SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,172 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,347 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    147

    Overall
    53,172

ตอนที่ 23 : ...Blood...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    9 มี.ค. 61

B
E
R
L
I
N
 
...Blood...








              'รักษาสร้อยนี้ไว้ให้ดีมันจะช่วยปกป้องหลานจากเรื่องเลวร้ายและอันตรายจากโชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้' มือที่เหี่ยวย่นของชายชราลูบลงบนกลุ่มผมนุ่มของหลานชายวัยห้าขวบอย่างเอ็นดู


               'หมายถึงอะไรเหรอครับคุณปู่' เด็กชายตัวน้อยเอียงคอถามอย่างสงสัย เป็นธรรมดาที่เด็กอายุห้าขวบจะไม่เข้าใจอะไรที่ซับซ้อนและยุ่งยากจนเกินไป....หากแต่ชายชรารู้ดีว่าหลานชายของเขารับรู้ถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการจะสื่อ เด็กคนนี้เกิดมาพร้อมกับความพิเศษและความสมบูรณ์พร้อม...พร้อมจนน่าเป็นห่วง



              'ปู่รู้ว่าหลานรับรู้ถึงมัน... เมื่อใดที่หลานอายุยี่สิบเอ็ดปี ความยากลำบากและภัยอันตรายจะถาโถมเข้ามาจงอย่ากลัว เข้มแข็งเข้าไว้ จงเลือกสิ่งที่ใจของตนปราถนาและขาดไม่ได้ ใช่เลือกเพียงความสงสารหรือความจำยอม...'

               'มันคือสิ่งที่จะกำหนดชีวิตของหลานไปจนชั่วนิรันดร์. ...หากใจไม่อยากเลือก...ก็จงเลือกหนทางที่ไปสู่ความสงบสุขด้วยตนเอง .. แต่ถ้าหากใจของหลานเจอคนที่อยากเลือกแล้วให้เปิดร็อคเก็ตบนสร้อยเส้นนี้ออก และทำลายมันซะ เพราะมันหมายความว่าหลานได้เจอกับคนที่จะรักและดูแลหลานตลอดไป...'
.
.
.
.
               "คุณปู่ครับพรุ่งนี้ผมก็ยี่สิบเอ็ดแล้วนะ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยบอกกับป้ายหลุมศพของปู่ผู้เป็นที่รักพร้อมกับคิดคำนึงถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา...


                ควอน แพทริคคนนี้คิดถึงคุณปู่เหลือเกินครับ...


                "กลับมาแล้วครับ" เป็นความเคยชินเมื่อกลับมาเหยียบยังบ้านทรงเกาหลีโบราณที่ต้องพูดบอกคนในบ้านเมื่อกลับมาถึง...สิ่งที่ไม่เคยชินและคงไม่มีวันชินง่ายๆก็คงเป็นบ้านหลังเดิมที่ไม่มีคุณปู่ผู้เป็นที่รักอยู่เหมือนเดิม....


                ในตอนที่แพทริคอายุห้าขวบหลังจากที่คุณปู่มอบสร้อยให้แก่เขาเพียงสามวันคุณปู่ก็จากไป...เขาจึงต้องย้ายจากเกาหลีใต้ไปอยู่ที่อเมริกากับคุณป้า...เพราะเธอคือญาติคนเดียวที่เขาเหลืออยู่ พ่อแม่ของแพทริคเสียไปตั้งแต่ยังไม่รู้ความ พอจำความได้คนที่อยู่เคียงข้างคอยดูแลเขามาเสมอก็คือคุณปู่เพียงคนเดียวเท่านั้น...และเมื่อเขาโตพอ เขาถึงได้เลือกกลับมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เพราะว่าป้าของเขาใจร้ายหรือดูแลไม่ดี เขาเพียงแต่อยากกลับมาหาปู่และอยู่ในที่แห่งความทรงจำนี้...จนกว่าจะลาจากโลกนี้ไป....
.
.
.
.
               งานของเขาคือวิศวกรที่ดูแลเกี่ยวกับระบบและตรวจสอบความเรียบร้อยของรางรถไฟ เวลาทำงานจึงเป็นเวลาเย็นถึงเช้า เวลานอนคือตอนกลางวัน ถึงจะดูไม่ดีต่อสุขภาพแต่เขาก็เลือกที่จะทำมันเพราะตอนกลางคืนมันไม่น่าอยู่คนเดียวสักเท่าไหร่ในความรู้สึกของเขา บวกกับค่าตอบแทนที่สูงพอจะทำให้เขาเก็บเงินไว้ใช้ตอนอายุสี่สิบไปจนแก่โดยไม่ต้องทำอะไรนั่นอีก แพทริคเลยไม่คิดลังเลที่จะคว้างานที่ว่านั้นไว้



                เช้าวันใหม่...วันเกิดครบรอบยี่สิบเอ็ดปีของเขา เขาเลือกที่จะนอนให้คุ้มเพราะเป็นวันที่ต้องเริ่มงานวันแรก เขาจึงวางแผนที่จะตื่นตอนบ่ายและออกไปหาคุณปู่ที่หลุมศพก่อนเลยไปทำงาน เป็นวันที่ราบรื่นและเรียบง่าย... แพทริคคิดว่าอย่างนั้น...ถึงความรู้สึกจะไม่ใช่ก็ตามที





                 ตั้งแต่เดินทางออกจากบ้านเขาพยายามนิ่งเฉยๆ กับความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้น...ไม่ว่าจะทำอะไรก็รู้สึกเหมือนถูกจ้องมอง จะเดินไปทางไหนก็รู้สึกเหมือนมีคนคอยตามทั้งๆที่ไม่มีใคร สติที่ฟุ้งซ่านถูกปรับให้เข้าที่เมื่อต้องเริ่มงาน ...บางทีร่างกายและสมองของเขาอาจจะไม่ชินก็กับเวลาของเกาหลีก็เป็นได้...อาจจะแค่เบลอๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้คงจะดีขึ้น



                  คนตัวขาวยังคงทำงานต่อไปอย่างไม่สนใจสิ่งแปลกๆที่ตนเองรู้สึกได้ โดยที่ไม่รู้หรอกว่ามีสายตาอีกสี่คู่คอยเฝ้ามองตามตัวเองไปทุกย่างก้าวขนาดไหน
.
.
.
.  
               นี่มันชีวิตบัดซบชัดๆ เมื่อวันเกิดที่เขารู้สึกถึงความผิดปกติในชีวิต เขาปลอบใจตัวเองว่าอาจจะแค่ความไม่เคยชินและสมองเบลอ...แต่พอรู้สึกติดกันนานเป็นเวลาร่วมสองสัปดาห์แบบนี้ มันไม่ค่อยโอเคสักเท่าไหร่ รู้สึกว่าตัวเองใกล้จะเป็นโรคประสาทเข้าไปทุกทีแล้ว



              และวันนี้แพทริคจะไม่ทน...เอาสิเป็นไงเป็นกัน.


             "ออกมา!!! ไม่ว่าคุณจะเป็นโจรหรือคนโรคจิต ออกมาแล้วก็เลิกตามผมสักที อยากได้อะไรก็ออกมาพูดกันให้จบๆไป" ตะโกนออกมาตอนตีห้าในเวลาที่กำลังเดินเท้าเข้าซอยบ้าน ไม่ใช่ว่าอวดเก่งที่ยะโกนออกไปแบบนั้น...แต่ก็อดทนไม่ไหวแล้วจริงๆ อย่างดีก็อาจแค่โดนปล้น อย่างร้ายที่สุดก็คือถูกฆ่า


                
                "ยินดีที่ได้พบนะครับ...มายโซลเมท" สัมผัสเย็นยะเยือกทีหลังคอทำให้แพทริคสะดุ้งแล้วก้าวเดินหนีไปสามก้าวเพื่อตั้งตัวก่อนจะหันไปมองต้นเหตุที่ทำให้ตัวเขาเองตกใจ



               ไม่มีคำถามใดหลุดออกจากปากของเขา....เขาพิเศษนั่นคือสิ่งที่ปู่บอกเขาตั้งแต่เด็กและเขาจำมันได้ดีแต่ก็พยายามปิดกลั้นตัวเองจากความพิเศษที่ว่านั้นเสมอ...และตอนนี้เขากำลังจะเก็บความพิเศษเอาไว้ไม่ไหว...


               ผู้ชายตัวสูงผิวสีแทนตรงหน้าของเขาไม่ใช่คนปกติ...กลิ่นอายที่สัมผัสได้กับความเย็นยะเยือกบอกได้อย่างดีว่าหมอนี่...เป็นแวมไพร์


                 สิ่งที่เขาสัมผัสได้มันดูรุนแรงเหมือนจะไม่ได้มีแค่แวมไพร์ตัวเดียว...และแพทริคภาวนาให้ตัวเองคิดผิด

                "ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอคิมแทดงถึงกล้าเรียกเขาว่าโซลเมทของตัวเองน่ะ" พระเจ้าคงรังเกียจเขา หรือไม่ก็คงรักมากจนอยากให้เขาตายไปหา ถึงได้มีแวมไพร์โผล่มาอีกตัวหนึ่ง


                   "ลุกออกมาจากโลงได้แล้วเหรอครับ คุณชายฮวัง" น้ำเสียงค่อนขอดถูกนำมาใช้ยามที่พวกเขาพูดกัน

                    "พวกที่เหลือก็ไม่ต้องซ่อนหรอกครับ อย่าทำตัวเป็นหมาขี้อายไปหน่อยเลย" สิ้นคำพูดนั้นหมาป่าตัวใหญ่สองตัวที่มีสีต่างกันก็ปรากฏตัวออกมาก่อนที่ร่างกายจะเปลี่ยนไปเป็นมนุษย์

              
                  "ปากยังดีเหมือนเดิม เลยนะครับคุณคิม" 


                   "คุณก็ยังยิ้มมุมปากได้กระตุกเท้าผมเช่นเคยนะครับคุณแดน" 


                  "เลิกกัดกันได้แล้ว!!" คำสั่งประกาศิตจากคนที่ดูนิ่งสงบที่สุดทำให้ทุกคนหยุดชะงัก...ยกเว้นเพียงแต่แพทริคที่กำลังเดินถอยห่างจากกลุ่มของอมนุษย์ซึ่งสนทนากันอยู่อย่างเงียบเชียบ พ้นออกมาได้เป็นระยะที่พอเหมาะ ขาเรียวก็ไม่รอช้าที่จะวิ่งให้ไวที่สุด...เขาต้องรีบเข้าบ้านเพียงแค่ต้องเข้าบ้านให้ได้เท่านั้น



              "ไม่รู้รึไงว่าแวมไพร์หายตัวได้ และหมาป่าก็วิ่งเร็ว" เพียงอีกแค่ไม่กี่ก้าวก็จะถึงขอบประตูรั้วบ้านแล้วแท้ๆ แต่ตัวกลับถูกตรึงไว้ด้วยสองมือของหมาป่าที่สั่งให้คนอื่นเลิกกัดกันเมื่อสักครู่นี้....เหลืออีกทางที่แพทริคจะรอด...คือกัดลิ้นตายมันซะตรงนี้...และเขารู้แล้วว่าทำไมวันนี้เขาถึงตะโกนหาเรื่องใส่ตัว...เขาลืมใส่สร้อย...สร้อยที่คุณปู่เตือนเขาว่าห้ามถอดถ้าอายุครบยี่สิบเอ็ดปีแล้ว....คุณปู่ครับผมขอโทษที่ไม่ระวัง...ขอโทษจริงๆครับ


               "ถึงนายจะสวมสร้อยฉันกับเจ้าพวกนั้นก็เข้าใกล้นายได้อยู่ดี อาจต้องใช้พลังมากหน่อยแต่พวกเราจะไม่กลายเป็นผุยผงเหมือนแวมไพร์หรือหมาป่าตัวอื่นๆ แล้วก็อย่ากัดลิ้นตายเลยมันจะเจ็บเปล่าๆ "  เป็นหมาป่าที่นิสัยเสียพอตัว...ทำไมต้องมาอ่านใจคนอื่นด้วย




                 “การด่าคนอื่นในใจและทางสายตาก็นิสัยไม่ดีพอๆกันนั่นแหละครับ” รอยยิ้มมุมปากแสนกวนน่าฝากร้อยเท้าลงไปประทับสักทีสองที



                  “รู้สึกว่าจะหัวร้อนแล้วสินะครับ แต่หอมจังเลย” อยู่ๆแวมไพร์ตัวแรกที่โผล่มาให้เห็นก็มาปรากฏตัวที่ข้างหลังเหมือนครั้งแรก



                “อยากโดนหมากัดไหมคิมแทดง!” เสียงดุๆดังขึ้นมาพร้อมกับแวมไพร์ที่เนียนจะดมคอผมต่อถูกหิ้วคอออกไป


                 “พวกคุณต้องการอะไร” อยากจะใช้ช่วงเวลาที่พวกเขากำลังเถียงกันแล้วรีบวิ่งเข้าบ้านไปซะ แต่แพทริคทำไม่ได้เพราะเหมือนจะถูกหมาป่าหน้านิ่งรู้ทันถึงได้จับแขนเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อยแบบนี้ สุดท้ายเมื่อหาทางหนีไม่ได้ก็ต้องถามออกไปตรงๆ อย่างน้อยถ้าอมนุษย์พวกนี้ต้องการเลือดหรือหาเหยื่อไปกัดกินเล่น แพทริคจะได้ทำใจยอมรับความตายซึ่งกำลังจะมาเยือนในไม่ช้าเอาไว้




          “พวกเราไม่ได้มาฆ่าคุณหรอก..” แวมไพร์ที่พูดน้อยดูสุขุมเป็นคนตอบคำถามผม

          “เรามาเพื่อปกป้อง ไม่ให้คุณถูกไอ้พวกลูกผสมจับไปได้ก่อนต่างหาก”

         “พวกเราตามคุณห่างๆ ตั้งแต่วันที่คุณอายุยี่สิบเอ็ดปี จนวันนี้ที่คุณเรียกให้พวกเราออกมา ก็เลยมาปรากฏตัวให้เห็นยังไงล่ะ” สรุปความผิดเขาเองสินะที่ตะโกนบ้าๆเรียกพวกนี้ออกมา …

           “ทำไมถึงต้องมาปกป้องผม” ทั้งๆที่แพทริคเป็นเพียงแค่มนุษย์คนหนึ่ง จะถูกอมนุษย์ลูกผสมบ้าอะไรนั่นจับตัวไปฆ่าก็ไม่เห็นสำคัญอะไรเลย


             “อย่าหลอกตัวเองสิ คุณก็รู้ว่าตัวเองเกิดขึ้นมาพร้อมกับความพิเศษมันไม่ใช่แค่สิ่งที่คุณมี แต่มันคือทุกอย่างที่คุณเป็น” เหมือนพลังงานบางอย่างถูกปลดผนึกจากคำพูดนั้น อะไรบางอย่างที่ทำให้รู้สึกถึงพลังานมากมายมหาศาลไหลเวียนไปทั่วร่าง แพทริครู้ว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่ความไม่ธรรมดานั้นมันคืออะไร เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้…..ถ้าอย่างนั้น…

          “ไอ้คุณชายฮวัง มึงไปเปิดทางให้เขารู้ทำไม เนี่ยปิดผนึกจิตจนอ่านใจไม่ได้แล้ว” การทดลองความพิเศษได้ผล นี่ผมเป็นตัวอะไรกันแน่…
             “หุบปากซะคังแดเนียล” ผู้ถูกว่าพูดสั่งให้หมาป่าตัวโตปิดปากด้วยสายตาแห่งความเกรี้ยวกราดจนอีกฝ่ายยอมปิดปากลง


               “ที่พวกเรามาปกป้องคุณ... ทั้งที่คุณมีร็อคเก็ตและพลังพิเศษของคุณป้องกันตัวคุณเอาไว้อยู่ มันก็เพราะคุณมีแค่ตัวคนเดียวแต่พวกมันมีเป็นฝูง และสาเหตุที่สำคัญก็เพราะคุณคือโซลเมท และคู่ชีวิตของพวกเรา เราถึงเสียคุณไปไม่ได้ เมื่อพวกมันปรากฏตัวและพวกเรากำจัดมันจนหมดสิ้นแล้ว…มันก็จะถึงเวลาที่คุณต้องเลือกว่าจะผูกจิตหรือทำพันธะกับใคร หรือไม่ทางเลือกสุดท้ายทีคุณมีเมื่อคุณไม่อยากเลือกก็คือ…..การจากไปอย่างสงบ คุณเข้าบ้านเถอะมันเป็นที่เดียวที่ปลอดภัยที่สุด…คุณปู่ของคุณท่านปกป้องคุณไว้ด้วยความรัก คุณจะปลอดภัยในที่แห่งนั้น” สิ้นคำพูดนั้นแววตาทะเล้นของอมนุษย์ที่ชื่อคิมแทและคังแดเนียลก็ถูกแทนที่ด้วยความดุดันและจริงจัง ตัวของแพทริคถูกฮวังมินฮยอนดันให้เดินต่อจนเข้าบ้านไป เมื่อแน่ใจแล้วว่าคนที่ต้องการปกป้องอยู่ในที่ที่ปลอดภัย พวกเขาจึงจากไปจัดการสิ่งที่หลบซ่อนอยู่ในความมืดให้พวกมันแหลกสลายไป


           “พวกลูกผสมน่าขยะแขยง” ไลควานลินเป็นคนแรกที่หายตัวไปในความมืด ก่อนจะตามไปด้วยคิมแทดง คังแดเนียลและฮวังมินฮยอน


            เสียงร้องโหยหวนผิดรูปแบบดังออกมาจากความมืดนั้น …จนมันสงบลงพร้อมกับร่างของผู้หลบซ่อนได้แหลกสลายไป….

.
.
.
.
           ชีวิตผมแต่วันผ่านไปอย่างเรียบง่าย....นั่นมันเมื่อก่อนนะ เพราะตั้งแต่ที่พวกอมนุษย์โผล่มาความเรียบง่ายที่ว่าก็หายไป..ขอกรอกตามองบนสักสามรอบมีอย่างที่ไหนมาหมกตัวอยู่บ้านของผมไม่ยอมไปไหน บอกว่านอกเหนือจากภาระกิจปกป้องผมแล้วยังมีอีกหนึ่งอย่างที่ต้องทำคือทำให้ผมรักและอยากผูกพันธะด้วย ย้อนกลับไปที่คำว่าหมกตัวอยู่บ้านผมนี่ไม่ได้โกหกนะ พวกเขาบอกผมว่าแค่ผมอนุญาตพวกเขาก็เข้าได้แล้ว ทำตัวเหมือนพวกวิญญาณทั่วไปเลยที่เจ้าบ้านอนุญาตแล้วพวกภูติผีจะเข้าบ้านได้โดยไม่มีเจ้าที่มาคอยกัน



            แล้วอย่าคิดนะว่าไอ้การทำให้ผมรักมันจะเป็นการคอยจีบ คอยดูแลเทคแคร์ที่หวานซึ้งน่ะ ...มันห่างไกลจากความรู้สึกเหล่านั้นมากผมจะแจงให้เป็นรายบุคคล


            คิมแทดง แวมไพร์จอมฉวยโอกาส เผลอไม่ได้ชอบโผล่มาใกล้ๆตลอดทั้งหอมทั้งดมนิดๆหน่อยๆก็เอา แต่จะโดนขัดเสมอจากหมาป่าที่ค่อนไปทางหมีมากกว่าอย่างคังแดเนียล สิ่งที่ดีในตัวเขาก็คือเวลาผมเครียดกับงานเขาจะรู้วิธีมาป่วนผมทำให้ผมผ่อนคลายและกลับมายิ้มได้เสมอล่ะมั้ง ถึงจะวอแวและเนียนจนน่ารำคาญ...แต่เขาก็น่ารักดีนะครับ



            ฮวังมินฮยอนนิ่งพูดน้อยดูเป็นอมนุษย์ที่มีเหตุผล ไม่กวนเท้าเหมือนกับพวกที่เหลือเขาเป็นคนอบอุ่น อ่อนโยน เสียอย่างเดียวขี้บ่นมากไปหน่อยเวลาเจออะไรที่ไม่ถูกไม่ควร อย่างเช่นเวลาที่ผมแอบตามพวกเขาไปตอนที่บอกว่าจะไปจัดการพวกแอบซุ่ม จำได้ว่าผมสั่นจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นพวกเขาสู้กับครึ่งหมาป่าครึ่งแวมไพร์จนอวัยวะกระเด็นแล้วถูกเผาให้สลายไป ภาพยังติดตาผมอยู่เลย นั่นแหละพอฮวังมินฮยอนหันมาเจอผมที่แอบตามไปก็รีบจัดการกับพวกนั้นแล้วพาผมกลับเข้าบ้านแถมด้วยการอบรมสั่งสอนชุดใหญ่ จนลืมไปเลยว่าเป็นคนพูดน้อย




             คังแดเนียลมีความกวนปานกลางถึงมากจนประมาณไม่ได้ ชอบกัดและชอบขัดคิมแทดง แต่ถ้าผูกมิตรกันเมื่อไหร่นี่ชิบหายแน่นอนครับ ที่ชิบหายนี่คือผม เพราะเรื่องที่พวกเขาสามัคคีกันก็คือการเนียนลวนลามผมนี่แหละ...ข้อดีของคังแดเนียล...เวลาคับขันหรือมีปัญหาเขาจะเป็นพี่ที่ดีคอยดูแลคนอื่น และจริงจังกับสิ่งที่ต้องทำ...เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วไม่ต้องคิดอะไรมาก (เพราะเขาไม่ค่อยมีสาระสักเท่าไหร่) ยกเว้นเวลาที่ความกามขึ้นหน้านะครับ



     
             ไลควานลินหมาป่าผู้ดูนิ่งเฉยและเย็นชา..นั่นมันแค่ภาพลักษณ์ภายนอก...ความจริงแล้วเป็นคนที่กวนหน้าตายได้หน้าต่อยมากครับ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ผมถูกไอ้คุณคังกับคุณคิมร่วมมือกันลวนลามความกวนนั้นจะหายไปกลายเป็นความเกรี้ยวกราดทางสีหน้าและสายตาพร้อมการเข้ามาหิ้วคอสองคนนั้นออกไปแทน เขามีอายุน้อยที่สุดแต่กลับยืนหยัดที่จะสู้ยามที่ต้องต่อสู้ เวลามีเหตุการณ์วิกฤติเขาคือคนที่ใช้พลังกักขังตัวเองไว้กับความวิกฤตินั้นและจัดการกับมัน โดยที่กันคนอื่นให้อยู่ในที่ปลอดภัย... เขาเป็นคนที่มีความอบอุ่นในแบบของเขา เขาพูดน้อยแต่แสดงออกด้วยการกระทำ 




              สรุปว่าที่ร่ายยาวมาเห็นอะไรไหมครับ หนึ่งพวกเขาไม่ได้ออกตัวจีบผมอย่างที่ควรจะเป็น สองพวกเราอยู่กันเหมือนเพื่อนและครอบครัวมากกว่าที่จะเป็นคนที่จีบเพื่อที่จะรักกัน... แต่ถามว่าผมรู้สึกดีไหมมันก็ดีครับ เพราะตั้งแต่มีพวกเขาเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ ชีวิตโดดเดี่ยวเหงาหงอยของผมก็มีสีสันและไม่น่าเบื่อขึ้นมาเยอะเลย...ยกเว้นเสียแต่ช่วงนี้ที่ผมรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีแปลกๆ



             "ทำไมถึงนั่งทำหน้าอย่างนั้นล่ะเดี่ยวก็ขมวดคิ้ว เดี๋ยวก็ยิ้ม เมากาวหรือเปล่า" กวนแบบนี้ไม่มีใครหรอกนอกเสียจากคิมแทดง


             "อยากเมาเท้าฉันเป็นเพื่อนฉันที่เมากาวไหมล่ะ" แวมไพร์จอมกวนปิดปากฉับเมื่อสิ้นคำพูดของผมก่อนจะหันไปตีกับคังแดเนียลที่หัวเราะจนตาหาย

           

            "ตกลงคิดอะไรอยู่" คราวนี้เป็นฮวังมินฮยอนที่ถามขึ้นมาแทน ส่วนไลควานลินนั่งมองผมเหมือนถามคำถามนั้นอกมาทางสายตาเช่นกัน




            "คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ...แล้วก็คิดถึงลางสังหรณ์ในความรู้สึกตัวเอง มันรู้สึกถึงกลิ่นอายความหายนะแปลกๆ" พอผมพูดจบหมาป่าตัวขาวกับแวมไพร์จอมกวนก็เลิกกัดกันมานั่งอยู่นิ่งๆสีหน้าของพวกเขาทั้งสี่ดูตรึงเครียดจนผมเริ่มเครียดตาม...ผมเป็นคนลางสังหรณ์แม่น...และผมก็คิดว่าพวกเขาน่าจะรู้ว่าความหายนะนั้นมันคืออะไร



             "พรุ่งนี้ห้ามถอดสร้อยเด็ดขาดรู้ไหม" ไลควานลินพูดขึ้นมาเสียงเครียดแววตาคมดุจ้องมองผมด้วยความเป็นห่วงไม่ต่างจากพวกที่เหลือ...


             "พรุ่งนี้. ..คืนพระจันทร์เต็มดวงสินะ" คืนที่พวกลูกผสมนอกคอกจะมีพลังแก่กล้า. ..คืนที่ตัวของผมคือเป้าหมายที่พวกมันต้องแย่งชิง...มันไม่น่าดีใจเลยสักนิดที่ต้องมาเป็นที่หมายปองของพวกอมนุษย์....จะยกเว้นแวมไพร์สองกับหมาป่าอีกสองตัวนี้ไว้แล้วกัน
.
.
.
.
            ถัดมาอีกวันในคืนพระจันทร์เต็มดวงผมเดินตรวจงานตามปกติจนถูกเรียกตัวให้เข้าไปในออฟฟิสที่ไม่ค่อยได้เข้าไป..เดินพ้นจากระยะที่มีผู้คนมาได้ไม่ไกลคนที่เดินนำหน้าผมอยู่ก็เริ่มเปลี่ยนรูปร่างไป ทำให้ผมรู้ว่าถูกหลอก มันขยับเข้ามาใกล้ผมแต่พอเข้าระยะประชิดสร้อยบนคอของผมก็เปล่งแสงสว่างออกมาทำให้มันนอนทุรนทุรายอยู่กับพื้นก่อนร่างกายจะเผาไหม้กลายเป็นผุยผง...ผมหันหลังเตรียมจะวิ่งออกไปสู่พื้นที่ปลอดภัยแต่ยังไม่ทันได้ก้าวขา ศรีษะก็รู้สึกหนักอึ้งก่อนที่ภาพทุกอย่างจะตัดไป...



            "ได้พบกันสักทีนะ คู่ชีวิตแห่งข้า" 

.
.
.
.  

              “ทำไมมันมากันเยอะจังวะ” การต่อสู้ระหว่างพวกลูกผสมแสนบ้าคลั่งกับสี่อมนุษย์ทำให้ต่างฝ่ายต่างก็สะบักสะบอมพอกัน ฝ่ายหนึ่งเละเทะเพราะสู้พลังของสี่ผู้แกร่งแห่งเผ่าพันธุ์หมาป่ากับแวมไพร์ไม่ได้ ส่วนอีกฝั่งเละเทะเพียงเพราะอีกฝ่ายเล่นสกปรก
            พวกลูกผสมจับมนุษย์เป็นตัวประกันพวกเขาจึงต้องเลือกป้องป้องชีวิตของผู้คนไว้ก่อน…มันน่าแปลกที่พวกมันกล้าทำในสิ่งที่เสี่ยงต่อการเกิดสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์เพราะต่อให้พวกมันจะเลวแค่ไหนแต่ไม่เคยก้าวล่วงมาทำร้ายมนุษย์ นอกเสียจากว่า…เป้าหมายของการกระทำมันคุ้มที่จะเสี่ยง… หรือว่า ฮยอนบิน


            “พวกมึงไปก่อนกูกับมินฮยอนจะจัดการตรงนี้เอง ไป!!!” ไลควานลินตะโกนออกคำสั่งด้วยความเกรี้ยวดกราด และสื่อจิตบอกสิ่งที่คิดกับพวกที่เหลือ คิมแทดงกับคังแดเนียลไม่รอช้าที่จะวิ่งไปหาตัวคนที่พวกเขาต้องดูแลและปกป้อง เขาจัดการพวกลูกผสมจนหมด ส่วนมินฮยอนล้างความจำตัวประกัน เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อยถึงได้ตามแดเนียลกับแทดงไป


               “เวรเอ้ย!!!” เสียงสบถจากปากของคิมแทดงดังขึ้น พวกเขามาไม่ทัน..ไอ้ลูกผสมชาติชั่วนั่นมันได้ตัวฮยอนบินไปแล้ว 


               “เล่นสกปรกเหมือนเดิม” คังแดเนียลนั่งยองกับพื้นก่อนจะแตะไปยังคราบเลือดสีดำข้นซึ่งเปื้อนอยู่ที่พื้น

               “มันมาเองและมันบาดเจ็บ” สายตาจริงจังบวกกับความเครียดขึงปรากฏให้เห็นบนใบหน้าของหมาป่าตัวขาวจนพาบรรยากาศมาคุไปด้วยความตึงเครียด


               "กูจะล่วงหน้าไปก่อน ส่วนพวกมึง…รวมพลให้พร้อม” 


              “เราจะไปทักทายรังของมันสักหน่อย” คงต้องจัดการถอนรากถอนโคนสักที ในเมื่อเลือกที่จะไม่อยู่อย่างสงบสุขต่อกัน…ก็คงต้องแลกให้แหลกกันไปข้าง

.
.
.
                  สัมผัสเย็นเยือกคือความรู้สึกแรกหลังจากลืมตา ผมถูกใครสักคนจับตัวมาในที่ที่ไม่คุ้นเคย 


                 “ตื่นแล้วเหรอ หิวไหม” ร่างกายสะดุ้งเมื่อถูกทักขึ้นมา ก่อนที่คนทักจะปรากฏตัวให้เห็น


                “คุณเป็นใคร”  


               “คู่ชีวิตของเจ้ายังไงล่ะ” รอยยิ้มมีมปากถูกจุดขึ้นบนใบหน้าดูดีของคนตรงหน้า


               “คุณคือพวกลูกผสม” เหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยชอบคำนี้สักเท่าไหร่ถึงได้หุบยิ้มลง


              “เรียกว่าเจ้าชายลูกผสมจะเหมาะกว่าเหมารวมข้าเป็นพวกเดียวกับเจ้าพวกปลายแถวนะ” นิ้วเย็นชืดถูกส่งมาดันคางของผมให้เชิดขึ้น นัยตาสีแดงฉานช่างน่ากลัวและไม่ได้ให้ความรู้สึกดีเลยสักนิก


              “นายท่านครับ มีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมครับ” รู้สึกขอบคุณคนที่เข้ามาใหม่ที่ช่วยให้ผมได้หยุดพักจากการสบตาอันแสนน่ากลัวนั้นไปได้


            “ปล่อยมันเข้ามาเถอะ แค่หมาบ้าตัวเดียว” หมาบ้าตัวเดียว..ที่บ้าดีเดือดและเสียสละ…จะบ้าตายเจ้าหมอนั่น ไลควานลินมาที่นี่คนเดียวอย่างนั้นหรือ ไม่ต้องบอกหรือสำรวจผมก็พอจะคิดได้ว่าที่ที่ผมถูกจับตัวมาคือถิ่นของพวกลูกผสม แต่หมอนั่นดันบุกเดี่ยว เหมือนเอาชีวิตมาทิ้งชัดๆเลย


          “ส่วนเรามาทำธุระของเรากันเถอะ” สิ้นคำพูดนั้นรอบร่างกายของผมและเขาก็ถูกล้อมกรอบไปด้วยยันต์หน้าตาประหลาดที่สะท้อนเสงสีเขียวเป็นทรงกลม… ความรู้สึกถึงการวิ่งวนของสัญชาตญาณบางอย่างปลุกให้หัวใจผมเต้นถี่รัวขึ้น


           “รู้สึกแล้วสินะ คงไม่มีใครบอกเจ้า….ว่าตัวเจ้าก็ไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่อย่างเต็มร้อย” มือของผมถูกมือของเขากุมประสานเอาไว้แม้อยากจะสะบัดทิ้งแค่ไหนแต่เหมือนร่างกายของผมจะไม่เชื่อฟังผมที่เป็นเจ้านายของมันแม้แต่นิดเดียว



            “อย่าหาทางดิ้นเลยเด็กน้อยเจ้าหลุดออกไปจากข้าไม่ได้หรอก” 


           “ก่อนที่ข้าและเจ้าจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ข้าจะให้เจ้าได้รับรู้ต้นกำเนิดของตัวเองเสียก่อน….เพื่อปลุกตัวตนของเจ้าให้ตื่นจากการหลับใหลในจิตนี้” ผมไม่อยากรับรู้…ผมกำลังกลัว….ผมคิดถึงอมนุษย์ที่คอยเข้ามาป่วนชีวิตของผม รีบมาสักทีสิไหนบอกจะคอยปกป้องฉันไง….



         “เจ้าเป็นบุตรที่เกิดจากเทพฮยอนบิน พ่อของเจ้าเป็นเทพที่มาตกหลุมรักกับมนุษย์ผู้บริสุทธิ์และเป็นมือปราบมารที่สง่างาม จนเกิดมาเป็นเจ้า นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เจ้าแข็งแกร่งและพิเศษ คู่ควรแก่การเป็นคู่ชีวิตเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์” ภาพต่างๆไหลเข้ามาในหัวของผม พ่อกับแม่ รอยยิ้มและกลิ่นคราวเลือด ….จนวันสุดท้ายที่พ่อจากไปเพราะบทลงโทษที่แหกกฏแห่งเหล่าทวยเทพให้แหลกสลายกลายเป็นผงทองโอบรอบดวงจันทร์เอาไว้ และภาพของแม่ที่บอกลาผมด้วยน้ำตาแล้วใช้กริชปักลงที่อกของตัวเองเพื่อหยดเลือดลงบนร็อคเก็ท…มอบพลังแห่งชีวิตและจิตวิญญาณเพื่อปกป้องชีวิตของผมเอาไว้บนสร้อยที่ผมสวมใส่ น้ำตาของผมกำลังไหล…เมื่อได้รู้ว่าชีวิตของผมแลกมาด้วยลมหายใจของพ่อกับแม่ของตัวเอง

.
.
.

           “ไม่ร้องสิ ชีวิตที่มีค่าของเจ้า..มาทำให้มันเป็นนิรันดร์เถิด จงอยู่เคียงข้างข้า” มันไม่มีค่าเลยสักนิด ผมไม่ได้ต้องการชีวิตที่เป็นนิรันดร์ ผมแค่ต้องการชีวิตที่สงบและมีความสุข…



          “ปัง!!!!” “อย่าแตะต้องเขาไอ้สวะอึนกิ!” ประตูห้องถูกพังลงอย่างแรงด้วยฝีมือของหมาป่าตัวสีเงินที่แผดเสียงออกมาอย่างเกรี้ยวกราด



           “เสียใจที่ข้าทำตามที่เจ้าร้องขอไม่ได้ เพราะแค่ข้าฝังตัวตนกับคมเขี้ยวลงบนตัวของฮยอนบิน เขาก็จะกลายเป็นของข้าและไม่มีผู้ใดแตะต้องได้” ผมมองไลควานลินที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า เขาพยายามจะพุ่งเข้าชนเพื่อฝ่าวงกลมที่เหมือนวงเวทย์เข้ามาแต่เพียงแค่โดนมันร่างกายของเขาก็กระเด็นกลับไปปะทะกับผนังอย่างรุนแรง



           “เปล่าประโยชน์คุณชายไล เจ้าเป็นเลือดบริสุทธิ์ที่แข็งแกร่ง แต่ก็มิอาจต่อต้านพลังแห่งวงเวทย์พันธะได้หรอก ข้าจะยังไม่จัดการเจ้า..เพื่อให้เจ้าได้เห็นฉากรักและการผูกพันธะที่สวยงามของข้ากับคู่ชีวิตแห่งข้าเสียก่อนแล้วกันนะ” น้ำตาของหมาป่าตัวสีเงินกำลังไหลรินออกมาเพียงเพราะร่างกายของผมกำลังถูกสัมผัสอย่างจาบจ้วง เขาเหมือนหมาบ้าที่พุ่งเข้าชนวงแหวนซ้ำๆแล้วกระเด็นออกไป



             “ไอ้ไล” อมนุษย์อีกสามตนได้ก้าวเข้ามาในห้องนี้…พร้อมกับสายตาเจ็บปวดที่เห็นผมถูกกระทำอย่างหยาบช้า 



           “บ้าเอ้ย!!” พวกเขาวิ่งชนสิ่งที่สะท้อนตัวเองกลับไปสู่ความเจ็บปวดอย่างบ้าคลั่ง ผมหลับตาลงเพราะไม่อาจทนมองความเจ็บปวดเหล่านั้นได้ ร่างกายที่เหมือนไม่ใช่ของตัวเองช่างน่าสมเพชเสียยิ่งนัก…



            “เจ้าพวกโง่ อยากตายไวๆนักก็วิ่งชนมันต่อไป น่าเวทนาที่เจ้าชายเลือดบริสุทธิ์ทั้งสี่แห่งเผ่าพันธุ์ เลือกเอาชีวิตมาทิ้งไว้กับคู่ชีวิตที่ไม่มีทางเป็นของพวกเจ้า สมควรแล้วที่ต้องตายเหมือนที่พ่อกับแม่ของพวกเจ้าเลือกตายไปพร้อมกับคู่ชีวิต” น้ำเสียงเย้ยหยันและเสียงหัวเราะในลำคอของผู้พูดช่างน่ารังเกียจ...ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพื่อมองหน้าพวกเขา เปิดผนึกกำแพงจิตเพื่อสื่อสารให้พวกเขาได้รับรู้...อย่าร้องอย่าเจ็บปวดเลยนะ…พวกนายทำดีที่สุดแล้ว…อย่าโทษตัวเองที่ปกป้องฉันไว้ไม่ได้...



            ‘ลูกแม่จงอย่าอ่อนแอ ลูกต้องเข้มแข็งเมื่อใดที่เจ้าตื่นจากการหลับใหลภายใต้จิตใจนี้ จงควบคุมมันด้วยตัวลูก อย่าให้ผู้ใดมาบังคับมันได้ ลูกคือบุตรแห่งเทพผู้แข็งแกร่งและสง่างาม เป็นลูกชายที่แม่รักและภูมิใจ จงอย่ายอมแพ้…’ 


            ฉับพลันในเวลาที่รู้สึกอ่อนล้าจนแทบหมดแรงในยามที่ร่างกายเปลือยเปล่าเสียงนุ่มนวลจากร็อคเก็ทบนคอสะท้อนออกมาพร้อมกับลำแสงสีทองสวยระเบิดฟุ้งกระจายไปทั่วห้องต่อสู้กับแสงสีเขียวจากวงแหวนแห่งพันธะที่ล้อมรอบตัวของผมกับคนที่เรียกตัวเองว่าเจ้าชายลูกผสมอยู่ …สิ่งที่ผมสังเกตุเห็นคือพลังของเขาเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ คงเป็นเพราะเขาเองก็ได้รับอิทธิพลการป้องกันตัวผมจากสร้อยที่สวมใส่มาเป็นเวลานานตั้งแต่จับตัวมาแล้ว ที่เลือกผูกพันธะตอนผมตื่นก็คงเพราะต้องการลดพลังการปกป้องจากสร้อยลงด้วยการปลุกปั่นจิตใจของผมให้อ่อนแอ 


             “ผูกพันธะเหรอ …เชิญไปผูกกับภูติผีในนรกซะเถอะ” เมื่อร่างกายของผมกลับมาอยู่ในการควบคุม ผมจึงสะบัดตัวของเจ้าชายลูกผสมตรงหน้าออก เหวี่ยงไปด้วยพลังที่เอ่อล้นออกมาจากภายในทำให้ร่างกายของหมอนั่นปะทะเข้ากับผนังห้องที่เดียวกับพวกจอมกวนนั้นกระเด็นออกไปโดน



           “ลาก่อนนะพ่อเจ้าชายลูกผสม” ตวัดปลายเท้าเสยคางเรียวได้รูปของอีกคนด้วยความโมโห “ถือว่านี่คือของขวัญที่บังอาจมาแตะตัวฉันกับทำให้พวกนั้นเจ็บตัวแล้วกัน ไปสู่ที่ชอบที่ชอบนะ” ยกยิ้มอย่างสะใจก่อนจะเปิดฝาร็อคเก็ตออก
.

            “อย่า อ๊ากกก!!!” เสียงแผดร้องดังลั่นเมื่อเจ้าชายลูกผสมถูกแผดเผาด้วยลำแสงสีทองจากร็อคเก็ต ทันทีที่มันถูกเผาไหม้จนหมด ร่างกายของผมก็ทรุดลงบนพื้นอย่างหมดแรง



            “ฮยอนบิน!!” ฮวังมินฮยอนพุ่งตัวมาซ้อนตัวผมเอาไว้ในอ้อมกอด ก่อนคนอื่นๆจะตามเข้ามาใกล้ ยกเว้นควานลินที่นั่งพิงผนังมองดูอยู่ห่างๆ เขาคงเจ็บมากๆ แต่ก็ยังคงส่งสายตาเป็นห่วงมาหาผมอยู่


             “พวกนายโอเคใช่ไหม” กวาดมองไปทั่วตัวของพวกเขาด้วยความห่วงใย 


            “โอเค ทุกอย่างยังอยู่ครบ ดีใจที่ฮยอนบินปลอดภัย” วันนี้นอกจากจะได้เห็นน้ำตาของไลควานลินแล้ว ผมยังได้เห็นน้ำตาของหมาป่าแสนร่าเริ่งอย่างคังแดเนียล แวมไพร์ผู้แสนทะเล้นอย่างคิมแทดง และแวมไพร์ผู้แสนสุขุมอย่างฮวังมินฮยอนอีกด้วยเป็นบุญตาดีจัง



             “ฉันยังไม่ตายน่า ไม่ต้องร้อง” เอ่ยบอกขำๆ ทั้งๆที่แรงแทบจะไม่เหลือแล้ว



           “พวกผมโกรธต่างหากที่ปกป้องคุณไม่ดี โกรธที่ปล่อยให้คุณถูกแตะต้อง แต่ช่วยอะไรไม่ได้เลย” หมาป่าจอมทะเล้นกลายเป็นเซนท์สิทีพไปเสียแล้วสิ



            “ช่วยได้สิ บอกไปแล้วไงว่าอย่าโทษตัวเอง ฉันปลอดภัยดีน่า” พวกเขายิ้มออกมาแล้ว และผมก็ยิ้มตาม…ก่อนที่บรรยากกาศสุดซึ้งจะกลายเป็นความอาฆาตและอยากจิ้มตาหมาป่ากับแวมไพร์ให้บอดด้วยมือของผมเอง



           “ว่าไปว่ามา หุ่นของฮยอนบินก็เอ็กซ์แตกเหมือนกันนะเนี่ย” สายตาแทะโลมกลับคืนมาสู่คิมแทดงเมื่อมันกวาดมองไปทั่วร่างกายของผม เห้ย!! ผมกอดตัวเองทันทีที่รู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้ใส่อะไรเลย


             “ขาวด้วย” นอกจากคิมแทดงแล้วผมขอสัญญาว่าถ้าแรงกลับมาเต็มร้อยผมจะอัดคังแดเนียลด้วยอีกคน ใช้แทนว่าตัวดีกว่าหมั่นไส้


             “พรึ่บ” ผ้าห่มถูกวางทาบเพื่อปกปิดร่างกายของผมด้วยฝีมือของคนที่อาการหนักที่สุดแต่ตอนนี้ดูฟื้นแรงขึ้นมาได้แล้วอย่างควานลิน ก่อนที่เขาจะช้อนตัวของผมขึ้นอุ้ม



               “ฮวังมินฮยอนเช็ดกำเดาด้วย” ยังไม่วายไปจิกกัดแวมไพร์ผู้แสนสุขุมแต่วันนี้ดูมีความหื่นกามไปอีกหนึ่งดอก แล้วเดินออกมา



              “หมดแรงใช่ไหม นอนหลับพักผ่อนก่อนก็ได้ถึงบ้านแล้วจะปลุก” ผมพยักหน้ากับอกเขาเบาๆก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อน….

              “ฝันดีนะ” .
.
.
.
.
               “อย่าเนียนไลควานลิน ฮยอนบินหลับไปแล้ว มึงเผยหน้าหื่นๆออกมาได้แล้ว ไอ้เวร” บรรยากาศอบอุ่นที่ฟุ้งกระจายถูกทำลายด้วยปากหมาๆของคิมแทดงอย่างแท้จริง แวมไพร์กับหมาป่าไม่ถูกกันหรอก แต่เขาจะยกเว้นคิมแทดงกับฮวังมินฮยอนไว้แล้วกัน สู้มาด้วยกันสนิทกันจนความสุภาพ (จอมปลอม) หายไปหมดละ

              “เสือก” จบนะครับ
.
.
.
.
                “นี่หกเดือนแล้วนะ” เดือนหกแล้วด้วย. ..


.               “อย่าทำเป็นไขสือสิ” บางทีคิมแทดงกับคังแดเนียลก็ไม่น่าเข้าคู่กันมาซักไซร้ผมแบบนี้นะควรจะตีกันเหมือนเดิม


                 “เลือกมาสักทีสิ” ฮวังมินฮยอนก็เอากับเขาด้วย



                “เวลาฮีทมันลำบากนะ” นี่มันติดเชื้อกันมาหมดหรือยังไงกันนะ


                  “หยุดถามสักทีเลิกหื่นด้วย” วันนี้ผมหยุดงานผมก็ต้องการนอนพักผ่อนนะไม่ใช่มารับมือกับคำถามที่ถามว่าผมจะเลือกใครของเจ้าพวกนี้


                “แต่…” แต่มันทั้งสี่คน พร้อมกันเป๊ะเหมือนจับวาง


                “ไม่มีแต่ ถ้ารอไม่ได้ก็ไปหาคนใหม่….หรือถ้าให้ดีให้ฉันตายไปพร้อมกับสร้อยนี่ก็ได้จะได้ไม่ต้องมารอฉันไง” หงอยมันทั้งแวมไพร์ทั้งหมาป่า สมควรแล้ว เอ๊ะ หรือว่าผมคิดผิด


             “งั้นก็ไม่รอแล้ว ผูกมันทั้งหมดเนี่ยแหละ แดเนียลมึงอุ้มไปแทดงมึงจัดการล็อคตัว เดี๋ยวกูกับมินฮยอนจะร่างวงแหวนพันธะเอง” ทีแบบนี้สามัคคีกันเชียว แต่เดียวก่อนนะ



            “หยุดนะเว้ย ปล่อยฉัน!!!” การโวยวายไม่มีผลใดๆ เมื่ออ้อยเข้าปากช้างเรื่องอะไรช้างจะปล่อยไปเฉยๆโดยไม่กินล่ะจริงไหม
.
.
.
.
.
           ก่อนหน้าแผนการลากเข้าห้อง


           “เรามาตกลงกันไหม สร้างวงแหวนพันธะซ้อนทับกันสี่วง พวกมึงว่าไง” 


           “เอาดิ”


           “กูรักฮยอนบินและกูก็รู้ว่าพวกมึงก็รัก ว่าไงว่ากัน”


          “แล้วสร้อยล่ะวะไอ้ควานลิน”


           “กูหลอกให้ฮยอนบินถอดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เพราะวันนี้…ถึงเวลาผสมพันธุ์”





                



               ..................................... ............................. ............................... ...................


ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกคอมเม้นท์นะคะ
ขอโทษที่มาช้า เค้าฉต่งแล้วแต่เน็ตไปหายหมดเลย ToT
รักและคิดถึง...






มีอะไรมาฝากค่ะ เอาไว้ดูเล่นฆ่าเวลารอฟิค :)



คลิกคำว่าเรื่องราวของโกมูข้างล่างนี้นะครับผม

เรื่องราวของโกมู
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

88 ความคิดเห็น

  1. #1513 PANGDL7 (@spaonepiece) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 12:42
    แงงงงงง มี nc มั้ยคะ555555555 ชอบมากเลยอ่า
    #1513
    0
  2. #1326 วาฬห้าสอง (@stonex) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 22:09
    ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆ ขอสเปได้มั้ยคะ คือตอนอ่านอ่านไปฟัง fantasy ไป คือมันเข้ามาก ฮืออออ ดีไปหมดทุกอย่างเลย
    #1326
    0
  3. #1186 S3cy (@S3cy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 19:55
    ฮืออ แยากอ่านตอนพิเศษจังค่พะพ
    #1186
    0
  4. #1017 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 01:30
    ขอสเปเชี่ยลตอนนี้ได้มั้ยคะ ติดใจมากกกๆ
    #1017
    0
  5. #998 อ้วงงงงง (@si_taen) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 14:45
    แต่ละคนนนน วงวารฮยอนบินขึ้นมาเลยอ่ะ 5555555
    #998
    0
  6. #997 Girl_zet (@Girl_zet) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 11:58
    พวกเลวอ่ะ5555
    #997
    0
  7. วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 02:30
    โอยยยยย กราบความ5p เด้ออออ สมใจอิช้อยยิ่งนัก ถ้าจะให้ดีขอฉากผสมพันธุ์ด้วยค่ะ แค่กๆๆๆ มือลั่นค่ะไรท์ ขอโทษนะคะ แต่ถ้าได้จริงๆ นี่ก็จะดีมากเลยค่ะ 55555
    #996
    0
  8. #995 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 01:49
    กรี๊ดดดด 5p สมใจอยากกกก ชอบมากกกกกกก
    #995
    0
  9. #994 wineblanc (@wineblanc) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 00:41
    ไรท์ค่ะอยากดูสารคดีการสืบพันธุ์ของหมาป่ากับคนและแวมไพร์ค่ะ ทำยังไงดีน้าาาาาาาา แหมมม อีสี่ตนทีงี้รักกันดีเหลือเกินนะ หมั่นไส้!!
    #994
    0
  10. #993 PinkPigJJ (@PinkPigJJ) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 00:25
    โอยยยย มันดีมากจริงๆ ใครก็ได้จ้าแค่กินกับฮยอนบินมันก็อร่อยทั้งน้าน5555555 นี่คืออยากเก็บเธอไว้ทั้งสี่คนสินะ อิอิ
    #993
    0
  11. #992 jeremy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 00:07
    ขอncได้มั้ยคะ55555 ชอบค่ะ ยัยหมวยดูนุ่มนิ่ม รอดู5pอย่างใจจดใจจ่อจริงๆ5555
    #992
    0
  12. #991 Wwrm (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 23:04
    เหตุผลที่ชอบฟิคก็

    ..ลัทธิยัยหมวยมีอยู่น้อยมากจนไม่สามารถไปหวีดกับใครได้ ที่นี่เหมือนเป็นแหล่งรวมตัวเล็กๆของลัทธิเรา นอกจากได้อ่านฟิคแล้วก็รู้สึกมีเพื่อนค่ะ ไรท์รู้สึกแบบเรามั้ย พวกเราไม่ได้โดดเดี่ยวแล้วนะ นั้มตาจะไหล
    #991
    0
  13. #990 penquinx (@ployploylullaby) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 22:16
    อื้ออหือออ ดีค่ะดี ฮยอนบินกินกับใครก็อร่อยค่ะ น้องชอบ แบบนี้ต้องมีเอ็นซีแล้วแหละค่ะ แค่กๆ น่ารักทุกคนเลยฮือ เจ้าเล่ห์มากมาย ฮยอนบินจะไหวใช่มั้ย แค่กๆ 55555555 ติดตามนะค้า
    #990
    0
  14. #989 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 21:43
    เย้ ในที่สุดก็5P ขอncได้มั้ยคะ 555
    #989
    0
  15. #988 KrislayOnly0607 (@KrislayOnly0607) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 21:37
    คุณไลร้ายกาจมาก มาหลอกโกมูให้ถอดสร้อยเพื่อผสมพันธ์เนี่ยนะ ร้ายกาจมากค่ะ
    #988
    0
  16. #987 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 21:24
    เย้ 5p จนได้ ชอบค่ะ 555555555555
    #987
    0
  17. #986 JihoonToufu_017 (@JihoonToufu_017) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 20:54
    มาต่อนะคะ
    #986
    0
  18. #985 Jetty Kris (@jetty101) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 20:53
    ชอบแบบนี้ บ้าจริง หยุดยิ้มไม่ได้เลย -.,-
    #985
    0
  19. วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 20:44
    ป๊าดดดดด 5p มันส์พระเจ้าค่าาาาาา
    #984
    0
  20. #983 MadBeWhy (@MadBeWhy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 20:02
    ปกติไม่อ่านฮยอนบินเคะนะ แต่เรื่องนี้กรณียกเว้น คือดีมาก55555555
    #983
    0
  21. #982 J'Sun (@lovelyztk) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 18:23
    ไม่ธรรมดานะควานลิน สมกับที่อวย555555 เป็น sf ที่ยาวและเราลุ้นมากกก ชอบบบบมีกลิ่นความแฟนตาซี คอเมดี้ โรแมนติก ไม่หน่วงด้วยชอบบบ
    #982
    0
  22. #981 FernSHI (@junjeo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 17:52
    มีตอนพิเศษเถอะน้าาาา อิอิ
    #981
    0
  23. #980 p_cosicosi (@p_cosicosi) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 17:42
    หู้ยยยมีตอนพิเศษเถิดพลีส~
    #980
    0
  24. #979 Feefern Sewan (@falamenot) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 17:34
    นี้ อยากอ่านต่อเลย
    เขินหนักมาก ชอบความหลายพีและอมนุษย์นี้
    #979
    0
  25. วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 17:26
    อูววววววงฮยอนบินลูก555 สู้ๆนะขอให้มีแรงไปทำงาน555
    #978
    0