SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,173 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,347 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    148

    Overall
    53,173

ตอนที่ 3 : ...ขอโทษหัวใจ....(I)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    2 พ.ค. 61

 

...ขอโทษหัวใจ...

Part I







ขอโทษที่ไม่ให้หยุดพัก

ขอโทษที่ทำให้เหนื่อยนัก

ทรมานกับความรักที่มันไร้ความหมาย



              "นายทำได้ดีแล้วน่า ฮยอนบินนาอย่าคิดมาก" มือใหญ่ลูบหัวเจ้าโมเดลตัวสูงที่ตอนนี้นั่งกอดขาเขาร้องไห้หมดภาพลักษณ์นายแบบไปเสียหมด อย่างกับเด็กอนุบาลที่แม่พาเข้าโรงเรียนครั้งแรกแหนะ



               "ผม ไม่ได้ร้อง ฮึก เพราะกังวลเสียหน่อย มันก็แค่ส่วนหนึ่ง แต่ที่ร้องเนี่ยเพราะฮยองร้องต่างหาก มาว่าคนอื่นเขา ตัวเองร้องจนหน้าแดงจมูกบานหมดแล้ว ฮรือ" ฮยอนอูยอมใจเจ้าเด็กนี่จริงๆ อุตส่าห์อยากให้หยุดร้อง ดันร้องมากกว่าเดิมแถมมาโทษเขาพ่วงไปอีก แต่เถียงมันไม่ได้เพราะความจริงเขาก็ร้องไห้ยังไม่หยุดเลย คนแพ้ต้องดูแลตัวเอง ที่เสียใจมากจนร้องไห้คงเพราะ ไม่ได้อยู่ร่วมกับมิตรภาพใหม่ๆที่เกิดขึ้นที่นี่ ในอนาคตก็คงได้เจอกันน้อยลงเพราะต่างคนต่างต้องดิ้นรนใช้ชีวิตของตัวเอง เพื่อไปสู่เป้าหมาย คิดแล้วก็ใจหาย เหมือนการมาเข้าค่ายสานสัมพันธ์ต่างโรงเรียนที่ให้จับกลุ่มคนคละกันแล้วเข้าฐานเพื่อทำกิจกรรม ถ้าเปรียบได้คงเป็นค่ายที่ฝึกทุกอย่างแม้กระทั่งความเข้มแข็งของจิตใจ ดูอย่างไอ้เด็กที่กอดขาฮยอนอูอยู่นี่สิ โดนไปเซ็ทใหญ่ตั้งแต่ที่อีพีสี่ปล่อยออกมา ไหนจะคำครหาจากเด็กฝึกคนอื่นอีก แม้จะสนิทกันพูดคุยกันได้ แต่ไม่มีใครในโลกนี้ไม่ถูกนินทา ให้ดีแค่ไหนก็หนีไม่พ้น ฮยอนอูที่ไม่ได้ไปต่อยังน่าห่วงน้อยกว่าเจ้าเด็กขี้แยนี่เลย 



               "คนอื่นแยกย้ายกลับจะหมดล่ะ ใจคอจะนั่งกอดขาฮยองไว้จนกลายเป็นประติมากรรมคนกลายเป็นหินเลยไหม อยากอยู่สถิตเป็นมาสคอสรายการหรือไง" ดันหัวคนน้องออกจากการซบขาของตัวเอง แถมยีผมไปอีกทีด้วยความหมั่นไส้  อย่าคิดว่าเด็กนี่จะลุกขึ้นมาจัดผมแล้วโวยวายว่าไม่หล่อนะไม่มีทางซะล่ะ คีพลุคไม่จำเป็นเน้นสายหล่อธรรมชาติ (ธรรมชาติมากจนแฟนคลับอยากโหวตหวีให้เป็นของขวัญเลย) ทุกวันนี้ถ้าไม่มีสไตล์ลิสคอยดูแลบรรดาคนที่อัดรายการนะ รับรองมาดนายแบบผมเซ็ท ลุคหล่อนี่ไม่มีทางได้เห็น 



             "ลุกก็ได้ แต่ถ้าผมอัดเสร็จแล้วกลับบ้าน ฮยองต้องว่างไปเที่ยวกับผมนะ" มีช้อนตามองกับถูหัวอ้อนไปอีก อยากจะยิ้มเอ็นดูอยู่หรอกแต่เปลี่ยนเป็นกลืนน้ำลายดังเอื้อกแทนดีกว่า ก็รู้สึกมาได้สักพักว่าถูกจ้องมอง มองจนรู้สึกใจหวิวๆแปลกๆ พอลองมองหาต้นเหตุแล้วถึงได้เจอกับสายตาคู่หนึ่งที่มองมาอย่างกับอยากจะฆ่าหักคอฮยอนอูให้ตายเสียอย่างนั้น ดีหน่อยที่พอรู้ว่าฮยอนอูรู้ตัวว่าถูกจ้องแล้วเจ้าของสายตาเลยสะบัดหน้าหนีแล้วเดินออกไป 



              "เออ ไปแน่ แต่ว่าช่วยไปเคลียร์คนของนายก่อนนะน้องหมวย ถ้ายังไม่อยากให้ฮยองตายก่อนแก่" คนถูกบอกทำหน้างง แล้วขมวดคิ้วจนพันกันไปหมด 


               "เคลียร์อะไร ยี่สิบแล้ว อัปป้า กับออมม่า อนุญาตให้เที่ยวได้แล้ว ไม่เห็นต้องเคลียร์อะไรเลยนี่ ย๊าห์!!!! แต่เดี๋ยวนะ ผมบอกแล้วไงถ้าจะเรียกให้เรียกตี๋ หมวยมันใช้กับผู้หญิงโว้ยฮยอง กรุณาให้เกียรติ ความสูง สันกราม และความเป็นโมเดลของผมนิดนึง" มีความจิกตาและสะบัดตัวออกไปยืนกอดอกทำปากยื่น โอเค ฮยอนอูไม่เถียงว่าน้องมันหล่อ ยอมรับ แต่มันจะรู้ตัวเองไหมว่าถ้าไม่สูงแล้วตัวเท่าพวกฮักนยอน หรือแดฮวีนี่ มันก็จะกลายเป็นแค่หนุ่มหน้าหวานสไตล์คิ้วท์บอยไปเลยน่ะ ถึงตอนนี้จะสูงอยู่แต่คงไม่เคยรู้ตัวว่าความเด๋อ ความบ้าบอติงต๊องที่มี บวกกับหน้าหวานๆ ขาเรียวๆ ตัวบางๆเนี่ย ทำให้ใครหลายคนมองมันเป็นอาหมวยไปแล้ว 


                "เฮ้อ โอเคยอม ไปๆ พ่อโมเดล ไปช่วยฮยองลากกระเป๋าเลย" ดันหลังให้คนที่กำลังยืนกอดอกก้าวเดิน ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ อึน มึน เด๋อ มีใครให้มากกว่านี้ไหม ต้องรอให้ไอ้พวกหมาบ้านั่นมันตะครุบตัวเองก่อนรึไงถึงจะรู้ตัว จะว่าไปไอ้คนที่บอกว่าตัวเองตกรอบแน่ๆ แบบฟันธงเองเนี่ย ถ้าตกขึ้นมาจริงๆ พวกหมาบ้าที่คอยส่งสายตาอาฆาตใส่คนอื่น จะมีแรงใจในการฝึกต่อไปไหมนะ 


                 ที่บอกว่าพวกน่ะ...มันไม่ได้เป็นพวกเดียวกันหรอกนะ...แค่คนสองคนที่ปากไม่ตรงกับใจและความรู้สึกกับการกระทำโคตรสวนทางกันเท่านั้นเอง คนอื่นเขาดูออกแทบจะหมดละ มีแต่ไอ้เด๋อน้องเขาเนี่ยแหละที่ยังไม่รู้ตัว เฮ้อ...ฮยอนอูคนนี้ขอภาวนาให้จบแบบแฮปปี้แฮปปี้นะ ส่วนตัวฮยอนอูเอง ไม่เชียร์ใครสักคน ลุ้นให้เพื่อนนายแบบคิดไม่ซื่อของไอ้เด๋อนี่คาบไปแดกก่อนแม่ง หมั่นไส้ 

.

.

.

               บางครั้งเราก็ต้องฝืนทำในสิ่งที่เราไม่ได้ตั้งใจ เพียงเพราะความโง่และความขี้ขลาด รวมทั้งความปากแข็งของตัวเอง 


                หลายครั้งที่อยากอยู่ใกล้แต่คนที่อยากอยู่ใกล้มักจะมีคนที่ตัวติดกันอยู่เสมอจนทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจและถอยห่างไปอยู่กับคนที่สนิทกันแทน 


                ทุกครั้งที่เห็นเขาร้องไห้ ก็ทำได้แค่มองดูและเจ็บปวดไปกับเขา 

                แม้อยากจะปกป้องแค่ไหน แต่การทำอะไรไม่ได้มันช่างอัดอั้นมากเหลือเกิน 

                

                และผมรู้ดีว่า ไม่ได้มีแค่ผมที่เป็นแบบที่ว่ามานี้แค่คนเดียว ทุกครั้งที่สายตาของผมไปหยุดอยู่ที่เขา ก็จะต้องเห็นสายตาอีกคู่ของใครบางคนที่จ้องมองไปยังคน คนเดียวกันกับผมอยู่เสมอ  เรามีชะตากรรมไม่ต่างกัน เป็นคนแอบรักที่ชอบทำให้คนที่รักเสียใจ ไม่เข้าหา ไม่ทำความสนิทสนมด้วย ได้แต่แอบมองและคอยหวงอยู่ห่างๆ ตลกสิ้นดี 


.

.

.

                ภายในห้องที่มืดมิดมีเพียงแสงไฟจากหน้าจอแมคบุ๊คเครื่องโปรดที่กำลังฉายภาพรีรันของรายการเซอร์ไวเวอร์อย่าง Produce 101 Season 2 อยู่ มันยังคงรีรันวนไปมาอยู่เรื่อยๆเพราะคนดูไม่คิดจะปิดมัน เนื่องจากเจ้าตัวกำลังนั่งอยู่มุมเตียงติดผนังก้มตัวกอดเข่าซุกหน้าไว้ แล้วร่ำไห้จนตัวโยนอยู่ ในหัวไม่ได้มีเสียงของรายการหรือเพลงอะไรวิ่งอยู่ทั้งสิ้นมีเพียงภาพตัวหนังสือจากคอมเม้นท์ในทุกช่องทางที่มีคลิปวีดิโอของตัวเองอยู่ คำต่อว่าร้อยแปดพันเก้า ไร้ซึ่งคำชมและความยินดี ยิ่งอยากหยุดร้องก็ยิ่งร้อง เจ็บไปหมดทั้งใจ คิดวนไปมาพอจะเลิกคิดเรื่องคอมเม้นท์เสียงวีดิโอที่ลอยผ่านเข้ามาช่วงฝึกซ้อมในอีพีสี่ก็ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกให้ดิ่งลงเหมือนเดิม หึ สมใจเลยสินะ สะใจกันมากใช่ไหม ทั้งคอมเม้นท์ในสื่อต่างๆ ทั้งสายตาของเด็กฝึก คำครหานินทา ที่ถาโถมเข้ามา บางทีก็อยากเอื้อนเอ่ยถามว่าทำไม ควอนฮยอนบินคนนี้รู้ตัวเองดีว่าไม่เหมาะที่จะอยู่ต่อ ไม่เหมาะตั้งแต่คิดที่จะก้าวเข้าไปในรายการแล้ว รู้ตัวดีว่าไม่มีความสามารถอะไรให้ใครได้ชื่นชม แถมภาพลักษณ์ที่ออกมาก็น่าสมเพชสิ้นดี แต่ทำไมถึงต้องทำกันร้ายกันถึงขนาดนี้ เหมือนกักขังผมให้มีชีวิตอยู่บนเส้นทางที่โรยด้วยตะปูอันแหลมคม คอยทิ่มแทงให้แต่ล่ะก้าวที่ย่างเดินต้องทนกับความทุกข์ทรมาน แม้เจ็บปวดแค่ไหนก็ทำได้แค่ปล่อยให้น้ำตาระบายมันออกมา ดิ้นหนีก็ไม่ได้เพราะคำครหาที่ยังคงประโคมเข้ามาและมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆเป็นเสมือนเกราะคุ้มกรงกักขัง เปรียบเหมือนกำลังล้มทั้งๆที่ตะปูตามทางก็ทิ่มแทงจนเป็นแผลเหวอะหวะอยู่แล้วก็มีคนใส่รองเท้าเกราะเหล็กหลายพันคนเดินมาเหยียบผมให้ตะปูเหล่านั้นฝังเข้ามาจนสุดปลาย 



                  เหมือนโดนคำพิพากษาความผิดจากความคิดของคนเป็นล้าน ตัดสินให้ผมต้องเสียรอยยิ้มและความสุขที่เคยได้สัมผัสไป ถึงยังยิ้มยังหัวเราะแต่ทำไมผมจะไม่รู้ตัวเองล่ะ ว่าที่ทำไปมันก็แค่การสร้างภาพเพื่อปิดบังน้ำตาและความสิ้นหวังของตัวเองเอาไว้ ทำเป็นเก่ง สุดท้ายก็กลับมาทรมานอยู่คนเดียว สิ่งที่ให้ความอบอุ่นได้ก็คืออ้อมกอดและผ้าห่มผืนหนาที่เป็นของผม อ้อมกอดที่เกิดจากแขนทั้งสองข้างที่ผมมี ชีวิตของผมเวลานี้เหมือนมีอยู่สองโลก ตอนนี้ในห้องนี้คือความจริง คือตัวตนและความรู้สึกของผม ส่วนอีกโลกคือโลกที่ผมไม่อยากแม้จะก้าวออกไปแต่ชีวิตจริงผมเลือกไม่ได้ ยังไงผมก็ต้องก้าวไปในโลกอีกใบอยู่ดี ผมเรียกมันว่าโลกแห่งการสวมใส่หน้ากาก ซึ่งมันอยู่ห่างจากโลกของผมเพียงแค่ประตูห้องกั้นเท่านั้น 


                  ทุกวันที่ต้องก้าวออกจากห้องผมต้องหยิบหน้ากากที่มีรอยยิ้มระบายอ่อนๆอยู่มาใส่ และอีกหลายๆหน้ากากที่ต้องพยายามสวมมัน ตอนที่ออกไปสู่อีกโลกหลังจากที่ปิดประตูลง ผมจะถอดหน้ากากในตอนที่อ่อนแอ เจ็บปวดจนร้องไห้ออกมาเท่านั้นเพราะผมไม่สามารถหยิบหน้ากากที่มีรอยยิ้มหรือสิ่งใดก็แล้วแต่มาสวมใส่ได้ เพราะว่าในเวลานั้นมันหนักหนาเกินไปจนผมไม่มีแรงขวนขวายหาหน้ากากขึ้นมาสวม 



                ความรู้สึกที่รู้สึกได้คนเดียวแต่บอกใครไม่ได้ ต่อให้ระบายออกไป สายตาที่ได้รับกลับมาอาจจะทำร้ายตัวของผมเอง ใช้ชีวิตอยู่บนความกดดัน จนความกล้าที่มีหายไป เมื่อก่อนเดินแบบถ่ายแบบต่อหน้าคนเป็นร้อยใจไม่เคยหวั่น ตัวไม่เคยสั่นกลัว แต่ทุกวันนี้ แค่ตอนอยู่ในคนหมู่มากก็ต้องคอยก้มหน้าหลบสายตาเพราะกลัวเจอกับสายตาทิ่มแทง และคำพูดที่เสียดสีจนทำให้เกิดแผล จากที่เคยยืนโพสต์ท่าได้อย่างสง่างาม พอยืนอยู่ต่อหน้าคนอื่นในทุกวันนี้กลับตัวสั่นเทาไปหมด 



                   สิ่งสิ้นเปลืองในชีวิตประจำวันก็คือที่ประคบตา ชุดเซรั่มบำรุงผิวรอบดวงตา และคอนซิลเลอร์  ดีที่ช่วงนี้อยู่หออัดรายการแค่ช่วงที่มีซ้อมก่อนทำภารกิจ ซึ่งกินเวลาไม่เกินสามวันสองคืน ไม่งั้นต้องฝืนใส่หน้ากากทั้งวันทั้งคืนแน่ๆ อยากคาราวะตัวเองที่เก่งขนาดนี้ เก่งที่ยังฝืนยิ้มได้ เก่งที่สุดเลยฮยอนบินนา 



                    วันเข้าห้องอัดเลือกภารกิจ อ่า มันก็สนุกนะ สนุกดีมากเลยล่ะ ปั้นหน้ายิ้มจนเมื่อยไปหมด  ไหนจะเจอคำพูดที่เหมือนดิสใส่ของฮยองที่มีความสามารถรอบตัวอย่างอง ซองอู ที่บอกว่าจะเลือกสายเต้นและคนที่ไม่อยากเจออยู่ในทีมเดียวกันคือผม ผมก็ได้แต่ยิ้มให้กล้องส่วนในใจสมเพชตัวเองไปไม่รู้กี่ทีเสียงหัวเราะรอบข้างดังขึ้น ใช่สินะ ทุกคนคงสนุกที่ได้ยิน ซองอูฮยองที่เป็นคนพูดบอกรักผมเบาๆด้วยรอยยิ้มขี้เล่น โอเค ทุกคนสนุก ผมเองก็สนุก สนุกมากๆ เลยสวนกลับไปว่า ผมไม่เคยคิดที่จะเลือกสายเต้น แต่มาตอนนี้ก็อยากจะลองคิดดูอีกทีแล้วล่ะ มันก็จบที่เสียงหัวเราะชอบใจของคนทั้งห้องส่ง เหอะ ครับผมรู้ดี ผมจะยิ้มรับมันแล้วกันนะ 



                      ถึงคิวผมที่ต้องเลือก ให้ผมคิดภาพเล่นๆคนที่เข้าไปก่อนคงร้อนใจน่าดู ใครจะไปอยากได้ตัวถ่วงแบบผมกันล่ะ สุดท้ายผมก็เลือกสายร้อง อยากจะหลุดขำแบบสมเพชตัวเองตอนที่แจฮวานฮยองกุมขมับ ฮาซองฮุนคิ้วขมวด มินฮยอนฮยองก็หัวเราะแห้งๆ ส่วนจีซองฮยองก็อึ้งจนค้างไป ผมไม่ได้ตามใครมาหรอกครับ ไม่ใช่เพราะทีมนี้มีมินฮยอนฮยอง แต่มันเป็นเพราะ เนื้อเพลงต่างหาก



                      ถือเป็นภาพติดตาดีตอนที่ผมเลือกสายร้อง มันตลกที่คนอื่นช็อค ส่วนที่ผมเลือกสายนี้ก็เพราะอยากลองเรียนร้องเพลงให้ถูกคีย์จากที่ไม่เคยลองทำมันจริงๆจังๆ และก็เพราะไม่รู้จะถูกคัดออกตอนไหน อาจจะเป็นในการประเมินผลครั้งต่อไปนี้ก็ได้ อะไรจะเกิดมันก็ไม่แน่นอน ผมมีโอกาสผมก็อยากลองทำมันดู ถึงจะไม่ชนะใจใครผมก็อยากชนะใจตัวเองให้ได้ 




                     การซ้อมก็ยากลำบาก ทั้งความรู้สึกที่ประดังประเดเข้ามาจนพันกันยุ่งไปหมด ทั้งสภาพร่างกายที่พักไม่พออย่างที่เคยเป็นมาก็ยิ่งพาทุกอย่างให้แย่และหนักหนาขึ้น กว่าจะถึงวันแสดง ผมนอนกินนั่งกินอยู่กับการฮึมฮัมตามเพลงมิชชันที่เลือก อยากขอบคุณจีซองฮยองที่ทำให้ผมผ่อนคลายได้ด้วยรีแอคตลกๆของเจ้าตัว แม้จะไม่ได้ยิ้มด้วยความรู้สึกเบาสบายเหมือนที่เป็นมาตลอดชีวิตก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังดีที่ยังคงได้ระบายยิ้มอ่อนๆที่ไม่หนักอึ้งจนเกินไปขึ้นมาบ้าง 




                      ในวันที่ต้องอัดภาพการแสดง อ่า ผมกังวลจริงๆนะ ได้แต่คิดในใจ พยายามคิดแดกดันตัวเองเล่นๆ ว่าสัปดาห์ที่ออกอากาศ จากการอัดรายการช่วงที่ผ่านมาในอีพีหน้า ผมจะโดนอะไรอีกบ้างนะ ร้องไห้ด้วย เฮ้อ เบื่อความขี้แยของตัวเอง แต่มันอดไม่ได้จริงๆเพราะว่าตื้นตันใจที่ได้ยินเสียงคนร้องเพลงตาม และเสียงแทรกมาเบาๆแต่ดังก้องในหัวใจของผม 'ฮยอนบินนา อุลจีมา~' ถึงจะมีคนเกลียดแต่อย่างน้อยผมก็ดีใจที่มีคนไม่อยากให้ผมร้องไห้ และสุดท้ายผมก็ร้องไห้งอแงเหมือนเด็กสามขวบ เห็นฮยอนอูฮยองกับเพื่อนอีกหลายๆคนที่มาดู อยู่ๆก็รู้สึกเขินที่ร้องไห้ไปซะงั้น เด๋อฮยอนบินเอ้ย แกนี่มันจริงๆเลย 



                     อัดรายการเสร็จในเช้าวันใหม่จึงไม่มีทางเลี่ยงนอกจากนอนหอ เพลียร่างมาก ผมได้อันดับที่ 33 แหละ ขำในใจเลย คิดว่าจะลงไป 58-59 แล้ว ดีนะเนี่ยยังมีคนโหวตให้อยู่ อยากขอบคุณทุกคนจริงๆที่โหวตผม และอยากขอโทษที่ทำตัวไม่สมกับคะแนนโหวตเลย ผมเดินกลับหอไม่รอใคร เพราะก็ไม่รู้ว่ามีใครยินดีให้รอรึเปล่านั่นทำให้ผมรู้สึกคิดผิด เพราะดันเจอคนสองคนที่ผมไม่อยากเจอที่สุด ผมเลือกที่จะเดินเลี่ยงหนี แต่พวกเขากลับไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น 



                    

                     "ปล่อย ผมง่วง ส่วนนายหลีกทางหน่อย" ผมแกะมือที่จับแขนผมไว้ออกอย่างไม่รีรอ พอหลุดออกก็ดันไหล่อีกคนที่ยืนขวางทางให้ถอยห่าง แต่คนที่พายุร้ายกำลังถล่มชีวิตแบบผมน่ะเหรอจะรอดจากสิ่งที่หนีได้ง่ายๆ เกลียดความตัวสูงแต่ไม่มีแรงของตัวเองจริงๆ ที่โดนคนเด็กกว่าสามปีล็อคแขนดันตัวติดชิดผนังได้ แถมยังมากักตัวผมไว้อีก ไอ้ภาพลักษณ์น่ารักมึนๆ ไม่มีแรงนี่โกหกทั้งเพสินะ 


                    

                    "เป็นบ้าอะไรกัน!!" ตะคอกออกไปจนสุดเสียงอย่างเหลืออดเพราะยิ่งผมขยับตัวดิ้นออกจากพันธนาการของเด็กนี่มากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งโดนกดข้อมือแน่นมากเท่านั้น และมันคงขึ้นรอยช้ำแน่ ๆ



                    "พวกผมก็แค่อยากคุยด้วย แต่พี่ดื้อเอง เลยต้องใช้วิธีนี้ จะคุยกันได้หรือยังครับ" อยากจะหัวเราะใส่หน้าคนพูดจริงๆ ตั้งแต่อยู่มาก็ชอบมองมาที่ผมด้วยสายตาหงุดหงิด ไม่พอใจ พูดกันทีก็มึนๆตึงๆ หลายๆครั้งผมโดนกวนแบบมึนๆด้วยซ้ำ แล้วอะไรคืออยากคุยด้วย ฝนคงตกจนน้ำท่วมตึก ส่วนอีกคน... 

                    

                    "แค่แวะมาดู เห็นอาการไม่ค่อยจะดี กลัวจะเป็นลมไป เดือดร้อนคนอื่นอีก" เหอะ จะมาดูเพื่อความสะใจก็พูดมาเถอะ


                    "ผมไม่ตายง่ายๆหรอกครับ ไม่ต้องห่วง ผมถึก ขอบคุณสำหรับความหวังดีที่กลัวคนอื่นเดือดร้อนเพราะผม แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าเปลี่ยนคำพูดเป็น รีบๆตายล่ะ ผมคงจะขอบคุณมากกว่า พอใจแล้วใช่ไหมครับ" สบตากับคนแก่กว่าที่พูดประโยคก่อนหน้านี้ออกมาแล้วตวัดสายตามองเด็กที่ยังไม่ปลดพันธการออกจากตัวผม "ได้เห็นได้ฟังฉันพูดแล้วนะ" คราวนี้ผมรวบรวมแรงที่มีสะบัดมือแกร่งที่กักขังผมไว้ออก ก่อนจะวิ่งออกมาจากตรงนั้น ผมเลือกที่จะไม่กลับหอ แต่เลือกที่จะเดินตามทางไปเรื่อยๆ รถหายากแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี เดินเท่าที่ไหว แล้วค่อยรอรถก็แล้วกัน


                    "ว่าแล้ว เฮ้อ ต้องใส่แต่แขนยาวจนกว่าจะหายสินะ บัดซบที่สุดเลยแฮะ เมื่อไหร่จะได้หยุดสักที" เดินกอดตัวเองพ่นไอเย็นจากปากเพื่อไม่ปล่อยให้ตัวเองสนใจคิดแต่เรื่องไม่ดี เดินไปเดินมาน้ำตาก็ไหลซะงั้น รู้สึกละอายแก่ใจที่เป็นคนอ่อนไหวและขี้แยไม่สมกับขนาดตัวแบบนี้ 

                    "ยังมีตัวนายนะฮยอนบิน ยังเหลือความรักและแขนทั้งสองข้างที่จะคอยกอดนายอยู่แบบนี้ในทุกครั้งที่นายต้องการ ใครไม่รักก็ยังมีตัวนาย นายยังมีชีวิตมีหัวใจไม่รักดีอีกหนึ่งดวงให้ดูแล" กดมือลงบนอกตรงตำแหน่งที่มีหัวใจเต้นอยู่ สุดท้ายก็เดินต่อไม่ไหว เลือกทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ของป้ายรถเมล์ที่เจอ ยามนี้เงียบสงัดไม่มีใคร มีรถอยู่เล็กน้อยวิ่งไปมาบนถนนซึ่งช่วยให้บรรยากาศไม่วังเวงจนเกินไป 


                   บางทีควอนฮยอนบินอาจจะเหมาะกับความมืด เหมาะกับที่ที่ไม่มีใคร เหมาะสมที่จะอยู่ตัวคนเดียวมากกว่าสินะ ลูบมือไปตามรอยช้ำที่เกิดก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย บ่อยครั้งที่เหมือนอีกฝ่ายซุ่มซ่าม แต่ผมรู้ดีว่าเจ้าตัวตั้งใจ เพราะตลอดเวลาที่เจ้าเด็กนั้นซุ่มซ่ามคนรับกรรมก็คือผม แต่น่าตลกตรงที่ไม่มีใครเข้ามาถามไถ่อาการของผม ตรงกันข้ามแทบทุกคนกลับไปมุงคนอายุน้อยกว่าที่เป็นคนทำ ตรวจเช็คว่าเจ็บตรงไหน ถามไถ่อย่างเป็นห่วง เหมือนตัวผมเป็นธาตุอากาศ ยิ่งตอนที่นายแบบจากวายจีเคพลัสออกไปหมด ผมก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวคนเดียว ทั้งๆที่นั่งอยู่กับเด็กฝึกคนอื่นเป็นสิบคน แต่มันช่างรู้สึกเหงา รู้สึกเคว้งคว้าง เหมือนถูกลอยแพทิ้งไว้กลางเกาะในมหาสมุทร 



                  รอยช้ำที่ข้อมือ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของศิลปะใหม่แล้วกัน ไม่รู้ว่ากว่าจะถ่ายเสร็จจนผมหลุดพ้นบนร่างกายของผมจะกลายเป็นบอดี้เพ้นท์เลยรึเปล่า งานศิลปะที่แสดงถึงความเจ็บปวด ดูดีแฮะ แผลที่กายแค่ทายามันก็จะค่อยๆจางหายไป แต่แผลที่ใจผมไม่รู้ว่าจะใช้ยาอะไรมาทาดี  นอกจากยาที่ชื่อเวลา... แม้จะรู้ดีว่าจนวันสุดท้ายแผลเป็นมันก็ยังจะคงอยู่ และไม่มีวันหายไป เพียงแต่เจือจางลงเท่านั้น.





                      "เฮ้อ~" ไม่รู้ว่าช่วงนี้ถอนหายใจไปกี่ร้อยครั้งกันแล้ว และไม่รู้ว่าหมดน้ำตาไปกี่ลิตร จากคนร่าเริง เฮฮา กลายเป็นคนติดบ้านไม่ออกไปไหนถ้าไม่จำเป็น เหนื่อยชะมัด โดนอีกแล้วสินะ ว่าแล้วจริงๆด้วย จากอีพีหกที่ออกมา ผมไม่ได้โดนด่าน้อยลง แต่ดังบู้มเลยล่ะ 'ความสามารถของฮยอนบินยิ่งกว่าแย่, ความจริงจะระเบิดออกมา, ฉันชอบตรงที่เขาจริงใจนี่แหละฉันจะเชียร์คุณองซองอู, มันคือความจริงแม้คำพูดจะทำให้รู้สึกเจ็บปวดแต่มันก็คือความจริง และฉันไม่ได้ไม่ชอบที่เขาพูด กลับกันฉันตกหลุมรักคุณซองอู' 


                       รู้ว่าไม่มีคนชอบ รู้ว่าไม่ดีพอ แต่ทำไมถึงทำเหมือนผมไม่มีหัวใจและความรู้สึกกันได้ขนาดนี้ล่ะ ไม่ใช่ว่าอีพีหน้าออกเห็นผมร้องไห้อีกผมก็จะโดนอีกหรอกนะ ฮ่ะๆ แต่ก็โดนมันทุกอีพีเนี่ยเนาะ ทำใจนะควอนฮยอนบิน.....


                       ถึงจะพยายามบอกให้ตัวเองทำใจสุดท้ายก็ต้องกอดเข่าร้องไห้เหมือนทุกทีอยู่ดี ใครจะไปชินได้กันล่ะ ยิ่งนานวันก็ยิ่งถูกเกลียดมากขึ้น  คำด่าที่เจอมาทุกรูปแบบ ไม่ได้ช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันเลย ผมก็ยังทำแบบเดิมโหลดรีรันมาดู หน้าเริ่มชาขึ้นตามลำดับ เหมือนเด็กเกเรที่ถูกคว่ำบาตร ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ ไม่มีใครอยากได้ ผมจะยิ้มรับอะไรแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหนกันนะ คำถามเดิมๆ ที่วนไปมาอยู่ในหัวทุกวัน 

.

.

.

.

                      วันนี้ผมมีงานถ่ายแบบล่ะ อยากจะถามเจ้าของงานว่าคิดดีแล้วเหรอที่มาจ้างผม ไม่กลัวคนซื้อหนังสือไปเผาหรือจะค้างสต๊อกเพราะขายไม่ออกบ้างรึไง หรือที่จริงแล้ววางแผนไว้อยู่แล้วว่าต้องมีคนเสียเงินซื้อไปทำลาย โห ผมก็เป็นสิ่งเรียกลูกค้าได้เหรอเนี่ยมหัศจรรย์



                     ถ่ายเสร็จก็แทบหมดแรง ถ่ายแบบเหมือนไม่เคยได้ทำงานอ่ะครับ พอเสร็จงานผมก็โค้งลาทุกคนเพื่อแสดงความขอบคุณ ไปไหนมาไหนก็ต้องใส่แมสก์ปิดปาก เดินให้ตัวหดที่สุด ภาวนาอย่าให้มีใครรู้จัก เพราะคราวที่แล้วไปหาของกินที่เมียงดงมีคนจำผมได้ ควรจะดีใจสินะแต่ไม่เลย สายตาและการซุบซิบนินทาที่คนเหล่านั้นมีต่อผม ยิ่งทำให้ผมรู้สึกไม่อยากมีตัวตนอีก สุดท้ายที่ที่ดีที่สุดก็คือห้องนอนโลกแห่งความจริงของผม...


                   มีบางช่วงที่ได้เจอกับเหล่าศิลปินในค่ายวายจีบ้างตอนไปถ่ายแบบ ซึ่งผมดีใจที่ได้เจอพวกเขานะ อย่างน้อยยังได้รู้สึกว่ามีคนเข้าใจความรู้สึกของผมอยู่ ตอนที่เจอกับมินโนฮยอง พี่เขาก็ปรี่มาตบบ่าให้กำลังใจทั้งยังให้คำแนะนำดีๆมาหลายอย่างเลยล่ะ ที่ผมประทับใจมากที่สุดก็คงเป็นคำพูดที่ว่า...'ตอนถ่ายโชว์มีอ่ะ ฮยองก็โดน กดดันไปหมด โดนต่อว่าทุกช่องทาง แอนตี้แฟนก็มากขึ้นๆ พอทำอะไรจากใจดีๆซึ้งๆ ก็ถูกด่ายับกลับมา ในตอนนั้นนะฮยองไม่รู้เลยว่าทำผิดมากขนาดไหนกันเหรอ ทำไมถึงต้องได้รับผลตอบแทนแบบนี้ มันยากลำบากที่จะก้าวผ่านสิ่งเหล่านั้นมา แต่เข้มแข็งนะ สู้ๆ คนพวกนั้นน่ะก็ดีแต่พูดในสิ่งที่ตัวเองคิด ตัดสินคนอื่นจากภาพลักษณ์ที่ตัวเองเห็น เพียงเพราะความสะใจและคะนองปาก ให้คิดเสียว่าชีวิตพวกเขาคงไม่มีความสุขที่แท้จริงและพวกเขาคงขาดในอะไรหลายๆอย่าง ถึงได้ไม่รู้สึกอะไรกับการที่ทำลายชีวิตกับความรู้สึกของคนๆหนึ่งให้พังลง ในทางกลับกันพวกเขากลับรู้สึกดีเพราะได้กดคนอื่นลงให้อยู่ต่ำกว่าตัวเองในความรู้สึกของพวกเขา โดยไม่เคยคิดหรอกว่าสิ่งที่พวกเขาทำน่ะมันเลวร้ายเสียยิ่งกว่าการกระทำของคนที่เขาด่าว่าเสียอีก '  เป็นครั้งแรกที่เหมือนเจอมิตรแท้ที่เข้าใจในความรู้สึกที่ผมไม่สามารถอธิบายมันออกมาได้  ทำให้รู้สึกดีที่ได้คุยกับพี่เขา ผมเลยตกลงกับตัวเองในใจว่าผมจะแอบเป็นแฟนบอยของวินเนอร์เอง

.

.

.

.


               รู้สึกแปลกๆ แฮะ ตอนนี้ผมกำลังเดินกลับบ้านล่ะ หลังจากออกไปทำงานมา ครอบครัวผมอยู่กันที่บ้านใหญ่ มีแต่ผมที่แยกออกมาซื้อบ้านอยู่คนเดียวเพราะเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปทำงานไงล่ะครับ ที่บอกว่ารู้สึกแปลกๆคือ ผมสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างข้างหลัง เหมือนถูกจ้องมองมาตั้งแต่ลงรถบัสแล้ว ผีเหรอ โอ่ย เจอด่ายังไม่พอ ชีวิตจะซวยอะไรขนาดนี้ เอาวะ สูดหายใจเข้าให้เต็มปอด สะบัดข้อมือข้อเท้าให้เตรียมพร้อมและกอดกระเป๋าให้แนบแน่น หึ ระดับผมแล้วคุณคงคิดว่าวิ่งหนีสินะไม่มีทางหันไปมองเพื่อพิสูจน์หรอกใช่ไหม อยากจะบอกว่าดูถูกผมมากเกินไปแล้ว นี่ใครฮยอนบินเลยนะครับ ถ้าไม่วิ่งแล้วหันกลับไปมองเพื่อพิสูจน์ก็ไม่ใช่ผมน่ะสิ แล้วจะช้าอยู่ใยใส่เกียร์เสือชีต้าร์สิครับ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองจะวิ่งได้เร็วขนาดนี้ มือไม้สั่นไปหมด ขนาดถึงหน้าบ้านรวบรวมสติตั้งนานกว่าจะหากุญแจมาเปิดได้ ฟู่ว ในที่สุดก็อยู่ในตัวบ้านแล้ว ขอบคุณพระเจ้า อย่าสงสัยว่าทำไมผมวิ่งหนี ก็ผมไม่ได้บอกนี่ครับว่าจะไม่วิ่ง แล้วพวกคุณรีดที่น่ารักก็ดูถูกไม่ได้ดูผิดผมแต่อย่างใด อ่าว่าไปว่ามาไม่ได้จับรถยนต์มานานเท่าไหร่แล้วนะ อยากเที่ยวทะเลจัง หมดสิ้นเวรกรรมจากรายการเมื่อไหร่นะ ทะเลจ๋า พี่จะไปหาเธอ~~~ 



                นั่งดูทีวีไปสักพักผมก็เปลี่ยนเป้าหมายไปอาบน้ำแทน มีแพลนจะดูหนังที่ไปจิ๊กฮโยจุนฮยองมาให้ตาแฉะเสียหน่อยพรุ่งนี้วันพักไม่มีงาน อีกสองวันถึงจะต้องไปอัดรายการอีกที เพราะงั้นผมจะนอนกิน นอนดูหนังให้ร่างเปื่อยไปเลย 

                 เปิดหนังหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ขนขนมที่สั่งสมไว้มากองบนโต๊ะหน้าโซฟา เลือกที่จะปูฟูกนอนกับพื้นแล้วนอนเอาหลังพิงฐานโซฟาแทนจะได้สะดวกแก่การกินและการนอน การดูหนังเป็นอันถูกขัดจังหวะ เมื่อมีเสียงรัวกดออดดังขึ้นมาแบบถี่รัวจนผมกลัวมันพัง ทำให้ต้องจำใจลุกจากฟูกนุ่มกับผ้าห่มผืนอุ่นไปสำรวจหน้าประตูแทน กดดูมอร์นิเตอร์เพื่อสอบถามว่าใครมา ก็มันดึกแล้วใครเขาให้เปิดสุ่มสี่สุ่มห้า


                "ใครครับ" กรอกเสียงลงไปแล้วส่องสายตามองหน้าจอ ไม่เจอคนนี่หว่า ใครมือบอนมากดวะ  รออยู่สักพักเมื่อไม่มีสัญญาณตอบรับผมก็เลิกความสนใจเดินกลับไปซุกผ้าห่มต่อ แต่ยังไม่ทันหย่อนก้นลงบนฟูกก็ต้องลุกขึ้นมาอยู่ดี ก็เสียงกดออดนี่ดิ โว้ย !!!! ทำไมชีวิตไม่เจอเรื่องดีๆบ้างวะเนี่ย

..      


                 "ที่บ้านไม่มีให้กดเหรอ!!!" ตะคอกผ่านตัวเครื่อง ผมเชื่อว่าคนกดมันยังไม่ไปไหน และได้ยินเสียงผมจากมอนิเตอร์ด้านหน้าประตู เงียบลงไปสามวิมันก็กดอีก จนผมทนไม่ไหว ได้เล่นงี้ใช่ไหม เดี๋ยวหนูเจอพี่ ปล่อยให้คนกดกดไปตามใจส่วนตัวผมเดินเข้าห้องน้ำรองน้ำใส่ถัง หึ เล่นน้ำหน่อยแล้วกันนะ ถือถังน้ำเดินออกไปจากบ้าน ไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวรั้วบ้าน ไม่ให้สัญญาณใดๆ เห็นแค่เงาผมก็เล็งระยะแล้วยกถังน้ำขึ้นเหนือรั้วเทโครมลงไปเลย ดีนะที่สูงยืนบนที่รองก็ชูมือได้เหนือหัวรั้วพอดี  


                "อะไรวะ!!" 

                "เห้ย!!!"

                     

                 มีสองคนสินะโวยวายขนาดนี้แสดงว่าผมไม่พลาดเป้า อ่า เก่งเหมือนกันนะเรา เนี่ย แต่ทำไมรู้สึกตาขวากระตุกวะ 


                "เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะฮยอนบินอย่าให้ต้องปีนเข้าไป" เสียงเย็นๆจากคนอีกฝั่งรั้วเอ่ยขึ้นมาอย่างดัง มันแฝงไปด้วยความหงุดหงิด แต่ผมก็จำได้ดีว่าเป็นเสียงของใครงั้นอีกคนก็ไอ้เด็กนั่นสินะ

                 

               "ปีนเข้ามาได้ก็ไม่มีปัญญาทำลายระบบความปลอดภัยของประตูบ้านอยู่ดี แล้วอีกอย่างนี่บ้านของผม ผมจะทำอะไรก็ได้ จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ใครเข้ามันก็สิทธิของผม!!!" ประกาศเสียงกร้าวก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านแต่คำพูดสำเนียงเกาหลีแปลกๆแกมหัวเราะเยาะก็ตรึงขาผมให้อยู่กับที่แทน 


               

              "เลือกเอานะครับ ว่าจะเปิดหรือไม่เปิด ถ้าไม่ยอมดีๆ ชีวิตอาจจะพังกว่านี้ก็ได้นะครับ" หึ คิดจะขู่ผมเหรอ 


               "ฉันไม่กลัวพวกนายหรอก ฉันคิดว่าฉันสุภาพมามากพอแล้วกับพวกนาย กลับไปซะ ต่างคนต่างอยู่สิ ไม่ชอบใจ เกลียดฉัน ฉันรู้ แต่อย่ามารังควานกันเลยได้ไหม มันน่าหงุดหงิดและเสียเวลาชีวิต"  เน้นคำกระแทกกระทั้นเสียงในประโยคสุดท้ายอย่างถือดี ทำไมผมต้องกลัวด้วย แค่คำขู่ของเด็กสิบเจ็ดกับผู้ใหญ่ที่ไม่น่าเคารพ


               "คิดภาพไม่ออกเลยนะว่าถ้ามีข่าวลงเนติเซนประมาณว่า สองหนุ่มเด็กฝึกจากรายการ Produce 101 ที่กำลังมาแรง ถูกเพื่อนร่วมรายการสาดน้ำไล่ เหตุไม่พอใจที่ถูกรบกวนยามวิกาล แต่ผู้รบกวนเจตนาเพียงแค่จะเอาของมาคืนก็เท่านั้น ... แล้วถ้ายิ่งคนอื่นรู้ว่าคนที่ทำคือควอนฮยอนบินถึงจะแค่ข่าวลือไม่มีภาพถ่ายยืนยัน...ก็คงโดนยำจนเละนะว่าไหม จากที่มีข่าวทุกวันนี้ ดูจากกระทู้และคอมเม้นท์ ฉันคิดว่านายน่าจะฉลาดพอนะ ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ ใครมีสิทธิสั่งและใครมีหน้าที่เพียงแค่ทำตาม" ชีวิตของผมเคยเลือกอะไรเองได้บ้างไหมล่ะ กำมือจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ข่มใจและความรู้สึกเดือดที่ประทุอยู่ในอกเอาไว้ แล้วเปิดประตูรั้วออก คนที่ยืนกอดอกรออยู่ข้างนอกยิ้มมาให้ผมอย่างเป็นต่อ ซึ่งผมก็จ้องกลับด้วยความเกลียดชังที่ไม่ปิดบังอย่างไม่ยอมแพ้ 



                "มีอะไร" เลือกถามออกไปก่อนที่ผมจะอดไม่ได้พุ่งไปข่วนหน้าสองตัวการที่ทำให้ผมอารมณ์ประทุอยู่ในขณะนี้ 


                 "ที่จริงแค่แวะมาทักทาย แต่นายทำเราสองคนเปียกเพราะงั้นก็รับผิดชอบซะ" คนอายุมากกว่าเดินชนไหล่ผมเข้ามาภายในบริเวณหน้าบ้าน ตามมาด้วยคนเด็กกว่าที่จัดการปิดล็อคประตูรั้วเอาไว้ พอมันล็อคเสร็จก็จับเข้าที่ข้อมือผมแล้วดึงให้เดินตามไปส่วนคนพี่เดินผิวปากนำไปก่อนแล้ว ผมจัดการทาบนิ้วกดรหัสปลดล็อคก่อนจะเดินเข้าบ้าน สะบัดมือออกจากการจับกุมของผู้บุกรุก 


                "นั่งรอที่โซฟาไปแล้วกัน ฉันจะไปเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน" เดินย่ำเท้าด้วยอารมณ์หงุดหงิด คนอย่างผมจะมีสิทธิอะไรกับเขาบ้างนะ บ้านตัวเองยังไม่มีปัญญาห้ามใครให้เข้าได้เลย น้อยใจตัวเอง หงุดหงิดจนต้องปล่อยให้น้ำตาไหล เลือกเสื้อผ้าให้ผู้บุกรุกใช้เปลี่ยนแทนชุดที่เปียกอยู่เสร็จ ก็จัดการล้างหน้าล้างตาเพื่อลบรอยน้ำตาไม่ให้คนใจร้ายสองคนเห็น ถามว่าคำขู่ของคนพวกนั้นน่ากลัวไหม สำหรับชีวิตผมตอนนี้มันยิ่งกว่าน่ากลัวอีก คนที่ถูกรักถูกเอ็นดูถูกชื่นชม กับคนที่พยายามทำดีให้ตายก็ไม่มีใครมองเห็นแต่กลับถูกต่อว่าจนไม่เหลือชิ้นดี คุณคิดว่าใครเหนือกว่าล่ะ 




                  วางเสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัวสองชุดต่อหน้าคนสองคน ที่กำลังนั่งมองผมอยู่ ก่อนจะรู้สึกถึงสายตาแปลกๆที่คนเด็กกว่ามองมา มันไม่ได้มองที่หน้าผม แต่มันกำลังจ้องขาผมอย่างไม่วางตาต่างหากล่ะ ผมลืมตัวไปได้ไง ว่าตัวเองใส่เชิ้ตนอนสีขาวกับบ็อกเซอร์สั้นๆใส่สบายตัวเดียว ไอ้ฮยอนบินเอ้ย ส่วนคนพี่ก็ไม่ต่างจากคนน้อง นั่งมองเสื้อที่ผมใส่กวาดสายตาไปทั่วอย่างน่าขนลุก ผมที่ทนสายตาโลมเลียแสนน่ารังเกียจนั่นไม่ไหว เลยทุบโต๊ะเสียงดังเรียกสติผู้บุกรุกสองคนให้กลับมา 


                   "ฉันรับผิดชอบแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ ห้องน้ำเดินตรงไปอยู่ซ้ายมือ เอาเสื้อผ้าเปียกใส่ไว้ในตระกร้าก็แล้วกัน ฉันจะซักไปคืนให้" จัดการยัดเสื้อผ้าให้แต่ละคนเสร็จผมก็รีบเดินไปนั่งบนโซฟาหน้าจอทีวีและโกยผ้าห่มมาห่อตัวไว้ทันที รู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่รู้จะโดนแกล้งอะไรแปลกๆอีกรึเปล่า และไม่รู้เลยว่าเคยไปทำอะไรให้ทั้งสองคนนั้นโกรธแค้นหนักหนา ถึงได้ชอบหาเรื่อง ชอบแขวะกันนัก นั่งมองไปตรงหน้าจอทีวีแต่สติกลับหลุดลอยไปตามความคิด...จนได้สติกลับมาก็ตอนที่พื้นที่ทั้งสองข้างของโซฟายุบลง 


                    แม้จะรู้ว่าผู้บุกรุกนั่งขนาบข้างตัวเองอยู่แต่ผมก็เลือกที่จะจ้องมองหน้าจอทีวีเหมือนกำลังอินกับหนังที่กำลังเล่นอยู่เสียมากมาย ซึ่งการทำเมินของผม มันทำให้คนที่ไม่เคยใจเย็นกับเรื่องของผมอย่างสองคนนี้เหมือนจะเดือดขึ้นมา 


                     "กรุณามีมารยาทสนใจแขกด้วยนะครับ" คำพูดดูสุภาพอยู่หรอกส่วนมือนี่บีบข้อแขนผมจนร้าวไปหมดแล้ว เกิดมาตัวสูงกว่าดูแมนกว่าทำไมถึงโดนทำร้ายเอาง่ายๆแบบนี้ล่ะ ฮยอนบินผู้น่าสมเพช... ผมไม่แสดงความเจ็บใดๆ แม้จะเจ็บมากแค่ไหน เอ่ยคำพูดอย่างเรียบเฉย เพราะรู้ตัวว่าคงไม่เป็นผลดีหากผมยั่วโทสะคนพวกนี้ 

                      

                     "บอกมาเถอะว่าต้องการอะไรจากฉัน" ไม่มีคำว่าผมกับคุณ เพราะใช้คำสุภาพไปก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายผมก็ต้องโดนทำร้ายอยู่ดี ไม่ว่าจะจากคำพูดหรือการกระทำ


                       "ทำไมวันนี้พี่ถึงไม่ไปตามนัด ที่พวกพี่ฮยอนอูนัดรวม" จะให้บอกตามตรงไหมล่ะว่าเลือกรับงานด่วนเพราะรู้ว่ามีพวกนายไปด้วย ขืนพูดไปแบนนั้น...ผมคงถูกฆ่าตายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคุกรุ่นของเด็กนี่พอดี


                       "ฉันมีการมีงานต้องทำ" ตอบกลับแค่นั้นโดยพยายามรักษาระดับโทนเสียงที่ไม่ดูห้วนเกินไปเอาไว้ แต่ดูคำตอบของผมจะไม่เข้าหูคนฟังเสียเท่าไหร่ คนโตกว่าถึงได้กระชากหน้าผมให้หันไปมองหน้าเขาอย่างแรงแบบนี้


                        "แต่การอัพสตอรี่ของแฟนคลับนี่นายว่างตลอดตั้งแต่บ่ายสองเลยนะ ว่างถึงขนาดไปนั่งอิงนั่งซบกับชินแจฮยอกได้แต่ไม่ว่างมาหาเพื่อน หึ" ตอนที่ถ่ายรูปเซลฟี่สินะ ช่วงพักผมก็แค่ไปหาอะไรกิน แล้วสุดท้ายก็จบลงตรงที่ถ่ายแบบยาวๆยันเย็น แต่ผมจะไม่แก้ตัวหรอก เรื่องอะไรต้องแก้ตัวล่ะ


                          "ถ้าเพื่อนที่ว่ามีแค่พวกฮยอนอูฮยอง ฉันจะไม่ลำบากใจหากต้องแคนเซิลงานแล้วไปหา เหตุผลชัดเจนพอรึยัง" ถึงผมตอบดีๆ ก็ไม่พ้นถูกคำพูดจาร้ายกาจของอีกคนอยู่ดี ในเมื่อพวกเขาเชื่อว่าผมทำตัวแบบนั้น ในเมื่อตัดสินกันไปแล้ว จะมาถามอีกทำไม


                         "แต่ไม่ลำบากใจที่จะนั่งคลอเคลียกับผู้ชายกลางห้างงั้นสิ ไร้ยางอาย" แรงบีบที่ข้อมือผมเริ่มมากขึ้นจนเหมือนเลือดจะไม่เดินเจ็บจนชา แต่ผมจะไม่ร้องขอให้คนพวกนี้ได้ใจเด็ดขาด 


                        "ใช่ มันไม่ลำบากและน่าอายอะไรเลยเพราะแจฮยอกเป็นเพื่อนที่ดี เข้าใจ และคอยดูแลฉัน ฉันก็ไม่เห็นว่าการอ้อนเขาหรือทำตัวน่ารักกับเขามันจะผิดตรงไหน ในเมื่อเขาไม่ได้ร้องขอหรือขู่บังคับ แต่มันเพราะว่าฉันยินดีและเต็มใจ" ผมเชิดหน้ามองสบตากับอีกคนอย่างก้าวร้าวยอมอ่อนให้ก็แล้ว ลงให้ก็แล้ว แต่ในเมื่อสุดท้ายต้องเจ็บตัวอยู่ดี ก็ไม่รู้จะยอมไปทำไม อย่างน้อยคนพวกนี้ก็คงไม่โหดถึงขนาดฆ่าผมหรอกจริงไหมล่ะ



                     "เพื่อนหรือผัวกันแน่ สงสารสาวๆที่ซัพพอร์ตพี่นะครับ ถ้ารู้ว่าคนที่หวังให้เป็นสามีกลายเป็นเมียคนอื่นคงช้ำใจน่าดู" 

                     "แล้วก็คงไม่ได้ช้ำใจธรรมดา อาจจะช็อคก็ได้เพราะดูท่าแล้วพี่คงเป็นเมียเขานับครั้งไม่ถ้วนแล้วสินะครับ" นี่ปากเด็กอายุสิบเจ็ดเหรอ มันจะมากเกินไปแล้วนะ คำพูดจาดูถูกกับสายตาเย้ยหยันแบบนี้ ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดข้อมือที่ถูกตรึงไว้จนช้ำออกจากการจับกุม ด้วยความโมโหจากคำพูดดูถูกที่ได้รับจึงได้ตวัดมือลงบนใบหน้าของเด็กปากดี กับผู้ใหญ่นิสัยเสียไปคนละที 



                       "เพี้ยะ!!!!" พวกเขาโกรธเป็นแค่พวกเขาเหรอ ผมก็คนมีศักดิ์ศรี เป็นลูกผู้ชายที่ชอบผู้หญิง และไม่เคยทอดกายให้ใคร ทำไมต้องยอมให้คนปากหมาสองคนมาป้ายสีโคลนใส่ด้วย 


                       "รู้ไว้นะ ถึงฉันสู้อะไรพวกนายไม่ได้ ไม่มีคนรักไม่มีคนเอ็นดูเหมือนพวกนาย ทำอะไรก็ผิด แต่ฉันมีศักดิ์ศรีและความเป็นคนมากพอ!!!"

                     

                       "หึ แต่ภาพที่เห็นมันไม่ใช่เลยนะ น่ารังเกียจ" รอยยิ้มที่เหยียดขึ้นตรงมุมปากของคนพูด กับสายตาของอีกคนที่มองมา ยิ่งตอกย้ำให้อารมณ์ของผมกักไว้ไม่อยู่ สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะในสื่อหรือในชีวิตจริง คนรอบข้างของผมก็ทำร้ายผมได้ด้วยกันหมดทั้งนั้น


                      

                     "ใช่ ชีวิตของฉันมันน่ารังเกียจ แล้วยังไม่สาแก่ใจพวกนายอีกเหรอ ทุกวันนี้ฉันทำอะไรไปก็มีแต่คนต่อว่า คนเป็นฮยองอย่างนายพูดจนทำให้ฉันเป็นตัวตลก พูดให้ฉันดูไม่ดียังไง นายก็ยังได้รับคำชื่นชม ส่วนฉันแค่ตอบโต้ไม่เท่าไหร่ ฉันยังโดนด่าว่าก้าวร้าวเลย ตอนฉันออกไปไหนมาไหน ฉันต้องถูกมองถูกนินทา ไม่มีใครชื่นชมติดตามเหมือนพวกนาย แค่นี้ยังไม่สาแก่ใจอีกเหรอ ฉันไปทำอะไรให้ถึงต้องมาคอยทำร้ายกันแบบนี้ แค่ที่เจอทุกวันนี้มันยังไม่พออีกเหรอ ฉันผิดอะไรมากมายขนาดนั้น หรือมันผิดก็แค่เพราะฉันคือควอนฮยอนบินงั้นเหรอ" อ่อนล้าเหลือเกิน และน้ำตาที่พยายามกักเก็บเอาไว้ก็ไหลออกมาจนได้


                      "ต้องให้ฉันโดนแม่เกา หรือคนทั้งโลกต่อว่าทุบตี รังเกียจเลยไหม มันถึงจะพอกับที่พวกนายต้องการน่ะ หรือต้องให้ฉันกลายเป็นคนที่ออกไปไหนไม่ได้ แม้กระทั่งอยู่ประเทศบ้านเกิดของตัวเองก็ไม่ได้ ต้องถึงขนาดนั้นเลยไหม พวกนายถึงจะได้เลิกทำร้ายฉันกันสักที ตอบฉันหน่อยสิ องซองอู ไลควานลิน" ผมมองเจ้าของชื่อสองคนที่ผมเอ่ยเรียก ด้วยตาที่พร่าเบลอไปด้วยน้ำตา ภาพทุกอย่างเลือนรางจนไม่สามารถรู้ได้ว่าทั้งสองคนทำหน้าแบบไหน และสุดท้ายทุกอย่างก็ค่อยๆมืดดับไปพร้อมกับสติของผม



.

.

.

           

   


                    เช้าที่แสนหนักหัวทำให้ผมต้องนวดคลึงขมับไปมา นอนมองเพดานก่อนจะคิดได้ว่าเมื่อคืนผมไม่ได้อยู่บ้านคนเดียว ขยับตัวลุกขึ้นมองไปรอบๆ ก็ต้องแปลกใจเมื่อคนที่ผมเห็นอยู่คือชินแจฮยอกเพื่อนนายแบบที่ผมสนิทด้วยไม่ใช่คนใจร้ายสองคนนั้นว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ ผมที่นอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่บนฟูกที่เป็นคนปูเองเมื่อคืน กับชินแจฮยอกที่นอนกอดห่มผ้าที่ผมชอบเอามาพับไว้ใช้สำรองบนโซฟา 


                   "แจฮยอก เฮ้ ชินแจ ตื่นโว้ย!!!" เขย่าแขนเพื่อนที่นอนหลับให้รู้สึกตัว คือสงสัยอ่ะแล้วอยากรู้มาก ขอใจร้ายปลุกก่อนแล้วกัน ดีที่แจฮยอกไม่ใช่คนหลับลึก ออกจะตื่นง่ายมากไปเสียด้วยซ้ำตอนนี้ถึงได้นอนลืมตามองผมแบบนี้ไง


                  "มาได้ไง แล้ว...เมื่อคืน..." ผมไม่รู้จะเลือกถามยังไง เลยพูดแบบตะกุกตะกักจนคนถูกถามลึกขึ้นนั่งแล้วตับบ่าผมไว้แทน


                 

                  "เห็นนายไม่ค่อยยิ้ม ฉันเลยห่วงพอกลับจากถ่ายแบบก็ไปเก็บเสื้อผ้ากะจะมานอนด้วย เผื่อนายจะดีขึ้นบ้าง อย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่คนเดียว ถ้าบอกนายก็กลัวนายปฏิเสธเพราะความเกรงใจ เลยจะมามัดมือชกเอา ขอโทษที่ใช้คีย์การ์ดกับกุญแจสำรองโดยไม่ขออนุญาต ขอโทษด้วยที่ต่อยเพื่อนนายไป" ต่อยงั้นเหรอ เห 


.             

              "ชินแจ เจ้าบ้านี่ ทำไมทำแบบนี้ ถ้าคนพวกนั้น เอาเรื่องขึ้นมาล่ะ ฉันไม่อยากให้นายมามีปัญหาไปด้วยหรอกนะ" แหวใส่หน้าเพื่อนเสียงดังลั่น แต่คนถูกแหวใส่กลับนั่งหัวเราะผมแทน แถมยังมายีหัวผมอีก


              "หน้าบ้านนายมีกล้องวงจรปิดรู้ว่าใครเข้าออกบ้าง มีเรื่องกันในบ้านนาย ถ้าพวกนั้นเอาเรื่องฉันก็แค่บอกความจริงไปว่าคนพวกนั้นทำร้ายนาย อย่าลืมสิ ฉันมีแบคดีนะ ต่อให้โดนด่าโดนเกลียดฉันก็มีทางทำมาหากินน่า ส่วนนายน่ะ..." สายตาของเขามองมาที่ตาของผมก่อนที่ข้อมือของผมจะถูกมือของชินแจฮยอกจับขึ้นไปกุม มืออุ่นนุ่มของเขาลูบไปมาบริเวณรอยช้ำทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยน ความอ่อนโยนกับสายตาที่เป็นห่วงนั้นทำให้ผมร้องไห้ออกมา เหมือนเด็กที่ถูกรังแกแต่โดนขู่ไม่ให้บอกใครจนเก็บกดจนมีผู้ใหญ่ใจดีมาปกป้องช่วยเหลือและปลอบโยน 


                "เจ็บมากไหมฮยอนบินนา ทำไมถึงเก็บมันไว้คนเดียวหืม นายลืมไปหรือเปล่าว่ายังมีเพื่อนยังมีครอบครัว มันไม่หนักเกินไปหน่อยเหรอกับสิ่งที่แบกรับไว้" ชินแจฮยอกมองคนตรงหน้าที่ร้องไห้อย่างเจ็บปวด อยากจะบอกเหลือเกินว่าเพื่อนคนนี้ก็เจ็บไม่ต่างกัน ยิ่งเห็นร่องรอยการโดนทำร้าย กับความรู้สึกร้อยแปดที่ส่งออกมาทางสายตานั้น หัวใจของเขาก็ยิ่งเจ็บ เลื่อนมือทาบทับแก้มนุ่มลูบเกลี่ยน้ำตาให้อีกคนอย่างแผ่วเบา 



                "ถ้านายกลัวคนอื่นจะได้รับผลกระทบหรือกังวลไปด้วย ไม่เป็นไรนะ นายไม่ต้องบอกที่บ้านก็ได้ แต่ขอร้องเถอะ อย่าปิดบังฉันเลย อย่างน้อยให้มีฉันได้อยู่เคียงข้างนายในทุกๆความเจ็บปวด จนกว่าช่วงเวลาเลวร้ายนี้จะผ่านไปได้ไหม" ไม่ได้รับคำตอบจากเจ้าของบ้านที่ร้องไห้แต่การกระทำคงชัดเจนกว่าเมื่ออีกคนโถมตัวกอดเขาไว้อย่างหาที่พึ่งพิง แจฮยอกกระชับอ้อมกอดรั้งตัวอีกคนไว้ ร่างกายสั่นเทาของนายแบบตัวสูงที่ดูภายนอกแล้วเข้มแข็ง ดูแข็งแกร่ง แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเจ้าตัวดีเนี่ย เปราะบางแค่ไหน ความสูงกับขนาดตัว ไม่ใช่สิ่งบ่งบอกเสียหน่อย ว่าคนๆนั้นจะไม่ต้องการการปกป้อง หรือไม่ควรได้รับการปกป้อง โดยเฉพาะคนๆนี้แล้ว....ชินแจฮยอกถึงได้อยากปกป้องดูแลมากกว่าใคร


                

              รอยช้ำคราบน้ำตาสิ่งเหล่านี้ยิ่งเห็นยิ่งทำให้เขาโกรธภาพเหตุการณ์เมื่อคืนฉายช้ำไปมาจนหงุดหงิดภาพที่เขาเปิดประตูเข้ามาเจอคือร่างของฮยอนบินกำลังจะร่วงลงสู่พื้นเหมือนสติจะดับวูบไปดีที่เจ้าเด็กตัวสูงรับไว้ก่อน ใจเขาเกือบล่วงลงไปที่พื้นแล้ว 


               นั่นแหละพอสังเกตุดีๆก็พบว่าใบหน้าที่เขาชอบแอบมองมีน้ำตาก็พอมีคำตอบให้ตัวเองแล้วว่านอกเหนือจากที่โดนชาวเน็ตด่า ยังมีใครที่ทำให้คนน่ารักร่าเริงอย่างฮยอนบินซึมเศร้าได้เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งใครที่คิดนั้นก็คงจะเป็นสองคนนี้ อารมณ์โมโห ทำให้เขาก้าวเดินไปรั้งร่างของฮยอนบินมาพิงอก มองกราดใส่ผู้ชายสองคนที่มีสีหน้าตกใจก่อนจะกลายเป็นเรียบเฉยอย่างดุดัน นาทีนั้นแจฮยอกเลือกที่จะประคองร่างของคนในอ้อมกอดให้นอนลงบนโซฟา ก่อนจะกลับไปประชันหน้า กับตัวต้นเรื่องทั้งสองคน  


              "พวกนายทำอะไรฮยอนบิน" ตะโกนถามอย่างเอาเรื่องเขาไม่ใช่คนใจเย็นนักหรอกนะ


                "หึ ตามมาปกป้องกันถึงที่เลยแฮะ พวกเราแค่แวะมาทักทายภาษาเพื่อนร่วมรายการ ไม่คิดว่าจะทำให้เพื่อนนายเป็นลมนี่ แต่ดูจากการเข้าออกบ้านกันได้ง่ายๆแบบนี้คงเป็นเพื่อนท้องชนกันสินะ" คนที่เขาคุ้นหน้าเหมือนจะเป็นตัวหลักอีกคนในรายการชื่อซองอูเอ่ยบอกพร้อมเหยียดยิ้มที่ชวนเท้ากระตุกออกมา


                 "คงสนุกดีพิลึกถ้าเรื่องนี้โผล่ในเนติเซนนะครับ" ไอ้เด็กนรกควานลินพูดขึ้นมา อย่าถามว่ารู้จักมันได้ไง เพื่อนนางแบบเอ็นดูมันเยอะจนเขาแทบจะท่องเรื่องของมันได้หมดแล้ว ถ้าคนพวกนั้นรู้ว่าแท้จริงแล้วสองคนนี้ทำร้ายคนอื่นแบบนี้จะยังเข้าข้างกันอยู่ไหมนะ  คนอื่นคนนั้นที่เขาอยากปกป้อง มองตาสองคนตรงหน้าที่มีแววเย้ยหยันถือดี จนเขาทนไม่ไหว ที่จริงที่ทนไม่ได้คือสายตาเหยียดหยามที่มันเผื่อแผ่ไปถึงใครอีกคนที่หมดสติอยู่บนโซฟาต่างหากล่ะ



               "ผลัวะ!!!! พลั่ก!!!!!" ส่งหมัดไปปะทะกับใบหน้าหล่อดูดีอย่างไม่ยั้งแรงจนปากทั้งสองคนแตก มองด้วยสายตาดุดัน เท่าความโกรธแค้นที่มี

                 "จิตใจพวกมึงทำด้วยอะไรกันวะ พวกมึงมีความสุขมากใช่ไหมที่เห็นชีวิตของคนๆหนึ่งถูกทำลาย กูไม่รู้หรอกว่าพวกมึงทำไปเพราะเหี้ยอะไร แต่รู้ไหมว่าสิ่งที่พวกมึงกับรายการเหี้ยๆทำ คอมเม้นท์ไม่ดีทั้งหลาย มันพรากอะไรไปจากฮยอนบินบ้าง!!!" 


                  "แล้วการที่มึงพูดเหยียดหยามดูถูกเกียรติของฮยอนบินเนี่ย มึงคิดว่าพวกมึงดีนักเหรอ กูจะบอกอะไรให้นะที่กูปกป้องเขาเพราะกูรักเขา แต่พวกมึงรู้ไหมว่าเขาไม่เคยมองกูเป็นแบบนั้น เพราะเขาเคยเทใจรักผู้หญิงคนหนึ่งจนสุดท้ายเขาก็โดนทำร้ายหักหลังจนไม่ยอมเปิดใจให้ใครกูพยายามมาตั้งนาน เขาก็ยังให้กูได้แค่เพื่อน ในตอนนั้นถึงเขาจะเสียใจแต่เขาก็ยังยิ้ม ก็เหมือนกับตอนนี้ ที่เขาเจ็บปวดตั้งเท่าไหร่ เขาก็ยังคงยิ้มให้คนอื่นเหมือนว่าเขาโอเค พวกมึงรู้ไหมว่าไม่ว่าจะครั้งไหนๆที่เขาถูกทำร้ายเขาไม่เคยบอกเล่าเพื่อเอาปัญหามาสู่คนรอบตัวเลย  ครั้งนั้นแววตาแห่งความสุขความสดใสมันหายไปไม่นานเขาก็พามันกลับมาได้ แต่สำหรับครั้งนี้ จากที่กูเห็นกูสัมผัส มันทำให้กูรู้สึกว่า รอยยิ้มและความสดใสที่กูชอบที่จะได้เห็นมันคงตามกลับมาได้ยากหรือบางทีมันอาจจะไม่มีวันกลับมาอีกเลยก็ได้  สำหรับคนน่ารัก สดใส จิตใจดี คนที่เป็นเหมือนรอยยิ้มของกู คนที่กูอยากปกป้อง กูยอมทุกอย่างแม้จะต้องมองเห็นเขาไปชื่นชมชื่นชอบใคร ยอมอยู่ในสถานะเพื่อนที่เขาไว้ใจ เพียงเพื่อจะได้อยู่เคียงข้างเขา กูทะนุถนอมดูแลของกูมาตั้งเท่าไหร่ ทำไมคนที่กูรักถึงต้องมาเจออะไรเหี้ยๆแบบนี้จากคนไม่มีหัวใจอย่างพวกมึงด้วย!!!!" หอบหายใจกลังจากพ่นความรู้สึกออกไปจนหมด เลือกพูดประโยคสุดท้ายก่อนจะเชิญแขกที่ไม่อยากยินดีต้อนรับให้กลับไป



                   "กูจะบอกอะไรให้นะว่าฮยอนบินน่ะ เขาไม่เคยพูดจาให้ร้ายพวกมึงกับใครเลย แม้แต่รอยช้ำเขาก็ไม่ปริปากพูด เรื่องแย่ๆที่เขาเจอตอนอัดรายการกับพวกมึงเขาก็ไม่เคยพูด เขาเก็บมันไว้คนเดียว ส่วนคนอย่างกูที่ไม่เคยละสายตาจากเขาได้ก็แค่สังเกตเห็นความรู้สึกไม่ดีที่เขาเก็บเอาไว้ผ่านดวงตาที่ไม่เคยปกปิดอะไรได้เลย  อย่าคิดว่ากูไม่รู้นะว่าพวกมึงรู้สึกยังไง ถ้ารักมึงก็ควรแสดงออกว่ารักไม่ใช่การทำร้ายคนที่มึงรักแบบนี้ กูถึงได้บอกไงว่าพวกมึงมันไร้หัวใจเพราะถ้ามีหัวใจแค่มึงมองตาเขามึงก็คงเจ็บปวดจนใจแหลกไปหมดแล้ว ไม่ใช่คอยแต่ทำร้ายเขาเพิ่มแบบนี้ กลับไปซะ ไปคิดทบทวนให้ดีๆ ว่าพวกมึงสมควรที่จะรู้สึกรักฮยอนบินอยู่ไหม" 


                   "อย่าให้อะไรๆมันสายเกินไป...เพราะสำหรับพวกมึงความเจ็บปวดอาจจะมีแค่ชั่วคราว แต่สำหรับฮยอนบินเขาเปราะบางเกินกว่าที่จะแตกหักได้อีกเป็นครั้งที่สองแล้ว"



                   คนเปราะบางแต่แสนใจดีทั้งๆที่ถูกหักหลังจากคนที่เคยรัก แต่กลับโทษว่าตัวเองไม่ดีพอเธอถึงจากไป คนที่ถูกต่อว่าอย่างร้ายแรงแต่กลับโทษตัวเองว่าทำตัวไม่ดี ไม่มีความสามารถ ไม่พยายามพอ ไม่สมควรที่จะได้รับคะแนนโหวตจากใครๆ คนที่ไม่เคยให้ร้ายใคร ได้แต่ก้มหน้ายอมรับทุกความผิดไว้กับตัว ได้แต่ก้มหัวขอบคุณและขอโทษคนอื่น คนแบบนี้เขาสมควรจะได้รับสิ่งที่เขาได้เจออยู่ทุกวันนี้เหรอ ทำไมคนเราถึงได้ใจร้ายใจดำกันนัก...ทั้งที่พรากเอาความสุขของคนหนึ่งคนไปเกือบทั้งชีวิตแท้ๆ ทำไมพวกเขาถึงได้ดูมีความสุขและยินดีกับสิ่งที่ทำเหลือเกิน ....ใครกันแน่ที่ไม่มีความคิดและทัศนคติแย่...คนเราหนอคนเรา

.

.

.

                    ทอดมองคนขี้แยที่นอนหลับไปอีกครั้ง เอาผ้าชุบน้ำเช็ดไปตามใบหน้าเนียนใส ก่อนจะประคบตาที่บวมตุ่ยเพราะการร้องไห้อย่างหนักของอีกคนอย่างนุ่มนวล แจฮยอกไม่ได้ใจดีนักหรอกที่พูดเตือนสติหมาบ้าสองตัวนั้น แต่แจฮยอกแค่อยากให้คนที่เขารักกลับมายิ้มได้เหมือนเดิมสักที อย่างที่บอกดวงตากลมใสแสนน่ามองของควอนฮยอนบินน่ะไม่เคยเก็บความรู้สึกได้เลย แม้ปากจะพูดว่าเกลียด แต่ใจกลับรักคงใช้กับฮยอนบินได้ ยอมรับว่าเจ็บที่ไม่เคยถูกมองอย่างคนรัก แต่คงเจ็บยิ่งกว่าถ้าต้องทนเห็นคนที่รักต้องเจ็บปวดแบบไม่มีวันสิ้นสุด  ....เพราชินแจฮยอกรู้ดีว่าควอนฮยอนบินเปิดหัวใจอีกครั้งแล้ว เปิดโดยที่เจ้าตัวเองอาจไม่รู้ตัวหรือในความจริงแล้วควอนฮยอนบินอาจรู้มันอยู่แก่ใจแต่ไม่อยากยอมรับมันเท่านั้นเอง



                   ชินแจฮยอกก็ได้แต่หวังว่าคนโง่ๆสองคนนั้นจะเรียนรู้สักทีว่าสิ่งที่ควรทำคืออะไร สิ่งที่ไม่ควรคืออะไรก่อนที่ทุกอย่างมันจะสาย ก่อนที่คนเปราะบางอย่างฮยอนบินจะแตกสลายและกลายเป็นใครอีกคนที่ไม่ต้องการแม้กระทั่งคำขอโทษ เขาแค่หวังว่าทุกอย่างจะไม่สายเกินไป ....เพราะฮยอนบินเป็นคนใจแข็งถ้าเลือกที่จะหันหลังต่อให้ตัวเองเจ็บเจียนตายก็ไม่มีทางที่จะเดินกลับไป ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวที่น่ากลัวที่สุดคือรอยยิ้มจากหัวใจและความสดใสของอีกคนจะหายไปอีกครั้งซึ่งครั้งนี้อาจจะไม่ได้เป็นแค่ชั่วคราวแต่มันคือตลอดไป.....





    



                









          


                        


     

                    


             

                 

                   


              


                     

                 

                   

                       



                         


                       




..............................................................End Part................................................................



ไม่ได้อยากกั๊กแต่เนื้อเรื่องเดินตามสมองและความรู้สึกเลยค่ะนี่แต่งก็พิมพ์เลยมูสมันมา ToT

สรุปคือคงมีต่ออีกตอนสองตอน



ดูอีพีล่าสุดแล้วพล็อตผุด ที่จริงไม่อยากยกตี๋ให้ใครแล้ว

รู้ว่าตี๋ฝึกยากและอาจทำให้เหนื่อยมาก แต่ไม่เห็นใจตี๋บ้างเหรอ

เห็นลูกเรายิ้มแต่ตาไม่ยิ้มตามแล้วทรมานหัวใจ คิดว่าถ้าตี๋เห็นวีดิโอ

ตี๋ก็คงเอามาคิดมากอีกอยู่ดี เจ็บยิ่งกว่าโดนคนนอกด่าว่า

คือการที่เพื่อนกลัวเราเป็นตัวภาระและไม่ยอมรับนี่แหละ 

ดูแล้วนอยด์ยิ่งอ่านเม้น

ยิ่งดูคลิปที่ถูกตัดแล้วไปตั้งชื่อคลิปประมานว่าทุกคนหลีกเลี่ยงตี๋

ไม่อยากให้ตี๋เข้าทีม ก็ยิ่งเจ็บ เหมือนส่งลูกไปโรงเรียนแล้วลูกไปอยู่ตัวคนเดียวอ่ะ

ใจอยากให้น้องหลุดพ้นจากที่ตรงนั้นมากเลย ห่วงสภาพจิตใจน้องมากกว่าสิ่งอื่น

ที่สำคัญไม่ได้เกลียดใครเลยเกลียดอยู่ตัวเดียวทุกรายการก็อีผีMNET เนี่ยแหละ

ฮรือ ไรท์มาแบบพ่นไฟ ไรท์ขอโทษแต่มันอดไม่ได้ ToT

ปล.สุดท้าย มาแบบเกรี้ยวกราดที่จริง มีสอบเลยพ่นความเครียดเป็นจินตานาการออกมาซะเลย

ส่วนตอนก่อนนี้ เรางอนคุณแดนอยู่ขอพักให้มีมูสดีๆก่อนนะคะ

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์

แค่คำว่าชอบเรื่องที่ไรท์แต่ง มันก็ดีต่อใจมากแล้วจริงๆ ขอบคุณนะคะ   


  



                  



                     

                     




                  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. #1491 PANGDL7 (@spaonepiece) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 21:58
    โอ๊ยหนอออออออออออ พวกนี้นี่นิสัยเสีย
    #1491
    0
  2. #737 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 00:40
    แงงงง รอยยิ้มอย่าเพิ่งหายไปเด้อ
    #737
    0
  3. #467 #AAZ (@aemza302) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 01:02
    นิสัยไม่ไดีเลยจริงๆๆ
    #467
    0
  4. #134 'ทดลองเป็นโนรา (@noramb) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 01:58
    คุณองกับควานลินทำตัวเป็นเด็กประถมเลย ที่ชอบใครแล้วไปแกล้งเขา ตี๋ไม่ใช่เด็กประถมว้อยยย
    #134
    0
  5. #108 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 01:33
    รอตอนนี้ต่ออยู่ตลอดเลยนะงับไรท์ TT
    #108
    1
    • #108-1 Mystories14 (@Mystories14) (จากตอนที่ 3)
      23 พฤษภาคม 2560 / 06:13
      เค้าขอโทษที่ให้รอ ToT เดี๋ยวแต่งGravity จบ เค้าก็จะแต่ง เรื่องนี้ต่อแล้วครับผม ToT
      #108-1
  6. #91 SKOREDOXT (@gailzkyz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 20:12
    ฮือออออแต่งดีมากก
    #91
    0
  7. #86 aunshi (@aunshi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 23:35
    รอต่อเลยค่ะไรต์ ตอนเห็นฮยอนบินในคลิปรู้เลยว่าทุกข์มากๆเเววตานี่เเบบเห็นเเล้วหน่วงตามเลยอะ อยากจะทะลุเข้าไปกอดตี๋TT
    #86
    0
  8. วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 18:12
    อมก.ขอบคุณนะแจฮยอกที่มาช่วยหมวยถ้ามาไม่ทันและเตือนสติสองคนนั้นไม่รู้ว่าหมวยจะโดนอะไรมั้ยความจริงอ่านแล้วฟินครึ่งๆกลางๆเพราะงอนคุณองอยู่เลยไม่อยากยกลูกให้อ่ะถึงแม้จะบอกว่ารักนะคำพูดนั้นมันกลบคำพูดที่พูดว่าไม่อยากอยู่กับฮยอนบินด้วยหรอกTwT
    #77
    0
  9. #76 JEDCRECK13 (@JEDCRECK13) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 12:38
    ขอบคุณเพื่อนนายแบบของหมวยที่มาทันนนน ดูแลลูกเลาด้วยยย
    ต่อยสองคนนั้นแล้วดีเลยค่ะ จะได้คิดได้สักทีว่าลูกเราเจ็บมากพอละ
    #76
    0
  10. #75 Smile_Preme (@Smile_Preme) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 11:10
    ช่วงนี้เราเป็นห่วงฮยอนบินทุกวันเลย อยากกอด อยากเข้าไปให้กำลังใจ ใจจริงอยากให้ออกจากรายการ อย่างน้อยถ้าเวลาผ่านไปน่าจะไม่โดนหนักเหมือนตอนนี้ แต่ก็อยากให้น้องแสดงให้เห็นคนอื่นเหมือนกันว่าน้องก็ทำได้ แต่บางทีสุดท้ายคนพวกนั้นก็อาจจะไม่เปลี่ยนความคิด ยังอคติอยู่เหมือนเดิม
    ยิ่งคุณอ๋งมาพูดงั้นอีก สำหรับคนอื่นมันอาจจะตลก แต่สำหรับฮยอนบินน้องคงใจพังอะไรพังไปหมดแล้ว ถ้าไม่มีพี่มินฮยอน จงฮยอน จีซองจะเป็นยังไง คงต้องอยู่ในรายการไปคนเดียวงี้หรอ
    กลับมาที่ฟิคค่ะ โกรธคุณอ๋งมาก น้องหลินอีก โกรธมาก ทำไมชอบเขาได้ฮาร์ดคอร์ขนาดนี้คะ ไปขอโทษน้องบินเดี๋ยวนี้เลย! พี่แจฮยอกเป็นคนดีจริงๆเลยTT เป็นกำลังใจให้นะคะ รอตอนต่อไปค่ะ ไฟท์ติ้ง
    #75
    2
    • #75-2 Mystories14 (@Mystories14) (จากตอนที่ 3)
      15 พฤษภาคม 2560 / 16:30
      ขอตอบเม้นท์นี้นะคะ เราใจตรงกัน คือตอนตามน้องตอนเป็นโมเดลเราชอบน้องมากเลยตาน้องจะสดใสมากๆ ทีแรกเราดีใจที่จะได้เห็นน้องในมุมอื่นบ้างเห็นมาโปรดิวซ์เลยตามมาดูนาง พอมาตอนนี้ รู้สึกอยากเห็นนางคนเดิมมากกว่า ยิ่งผ่านไปยิ่งโดนหนักขึ้นเรื่อยๆทำดีแค่ไหนซึมแค่ไหนก็ยังมีแต่คนด่า ใจก็อยากให้น้องสู้ สู้ให้ถึงที่สุด แต่อีกใจคือทรมานมากที่เห็นน้องโดนโจมตี ไหนจะภาพที่ตัดมาออกรายการอีกตอนน้องบอกครูว่าภาพลักษณ์ที่ออกมาดูขี้เกียจ เราคิดว่าน้องน่าจะย้อนดูหมดแม้กระทั่งตามดูกระแสในโซเชียล จากที่มาอย่างมีหวัง ตอนนี้เรา่ไม่รู้เลยว่าจิตใจน้องเป็นยังไงบ้าง อย่างมิโนตอนไปโชว์มี นางก็โดนยับ แต่อย่างน้อยนางก็ยังได้ทำตามฝัน ปล.เรารักมิโนมากตอนนั้นก็ช้ำหนัก แต่พอมาดูลูกเราคือ มาเพราะฝันมาเพราะหวัง แต่สิ่งที่ได้รับมันเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิดเลย ออกจากรายการไปเราจะได้รอยยิ้มกับดวงตามเดิมน้องคืนมาไหม ใจไรท์พังตามแววตาน้องกับน้ำตา ยิ่งไปดูคอมเม้นท์ตามยูทูปไม่ใช่แค่แม่เกาที่ว่าลูก แม่ๆต่างประเทศก็สาดมาโครมใหญ่ ที่ไม่ชอบมากๆคือ คำว่าสมควรที่จะได้รับอะไรแบบนี้ ทำไมถึงคิดว่าการที่คนอื่นเสียความมั่นใจ เสียรอยยิ้มไป มันน่าสะใจขนาดนั้น คนตามคอยรักคอยเอ็นดูแบบเราๆปวดหัวใจ
      #75-2
  11. #74 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 07:07
    รอเรื่องนี้วววววต่อนะคะติดม้ากกก ชอบเสพดราม่า TT เมนเราต้องสตรองบินอ่าาาาาาเรารักนายยย~
    #74
    0
  12. #72 purpleliner (@purpleliner) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 13:49
    อิพี่อ๋งกับยัยลินนี่ช่างร้ายกันเหลือเกิ้นนนนน55555
    #72
    0
  13. วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 13:27
    ต้องการอะไรจากลูกชั้นย่ะ!! ไหนบอกไม่อยากอยู่ด้วยไง ชั้นจะไม่ยกฮยอนบินให้นายอง ควานลินเป็นเด็กเป็นเล็กไปว่าพี่เขาได้ไง!! กลับไปดีดลูกแก้วเดี้ยวนี้ !! ช่วงนี้งอนแดเนียลเหมือนกันทำท่าทางแบบเห้อ//ปาก้อนหินใส่แดเนียล
    #71
    0
  14. #70 Whiteter (@narinnasa05) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 12:07
    ไลควานลินกลับบ้านไปกินขนมกับน้องไป๊! อย่ามาทำแบบนี้กับฮยอนบิน/กอดลูกแน่นมาก แล้วนั้นองซองอู! ขอให้รักน้องแบบหัวปักหัวปำทั้งนายที่งควานลินเลย พอถึงเวลานั้นฉันจะให้ลูกเย็นชาใส่แม่งงงงง! ฮึ่ยยยยยยยยยย#มีความอิน
    #70
    0
  15. #69 exopink712 (@saniceaomm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 12:02
    เดี๋ยว 5555 ทำไมยัยหลินร้าย 55
    #69
    0
  16. #68 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 10:44
    ควานลินปากคอเราะร้ายมากลูกกกกคุณองก็โตแล้วทำไมทำแบบนี้ ฮยอนบินมานี้ค่ะ มาให้ชุ้นกอดปลอบบบ ฮื้อรอนะคะไรท์ชอบเรื่องนี้มากกก
    #68
    0
  17. #67 callme Best (@Minissak) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 09:57
    ดีใจตื่นมาแล้วได้อ่าน ชอบจังเลยไรท์ภาษาสวยจังเลย สงสารฮยอนบิน คุณอง-คนใจร้าย อย่ามารักลูกเรานะ
    #67
    0
  18. #66 wendy son (@bonussy1234) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 08:48
    โถถถถ จี๋ลูกแม่
    #66
    0
  19. #65 zeerun (@zee_run) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 06:24
    สงสารน้องงงงง
    #65
    0
  20. #64 JEDCRECK13 (@JEDCRECK13) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 05:58
    ชอบคำพูดของพี่มิโนนนน ฮึบเลย ขำที่หมวยบอกจะเป็นแฟนบอยวินเนอร์ 5555555555
    สองคนนี้คือใครรรรรมาหายัยหมวยถึงบ้านเลยอ่ะ
    โอ้ย ลูกชั้นจะปลอดภัยไหมฮือ
    โอ้ยคุณองกับควานลินนี่เอง ฮืออย่าว่าหมวยอย่าทำร้ายหมวยลูกเราจะช้ำแล้ว ฮอลลลล
    #64
    0
  21. #63 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 00:44
    ไรต์รู้สึกเหมือนเราเลย ฮยอนบินยิ้มแต่ปาก ตาไม่ยิ้มไปด้วย อยากเห็นน้องคนเดิมก่อนดราม่าจัง เอายัยหมวยที่เด๋อด๋า สดใส ร่าเริงของเรากลับมาได้มั้ย T-T

    ปล. ช่วงนี้สอบ ดราม่าอยู่แล้ว เจอหมวยเวอร์ชั่นปากยิ้มตาไม่ยิ้มนี่ดิ่งเลย ดราม่าแม่ม
    #63
    0
  22. #62 JEDCRECK13 (@JEDCRECK13) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 23:04
    เปิดมาลูกเราก็เสียน้ำตาอีกแล้ว ฮืออออออ
    อยากจับยัยหมวยมาโอ๋ สงสารน้องจัง
    ใครทำอะไรลูกเลาาาาาาา
    #62
    0
  23. #60 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 17:30
    เราเมนเด๋อและก็เชื่อใจในเด๋อด้วยว่าเด๋อมีดีกว่าที่เห็น พูดแล้วเศร้าาาาาา อ่านไปก็ปวดใจไป
    #60
    0
  24. วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 16:44
    จริงค่ะไรท์เราดูแล้วแบบเฮ้อแจฮวานดูเครียดที่ได้หมวยเป็นลูกทีมอ่ะเราแบบลูกเราไม่ดีตรงไหนถึงร้องไม่เดเราไม่เสียใจหรอกถ้าได้เพื่อนเดที่ไม่อยากเดด้วยก็ไม่ต้องเดหรอกมาเป็นนายแบบให้แม่เปย์เถอะฮือออ ใครนะอีกสองคนนึกบ่ออก
    #59
    0
  25. #58 zeerun (@zee_run) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 15:43
    อยากรู้ว่าคือใครรรร
    #58
    0