SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,167 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,347 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    142

    Overall
    53,167

ตอนที่ 28 : Right?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    20 ก.ย. 60

Right?





Min x Bee



            “มึงกับพี่มินนี่ยังไงวะบี” เป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่ผมได้ฟังคำถามนี้ ซึ่งคำตอบของผมก็ยังคงเหมือนเช่นทุกครั้ง


           “กูตามจีบพี่เขาอยู่ไง” ตามจีบ…โดยที่พี่เขาก็รู้ตัวดีเสียด้วย


           “กูว่าไม่ใช่ละ ตามจีบห่าอะไรเกาะติดกันอย่างกับกรรมเก่า” ถ้าเตะปากเพื่อนจะดูใจร้ายไปไหมนะ


           “เสือก” 


           “จบเลยชีวิตกู” คนถูกว่าทำท่าทางเหมือนปวดหัวใจที่มองยังไงก็ช่างเสแสร้งจนอยากเตะมันจริงๆแทนที่จะคิดเฉยๆ


           “มึงนี่นะไม่รู้จักเข็ดจริงๆ ถามมันแล้วเคยได้คำตอบอื่นไหม”  นั่นน่ะสิ..ไม่รู้จักเข็ด ไม่ใช่แค่มันหรอกที่ไม่รู้จักเข็ดผมก็ด้วยที่ไม่รู้จักเข็ดสักที ตามจีบเดือนมหาลัยปีสี่มาเป็นชาติตั้งแต่พี่เขาอยู่ปีสอง จนตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ที่ตอบคำถามพวกมันเหมือนเดิมเสมอไม่ได้อยากกั๊กหรอก แต่ไม่มีอะไรจะตอบจริงๆ 

.
.
.
.
            “กูไปก่อนนะเคน ไปแล้วนะเว้ยหลิน” บอกลาเพื่อนสนิททั้งสองก่อนจะวิ่งออกจากห้องเรียนไปยังตึกเรียนที่อยู่คนละฟากมหาลัย คงเป็นภาพชินตาของนักศึกษาทันตะที่จะเห็นเด็กฟิล์มอย่างผมวิ่งหอบมานั่งรออยู่ใต้คณะแบบนี้ ก็นะผมทำมาจะสองปีแล้วนี่ ที่ไม่ชินก็คงจะมีแค่เด็กปีหนึ่งล่ะมั้ง


           “อ้าวบี มารอไอ้มินเหรอ” เสียงเรียกที่คุ้นเคยมาพร้อมกับใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มอย่างใจดี ทำให้ผมยิ้มตอบก่อนจะยกมือไหว้


            "ครับพี่เจย์ พึ่งเลิกเรียนเหรอครับ" 


           "ใช่ วันนี้อาจารย์หมอปล่อยช้า รอหน่อยนะเราเพราะไอ้มินโดนเรียกตัวไว้อยู่ พี่ต้องไปก่อนนะ ไว้เจอกัน" มองตามแผ่นหลังของคนที่วิ่งออกไปแล้วหลุดขำออกมา รีบแบบนี้ไปรับพี่มายด์หวานใจตัวเองชัวร์ ความจริงแล้วพี่เจย์เป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกันกับพี่มินที่ผมตามจีบอยู่ครับ นิสัยนี่ต่างกันสุดขั้วเลยแต่ละคนในกลุ่ม พี่เจย์เป็นพ่อพระของกลุ่มใจดี ยิ้มง่าย ส่วนพี่มิน เย็นชาจนได้รับฉายาเจ้าชายน้ำแข็ง แต่ก็ต้องขอบคุณความเย็นชาไม่ค่อยพูดของพี่มินนะ อย่างน้อยตั้งแต่ผมเริ่มจีบมานอกจากทำหน้านิ่งใส่พี่เขาก็ไม่เคยด่าว่าให้ผมช้ำใจเลย ดีใช่ไหมล่ะ


            "เมาอากาศหรือไง ยิ้มเหมือนคนบ้า" เอ่อ ขอถอนคำพูดนะครับ 


            "เรียนเสร็จแล้วเหรอครับ" 


            "อืม" คำตอบสั้นๆแต่สายตาที่ผมอ่านได้คือไม่เสร็จจะลงมาไหม ถามไม่คิด ง่ายๆเน้นๆคือโดนด่าว่าถามโง่ๆทางสายตาเต็มๆ


             "จะมองอีกนานไหม จะกลับไหมบ้านน่ะ" เสียงทุ้มแสนเย็นชาที่แฝงความหงุดหงิดเล็กน้อยนั่นทำให้ผมต้องรีบลุกยืนแล้วเดินตามพี่เขาไปอย่างรวดเร็ว ...ถึงพี่เขาจะเย็นชาแต่ ...เขาก็ยอมให้ผมกลับบ้านด้วยนะครับ
.
.
.
.
             "เดี๋ยวๆ จะไปไหนมึง" มือที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าหยุดชะงักเมื่อถูกเพื่อนหน้ามึนทักขึ้น

             "ไปตึกทันตะ" ไม่รู้จะถามทำไมทั้งๆที่ก็รู้ๆกันอยู่


             "กูว่าวันนี้ไม่ต้องไปหรอก" ไอ้เคนพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

       
             "กูก็ไปรอพี่มินปกติเปล่าวะ พวกมึงมีอะไรด่วนเปล่า" พวกมันสองคนทำหน้าหนักใจก่อนมันจะพยักหน้าให้กันแล้วยื่นโทรศัพท์มาให้ผมดู


            "มึงไปมึงก็ไม่เจอเขาหรอก เพราะพี่เขาไปศึกษางาน ที่มอ M" ไอ้คำบอกเล่าไม่เท่าไหร่หรอก.. ..ภาพยืนยันนี่สิ พี่มินที่แสนเย็นชากำลังยืนยิ้มอยู่กับใครอีกคน จะไม่ช้ำเท่าไหร่ถ้าภาพที่ว่าไม่ได้ลงในไอจีพี่เขาที่ไม่เคยมีรูปอื่นนอกจากตัวเองกับครอบครัว คนสำคัญหรือเปล่านะ... แคปชั่นไม่มีแต่จี๊ดที่ใจดี 


             "เฮ้ย ไอ้บี โอเคเปล่าวะ" ผมพยักหน้าตอบพวกมันด้วยรอยยิ้มแล้วเก็บของลงกระเป๋าต่อ ...วันนี้ไม่ต้องวิ่งไปตึกทันตะแล้วสินะ 


            "เจอกันพรุ่งนี้นะ" 
.
.
.
.
.
   
               "พี่มิน พี่ใจอ่อนให้ผมบ้างรึยังอ่ะ" วันถัดมาผมก็วิ่งไปตึกทันตะเหมือนเดิม ...ตอนนี้ก็ได้นั่งอยู่เบาะข้างคนขับเหมือนอย่างทุกที ที่จริงอยากถามมากกว่าว่า เด็กผู้ชายในภาพที่พี่เขายิ้มให้เป็นใครมีความสัมพันธ์ยังไงกัน....แต่ไม่ถามดีกว่าเพราะกลัวถูกหาว่าก้าวก่าย เลยเลือกคำถามนี้มาลองถามแทน


              "ไม่ตอบอีกแล้ว" อุตส่าห์ลองถามดู ได้สายตาเหม็นเบื่อตอบกลับมาซะงั้น


              "นี่พี่มิน พรุ่งนี้ที่สนามกีฬากลางมีงานเปิดโลกดนตรี กับเทศกาล ไปเดินเล่นด้วยกันไหม ผมได้บัตรมาสองใบ" เปลี่ยนคำถามมาอีกเรื่อง ที่กล้าชวนเนี่ยเพราะรู้มาจากพี่เจย์ว่าพรุ่งนี้ทันตะยกคลาสทั้งหมด ได้วันพักฟรีหนึ่งวันถือเป็นวันศุกร์แห่งชาติ


               "ห้ามบอกว่าไม่ว่างนะ ผมรู้ว่าพี่ไม่มีเรียน" 


               "หยุดพูดสักทีฉันไม่มีสมาธิขับรถ" แทบจะหุบปากฉับ อ่า คงไม่ไปสินะ บัตรที่ซื้อมาเป็นหมันอีกแล้ว 


                "ขอบคุณนะครับ" บอกขอบคุณเมื่อรถคันหรูจอดเทียบหน้ารั้วบ้านตัวเอง ก้าวขาลงจากรถมาแบบหงอยๆ 


               "ขับรถกลับดีๆนะพี่มิน" ปิดประตูรถก่อนจะยืนมองรถที่ยังคงจอดอยู่ไม่ไปไหน กำลังจะเคาะกระจกถาม คนในรถกลับเลื่อนกระจกลงเสียก่อน 


    
               "พรุ่งนี้เจอกันที่สนามบาสตึกสโมหกโมง ฉันต้องพาแม่ไปทำธุระก่อน" พี่เขาบอกก่อนจะปิดกระจกแล้วขับออกไป...ส่วนผมยืนกุมหัวใจที่เต้นแรงด้วยรอยยิ้มกว้างๆราวกับคนบ้า... คราวนี้ตั๋วที่ซื้อมาไม่เป็นหมันแฮะ จากที่ชวนไปไหนไม่เคยได้คำตอบรับ นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีได้หรือเปล่านะ

.
.
.
.
.

              "ยิ้มทั้งวันเลยมึง อาจารย์สั่งงานมาอย่างเยอะ เรียนหนักจนสมองกลับรึไง" ผมไม่ได้ตอบโต้กับคำพูดของไอ้เคนทำเพียงยิ้มให้มันแทน ก็คนมันมีความสุขนี่ครับ


              "เย็นนี้ไปไหนกันวะศุกร์แห่งชาติทั้งที" 


              "กูต้องกลับบ้านไวว่ะ ม๊าบอกว่าวันนี้กินข้าวรวมญาติ ไปล่ะ" ไอ้หลินตอบแค่นั้นก่อนจะรีบเดินออกไป


               "เออ ไปไวจริงๆว่ะ แล้วมึงอ่ะบี" 



              "กูมีนัด ไปนะใกล้จะถึงเวลาแล้ว" โบกมือบายๆเพื่อนที่บ่นงุ้งงิ้งว่าถูกทิ้ง แล้วก้าวขาออกวิ่ง ที่จริงเดินเอาก็ทัน แต่มันตื่นเต้นเลยวิ่งแทน..  ผมวิ่งมาถึงสนามบาสข้างสโมซึ่งเป็นที่นัดหมายในเวลาห้าโมงตรงเป๊ะ ถึงจะเหลืออีกหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัดก็ตาม มารอยังดีกว่าให้พี่เขารอนี่นา ...อยากเจอไวๆด้วยล่ะประเด็น


.
.
.
.

               เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า เลยเวลานัดมาได้ประมาณสี่สิบห้านาทีในตอนนี้ จากที่ยืนพิงต้นไม้ผมก็นั่งบนพื้นหญ้าแทน มันเมื่อยนี่ครับ สงสัยพี่มินคงติดธุระอยู่แน่ๆ 


              20.59 น. เสียงเพลงจากสนามกีฬากลางเริ่มดังขึ้นให้ได้ยินบ่งบอกว่าใกล้เวลาคอนเสิร์ตที่จะเล่นจนงานปิดแล้ว...คนที่นัดผมไว้ก็ยังไม่มา


               22:12 น. ยกนาฬิกาขึ้นมาดูเป็นรอบที่ร้อย... จะเกิดอะไรขึ้นกับพี่เขารึเปล่านะใจไม่ดีสะแล้วสิ อยากติดต่อไปถามแต่ก็ถูกบล็อคทุกช่องทางตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปจะจีบพี่เขาแล้ว กากไหมล่ะผม ถึงอย่างนั้นก็เถอะแต่พี่เขาก็ยังยอมไปส่งผมที่บ้านนะ 


               22:48 น. อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆจนผมต้องยกแขนขึ้นกอดตัวเองเอาไว้...วันนี้ท้องฟ้าอึมครึมเหมือนฝนจะตกเลย ดีที่งานจัดในสนามกลางปิดหลังคาได้ไม่ต้องกลัวฝน


               "มึงนะมึง เสียเวลาต้องวิ่งมาปิดแอร์กับประตูเลยไหมกูบอกให้เช็คดีๆ"


               "หยุดบ่นแล้วรีบวิ่งเหอะกูจะรีบกลับไปเก็บโมเม้นท์ พี่มินกับน้องจิน" 


               "กว่าจะเสร็จไปเหอะเร็ว เนี่ยป่านมันส่งมาบอกว่าตอนนี้หวานจนสนามจะมีแต่มดแล้ว" เสียงพูดคุยของผู้หญิงสองคนอยู่ในการได้ยินของผมทุกคำ พี่มินเหรอ...คงไม่ใช่หรอก พยายามคิดเข้าข้างตัวเอง ...ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเช็คโซเชี่ยวของใครอีกคน... แน่นอนว่าแอคที่ใช้ส่องเป็นแอคไม่ระบุตัวตนเพราะแอคของผมถูกบล็อคไปแล้ว ...โล่งใจตอนที่เปิดไอจีแล้วภาพล่าสุดคือภาพของพี่มินกับแม่ที่กำลังเดินซื้อของอยู่ พอเลื่อนสายตาลงมาดูแคปชั่น ใจของผมก็เริ่มกลัวแปลกๆ 


                'Photo by @Jinbae_052' นิ้วเจ้ากรรมกดลงไปที่แอคเคาท์นั้นอย่างไม่ทันคิด เมื่อเน็ตโหลดเสร็จ น้ำตาของผมก็ไหลออกมาแทน


              'ขอบคุณสำหรับอาหารและขอบคุณที่พามามาเที่ยวกับคุณแม่นะครับพี่หมอ :) #Mydentist' ภาพของพี่หมอมินที่ผมตามจีบกำลังมองกล้องด้วยรอยยิ้ม..ยิ้มที่ไม่ต่างจากภาพเมื่อวานนี้เลย

               และคลิปล่าสุด...คือคลิปบรรยากาศงานในสนามกีฬากลาง ปิดท้ายคลิปด้วยภาพมือที่จับกัน... พร้อมแคปชั่นสั้นๆที่ทำให้ผมเข้าใจอะไรหลายๆอย่าง

               'Never walk alone #Mydentist'



                เก็บโทรศัพท์กับเข้าที่อย่างคนเหม่อลอย...มองท้องฟ้าที่เริ่มหม่นลงเลยๆก่อนเม็ดฝนจะหยดลงมา...ผมยังคงนั่งอยู่กับที่ไม่ไปไหน แม้ว่าฝนจะตกและตัวของผมจะเปียกปอน... ตลกตัวเองที่ตามตื้อคนที่แม้กระทั่งช่องทางติดต่อยังถูกบล็อคหมดมาได้ตั้งเกือบสองปีเต็ม... ตลกที่พยายามดันทุรังและคิดเข้าข้างตัวเอง...สิ่งที่เคยคิดว่าดีกับการที่อีกคนไม่ต่อว่าหรือไล่ให้ไปไกลๆ กลับย้อนมาทำร้ายใจของตัวผมเองอย่างมหันต์...บางทีถ้าถูกด่าว่าแรงๆ ผมอาจจะตัดใจและไม่ปล่อยให้ความรู้สึกมันเพิ่มพูนขึ้นในทุกวันอยู่แบบนี้ ผมนี่โง่เนาะน่าจะรู้ตัวตั้งแต่ที่เขาบล็อคแล้วโง่จริงๆเลย




                 "มานั่งตากฝนทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้!!!" แรงกระชากที่ข้อมืออย่างแรงทำให้ผมต้องลุกขึ้นยืนตามแรงนั้น ใบหน้าโกรธเกรี้ยวกับสายตาดุดันถูกส่งมาให้ผม มันเจ็บนะที่ถูกกระชาก..แต่ถ้าเทียบกับใจของผมแล้ว...ความเจ็บที่แขนไม่ส่งผลใดๆเลย


                "มารอพี่ไงครับ" พูดออกไปทั้งๆที่เสียงยังคงสั่น 


                 "โง่หรือไง ทำไมไม่หลบฝน" อารมณ์เกรี้ยวกราดเหมือนถูกลดลงด้วยคำพูดของผม สายตาที่แสนจะเย็นชาไหววูบไปชั่วขณะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงดีใจและคิดเข้าข้างตัวเองแต่ตอนนี้...คงไม่แล้วล่ะ...



                 "ครับผมโง่ โง่ที่ไม่ยอมหลบฝน....ผมโง่ที่นั่งรอคนที่นัดผมเอาไว้ทั้งๆที่เขาคงลืมไปแล้วด้วยซ้ำ หรือความจริงแล้วเขาอาจจะไม่ได้ใส่ใจมันเลย" มือที่ผมเคยวาดฝันว่ามันคงจะอุ่นมากๆหากได้จับเอื้อมมาหาผม ..แต่ผมถอยหลังหนีมัน


.              "บี ..." ผมรอให้เขาพูดอะไรออกมาสักคำ...สุดท้ายเขาก็เงียบ มันคงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดและผมควรจะต้องเข้าใจ

              
              "ความจริง พี่ไม่ผิดอะไรหรอกครับ เป็นผมเองที่ดื้อด้าน ทั้งๆที่น่าจะรู้ตัวตั้งนานแล้วยังดื้อดึงมากวนพี่อีก" ค่อยๆวาดยิ้ม เป็นยิ้มที่น่าสมเพชที่สุดในชีวิตผมออกไปเพราะผมกำลังยิ้มเย้ยหยันให้กับตัวเอง


              "แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขอพี่... อย่านิ่งเฉยถ้าหากรู้สึกอยากไล่ออกไปให้ไกลๆ อย่ายอมไปส่งใครเพียงเพราะถูกตามตื้อ" หยุดพูดเพื่อควบคุมอาการสะอึกจากการร้องไห้ 


              "ถ้าพี่ไม่ได้ตั้งใจที่จะนัดผม"

              "ถ้าพี่แค่รับปากเพราะรำคาญ...ต่อจากนี้ไม่ว่าจะกับใคร"

              "พี่อย่าทำมันกับคนที่ชอบพี่อีกเลยนะครับ" 


              "เพราะสำหรับพี่มันอาจจะเป็นแค่คำพูดเพื่อตัดรำคาญ แต่สำหรับคนฟังมันสำคัญต่อหัวใจของเขามากจริงๆ" ผมหันหลังเดินออกมา...พร้อมกับปล่อยบัตรเข้างานสองใบทิ้งไปกับสายฝน....เดินออกมาจนถึงตึกคณะของตัวเองขาของผมก็อ่อนแรงเกินกว่าจะก้าวต่อไปร่างกายทรุดลงท่ามกลางสายฝนที่หลั่งริน ...ผมเคยคิดว่าจะไม่สมหวัง..แต่ก็ไม่เคยรู้ว่ามันจะเจ็บขนาดนี้.... 

.
.
.
.


             "ฮั่ดชิ่ว~" ผลจากการนั่งตากฝนเป็นเวลายาวนานอย่างกับตัวเองทำเอ็มวีอยู่นั้นทำให้ร่างกายของผมเดี้ยง เดี้ยงจนต้องมานอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล อนาถแท้ชีวิตอกหักรักคุดสุขภาพยับเยิน 


              "อ้าว ฟื้นแล้วเหรอเรา" ยิ้มออกมาเมื่อเห็นคนที่เดินเข้าห้องพักผู้ป่วยมาหา คนที่ช่วยหามผมมาส่งโรงพยาบาล พี่ชายคนเดียวของผม


              "พี่แดนไม่ต้องเข้าบริษัทเหรอครับวันนี้" 


               "เข้าบ่ายน่ะเลยมาดูเราก่อน ป๊ากับม๊าโทรมาหาพี่ตลอดเลย แถมม๊าบ่นพี่จนหูชาด้วยที่ปล่อยให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านป่วย" มืออุ่นวางลงบนหัวของผมอย่างอ่อนโยน 



                "พี่แดนไม่ผิดสักหน่อย" เอ่ยบอกพร้อมกับหัวเราะเพราะใบหน้าของพี่ชายที่ทำหน้าตาแหยๆเมื่อพูดถึงการบ่นของคุณนายประจำบ้าน


                เราสองพี่น้องนั่งคุยกันสักพักก่อนที่พี่ของผมจะรีบออกไปเพราะนึกขึ้นได้ว่าเรียกสรุปงานจากพนักงานใหม่ แต่ผมที่เป็นน้องรู้ทันหรอกน่า ว่าคุณแดนเขาน่ะ แค่ต้องการรีบไปกวนประสาทพี่ซองอูพนักงานฝ่ายการตลาดคนใหม่เท่านั้นเอง 


               มองท้องฟ้าผ่านหน้าต่างที่เริ่มครึ้ม...ฝนจะตกอีกแล้วเหรอ...สมองพลันกลับไปคิดถึงเรื่องเมื่อสามวันก่อน วันที่ผมร้องไห้ท่ามกลางสายฝน ไม่รู้ร้องไปนานแค่ไหนโชคดีที่ทันรถเมล์เที่ยวสุดท้ายเลยแบกสังขารกลับคอนโดได้ ปกติผมนอนบ้านใหญ่เสมอเพราะเป็นทางเดียวกับบ้านของคนที่ผมอยากกลับด้วย มีวันนั้นแหละที่ผมไม่กลับ กลัวพี่ชายจะตกใจถ้าเห็นสภาพของผมอีกอย่าง ในตอนนั้นผมยังไม่อยากจะเจอใครด้วยเลยเลือกไปนอนคอนโดแทน กลับห้องไปอาบน้ำแล้วพอเข้านอนน้ำตาเจ้ากรรมก็ยังไหลลงมาอีก...ผมคิดว่าผมจะร้องไห้แค่วันนั้นเป็นวันสุดท้ายแต่ไม่ใช่หรอก...เพราะวันนี้แค่คิดถึงเขาผมก็ร้องไห้อีกแล้ว... อ่อนแอจริงๆเลยนะไอ้บีเอ้ย

.
.
.
.
               "เคนมาแล้วววว" ส่ายหน้าเอือมกับความลากเสียงยาวไม่เกรงใจใครของเพื่อนจอมทะเล้น 


                 "เกรงใจคนอื่นบ้าง โรงพยาบาลไม่ใช่หน้าตลาดสด" ขอบคุณเพื่อนหลินที่ด่าแทนบีคนนี้


                 "ปากคอเราะร้าย ใช่สิกูไม่ใช่น้องเซนของมึงนี่" คนตัวเล็กมุ่ยหน้าอย่างแสนงอนไปให้ สิ่งที่ได้ตอบกลับคือแรงตบกลางศรีษะจนหัวคลอน สงสารนะแต่สะใจมากกว่า 


                 "ห่า กูเจ็บ ไม่ต้องมาหัวเราะเลยไอ้บี ไม่ช่วยแล้วยังขำอีก" พาลมาว่าผมจนได้นะคนเรา.



                  "หมอให้ออกได้วันไหนเหรอมึง" เพื่อนหน้ามึนไม่ได้สนใจคนที่ทำหน้างอนอยู่ แต่หันมาคุยกับผมแทน


                 "พรุ่งนี้บ่ายอ่ะหลิน" มันพยักหน้าตอบรับก่อนจะจัดของที่เอามาไว้บนโต๊ะ



                  "เข้าโรงพยาบาลมาสามวันงี้ พี่มินมึงเหงาแย่เลยดิไม่มีคนวิ่งไปรอกลับบ้านด้วยตั้งสามวัน" ร่างกายเหมือนถูกแช่แข็งเพียงได้ยินชื่อของใครอีกคน...ผมฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้พวกมันจับพิรุธได้ แต่ยังไงผมก็หลอกพวกมันไม่ได้อยู่ดี



                "ที่มึงไปตากฝนจนป่วยเป็นเพราะพี่มินใช่ไหม" คำพูดก่อนหน้านี้คงเป็นแค่การหยั่งเชิงเพื่อจับผิดสินะ เอาเถอะ คงปิดไม่ได้อยู่แล้ว


                "เปล่า...เป็นเพราะกูโง่เองเนี่ยแหละที่ไม่ยอมหลบฝน" ตัวของผมถูกโอบกอดด้วยอ้อมแขนของไอ้เคน ส่วนไหล่ของผมก็ถูกบีบด้วยมือของเพื่อนหน้ามึนอย่างไอ้หลิน พวกมันรู้ว่าผมไม่พร้อมจะเล่า...เลยไม่คาดคั้นและโอบกอดผม อยู่เคียงข้างผมแทน ...ผมอยากขอบคุณพวกมันเหลือเกิน

.
.
.
.

                "สาวมองตามคอแทบหักเลยนะมึง" เพียงแค่ก้าวเท้าเข้ามาใต้ตึกก็ได้ยินเสียงโห่แซวของเพื่อนตัวดีทันที

         
                 "ให้มันได้ฮ็อตหน่อยเถอะปกตินั่งรถเมล์ ต้องตื่นเช้าใส่แว่นเด๋อๆมาเรียนเพราะใส่คอนแทคไม่ทัน จนกลบเกลื่อนรัศมีความดูดีของมันหมด วันนี้ให้มันได้เฉิดฉายบ้าง" อดขำไม่ได้กับคำพูดคำจาของเพื่อน แต่ก็คงจะจริงนั่นแหละผมนั่งรถเมล์มาเรียนตั้งแต่ปีหนึ่งไม่เคยได้ขับรถมาเอง...เหตุผลก็เพราะอยากกลับพร้อมคนที่ผมชอบ ซึ่งต่อจากนี้ไปคงไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว



                "มันก็จะเกินไป แค่หวีผมกับถอดแว่นมาใส่คอนแทคบวกส่วนสูงมันก็ออร่าแรงอยู่แล้ว เสือกมาพร้อมกับออดี้สีขาวอีก ไม่ไว้หน้าเพื่อนเลย อย่างงี้สาวๆก็หนีไปหวีดมันหมดอ่ะดิ"  


                 "ได้ข่าวว่าสาวๆนี่เขาหมายปองไอ้หลินมันนะกรุณาให้เกียรติตำแหน่งเดือนมันด้วย ส่วนมึงนี่กูเห็นส่วนใหญ่มีแต่หนุ่มๆมาหวีด" 


                  "หยาบคายไอ้สัส!"



                   "พอๆ ไปเรียนกันเถอะ" คนห้ามก็ห้ามมันทั้งที่กำลังขำนั่นแหละ แล้วมันก็ลากผมกับไอ้เคนขึ้นตึกเพื่อไปเรียน
.
.
.
.
                  "แม่ง นั่นอาจารย์หรือเครื่องจักรอิเห้ หกชั่วโมงหยุดหกครั้งเพื่อแดกน้ำแล้วพูดต่อ โอ้โหกูนี่ยอม หิวจนจะแดกช้างได้แล้วเนี่ย" คลาสสุดท้ายที่ปกติเรียนบ่ายโมงถึงสี่โมงเย็นถูกลากยาวไปยันหนึ่งทุ่มเพราะเพราะอาจารย์จัดชดเชยต่อ โดยไม่ถามความสมัครใจใดๆ เรียนเสร็จก็มีควิซท้ายคลาสเรียกได้ว่า นรกแตกของจริง สภาพนักศึกษาแต่ละคนอ่อนระโหยโรยแรงไปไม่ต่างกัน


                "คิดถึงจังเลย" ร่างกายของผมถูกโถมตัวกอดจากเด็กปีหนึ่งพร้อมกับสายตาของคนกอดที่มองมาที่ผมอย่างออดอ้อน


                 "พี่ก็คิดถึงเรา" ยีผมรุ่นน้องด้วยความเอ็นดู ก่อนจะยักคิ้วกวนให้กับเพื่อนหน้ามึนที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว


                  "น้องอยากกินบอนชอนอ่ะ พี่บี" อดขำไม่ได้เมื่อฟังจบ ที่มาอ้อนนี่หิวสินะ


                 "มากอดอ้อนเพราะหิวหรอกเหรอ เสียใจจัง" เอ่ยตัดพ้อแบบไม่จริงจังนัก


                  "ไม่ใช่นะ มันก็ส่วนหนึ่งอ่า แต่เซนคิดถึงพี่บี คิดถึงมากๆเลย" แก้มของผมถูกรุกรานด้วยจมูกของรุ่นน้อง เพื่อประกอบคำพูดว่าคิดถึง 


                 "พอๆ รู้แล้วว่าคิดถึง แก้มพี่จะช้ำแล้วเนี่ย อีกอย่างเดี๋ยวคนแถวนี้อกแตกตายพอดี" มองหน้าไอ้หลินที่เริ่มมีแววหงุดหงิด แล้วก็สงสารเลยบอกให้น้องหยุด แต่น้องก็ช่างเชื่อฟังเหลือเกิน


                  "ปล่อยให้อกแตกไปเลยครับ เซนไปกับพี่บีนะ นะ ไปกินบอนชอนกัน"


                 "ก็ได้ๆ เคนมึงไปกับไอ้หลินนะ โทษทีนะหลินน้องเขาเลือกกูว่ะ" คนถูกแกล้งเดินหนีออกไปอย่างอารมณ์เสีย แบบไม่รอใคร



                   "พวกมึงนี่ ทิ้งกรรมให้กูอีก นี่กูต้องไปกับสล็อตตกมันเหรอ" ผมกับเซนมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมา แล้วเป็นเซนที่ผละออกเดินตามไอ้หลินไป เด็กมันแค่อยากหยอกแฟนสุดท้ายเดี๋ยวมันก็ตามไปง้อ คาดว่าพอถึงห้างคงได้เห็นใบหน้าสดใสและยิ้มแย้มของไอ้หลินไม่ผิดแน่
.
.
.
.
.
                  "ฮัลโหล ครับพี่แดน บีพึ่งถึงคอนโดครับ"


                  'กลับมาบ้านก่อนได้ไหม เดี๋ยวพี่ไปรับ'


                  "หืม ไม่ต้องหรอกครับเดี๋ยวบีกลับไปเอง"


                   'เอางั้นเหรอ ขับรถดีๆนะเรา'


                   "ครับ แล้วเจอกันนะครับ" เป้าหมายถูกเปลี่ยนจากที่จะเลี้ยวรถเข้าไปจอดในที่จอดรถของคอนโดก็ต้องวนรถออกเพื่อกลับบ้าน เมื่อถูกพี่ชายโทรตาม มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่านะ...


                    พอมาถึงบ้านสิ่งที่ทำให้แปลกใจและใจเต้นแรงในเวลาเดียวกันก็คือรถคันหรูที่คุ้นตา....รถของพี่มิน

                    "มองหาเจ้าของรถอยู่เหรอ" เสียงของพี่ชายทักขึ้นเมื่อผมเอาแต่มองรถคันนั้นที่ไร้วี่แววของเจ้าของมัน


                    "พี่แดน..." ทำไมพี่ชายผมถึงพูดเหมือนรู้ล่ะว่าใครคือเจ้าของรถ


                    "ถ้าใช่ ก็รีบเข้ามาเถอะ เขาคงอยากให้บีดูแลมากกว่าพี่" ผมมองหน้าพี่ชายของตัวเองอย่างสงสัย 


                    "ยังจะงงอีก เจ้าของรถน่ะป่วยพี่เลยแบกขึ้นไปไว้บนห้องเรา ขึ้นไปดูเขาสิ พี่ต้องออกไปรับซองอู" ได้ยินแค่นั้นผมก็ก้าวเท้าวิ่งทันที ทำไมถึงป่วย แล้วทำไมถึงมาที่นี่กันนะ


                   ผมค่อยๆเปิดประตูแล้วเดินไปยังเตียงนอนของตัวเองที่มีคนป่วยนอนหลับอยู่

                   "ตัวร้อนจี๋เลยแฮะ" วางมือวัดอุณหภูมิก็ต้องรีบดึงมือออกเพราะตกใจกับความร้อนที่ได้รับ ไข้สูงขนาดนี้ทำไมไม่ไปหาหมอ ขยับตัวลุกจากเตียงเพื่อหาอุปกรณ์มาเช็ดตัวให้คนป่วย แต่มือก็ถูกรั้งเอาไว้เสียก่อน 


                 
                  "อย่าไป" น้ำเสียงแหบแห้งจนแทบจะฟังไม่ออกถูกเอ่ยออกมาให้ได้ยิน พร้อมกับแววตาแดงก่ำจากพิษไข้มองมาที่ผมอย่างอ้อนวอนจนร่างกายของผมเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่...

.
.
.
.

                 เจ้าชายน้ำแข็ง..ฉายาที่ได้มาเพราะบุคลิคภายนอกที่คนอื่นได้มองเห็น...แค่เพียงเพราะว่าผมไม่ค่อยพูดและยิ้มแย้ม หรือดูเป็นมิตรเพียงเท่านั้น แต่ผมไม่ได้ซีเรียสกับมันหรอกออกจะดีเสียด้วยซ้ำเพราะทำให้ผมดูเข้าถึงยากและไม่ค่อยมีคนกล้าเข้ามายุ่ง...ยกเว้นแต่ผู้ชายคนหนึ่งที่ผมเจอในวันปฐมนิเทศน์ ตั้งแต่ได้เจอกันจนรู้จักชีวิตของผมก็ไม่เงียบสงบอีกเลย แรกๆตอนโดนจีบผมบล็อคช่องทางการติดต่อของผู้ชายคนนั้นทั้งหมดเพราะคิดว่ามันอาจจะทำให้อีกคนถอดใจและเลิกยุ่งกับผมไป แต่ผมคิดผิด ติดต่อไม่ได้เจ้าตัวก็โผล่มาหาผมถึงคณะได้อยู่ดี

                 พอนานวันเข้าผมก็เริ่มชินกับการที่จะเห็นเขาคนนั้นวิ่งมารอผมเลิกเรียนที่ตึกคณะ ชินกับการฟังเสียงพูดคุยของเขา แล้วสุดท้ายผมก็ยอมใจอ่อนให้เขากลับบ้านด้วย เขาเป็นเด็กที่ร่าเริง และค่อนข้างกวนเท้าในระดับหนึ่ง แต่ก็มักจะทำให้ชีวิตที่ดูเรียบง่ายของผมมีสีสัน และทำให้ผมอยากยิ้มมากขึ้นเหมือนกัน


               ผมไม่รู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับเขา...จนผมได้เจอกับจินรุ่นน้องที่เคยคบกับผม ตอนเจอจินใจผมเต้นด้วยความรู้สึกยินดีเพราะการจากลาระหว่างเรานั้นมันเพราะระยะทาง และไม่นานเราก็กลับมาคบกัน ผมมีความสุขและสบายใจที่ได้พูดคุยกับจิน แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดต่อเจ้าคนจอมตื๊อที่พยายามจีบผมมาเกือบสองปี ผมรู้ว่าผมเลวมากๆที่ไม่บอกเขาไปตามตรงและไล่เขาให้ไปจากชีวิตผมซะ 


               วันที่น้องเขาชวนผมไปงานของมอ. เพียงแค่ได้เห็นสีหน้าหงอยๆกับสายตาที่มีความหวังอยู่ลึกๆ ผมก็ใจอ่อนยอมตอบรับที่จะไปด้วย ตอนที่เห็นหน้าเหวอๆอย่างตกใจในตอนที่ผมตอบรับคำชวนนั่น ก็อดมายิ้มกับตัวเองอย่างอารมณ์ดีเสียไม่ได้


               ในวันงานที่ผมนัดน้องเอาไว้ ผมพาแม่ไปทำธุระและได้เจอกับครอบครัวของจินโดยบังเอิญ แม่เลยบอกให้ผมพาน้องไปเที่ยวส่วนแม่จะเรียกคนรถมารับเอง ผมที่ปฏิเสธไม่ได้จึงใช้เวลาอยู่กับจินทั้งวันจนในตอนเย็นที่เพื่อนผมนัดเจอและเอาบัตรงานของมอ.มาให้ ผมก็พาจินไป โดยที่ลืมไปว่าผมนัดใครอีกคนเอาไว้



               ผมพึ่งคิดได้ในตอนที่ฝนตก ผมวิ่งออกมาจากงานโดยที่ไม่สนใจใคร แม้กระทั่งคนที่ได้ชื่อว่าแฟนของผมที่ผมปล่อยมือแล้ววิ่งออกมา 


              ใจของผมกำลังร้อนรน ผมได้แต่ภาวนาให้เจ้าหมอนั่นรู้จักหาที่หลบฝน หรือไม่ก็เลิกรอผมแล้วกลับบ้านไป แต่ดูเหมือนการภาวนาของผมจะไร้ผลเมื่อวิ่งไปถึงสนามบาสข้างสโม ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางสายฝนอย่างเหม่อลอยผู้ชายคนนั้นที่ผมผิดนัด ผมโมโหและหงุดหงิดที่เขาไม่ยอมหลบฝน จึงเผลอตะคอกและดึงเขาให้ลุกขึ้นยืนอย่างแรง

                  
            "มานั่งตากฝนทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้!!!" 


            "มารอพี่ไงครับ"  น้ำเสียงสั่นไหวกับสายตาเจ็บปวดมันกำลังบีบหัวใจของผมให้เจ็บปวดตาม 


             "โง่หรือไง ทำไมไม่หลบฝน" ระดับความหงุดหงิดของผมลดลงจึงได้แต่ถามออกไป ทำไมถึงไม่ยอมหลบฝน เจ้าบ้าเอ้ย


            "ครับผมโง่ โง่ที่ไม่ยอมหลบฝน....ผมโง่ที่นั่งรอคนที่นัดผมเอาไว้ทั้งๆที่เขาคงลืมไปแล้วด้วยซ้ำ หรือความจริงแล้วเขาอาจจะไม่ได้ใส่ใจมันเลย" คำตัดพ้อกับน้ำตาของเขากำลังสั่นคลอนหัวใจของผมอย่างรุนแรง ผมเอื้อมมือไปหาหวังที่จะเช็ดน้ำตาที่ปะปนกับหยาดฝนออกให้ แต่เขากลับถอยหลังหนีสัมผัสของผม


.           "บี ..." ทำได้เพียงเอ่ยเรียกชื่อน้องเขาออกไปเท่านั้น...เพราะผมไม่รู้จะพูดอะไร มันตันไปหมด อยากขอโทษแต่ก็ละอายใจเกินกว่าจะพูดออกไป

              
           "ความจริง พี่ไม่ผิดอะไรหรอกครับ เป็นผมเองที่ดื้อด้าน ทั้งๆที่น่าจะรู้ตัวตั้งนานแล้วยังดื้อดึงมากวนพี่อีก" เขากำลังยิ้ม...ยิ้มในแบบที่ผมไม่เคยได้เห็น ช่างเป็นรอยยิ้มที่เจ็บปวดและไม่เหมาะกับเขาเลย


            "แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขอพี่... อย่านิ่งเฉยถ้าหากรู้สึกอยากไล่ออกไปให้ไกลๆ อย่ายอมไปส่งใครเพียงเพราะถูกตามตื้อ" 

              "ถ้าพี่ไม่ได้ตั้งใจที่จะนัดผม"

              "ถ้าพี่แค่รับปากเพราะรำคาญ...ต่อจากนี้ไม่ว่าจะกับใคร"

              "พี่อย่าทำมันกับคนที่ชอบพี่อีกเลยนะครับ" 


              "เพราะสำหรับพี่มันอาจจะเป็นแค่คำพูดเพื่อตัดรำคาญ แต่สำหรับคนฟังมันสำคัญต่อหัวใจของเขามากจริงๆ" เขาจากไปพร้อมกับทิ้งคำพูดที่แช่แข็งร่างกายและหัวใจของผมเอาไว้  ผมทรุดตัวลงนั่งบนพื้นสนามที่เปียกชื้น นั่งคิดทบทวนว่าผมได้ทำพลาดอะไรลงไป เพราะผมหมดแรงที่จะทำอะไรต่อไปแล้ว



              เช้าวันถัดมาผมก็หอบร่างกายที่ไม่เต็มร้อยไปเรียนตามปกติ...ที่ไม่ปกติคงเป็นในตอนเลิกเรียนผมลงมานั่งใต้ตึกเพื่อหวังว่าจะได้เห็นใครบางคนวิ่งมาหา แต่สุดท้ายก็ว่างเปล่า.... ผมกลับบ้านและใช้ชีวิตอยู่ในห้องนอนของตัวเองจากที่ไม่ค่อยพูดก็กลายเป็นว่าผมไม่อยากพูดอะไรกับใครเลย ....และนั่นทำให้ผมกับจินทะเลาะกัน เขางอนผม แต่ผมไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะหัวใจของผมมันชาไปหมดเพราะใครอีกคนไปแล้ว อีกวันถัดมาผมก็ไม่ได้เจอคนๆนั้นเช่นเคย ลองไปด้อมๆมองๆที่คณะของเขาก็ไม่เจอ เห็นแต่เพื่อนทั้งสองคนของเจ้าตัว 


             และผมก็ไม่ได้ตรงกลับบ้านแต่เลือกที่จะไปเฝ้าที่หน้าบ้านของใครคนนั้นแทน ไม่รู้สิมันอาจเป็นความคิดถึงก็ได้ ....ผมคิดถึงเขา ไม่เคยคิดว่าการที่ไม่มีเขาเข้ามาก่อกวนในชีวิต การที่ไม่ได้เจอหน้าเขามันจะทรมานขนาดนี้ ... 


             เช้าอีกวันผมมีดูงานที่มหาลัยของจินผมเจอเขากำลังกอดกับผู้ชายอีกคน เขาดูตกใจที่เห็นผม และใช่นั่นคือคนรักใหม่ของเขา เราเลิกกันในวันนั้น โดยที่ผมเป็นคนบอกเลิกเขาเองและผมก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย... แม้เขาจะขอร้องให้ฟังเขาและให้อภัย แต่ผมก็ไม่ได้สนใจหรือเก็บมาคิด ผมเดินหันหลังให้คนที่ผมเคยคิดว่าผมยังรักอยู่..เดินออกมาพร้อมความมั่นใจว่า หัวใจของผมแท้จริงแล้วอยู่ที่ใคร มันอาจจะสายไปที่ผมจะไปหาเขาคนนั้น แต่อย่างน้อยแค่ได้เจอหน้าก็ยังดี เผื่อว่าความทรมานที่ผมรู้สึกจะลดลงบ้าง



             ผมขับรถมาที่หน้าบ้านของบีเหมือนอย่างเคย ที่แปลกไปคงเป็นร่างกายของผมที่เริ่มแย่ลง ผมป่วยตั้งแต่วันที่ตากฝน คิดว่ากินยาแล้วคงดีขึ้นแต่อาการกลับแย่ลงเรื่อยๆ ตอนนี้ตัวของผมร้อนจนอึดอัดและหัวก็ปวดจนแทบจะระเบิด สติเริ่มลางเลือนทำให้ตัวของผมฟุบลงกับพวงมาลัย เสียงสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงแตรรถของตัวเองที่ดังไม่หยุด



             รู้สึกตัวอีกทีในตอนที่ถูกตรวจร่างกาย อาจจะเป็นคุณเจ้าของบ้านที่ผมกำลังนอนอยู่เป็นคนตามหมอมาให้ ซึ่งดูแล้วเจ้าของบ้านที่ว่าคงมีฐานะในระดับหนึ่ง ผมถูกฉีดยาเพราะไข้ขึ้นสูงจนน่าตกใจ และถูกเจาะสายให้น้ำเกลือเพราะร่างกายอ่อนเพลีย ผมรับรู้ทุกอย่างเพียงแค่อ่อนแรงเท่านั้น จนหมอและคุณเจ้าของบ้านที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เดินออกไปจากห้อง สักพักก็มีคนเดินเข้ามาแทน เขาเดินมานั่งบนเตียงแล้วเอามือวัดไข้ให้ผม


            "ตัวร้อนจี๋เลยแฮะ" น้ำเสียงที่คุ้นเคยทำให้ใจของผมเต้นรัว แรงขยับเหมือนเขากำลังจะลุกออกไปทำให้ผมเอื้อมมือไปคว้ามือของเขาเอาไว้.


            "อย่าไป" อย่าไปไหนอีกเลย ผมกระชับมือที่จับเขาเอาไว้แน่นเพื่อรั้งให้เขาอยู่กับผม 


           "ผมจะไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้พี่ไงครับ พี่จะได้นอนสบายตัวขึ้น" ริมฝีปากของผมกระตุกยิ้มขึ้นมา....น่ารัก..


            "เช็ดแล้ว หมอฉีดยาให้แล้ว เดี๋ยวไข้ก็ลด อย่าไปนะ อยู่กับพี่" จับมือนุ่มมาวางแนบที่ข้างแก้มเอียงแก้มซบกับมือนั้นอย่างโหยหา หัวของผมเริ่มหนักขึ้นแต่ผมก็ยังคงยิ้มอย่างสุขใจจากไออุ่นที่ได้รับ ก่อนที่ผมจะหลับไป....

.
.
.
.

             "พี่มาทำแบบนี้ แล้วผมจะตัดใจได้ยังไงกัน" บ่นออกมาเมื่อคนป่วยนอนนิ่งไป มองมือที่ถูกจับไปแนบแก้มแล้วก็รู้สึกเขินขึ้นมาสะงั้น เจ็บแล้วไม่เจียมสินะหัวใจ


              ขยับตัวนอนลงข้างๆคนป่วย มองใบหน้าหล่อเหลาที่ซีดเซียวเพราะพิษไข้... ปิดเปลือกตาลงแล้วปล่อยให้สมองได้หยุดพัก พร้อมกับหัวใจที่ไม่เต้นอย่างเจ็บปวดเหมือนอย่างสามสี่วันที่ผ่านมา...


            

                เช้าวันใหม่ ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของคนป่วยสิ่งแรกที่ทำคือสำรวจสายน้ำเกลือว่ายังอยู่ดีไหมโชคดีที่สายยาวพอไม่งั้นเข็มคงได้หักคามือคนป่วยแน่ๆ ทำอะไรไม่คิดเลย บ่นในใจก่อนจะค่อยๆลุกไปจัดการล้างหน้าแปรงฟันแล้วเดินลงไปยังห้องครัวเพื่อบอกแม่บ้านให้ทำข้าวต้มให้ เดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับถาดอาหารและยา สายน้ำเกลือของคนป่วยถูกถอดออกด้วยฝีมือคุณหมอที่แวะเข้ามาตรวจดูอาการตามคำสั่งของพี่ชายของผม ถ้าให้เดาป่านนี้พี่ชายคนดีคงยังไม่กลับมาจากหอของพี่ซองอูแน่ๆ เมื่อคืนก็ไม่อยู่ กลับมาคงต้องบอกให้พาว่าที่พี่สะใภ้มารู้จักกันเสียหน่อยแล้ว


                "พี่มินครับ" เขย่าแขนปลุกคนป่วยให้รู้สึกตัว 

               "พี่มิน" การเรียกครั้งที่สองสำเร็จผล คนป่วยลืมตาขึ้นมา แล้วหยุดสายตามองอยู่ที่หน้าผม จนผมทำตัวไม่ถูก

      
               "เอ่อ คือ ลุกขึ้นมาทานข้าวก่อนครับ จะได้ทานยา" คนป่วยพยักหน้ารับผมจึงช่วยประคองให้หลังของอีกคนพิงหัวเตียงเอาไว้ 


              "พี่มีแรงหรือเปล่าครับ" 



              "ป้อนพี่หน่อยนะครับ" ส่ายหน้าตอบเฉยๆก็ได้ไม่เห็นต้องมาพูดแบบนี้เลย โอ้ย ใจสั่นโว้ย...


..            ใช้เวลาป้อนข้าวป้อนยาไม่นาน จะให้นานทำไม ก็พี่เขาจ้องแต่หน้าผมอ่ะ ผมเลยรีบป้อน เพราะทำตัวไม่ถูก


              "นั่งย่อยสักหน่อยนะครับ จะได้นอนพักต่อ ผมเอาจานไปเก็บก่อนล่ะ" 


              "น้องบีครับ" เหมือนร่างกายถูกแช่แข็งอีกครั้งเมื่อถูกเรียกด้วยสรรพนามที่อีกคนไม่เคยเรียก 



              "พี่ชอบเรานะครับ ไม่สิ พี่รักเรานะ อาจจะช้าเกินไปที่มาพูดเอาตอนนี้ พี่ทำผิดไปมากจริงๆ แต่พี่แค่อยากบอกเรา" ผมมองหน้าเขาอย่างต้องการหาความจริงว่าสิ่งที่เขาพูดมันจริงหรือเปล่า


.             "แล้วคนๆนั้นของพี่ล่ะครับ" 


             "พี่เลิกกับเขาแล้ว...ที่พี่มาหาเราไม่ใช่เพราะว่าพี่ไม่มีใคร...พี่เป็นคนบอกเลิกเขาเอง รู้ไหมครับตอนที่พี่เดินจากเขามามันไม่เจ็บปวดเลย ไม่เหมือนกับวันนั้นที่พี่ทำเราเสียใจ มันไม่รู้สึกปวดหัวใจหรือรู้สึกขาดหายเหมือนวันที่พี่ไม่ได้เจอเรามารอกลับบ้านพร้อมกันเหมือนเดิม"


             "พี่ขอโทษที่รู้ตัวช้า...."


             "ให้โอกาสพี่ได้ไหมครับ" 


              "คราวนี้ พี่จะเป็นฝ่ายจีบเราเอง" เหมือนหัวใจถูกโจมตีหลายๆครั้งติดกันจนเต้นรัวเกินควบคุม รักเขามาตั้งเกือบสองปี เจ็บครั้งเดียวมันจะไปจำอะไร ไอ้หัวใจไม่รักดี



             "ผม ให้โอกาสพี่ก็ได้ แต่ผมจะไม่วิ่งตามพี่แล้วนะ" ลองดูสักครั้งคงไม่เสียหายหรอก ทำไงได้หัวใจไม่รู้จักจำ




              "ไม่ต้องวิ่งตามพี่หรอกครับ พี่จะเป็นคนที่เดินตามหลังเราเอง จะคอยอยู่ข้างหลังเราจนเราพร้อมที่จะให้พี่ไปเดินข้างๆ แค่ให้โอกาสพี่ พี่ก็ขอบคุณมากๆแล้ว" รอยยิ้มดีใจกับสายตาหวานซึ้งที่ผมไม่เคยได้เห็น ปรากฏต่อสายตาของผมในตอนนี้ เล่นเอาหน้าเห่อร้อนไปหมด อันตรายต่อใจจริงๆ 



             "รักษามันไว้ให้ดีนะครับ รีบเดินตามมานะ ผมจะรอ" พูดแค่นั้นก่อนจะพาตัวเองถือถาดจานเดินหนีอีกคนออกมาจากห้อง ขืนอยู่ต่อได้ระเบิดตัวตายพอดี ที่ใจอ่อนง่ายๆเนี่ยเห็นแก่ที่มาเฝ้าหน้าบ้านหลายวันแล้วหรอกนะ ถ้าถามว่ารู้ได้ไงนี่จากพี่ชายคนดีของผมเลยครับ....



               หวังว่าคุณทันตะจะจีบเด็กฟิล์มอย่างผมติดไวๆนะครับ....เพราะแค่ตอนนี้ก็เหมือนสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว....คุณคนอ่านอย่าไปบอกพี่เขาล่ะ ผมต้องเอาคืนที่ทำให้ผมเสียใจสักหน่อย...



               สู้ๆนะครับพี่มิน...







....................................................................................................................




ขอบคุณคุณคนอ่านที่ติดตามฟิคของไรท์นะคะ

ไม่เศร้าใช่ไหมละ ไหนใครทำให้คุณคนอ่านเสียใจ

ฮ่ะๆๆ มาจบให้แล้วน้า
ด้วยรัก<3





            





                 
    

               






             








   
                 

     





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #1687 pigajumama (@pigajumama) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 10:45
    อยากตีพี่มิน
    #1687
    0
  2. #1668 berrymaii1220 (@berrymaii1220) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 23:53
    ชอบเรื่องนี้จัง ร้องไห้ด้วยตอนบีเศร้า ชอบเรื่องแนวนี้
    #1668
    0
  3. #1155 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 01:51
    น่ารัก <3 น่ารักที่สุด จุ๊บ หายงอลล่ะ อิอิย์
    #1155
    0
  4. วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 01:30
    กรี๊ดดด จบหวานละมุน ตอนแรกนึกว่าจบน้ำตานองเลย 55555
    #1153
    0
  5. #1152 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 00:55
    ยังค่ะไรท์มันยังไม่พออออ ขออีกสักนิ้ดดด ขอให้ได้หวีดอีกสักนิดดดด ชอบบบ
    #1152
    0
  6. #1149 zatomi (@luciferded) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 23:58
    จบหวานมากกกก
    #1149
    0
  7. วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 23:50
    ชอบอ่ะค่ะ ชอบแนวแบบรักข้างเดียว อีกฝ่ายไม่สนใจ แต่พอจะไปอีกฝ่ายกลับรู้ใจตัวเอง เจ็บปวดที่เขาไม่ไล่ตามต่อแล้ว เลยต้องเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายง้อ ฝ่ายตามเอง มันกร๊าวใจมากเลยค่ะ ฮื้อออ
    #1148
    0
  8. #1145 PinkPigJJ (@PinkPigJJ) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 23:35
    อ้าว ต้นเรื่องนี่อินดราม่าเว่อร์ ไหงตอนจบหวานซะงั้น5555555 แต่ชอบมากเลยค่า พี่มินก็รีบทำคะแนนเข้านะจ้ะะะ
    #1145
    0
  9. #1144 JannieJK (@jenniek) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 21:32
    มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมดดด
    #1144
    0
  10. #1143 FernSHI (@junjeo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 20:00
    น่าร้ากกกกกกก อ่านจบแล้วหยุดยิ้มไม่ได้เลย
    #1143
    0
  11. #1142 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 19:55
    ชอบคสพ.พี่น้อง น่าร้ากกก
    #1142
    0
  12. #1141 Rbhb (@Rbhb) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 19:35
    อ่านตอนแรกแอบด่าพี่มินทำไมทำอย่างงี้ เจ็บแทนน้อง มีแฟนแล้วกั๊กน้องไว้ทำไม
    พออ่านต่อมาจนจบ หูยย รู้ตัวช้าไม่เป็นไรพี่มิน เอาใจช่วยนะ น้องใจแข็งไม่นานหรอก 555
    #1141
    0
  13. #1140 แพนด้าเมากัญชาat (@chiharru) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 18:10
    หูยยยยยยย ละมุนอะไรขนาดนี้~~~ ตอนแรกนี้ด่ามินแทบตาย แต่กลับตัวยังทันแม่ไม่ว่าาาาา เขินอ่ะอ่านไปบิดตัวไป5555
    #1140
    0
  14. #1139 chezshirecatz (@orihimejang) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 17:59
    พี่มินใจร้ายยยยยยยย;-; /นอนนั้มตาท่วม เจ้าคนซึน เป็นไงล่ะ สุดท้ายก็กลับมาสยบแทบเท้าพระชายา น้องบีเอาคืนหนักๆเลยรูก ฮึ้ย
    #1139
    0
  15. #1138 หมูYoY (@998866443322) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 17:56
    อยากได้น้องบีมากอดปลอบแน่นๆแล้วบอกว่าหัวใจหนูปลอดภัยแล้วนะลูก อร๊ายมันน่ารัก ละมุนละไม ชอบคุณไรท์นะคะ เอ้ยๆผิดๆ ขอบคุณไรท์นะคะ
    #1138
    0
  16. #1137 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 01:32
    ฮื่อ สิ่งที่เราขอเตงว่าอยากให้น้องจีบฝ่าคือแบบตลกๆแต่ได้มาแบบดราม่า //แทงตัวเองตาย โอ๊ย 55555
    #1137
    0
  17. #1136 Luciferเฟ่อร์ (@yut_sport) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 05:48
    เอ้า พี่ฝ่าาาา ทำไมทำงี้ สงสารน้องอะ
    #1136
    0
  18. #1135 อิน้าม (@danslalune) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 23:21
    แงงงง ทำไมพี่มินเป็นงี้ล่าาาาาาา
    #1135
    0
  19. #1134 PinkPigJJ (@PinkPigJJ) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 23:12
    โฮรรรรรร หน่วงในใจเลยเด้อ ฮืออออออออ อินเว่อร์นึกว่าเป็นบีเอง555555 หน่วงง่ะ พี่มินใจร้าย แต่หล่อน้องจะรอให้อภัยนะจ้ะ
    #1134
    0
  20. #1133 ploy-taemin (@ploy-taemin) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 22:30
    พี่มิน-!!!!?
    #1133
    0
  21. #1132 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 19:28
    จะจบงี้หรอ ฮื่ออออ ไม่เอาได้มั๊ยง่ะ TTTTTTT
    #1132
    0
  22. #1131 tnoonnp- (@0891998271) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 10:44
    ฮื้อออ หน่วงเหลือเกิน หนูใจบางหมดแร้วววว
    #1131
    0
  23. #1130 หมูYoY (@998866443322) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 07:06
    หัวใจชิปเปอร์มันปวดร้าว ฮือ ทำไมหน่วงได้ขนาดนี้ล่ะคะ ลูกเราไม่ควรมาเจออะไรแบบนี้อ่าTT
    #1130
    0
  24. #1129 a-ndrem (@a-ndrem) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 06:37
    รีบต่อเถอะ หน่วงมากกก รีบต่อก่อนที่รีดจะลงเเดงค่ะ ตอนนี้สงสารรรร หน่วงงงงมาก ฮืออออ
    โอ้ยพี่มินนนนน
    #1129
    0
  25. #1128 s.rnn (@sornlove) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 01:53
    หน่วงสุด ลูกกกกกโอยไม่อยากมาก็ไม่ต้องพูดว่าจะมาได้มะ เสียใจแทนน้อง

    จะมีต่อมั้ยคะ เผื่อจะได้รู้เหตุผลที่อาจจะดีของมิน
    #1128
    0