SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,167 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,347 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    142

    Overall
    53,167

ตอนที่ 30 : Pheromone

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    24 ก.ย. 60

B
E
R
L
I
N
 
Pheromone







                "ไม่ลืมยาแน่นะ" เสียงทุ้มเอ่ยถามย้ำคนที่นั่งข้างๆด้วยความเป็นห่วง


                "ไม่ลืมแน่นอนครับ" คนตอบระบายยิ้มอย่างสดใสออกมาให้คนถามได้เห็น


                "มีอะไรโทรหาพี่ได้ตลอดรู้ไหม" 


                "ทราบครับผม" ขาเรียวยาวก้าวลงจากรถเมื่อคุยกับคนมาส่งเสร็จ ตาเรียวกวาดมองไปทั่วบริเวณที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า 


                "นักศึกษาปีหนึ่งมารวมกันที่ลานได้แล้วครับ" คำพูดผ่านการประกาศนั่นทำให้ขาเรียวยาวก้าวเร็วขึ้น ร่างสูงระหงโดดเด่นท่ามกลางนักศึกษามากมาย แม้เขาจะเลือกนั่งหลังสุด แต่ก็ไม่อาจทำให้ความเป็นจุดสนใจนั้นลดลงแม้แต่น้อย 


                "นาย" แรงสะกิดจากด้านหลังทำให้ใบหน้าเรียวต้องหันกลับไปมองคนที่สะกิดตัวเอง 


               "มีอะไรเหรอ" มองคนที่สะกิดด้วยความสงสัย


               "นายชื่ออะไร?" คำถามที่ส่งออกมาส่งผลให้คนถูกถามยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตร เขาคงได้เพื่อนคนแรกในชีวิตมหาลัยแล้ว


               "แพทริค ควอน นายล่ะ" 


               "ยู ซอนโฮ ยินดีที่ได้รู้จักนะ เรามาสนิทกันเถอะ" เพื่อนใหม่ยื่นมือมาพร้อมกับร้อยยิ้มกว้างๆอย่างน่ารักและแววตาที่จริงใจ แพทริคจึงจับมือนั้นอย่างไม่ลังเล 

.
.
.
.

              "ทำไมเราพึ่งเจอแพทอ่ะ ไม่ได้มาเข้ากิจกรรมเหรอ" คนถูกถามพยักหน้ารับคำถามนั้น ให้คนถามอย่างฮยองซอบเพื่อนใหม่อีกคนในกลุ่ม


               "รุ่นพี่ไม่หมายหัวเหรอ พวกพี่ว้ากโหดมากเลย" ลีแดฮวีพูดขึ้นมาแล้วทำท่าขนลุกจนเพื่อนคนอื่นหลุดขำ


               "มันก็จริงนะ"  ยูซอนโฮ วางขนมปังในมือลงก่อนจะขยับปากพูดเพื่อสนับสนุนความเห็นของแดฮวี



              "ไม่หรอก รุ่นพี่รู้ อาจารย์ก็รู้ ฉันพึ่งจัดการธุระที่อเมริกาเสร็จน่ะเลยพึ่งได้มา" คนในกลุ่มพยักหน้ารับแล้วต่างคนจึงต่างตั้งใจกินข้าวตรงหน้าด้วยความหิว แม้กระทั่งซอนโฮที่พึ่งกินขนมปังหมดไป


               "แดฮวี อย่าลืมกินยานะ" แพทริคเกือบพยักหน้ารับเมื่อได้ฟังคำเตือน ดีที่เขาหยุดตัวเองทัน เหลือบตามองแดฮวีที่ตอบรับคำเตือนของซอนโฮด้วยการเทยาจากขวดสีเข้มออกมากิน


               "ในกลุ่มเรา แดฮวีเป็นโอเมก้าน่ะ ต้องกินยาช่วงนี้นายก็รู้ว่าใกล้เข้าช่วงฮีทมันเสี่ยง เอ่อ นายไม่ถือเรื่องชนชั้นใช่ไหม" สายตาลำลากใจบวกความกังวลจากคนทั้งกลุ่มถูกส่งมาให้คนตัวขาวที่ดูสง่า มองยังไงก็เป็นชนชั้นอัลฟ่าผู้สูงศักดิ์ไม่ผิดแน่ 



               "ไม่ต้องกังวลหรอก ฉันไม่ใช่คนหัวโบราณ และแน่นอนว่าคนในครอบครัวฉันก็เช่นกัน เพราะฉะนั้นการที่เราเป็นเพื่อนกันมันจะไม่มีปัญหาในอนาคต"


                "นายไม่ถือ พวกฉันก็โล่งใจ แต่ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม นามสกุลนาย ใช่ตระกูลเดียวกับรุ่นพี่ควอนซึงฮยอนที่เป็นแรร์อัลฟ่าที่มาจากตระกูลเก่าแก่ไหม" เหมือนซอนโฮจะเป็นหน่วยกล้าตายของกลุ่มที่เอ่ยถามในสิ่งที่ข้องใจ


                 "อื้ม ฉันเป็นน้องชายของเขา" ตาของเพื่อนในกลุ่มเบิกกว้างอย่างตกใจระคนตื่นเต้น 


                 "ถึงว่าล่ะ ดูดีไม่ต่างกันเลย แพทโดดเด่นแตกต่างจากคนอื่น เสียดายนี่ถ้าแพทมาเข้ากิจกรรมนะได้เป็นเดือนแน่ๆเลย" 



                 "ฉันไม่เหมาะหรอก" ริมฝีปากอวบอิ่มเผยยิ้มอย่างเอ็นดูให้กับฮยองซอบที่เอ่ยชมตัวเองออกมาด้วยความชื่นชม
.
.
.
.

               "แย่แล้ว แดฮวีกับฮยองซอบถูกพวกเดือนวิศวะหาเรื่องอ่ะ" เสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกดังมาจากเพื่อนร่วมสาขาที่วิ่งเข้ามาในคลาสที่นักศึกษานั่งรอเรียนกันอย่างเร่งรีบ ผมกับซอนโฮมองหน้ากันก่อนจะลุกขึ้นวิ่งออกจากห้องเรียนอย่างรวดเร็ว 


              "หยุดนะ!!!!" ภาพตรงหน้าที่เห็นเมื่อวิ่งมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุทำให้แพทริคฟิวขาด เพื่อนตัวเล็กถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยามอยู่ในวงล้อมของกลุ่มผู้ชายหน้าตาดีที่นิสัยไม่ได้ดีตามหน้าเลยสักนิด เสื้อนักศึกษาถูกกระชากจนยับไปหมด 


              "นายเป็นใครมีสิทธิอะไรมาขึ้นเสียงใส่พวกฉัน" ผู้ชายที่กระชากคอเสื้อของแดฮวีอยู่ถามขึ้นด้วยใบหน้าที่กวนบาทา ผมมองป้ายชื่อพร้อมที่คาดแขน ด้วยสายตาดุดัน องซองอู สภานักศึกษาของวิศวะทำนิสัยแบบนี้ก็ได้เหรอ


               "ฉันเป็นเพื่อนของคนที่นายกำลังทำกริยาต่ำทรามใส่อยู่นั่นไง ปล่อยเพื่อนของฉัน" ซอนโฮกอดแขนผมแน่นด้วยความกลัวเมื่อถูกสายตาคมแสนเย็นชาของคนสองคนที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่บนโต๊ะที่เป็นจุดศูนย์กลางของเหตุการณ์จ้องมา...จากปลอกแขนคงเป็นเฮ้ดว้ากกับรองเฮ้ดสินะ 


                "ดูเหมือนนายจะเป็นอัลฟ่าสินะ คิดยังไงถึงลดตัวลงมาคบกับพวกโอเมก้าและพวกเบต้าล่ะ ใฝ่ต่ำงั้นเหรอ" คำพูดแสนโสมมไม่ได้ทำให้อารมณ์ของผมประทุได้เท่ากับสายตาสมเพชที่มองเพื่อนของผมแม้แต่น้อย คนพวกนี้ช่างน่ารังเกียจ...


               ผมไม่ฟังคำพูดหรือสนใจอะไรที่คนพวกนั้นกระทำ แต่เลือกที่จะปล่อยหมัดเข้าประทะปากขององซองอูจนอีกคนล่วงลงกับพื้น และปล่อยเท้าถีบเข้าลำตัวของคังแดเนียลที่จับตัวฮยองซอบไว้อยู่จนเสียหลัก ก่อนจะเข้าไปช่วยพยุงเพื่อนตัวเล็กทั้งสองคนขึ้นมาจากพื้น


               "แดฮวี ฮยองซอบ ไม่เป็นอะไรใช่ไหม ขอโทษที่มาช้านะ" ซอนโฮที่ตั้งสติได้แล้วก็ช่วยเข้ามาพยุงแล้วเอ่ยถามเพื่อนทั้งสองคนด้วยความเป็นห่วง


               "กลับกันเถอะ" ประคองเพื่อนให้เดินออกมาจากวงล้อมด้วยท่าทีนิ่งเฉย ดูเหมือนคนพวกนี้จะไม่ค่อยอยากยุ่งกับคนที่เป็นอัลฟ่าสักเท่าไหร่นัก หรือไม่ก็คงไม่เคยโดนใครต่อต้านถึงได้มองอย่างนิ่งเฉยอยู่อย่างเดียว..


               "ทำเพื่อนฉันเจ็บตัวแล้วคิดจะเดินหนีไปง่ายๆเหรอ"  แขนของผมถูกรั้งด้วยมือของหนึ่งในสองคนที่นั่งมองด้วยความนิ่งเฉยอยู่ในตอนแรก


               "ใครทำใครก่อน ถ้านายไม่ได้ตาบอดหรือไร้จิตสำนึกก็คงจะรู้"


              "แล้วอีกอย่าง...พวกฉันเป็นเด็กนิเทศ ไม่ใช่เด็กวิศวะที่พวกนายจะมาออกคำสั่ง!" แววตาแข็งกร้าวฟาดฟันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร 


               "หึ แต่พวกฉันเป็นรุ่นพี่ของพวกนาย ที่พวกนายควรเชื่อฟังและให้การเคารพ" แขนของผมถูกบีบแรงขึ้นสวนทางกับท่าทางนิ่งๆสบายๆของอีกคนอย่างสิ้นเชิง



              "รุ่นพี่ ..."


               "แต่การกระทำดูไม่สมกับคำว่ารุ่นพี่เลยนะครับ" ในขณะที่คนอ้างตัวเป็นรุ่นพี่กำลังจะแผดเผาผมด้วยไฟโกรธจากแววตา แขนของผมก็ถูกช่วยให้เป็นอิสระด้วยคนที่ผมไม่คุ้นหน้า


               "ทำตัวไม่น่าเคารพเลยนะครับรุ่นพี่" คนที่เข้ามาช่วยผมไว้เบี่ยงตัวผมให้หลบหลังเขาแล้วเอาตัวของเขาเองมาบังผมเอาไว้ 


               "คนของนายเหรอ ปกติไม่เห็นออกหน้าช่วยใคร" 


               "ครับ และผมก็หวังว่าพวกรุ่นพี่จะไม่มายุ่งกับพวกเขาอีก ผมขอตัวก่อนนะครับ" เสียงทุ้มตอบรับอย่างหนักแน่น ข้อมือของผมถูกจับให้เดินตามคนที่เข้ามาช่วย ผมเลยส่งสายตาให้เพื่อนผมเดินตามมา 



                คล้อยหลังกลุ่มรุ่นน้องที่เดินจากไป สายตาคู่คมสองคู่ยังคงจ้องมองไม่ละไปไหน 


               "สนใจเหรอ" คนที่นั่งสังเกตุการณ์อยู่นานเอ่ยถามขึ้น 


               "ไม่ต่างจากนายหรอก" พวกเขายกยิ้มให้กันอย่างรู้ทัน ก่อนจะขยับตัวไปช่วยพยุงเพื่อนที่ถูกต่อยและถีบจนน่วม ไปยังห้องพยาบาล


              ดูเหมือนคนที่พวกเขาสนใจจะมือหนักตีนหนักไม่ใช่ย่อย แถมหัวแข็ง จากที่น่าสนใจอยู่แล้ว ยิ่งเป็นคนของเจ้าเด็กแรร์อัลฟ่า อย่างเจ้าชายน้ำแข็งของแพทย์ศาสตร์ ก็ยิ่งน่าสนใจ

.
.
.
.

             "ขอบคุณนะ" เอ่ยบอกคนที่นั่งทายาบริเวณแขนที่ช้ำจากการถูกบีบด้วยความจริงใจ หลังจากที่พาแดฮวีกับฮยองซอบไปส่งห้องพยาบาล ซอนโฮก็อาสาอยู่เฝ้าทั้งสองคนและให้ผมออกมาส่งคนที่เข้ามาช่วยเหลือพวกผมเอาไว้


             "ไม่เป็นไร เจ็บมากหรือเปล่า" อ่อนโยนจัง ทั้งการกระทำและสายตา


             "นิดหน่อยน่ะ" 


              "ฉันไลควานลิน" 


              "แพทริค ควอน" 

              "ยินดีที่ได้รู้จักนะ"


              "เช่นกัน" เขาเผยรอยยิ้มออกมาให้ผมเห็นผมจึงยิ้มตอบกลับไป ผมคงได้มิตรที่ดีมาอีกหนึ่งคนแล้วสินะ....เป็นการใช้ชีวิตในรั้วมหาลัยที่ดีจริงๆ ถ้าไม่รวมเรื่องที่พึ่งผ่านมาน่ะนะ. 
.
.
.
.
.
            

              "อาทิตย์หน้าต้องทำเรื่องลาหยุดใช่ไหม" มือเรียวละจากอารเช้าเมือทานอิ่มก่อนจะหันไปมองคนถามที่นั่งอยู่ตรงข้ามตัวเอง



              "ไม่ต้องก็ได้ครับ" คำตอบรับของคนตัวขาวทำให้คิ้วของคนฟังขมวดขึ้นทันที


              "แต่มันอันตรายเราก็รู้" สายตาเป็นห่วงถูกส่งมาพร้อมกับมืออุ่นที่วางทาบทับมือของแพทริคเอาไว้



               "แพทรู้ครับ แต่แพทไม่อยากเอาแต่หนีแล้ว อยากลองสู้ดูบ้าง ยาตัวใหม่ที่อาหมอให้ก็ช่วยแพทได้อยู่ในระดับหนึ่ง ไม่ต้องห่วงแพทนะครับ แพทสัญญาว่าถ้าไม่ไหวจะรีบโทรบอกพี่เลย" เมื่อถูกคนเป็นน้องอ้อนวอนซึงฮยอนเลยได้แต่ยอมจำนน 


              "ก็ได้..."


              หลังจากทานอาหารมื้อเช้าแพทริคก็เลือกที่จะออกไปนั่งเล่นในสวนแทน วันนี้เขามีเรียนภาคบ่ายตอนเช้าเลยไม่ต้องรีบมาก ตาเรียวมองไปทั่วสวนสีเขียว สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปลอดด้วยรอยยิ้มบางๆ สมองคิดทบทวนอะไรไปเรื่อยเปื่อย่นจะสะดุดลงเพราะ ภาพในวันวาน ภาพที่ทำให้เขาลุกขึ้นมาเข้มแข็ง 


            แพทริคเกิดมาในครอบครัวของอัลฟ่า ที่มีแรร์อัลฟ่าผู้มากไปด้วยอิทธิพลและความสูงศักิ์เป็นต้นตระกูล จะเรียกคนในตระกูลว่าลือดบริสุทธิ์ก็ได้เพราะบรรพบุรุษของเขามักแต่งงานและมีลูกกับพวกอัลฟ่าแท้เหมือนกัน จนมาถึงรุ่นของคุณปู่ของเขาที่มองเรื่องความรักเป็นสำคัญมากกว่าความเหมาะสม หรือความบริสุทธิ์ของสายเลือด ท่านแต่งงานกับคุณย่าที่เป็นโอเมก้า โดยไม่สนใจว่าคภายนอกจะมองยังไง โชคดีที่ถึงแม้ตระกูลของเขาจะเป็นตระกูลที่มีแต่อัลฟ่า แต่พวกเขาก็ไม่ได้ถือเรื่องชนชั้นมากนัก คุณปู่จึงไม่ต้องพบเจอปัญหาการกีดกันของครอบครัว มาถึงรุ่นของคุณพ่อ คุณพ่อรักกับคุณแม่ที่เป็นอัลฟ่า พวกท่านมีลูกสามคน คือพี่ใหญ่อย่างควอนซึงฮยอน พี่รองอย่างทิฟฟานี่ควอน และลูกคนเล็ก ก็คือเขาเอง 


              พี่ใหญ่ของบ้านเป็นแรร์อัลฟ่าผู้หล่อเหลาและน่าเกรงขาม ส่วนพี่รองเป็นอัลฟ่าที่สง่างาม คนที่แหวกเผ่าพันธุ์ก็คือเขา แพทริค ควอนผู้มีรูปลักษณ์ภายนอกยามนิ่งเฉยเป็นเหมือนอัลฟ่าผู้สูงศักดิ์ แต่แท้จริงแล้ว  ...เขาเป็นเพียงโอเมก้าเท่านั้น การเป็นโอเมก้าธรรมดาในตระกูลอัลฟ่าชั้นสูง มันก็เป็นเรื่องที่แย่พออยู่แล้ว แต่ที่แย่ยิ่งไปกง่านั้นคือเขาเป็นแรร์โอเมก้าที่แปลกประหลาด ในตอนที่ถึงช่วงฮีทร่างกายของเขสจะปล่อยฟีโรโมนที่ยั่วยวนพวกอัลฟ่าอย่างรุนแรง แม่แต่ในยามปกติกลิ่นหอมที่เป็นอันตรายก็ยังคงอยู่ เขาจึงต้องกินยาที่คิดค้นมาเพื่อกลบฟีโรโมนเหล่านั้นในทุกวัน 


              แต่เหมือนฟ้าไม่ค่อยเข้าข้างเพราะร่างกายมักจะต่อต้านยาที่ใช้ติดต่อกัน เลยต้องคอยตรวจรักษาและเปลี่ยนยาใหม่บ่อยๆอยู่เสมอ คนในครอบครัวไม่มีใครรังเกียจเขาคุณพ่อและคุณแม่เลี้ยงดูเขามาด้วยความรักความอบอุ่น รวมถึงพี่ชายและพี่สาวที่ทั้งรักและห่วงเขาราวกับไข่ในหิน ทุกคนเติมเต็มความรู้สึกบกพร่องทำให้การเกิดเป็นแรร์โอเมก้าของเขาไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ทำให้ตัวเขารู้สึกไม่ดีอีกต่อไป ในตอนเด็กเขาจึงเป็นเด็กผู้ชายที่ร่าเริงสดใส ยิ้มง่ายและหัวเราะบ่อย เข้ากับคนอื่นได้ง่ายและต่อสู้ไม่เป็นจนวันหนึ่งที่เขาเกิดฮีทในตอนเย็นหลังเลิกเรียนวันที่เป็นเวรทำความสะอาด ยาของเขากลับไม่ช่วยอะไร เพราะร่างกายเกิดการต่อต้านฟีโรโมนที่ถูกปล่อยออกไปเรียกอันตรายเข้ามาสู่ตัวเขา เขาเกือบโดนเด็กคนอื่นที่เป็นอัลฟ่าข่มขืน โชคดีที่พี่ชายเขาเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน สัมผัสน่าขยะแขยงที่คนพวกนั้นฝากไว้ยังคงเป็นภาพฝันร้ายติดตาแม้จะไม่ถูกสอดใส่ แต่รอยจูบ รอยกัด และสัมผัสหยาบโลน ถือเป็นสิ่งตอกย้ำทำให้เขากลายเป็นใครอีกคนที่หวาดกลัวต่อทุกสิ่ง จนพ่อกับแม่ตัดสินใจส่งเขาไปเรียนอเมริกาพร้อมพี่สาว การไปอเมริกาทำให้แพทริคได้เรียนรู้การใช้ชีวิตจากคุณอาแท้ๆที่เป็นโอเมก้า คุณอาคอยอบรมสั่งสอนและช่วยให้ภาพฝันร้ายในครั้งอดีตกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาลุกขึ้นสู้ และหล่อหลอมให้เขาเป็นเขาอย่างทุกวันนี้.....



               เหตุผลที่เขาไม่เคยป่าวประกาศว่าตัวเองเป็นโอเมก้าก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง แน่นอนว่าตระกูลเก่าแก่และมากมายไปด้วยทรัพย์สินย่อมมีผู้ไม่ประสงค์ดี การที่เขาเป็นแรร์โอเมก้าจึงกลายเป็นเหมือนเป้าที่โดนหมายหัว ดังนั้นครอบครัวของเขาและตัวเขาเองจึงไม่เคยเปิดเผยเรื่องนี้.... แม้ในบางครั้งเขาจะรู้สึกอึดอัดแต่เขาก็ต้องทำมัน
.
.
.


               "เหนื่อยชะมัด อาจารย์อึดมากเลยพูดได้ไงสามชั่วโมงแบบไม่พัก" แดฮวีโอดครวญออกมาเมื่อคลาสเรียนเลิก กลุ่มของผมนั่งหมดแรงกันเป็นแถบเพื่อรอให้นักศึกษาคนอื่นออกไปก่อนเพราะเป็นคลาสเรียนรวมคนจึงเยอะเป็นพิเศษ


                "รู้สึกอยากอ้วกกับเนื้อหาที่อัดแน่น" ท่าทางอ่อนเพลียกับสีหน้าแหยๆของฮยองซอบทำให้ผมและคนอื่นๆหลุดขำออกมาได้อย่างง่ายดายเป็นอาทิตย์ที่ห้าแล้วกับชีวิตในรั้วมหาลัย ทุกคนในกลุ่มเป็นคนนิสัยดี รักเพื่อน และนั่นทำให้ผมวางใจพวกเขา 


                "เรียนไปภาพที่ขึ้นมาคือ พิซซ่า ชาบู ฉันหิว"


                "นายคิดได้แต่เรื่องกินหรือไงยูซอนโฮ" มือเรียวของแดฮวีผลักหัวซอนโฮด้วยความเหนื่อยหน่าย ที่ซอนโฮหายใจเข้าหายใจออกก็เป็นเรื่องกินไปซะหมด แต่ผมว่าไม่นะ...

             
               "ไม่นะ มีอีกเรื่องที่ฉันคิด" ผมเดาผิดที่ไหนล่ะ

                
                "เรื่องอะไร" นับถอยหลังรอในใจเพื่อรอระเบิดเวลาของความเขินเคลื่อนที่ได้อย่างลีแดฮวีที่จะถูกจุดชนวนโดยยูซอนโฮ...



                "เรื่องของนายไง ฉันคิดถึงของกินเกือบทุกสามสิบนาที แต่กับนายฉันคิดถึงทุกวินาทีเลยล่ะ" ตู้ม!!! ระเบิดได้ระเบิดออกมาเรียบร้อยโดยที่ยูซอนโฮถูกแดฮวีไล่ตีอย่างไม่คิดชีวิต



                 "จีบกันไม่ได้สนใจเพื่อนเลย" ฮยองซอบเอ่ยออกมา ก่อนจะหันมามองผมที่ยืนขำอยู่


                  "แพทจะกลับบ้านเลยเปล่า" 



                 "อื้ม คงจะกลับเลยน่ะ ทำไมเหรอ" ถามออกไปอย่างสงสัย



                 "ก็จะได้เดินไปส่งไง วันนี้ควานลินทำแลปเลิกดึก เดี๋ยวไปเจอพวกวิศวะดักรอ เราเป็นห่วง" พูดถึงควานลิน ตั้งแต่วันนั้นที่เขามาช่วยผม ผมก็ได้เจอเขาบ่อยๆ ทั้งมารอหลังเลิกเรียนบ้าง ตอนกินข้าวเที่ยงบ้าง เหตุผลของเขาก็คือกลัวผมถูกกลุ่มรุ่นพี่วิศวะมาหาเรื่อง เพราะผมถูกหมายหัวไว้แน่ๆ เขาบอกแบบนั้น ซึ่งก็อาจจะจริง เพราะผมเจอคนพวกนั้นเข้ามากวนอยู่บ่อยๆ ตอนที่บังเอิญเจอกัน แต่ผมไม่สนใจหรอก ไม่กลัวด้วย


              "เราไม่เป็นไรหรอก ซอบต้องรีบไปเรียนพิเศษนี่ ซอนโฮกับแดฮวีด้วย" ฮยองซอบยังคงทำหน้าหนักใจเมื่อผมพูดออกไปแบบนั้น


              "วันนี้พี่ซึงฮยอนมารับเองถ้าเจอคนพวกนั้นหาเรื่องเราพี่ซึงฮยอนไม่ปล่อยไว้หรอก สบายใจได้แล้วนะ กลับกันเถอะ" ผมโกหกออกไป เพราะพี่ของผมติดประชุมไม่ได้มารับเอง ก่อนจะระบายยิ้มให้เพื่อนตัวเล็กที่พยักหน้าตกลงแล้วพากันเดินออกจากห้องพร้อมๆกับคู่รักที่วิ่งไล่กันจนเหนื่อยแล้ว


            

              "โดนเพื่อนเทแล้วเหรอ" ในขณะที่ผมนั่งรอคนขับรถที่บ้านมารับ ก็มีเสียงทุ้มกับถ้อยคำกวนประสาทดังมาให้ได้ยิน ผมทำเป็นไม่สนใจและยังคงนั่งอยู่เฉยๆเหมือนเดิม คนมาใหม่สองคนนั่งลงขนาบข้างผม 



            "หยิ่งเหรอครับรุ่นพี่พูดด้วยถึงไม่พูดด้วยน่ะ" อยากกรอกตาให้หลุดออกจากเบ้าเสียจริงๆ 



            "ผมจะคุยกับคนที่อยากคุย และเป็นมิตรครับรุ่นพี่" ยันตัวลุกขึ้นยืนเพื่อหนีไปนั่งที่อื่นแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อถูกรั้งให้นั่งลงที่เดิมด้วยฝีมือของรองเฮ้ดว้ากวิศวะที่นั่งเงียบตั้งแต่เดินเข้ามา ต่างจากเฮ้ดว้ากที่พูดกวนประสาทผม


             "ทำไมดื้อจังล่ะครับ" นี่คงเป็นประโยคแรกที่ผมได้ยินเขาพูด 


             "มีอะไรกับผมนักหนาครับ หรือไม่ชอบใจอะไร ต่อยผมก็ได้จะได้จบๆ คอยแต่มากวนประสาทกันแบบนี้ ผมเหนื่อยและรำคาญ" ผมว่าผมใจเย็นในระดับหนึ่งแต่คงเป็นเพราะความเหนื่อยจากการเรียนวันนี้ที่ทำให้ผมอยากระเบิดอยู่ตลอดเวลาพอมาเจออะไรที่กวนประสาทแบบนี้


            "งั้นคงต้องรำคาญอีกนาน เพราะว่านายดันเป็นคนที่พวกฉันสนใจ" นี่มันเรื่องบ้าๆชัดๆ

            "หรือไม่ นายก็ยอมเป็นของพวกฉันสิ" ริมฝีปากอุ่นร้อนของเฮ้ดว้ากกระซิบอยู่ที่ข้างหูของผม ผมที่ตกใจและฉับพลันปฏิกิริยาการปกป้องตัวเองของผมทำให้ผมส่งหมัดเข้าไปที่ใบหน้าหล่อเหลาจนแทบหงายหลังไป ก่อนจะผลักคนที่รั้งตัวผมไว้ออกและวิ่งออกมาจากตรงนั้น 


             ไอ้พวกบ้า ผมจะไม่มีทางไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้นเด็ดขาด...อย่าได้หวังที่จะแตะต้องฉันอีกเลย ฮวังมินฮยอน แบจินยอง !!!


.
.
.
.

            "เด็กแพทย์นี่ว่างขนาดที่มารอเราเกือบทุกวันได้เลยเหรอ" เอ่ยถามออกไปพร้อมกับรอยยิ้มเมื่อเห็นเด็กแพทย์ที่คุ้นตายืนรออยู่หน้าห้องเรียน 

            
            "ก็ห่วง...กลับบ้านกันเดี๋ยวเราไปส่ง" คนพูดคว้าเอากระเป๋าเป้ของผมไปสะพายแทน จะปฏิเสธและดึงกลับมาสะพายเองอีกคนก็ไม่ยอมหรอกครับ ผมเลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย



            "หิวไหม" เสียงทุ้มถามขึ้นมาในขณะที่รถจอดติดไฟแดงอยู่


           "หิวดิ เรียนมาทั้งวัน วันนี้แดฮวีป่วยด้วยซอนโฮเลยลาไปเฝ้า เรากับฮยองซอบก็ถูกอาจารย์เรียกไปช่วยงาน ไม่มีหน่วยซื้อเสบียง พากันอดจนเลิกเรียนเนี่ย" บ่นออกไปอย่างลืมตัว ในเวลาปกตินอกจากคนในครอบครัวผมจะไม่หลุดพูดมากขนาดนี้ รู้ตัวว่าบ่นมากไปก็ตอนที่ได้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มกับเสียงหัวเราะของคนฟังนั่นแหละ


            "ขำอะไรเล่า" 


             "เราอารมณ์ดีน่ะ ปกติแพทไม่พูดเยอะขนาดนี้" ผมมองเสี้ยวหน้าของคนที่ขับรถไปยิ้มไปอยู่ เวลาควานลินยิ้มนี่โลกสดใสดีจัง


            "เผลอน่ะ เราทำให้รำคาญหรือเปล่า" คิดไปก็กลัวคนพูดน้อยอย่างควานลินรำคาญเหมือนกันเลยต้องถามออกมา


            "ไม่หรอก เผลอบ่อยๆก็ดี ...มันน่ารัก" อยู่ๆใจของผมก็เต้นแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้นแหละ แค่คำว่าน่ารักคำเดียวเนี่ย


            "ถ้าเราเผลอบ่อยๆ เดี๋ยวจากที่บอกว่าน่ารักจะบอกว่าเบื่อแทนคอยดู ป๊าเรายังบอกเราบ่อยๆเลย" หาคำพูดแก้เก้อ คือเขินจนไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไง 


           "ขอบคุณนะ" 


           "ขอบคุณอะไร" มองคนพูดอย่างสงสัยเมื่อเจ้าตัวเอ่ยคำนั้นก่อนจะตบไฟเลี้ยวจอดรถบริเวณหน้าร้านอาหาร 


            "ขอบคุณที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนข้ามกำแพงบางอย่างที่แพทมีมาได้ ขอบคุณที่พูดเยอะๆเวลาอยู่กับเรา ขอบคุณที่ยอมให้เรามารอหลังเลิกเรียน"


             "ขอบคุณที่ยอมเชื่อใจและไปไหนมาไหนกับเรา และก็ขอบคุณนะที่ทำให้คนไม่ชอบพูดอย่างเรา พูดเยอะได้มากขนาดนี้" หน้าของผมกำลังเห่อร้อนจนเหมือนจะระเบิดเมื่อถูกมองมาด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างและรอยยิ้มละมุนนั่น

.       
           "นายพูดเหมือนจะจีบเราอย่างนั้นแหละ" อยากตบปากตัวเองที่เลือกคำพูดนี้ออกมาเพื่อเบี่ยงเบนสถานการณ์ความเขินของตัวเอง 


            "เราไม่เคยเข้าไปยุ่งกับเรื่องของใครถ้าไม่จำเป็น ตอนแรกเราเข้าไปช่วยเพราะเราเห็นว่าคนพวกนั้นเล่นแรงเกินไป"

            "แต่ที่เราตามดูแลแพทจนมาถึงทุกวันนี้ ไม่รู้ตัวจริงๆเหรอ ว่าเรากำลังจีบอยู่" โว้ย จะเบี่ยงประเด็นทำไมต้องมาเขินกว่าเดิมเนี่ย 


            "ถ้ายังไม่อยากพูดอะไรก็ยังไม่ต้องตอบอะไรเราก็ได้"


           "แค่พยักหน้ากับส่ายหน้าให้เราก็พอ"


            "รับรู้แล้วนะว่าเราจีบอยู่ จะปฏิเสธไม่ให้เราจีบไหม ถ้าไม่ชอบหรืออึดอัดใจ เราจะไม่มายุ่งวุ่นวายให้รู้สึกไม่ดีเลย"


           "แล้วถามมาแบบนี้ถ้าเราแค่พยักหน้าหรือส่ายหน้า นายจะรู้เรื่องไหมล่ะ"


           "เรารู้แล้วว่าจะจีบ แล้วก็ไม่ได้รังเกียจหรืออึดอัดใจด้วย" ผมมองสบตากับเขา ฉับพลันภาพความโหดร้ายที่ร่างกายเกือบถูกย่ำยีก็ตีตื้นขึ้นมาในหัว ทำให้ผมกลัว...


           "แต่เราไม่มั่นใจว่า คนอย่างเราจะดีพอให้แรร์อัลฟ่าผู้สูงศักดิ์อย่างนาย มาชอบหรือเปล่า" เขากำลังจะเอ่ยบางอย่างขึ้นมาขัดแต่ผมเลือกที่จะยิ้มให้และลงจากรถแทนแล้วเข้าร้านอาหารไป ผมยังไม่พร้อมสำหรับความรู้สึกมีค่าของควานลินจริงๆ และก็ขอบคุณที่เขายอมกินข้าวเฉยๆ ไม่เซ้าซี้อะไรกับผม


             ไลควานลินคือความสบายใจ คือคนที่ดึงผมในอดีตก่อนเกิดเหตุการณ์บ้าๆนั่นกลับคืนมาได้ในเวลาที่อยู่กับเขา...การที่เขารู้สึกลึกซึ้งกับผมไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ดี แต่ปัญหามันอยู่ที่ตัวของผมเอง... ผมไม่คู่ควรกับเขาเลยสักนิด

.
.
.
.
           วันถัดมาผมใช้ชีวิตอย่างเหม่อลอยบ่อยครั้งจนเพื่อนในกลุ่มทักและเป็นห่วง แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ผมเป็นอย่างนั้นก็คือไลควานลิน ผมมัวแต่คิดเรื่องเขาจนลืมไปว่าเป็นวันอันตรายของตัวเอง...วันที่ผมจะมีอาการฮีท ช่วงสายของวันอาการเริ่มโจมตีผมจนต้องขอลาพัก ผมพาตัวเองมาขังไว้ในห้องน้ำชั้นห้าของตึกที่ค่อนข้างร้างผู้คนเพราะเป็นชั้นทดสอบความสามารถทางอิเล็กทรอนิกส์ที่อาทิตย์หนึ่งตะเปิดเพียงแค่สองครั้งซึ่งไม่ใช่วันนี้


            ผมรู้สึกร้อนจนต้องปลดไทด์และกระดุมเสื้อสามเม็ดบนออก เปิดน้ำเพื่อล้างหน้าตัวเองก่อนจะกรอกยาเข้าปาก มือกำแน่นจนข้อนิ้วซีดลง เหงื่อผุดพรายจนชุ่มฉ่ำพอๆกับน้ำที่เกาะอยู่บนใบหน้าของผม 


            ความรู้สึกแห่งหายนะกลับมาเยือนผมอีกครั้ง เมื่อยาที่กินใช้ไม่ได้ผล ร่างกายผมกำลังอึดอัด ส่วนกลางลำตัวกำลังเรียกร้องถึงการปลดปล่อย ผมกำลังแย่ ได้แต่ภาวนาให้ไม่มีใครผ่านมา.... แต่ฟ้าช่างเล่นตลกกับผมเหลือเกิน


           "รู้สึกโชคดีที่ขึ้นมาเก็บของให้อาจารย์ก็วันนี้" เฮ้ดว้ากที่ผมเกลียดขี้หน้ากำลังยืนควงกุญแจห้องน้ำอยู่ในมือ ข้างๆกันมีแบจินยองที่กอดอกมองแล้วยกยิ้มอย่างพึงใจ


            ผมถอยหลังหนีจนตัวติดผนังเมื่อพวกเขาสองคนก้าวเท้าเข้ามาใกล้


            "กลัวเหรอ คนปากกล้าหายไปไหนแล้วล่ะ" มือเรียวของฮวังมินฮยอนส่งมาสัมผัสใบหน้าของผม ...ผมกำลังกลัว เหตุการณ์แบบนี้ เหมือนในวันนั้น...


             "กลิ่นหอมดีนะ" ตัวของผมถูกกดให้แนบกับผนัง ผมไม่มีแรงแม้แต่จะดิ้นเพราะอาการฮีทของตัวเอง ถ้าไม่มีมือของฮวังมินฮยอนที่จับตรึงตัวของผมไว้ ผมคงได้ลงไปนอนอยู่บนพื้นเป็นแน่


             "ไม่เคยคิดเลยว่านายจะเป็นโอเมก้า" ริมฝีปากร้อนของจินยองขบเม้มใบหูของผมอย่างหยอกล้อ ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้น้ำตาของผมรินไหลออกมา


              "พวกฉันจะช่วยให้นายหายฮีทเอง" สัมผัสจาบจ้วงจากริมฝีปากกับฝ่ามือของอัลฟ่าสองคนกำลังพาฝันร้ายกลับมาหาผม ผมได้แต่ร้องไห้ด้วยความสั่นกลัว คนเดียวที่ผมคิดถึงก็คือควานลิน.... 

               นายอยู่ไหน ได้โปรด มาช่วยฉันที ....

.
.
.
.
             "ควานลินมารอแพทเหรอ" ใบหน้าเรียวพยักขึ้นลงรับคำถามนั้น 


             "แพทไม่อยู่หรอก พวกเราว่าจะไปหาหลังจากซื้อข้าวเสร็จว่าจะไปกินกับแพทเลย" เพื่อนตัวเล็กของแพทริคเอ่ยบอกกับนักศึกษาแพทย์ตรงหน้า

  
             "แพทไปไหนเหรอ" เสียงทุ้มถามออกไปอย่างสงสัย


             "รู้สึกเหมือนจะไม่ค่อยสบายน่ะ เลยขอไปนอนพักที่ห้องพยาบาล" คิ้วเรียวขมวดขึ้นทันทีที่ได้ยินคำตอบ



              "เราพึ่งมาจากห้องพยาบาลนะอาจารย์ให้ไปเช็คอุปกรณ์ เลยแวะมาหาแพท แต่ที่ห้องพยาบาลไม่มีร่องรอยการใช้เลยนะในวันนี้" ใบหน้าของทุกคนเริ่มหวั่นวิตก 


             "แยกกันหานะ ช่วยกันติดต่อด้วยใครติดต่อได้บอกในไลน์กรุ๊ป" ควานลินทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะออกวิ่ง ใจเขาหวิวๆมาตั้งแต่เช้าแล้ว รู้สึกเหมือนจะลางไม่ดี และเขาก็หวังให้ลางสังหรณ์นั้นผิด และแพทริคกลับบ้านไปแล้ว 


            ขาเรียวยาวพาเจ้าของมันวิ่งไปทั่วตัวอาคาร ใจของเขาร้อนรนไปหมด ทั้งห่วงทั้งกังวล จนจมูกของเขาได้กลิ่นหอมที่ดึงดูด มันไม่ได้อยู่ในระยะใกล้แต่เป็นกลิ่นฟีโรโมนของโอเมก้าที่รุนแรงและกระตุ้นบางอย่างในร่างกายเขาอย่างมาก ....เป็นความรู้สึกที่ชวนให้ใจเต้น....คู่ชีวิตงั้นเหรอ บ้าน่า ในความรู้สึกเขา คู่ชีวิตที่เขามั่นใจคือแพทริคนี่ หรือว่า.... ให้ตายเถอะ 


           นักศึกษาแพทย์เร่งฝีเท้าอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อตามกลิ่นนั้นไปจนไปเจอกลับห้องน้ำที่ถูกปิดไว้ ยิ่งเข้าใกล้กลิ่นยิ่งรุนแรง


            "อึก ปล่อย ปล่อยนะ" เสียงที่คุ้นเคย แสนสั่นเครือดังออกมาจากห้องน้ำที่ว่าเขาไม่รอช้าที่จะใช้แรงของแรร์อัลฟ่าถีบประตูนั่นจนเปิดออกภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาสติขาดผึง ร่างกายขาวเนียนที่มีเพียงเสื้อเชิตสีขาวที่ขาดวิ่นประดับอยู่ ถูกคนสองคนล่วงล้ำอย่างหยาบโลน ตาที่เคยเป็นประกายหม่นแสงและเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา 


            "จะมาสนุกด้วยกันเหรอควานลิน ได้กลิ่นสินะ" ฮวังมินฮยอนแสยะยิ้มเยาะออกมาก่อนจะขยับนิ้วที่ล่วงล้ำเข้าไปในช่องทางของคนตัวขาวที่ตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดของแบจินยองอย่างไม่สนใจเขาสักนิด สิ่งที่ดึงสติเขากลับมาคือสายตาเจ็บปวดของคนที่เขาเฝ้าตามหวงและดูแลมาตลอด


           "สนุกกับตีนกูนี่มา" ลั่นวาจาออกไปก่อนจะจัดการอัลฟ่าสองคนที่ละมือจากเหยื่อตัวขาวมาสู้กับเขา ถึงจะเป็นอัลฟ่า ก็ใช่ว่าจะมีแรงเหนือแรร์อัลฟ่าที่แข็งแกร่ง ยิ่งในเวลานี้ที่ควานลินกำลังโกรธ ไม่มีใครหยุดเขาได้ ทั้งหมัดและเท้าที่โจมตีใส่คู่ต่อสู้อย่างไม่ยั้งแรง ทำให้มินฮยอนกับจินยองล่วงลงสู่พื้นอย่างหมดสภาพ มือเรียวกระชากผมของฮวังมินฮยอนขึ้นมาให้สบสายตาเกรี้ยวกราดของตัวเอง



           "แพทเป็นคนของกู!!!!"


           "อย่ามายุ่งกับเขาอีก ไอ้พวกเวร!!!" สิ้นเสียงคำรามดังลั่นศรีษะของมินฮยอนก็ถูกควานลินจับโขกพื้นอย่าแรงจนอีกคนหมดสติไป เสื้อกราวด์ที่ใส่ถูกถอดออกมาเพื่อคลุมทับร่างกายของคนตัวขาวที่สั่นเทาเอาไว้ 


           "แพท..." เอ่ยเรียกคนตรงหน้าด้วยหัวใจที่เจ็บปวด กวาดตามองผิวขาวเนียนที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยแดง และช้ำเป็นจุดๆ ด้วยความเสียใจ ถึงจะยังไม่ถูกสอดใส่ด้วยสิ่งที่โสมมกว่านิ้วแต่เขาก็มาช้า เกือบแล้ว ไลควานลินเกือบปกป้องคนที่ตัวเองรักไว้ไม่ได้แล้ว


           "ควานลิน ฮึก" ตัวของเขาถูกคนที่กำลังร้องไห้โถมตัวเข้าหา แขนเรียวยาวตระกรองกอดอีกคนเอาไว้ในอ้อมอก 

           "เราอยู่นี่แล้วไม่ต้องกลัวนะ เราอยู่นี่แล้ว" จูบกลุ่มผมนุ่มเพื่อปลอบประโลมคนในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน ก่อนจะติดกระดุมเสื้อกราวด์แล้วอุ้มคนตัวขาวออกมาจากสถานที่นั้น 


            เขาใช้ทางลับในการพาตัวอีกคนไปที่รถของตัวเอง ดีที่เวลาพักนักศึกษามักจะไปรวมกันอยู่ที่โรงอาหาร จึงไม่ยากนักหากจะใช้เส้นทางบนตึกเรียนให้เป็นประโยชน์


            เมื่อขับรถมาถึงบ้านของเขา สิ่งที่เลือกทำคือติดต่อบอกเพื่อนของคนที่ร้องไห้จนหลับไปว่าเจอตัวคนตัวขาวแล้ว มองอีกคนที่ยังคงนอนหลับอยู่แล้วค่อยๆ อุ้มลงจากรถ เดินเข้าบ้านไปยังห้องนอนของตัวเอง วางอีกคนลงบนที่นอนนุ่ม อย่างเบามือ

            "ขอโทษนะครับที่ไปช้า ขอโทษจริงๆ" 
.
.
.
.
             "อื้อ" มือเรียววางหนังสือลงเมื่อคนบนเตียงขยับตัวตื่น ควานลินทอดสายตามองคนตัวขาวที่อยู่ในชุดนอนของเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ 

             "ควานลิน..." ดวงตาเรียวเริ่มเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาทันที่ที่อีกคนรู้สึกตื่นเต็มที่ เสียงเรียกชื่อเขาอย่างแผ่วเบานั้นช่างบีบหัวใจเหลือเกิน 


.             "ไม่ร้องสิครับคนเก่ง" ทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงข้างๆคนตัวขาว ประคองใบหน้าเรียวไว้ด้วยสองมือ


              "เราไม่ใช่อัลฟ่า ฮึก เราสกปรก เราไม่คู่ควรกับควานลิน" ใจรวดร้าวเสียจนอยากร้องไห้ตาม เมื่ออีกคนเอ่ยคำพูดเหล่านั้นออกมาพร้อมเสียงสะอื้น ก่อนจะถดตัวหนีเขาราวกับตัวเองน่ารังเกียจไม่ควรคู่แก่สัมผัสของเขา


               "อย่าใจดีกับเราเลยนะ ขอบคุณที่ช่วยเรา เราอยากกลับบ้านแล้ว" แพทริคจะรู้ไหมว่าต่อให้ตัวเองจะถูกทำร้ายหรือถูกย่ำยีแค่ไหนเขาก็ยังคงรักและยืนยันที่จะอยู่เคียงข้างอย่างเดิมอยู่ดี


               "มองตาเราสิ แพท ได้โปรดอย่าผลักไสเราเลยนะ เรารู้ว่าแพทสัมผัสมันได้ถึงความรู้สึกของคู่ชีวิต การเป็นโอเมก้ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย แค่เป็นแพทก็พอแล้ว ต่อให้แพทจะไม่ใช่คู่ชีวิตเรา เราก็ไม่สนใจ เพราะเรารักแพทไปแล้ว เราต้องการแค่แพทคนเดียว" มองตาของคนที่กำลังสะอื้นไห้ด้วยความอ้อนวอน แพทกำลังหวาดกลัวเขารู้ดี แววตาคู่นั้นกำลังแสดงความรู้สึกเจ็บปวดออกมาให้เขาได้เห็น


               "ถึงเรื่องการเป็นโอเมก้าจะไม่สำคัญ แต่เราก็แปดเปื้อนเกินกว่าที่จะเป็นคนของควานลินได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกควานลิน เราเคยโดนคนอื่นแตะต้อง ถึงพวกนั้นจะไม่ได้สอดใส่ แต่ร่างกายเราก็ไม่ได้บริสุทธิ์เหมือนเดิมอีกแล้ว เรามันน่ารังเกียจ ควานลินอย่ามายุ่งกับเราเลยนะ" ตัวที่สั่นเทากับน้ำตาที่หลั่งริน บวกกับคำพูดว่าร้ายตัวเอง ช่างทำร้ายหัวใจของควานลินเหลือนเกิน


              "เจ็บปวดมากใช่ไหมครับ กับเรื่องที่ผ่านมา เราไม่รู้ว่าในอดีตแพทต้องผ่านอะไรมาบ้าง เจ็บปวดมามากแค่ไหน แต่อย่าขังตัวเองไว้กับฝันร้ายพวกนั้นเลยนะ" จับมือของอีกคนมากุมไว้

         
              "เราจะอยู่ข้างๆคอยแบ่งเบาทุกอย่างจากแพทมาเอง อย่าบอกว่าตัวเองไม่มีค่าหรือไม่คู่ควรกับเราเลย เราก็แค่มนุษย์คนหนึ่ง ที่มีเลือดเนื้อมีหัวใจ และเราก็อยากให้หัวใจของเรามีแพทเป็นเจ้าของ แพทน่ะเป็นคนที่มีค่าและสำคัญสำหรับเรามากเลยนะ"


              "ปล่อยให้อดีตกลายเป็นแค่ฝันร้ายเถอะนะ มาเริ่มต้นใหม่กัน ออกมาจากฝันร้ายที่กักขังตัวแพทไว้ ยื่นมือมาให้ควานลินนะครับ" สบตาเรียวที่ไหวหวั่นก่อนจะเผยยิ้มออกมาเมื่อถูกคนตัวขาวโถมตัวเข้ากอด ฝังหน้าลงบนไหล่ของคนในอ้อมกอด กระชับเรียวแขนโอบกอดอีกคนเอาไว้


            "ขอบคุณนะควานลิน" จูบขมับแทนการตอบรับคำขอบคุณนั้น อยู่ๆกลิ่นหอมของฟีโรโมนก็คละคลุ้งไปทั่วห้องนอนของเขา คนในอ้อมกอดช้อนตาขึ้นมามองเขาอย่างต้องการ ... อาการฮีทกลับมางั้นเหรอ ส่วนหนึ่งอาจเพราะฟีโรโมนของเขาที่กระตุ้นให้คู่ชีวิตมีอาการฮีทก็ได้ แต่ให้ตายเถอะ เขากำลังจะควบคุมตัวเองไม่ได้


            "แพท โอเคไหม" เช็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นบนใบหน้าเนียนอย่างเบามือ

   
            "ควานลิน กลิ่นของควานลินทำให้เราฮีท เราทรมาน พาเราไปเข้าห้องน้ำที" อยากจะบอกเหลือเกินว่าเขาเองก็ทรมานกับกลิ่นฟีโรโมนที่อีกคนปล่อยออกมาเหมือนกัน


            "ให้ควานลินช่วยนะครับ ได้ไหม" ก้มลงสบกับตาเรียวที่เอ่อล้นไปด้วยความต้องการ


            "เรา เรากลัว" 


            "ไม่ต้องกลัวนะครับ"


            "ควานลินจะลบรอยพวกนั้นเอง" จูบแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม


            "ให้ควานลินเป็นคนลบฝันร้ายพวกนั้นให้แพทนะครับ" ส่งสายตาของร้องแกมอ้อนวอนไปให้ คนตัวขาวมองตาเขาอย่างลึกซึ้ง น้ำตาแห่งความกลัวผสมปนเปไปกับความต้องการปลุกทั้งความหื่นกระหายและความห่วงใยของเขาให้ประทุขึ้น

   
            "ถ้าไม่รังเกียจเรา ช่วยทำให้สมองและหัวใจของเราจำแต่สัมผัสของควานลินทีนะ"
.
.
.
.
C U T
 bio twitter: mystories14


.
.
.
.
            "เป็นคู่ชีวิตของเราแล้วนะ" มืออุ่นลูบแก้มเนียนอย่างหยอกล้อ ริมฝีปากระบายยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
   

            "รู้แล้วน่า ออกไปได้แล้ว" ใบหน้าเรียวหันหนีด้วยความเขินอาย มือเรียวดันหน้าท้องอีกคนเพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้ถอดถอนตัวตนออก


            "อย่าพึ่งสิกำลังอุ่นเลย" แขนถูกฟาดด้วยมือของคนที่นอนเขินอยู่ใต้อาณัติ ควานลินหัวเราะในลำคอเบาๆ ภาพที่เห็นตรงหน้าช่างน่ารักมากเสียจริง 


           "นิสัยไม่ดี ควานลินหื่นกาม" นั่นควรเป็นคำด่าของคนที่พึ่งร้องขอให้เขากอดตัวเองแรงๆหรอกหรือ


          "ใครนะที่เมื่อกี้ขอให้เรากอดแรงๆ แถมครางชื่อเราสะเสียงหวานเลย" จมูกโด่งคลอเคลียอยู่ที่แก้มนุ่ม เขาหมั่นเขี้ยวคู่ชีวิตของเขามากเหลือเกิน


          "หยุดเลยนะ เราฮีทหรอก" 


          "ไม่แกล้งแล้วก็ได้" 


           "เรารักแพทนะ พรุ่งนี้เราจะให้ป๊ากับม๊าไปขอแพทกับคุณควอน" 


           "ขอบคุณนะควานลิน ขอบคุณจริงๆ เราดีใจที่ได้เป็นคนของควานลิน ขอบคุณที่เข้ามาเป็นฝันดีแทนที่ฝันร้ายของเรา" รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าขาวเนียนอย่างน่ารัก

.        
          "เราก็รักควานลินเหมือนกัน" ความสุขที่เกิดจากความรักมันดีอย่างนี้เองสินะ...


           "จำสัมผัสของเราได้ไหม" แววตาคมที่สื่อความหมายมองสบกับตาเรียวสวยของคนใต้ร่าง

          
           "เหมือนจะไม่นะ" คนถูกถามแกล้งหยอกล้อ คนที่กำลังจริงจังอยู่ ก่อนจะรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เข้ามาแทนที่



           "งั้นเดี๋ยวควานลินจะสัมผัสให้แพทจำใหม่เอง" ตาเรียวเบิกกว้าง ยังไม่ทันได้เอ่ยห้าม ร่างกายก็ถูกรุกรานอีกครั้ง ปากอวบอิ่มถูกประกบจูบเพื่อปิดกลั้นการเอ่ยห้าม...


             ควานลินคงต้องทบทวนสัมผัสให้คู่ชีวิตตัวขาวอีกสักสองสามรอบ หรืออาจจนกว่าอีกคนจะเอ่ยปากยอมรับว่าจดจำสัมผัสของเขาได้แล้ว... และหลังจากนี้...เขาอาจกลายเป็นคุณพ่อมือใหม่ในไม่ช้า....






................................................................................................................................



คำเตือน!!!! Nc ค่อนข้างกาก อภัยให้ำรท์ด้วยนะคะ
ด้วยรักและคิดถึง


ธีมโอเมก้าเวิร์สนะคะ
ตามที่เคยขอกันไว้

ขอโทษที่ช้านะคะ แก้วิจัยอยู่ ToT 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

74 ความคิดเห็น

  1. #1515 PANGDL7 (@spaonepiece) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 13:49
    ชอบบบบบบบบบบบบบบบ ไม่รู้จะบรรยายอไรออกมา
    #1515
    0
  2. #1286 Rbhb (@Rbhb) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 16:31
    โอ้ยยย ควานลินทำไมละมุนแบบนี้ แพทเป็นแรร์โอเมก้าที่น่ารักสุดๆ โชคดีที่ควานลินมาช่วยทัน จะได้เป็นคุณพ่อมือใหม่มั้ยนะ เอาใจช่วยค่า 5555 
    #1286
    0
  3. #1278 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 14:35
    ควานลินใจเย็นๆๆๆๆๆ เพิ่งปีหนึ่งกันเอง! 5555555555555
    #1278
    0
  4. #1277 Meen_GMC (@Meen_GMC) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 13:26
    ฮือออ ชอบตอนนี้มากๆเลย จบแล้วว น้องแพทน่ารักน่ากินใครๆก็ชอบ แต่เค้าเป็นของคุณความลินคนเดียว งุ้ยยยย เขิน 5555555
    #1277
    0
  5. #1276 p_cosicosi (@p_cosicosi) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 12:43
    อยากได้ตอนหมวยท้องจัง แบบว่าท้องในวัยเรียนงี้กรี้ดดดดดฉันมันบาปT///T
    #1276
    0
  6. #1275 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 11:49
    ไรท์ขาาาาาาา แบบนี้ต้องมีสเปนะคะะะ ขอนะคะะะ อยากเห็นตาหนูยัยหนู อยากเห็นควานลินเป็นพ่อออออยัยหมวยเป็นแม่ กรี๊ดด
    #1275
    0
  7. #1274 Jaehyunn (@Jaehyunn) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 10:55
    กี้ดดดด อยากได้ภาคต่อจังค่ะ อยากเห็นคุณพ่อมือใหม่กับคุณแม่ตอนตั้งท้อง ละมุนเหลือเกินพ่อคุณ -//-
    #1274
    0
  8. #1273 Jannie8761 (@janny_8761) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 10:13
    ดีงามมากเลยค่ะ ไม่รู้จะพูดอะไรเลย แต่.. ขอภาคต่อได้มั้ยคะ.////.
    #1273
    0
  9. #1272 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 09:44
    อยากให้มีตอนยัยท้องง่ะ หลังคลอดไรงี้
    แต่เตงพัฒนาขึ้นมากกกกจากตอนแรกที่อ่าน สํ้ๆนะคะ <3
    #1272
    0
  10. #1271 หมูYoY (@998866443322) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 09:39
    ฮือ ฉากที่รอคอย=..= ไรท์สู้ๆนะคะเรารอได้เสมอ แล้วก็ตอนไปเรารีเควซท์พี่ซังกยุนได้ไหมคะคลิปที่ยินบีบก้นลูกยังติดตา5555555555
    #1271
    0
  11. #1270 chezshirecatz (@orihimejang) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 09:38
    โอ้ยยยยยคุณพ่อมือใหม่ฟาหาาดสกสสกสหหสวง //////
    #1270
    0
  12. #1269 ดับบิลเอ็ม (@wamint) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 09:30
    อยากให้มีตอนต่อสักตอนสองตอน><ดีงามมากอ่ะ
    #1269
    0
  13. #1268 timthaa (@timthaa) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 09:03
    อยากให้มีต่อออออออ -//-
    #1268
    0
  14. #1267 #AAZ (@aemza302) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 08:39
    อยากให้มีภาคต่อจัง ตอนแพทท้องงง
    #1267
    0
  15. #1266 monaligo (@monaligo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 08:04
    ฮรุกกก/อุดปากกรี้ด มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองแน่นแน่แบบนี้
    #1266
    0
  16. #1265 S3cy (@S3cy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 20:40
    รอย้าาาาาา
    #1265
    0
  17. #1264 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 18:01
    ยังรอคอยไรท์อยู่นะคะะะ
    #1264
    0
  18. #1263 JKkookki (@JKkookki) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 17:09
    ><เกือบไปละ
    #1263
    0
  19. #1262 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 01:11
    โถ่ ฝ่าบาทของเรา กำเวรจริงๆ ฝ่าบาทกับองค์รัชทายาทควรได้รับการสั่งสอน ฮึ่มมมมม
    #1262
    0
  20. #1261 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 04:25
    .////////. แงะ เกือบไปแล้ว แต่น้องน่ารังแกมากจริงๆ ตอนโดนแกล้งนี่ทำไมชอบอ่ะ 555555555555555
    #1261
    0
  21. #1260 PinkPigJJ (@PinkPigJJ) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 00:33
    เกือบไปแล้วเด้อ ความจริงก็กร้าวใจอยู่หรอกแบดๆเนี่ย แต่ลูกแพทไม่ชอบแม่ก็จะร้องตามลูก บุญรักษาลูกเอ้ย ความลินก็รักษาน้องแพทด้วย
    #1260
    0
  22. #1259 J'Sun (@lovelyztk) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 20:05
    พี่มินกับน้องแบร้ายอะไรเบอร์นี้คะ เกเรสุดเด้อจ้า ฮืออออ ละลายไปกับความอ่อนโยนของคุณไลควานลินค่ะ โอ้ยยย มันแบบฮือชอบอ่ะ น่ารักมาก แพ้ผูเชายแบบหลิน ช่วยด้วยยย อวยหลิน จะยกลูกให้หลินคนเดียว แงงงง
    #1259
    0
  23. #1258 chezshirecatz (@orihimejang) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 19:27
    แพ้ความแบดของพิมิน โอ้ยยยยฟสหสสวกสกวหวฟง แต่ความเกรี้ยวกราดก่อนจะกลับมาละมุนของคุณไลก็ทำให้แพ้พอๆกัน โฮรรรรรรรร ///////
    #1258
    0
  24. #1257 แพนด้าเมากัญชาat (@chiharru) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 17:59
    ตกลงใครเป็นพระเอกนะ ความจริงเขียร์หลินแต่ใครก็ช่าง ดีนะหลินไปทันถ้าหลินไปไม่ทันล่ะก็ เราจะได้ncนะสิ!5555 โทดค่ะเมากาว
    #1257
    0
  25. #1256 alexandrite1 (@alexandrite1) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 17:47
    พี่มิน น้องจิน ???????????? ฮือ ดีแล้วนะหลินที่ช่วยแพททัน
    #1256
    0