'ขอร้องล่ะนะจ๊ะ เห็นใจพวกเราเถอะลำพังจะเสียลูกชายไปก็รู้สึกแย่พออยู่แล้ว อย่ามาทำให้เสียความรู้สึกเพิ่มเลยนะหนู' คุณนายตระกูลทานาดะมองผมด้วยสายตาอ้อนวอน ผมยืนเจรจามายาวนานมากสำหรับการขอเข้าไปเยี่ยมร่างกายของเจ้าเด็กผีที่หลับไหลอยู่ 


               'ผม..' เอาวะลองวิธีนี้ดู.... 'คุณนายกับคุณชายมีลูกสองคนคนโตชื่อไลควานลิน คนเล็กชื่อทานาดะ ชินจิ ที่ชื่อต่างกันเพราะคุณนายเป็นคนไทเป เลยตั้งชื่อจีนให้ลูกชายคนโต ลูกชายคนเล็กของคุณนายถูกรถชนเพราะได้รับลูกหลงจากการทะเลาะวิวาทของวัยรุ่นจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา คุณนายเป็นหมันหลังจากที่มีลูกชายคนเล็ก เพราะต้องตัดมดลูกเพื่อป้องกันมะเร็งเนื่องจากมีก้อนเนื้อเกิดขึ้น คุณชายเคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนทำให้ต้องใส่เหล็กที่ขา เรื่องพวกนี้มีแต่คนในครอบครัวที่รู้.... แต่ผมไม่ใช่  และผมคงสืบเองไม่ได้เพราะคุณชายไม่เคยปล่อยให้ข้อมูลส่วนตัวหลุดออกมา ให้คนนอกได้รู้ เพื่อปิดจุดอ่อนต่อคู่แข่งและผู้ไม่หวังดี เชื่อผมเถอะนะครับว่าผมมีสิ่งที่ยากจะเชื่อจริงๆ ผมสัมผัส และระลึกเหตุการณ์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้นของคนอื่นได้ ผมมองเห็นสิ่งลี้ลับ และมีพลังจิต...ผมถึงได้เห็นชินจิ' ในเวลาที่ต้องการตัวช่วยแบบนี้เจ้าเด็กผีหายไปไหนกันนะ ....พวกเขาจะเชื่อผมรึเปล่าก็ไม่รู้ คงไม่คิดว่าผมเป็นศัตรูทางธุระกิจแล้วสั่งเก็บผมหรอกนะ


                'ก็ได้ ...ยังไงมันก็เป็นทางสุดท้ายที่พวกเราจะได้ชินจิคืนมา...ฝากด้วยนะ' คิดว่าจะถูกเก็บซะแล้ว ...ผมพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มและความมุ่งมั่น...ต้องช่วยไอ้เด็กผีนั่นให้ได้






                นั่นล่ะ...สุดท้ายผมก็ได้เข้ามาในห้องพักผู้ป่วยของเด็กผี...
          
                 "ยิ้มอะไรนักหนา ทีตอนอยากให้ช่วยล่ะหายหัว ทีตอนนี้มานั่งยิ้ม"

                 "ผมยิ้มเพราะป้าน่ารัก..." แววตาที่เคยเจ้าเล่ห์อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ผมจะลืมที่มันขโมยจุ๊บผมไปก่อนแล้วกัน......

                 "คิดอะไรอยู่" ผมเดินไปนั่งโซฟาที่มีเด็กผีประจำอยู่ก่อนแล้ว พร้อมเอ่ยถามออกไป

                 "ช่วงที่ผมหายไป เพราะผมลองมาเข้าร่างตัวเองดู พยายามตั้งหลายครั้ง แต่มันไม่ได้ผลเลย..." 
               
                 "ผมเห็นพ่อกับแม่ร้องไห้....ผมเห็นความเสียใจของพวกเขา ผมเลยอยากพยายามหาทางเข้าร่าง...พอมาคิดดูอีกที ถ้าผมเข้าร่างได้จริงๆ ผมจะจำป้าได้ไหม เราจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันรึเปล่า...แล้วถ้าผมเข้าร่างไม่ได้ต้องกลายเป็นวิญญาณที่ไม่มีโอกาสกลับมามีชีวิตจริงๆ...ผมจะทำยังไงต่อไป ผมจะยังได้อยู่กับป้าไหม... ผมจะอยู่กับป้าได้นานแค่ไหน ป้าจะทิ้งผมไหม ผมกลัว...กลัวไปหมด" ต่อให้เป็นเด็กผีที่แสบยังไง ก็ยังคงเป็นแค่เด็กที่มีความอ่อนไหว และความกลัว...ผมไม่ชอบเลยที่เห็นเด็กนี่เป็นแบบนี้...


                "จำที่ฉันพูดได้ไหม...ถ้าเราเกิดมาเพื่อผูกพันธ์กัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นสุดท้ายเราก็จะได้กลับมาเจอกัน" 

                "ต่อให้นายฟื้นขึ้นมาแล้วจำฉันไม่ได้ อย่างน้อยนายก็จะได้มีชีวิตใหม่...และฉันจะจดจำนายเอาไว้เสมอ...แต่ถ้านายไม่ฟื้นต้องกลายเป็นวิญญาณ บ้านของฉัน คุณเจ้าที่ และเจ้าบ้านอย่างฉันยินดีต้อนรับนายอยู่แล้ว"

                "คืนนี้ฉันจะอยู่กับนายที่นี่...และจะอยู่จนถึงวินาทีสุดท้าย อย่ากังวลเลย"

                เจ้าเด็กผีวางมือที่เริ่มโปร่งแสงลงบนมือของผม แม้จะไม่ได้สัมผัสเหมือนกายเนื้อ แม้มันจะว่างเปล่า...ผมก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นความขอบคุณและความรู้สึกดีๆจากเจ้าเด็กผีตรงหน้า...เราระบายยิ้มให้กันอย่างเข้าใจ....ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น...แต่ผมจะไม่ปล่อยให้เจ้าเด็กผีต้องเผชิญหน้ากับมันคนเดียวแน่ๆ....
.
.
.
.

                "ป้า...ผมขออะไรอย่างได้รึเปล่าก่อนจะพรุ่งนี้เช้า" มือที่กำลังเตรียมที่นอนของตัวเองอยู่ชะงักเมื่อเด็กผีส่งเสียงถามออกมา


                "อะไรล่ะ" ผมเลิกคิ้วมองแล้วถามหาคำตอบ


                 "ถอดกายทิพย์...มาให้ผมนอนกอดได้รึเปล่า" ใจของผมเต้นแรงเมื่อเจ้าเด็กผีเอ่ยคำขอออกมา...ให้ตายเถอะ หน้าผมต้องแดงแน่ๆเลย


                 "ไอ้..." กำลังจะอ้าปากด่าเพื่อกลบเกลื่อนอาการแปลกๆของตัวเองแต่ก็ถูกขัดขึ้นมาก่อน...


                 "ผมขอร้องจริงๆนะ" แววตาเศร้าๆกับคำร้องขอของเจ้าเด็กผีทำให้ผมพยักหน้าตกลงอย่างไม่คิด...ใจอ่อนยวบไปหมด จะปฏิเสธก็ไม่กล้า ถึงได้เลือกเดินไปแปะแผ่นยันต์ที่หน้าห้อง เพื่อกันไม่ให้วิญญาณตัวอื่นเข้ามาสิงร่างพวกผมได้ ก่อนจะนั่งสมาธิบนโซฟาแล้วถอดจิตออกมา



                ผมกำลังประหม่าในตอนที่อยู่ในสถานะใกล้เคียงกับเจ้าเด็กผี...มันหมายความว่า...เราจะสัมผัสกันได้อย่างไม่มีข้อแม้

                "ขอบคุณนะป้า..." อ้อมแขนของเด็กผีโอบกระชับร่างของผมไว้ ....แม้จะไม่อบอุ่นเหมือนกับร่างกายที่มีชีวิตมีเลือดเนื้อ แต่มันก็รู้สึกดี...


                  "อืม...พักเถอะพรุ่งนี้ต้องใช้พลังอีกเยอะ" ผมยอมนอนในอ้อมแขนของเจ้าเด็กผีอยู่แบบนั้น...แล้วปล่อยให้สมาธิและจิตได้สงบเพื่อพักผ่อน...ชั่ววินาทีหนึ่งผมก็อดคิดไม่ได้ว่ามันจะดีแค่ไหนถ้าผมได้อยู่ในอ้อมกอดนี้...ตอนที่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากกายเนื้อ...และสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจ ของกันและกัน...ผมก็ได้แค่คิดเพราะผมไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วในวันพรุ่งนี้อะไรมันจะเกิดขึ้น...ได้แค่คิดจริงๆ
.
.
.
.
                
                ในตอนเช้ามืดที่เป็นเวลาเหมาะสมของการทำพิธีคืนร่างผมก็จัดการชำระร่างกายเพื่อความบริสุทธิ์...

                 หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมก็เรียกคุณผีเจ้าที่ที่ประจำอยู่ในโรงบาลมาเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยการลงมนต์ป้องกันวิญญาณเร่ร่อนและแขกผู้ไม่ได้รับเชิญต่างๆไม่ให้เข้ามายุ่มย่ามในห้องนี้...เนื่องจากการใช้ยันต์จะทำให้กายทิพย์ของผมและวิญญาณของเจ้าเด็กผี ใช้พลังได้อย่างไม่เต็มที่ พูดง่ายๆคือถูกจำกัดการใช้พลังนั่นเอง


                   "พร้อมนะ ตั้งสมาธิดีๆ ถ้าเจอแสงสีขาววิ่งเข้าหามัน อย่าว่อกแว่ก ฉันจะเปิดทางให้นาย แต่คงได้ไม่นานมากนักเพราะการเปิดทางวิญญาณ หรือประตูมิติ ต้องใช้พลังอย่างมาก ฉันจะยื้อไว้ให้นานที่สุด" มองตาเจ้าเด็กผีอย่างให้กำลังใจ...ก่อนจะหลับตาลงเพื่อเริ่มทำพิธี...


                   ทางของโลกวิญญาณช่างหนาวเย็นและไม่น่าปราถนาเสียเท่าไหร่ ในตอนที่ผมยืนประจันหน้าอยู่กับทางเชื่อมมิติ ข้างๆผมมีเจ้าเด็กผียืนอยู่ใบหน้าดูดีฉายแววกังวลออกมาชัดเจนจนผมต้องจับมือเจ้าตัวเอาไว้...เขาหันมามองผม ผมจึงส่งยิ้มไปให้เพื่อเป็นกำลังใจไม่ให้เจ้าเด็กผีกังวลจนเสียสมาธิ 

                    "เมื่อฉันเปิดจงปล่อยมือแล้ววิ่งเข้าหาแสง อย่าลังเลเด็ดขาด ถ้าโชคดี นายจะได้กลับเข้าร่าง...แต่ถ้าไม่ เท่าทุนคือกลายเป็นวิญญาณ ....แต่ถ้าขาดทุนนายจะตกอยู่ในมิติที่อ้างว้างและเป็นวังวนที่หาทางออกไม่เจอ....ไม่ว่าจะเป็นยังไง ขอให้รู้ไว้ว่าฉันจะอยู่ข้างนายและตามนายกลับมาถ้านายขาดทุน...เพราะฉะนั้นจงเชื่อมั่นและอย่าว่อกแว่ก นับหนึ่งถึงสามนะ..." กระชับมือที่กุมจับกันไว้อีกครั้ง...ผมจะส่งเขาไปในทางที่ควรผมจะต้องทำให้ได้ ตั้งสมาธิ...ก่อนจะใช้พลังเปิดประตูมิติ ...สัมผัสที่มือผมหายไปแล้ว..แสดงว่าเขาเจอแสงสว่างแล้ว... ผมภาวนาขอให้เจ้าเด็กผีค้นพบปลายทางที่สว่างไสวขอให้สำเร็จ... ผมยื้อจนหมดแรงจึงถูกดึงกลับเข้ามาในร่าง พอสะดุ้งลืมตาสิ่งแรกที่ทำคือการพุ่งตัวเข้าหาร่างของคนป่วยที่นอนนิ่งอยู่...


                  "ตื่นสิเจ้าเด็กผี" เขย่าตัวคนป่วยเบาๆ แต่ไม่มีวี่แววว่าอีกคนจะตื่น ขออย่าให้เป็นอย่างที่ผมกลัวเลย...

                  "อย่ามาแกล้งกันแบบนี้สิ ฉันไม่สนุกด้วยหรอกนะ" ขอบตาของผมเริ่มร้อนผ่าว ตอนนี้จะเจ็ดโมงเช้าแล้วอีกไม่กี่นาที พ่อแม่ของเจ้าเด็กผีจะมาถึง...และเครื่องมือยื้อชีวิตต่างๆจะถูกถอดออก...

                  "ลืมตาขึ้นมาสิ ถ้าไม่ตื่นอย่างน้อยก็โผล่หัวมาให้ฉันเห็นหน่อย อย่าเงียบหายไปแบบนี้" น้ำตาของผมกำลังจะหยดไหล...ผมกำลังกลัว...เหมือนที่เจ้าเด็กผีเคยกลัว...
                 
                 จับมือของคนที่นอนนิ่งมากุมทาบไว้ที่ข้างแก้ม ผมหวังให้ความอบอุ่นของผมปลุกเขาให้ตื่น ผมหวังให้มันมีปาฏิหาริย์....


                 และปาฏิหาริย์ก็มีจริงเมื่อร่างกายที่เคยซีดเซียวดูมีสีสันขึ้น และจังหวะชีพจรที่เต้นเป็นจังหวะที่มั่นคงกว่าเดิม . ..รวมถึงนิ้วมือที่เริ่มขยับ...


     


                    ผมยืนรอคุณหมอที่เข้าไปตรวจอาการคนไข้ที่พึ่งฟื้นตัวข้างๆกับคุณท่านและคุณนายของตระกูลทานาดะ ผมมองเห็นสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข และรอยยิ้มแห่งความหวัง...รวมถึงรอยยิ้มขอบคุณที่พวกเขาส่งมาให้ผม...มันทำให้ผมที่เป็นผู้รับยิ้มตามได้ไม่ยากเลย


                  เมื่อคุณหมอตรวจเสร็จผมก็เดินตามคุณท่านและคุณนายทั้งสองเข้าไปในห้องผู้ป่วย จากที่ยิ้มบางๆตอนนี้ผมกำลังฉีกยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจตอนที่เห็นผู้ป่วยที่เคยหลับไหลกำลังนั่งยิ้มมองผู้เป็นพ่อแม่ซึ่งผลัดกันกอดและหอมแก้มเจ้าตัวอยู่ซ้ำๆ...จนเขามองมาทางผม...วินาทีนั้นจากที่ยิ้มอย่างดีใจ กลับกลายเป็นความกลัว และความหวาดหวั่น เมื่อสายตาคู่นั้นมีแววสงสัยและไม่เหมือนเดิม


                "แม่ครับ นั่นใครเหรอครับ" คนถูกถามมองหน้าผมอย่างลำบากใจ...ส่วนผมกำลังรู้สึกใจหาย....เขาจำผมไม่ได้จริงๆด้วย... ผมยิ้มและโค้งลาพวกเขาออกมา ...ในเมื่อผมเป็นคนบอกเจ้าเด็กนั่นเอง...ต่อให้เขาจำผมไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก...อย่างน้อยเขาก็ได้มีชีวิตใหม่....มีความสุขกับชีวิตที่ได้มาให้มากๆนะเจ้าเด็กบ้า...ฉันจะจำนายไว้เสมอ....
.
.
.


              "เราน่ะ จำอะไรไม่ได้เลยเหรอตอนที่หลับไป" หลังจากที่ลูกชายคนเล็กฟื้น คนที่เข้ามาช่วยอย่างตาหนูคนน่ารักก็ไม่มาให้เจออีกเลย...ทำไมคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากอย่างเธอจะไม่รู้ ว่าตอนที่ลูกชายเธอถามว่า คนๆนั้นเป็นใคร แววตาที่สดใสมันเจ็บปวดและชวนเศร้าแค่ไหน.... เธอดูออกว่า คนน่ารักคนนั้นคงจะรักลูกชายตัวดีของเธอเข้าให้แล้ว ซึ่งเธอไม่ได้รังเกียจอะไร..เพราะชีวิตที่ลูกชายเธอได้กลับคืนมา มันเป็นเพราะหนูคนน่ารักคนนั้น...

              "ตอนผมตื่นมา...สมองของผมว่างเปล่ามากเลยครับ...แต่ช่วงหลังๆมานี้ มันมีภาพบางอย่างที่โผล่ขึ้นมาในหัว...แม่จะว่าผมบ้าก็ได้นะครับ...แต่ช่วงที่ผมหลับไป ผมกลายเป็นวิญญาณและได้เจอกับคนๆหนึ่ง เขาเป็นคนน่ารักใจดี อาจชอบทำหน้าเบื่อหน่ายใส่ผม แต่ก็ไม่เคยผลักใสไล่ส่งผมไปไหน คอยช่วยเหลือ คอยเป็นเพื่อนพูดคุยให้ผมไม่เหงา..." 


              "เวลาที่ผมรู้สึกท้อ หมดหนทาง เขาจะเป็นคนนำพารอยยิ้มมาสู่ผม และทำให้ผมมีแรงเดินต่อ...น่าเสียดายที่ใบหน้าของเขาไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ในภาพความนึกคิดของผม..สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ...ผมตกหลุมรักเขาไปแล้วครับแม่" ทั้งคำพูดแววตาและท่าทางของลูกชายทำให้คนเป็นแม่อย่างเธอยิ้มออกมาได้อย่างเต็มปาก... บางทีเธอควรตอบแทนตาหนูคนน่ารักด้วยการส่งลูกชายคนเล็กไปป่วนในชีวิตเสียหน่อยแล้วล่ะ....




              "แม่มีข้อมูลของคนๆหนึ่งมาให้ดู ถือว่าเป็นของขวัญต้อนรับชีวิตใหม่ของลูกแล้วกันนะ" ยื่นซองที่บรรจุรูปถ่ายและข้อมูลของตาหนูคนน่ารักให้กับลูกชาย..ทันที่ที่คนรับเปิดมันออกมาดู รอยยิ้มก็เริ่มกว้างขึ้นตามลำดับ...ลูกรักใครเธอก็ยินดีที่จะรักด้วย ยิ่งเป็นตาหนูคนน่ารักคนนั้น...เธอก็ยิ่งยินดี...

.
.
.
.
                ผ่านมาจะสองอาทิตย์แล้วหลังจากวันนั้น วันที่เจ้าเด็กนั่นฟื้น...ผมก็ไม่ได้ไปเจอหน้าเขาอีกเลย...ผมปล่อยให้เขาเริ่มชีวิตใหม่...ชีวิตใหม่ที่ไม่มีผมอยู่ในนั้น...


              "นายจะมีความสุขไหมนะ จะยิ้มจะหัวเราะได้มากแค่ไหน จะสบายดีไหม..." เงยหน้ามองดาวที่ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้า....


              "ฉันหวังว่านายจะมีชีวิตใหม่ที่ดีและมีความสุขเหมือนฉันเฝ้าภาวนาอยู่ทุกวัน..." 


              "ผมจะมีความสุข ถ้าป้าไปให้ผมเจอบ้าง" ผมสะดุ้งก่อนจะหันไปมองคนที่บุกรุกเข้ามายามวิกาล...เจ้าเด็กบ้านี่


               "นาย..นายเข้ามาได้ยังไง" มันไม่ใช่คำถามที่อยากจะถามแต่ผม..ไม่กล้าที่จะถามออกไปว่าเขาจำเรื่องของเราได้แล้วจริงๆรึเปล่า..เพราะผมกลัวคำตอบ


               "ผมไม่ได้มาเพื่อฟังคำถามนี้นะ...ผมน่ะมาเพื่อกลับมาเจอป้าคนน่ารักของผม...คนที่บอกผมว่าถ้าเราเกิดมาเพื่อผูกพันธ์กันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราก็จะได้กลับมาเจอกัน...ตอนนี้ผมกลับมาเจอป้าแล้วเราจะผูกพันธ์กันมากกว่านี้ได้รึยัง" ให้ตายเหอะ ไอ้เด็กบ้านี่มันจริงๆเลย 


               

                "เออ ก็ลองดู" ไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ แค่มองตาเราต่างก็เข้าใจว่าความผูกพันธ์ที่มากกว่านี้คืออะไร...เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมรู้สึกโชคดีที่มีสัมผัสที่หก..แม้จะนำพาความวุ่นวายมาให้บ้างในบางครั้ง...แต่ในวันนี้มันได้นำพาส่วนที่ขาดของผมให้มาเติมเต็มจนชีวิตของผมไม่รู้สึกขาดอีกต่อไป...ขอบคุณนะไอ้เด็กผี...ขอบคุณที่จำได้และกลับมา...ไอ้คุณผีที่รัก....



              


              
                  










.





               

            

                  



                   


    






























.................................................The end.............................................
ใครรีเควสหมวยเจี๊ยบคุณได้สิทธิ์นั้นค่ะ เพราะเราก็ชอบ 
คือเจี๊ยบน่ารักนะ
 แต่มองยังไงก็เด็กผู้ชายที่มีความตลกและกวนโดยธรรมชาติ
ในความรู้สึกเรา...ส่วนตี๋นั้น ตอนเป็นภาพนิ่ง ยอมรับว่าดูเท่ห์ๆคูลๆ
แต่...ก็อย่างที่รู้กัน...เด็กยักษ์จอมน่ารักคือตัวตนที่แท้ทรู
เอ็นดูน้องๆพี่ๆกับตี๋เยอะๆน้า
ปล. เห็นคอมเม้นท์บอกว่าเชียร์พี่ชินแจ...อันนั้นน่ะตัวจริงของไรท์ ฮ่ะๆ 
ไรท์เป็นมัมของตี๋เด๋อ ส่วนพี่ชินแจเป็นพ่อของตี๋ สรุปคือสะมีเก๊าเอง(หลบเท้า)

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ
 คุณคนอ่านของไรท์น่ารักเสมอเลย ขอโทษที่พิมพ์ผิดทุกครั้งเลย
เค้าตรวจแล้วนะแต่ก็ข้ามจุดผิดไปทุกทีเลย ToT
 จะพยายามตามแก้และพิมพ์ผิดให้น้อยลงนะคะ
ด้วยรักจากไรท์ <3








    















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #1580 Exo_mini (@bowri04) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 17:38
    น่ารัก คิดว่าจบม่าซะแล้วว อยากได้เจี๊ยบหมวยอีกอ่ะไรท์ กวนๆ
    #1580
    0
  2. #1506 PANGDL7 (@spaonepiece) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 10:56
    น่ารักมากเลย
    #1506
    0
  3. #1398 Mint Sch (@siri-ch36) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 21:19
    เรื่องนี้น่ารักมากเลยค่า
    น่าเป็นเรื่องยาว
    #1398
    0
  4. #788 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 20:20
    แง ชอบ ซอนโฮเป็นธรรมชาติมากเลย คาแรคเตอร์ไม่หลุด เด๋อแต่ก้อเมะได้ 5555555
    #788
    0
  5. #471 p_cosicosi (@p_cosicosi) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 13:19
    อย่าลืมแต่งคู่นี้อีกนร้าาา????????????
    #471
    0
  6. #470 Meen_GMC (@Meen_GMC) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 11:03
    คุณผีน่ารักก คุณพี่คนน่ารักก็น่ารักมากๆเลย ขนาดเป็นผียังขโมยจุ้บพี่เค้าได้อีก ยัยเจี๊ยบเอ้ย
    #470
    0
  7. #469 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 09:20
    โอ๊ย จบแล้ว ขอบคุณที่ช่วยฮีลเราอีกแรงนะคะ ^^
    #469
    0
  8. #465 #AAZ (@aemza302) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 00:08
    เนื้อเรื่องดีมากเลยอ่านแล้วอมยิ้มตลอดดดนี่ขนาดเจี๊ยบยังไม่เป็นหนุ่มนะเนี่ย
    #465
    0
  9. #464 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 23:43
    ง่อวววว น่าร้ากกกก >////< เป็นคู่ที่เลือก position ไม่ถูกจริงๆ5555555
    #464
    0
  10. #463 Ji(won)young (@minemewmy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 23:02
    เนื้อเรื่องน่ารักมากกกกกถึงจะมีเศร้านึดนึง แอบชอบการเรียกตาหนูด้วยแหละ
    #463
    0
  11. #462 JannieJK (@jenniek) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 22:06
    น่ารักจังงง
    #462
    0
  12. วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 21:41
    ฟินจังฮือออ ถึงแม้จะลืมหมวยไป แต่ก็ดีที่กลับมาจำได้~~~ จบสวยก็แล้วไป
    #461
    0
  13. #460 หมูYoY (@998866443322) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 21:27
    ไรท์คะ เรารีเควสแซมบินได้ไหมเอาหลังจากเรื่องท้องได้จบก็ได้นะคะๆ พลีส เรายกพี่ชินแจให้เลยTT
    #460
    1
  14. #459 หมูYoY (@998866443322) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 21:26
    ไรท์คะ เรารีเควสแซมบินได้ไหมเอาหลังจากเรื่องท้องได้จบก็ได้นะคะๆ พลีส เรายกพี่ชินแจให้เลยTT
    #459
    0
  15. #458 JannieJK (@jenniek) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 10:24
    กลัวฟื้นขึ้นมาชินจิจะลืมป้าอ่ะ
    #458
    0
  16. #457 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 08:31
    สู้ๆนะคะ ~
    #457
    0
  17. #455 หมูYoY (@998866443322) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 07:11
    ดูแลตัวเองน้าไรท์ ไรท์หายไปเราเสียใจนะTT
    #455
    0
  18. วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 05:47
    หายไวๆระคะไรท์ ฮือกลัวจังกลัวว่าถ้าเจี๊อบกับร่าง นางจะลืมหมวยอ่ะฮืออออ หมวยลูกถ้าหนูจะพูดยาวอย่างนั้น สนใจไปขายประกันกับแม่มั้ย5555
    #454
    0
  19. #453 #AAZ (@aemza302) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 01:04
    ขอให้ไรท์หายไวๆตอนที่ตี๋ร่ายยาวนี่เราแบบนึกว่าไทยประกันชีวิต
    #453
    0
  20. #452 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 01:00
    ดูแลตัวเองด้วยนะคะไรท์ หายก่อนแล้วค่อยมาอัพต่อก็ได้เน้ออ รอได้งับ เป็นเรื่องที่รอแบบใจจดใจจ่อมากจริงๆ สู้ๆนะคะไรท์
    #452
    0
  21. #408 Rungnapa Wongsawat (@0847151083) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 17:36
    ไรท์สู้ๆนะคะอัพทุกวันเลยดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
    #408
    0
  22. วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 16:30
    หมวยตัองทำใจนะลูก55 แม่ว่ามันไม่น่าจะหยุดแค่นี้555 คือน้องผีหื่นมากอ่ะ5556
    #398
    0
  23. #397 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 15:12
    เด็กผีนี่มันแสบจริงจริงงงงงงงงง
    #397
    0
  24. #396 Whiteter (@narinnasa05) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 11:11
    โอ้ยยยย ทำไมเขินแทนนี้เด็กผีทำตายมากอะ โอ้ย ...มีผีเด็กแบบนี้จะดลี้ยงอย่างดี#หืออออ #มั้นใจแค่ไหนถามใจดู
    #396
    0
  25. #395 หมูYoY (@998866443322) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 10:35
    มันดีไม่ไหวแล้ว...จากไปอย่างสงบ????
    #395
    0