SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,156 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,347 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    131

    Overall
    53,156

ตอนที่ 22 : Unconditonally

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3532
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    20 มี.ค. 62

B
E
R
L
I
N


Unconditionally

Kang dongho x Kwon hyunbin




 




.........................................................................................................................


...Profile...
        









         นายหัวบุรินทร์ วรไพศาล
         สถานะ:โสด
         ธุรกิจ: เป็นเจ้าของท่าเรือ โรงแรม รีสอร์ท และธุรกิจเกี่ยวกับเกาะและทะเลในเครือวรไพศาล
         










        บีม คชา คณารักษ์  อายุ 17 ปี
         สถานะโสด เป็นเด็กที่ถูกคุณหญิงแพรวพรรณ แม่ของนายหัวช่วยมาจากการถูกขายตั้งแต่อายุ 8 ปี
         ลักษณะนิสัย : เนื่องจากคุณหญิงรักและเอ็นดูมากเลยเลี้ยงมาด้วยความทะนุถนอมจึงเป็นเด็กน่ารัก พูดจาดี สุภาพอ่อนหวาน (แต่เป็นเด็กดื้อเงียบของนายหัว)

.........................................................................................................................




              "แม่มีธุระจริงๆ ถ้าเอาตาหนูไปด้วย น้องชายเราได้รังแกตาหนูของแม่แน่ๆ" คุณหญิงผู้สูงศักดิ์กำลังเอ่ยคำร้องขอกล่าวฝากฝังเด็กในปกครองให้ลูกชายคนโตของเธอดูแลแทนในช่วงที่เธอต้องบินไปหาสามีที่อเมริกา ใจจริงเธออยากพาตาหนูของเธอไปด้วยใจจะขาด แต่ลูกชายคนเล็กของเธอดูจะชอบมารังแกตาหนูเหลือเกิน เธอจึงตัดปัญหาด้วยการพามาฝากไว้กับคนที่เธอไว้ใจที่สุด….




                 “คุณแม่ก็รู้ว่าผมไม่ค่อยมีเวลามาดูแลใคร…ผมไม่รู้ว่าจะดูแลเด็กคนนั้นได้ดีหรือเปล่า” เธอรู้อยู่แล้วว่าคำตอบของลูกชายจะเป็นแบบไหน…เพราะทำแต่งานไม่สนใจเรื่องรักใคร่ฉันท์ชู้สาว ด้วยเหตุผลที่ว่าการมีคนรักต้องผูกติดตัวเองไว้กับคนๆหนึ่ง ขาดอิสระ ทำงานได้ไม่เต็มที่ นายหัวบุรินทร์ผู้เป็นที่หมายปองของใครหลายคนถึงยังโสดมาจนทุกวันนี้…..เพราะดูแลเป็นแต่ลูกน้องในปกครอง ส่วนการดูแลหรือทะนุถนอมใคร อย่างเช่นการเลี้ยงเด็กที่อายุน้อยกว่าตัวเองไปได้รอบหนึ่ง คงไม่ใช่เรื่องที่เจ้าตัวคิดว่าจะทำมันได้ดีนัก ลูกชายของเธอย่อมไม่อยากรับคำขอร้องเป็นแน่ และเพราะเธอรู้ดี …จึงได้เตรียมการรับมือมาแล้ว



                “ถือว่าแม่ขอเถอะนะคะ น้องเป็นเด็กเลี้ยงดูง่าย แค่มีห้องนอนให้นอนมีหนังสือให้อ่านมีอาหารให้ทาน น้องก็อยู่ได้แล้วล่ะค่ะ นายหัวเป็นคนใจดี คงไม่อยากเห็นแม่หนักใจ และคงไม่อยากเห็นเด็กน้อยน่าสงสารคนหนึ่งถูกน้องชายตัวดีรังแกหรอกใช่ไหมคะ” แววตาของลูกชายเธออ่อนลง…เป็นสัญญาณว่าคำขอของเธอกำลังจะได้รับการตอบรับ


              “ก็ได้ครับ ผมจะดูแลเด็กคนนั้นให้เอง” 
.
.
.
              “ถึงแล้วครับนายแม่” มือเรียวยกขึ้นเกลี่ยผมตัวเองที่คลอเคลียอยู่ตรงแก้ม ก่อนจะกรอกเสียงรายงานไปยังปลายสาย


              “เสียดายที่แม่ต้องเลื่อนไฟลท์บินกระทันหันเลยไม่ได้ไปส่งหนูเลย” น้ำเสียงหงอยๆที่แสดงความรู้สึกเสียดายอย่างที่ปลายสายบอก ทำให้คนฟังยกยิ้มขึ้นมาบางๆ อย่างน่ารัก


            “ไม่เป็นไรครับนายแม่ คุณลุงคนรถมาส่งบีมถึงที่ด้วยความปลอดภัยดีครับ” 

           “แม่รู้จ้ะแต่ก็เสียดายอยู่ดี…เหมือนหนูจะลืมอะไรไปนะจ๊ะลูก” คำเอ่ยเตือนเชิงง้องอนของคุณหญิงแพรวพรรณ…บีมรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร…


            “ก็หนูอยากลองพูดเหมือนที่ฮันกับเคนพูดกับคุณพ่อคุณแม่บ้างนี่จ๊ะนายแม่” ปลายสายหลุดเสียงหัวเราะออกมาบ่งบอกว่าเธอนั้นอารมณ์ดีที่ได้คุยกับตาหนูของเธอแค่ไหน


            “ฝึกเอาไว้พูดกับนายหัวล่ะสิเรา จะพูดแบบนั้นก็ได้ ถ้าเราไม่รู้สึกขัดๆน่ะนะ” เขาโดนรู้ทันอีกแล้ว…ที่ลองพูดไปมันไม่ชินเลยสักนิด


             “อ่า แม่ต้องขึ้นเครื่องแล้ว ถ้าคนที่นั่นรังแกโทรมาฟ้องแม่ได้ทุกเวลานะลูก รักหนูนะ” สายตัดไปโดยที่บีมยังไม่ทันได้ตั้งตัว ใบหน้าเรียวส่ายไปมาด้วยรอยยิ้ม นายแม่ของเขาน่ารักและหวังดีต่อเขาเสมอ ….เธอเป็นผู้มีพระคุณที่ให้ชีวิตใหม่ คอยอบรมสั่งสอน คอยเลี้ยงดู ให้การศึกษา ให้ความรัก ทำให้เขามีชีวิตที่ดีอย่างทุกวันนี้…..ไม่ว่าเธอต้องการให้เขาทำอะไรบีมไม่เคยคิดจะขัดเลยเพราะทุกอย่างที่เธอร้องขอมันคือสิ่งที่เป็นผลดีต่อตัวเขาเองทั้งนั้น….แต่ครั้งนี้บีมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่……เมื่อได้พบหน้าคนที่พึ่งลงมาจากรถกระบะวิบากคันใหญ่…นายหัวบุรินทร์ที่เขาเคยได้เห็นเพียงแต่ภาพ ตอนนี้พอได้มาเจอตัวจริงก็รู้สึกกลัวแปลกๆ…สายตาดุๆกับใบหน้าที่ไปในทางเดียวกันมันทั้งน่ากลัวและน่าเกรงขามโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม...


                 “นายเป็นใคร” เนื้อตัวสั่นเทาเพียงแค่เสียงทุ้มถูกเอ่ยออกมา สะดุ้งจนรู้สึกว่าคงเสียมารยาทมากแน่ๆที่ทำท่าทางไม่เหมาะสมต่ออีกคน


                 “หนู…หนูชื่อบีมจ้ะ” เพราะความตกใจและกลัวจนทำอะไรไม่ถูกจึงเผลอหลุดเรียกแทนตัวเองเหมือนที่ใช้กับนายแม่ออกไป


                 “เด็กของคุณแม่สินะ” คนเป็นนายหัวพยักหน้ารับก่อนจะส่งสายตาสั่งให้เดินตามอีกคนเข้าบ้าน…บีมถึงได้กระชับกระเป๋าเป้แล้วเดินตามไป

                 “ป้าบัวครับ ช่วยพาเด็กของคุณแม่ไปที่ห้องพักหน่อยนะครับ ฝากดูแลด้วย ผมมีธุระ” มองตามคนที่ออกคำสั่งเสร็จแล้วเดินออกไปจนถูกเรียกสติคืนด้วยฝีมือคนที่นายหัวเรียกว่าป้าบัว….


                “นายหัวคงเข้ามาเอาเอกสารเฉยๆน่ะค่ะ เป็นปกติของคุณเขาที่วิ่งทำงานทั้งวัน อย่าถือสานายหัวเลยนะคะคุณหนู” บีมไม่ได้ถือสาหรือรู้สึกไม่ดีกับการกระทำเหมือนกับว่าเขาเป็นเพียงเด็กที่ถูกฝากแบบไม่เต็มใจดูแลนั้นสักเท่าไหร่เพราะรู้ทุกอย่างมาจากนายแม่แล้วเกี่ยวกับนิสัยใจคอและการใช้ชีวิตของนายหัว แต่ตอนนี้ที่เกรงใจคือสรรพนามที่ถูกเรียกนี่แหละ


                “คือ หนูไม่ได้ถือสาหรือรู้สึกไม่ดีหรอกจ้ะที่นายหัวรีบไปธุระ” อยากตบปากตัวเองเสียจริงที่หลุดสรรพนามแทนตัวเองแบบไม่ได้ตั้งใจอีกแล้ว พอคุยกับผู้ใหญ่ทีไร ห้ามไม่ได้ทุกทีเลย ฮึบ เอาใหม่


                “แต่ป้าบัวครับ อย่าเรียกบีมว่าคุณหนูเลยนะจ๊ะ เอ่อ นะครับ” คนแก่กว่าหัวเราะออกมาแล้วมองตาหนูของผู้เป็นแม่ของเจ้านายด้วยความเอ็นดู


              “ป้าไม่เรียกคุณหนูก็ได้ค่ะ แต่คุณก็ต้องแลกเปลี่ยนกับป้าด้วยการพูดกับป้าตามที่ถนัด ตกลงไหมคะ” 


               “ตกลงจ้ะ” ริมฝีปากอวบอิ่มเผยรอยยิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนที่คุณป้าบัวจะพาเจ้าตัวไปยังห้องพักที่จัดไว้….โดยมีสายตาคู่หนึ่งมองตามไปจนสุดสายตา….

.
.
.
                “ทำอะไรน่ะ” เสียงเอ่ยทักที่มาแบบไม่มีสัญญาณเตือนทำให้ร่างโปร่งบางที่นั่งอ่านหนังสืออยู่สะดุ้งตกใจจนหนังสือแทบร่วงลงจากมือ

               “นายหัว…คือ หนูอ่านหนังสืออยู่จ้ะ” ท่าทางตื่นกลัวของคนพูดทำให้นายหัวต้องกดยิ้มเอาไว้…เด็กอะไรทำไมดูเด๋อๆด๋าๆขนาดนี้


             “ทำไมไม่ทานข้าว” ความจริงมันไม่ใช่ธุระอะไรที่บุรินทร์ต้องเข้ามาถามเจ้าเด็กคนนี้เลยสักนิด เพียงแต่พอคิดไปถึงว่าถ้าแม่ของเขาว่าเขาปล่อยให้ตาหนูของเธอรอทานข้าวแล้วไปเข้ามาเรียก คงได้โดนงอนและโดนบ่นจนหูชาแน่ๆ เขาถึงต้องมาหาเด็กนี่ที่สวนหลังบ้านในตอนนี้


             “ก็นายหัวยังไม่ได้กลับมาทาน หนูเป็นแค่คนอาศัยจะทานก่อนนายหัวได้ยังไงล่ะจ๊ะ อีกอย่างหนูขอกินแยกที่ห้องครัวแล้วแต่คุณแม่บ้านเขาไม่ยอมจะจัดให้กินที่โต๊ะใหญ่อย่างเดียวหนูเลยรอนายหัวกลับมาก่อน” ตกลงคือไม่ได้รอทานพร้อมเขาเหมือนที่บอกประโยคแรกสินะแต่แค่เกรงใจกับการกินบนโต๊ะทานข้าวใหญ่ เด็กน้อยจริงๆ…


             “งั้นก็ไปทานได้แล้ว ป้าบัวจัดโต๊ะรอแล้ว” บุรินทร์เดินนำออกมาก่อนจะพรึมพรำกับตัวเองเบาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบนใบหน้าของนายหัวหน้าดุที่คนอื่นๆคุ้นเคยนัก


            “เด็กผู้ชายบ้าอะไรแทนตัวเองว่าหนู กับพูดจาจ้ะจ๋า” มันก็ไม่ได้ฟังดูแย่สักเท่าไหร่หรอก…ก็น่ารักดี
.
.
.
             นายหัวเดินไปโดยไม่หันกลับมามองตาหนูของผู้เป็นแม่เลยสักนิด ใบหน้าน่ารักกำลังนิ่งสนิท ตาใสถูกเคลือบไปด้วยน้ำตา...

             "ไหนนายแม่กับป้าบัวบอกว่าถ้าเป็นตัวของตัวเองมันจะดีที่สุดไง ไม่เห็นจะดีเลย" ไม่เอาแล้วจะไม่พูดจ๊ะจ๋าให้นายหัวได้ยินอีกแล้ว

.

.
             บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็นไปอย่างนิ่งเงียบ...จนคนเด็กกว่าเอ่ยขอตัวขึ้นห้องไปนอน 

            "นายหัวคะ ป้าขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ" หลังจากที่ผู้เป็นนายลุกออกจากโต๊ะอาหารย้ายมานั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ป้าแม่บ้านที่นำน้ำเข้ามาให้จึงถามขึ้น


             "ได้สิครับป้าบัว" 

            "ตอนที่นายหัวไปตามหนูบีมมาทานข้าว นายหัวได้เผลอพูดอะไรดุๆ หรือเผลอทำอะไรให้แกกลัวหรือเปล่าคะ" คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ฟังคำถาม...ความจริงบุรินทร์ก็รู้สึกสงสัยเหมือนกันนั่นแหละ ว่าทำไมตั้งแต่เดินเข้ามาเด็กน้อยที่มีท่าทีนอบน้อม ว่าง่ายยิ้มง่ายถึงได้ดูอึมครึมนัก แถมตายังดูแดงๆด้วย แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรไม่ดีนี่นา

       
             "ไม่นี่ครับ" เขาคิดไม่ออกจริงๆ


             "แปลกจัง เมื่อตอนกลางวันกินข้าวเสร็จอ้อนป้าว่าจะล้างจานพอป้าไม่ให้ทำแกก็ขอทำตอนเย็น แถมยังบอกด้วยว่าถ้าป้าไม่ยอมจะอ้อนจนกว่าป้าจะยอม ทำไมพอเย็นมาถึงได้เดินหงอยขึ้นไปแบบนั้น ทั้งๆที่อยู่ด้วยกันมาทั้งวัน หนูบีมดูเป็นเด็กยิ้มง่าย สดใส ตลอดเวลา ... ป้าว่ามันไม่ค่อยปกติน่ะค่ะ" 

            "ถ้าอย่างนั้น ป้าขอไปดูแกก่อนนะคะ ถ้านายหัวอยากได้อะไรเพิ่มเรียกตาส่งได้เลยค่ะ" 



           "ไม่เป็นไรครับ ผมจะขึ้นไปอาบน้ำพอดี เดี๋ยวแวะดูแกให้ ป้าไปพักเถอะครับ" ร่างกายกำยำก้าวเดินขึ้นไปบนบันไดอย่างเร่งรีบ เขาคิดตามที่ป้าบัวพูดจนจบ เด็กคนนั้นแปลกไปจริงๆนั่นแหละ ทั้งจากที่ได้เห็นเอง และจากการฟังคุณแม่มา มันแปลกไปจริงๆ 


           "ก๊อกๆ" เคาะประตูห้องพอเป็นพิธีก่อนจะเปิดเข้าไปเมื่อมันไม่ได้ล็อค "ฉันเข้าไปนะ"

             เดินเข้าห้องของอีกคนมาก็ไม่เจอใครจนได้ยินเสียงบิดล็อคประตูห้องน้ำถึงได้เจอเจ้าของห้องที่ยืนนิ่งค้างมองเขาอยู่

           "นายหัวมีอะไรรึเปล่าครับ" เสียงไม่สั่นเหมือนครั้งที่คุยกันก่อนหน้านี้ คำลงท้ายก็แปลกไปด้วย..มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ..

           "ป้าบัวห่วงเธอน่ะ เธอเป็นอะไรรึเปล่า" ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไม่เรียกแทนเด็กคนนี้ว่านาย เขาเพียงแค่คิดว่าคำว่าเธอมันเหมาะกว่าก็เท่านั้น


           "เปล่าครับ ผมสบายดี" กริยาท่าทางที่ดูขัดๆ บวกกับใบหน้าที่ไม่สดใสนั่นดูไม่เข้ากับเด็กนี่เลย

           "ทำไมไม่พูดแบบที่ถนัดล่ะ ไม่อึดอัดหรือไง" คนถูกถามเงยหน้ามามองเขาด้วยตาแดงๆ กับสายตาค้อนๆ จนบุรินทร์รู้สึกทำตัวไม่ถูก... นี่เผลอไปทำอะไรให้เด็กมันงอนรึเปล่าวะเนี่ย..


           "ก็นายหัวพูดเองนี่ครับว่า เด็กผู้ชายบ้าอะไรแทนตัวเองว่าหนู กับพูดจาจ้ะจ๋า ผมก็เลยไม่พูด" ใครจะไปคิดว่าอีกคนจะได้ยิน แถมได้ยินมาแบบจำได้เป๊ะๆด้วยอย่างนี้

   
           "ใช่ฉันพูดแต่ฉันยังพูดไม่หมด...ฉันไม่ได้ว่าอะไรถ้าเธอจะใช้คำพวกนั้น เพราะมันก็น่ารักดี" มองแก้มกลมที่ขึ้นสี บุรินทร์ก็เผยรอยยิ้มกว้างออกมาและดูเหมือนรอยยิ้มของเขาจะทำให้เด็กนี่ทำอะไรไม่ค่อยถูก สายตาเลิ่กลั่ก.  ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งหนีเข้าห้องน้ำไป



            "ผมจะอาบน้ำแล้ว" บุรินทร์หลุดขำออกมาเมื่อคนที่วิ่งหนีเข้าห้องน้ำตะโกนออกมาบอก ...เป็นเชิงมีนัยว่า นายหัวอย่างเขาควรออกไปได้แล้ว ...


            "ถ้านายไม่กลับมาพูดแบบที่ถนัดฉันก็จะไม่ออกไป" วันนี้เขารู้สึกอารมณ์ดี...ขอแกล้งเด็กหน่อยแล้วกัน

   

            "นายหัวจ๋า หนูจะอาบน้ำนอนแล้ว นายหัวก็กลับห้องไปอาบน้ำได้แล้วจ้ะ" นึกว่าจะไม่ยอมพูดง่ายๆ พอได้ฟังตามที่ยื่นข้อเสนอไป ขาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแสนแข็งแรงจึงก้าวออกจากห้อง...แต่ก็ถูกรั้งไว้ด้วยเสียงใสๆของคนที่เป็นเจ้าของห้องชั่วคราวเสียก่อน...


             "นายหัว...ฝันดีนะจ๊ะ" หันกลับไปมองก็ทันได้เห็นแก้มขาวๆที่ยังไม่หายจากการมีเลือดฝาดโผล่ออกมาจากขอบประตูห้องน้ำ พอได้สบตากับเขาเจ้าเด็กน้อยก็รีบมุดกลับเข้าไปในห้องน้ำอย่างเดิม...


            แค่วันแรกก็ก่อเรื่องซะแล้วสิ....เจ้าเด็กนั่นทำให้นายหัวอย่างบุรินทร์ยิ้มจนคิดว่าตัวเองเมายากันยุงไปเสียแล้ว...
.
.
.
.
.
              "พักสายตาเสียบ้างเถอะ ป้าบัวบอกว่าเธออ่านมันมาตั้งแต่เช้า พักกินข้าวเที่ยงก็ทานน้อย แล้วกลับมาอ่านต่อ นี่ก็ดึกแล้ว มันจะทำให้สายตาเธอเสียและท้องเธอปวดเอานะ" เข้าสู่สัปดาห์ที่สองที่บ้านของบุรินทร์มีตาหนูของคุณแม่มาอยู่ด้วย ทำให้บุรินทร์ได้รู้ว่าตาหนูคนดีของแม่ตัวเองนั้นเป็นเด็กดื้อเงียบขนาดไหน ไม่ดื้อกับใครดื้อแต่กับเขาเนี่ย..   

        
             "หนูรอนายหัวกลับมาทานข้าวเย็นด้วยนี่จ๊ะ อีกอย่างนายหัวไม่ยอมให้หนูไปทำงานที่เกาะด้วย ป้าบัวก็ไม่ยอมให้หนูทำงานบ้าน หนูเลยมาอ่านหนังสือแทน" เด็กนี่จะรู้บ้างไหมว่าบนเกาะน่ะมันไม่ได้สะดวกสบาย เนื่องจากเป็นเกาะที่พึ่งประมูลมาได้ เขาเลยต้องเข้าไปตรวจดูพื้นที่เพื่อวางแผนสร้างบ้านตามที่คุณหญิงแม่โทรมาสั่งเพราะอยากได้บ้านพักตากอากาศน่ะ มีแต่ป่ากับหิน ใครจะยอมให้ตามไปด้วยกัน ส่วนงานบ้านนี่ก็อยากทำจะแย่งงานแม่บ้านเขากันรึไง เป็นเด็กประหลาดอยู่สบายๆก็ไม่ชอบ พอลองแอบฟ้องแม่ตัวเอง แม่ก็บอกว่าเขาใส่ร้ายตาหนูคนดีของเธออีก ขอความยุติธรรมให้นายหัวอย่างเขาหน่อยเถอะ....
           


               "แล้วก็ฉันบอกไปแล้วไง ว่างานของฉันมันทำให้ฉันกลับบ้านไม่เป็นเวลา ให้เธอกินข้าวอาบน้ำเข้านอนได้เลยไม่ต้องรอ ไม่ต้องกลัวเสียมารยาทหรือเกรงใจ เพราะฉันอนุญาตแล้ว" เด็กน้อยส่ายหน้าให้กับเขาเบาๆก่อนจะเอ่ยบอกประโยคหนึ่งกับเขาแล้วถือหนังสือเข้าบ้านไป


              "หนูไม่ได้กลัวหรือเกรงใจ แต่...หนูอยากรอนายหัวกลับมากินข้าวด้วยกัน...และที่หนูไม่นอนก่อนก็เพราะหนูแค่อยากมั่นใจว่านายหัวกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้วเท่านั้นเองจ้ะ" เหมือนว่าตาหนูของคุณแม่จะสร้างงานให้บุรินทร์เพิ่มอีกหนึ่งอย่าง...ไอ้หัวใจที่มันเต้นอย่างบ้าคลั่งจนควบคุมแทบไม่ได้เนี่ย....เขาผ่านชีวิตมามาก เรื่องความรักก็เคยผ่านมาทำไมจะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกอะไร


                จากคนที่เคยทำแต่งานจนเสียผู้หญิงที่เคยรักไป...ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองต้องรีบกลับจากงานเพื่อให้เวลากับใครคนไหน...ในตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าอยากจะลองแบ่งเวลาเพื่อใครสักคนดูบ้าง .... อยากจะรีบกลับบ้านเพราะรู้ว่ามีใครอีกคนรออยู่. ...

                เหมือนว่าบุรินทร์จะตกหลุมรักเด็กคนนั้นเข้าแล้วอย่างเต็มเปา...เด็กที่มีอายุเท่ากับครึ่งหนึ่งของอายุเขา ....คิดไปคิดมา...ก็รู้สึกว่าตัวเองเห็นคุกอยู่ลางๆ
.
.
.
.
               "นายหัวครับมีคนเอาปิ่นโตมาส่งครับ" ตาที่กำลังไล่ตรวจแฟ้มงานละออกมามองลูกน้องที่เดินมาแจ้งด้วยสายตากรุ้มกริ่ม...ปกติป้าบัวกับตาส่งเอามาให้ก็ไม่เห็นมันทำหน้าทำตาแบบนี้ ...ไม่มาแจ้งเสียด้วยซ้ำ


             "ให้เอาไว้ในออฟฟิสนั่นเหมือนเดิมนั่นแหละ" 



              "นายหัวจะไม่ไปรับด้วยตัวเองจริงๆเหรอครับ เห็นว่าคนเอามาส่งตั้งใจมากินข้าวกลางวันกับนายหัวเลยนะ" สิ้นคำนั้นบุรินทร์ก็ยื่นแฟ้มให้ลูกน้องตัวเองจัดการต่อ ขารีบก้าวย่างไปยังออฟฟิสของตัวเองทันที เมื่อเดินมาถึงก็เห็นตาหนูของแม่กำลังนั่งคุยกับแม่บ้านประจำออฟฟิสด้วยรอยยิ้มร่าเริง ...พอหันมาเจอเขารอยยิ้มบนใบหน้าขาวเนียนนั่นก็กว้างขึ้นจนตาตี่ๆปิดลง...เขาต้องกลั้นแทบตายเพื่อไม่ให้เผลอยิ้มกว้างๆตอบกลับไป



               "ป้าขอตัวก่อนนะคะ" แม่บ้านวัยสี่สิบห้ารู้สึกว่าตัวเองไม่ควรอยู่ในบรรยากาศที่ดูฟุ้งไปด้วยความรู้สึกละมุนบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นนายหัวของเธอมี เธอจึงเลือกหลีกเลี่ยงออกไปเพื่อให้เวลาส่วนตัวกับผู้เป็นนาย




              "มาได้ยังไง" เอ่ยถามออกไปเมื่อนั่งลงตรงข้ามกับเด็กตัวขาว


              "ปั่นจักรยานมาจ้ะ ป้าบัวบอกทางมา ไม่ต้องไปดุป้าบัวด้วย หนูแค่อยากมากินข้าวกับนายหัว" แล้วพูดออกมาด้วยสายตาแป๋วๆแบบนั้น ใครจะไปว่าลง



         .     "ไม่ดุหรอก รู้ว่าคนแก่แพ้ลูกอ้อนเด็ก" ตั้งใจจะแหย่ให้หน้างอง้ำแล้วค่อยแกล้งเล่นต่อ แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาเหมือนจะทำให้เด็กนี่รู้ทัน



              "แล้วนายหัวไม่แพ้ลูกอ้อนของเด็กแบบหนูหรอกเหรอจ๊ะ" อยากจะบอกตรงนี้เลยว่าไม่. ..ไม่แพ้จะรู้สึกว่าไอเป็นคุกอย่างทุกวันนี้เหรอ



              "แพ้...แพ้จนต้องแอบเข้าไปหอมแก้มบอกราตรีสวัสดิ์เด็กที่แกล้งหลับทุกๆคืนนั่นแหละ" นายหัวบุรินทร์วาดยิ้มกว้างเมื่อเห็นเด็กน้อยเขินจนรีบจัดแจงเอาอาหารออกจากปิ่นโตด้วยความเลิ่กลั่ก



              "กินข้าวกันดีกว่านะจ๊ะ หนูหิวแล้ว" เปลี่ยนเรื่องอีก เขาจะตามใจไม่แกล้งต่อแล้วกัน
.
.
.
.
                "ครื่น เปรี้ยง!!!" 
   
                "คืนนี้คงต้องค้างที่นี่แล้วล่ะ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมาเมื่อสังเกตุการณ์สภาพอากาศและพายุฝนเสร็จ ตั้งแต่กินข้าวเสร็จ ตาหนูคนดีของคุณหญิงแพรพรรณก็ขออยู่ต่อศึกษาที่ทำงานของนายหัวบุรินทร์จนเกือบครบทุกกิจการ ซึ่งคนเป็นไกด์พาทัวร์ก็คือเขาเอง ...จะให้คนอื่นพาไปก็ดูไม่น่าไว้วางใจ...ที่จริงก็หวงนั่นแหละถึงจะเป็นเด็กผู้ชายแต่นิสัยน่ารักคนงานพากันมองจนจะพรุน บุรินทร์เลยต้องตามคุมเอง และที่สุดท้ายก็คือเกาะที่กำลังสร้างบ้านพักของแม่ซึ่งเขาต้องขึ้นมาดูงานด้วยตัวเอง เดินดูงานยังไม่ทันเสร็จดี ฟ้าจากที่สว่าง และเจิดจ้าไปด้วยแสงแดดกลับอึมครึม ก่อนที่ฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก มันคือฝนกับพายุหลงฤดูที่มีความรุนแรงอยู่พอตัว ทำให้ไม่สามารถขึ้นเรือกลับเข้าฝั่งได้



                "อยู่ได้ใช่ไหม" มองเด็กน้อยที่นั่งสั่นอยู่เพราะเปียกฝนด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากพึ่งปรับพื้นที่ให้เหมาะแก่การสร้างบ้าน บ้านพักจึงมีแต่โครงเหล็กที่ขึ้นไว้ ที่พักที่เหลือจึงเป็นกระท่อมที่กันแดดกันฝนและนอนได้ ซึ่งบุรินทร์ให้คนงานทำเอาไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินเช่นวันนี้ ส่วนของคนงานนั้นตั้งเป็นแคมป์แยกออกไปอีกฝั่งหนึ่ง 



                "หนูอยู่ได้จ้ะ" ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มออกมาทั้งที่ตัวยังสั่นเทาด้วยความหนาวอยู่ คงต้องพาไปอาบน้ำเสียแล้วสิ




              "นายหัวคะ เสื้อผ้าได้แล้วค่ะ" คนงานวิ่งเอาเสื้อผ้ามาให้ตามที่บุรินทร์ขอไว้


              
               "ขอบใจมากกลับไปพักเถอะ" เมื่อคนงานกลับไปแล้ว เขาจึงพาเด็กน้อยไปอาบน้ำ มันแย่หน่อยที่เขาหวงเลยไม่พาไปอาบรวมที่ห้องอาบน้ำรวมของคนงาน แต่พามาอาบห้องแยกซึ่งอยู่ใกล้กับกระท่อมที่ไฟเสียแทน เขาเลยต้องมายืนหันหลังถือไฟส่องให้เด็กน้อยอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำอย่างเช่นตอนนี้



                "นายหัว...คือหนูมีเรื่องอยากรบกวน" แรงสะกิดที่ต้นแขนกับเสียงเรียกทำให้บุรินทร์ต้องหันกลับไปหาเด็กน้อยที่อาบน้ำอยู่ด้านหลัง พอหันไปก็แทบอยากหันกลับมันซะเดี๋ยวนั้น ....กลัวตบะแตกหน้ามืดปล้ำเด็กเข้า...ยอมรับว่าดูหื่นกามแต่ลองคิดภาพตามดูนะ ร่างกายขาวเนียนที่มีสิ่งปกปิดเพียงอย่างเดียวคือผ้าขนหนูผืนขนาดพอดีที่ช่วงกลางลำตัว ทำให้เห็นแผ่นอกกับยอดอกสีมพูสวย ไหนจะขาเรียวสวยนั่นอีก คิดดีไม่ได้เลย

  


               "มีอะไรล่ะ" พยายามข่มความรู้สึกหื่นกามของตัวเองเอาไว้ ทั้งๆที่มันก็ยากอยู่พอตัว คนบ้างานอย่างเขาไม่มีเวลาได้ไปหิ้วใครมาปลดปล่อยนักหรอก บวกกับนิสัยส่วนตัวที่ไม่ค่อยอยากเทคแคร์ใครที่ไม่สำคัญต่อชีวิต ทำให้ดขาไม่ได้มีเซ็กส์มานานจนคิดว่าตัวเองตายด้านไปแล้ว เพราะขนาดเจอนางแบบสวยๆมาอ่อยตอนงานจัดเลี้ยงที่โรงแรมเขายังเฉยๆเลย แต่ตอนนี้...เรียกได้ว่าตื่นทั้งใจทั้งน้องชายของตัวเองแล้ว 



                "คือไอ้นี่มันใส่ยังไงเหรอจ๊ะ" มือเรียวยกผ้าโสร่งขึ้นมาให้เขาดู พร้อมกับสายตาสงสัย

                "ยกแขนขึ้นเดี๋ยวฉันใส่ให้" ไม่รู้ว่าโชคร้ายหรือโชคดีที่พอเด็กน้อยยกแขนขึ้นผ้าขนหนูซึ่งอาจไม่ได้รับการผูกที่แน่นพอก็ล่วงหล่นลงสู่พื้นทำให้ร่างกายโปร่งบางเปลือยเปล่า เจ้าของเรือนร่างยืนตกใจจนนิ่งค้าง ส่วนบุรินทร์ก็ได้แต่ยืนนิ่งค้างเช่นกันไม่ใช่เพราะตกใจแต่อารมณ์กามกำลังปะทุจนหาอะไรมาดับไม่ได้นอกจากการปลดปล่อย


                 "เธอใส่เสื้อรอไปก่อนนะฉันขอตัวไปทำธุระเดี๋ยว" หันหลังกลับเตรียมเดินออกจากห้องอาบน้ำไปหาที่ทำกิจกรรมส่วนตัวเพื่อปลดปล่อยแขนก็ถูกรั้งด้วยมือนุ่มๆของเด็กตัวขาวเสียก่อน



                "นายหัวจะไปไหนจ๊ะ" เด็กตัวขาวที่ลืมว่าตัวเองร่างกายเปลือยเปล่า เอ่ยถามเขาออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีแววกังวลคงเพราะความกลัวที่ต้องอยู่คนเดียวนั่น...บุรินทร์อยากจะบอกเหลือเกินว่านาทีนี้ไม่มีอะไรอันตรายต่อเจ้าตัวเท่าตัวของเขาเองอีกแล้ว




                "ฉันขอไปทำธุระส่วนตัว ไม่ไกลหรอก เธอจะไม่คลาดสายตาฉัน ไม่ต้องกลัว" มือที่รั้งแขนของบุรินทร์ไว้กระชับแน่นขึ้น


    


               "ถ้าหมายถึงตรงนี้...ให้หนูช่วยก็ได้นะจ๊ะ อย่าไปเลยหนูกลัว" นิ้วเรียวชี้มายังเป้ากางเกงที่โป่งนูนของนายหัว มันไม่ใช่ท่าทีของคนที่ดูช่ำชอง หากแต่เป็นเพียงเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ยอมแลกทุกอย่างเพราะความกลัว…มือสั่นกับตัวสั่นขนาดนั้น ใครจะไปให้ช่วยลง 


            ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะจัดการนุ่งผ้าโสร่งให้อีกคนแต่เจ้าตัวเหมือนจะไม่ยอมให้ความร่วมมือ


           “นายหัวรังเกียจที่จะให้หนูช่วยเหรอจ๊ะ….” คิดได้ยังไงกันนะ “หนูขอโทษ…” ดวงตาหลุบต่ำลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา …ทั้งน่าสงสาร น่าเอ็นดู และน่าพาขึ้นเตียงในเวลาเดียวกัน


            “ฉันไม่ได้รังเกียจเธอ…” เชยคางให้อีกคนเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับเขา “ฉันแค่กลัวจะห้ามใจตัวเองไว้ไม่อยู่ แล้วเผลอทำร้ายเธอ” 


           “หนูยอม…ถ้าเป็นนายหัว ถึงหนูจะไม่เคยนอนกับใคร แต่หนูก็รู้ว่าถ้ามีอารมณ์มันจะอึดอัดและทรมาน…หนูไม่อยากให้นายหัวทรมาน” ไปเอาคำพูดกับการช้อนสายตาชวนตบะแตกอย่างนี้มาจากไหนกันนะ


           “มันจะทำให้เธอไม่บริสุทธิ์อีกต่อไปนะ…เธอยังเด็ก ยังต้องโตไปข้างหน้า มีชีวิตและอนาคตที่สดใสรอเธออยู่ เธออาจจะอยากสร้างครอบครัวกับผู้หญิงดีๆสักคน ถ้าเธอช่วยฉัน …ถ้าเธอยอมให้ฉันทำลายความบริสุทธ์ของเธอ มันอาจเป็นรอยดำในความทรงจำที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ดีในอนาคต…และอาจพรากความสุขของเธอไป” ถึงบุรินทร์จะอยากขย้ำตาหนูของแม่มากแค่ไหน….ถึงความจริงแล้วเขาจะรักอีกคนมากเท่าใด แต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะรั้งหรืออยากครอบครองเด็กดีๆ อย่างบีมเอาไว้กับคนแก่ๆอย่างเขา

            “หนูมีรอยดำในใจตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าตัวเองจะถูกขาย…ชีวิตหนูดีขึ้นมาได้เพราะนายแม่ และหนูได้เรียนรู้ว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไรตอนที่ได้มาอยู่กับนายหัว…หนูรู้จ้ะว่าหนูไม่มีค่ามากพอที่จะขออะไรนายหัวได้…แต่อีกแค่ไม่กี่วันหนูก็ต้องกลับไปอยู่กับนายแม่แล้ว…ขอให้หนูได้ทำอะไรเพื่อคนที่หนูมีความสุขที่ได้อยู่ด้วยสักครั้งได้ไหมจ๊ะ…หนูจะไม่เรียกร้องหรือขอให้นายหัวมารับผิดชอบ หนูสัญญา” เด็กนี่จะรู้ไหมนะว่าตัวเองน่ะสำคัญกับเขามากแค่ไหน



            “อย่าพูดว่าตัวเองไม่มีค่า…เธอรู้เอาไว้นะว่าเธอน่ะมีค่ามากสำหรับฉัน” ไล้มือไปบนแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม 
            “ถ้าเธอยืนยันที่จะช่วยฉัน…ฉันก็ยืนยัน…ว่าฉันจะรับผิดชอบเธอเอง…” ประกบจูบลงบนปากอิ่มกอดรั้งเอวบางไว้ด้วยสองแขน คนในอ้อมกอดพยายามจูบตอบด้วยความไม่ประสาช่างน่ารักจนบุรินทร์ต้องให้รางวัลด้วยการป้อนจูบที่ลึกซึ้งมากกว่าเดิมไปให้ มือแกร่งย้ายออกมาถอดกางเกงกับชั้นในที่ใส่อยู่ออก ก่อนจะจับมือเรียวขอเด็กน้อยมาสัมผัสกับความแข็งขืนของตัวเอง 


             เด็กน้อยหยุดชะงักด้วยความประหม่าสายตาหยาดเยิ้มมองมาที่บุรินทร์ด้วยความเขินอาย น่าเอ็นดู จนเขาทนไม่ไหว อารมณ์พุ่งสูงจนลืมที่จะอ่อนโยนกับเด็กน้อยตรงหน้า จับขาเรียวขึ้นมาพาดไว้ที่เอวก่อนจะสอดใส่ท่อนเอ็นที่พองโตเข้าไปในช่องทางแสนคับแคบและบริสุทธิ์ ฟันคมของผู้ถูกกระทำขบกัดที่ริมฝีปากของบุรินทร์จนได้กลิ่นคาวเลือด แขนแกร่งถูกจิกด้วยเล็บของคนเด็กกว่าเพื่อระบายให้เขารู้ว่าเด็กน้อยที่กำลังตกเป็นของเขาอยู่ในตอนนี้ รู้สึกเจ็บจากการสอดใส่มากเพียงใด


              “ขอโทษนะ ฉันอดใจไม่ไหวจริงๆ” ผละจูบออกมาแล้วไล้จมูกไปบนแก้มนุ่มเพื่อปลอบโยนอีกคน…..เขารู้สึกผิดที่ไม่อ่อนโยนกับน้องจนน้องร้องไห้


             “ฮึก หนูขอโทษที่กัดปากนายหัว แต่หนูเจ็บ”
            “นายหัวจ๋า หนูเจ็บ” ความรู้สึกผิดกำลังถูกกามอารมณ์กลืนกิน…เสียงร้องกับน้ำตามันน่าสงสารมากก็จริง…แต่ในเวลานี้มันก็ทำให้เด็กน้อยตัวขาวน่าขย้ำมากเช่นกัน…


            “อดทนหน่อยนะเดี๋ยวมันจะดีเอง” งับใบหูขาว ไล้เลียดูดดุนต้นคอเนียนสวยเพื่อให้เด็กน้อยคล้อยตามก่อนจะลากปากกลับไปประกบจูบบนปากอวบอิ่มของเจ้าตัวอีกครั้งเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากแรงกระแทกด้านล่างที่เขาเริ่มจู่โจม เสียงอื้ออึงในลำคอกับแรงตอดรัดจากช่องทางแสนหวานทำให้บุรินทร์ถาโถมตัวเข้าใส่เด็กน้อยในอ้อมกอดอย่างร้อนแรง


          ค่ำคืนที่พายุฝนโหมกระหน่ำท่วงทำนองรักแสนหนักหน่วงของนายหัวกับเด็กตัวขาวก็ดำเนินมาจนถึงหยาดฝนเม็ดสุดท้ายล่วงหล่น เสียงร้องครางอย่างสุขสมดังคลอเคล้าไปกับเสียงของเม็ดฝนตกกระทบสู่พื้นหลังคา….

.
.
.
          “อื้อ นายหัว อย่ากวนหนู” ยามเช้าที่แดดสาดส่องนายหัวบุรินทร์ผู้ที่ตื่นก่อนคนในอ้อมกอดจึงหาเรื่องแหย่เมียเด็กทางพฤตินัยหมาดๆของตัวเองด้วยการแกล้งงับใบหูและลำคอขาวของเจ้าตัว จนโดนมือเรียวตีป้าปเข้าให้ที่กลางอก


          “ตื่นได้แล้วค่ะ เด็กดี ต้องกลับเข้าฝั่งแล้วนะ” กระซิบที่ข้างหู เด็กน้อยลืมตากลมมามองเขาด้วยสายตาฉ่ำปรือ เข้าใจว่าพึ่งตื่นและตัวรุมๆเหมือนจะเป็นไข้….แต่การมองมาแบบนี้มันชักจะทำให้บุรินทร์อยากกอดเมียเด็กแรงๆอีกสักที


          “ไม่ต้องมามองหนูแบบนี้เลยนะจ๊ะ ฮือ นายหัวจ๋าหนูปวดหัว ปวดตัวจัง” ว่ากันว่าคนป่วยแถมพึ่งตื่นจะอารมณ์อ่อนไหวเป็นพิเศษ…มันไม่ได้น่ารำคาญหรอกนะครับ น่ารักน่ากดมากกว่า



          “เดี๋ยวกลับเข้าฝั่งพี่จะให้คนตามหมอมาให้นะคะ” สรรพนามใหม่ที่ถูกใช้เรียกแทนส่งผลให้เจ้าเด็กตัวขาวหน้าเห่อร้อนยิ่งกว่าเดิมก่อนที่เจ้าตัวจะมุดอยู่กับอกของเขา


          “เขินอะไรคะ ที่เมื่อคืนยังเรียกพี่จ๊ะพี่จ๋าอยู่เลย” เรียกจนเขาหน้ามืดกระแทกเอาๆจนลืมเหนื่อย….


          “ฮื้อ พี่จ๋าอย่าล้อหนู” นั่นไงหลุดพูดออกมาจนได้ น่ารักจริงๆเลยเมียเด็กของนายหัวบุนรินทร์เนี่ย


         “อยากมาเรียนโรงเรียนอินเตอร์ที่นี่ไหมหืม” เด็กน้อยเงยหน้ามามองเขาอย่างสงสัย


        “จ๊ะ?” คำถามของบุรินทร์อาจจะยังไม่ชัดเจนพอ..


         “อยากมาอยู่ที่นี่ด้วยกันรึเปล่า” และครั้งนี้เขาคิดว่ามันชัดเจนพอที่อีกคนจะเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อได้…เขาคิดดีแล้วว่าบ้านของเขาต้องการนายหญิง…และเขายินดีให้ตำแหน่งนั้นกับคนในอ้อมกอดของเขา


         “นายหัว…”


        “ไม่มีนายหัวสำหรับเราอีกแล้ว จะมีแต่พี่จ๋าของหนู ถึงพี่จะแก่แล้วแต่เรื่องทำลูกพี่ไม่แพ้ใครแน่นอน ให้รอจนกว่าหนูจะจบปริญญาเลยก็ได้ แต่มาอยู่ด้วยกันที่นี่นะคะ” จูบขมับของเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน…เด็กน้อยของเขาร้องไห้อีกแล้วสิ


         “ขอบคุณนะจ๊ะที่เมตตาหนู…นายหัวไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบก็ได้จ้ะ หนูบอกแล้วว่าหนูจะไม่เรียกร้อง แค่นี้หนูก็มีความสุขมากแล้ว” เหมือนเจ้าตัวจะไม่เข้าใจในความรู้สึกของบุรินทร์เอาซะเลย


       “พี่ไม่ได้ทำแค่เพียงเพราะความรับผิดชอบ…พี่บอกหนูว่ายังไงคะ หนูน่ะสำคัญกับพี่มากนะ” 

      “อีกเหตุผลที่พี่อยากให้หนูมาอยู่ด้วยก็คือพี่รักหนู” สายตาแห่งความตื้นตันใจกับความรู้สึกลึกซึ้งที่ท่วมท้นมันแสดงออกมาให้บุรินทร์ได้เห็นว่าคำว่ารักของเขามีค่ากับหัวใจของเด็กน้อยในอ้อมกอดมากแค่ไหน




        “มาอยู่ด้วยกันนะคะ ส่วนคุณแม่ พี่จะไปขอเรากับท่านด้วยตัวพี่เอง” ลูบผมนุ่มด้วยความรักและเอ็นดู

        “จ้ะ หนูจะมาอยู่กับพี่จ๋า” คำตอบรับจากเด็กน้อยที่กลับไปมุดหน้าบนอกของบุรินทร์มันสร้างรอยยิ้มและความสุขให้เกิดขึ้นภายในหัวใจของคนทั้งสองคนพร้อมๆกัน…



        ถ้าคิดที่จะรักจงอย่ากลัว…แม้กระทั่งเรื่องชนชั้นฐานะ หรืออายุ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นแค่ส่วนประกอบของการดำเนินชีวิต…แต่มันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญสำหรับหัวใจ…


       เพราะความรักเกิดขึ้นที่ใจของคนสองคน....จงรักอย่างที่ใจอยากจะรัก

      ถึงจะต้องกังวลเพราะเสี่ยงคุกมากก็ตามที…

       

         





       


 


.......................................................................................................................

NC เล็กน้อยจึงไม่ลงในบล็อก 
ได้โปรดอย่ากดแบน ถ้าอยากให้ซ่อนหรือแก้ไขบอกไรท์โดยตรงเถิด
มันแก้แบนยากเด้อค่ะเด้อ ToT ด้วยรัก

.


ไอดังคุก ฝากซื้อผัดไทยกับโอเลี้ยงมาฝากไรท์กับนายหัวด้วยนะคะ ToT








               


  


               

           






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #1707 zatomi (@luciferded) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 08:45
    ไอคุกๆเลยยย 555
    #1707
    0
  2. #1657 Mlnmint (@Mlnmint) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 14:33
    ระวังเดินออกมาหน้าบ้านเเล้วเจอคุกเด้อ555
    #1657
    0
  3. #1520 KK9538 (@KK9538) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 09:35
    นายหัวอยากกินอะไรไหนบอกสิคะ ??? 55555555
    #1520
    0
  4. #1512 PANGDL7 (@spaonepiece) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 12:28
    ไอดังคุกๆๆๆๆๆๆๆ 5555555 นายหัวคะ เสี่ยงคึกไปอีกปีนะคะ
    #1512
    0
  5. #1094 BKCARE (@BKCARE) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 22:47
    สงสารพี่เค้านะคะเสี่ยงคุกไปอีก55555
    #1094
    0
  6. #1001 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 20:47
    แงงง อยากอ่านตอนพี่เขาเสกลูกเข้าท้องน้อง 5555555 พี่ดงโฮรังแกน้องงี้ ไม่กลัวนายแม่เร้ออออ
    #1001
    0
  7. วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 14:18
    ไอเป็นคุกๆๆๆ เลยค่ะ แหมมม หมั่นไส้พี่จ๋าเหลือเกินนนนน
    #913
    0
  8. #911 เจ อะ จินโป (@mardoming123) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 09:33
    โอ้ยยยย ไม่ไหวแล้ว เขินอ่ะ /// เมียเด็กของนายหัว โอ้ยย รู้สึกตื่นเต็มตามากเวอร์ 555555
    #911
    0
  9. #910 MarkBam1959397 (@MarkBam1959397) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 09:04
    โอ้ยยยยยยยยย ไปค่ะ นายหัวไปคุกกันค่ะะะ ยัยหนูน่ารัก น่าเอ็นดู โอ้ยยยยย ใจพี่ลูกเอ๋ยยยยยย ????????????
    #910
    0
  10. #909 หมูYoY (@998866443322) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 08:59
    ฮือ มันดีตอนนี้มีแต่คุกอยู่ตรงหน้าและเราก็ยินดีจะก้าวเข้าไป55555
    #909
    0
  11. #908 JannieJK (@jenniek) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 08:45
    ยัยหนูทำไมน่าฟัดจริงๆเลยลูก
    #908
    0
  12. #906 Jetty Kris (@jetty101) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 02:03
    คือดีย์ เหมาะสำหรับคนนอนดึก คุกๆๆๆๆ(เสียงหัวเราะ) =.,=
    #906
    0
  13. #904 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 12:06
    คุกแรงมาก ฮื่อ
    #904
    0
  14. วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 20:43
    กลิ่นข้าวผัดโอเลี้ยงหอมฉุยเลย555555 คุก คุก คุก
    #902
    0
  15. #901 SPTF (@336237) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 15:39
    เปิดประตูสู่คุกกกกก
    #901
    0
  16. #900 chezshirecatz (@orihimejang) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 01:45
    หูยยยยยยัยดื้ออออออออออ

    อ่านไปยิ้มไป เจอบรรทัด NC Coming soon เข้าไปมือถือแทบร่วง55555555555555555555
    #900
    0
  17. #899 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 00:12
    เจอกันที่คุกเด้อค่ะทู๊กคลลลลล
    #899
    0
  18. #898 Earn Nattanicha Elf (@etearnsj) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 00:03
    เราจะเข้าคุกไปด้วยกันค่ะ คุกคุกคุก
    #898
    0
  19. #897 wineblanc (@wineblanc) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 23:14
    Nc...คุกๆๆๆๆ จริงๆด้วย นายหัวนั่นน้องนะทำอะไรก็ใจเย็นๆเบาๆนะ...เราจะนั่งรออ่านในคุกค่ะ!!!
    #897
    0
  20. #896 PinkPigJJ (@PinkPigJJ) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 23:13
    ผัดไทยโอเลี้ยงสองที่นะคะ จัดไปค่ะตามที่สั่ง ไม่มีการห้ามใดใดทั้งนั้น ไปให้สุดละหยุดที่คุกกันค่ะ55555555555
    #896
    0
  21. #895 KrislayOnly0607 (@KrislayOnly0607) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 22:44
    คุกๆๆ น้องเพิ่ง17เองนะนายหัว แค่แอบหอมแก้มน้องนี่ก็ขาเข้าคุกข้างนึงแล้วนะ5555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 กรกฎาคม 2560 / 22:45
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 19 กรกฎาคม 2560 / 22:45
    #895
    0
  22. #894 p_cosicosi (@p_cosicosi) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 22:39
    เหมือนว่าแค่ผัดไทยกับโอเลี้ยงจะไม่พอ โดเนทน้ำยาแก้ไอ
    #894
    0
  23. #893 battlewar (@fft2537) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 22:25
    คุกๆๆๆๆ
    #893
    0
  24. #892 tnoonnp- (@0891998271) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 22:23
    วั่ยตายแร้วววว เจ้าเด็กนี่ขี้ยั่วจริงๆ555555
    #892
    0
  25. #891 Jetty Kris (@jetty101) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 22:12
    เอ็นซีก็มา คุกๆๆ
    #891
    0
  26. วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 01:19
    อิหนูน่ารักจัง555
    #882
    1
    • #882-1 purpleliner (@purpleliner) (จากตอนที่ 22)
      22 กรกฎาคม 2560 / 17:57
      แฮ่กกกก--- ขออนุญาตสิงร่างนายหัวค่ะ น้องบีมน่ารักละเกิง ถ้านี่เป็นนายหัวจะพาน้องขึ้นเตียงทั้งเช้าทั้งเย็น น้องงงง น่ารัก ชอบที่น้องพูดพี่จ๊ะพี่จ๋ากับนายหัวบุรินทร์เขา ตอนนี้อยากเปงปั๋วน้องมาก
      #882-1