SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,143 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,348 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    118

    Overall
    53,143

ตอนที่ 38 : After this night

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    30 มี.ค. 62

After this night




 



หลังจากผ่านคืนนี้ไป คุณสามารถกอดฉันได้นะ
หลังจากผ่านวันนี้ไป จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย
มันบ้ามากเลย...แต่ฉันจะอยู่ตรงนี้เพื่อคุณ

........................................

          ถ้าหากว่าความผิดบาปคือความหอมหวานมันคงมากพอที่จะทำให้ใครสักคนติดอยู่กับความผิดบาปนั้นโดยไม่คิดที่จะจากไปไหน และใครสักคนที่ว่านั้นก็หมายถึงตัวของเขาเอง...

          ความผิดบาปแรกเริ่มจากการแอบดูกิจกรรมบนเตียงของอากับสามีใหม่ที่อายุห่างกันเกือบสิบปีและห่างจากเขาสิบปีเช่นกันในตอนนั้นเขามีอายุเพียงแค่สิบปี ยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าอากับสามีใหม่ทำอะไรกัน เขายืนดูผ่านช่องประตูที่ถูกแง้มเอาไว้ ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่ภาพเหล่านั้นมันกระตุ้นอะไรบางอย่างในตัวของเขาโดยที่ตัวเขาเองไม่รู้ตัว...แล้วหลังจากวันนั้นก็ไม่มีอะไรทำนองนั้นเกิดขึ้นอีกเลย...

         ความผิดบาปที่สองคือเด็กน้อยที่กำลังเติบโตยอมให้สามีใหม่ของอาตัวเองย่องเข้ามานอนกอดและเล้าโลมในทุกคืนโดยไม่ปริปากบอกใครแม้กระทั่งผู้ลงมือกระทำที่คิดว่าเด็กน้อยในอ้อมกอดนั้นกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน

         ความผิดบาปที่สาม จากเด็กน้อยที่ไม่ประสีประสาเมื่อเริ่มโตขึ้นจนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ความอยากรู้อยากลองก็ผลักดันให้เขาเริ่มมีเซ็กส์กับเด็กผู้หญิงในโรงเรียนที่แวะเวียนเข้ามาสนใจ ทุกครั้งที่ร่วมรักกับผู้หญิงพวกนั้นเขาสาบานด้วยความสัตย์จริงว่าภาพที่ทำให้อารมณ์พุ่งสูงจนสุดอารมณ์หมายไม่ใช่ภาพของผู้หญิงที่เขานอนด้วยเลยสักคน แต่กลับเป็นภาพของผู้ชายคนนั้นที่กำลังขยับกายเข้าออกในตัวของอาของเขา พร้อมกับเสียงคำรามที่ก้องอยู่ในหู

         ความผิดบาปที่สี่เกิดจากความคิดน้อยและไร้สมองของตัวเขาเอง ในตอนที่เขาเรียนอยู่ชั้นมอปลายปีสอง เขาเริ่มติดเพื่อน ติดเหล้า ลองยา ทำให้เริ่มกลับบ้านดึก และบางวันก็ไม่ได้กลับ แน่นอนว่าไม่มีใครคอยบ่นคอยว่าเขา เขาคิดอย่างนั้น เพราะถึงเขาจะอยู่กับอาแต่ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวหรือผูกพันธ์อะไรกันมากนัก ส่วนอาผู้ชายหรือสามีของอาเขาก็ไม่ได้เจออีกเลยหลังจากจบมอต้น...เขาโตพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ที่อารับเลี้ยงเขาเพราะรอวันที่เขาจะอายุครบ 20 ปี มรดกต่างๆจะถูกแบ่ง ซึ่งอาสาวของเขาก็หวังในมันอยู่มากกว่าครึ่ง ความจริงจะเรียกว่ารับเลี้ยงก็ไม่ถูกนัก เพราะบ้านที่อยู่ก็เป็นบ้านของพ่อกับแม่ ที่เขามีสิทธิ์ครอบครองโดยชอบธรรมอยู่แล้ว แต่เขาไม่สนใจมันนักหรอก แค่ใช้ชีวิตไปวันๆก็พอแล้ว จนวันหนึ่งที่เขากลับเข้าบ้านด้วยสภาพที่สติไม่ค่อยเต็มร้อยเท่าไหร่นักอย่างที่ทำบ่อยๆ และได้เจอกับคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองปีนั่งรอเขาอยู่บนเตียงนอน ด้วยใบหน้านิ่งเฉยแต่ดวงตาดุดันจนน่ากลัว

         และความผิดบาปสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา คือการที่ก้าวเท้าเข้าไปหาคนที่นั่งรออยู่บนเตียง...โดยที่ไม่รู้เลยว่านั่นเป็นการเดินเข้าหาบาปที่เขาไม่สารถหนีออกมาได้อีกเลยตลอดชีวิต
.
.
.
          สี่ปีก่อน

         'ไปไหนมา' น้ำเสียงแข็งกร้าวดังขึ้นมาทันทีที่เด็กชายตัวขาวก้าวเข้ามาในห้องนอนในสภาพที่ไม่น่าดู เสื้อนักเรียนเต็มไปด้วยคราบของการสูบยา และรอยยับอีกจำนวนมาก
         
         'บ้านเพื่อนครับ' เด็กหนุ่มตอบคำถามนั้นด้วยท่าทางที่บอกได้ว่าไม่อยากจะคุยอะไรต่อ แล้วเลือกที่จะเดินผ่านตัวของคนที่นั่งอยู่บนเตียงไปเพื่อหวังจะทิ้งตัวลงนอนเพราะร่างกายบอบบางซวนเซด้วยความมึนเมาจนจะทรงตัวไว้ไม่อยู่แล้ว

         'โอ๊ย!' เมื่อคนที่นั่งรออยู่เห็นแบบนั้น จึงใช้มือแกร่งจับกระชากแขนเรียวให้เข้าหาตัวเองก่อนที่คนตัวขาวจะเดินเลยตัวเองไป

         'ปล่อยผมนะ ผมเจ็บ' ปากอวบอิ่มได้แต่ส่งเสียงร้องประท้วงออกไป ฤทธิ์ยาที่เสพมาทำให้ร่างกายอ่อนปวกเปียกไปหมด แม้ในตอนที่ถูกรั้งตัวเข้าไปนั่งบนตักแกร่งของอีกคนก็แทบจะต่อต้านไม่ได้ เพราะแค่จะขยับตัวลุกเบลล์ยังทำไม่ได้เลย


          'เจ็บเหรอ ฉันเจ็บกว่าเธออีกเป็นร้อยเท่า ทำไมทำตัวเหลวไหลแบบนี้' เสียงทุ้มแฝงไปด้วยโทสะตวาดกลับมาพร้อมกับดวงตาที่ฉายชัดถึงความเจ็บปวดจนใจของคนฟังสั่นรัว....มีหลายๆครั้งที่เด็กหนุ่มไม่เข้าใจในการกระทำของคนที่อยู่ตรงหน้าและครั้งนี้เองก็เช่นกัน

         'แล้วคุณมายุ่งอะไรด้วย นี่มันชีวิตผม คุณเป็นใคร มายุ่งกับผมทำไม มีสิทธิ์อะไรมาตำหนิผม!' ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์ยาหรือความรู้สึกน้อยใจที่ฝังอยู่ในส่วนลึกผลักดันให้คนที่ตกเป็นรองตะคอกกลับไป ซึ่งมันส่งผลให้ดวงตาของคนที่ถูกตะคอกวาวโรจน์ขึ้นกว่าเดิมก่อนจะอ่อนลงจนแทบมอดไหม้...เมื่อตาคู่นั้นมองสบกับดวงตาเรียวที่คลอคล่ำไปด้วยน้ำตา

          'ร้องไห้ทำไม' ทันทีที่มืออุ่นสัมผัสลงบนแก้ม น้ำตาที่เคยไหลอย่างเชื่องช้าก็หลั่งรินออกมาราวกับเขื่อนแตก 

         'บอกฉันมาสิเธอร้องไห้ทำไม ฉันทำเธอเจ็บมากเหรอ ฉันกระชากเธอแรงไปใช่ไหม หรือมีใครทำร้ายเธอ' ดวงตาคมที่อ่อนแสงลงถูกถอดมองมา มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและห่วงใย ยิ่งได้เห็นแบบนั้นยิ่งทำให้น้ำตาไหลทะลักออกมาจนควบคุมไม่ได้

         'คุณ คุณนั่นแหละทำร้ายผม' 

         'ฉันทำอะไรเธอ เธอบอกฉันได้ไหมเด็กดี' 

         'เพราะคุณ ฮึก คุณทำอะไรกับร่างกายของผม คุณมาหาผมทุกคืน นอนกอดผม จูบผม ทำให้ผมติดสัมผัสบ้าๆพวกนั้นแล้วคุณก็หายไป คำบอกลาสักคำก็ไม่มี'

         'คุณทำให้ผมเป็นเด็กใจแตก นอนกับผู้หญิงกี่คนต่อกี่คนผมก็คิดถึงแต่ร่างกายของคุณ เสียงของคุณ'

          'คุณทำให้ผมเกลียดสัมผัสของผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่คุณ แค่คนพวกนั้นพยายามเข้าใกล้ผม ผมก็แทบจะอ้วก ผมคิดถึงคุณ ในห้องนอนของผมมันเต็มไปด้วยภาพของคุณที่วิ่งวนอยู่ในหัว จนผมต้องออกไปข้างนอก ลองทุกอย่างที่คิดว่ามันจะช่วยทำให้ลืมคุณได้ ทั้งเหล้าทั้งยา ทั้งเซ็กส์ แต่สุดท้าย...พอฤทธิ์ของพวกมันหายไปแล้ว ผมก็กลับมาทรมานเพราะคิดถึงคุณอยู่ดี'

          'ฮึก คุณทำอะไรกับผม คุณบอกผมได้มั้ย หรือคุณเห็นผมเป็นแค่เด็กมีปัญหา ไม่มีพ่อแม่คอยดูแล คุณเลยคิดว่าจะทำอะไรกับผมก็ได้อย่างนั้นเหรอ ผมเป็นคน มีความรู้สึก ถึงผมจะโตขึ้นรับรู้เรื่องที่ซับซ้อนได้มากขึ้น แต่ผมก็ยังคงโตไม่พอที่จะจัดการกับสิ่งที่เจออยู่ตอนนี้'

          'ผมทรมาน ผมไม่อยากคิดถึงคุณแล้ว ผมอยากลืมภาพคุณ ลืมทุกๆอย่างแต่ผมทำไม่ได้ ผมจะ...อื้อ' ริ่มฝีปากนุ่มถูกทาบปิดทับด้วยจูบของคนที่เป็นเบาะรองนั่งแสนอุ่น ก่อนที่จะถูกถอนออกไปเบาๆ 

          'ฉันขอโทษ เธอจะไม่ทรมานอีกแล้ว เพราะฉันจะไม่ไปไหนและไม่มีวันปล่อยเธอไปไหนเด็ดขาด' สิ้นคำพูดคนตัวขาวก็ถูกอุ้มขึ้นเพื่อปรับตำแหน่งการนั่งจากหันข้างเป็นนั่งคร่อมตักแกร่ง ด้วยความตกใจคนที่กำลังสะอื้นเพราะร้องไห้จึงวาดแขนกอดรอบคอของผู้มีศักดิ์เป็นอาเอาไว้

          'ขอแค่เธอสัญญาว่าจะเลิกนอนกับคนอื่น เลิกทำตัวเหลวไหล และกลับมาตั้งใจเรียน มาเป็นเด็กดีของฉัน' 

          'ถ้าคุณทำให้ผมเลิกทรมานได้ ผมจะยอมทำตามที่คุณบอกทุกอย่าง'

          'แน่นอนว่าฉันทำได้ อย่างแรก...เลิกเรียกฉันว่าคุณ ฉันอยากให้เธอเรียกฉันว่าคุณอา' นิ้วอุ่นไล้แก้มเนียนด้วยความหลงใหล ตาฉ่ำเยิ้มกับปากอิ่มน่าบดขยี้ กับสะโพกกลมกลึงที่ทับอยู่บนตักมันช่างปลุกอารมณ์ของเจ้าของตักให้ตื่นได้ดีเสียจริง ..

          'ว่าไงครับ เบลล์ทำให้อาได้รึเปล่า' ตาเรียวกรอกไปมาเหมือนคนกำลังประมวลผลก่อนที่หัวทุยจะพยักขึ้นลงเพื่อตอบรับคำถามของคนถาม

          'ทำได้ครับ เบลล์ทำได้'

          'เบลล์จะเป็นเด็กดีของคุณอา' เจ้าเด็กน้อยไร้เดียงสาหารู้ไม่ว่าการที่ตัวเองนั่งอยู่บนตักของราชสีห์พร้อมกับการช้อนตามองแบบนั้น จะทำให้ถูกขย้ำและกลืนกิน

          'ถ้าอย่างนั้น...อาก็จะเริ่มช่วยเรา เริ่มจากคืนนี้ อาจะทำให้เบลล์นอนหลับฝันดี แบบไม่ต้องทรมานอย่างที่ผ่านมา'

           'ยังไงครับ'

           'ถอดเสื้อให้อาสิแล้วอาจะบอก :)'
.
.
.


          "อื้ม คุณอาเบาๆ อ๊ะ  เบาๆครับ" เสียงครางหวานดังไปทั่วห้อง เมื่อคุณอาคนดีกระแทกแกนกายเข้าหาอย่างรุนแรง

           "เบลล์ ก็อย่ารัดอาแรงสิครับ ซี๊ด อาควบคุมไม่ได้" เมื่อได้ฟังคำตอบจากคำถามของตัวเองเบลล์ก็ฝากเล็บไว้บนแขนแกร่งด้วยความหมั่นไส้จากข้างใน และผลตอบรับที่ได้กลับมาก็คือแรงกระแทกที่เร็วขึ้นและความเสียวซ่านจนเขาต้องเกี่ยวขากอดเอวสอบของอีกคนไว้แน่น

            "อ๊ะ อ๊ะ คุณอา เบลล์เสียว อื้อ เบาๆ คุณอาครับ" ความเสียวซ่านแร่นริ้วไปทั่วสรรพรางกาย ทั้งเสียวซ่านและสุขสม ทุกครั้งที่มีเซ็กส์กับคุณอา เขาเหมือนได้เล่นเครื่องเล่นที่แล่นขึ้นสูงจนสุดขอบโลกและทิ้งดิ่งลงมาจนแทบจรดพื้นดิน... และสุขเกินจะบรรยายได้ ยิ่งกว่าภาพฝันที่เคยคิดตอนนอนกับผู้หญิงคนอื่น...ดีจนเขาไม่คิดหาทางที่จะออกไปจากความเสพติดนี้


.
.
.
           "อ่าส์ ดีครับเบลล์แบบนั้นแหละ อื้ม ขย่มลงมาแบบนั้นแหละครับ" ร่างระหงขยับสะโพกไปมาอย่างสวยงามบนตักแกร่ง สร้างความสุขสมและพึงพอใจให้คนที่รองรับแรงขย่มอยู่ด้านล่างได้เป็นอย่างดี
            
            "คุณอา เบลล์จะไม่ไหวแล้วครับ อึก อ๊า"

            "อาก็จะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน พร้อมกันนะครับ" จังหวะการขยับสอดประสานกันเช่นเดียวกับมือของคนทั้งคู่ ที่เติมเต็มช่องว่างระหว่างนิ้วจนเต็ม

            "อ๊าาา"

            "ซี๊ด อ่าส์" จนถึงปลายทางของความสุขสม คนตัวขาวถูกตระกองกอดเอาไว้ด้วยอ้อมแขนแข็งแกร่งของคนที่อายุมากกว่า ก่อนอ้อมแขนนั้นจะผละออกไปเมื่ออีกคนบอกฝันดีและฝากจุมพิตเอาไว้บนริมฝีปากอวบอิ่ม พร้อมกับคำบอกลา
           
           "นอนนะครับ อาจะไปเคลียร์งานสักหน่อยแล้วจะกลับมากอดเรา"

            เบลล์มองแผ่นหลังกว้างของคุณอาจนประตูห้องนอนถูกปิดลงความสุขสมที่แสนตราตรึงได้ผ่านไป
            แม้เขาจะกลายเป็นคนบาป ที่ทำผิดแต่เขาก็ยอมเพราะความผิดบาปที่ได้กระทำช่างหอมหวานและมัวเมาเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น

           ต่อให้โดนตราหน้าว่าแย่งสามีของอาตัวเองก็ตาม...เขายอม แม้จะต้องตกนรกหมกไหม้เขาก็จะยอมเช่นกัน ถ้าเพื่อให้ผู้ชายที่ชื่อภูเบศอยู่กับเขา เขายอมทุกอย่าง....

.
.
.
.
           "วันนี้มีเรียนถึงกี่โมง" เสียงทุ้มเอ่ยถามออกมาทำให้มือเรียวที่กำลังบังคับช้อนอยู่หยุดชะงัก 

            "บ่ายสามครึ่งครับ แต่มีกิจกรรมสันน้องต่อ" คนตัวขาวตอบออกไปก่อนจะมองหาอาแท้ๆของตัวเองที่ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ซึ่งทำให้บ้านแทบแตกเมื่อเดือนที่แล้ว อีกคนก็หายตัวไปโดยที่เบลล์ไม่เคยเจออีกเลย
      
            "มองหาอะไร รีบกินข้าวเร็ว เดี๋ยวอาจะไปส่ง แล้วถ้าทำกิจกรรมเสร็จก็โทรมา วันนี้จะพาไปดินเนอร์นอกบ้าน" ความสงสัยเรื่องอาสาวถูกพัดปลิวไปหลังจากที่คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน พูดจบประโยคพร้อมทั้งส่งรอยยิ้มที่ทำให้หน้าของเบลล์เห่อร้อนจนทำตัวไม่ถูกมาให้

            "อาการหนักกว่าเดิมอีกตกลงที่ทำตาล่อกแล่กไปมานั่นกำลังมองหาอะไรอยู่เหรอครับ แล้วตอนนี้... เขินอาอยู่เหรอ หืม" "จุ๊บ" 

             "เคร้ง!!!" หมดแล้วซึ่งสติ ช้อนสีเงินถูกปล่อยให้ร่วงลงสู่พื้นโต๊ะจนเกิดเสียงดัง ก่อนที่ผู้กระทำจะโค้งตัวราวกับบอกขอโทษแล้วก้าวขาเรียวยาวหนีคุณอาคนหล่อ ผู้เป็นต้นเหตุวางระเบิดใส่เจ้าตัว ไปนั่งรอในรถคันหรู พร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นดังโครมครามอย่างบ้าคลั่ง

             "ฟู่ว อย่าเต้นแรงนักสิ มันไม่ดีเลยนะ" ลูบหน้าอกตัวเองเพื่อบรรเทาอาการเต้นแรงของหัวใจ แล้วกดความรู้สึกดีไว้ด้วยความจริง...ที่ถูกฝังไว้ในสมอง
.
.
.
.
.


             "ทุเรศ สกปรก!!เพี๊ยะ !!" ใบหน้าเรียวสวยหันไปตามแรงตบ กลิ่นคราวเลือดคละคลุ้งอยู่ในปาก จนแทบอยากจะร้องออกมา แต่ทำไม่ได้ เพราะคางที่ถูกบีบจนแทบร้าว คุณอาคนสวยในตอนนี้ ช่างเป็นเหมือนนางมารร้ายในภาพยนตร์ที่แสนน่ากลัว แต่นั่นยังไม่ทำให้เบลล์กลัวได้เท่ากับ ผู้ชายชุดทำที่จับตรึงตัวของเขาอยู่ในตอนนี้

             "แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง ฉันรักเขาแค่ไหนแกรู้มั้ย ทั้งๆที่รู้ว่าเขายอมแต่งงานกับฉันเพราะอะไร ฉันก็ยอมรับมัน ทั้งๆที่ฉันทำทุกอย่าง ยอมเป็นผู้หญิงน่ารังเกียจ เพื่อให้ได้ครอบครองเขา แล้วทำไม ถึงยังเป็นแก อีเด็กโสโครก!!!! พลั่ก!!" ร่างทั้งร่างถูกปล่อยให้ตกลงสู่พื้นเมื่อมือเรียวสวยของผู้เป็นอาออกแรงผลักอย่างแรง ท้องของเบลล์ถูกเหยียบด้วยรองเท้าส้นสูงจนเจ็บไปหมด ร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยมีด และรอยเล็บ กำลังรวดร้าวจนแทบหมดแรงจะหายใจ


               "หึ อย่าพึ่งอ่อนแรงสิ อย่าพึ่งตาย เพราะฉันไม่ยอมให้แกตายง่ายๆกรอก แกต้องอยู่เพื่อรับรู้ความรู้สึกตายทั้งเป็นเสียก่อน ไหนๆก็ทำตัวโสมมอยู่แล้ว ได้ลูกน้องของฉันเป็นผัวเพิ่มคงจะไม่เป็นอะไรหรอกจริงมั้ย" ริมฝีปากสวยแย้มยิ้มราวกับคนโรคจิต เธอและผู้ชายชุดดำที่เบลล์กลัวกำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ในยามที่เสื้อผ้าถูกฉีกออก และร่างกายถูกมือของคนเหล่านั้นสัมผัส ...ความกลัวและรังเกียจก็ถูกตีตื้นขึ้นมาจนแทบจะหายใจไม่ออก เบลล์ได้แต่หลับตาหนีภาพเหล่านั้นและภาวนาให้พระผู้เป็นเจ้าปลิดชีพของเขาเสีย....อย่าให้เขาต้องอยู่เพื่อเห็นร่างกายถูกย่ำยี อย่าให้เขาต้องอยู่ด้วยความรู้สึกผิดบาปกับคำพูดที่คนเป็นอาพูดออกมาต่อไปอีกเลย เพราะในตอนนี้ เบลล์ก็รู้สึกเหมือนถูกฝังทั้งเป็นอยู่แล้ว

              "ปัง!!!" ก่อนที่ร่างกายจะถูกล่วงล้ำ จนสูญเสียถึงการอยากมีชีวิตอยู่ เสียงปืนหลายนัดก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่เบลล์จำได้ดีขึ้นใจว่าเป็นของใคร วินาทีที่สติกำลังจะลาลับเพราะความอ่อนล้าและความเจ็บปวดจากบาดแผลที่มีอยู่ทั่วร่างกาย เบลล์ก็ได้รับอ้อมกอดและสัมผัสถึงความอุ่นชื้นที่ตกกระทบบนใบหน้าของตัวเอง


              "เบลล์ อย่าหลับนะ ได้โปรด เบลล์ครับได้ยินเสียงอามั้ย คนดี อย่าไปไหน อย่าทิ้งอาไปเลยนะครับ" เสียงทุ้มสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็น ในตอนนั้นเบลล์อยากจะฝืนตัวเองและกอดปลอบอีกคนเอาไว้ ...แต่แล้วร่างกายก็ไม่ทำตาม หัวใจถูกปิดกลั้นด้วยคำพูดที่ย้อนกลับเข้ามาตอกย้ำ... คำพูดที่ว่าเขาเป็นแค่เด็กโสโครก เป็นเด็กที่เลวทราม และเขาได้ทำลายชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่ควรจะได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกไปแล้ว ด้วยความไม่ยับยั้งชั่งใจของเขา...เบลล์ถึงได้ปล่อยให้ตัวเองได้นอนหลับและพักผ่อน เพื่อบรรเทาความทรมานที่เกิดจากความผิดบาปของตัวเอง....
.
.
.
.
            "เบลล์ เบลล์ครับ เบลล์" แรงเขย่าที่แขนกับเสียงเรียก ดึงให้เบลล์หลุดออกจากภาพความทรงจำที่แสนมืดมน หันไปมองคนที่ขึ้นมาประจำที่คนขับแทน

            "เหม่ออะไรเรา ไม่สบายรึเปล่า" เบี่ยงตัวหลบมือที่จะเอื้อมมาสัมผัสกัน ส่ายหัวแทนคำตอบ แล้วเลือกที่จะขยับตัวนอนพิงกระจกอีกฝั่ง หลับตาลงเพื่อหลีกหนีบทสนทนาอย่างที่ทำเป็นประจำตั้งแต่ฟื้นจากอาการเจ็บป่วย หลังจากเหตุการณ์เมื่อเดือนก่อนนั้น.... อันที่จริงเบลล์พยายามหลบหน้าและหลีกหนีอีกคนทุกทาง และเหตุการณ์เมื่อเช้าคือความผิดพลาดที่ปล่อยให้อีกคนเข้าใกล้จนเกินขอบเขต... ไม่ใช่ว่าอยากทำ แต่พอคิดที่จะเห็นแก่ตัว...คำพูดของอาแท้ๆของตัวเองก็กลับมาเหยียบย่ำซ้ำเติมให้เขาตกลงไปในเหวลึกที่ถูกกลบทับด้วยความผิดบาปเหมือนกับทุกที
.
.
.
.
             "นี่คืออะไร" กระดาษสีขาวถูกมือแกร่งจับยื่นมาหา เบลล์หยุดชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเดิน เขาไม่รู้ว่าอีกคนจะเข้ามาในห้องนอนของเขา ไม่รู้และไม่ทันคิด ถึงได้ไม่ระวังปล่อยให้ใครอีกคนรู้ก่อนถึงเวลาอันควร

            "ผลการสอบครับ" เอ่ยตอบออกไปอย่างเรียบนิ่ง 

             "อารู้ แต่ทำไมเราถึงไม่เคยบอกอา" เบนหน้าหนีเมื่อดวงตาคมมองมาด้วยความเจ็บปวด 

             "ผมคิดว่ามันไม่จำเป็น" ดึงกระดาษคืนมาจากมือของอีกคน ก่อนจะแสร้งทำหน้าเฉยชา เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้ตัวเอง

              "เบลล์" มือแกร่งเอื้อมมาหา และเบลล์ทำได้เพียงแค่ถอยห่างและหันหลังหนีราวกับรังเกียจมัน ทั้งที่ความจริงแล้วตัวเขารู้ดีว่าตัวเองต้องการมันมากแค่ไหน 

              "โถ่เว้ย!!! เพล้ง!!" เพียงเสี้ยวนาที เสียงสองเสียงที่เรียกให้เบลล์หันกลับไปหาอีกคนก็ดังขึ้นภาพที่เห็นทำเอาหัวใจแทบแหลก เลือดสีแดงฉานไหลอาบมือที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนมันถูกส่งมาหาเขา กระจกที่แตกกระจายกระเด็นออกมาบาดตามตัวของคนกระทำจนเกิดแผลในหลายๆจุด ในขณะที่มือข้างเดิมกำลังจะถูกชกลงไปบนกระจกของตู้อีกด้าน เบลล์ก็ไม่อาจห้ามตัวเองได้อีก

              "ผึ่บ!" แขนเรียวถูกใช้เพื่อโอบกอดผู้ชายที่ทั้งรักและยกให้เป็นดั่งชีวิตเอาไว้ เขาได้แต่ขอบคุณอยู่ในใจที่มันทำให้อีกคนชะงักมือแกร่งไว้ไม่ชกลงไปอีก

             "ปล่อย!" คนเจ็บพยายามแกะแขนของเขาออกแต่เบลล์จะไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด

             "ถ้าเบลล์ปล่อยคุณอาจะทำร้ายตัวเองอีกไหม ถ้าคุณอาทำเบลล์ก็จะไม่ปล่อย"  

             "จะมาสนใจกันทำไม อาจะเป็นตายร้ายดียังไง เบลล์สนใจด้วยเหรอ ขนาดสอบชิงทุนไปอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง ยังไม่คิดจะให้อารับรู้เลย" น้ำเสียงตัดพ้อพาหัวใจคนฟังให้อ่อนลง อ้อมแขนที่โอบกอดอีกคนกระชับแน่นขึ้น 

              "คุณอาครับ คุณอาจำได้ไหม ว่าคุณอาเคยบอกว่า ต่อให้ชีวิตจะเจอเรื่องแย่แค่ไหน ก็อย่าคิดทำร้ายตัวเอง เพราะแผลแผลเดียวที่อยู่บนตัวของเบลล์มันยิ่งกว่าน้ำกรดที่สาดเข้าหาหัวใจของคุณอา แล้วคุณอารู้มั้ย ว่าแผลแผลเดียวของคุณอามันก็เหมือนน้ำกรดที่สาดใส่หัวใจของเบลล์เหมือนกัน" ความเปียกชื้นบริเวณหัวไหล่ บวกกับน้ำเสียงสั่นเครือของคนพูด ทำให้หัวใจของผู้ชายที่ชื่อภูเบศเหมือนถูกบีบรัดด้วยมือที่มองไม่เห็น อยากจะหันกลับไปหาแต่คนดีของเขากลับยิ่งกระชับกอดเอาไว้แน่น คล้ายจะบอกว่ายังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับเขาในตอนนี้ 

               "แล้วคุณอาจำได้มั้ย ว่าคุณอาบอกว่าไม่ว่าเบลล์จะเลือกทางให้ชีวิตของตัวเองแบบไหน ถ้ามันเป็นทางที่ใจของเบลล์เลือกและเบลล์รักที่จะทำมัน คุณอาก็ยินดีที่จะสนับสนุนเสมอ" มือแกร่งถูกทิ้งลงข้างลำตัวราวกับคนหมดแรง คนดีของเขาโตขึ้นจนน่าใจหาย และประโยคถัดมาที่อีกคนเอื้อนเอ่ย มันก็ทำให้รู้สึกราวกับหัวใจของเขาถูกกระชากให้หายไปจากอกแล้วจริงๆ

                "เพราะฉะนั้น คุณอาช่วยยินดีละสนับสนุนเบลล์ให้เบลล์ได้เดินตามทางที่เบลล์เลือกด้วยนะครับ" ทางๆนั้น ที่ไม่มีเขาเป็นส่วนประกอบ....ภูเบตคงเลือกอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยอีกคนไปและยินดีอยู่ตรงนี้ ในที่ที่คนถูกทิ้งควรจะอยู่
.
.
.
.
.
                วันที่ต้องจากกันมาถึงเพียงเวลาแค่ไม่กี่อึดใจ เบลล์พยายามย้ำเตือนกับตัวเองว่าเขาได้เลือกทางที่ถูกแล้ว ถึงแม้ว่าหลังจากวันนั้น ที่คุณอาที่เขารักรู้ถึงการตัดสินใจของเขา อีกคนก็แทบจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเขาเลย ทั้งๆที่เจอกันทุกมื้ออาหาร สิ่งที่ได้รับมีเพียงรอยยิ้มจางๆ และถ้อยคำเพียงไม่มีถ้อยคำเท่านั้น แม้กระทั่งในวันนี้ที่เบลล์ต้องเดินทางยังมีเพียงคนขับรถและเลขาของคุณอาที่มาส่งเขาที่สนามบินเพียงเท่านั้น.


                  "คุณดนัยครับ วันนี้คุณอาไม่ว่างเหรอครับ" อดที่จะถามออกไปไม่ได้ อีกไม่กี่นาทีเบลล์ก็ต้องไปแล้ว แต่ทำไมในไม่กี่นาทีนี้ใจถึงได้เรียกร้องอยากจะให้อีกคนมาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าและโอบกอดเขาเอาไว้นักก็ไม่รู้ ทั้งๆที่เป็นคนเลือกทางนี้เองแท้ๆ

                  "อ่า บอสไม่ได้บอกคุณหนูเบลล์ครับ ว่าต้องบินกลับญี่ปุ่นกระทันหันเพราะคุณท่านป่วยหนัก" ราวกับถูกน้ำเย็นสาดจนชา ใบหน้าหวานส่ายไปมาช้าๆ ก่อนจะฝืนยิ้มให้คุณเลขาสบายใจ มือเรียวกำสายกระเป๋าที่สะพายเอาไว้แน่น ก่อนจะโค้งตัวและบอกลาคุณเลขาเพื่อเดินเข้าเกต แว่นดำกับแมสก์ถูกน้ำขึ้นมาสวมเมื่อนั่งประจำที่ของตัวเองบนยานพาหนะที่อีกไม่กี่หน้าทีข้างหน้าจะพุ่งทยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อปกปิดน้ำตาที่กำลังจะไหลริน .... คุณอาทำตามที่เบลล์ขอร้องทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องที่เคยบอกเขาทุกครั้งถ้าจะต้องกลับบ้านยังไม่บอกเขาเลย .... 

                   อย่าร้องไห้สิเบลล์ แกเลือกทางนี้เองนะ แกเป็นคนเลือกเอง...ทั้งๆที่ย้ำกับตัวเองแบบนั้น แต่สุดท้ายเบลล์ก็ห้ามน้ำตากับความรู้สึกเจ็บแปลบๆในหัวใจของตัวเองไม่ได้อยู่ดี

                  ลาก่อนนะครับคุณอา.... เบลล์ขอให้ช่วงเวลาที่ต้องห่างกันทำให้ความรู้สึกผิดบาปของเบลล์ทุเลาลง และขอให้คุณอามีแต่ความสุข ถึงแม้วันที่เบลล์กลับมาคุณอาจะมีใครอยู่เคียงข้างกาย เบลล์สัญญาว่าจะยินดี และมีความสุขไปกับคุณอาด้วยแน่ๆ ถึงแม้หัวใจของเบลล์มันจะเป็นแค่ของคุณอาอยู่เหมือนเดิมก็ตาม
.
.
.
.
.
             ภาพเครื่องบินลำใหญ่กำลังเคลื่อนตัวไปบนท้องฟ้า ถูกบันทึกไว้ในสายตาคมคู่หนึ่งทั้งหมด ใบหน้าดูดีปรากฏร่องลอยของความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เพราะต้องบินกลับญี่ปุ่นกระทันหันจึงไม่ได้ลักลอบเข้าไปกอดและบอกฝันดีคนตัวขาวแบบที่แอบทำมาตลอด ความคิดถึงมันก็ยิ่งเพิ่มเท่าทวี แต่ภูเบศต้องเรียนรู้ที่จะยับยั้งชั่งใจ ในวันนี้เขารีบบินกลับมาที่ไทยเพื่อมาส่งหัวใจของเขาไปอยู่ในที่ที่ห่างออกไปอีกซีกโลกหนึ่ง

            อยากกอดเอาไว้แน่นๆ แต่ทำได้เพียงมองอยู่ห่างๆ อยากบอกลาแต่ก็ทำได้เพียงเก็บเอาไว้ เขาทำได้เพียงปล่อยหัวใจของตัวเองไป...และทรมานกับความเดียวดายอยู่คนเดียวตรงนี้
.
.
.
.
             "กูว่าการตายของพี่บิลกับพี่แบมมันไม่ปกติ" คิ้วเรียวยกขึ้นเชิงตั้งคำถามในสิ่งที่เพื่อนตำรวจตัวดีตรงหน้าเอ่ยพูด ภูเบศ หรือ อชิระ หนุ่มลูกครึ่งเลือดธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงซึ่งเป็นที่หมายตาของผู้คนทั้งหลาย ในตอนนี้ร่างสูงระหงอยู่ในชุดสูทสีดำขับให้ดูสง่าจนแทบทำให้คนที่มองมาละสายตาไม่ได้ หลายคนอยากจะเข้าหา หากเพียงแต่คงไม่ใช่เวลาอันเหมาะสมนัก เมื่ออยู่ในงานสวดพระอภิธรรม ของบวรชาติและบัณฑิตา คู่สามีภรรยาที่เป็นที่นับหน้าถือตาในสังคม ด้วยทรัพย์สมบัติและกิจการนับร้อยที่บวรชาติเป็นเจ้าของอยู่ จึงไม่แปลกที่ในงานจะมีคนมาร่วมแสดงความเสียใจจนแทบล้นศาลา 

             ทั้ง ปลอม เปลือก ในคนนับร้อยจะมีสักกี่คนที่มาด้วยใจบริสุทธิ์ มาด้วยความเป็นมิตรแท้ 

              ที่ตัวเขาได้มางานนี้ก็เพราะคุณบวรชาติที่ทุกคนรู้จักคือคนที่ครั้งหนึ่งเคยช่วยเหลือพ่อของเขาในช่วงที่ตกอับและมีแต่คนเหยียบย่ำ ให้กลับมายืนได้อีกครั้งโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน เป็นผู้ที่ภูเบศรักและเคารพ รวมถึงภรรยาของท่านเองที่รักและเอ็นดูเขาเหมือนน้องชายและเขาก็รักเธอเหมือนพี่สาวแท้ๆเช่นกัน ภูเบศรู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆ ที่ยังไม่ทันได้ตอบแทนบุญคุณใดๆ ท่านทั้งสองก็จากเขาไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เขาไม่ได้อยากกลับมาจากการกวดปริญญาที่อีกซีกโลก เพื่อมาไหว้โรงศพของผู้มีพระคุณแบบนี้ 

              "ภู ไอ้ภู !!!" สะดุ้งตกใจเพราะเสียงที่ดังก้องในหู ตาคมตวัดมองเพื่ออย่างดุดัน จนคุณตำรวจคนเก่งต้องยกมือยอมแพ้

              "ใจเย็นจ้า อย่ามองดุขนาดนั้น แค่เห็นมึงเหม่อๆ เลยอยากเช็คว่ามึงสนใจฟังกูพูดอยู่รึเปล่า" 

              "แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย มึงว่าต่อเลย" 

             "คือ เท่าที่สายกูรายงาน กับสิ่งที่กูตรวจเจอมันแย้งกับข้อสรุปของตำรวจที่รับงานรวมถึงผลชันสูตรที่ถูกนำมาออกข่าวนั่นก็ด้วย"

             "มึงเจออะไร"

             "สายเบรกรถถูกตัด แต่ผลการตรวจสอบบอกว่าเกิดขึ้นเพราะความประมาทเนื่องจากการขับรถเร็วเกินกำหนด ซึ่งกูว่ามันทะแม่งๆ พี่บวรไม่ขับรถเร็ว กูมั่นใจสภาพคันเร่งยังมีรอยครูดไม่ถึงค่อนแท่งเหล็กด้วยซ้ำ" 

             "ไฟรอบข้างก็ไม่ได้มืด แล้วอีกอย่างถนนไม่ลื่นเพราะอากาศโคตรปลอดโปร่ง" 

             "กูเลยคิดว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา" 

             "ฆาตรกรรม? มึงจะบอกแบบนั้น แล้วใครทำ ทำไปเพื่ออะไร" ภูเบศยอมรับว่ากำลังเกิดไฟกองโตสุมอยู่ในอก ไม่ว่าใครถ้าเป็นคนทำจริงๆ เขาไม่ปล่อยเอาไว้แน่

              "มองไปที่สามนาฬิกา" เอี้ยวลำตัวไปมองยังจุดหมายที่เพื่อนบอก และเขาก็เจอกับผูเหญิงคนหนึ่งที่จ้องมองเขาไม่ละสายตา ริมฝีปากแย้มยิ้ม ราวกับจงใจยั่วยวน ถ้าเป็นผู้ชายทั่วไปคงหวั่นไหวไม่มากก็น้อย  เพราะว่าเธอสวย ใช่สวยมากนั่นแหละ แต่กลับไม่สะดุดตาเขาสักนิด
 
             "เห็นคนที่ยิ้มให้มึงมั้ย นั่นน่ะคุณบี น้องสาวคนละแม่ของพี่บิลเป็นน้องคนเดียว"

              "มึงจะบอกว่าเธอทำ?" 

              "เปล่า แค่สันนิษฐาน มึงเห็นตาแก่ที่นั่งชวนเธอคุยอยู่ข้างๆนั่นมั้ย"

               "คู่ปรับพ่อมึงนี่ เป็นผู้บังคับบัญชาอีกกรมที่อยู่ตรงข้ามกับพ่อมึง?"

              "อ่าห้ะ แล้วมึงคิดว่าเธอจะสนิทชิดเชื้อกับไอ้แก่หัวงูนั่นไปเพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่ต้องการบิดเบือนข้อเท็จจริงแล้วทำให้ทุกอย่างมันจบง่ายขึ้น" 

               "ถ้ามึงเอะใจ ทำไมไม่สืบต่อ"

               "คดีอยู่ในอำนาจมัน จะแหย่เท้าไปคงยาก อีกอย่างทำอะไรวู่วามไม่ได้หรอก"
    
               "?" คิ้วเรียวของภูเบศยกขึ้น เป็นเชิงถาม

               "น้องเบลล์ยังอยู่ในความดูแลของผู้หญิงคนนั้นอยู่ กูเป็นห่วงหลาน" ชื่อของเด็กคนหนึ่งที่ภูเบศคุ้นเคยถูกเอ่ยออกมาไขข้อข้องใจทั้งหมด เด็กคนนั้นที่เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของผู้มีพระคุณของเขา จำได้ว่าเจอครั้งสุดท้ายตอนที่อีกคนอายุเพียงขวบกว่าเท่านั้นเอง

              "ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือไม่ดี ที่วันเกิดเหตุเบลล์ติดสอบถึงไม่ได้เดินทางไปกับพ่อแม่ ใจของหลานคงพังจนน่าเป็นห่วง" มองเพื่อนที่โฟกัสสายตาไปยังจุดๆหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาให้มองตาม ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเมื่อภาพของใครคนหนึ่งปรากฏอยู่ในสายตา คนตัวขาวที่มีดวงตาแสนเศร้ากับเรือนร่างบอบบาง และริมฝีปากอิ่มสีชมพู ใบหน้าเรียวได้รูปนั้นตรึงสายตาเขาเสียจนแทบจะลืมทุกสิ่งที่อยู่รอบข้างของตัวเอง 

               "กูมีวิธีที่จะทำให้มึงสืบทุกอย่างได้ง่ายขึ้น แล้วก็เป็นวิธีที่ปกป้องหลานได้ด้วย มึงสนใจมั้ย" ยกยิ้มให้เพื่อนที่หันมามอง ภูเบศไม่ได้พูดอะไรต่อ ปล่อยให้เพื่อนข้างกายสงสัยในคำพูดของตัวเองต่อไป 
.
.
.
.
                "อ๊า อ๊ะ ในที่สุดคุณก็เป็นของฉัน" เสียงที่เขาเกลียดเอ่ยขึ้นพร้อมริมฝีปากสีแดงสดที่แย้มยิ้ม ภูเบศมองภรรยาตามกฎหมายของตัวเองด้วยแววตาเย้ยหยัน ก่อนจะยกยิ้มร้ายกาจพร้อมกับถอนตัวตนออก จากอีกคนหลังปลดปล่อย

              "หึ คุณได้แค่ตัวเท่านั้นแหละ แต่ก็ขอบคุณนะ ที่ทำให้อะไรๆมันง่ายขึ้น อ่อ เพลาๆซะบ้างนะ เรื่องอ้าขาให้คนอื่นแลกกับการปกปิดความลับของตัวเองน่ะ เพราะที่ตรงนั้นของคุณมันกลวงจนหลวมไปหมดแล้ว" ก้าวเดินออกมาจากห้องอย่างไม่คิดใยดีคนที่กำลังกรีดร้องอยู่บนเตียงใหญ่ ... มือแกร่งป้องลมยามจุดไฟที่ปลายมวนบุหรี่ แผนการจัดการยัยปิศาจนั่นดำเนินมาเรื่อยๆตั้งแต่วันที่เขาปล่อยให้เจ้าหล่อนเข้ามาทำความรู้จัก จนวันที่เจ้าหล่อนตกหลุมกับดักเขา เราแต่งงานกันเพราะว่าหล่อนจับได้ว่าเขาแอบสนใจหลานชายของหล่อน ผู้หญิงที่ไม่เคยยอมแพ้ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาแต่งงานกับตัวเองให้ได้ และภูเบศก็เป็นผู้เล่นที่ดีจึงแสร้งทำเป็นแพ้ ให้หล่อนได้ทะนงในชัยชนะจอมปลอมจนตายใจ 

               วันแต่ละวันผ่านไป ภูเบศเริ่มควบคุมความผิดชอบชั่วดีภายในใจไม่ไหว เขายอมรับอย่างหน้าไม่อาย ว่าการที่อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน การที่ได้เห็นคนที่ตรึงสายตาของเขาเอาไว้ในวันแรกเจอที่อีกคนอยู่ในชุดนักเรียน มันทำให้ความอยากครอบครองทั้งร่างกายและความรู้สึกของเด็กผู้ชายที่ชื่อว่าเบลล์เอาไว้เพิ่มมากขึ้นและทวีความรุนแรงในทุกๆวัน

        
             เรื่องในวันนั้นก็เป็นหนึ่งในแผน เขามีอะไรกับผู้หญิงโสมมคนนั้น เพียงเพราะต้องการให้เด็กน้อยแสนบริสุทธิ์ติดกับของตัวเอง อ่า และเหมือนกับว่ามันจะได้ผลดีเสียด้วย

             ภูเบศทำตัวเหมือนตาแก่โรคจิตที่ย่องเบาเข้าห้องของคนที่มีศักดิ์เป็นหลานชายของตัวเองในยามวิกาล เขาตักตวงความสุขจากการปล้นจูบและแทะโลมร่างกายแสนสวยงามของคนตัวขาวอย่างไม่รู้จักพอ

              แต่แล้วก็มีเรื่องให้เขาต้องห่างจากอีกคนออกไป ยัยปิศาจแผลงฤทธิ์ป่วนจนเขาต้องจัดการหลายๆอย่าง ทั้งคนที่หนุนหลังเจ้าหล่อน ทั้งงานตัวเองที่มีปัญหา การจัดการปัญหาที่รุงรังและยืดเยื้อกินเวลาไปเกือบสองปีเต็ม ในสองปีนั้นเขาปิดการรับรู้เกี่ยวกับคนที่เขาโหยหาในทุกลมหายใจ เพื่อทบทวนตัวเองไปด้วย เพราะคำพูดเตือนสติจากคนเป็นเพื่อนที่มองเห็นความผิดปกติของเขา เพื่อนที่รักและหวังดีกับเบลล์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ หาใช่คนที่มีนัยแอบแฝงดังเช่นที่เขาเป็น และจากช่วงเวลานั้นมันก็ทำให้ภูเบศค้นพบความจริง จากที่คิดว่าแค่หลงไหล กลายเป็นแน่ใจดีแล้วว่ามันลึกซึ้งมากกว่านั้น จากที่คิดว่าต้องการเพียงครอบครองอีกคน กลับได้รู้ว่าสิ่งที่ต้องการคือการเป็นที่รักและเป็นเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นสำหรับเบลล์

             
               วันที่ได้กลับไปหา จากที่ดีใจ แปรเปลี่ยนเป็นร้อนรุ่ม เด็กน้อยของเขาที่กลับมาในสภาพเละเทะ ไม่น่ามอง ยิ่งปั่นอารมณ์ของเขาให้พุ่งขึ้นจนแทบระเบิด คำพูดเฉยชา และการตัดบทสนทนาเกือบทำให้เขาลงมือทำลายคนที่เปราะบางคนหนึ่งลงไปแล้ว ถ้าไม่ได้เห็นแววตาตัดพ้อ และน้ำตา เขาคงกลายเป็นคนเลวๆที่ทำร้ายเด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งอย่างไม่น่าให้อภัย 

               เขาละทิ้งทุกอย่าง ปล่อยให้ร่างกายทำตามหัวใจ ตัดความคิดส่วนดีที่สั่งให้หยุดล่วงล้ำร่างกายของคนที่มีศักดิ์เป็นหลานชายเอาไว้และโยนมันทิ้งไป 


               ในยามที่ได้กกกอดและกลืนกินร่างกายขาวเนียนนั้น มันช่างมีความสุขและสุขสมเกินกว่าที่ได้จินตนาการไว้เป็นล้านเท่า
.
.
.
.
.

              ภูเบศกลายเป็นผู้ใหญ่ที่พาเด็กทำผิดบาป แต่เขาก็ดึงตัวเองออกมาจากความสวยงามที่น่าหลงใหลอย่างเบลล์ไม่ได้ ยิ่งนานวันความรู้สึกที่มีต่อเบลล์มันก็ยิ่งมีมากขึ้น ทั้งรักทั้งหวง อยากดูแลปกป้องไม่ให้ใครมายุ่งเกี่ยวด้วยโดยเฉพาะยัยปิศาจที่จ้องจะทำร้ายเบลล์อยู่

              และก็เป็นตัวเขาเองที่ประมาทเกินไป ทำให้เบลล์ถูกผู้หญิงจิตใจอำมะหิตคนนั้นทำร้าย ผู้หญิงที่ฆ่าได้แม้กระทั่งลูกในท้องของตัวเอง ที่พยายามจะยัดเยียดให้เขารับผิดชอบ เมื่อไม่เป็นไปตามที่เจ้าหล่อนต้องการ เธอก็กำจัดเด็กในท้องทิ้งอย่างเลือดเย็น ถ้าวันนั้นภูเบศไปช่วยไม่ทัน เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าคนที่เขาเฝ้าดูแล คนที่เขารักดั่งดวงใจจะเป็นยังไง 

             หลังจากวันนั้น เบลล์ก็เปลี่ยนไป ไม่สบตากัน ไม่เข้าใกล้ และถอยห่างออกไปจนเขารู้สึกปวดหนึบที่หัวใจ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยประกายวาวหวานถูกความหม่นหมองกลบทับไปจนไม่เหลือวี่แววของแสงใดๆเพียงสักนิด 

            ความเฉยชา และเมินเฉยของเบลล์ ทำให้ภูเบศเริ่มรู้สึกกลัว กลัวว่าคนที่เขารักจะอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องมีเขาคอยช่วยจากความทรมานที่เจ้าตัวเคยติดอยู่กับมันอีกต่อไป กลัวว่าอีกคนจะลืมคำขอร้องและแววตาอ้อนวอนของตัวเองในวันที่ขอให้เขาอย่าจากไปไหน

           จนทุกอย่างที่เขากลัวมันกลายเป็นความจริง....เด็กน้อยที่เคยร้องไห้อย่างทรมานในวันที่เขาหายไปกลับเป็นคนเดินหันหลังจากเขาไปแทน และก็กลายเป็นเขาที่ร้องไห้และทรมานราวกับคนบ้าที่หาทางออกจากวังวนความเจ็บปวดไม่เจอ

.
.


            ขอให้เดินทางปลอดภัย และมีความสุขกับสิ่งที่เลือก ขอให้วันข้างหน้าได้เจอคนที่ดี เป็นใครสักคนที่ทำให้เบลล์อยากเลือกทางเดินที่มีเขาร่วมเดินไปด้วยได้...ส่วนอาจะยังอยู่ที่เดิม คอยสนับสนุนและเฝ้ามองเบลล์อยู่เสมอ ...อารักเบลล์นะครับ รักมากจริงๆ


            ปล่อยเสียงในหัวใจล่องลอยไปกับสายลมให้ช่วยส่งผ่านไปตามอากาศ แม้มันจะส่งไปไม่ถึงใครอีกคนที่อยู่บนเครื่องบินลำใหญ่ที่กำลังลอยละล่องอยู่บนท้องฟ้าก็ตาม

.
.
.
.

              6 years later....

               "ยินดีต้อนรับกลับครับคุณเบลล์" รอยยิ้มบนริมฝีปากเรียวถูกส่งให้กับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า 

                "สวัสดีครับคุณดนัย แล้วก็ขอบคุณนะครับที่มารับเบลล์" ตาเรียวหลุบลงเมื่อมองหาใครอีกคนที่ไม่ได้เจอมานานแต่ก็ไร้แม้แต่เงา

                "ท่านประธานมีประชุมน่ะครับเลยมารับด้วยตัวเองไม่ได้ แต่ท่านฝากดอกไม้มาให้ด้วยนะครับ ผมไม่ได้ถืออกมาจากรถเพราะกลัวคุณเบลล์ถือไม่ไหว" ราวกับคุณเลขาคนเก่งพยายามปลอบโยนคนตัวขาวที่ดูเศร้าหมองลงเพียงเพราะไม่เห็นเจ้านายตัวเองอยู่ตรงนี้ 

              "ขอบคุณนะครับ เราไปกันเถอะ เบลล์คิดถึงที่นอนจะแย่แล้ว" คนตัวขาวพยายามทำตัวร่าเริงเพื่อให้คุณเลขาสบายใจ ถึงแม้ข้างในอยากจะร้องไห้มากกว่าก็ตาม
.
.
.
.

            "คุณหนูคะ จะให้ป้าตั้งโต๊ะเลยมั้ยคะ" เข้าสัปดาห์ที่สามตั้งแต่เบลล์กลับมา เขามักจะได้ยินคำถามนี้ในทุกๆคืนหลังจากกลับมาจากเรียนงานที่บริษัท มันเป็นทุกๆคืนที่เขาจะนั่งรอใครบางคนกลับมา ใครบางคนที่เขาไม่ได้เจอแม้แต่เสี้ยววินาที 

            ขนาดไปเรียนงาน คนสอนยังเป็นคุณเลขากับคณะกรรมการผู้บริหารเลย แล้วกับบ้านหลังใหญ่แบบนี้จะไปเจอกันได้ยังไง

           ตลกดีเหมือนกันทั้งๆที่แม่บ้านยืนยันว่าใครอีกคนยังมีตัวตนอยู่และยังคงอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่เขากลับไม่เคยได้เจอเลย


            แค่อยากเจอหน้าสักครั้ง อยากกอดให้แน่นๆ แล้วบอกว่าขอโทษ ขอโทษที่ไม่คิดจะเปิดใจรับฟังความจริงจากใครคนนั้น ไม่คิดแม้แต่จะเอ่ยปากถาม เอาแต่วิ่งหนีจนสุดท้ายก็ได้ค้นพบว่าแท้จริงแล้ว เขาได้ทิ้งให้คนที่รักเขามากยิ่งกว่าชีวิตต้องทนอยู่กับความทุกข์และความเจ็บปวดมากมาย ทั้งๆที่อีกคนไม่ได้ทำผิดอย่างที่เขารับรู้มาแต่อย่างใดเลย

             ถ้าเขารู้ว่าผู้หญิงที่มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆคนนั้น เป็นคนวางแผนและอยู่เบื้องหลังการตายของพ่อกับแม่ ถ้าเขาได้รับรู้ว่าเจ้าหล่อนยอมอ้าขาให้ใครต่อใครเพื่อความอยู่รอดและเพื่อปกปิดเรื่องชั่วๆของตัวเอง ถ้าหากเขารู้ว่าเธอท้องกับคนอื่น ถ้าหากเขารู้ว่าเธอฆ่าลูกในท้องของเธอด้วยมือของเธอเอง และถ้าหากเขาคิดที่จะเอ่ยปากถามคนที่ตกเป็นจำเลยสักนิด วันนี้เขาคงไม่ต้องเจ็บปวดอยู่แบบนี้ 

             "คุณหนูคะ" 
   
            "เบลล์ ขออนุญาตไม่รับมื้อค่ำนะครับ ฝากคุณป้าดูแลคุณอาให้ทานข้าวด้วยนะครับ เบลล์ขอตัวขึ้นข้างบนก่อน" พาร่างของตัวเองขึ้นห้องอย่างคนเหม่อลอย โดยไม่สนใจเสียงท้วงติงให้เขารับมื้อค่ำของแม่บ้านคนเก่าคนแก่ของบ้านสักเท่าใดนัก เบลล์รู้ว่าคุณแม่บ้านเป็นห่วงเพราะเขาไม่ทานข้าวเช้าและเย็นมาหลายวันแล้ว แต่เบลล์ฝืนทานมันไม่ลงจริงๆ 

             "คุณอาครับเบลล์คิดถึงคุณอา คิดถึง ฮึก ถ้าโกรธเกลียดกันไปแล้ว ก็แค่ให้เบลล์ได้บอกว่าขอโทษ ให้เบลล์ได้พูดว่าคนๆนี้รักคุณอามากแค่ไหน แค่เพียงครั้งเดียว เบลล์ขอร้อง ฮือ ครั้งเดียวจริงๆ" นอนกอดรูปภาพของใครอีกคนที่อยู่ในทุกห้วงความรู้สึก ร้องเรียกหาราวกับคนเสียสติ .... เบลล์ก็เป็นเพียงแค่คนทำผิดที่อยากขอโอกาสขอโทษคนที่เขาทำผิดด้วยอย่างสุดหัวใจเพียงเท่านั้น ....เพียงแค่โอกาสเดียว
.
.
.

               เช้าวันใหม่ที่แสนมัวหมอง คงเป็นเพราะการโหมงานทั้งๆที่พึ่งเริ่มเข้าเรียนการทำงานไปได้แค่เดือนกว่าๆ บวกกับการเติมสารอาหารให้ร่างกายที่ไม่ค่อยครบถ้วน รวมไปถึงการพักผ่อนอันน้อยนิดเนื่องจากการร้องไห้ในทุกคืนก่อนหลับใหล มันส่งผลให้เบลล์เริ่มรู้สึกป่วย ศรีษะหนักอึ้งจนแทบจะไม่อยากลุกจากที่นอนไปไหน แต่สุดท้ายก็ฝืนลุกขึ้นมาอยู่ดี 

              มื้อเช้ากลายเป็นมื้อที่ถูกเพิกเฉยเช่นเคย และเขาก็ออกบ้านตั้งแต่ตีห้าเหมือนเดิมเช่นกัน ไม่ใช่ว่าบริษัทนั้นอยู่ห่างไกลจนต้องเผื่อเวลามากมาย เบลล์ก็แค่เสี่ยงดวงไปเช้า เผื่อจะได้เจอคุณอาของเขาเพียงเท่านั้น

              และเหมือนว่าความพยายามของเบลล์จะเป็นผล เมื่อคุณดนัยบอกว่าคุณอาของเขาอยู่ในห้องทำงาน นาทีนั้นเบลล์รู้สึกดีใจจนวิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องของใครอีกคนอย่างไม่ฟังเสียงทัดทานใดๆของใคร 

              ริมฝีปากที่กำลังแย้มยิ้มของเขาหุบลงหลังจากที่ได้เข้าไปยืนในห้องของใครคนนั้น ขาที่ใช้พยุงตัวเองอ่อนแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ หัวใจที่เคยเต้นระรัวเพราะความดีใจ กลับเต้นแผ่วลงจนน่าใจหาย พร้อมกับความรู้สึกชาที่หัวใจ 

             อีกครั้งที่เกลียดความไม่ยอมฟังใครของตัวเอง ถ้าหยุดฟังคุณเลขาสักนิด เบลล์คงไม่เจ็บแบบนี้ 

            เมื่อภาพแรกที่เขาเห็นคือผู้ชายที่เขารักและคิดถึง กำลังจูบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยงามราวกับภาพวาดในเทพนิยาย ดูแล้วช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน และเหมือนกับคนทั้งคู่สร้างโลกแยกเป็นของตัวเอง ถึงได้ไม่สนใจเขาที่กำลังยืนมองอยู่ตรงนี้ 

            ไม่รู้ทำไมถึงโง่ยืนมองภาพนั้นอยู่นาน จนคุณอาคนดีของเขามองเห็นเขาที่ยืนมองอยู่ก่อนจะผละออกจากเธอคนนั้น เบลล์รู้เพียงอย่างเดียวว่าหัวใจของเขานั้นมันเจ็บปวดเหลือเกิน ทั้งๆที่ก่อนจากไป เขาเองเป็นคนเคยบอกอีกคนแท้ๆ ว่าขอให้เจอใครสักคนที่คุณอาของเขาจะรักได้ เป็นคนที่ดี และพร้อมจะเข้าใจ มากกว่าตัวเขาที่ไม่เคยเป็นมัน แต่ทำไมพอได้รู้ว่าภูเบศมีใครอีกคนแล้วจริงๆ ถึงได้เจ็บปวดจนตั้งรับไม่ทันแบบนี้ 

            สุดท้ายเบลล์ก็เลือกที่จะยิ้มให้คุณอาของเขา และผู้หญิงคนนั้น ก่อนจะโค้งตัวลา แล้วพาตัวเองออกจากห้องนั้นมาด้วยหัวใจที่แหลกสลาย

             เขากัดฟันทนข่มน้ำตาเอาไว้จนพาตัวเองมาถึงดาดฟ้าที่ไร้ผู้คนบนตึกที่สูง 38 ชั้น ปิดประตูเอาไว้เพื่อกันตัวเองออกจากโลกภายนอก ทิ้งตัวลงอย่างอ่อนแรงบริเวณมุมแคบที่มีหลังคายื่นออกมา แล้วปลดปล่อยทุกความรู้สึกเสียใจผ่านหยาดน้ำตาและเสียงร้องไห้ที่กักเก็บเอาไว้


            "ฮึก เจ้าเบลล์คนโง่ ฮือ ใครเขาจะมารอคนใจร้ายอย่างแกกัน" ยิ้มเย้ยหยันให้กับตัวเองทั้งน้ำตา 

            ก็รู้ว่าหกปีมันยาวนาน นานมากพอที่จะทำให้คนที่ถูกทำร้ายหัวใจ เปลี่ยนใจไปจากกันและมีใครใหม่ แต่ก็ไม่เคยคิดแม้แต่จะเผื่อใจ เบลล์ก็แค่คนโง่คนหนึ่งที่ปล่อยให้หัวใจคิดเข้าข้างตัวเองว่าคุณอาของเขาจะยังรอเขาอยู่ที่เดิม จนในวันนี้เขาได้รู้แล้วว่ามีเพียงแค่ตัวเขาคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่ก้าวเดินไปไหน


          ...สุดท้าย คำขอโทษและคำว่ารักของเขามันก็คงไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว...
.
.
.
.
.
            เละไม่เป็นท่า ใช้สำหรับบ่งบอกสภาพของคนป่วยอย่างเขา ดีหน่อยที่วันนี้เป็นวันเสาร์ และก็ดีที่เมื่อวานนี้เขาทำตัวเกเรโดดงานทั้งวัน เพราะขังตัวเองอยู่บนดาดฟ้า ไม่งั้นเขาคงได้ร้องไห้ในห้องประชุมเป็นแน่ 

            เพราะเขาเลือกแอบออกจากบริษัทด้วยการใช้สูทคลุมทับหัวและออกทางด้านหลัง จึงได้มีโอกาสฟังพวกแม่บ้านพูดคุยกันถึงการเปิดตัวคู่หมั้นคู่หมายของประธานคนปัจจุบันกลางห้องประชุม 

           เบลล์ถึงได้คิดว่าเป็นโชคดีของตัวเองแล้วจริงๆที่โดดงานด้วยการลาป่วย 

           และก็ได้ป่วยจริงๆในเช้าวันรุ่งขึ้นอย่างในตอนนี้ ย่ำแย่ชะมัด 

            กว่าจะลากสังขารตัวเองออกจากที่นอนไปอาบน้ำได้ก็แทบล้มพับอยู่บนพื้น โลกหมุนจนแทบอ้วก เบลล์นั่งตั้งสติสักพักก่อนจะเรียกแม่บ้านให้เอาข้าวต้มพร้อมกับยามาให้ ปิดกลั้นการสนทนาด้วยการแกล้งนอนซมอยู่บนเตียงให้คุณแม่บ้านวางข้าวกับยาเอาไว้แล้วออกไปแทนเพราะคิดว่าเขาต้องการพักผ่อน เบลล์แค่รู้สึกอยากอยู่คนเดียวมากกว่าพูดคุยกับใคร

              ข้าวต้มถูกกินไปไม่ถึงครึ่ง เพราะเขาไม่รู้สึกเจริญอาหารเลยสักนิด แต่เพราะสงสารร่างกายของตัวเองจึงต้องฝืนกินให้ได้มากที่สุดแล้วกินยาตามเข้าไป นอนเอาแผ่นเจลล์ที่คุณแม่บ้านแถมมาให้แปะหน้าผาก จนเผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีในตอนห้าโมงเย็น น่าแปลกที่รู้สึกสบายตัวขึ้น อาจเป็นเพราะคุณแม่บ้านมาเช็ดตัวให้ตอนที่เขาหลับแน่ๆ คงต้องขอบคุณให้เธอชื่นใจสักหน่อยแล้ว

              ลากสังขารเปื่อยๆของตัวเองหลังจากอาบน้ำเสร็จในตอนหกโมงเย็นมาเดินสูดอากาศแถวๆริมสระว่ายน้ำหลังบ้าน ต้นไม้สีเขียวกับสวนหย่อมเล็กดูสบายตาจนอดระบายยิ้มน้อยๆอย่างเสียไม่ได้ 

            เบลล์ตั้งใจเอาไว้แล้ว ว่าจะทิ้งตัวเองคนเก่าไว้ข้างหลัง และก้าวเดินต่อไปอย่างเข้มแข็ง ถึงแม้ว่าใจจะยังคงไม่แข็งแรงพอ แต่เขาจะเดินต่อไป มันคงไม่มีประโยชน์ที่จะย่ำอยู่กับที่ ทั้งๆที่ใครอีกคนเดินนำเขาออกไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าการก้าวเดินไปข้างหน้าของเบลล์จะเป็นการเปิดใจให้ใครใหม่

             เพราะเบลล์ยังมีความสุขดีแม้จะรักคนที่ไม่ได้รักเขาแล้วก็ตาม อย่างน้อยคุณอาในความทรงจำของเขาก็ยังเคยรักเขา มันคงไม่ผิดอะไรที่เขาจะขอรักและมีแค่คุณอาภูเบศเมื่อหกปีก่อนอยู่ในหัวใจเพียงแค่คนเดียวต่อจากนี้ไป ถึงจะต้องขึ้นคานและแก่ตายอย่างโดดเดี่ยวเบลล์ก็ไม่กลัว

             มัวแต่ยืนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนไม่ทันระวังและสำเหนียกตัวเองว่าสังขารย่ำแย่ อยู่ดีๆก็เกิดอาการหน้ามืดและวูบไปกลางอากาศ หลับตาลงแน่นเพราะคิดว่าหัวจะต้องฟาดขอบกระเบื้องที่กลั้นแบ่งโซนสวนหย่อมแน่ๆ ใจเต้นแรงราวกับวิ่งสี่คูณร้อยมาใหม่ๆ จนรู้สึกถึงอ้อมแขนของใครสักคนที่เข้ามารองรับถึงได้ลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจ.


            "ทำไมไม่ระวังตัวเอง ถ้าล้มหัวฟาดขึ้นมาจะทำยังไง" เสียงทุ้มที่ไม่ได้ยินมานานเอ่ยออกมาเชิงตำหนิพร้อมสายตาดุดัน ใบหน้าดูดีที่แสนคิดถึง กลิ่นหอมอ่อนๆที่คุ้นเคย ทำให้หัวสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ

             "นี่ฟังอาบ้างรึเปล่า" จนสติถูกดึงกลับมาเมื่ออีกคนเขย่าแขนของเขา 

              "ครับ ขอโทษแล้วก็ขอบคุณนะครับ" ผละตัวออกจากอ้อมกอดของอีกคน หลังจากตั้งสติและทรงตัวได้ ความจริงเบลล์ไม่อยากออกห่างจากอ้อมแขนนั้นเลยด้วยซ้ำ อยากเห็นแก่ตัวโอบกอดคนตรงหน้าเอาไว้ ละทิ้งคำมั่นที่บอกกับตัวเองว่าจะก้าวต่อไป แต่เขาทำมันไม่ได้ ก็ในเมื่อตัวจริงของอีกคนกำลังเดินออกมาจากในบ้านตรงมาที่ๆเขากับอีกคนยืนอยู่ จะให้เขาเห็นแก่ตัวรั้งอีกคนไว้ได้ยังไง 

               "ผมขอตัวก่อนนะครับ" เดินหันหลังออกมาจากตรงนั้นแล้วก้าวเดินกลับเข้ามาในตัวบ้านอีกฝั่งพร้อมตรงดิ่งกลับเข้าห้องของตัวเอง เขายังไม่แข็งแรงพอที่จะเห็นคนที่เขารักอยู่กับคนรักใหม่ แค่เห็นผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาหา ก็แทบกักเก็บน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว  
              ความจริงที่คิดว่าไม่อยากเห็นแก่ตัวรั้งอีกคนไว้ ก็เพียงแค่ปลอบใจตัวเองเท่านั้นแหละ เพราะที่จริงแล้ว เขามันคนขี้ขลาด ที่กลัวว่าถ้ารั้งอีกคนไว้จะถูกปฏิเสธและผลักไสให้ออกห่าง ถ้าเจออีกคนปฏิเสธตรงๆ คงล้มพับและร้องไห้มันตรงนั้นแน่ๆ 

             ทรมานชะมัดเลย คนอกหักเนี่ย น้ำตาบ้านี่ก็ไม่หมดไปสักทีไหลออกมาอยู่ได้ เหนื่อยกับตัวเองจริงๆเลย
.
.
.
.

              "มองตามขนาดนั้น ไม่เดินตามเขาไปเลยล่ะ" ภูเบศละสายตาออกจากประตูบ้านที่พึ่งปิดลง เมื่อถูกเสียงของใครอีกคนทักขึ้น

              "ประสาท เธอกำลังผลักใส่คู่หมั้นของตัวเองไปหาคนอื่นเนี่ยนะ" เอ่ยว่าออกไปอย่างไม่จริงจังนัก

              "คู่หมั้นที่จูบกับฉันเพราะต้องการรู้ว่าความรู้สึกของตัวเองยังมั่นคงอยู่ไหมฉันไม่นับย่ะ แล้วอีกอย่างคู่หมั้นที่หลอกให้ฉันไปคืนดีกับไอ้ตำรวจเฮงซวยนั่นฉันยิ่งไม่อยากนับด้วย!" 

              "เรียกมันแบบนั้นมันมาได้ยินแล้วงอนเข้าฉันไม่รู้ด้วยนะ อ้อ แล้วอีกอย่าง อย่าทำเป็นเหมือนไม่อยากคืนดีทั้งๆที่รักมันจนมาจับฉันหมั้นเพื่อประชดมันเลยน่า" พูดหยอกล้อออกไปจนได้ฝ่ามือมาของอีกคนมาเป็นของแถม

              "พูดมาก เอาเวลายุ่งเรื่องของฉันไปยุ่งเรื่องของตัวเองดีกว่า ระวังนะ ปล่อยให้น้องเข้าใจผิดอยู่คนเดียวเจ็บซ้ำๆอยู่คนเดียว ถ้าน้องเลือกตัดใจแล้วเดินต่อแบบที่ไม่มีนายในหัวใจจริงๆแล้วจะยิ้มไม่ออก" 

              "ใครบอกว่าฉันจะปล่อยไปกันล่ะ แค่อยากให้อะไรๆมันจบลงดีๆซะก่อน นี่ก็ว่าจะทำให้มันจบๆไปสักที พราวเราขอถอนหมั้นเธอนะ" สิ้นคำพูดของภูเบศเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกก็หลุดขำออกมา

              "แกนี่มันไม่เปลี่ยนจริงๆเลยภู ให้เกียรติแม้กระทั่งเพื่อนที่จับแกหมั้นเพื่อประชดคนรักเฮงซวยของตัวเองเนี่ย" 

              "คำก็เฮงซวยสองคำก็เฮงซวยนะคุณ" "ฟอด" เสียงแรกคือเสียงของคนเฮงซวยที่ถูกพูดถึงตามมาด้วยเสียงการกดจมูกลงบนแก้มของหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวจากคนที่เอ่ยพูดก่อนหน้า

             "ย๊า เดี๋ยวเหอะ" 

             "ทำไมครับ ยังมีความผิดอยู่นะคุณน่ะ" เพื่อนตำรวจคนดีคนเดิมของภูเบศเอ่ยติงคนที่ตกอยู่ในอ้อมกอด ก่อนจะเงยหน้ามาหาเขา

            "กูขอพาตัวว่าที่เจ้าสาวไปลองชุดก่อน ส่วนมึง ถ้ายังไม่ไปง้อน้องเบลล์กูจะพาน้องเบลล์ไปดูตัว เอาให้คนอย่างมึงเจ็บหัวใจแล้วเฉาตายไปเลย" คำพูดออกแนวหยอกล้อ แต่แววตาแสนจริงจังนั่นภูเบศรู้ดีว่าเพื่อนของเขาจะทำมันจริงๆ

              "สาบานได้เลยว่ามึงไม่มีโอกาสได้พาน้องไป น้องต้องมีกูเป็นสามีคนเดียวเท่านั้น" ลั่นวาจาอย่างแน่วแน่ ภูเบศไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นแน่ๆ

             "ให้มันจริงเถอะ กูจะรอดู อย่าให้การที่กูต้องถ่อไปสาธยายความดีของมึง และการเปิดเผยความชั่วร้ายของผู้หญิงคนนั้นให้น้องฟังถึงอีกฝั่งโลกสูญเปล่าเลยเหอะ ไม่อย่างนั้น นอกจากมึงจะไม่ได้เข้าใกล้น้องแล้ว กูจะกระทืบมึงด้วย" คนพูดทิ้งทวนประโยคสุดท้ายไว้ก่อนจะพาว่าที่เจ้าสาวของตัวเองเดินออกไป 

             เขามั่นใจว่าเพื่อนของเขาไม่มีทางได้ลงไม้ลงมือกับเขาเพราะปล่อยเบลล์ไปแน่ๆ แต่ถ้าลงไม้ลงมือเพราะเขาทำน้องป่วยหนักกว่าเดิมอันนั้นไม่แน่หรอก 

             ขนาดเข้าไปเช็ดตัวให้มายังเผลอทิ้งรอยไว้ตรงหน้าท้องกับซอกขาน้องเลย แล้วนี่ต้องไปขอคืนดีแค่คิดว่าจะได้กอดอีกคน ได้มองตา ได้ลูบแก้ม ความรู้สึกก็เตลิดไปไกลแล้ว
.
.
.
.
.
            "จุ๊บ" เสียงกับความรู้สึกถูกรบกวนทำให้เบลล์ต้องตื่นจากห้วงแห่งความฝัน เมื่อสัมผัสถึงริมฝีปากของใครบางคนที่กำลังปล้นจูบไปทั่วทั้งใบหน้าของตัวเอง

            "ฮื้อ" ปล่อยเสียงแปลกๆออกไป ในตอนที่ริมฝีปากของผู้บุกรุกถูกกดลงบนซอกคอแทน ส่งมือไปดันอกอีกคนออก ก่อนจะลืมตามองหาตัวต้นเหตุ

           "คุณอา..." เอ่ยเรียกอีกคนเสียงแผ่ว ราวกับคนเพ้อ เบลล์กำลังฝันอยู่แน่ๆที่เห็นคุณอาของเขากำลังมองเขาพร้อมกับส่งรอยยิ้มแสนอบอุ่นนั้นมาให้ 

           "ไม่ร้องสิครับ อาใจไม่ดีเลย" ร้องไห้งั้นเหรอ เบลล์ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังร้องไห้ แม้แต่ตอนที่ถูกจูบซับน้ำตาให้ สติก็ยังคงไม่กลับมา

            "ทำไมเหม่อลอยแบบนี้ล่ะครับหืม ไม่ดีใจเหรอที่อามาหา" 

            "ดีใจ ฮึก ดีใจมากๆ แต่...เบลล์ไม่อยากเป็นเมียน้อยใครอีกแล้ว" บอกความรู้สึกในใจออกไป พร้อมกับดันตัวอีกคนให้ออกห่างมากกว่าเดิม



            "เบลล์ครับ ฟังอานะ อาไม่ได้มีใครใหม่ ส่วนเมื่อวานที่เบลล์เห็น อายอมรับว่าจูบกับคนอื่นจริง แต่คนอื่นคนนั้นคือว่าที่เจ้าสาวของไอ้บอมมัน ที่เธอมาหมั้นกับอาก็เพราะอยากประชดให้ไอ้บอมมันหึง แล้วที่อาจูบกับเธอก็เพราะต้องการย้ำความรู้สึกของตัวเองว่า ต่อให้หนีแทบตายคนที่อารักก็มีแค่คนเดียวอยู่ดี"

           "อาขอโทษนะครับ ที่ทำตามที่น้องเบลล์ขอไม่ได้ ขอโทษที่ให้ห่างจากน้องเบลล์ไม่ไหวอีกแล้ว ตั้งแต่วันที่น้องเบลล์เลือกเดินไปจากอา ไม่มีวันไหนเลยที่อาจะไม่คิดถึง อาเหมือนคนบ้าเลยรู้มั้ย ต้องไปส่งน้องเบลล์อยู่ห่างๆ อยากเข้าไปกอดลาก็ทำไม่ได้ ทำได้แค่ยืนมองจนเครื่องบินทะยานไปบนท้องฟ้า" ตาคมสบสายตาเรียวด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ มือแกร่งจับมือของคนตัวขาวมาไว้แนบอก



             "คอยให้คนตามดูน้องเบลล์ ทุกๆวัน คอยบินไปหาในทุกๆเทศกาล ทั้งที่น้องเบลล์อยู่ห่างแค่ไม่กี่ก้าวแต่ทำได้แค่เดินตามอยู่ข้างหลัง ทั้งๆที่เห็นน้องเบลล์ร้องไห้ แต่ก็ทำได้แค่ยืนมองและร้องไห้อยู่เป็นเพื่อน เพียงเพราะกลัวว่าน้องเบลล์จะไม่ต้องการเจอหน้ากัน กลัวว่าจะถูกไล่ให้ไปไกลๆ แต่วันนี้ อาไม่กลัวอีกแล้วเพราะสิ่งที่อากลัวมากที่สุดก็คือการเสียน้องเบลล์ไป"

           "น้องเบลล์ครับ อาขอร้องได้ไหม อาขอทำผิดสัญญา เพราะไม่อยากปล่อยน้องเบลล์ไปไหนอีกแล้ว อาขอเป็นคนที่ได้อยู่ข้างๆน้องเบลล์ ได้กอดน้องเบลล์ไว้ในทุกๆคืน ได้อยู่ใกล้ๆคอยเช็ดน้ำตาเวลาน้องเบลล์เสียใจได้รึเปล่า" ถ้อยคำอ้อนวอนพร้อมกับสายตาที่แสดงความขอร้องจากหัวใจ กำลังทำให้เบลล์ใจสั่น ความเว้าวอนและสายตาที่สื่อความหมายของคนตรงหน้า ทำให้เบลล์ลืมความเสียใจที่เจอมาก่อนหน้านี้ไม่จนหมดสิ้น

            "ไม่ให้ได้ไหมครับ" ฉับพลันที่ดวงตาคมแปรเปลี่ยนจากขอร้องอ้อนวอนไปเป็นเจ็บปวด หลังจากสิ้นคำพูดของเขา

            "อาขอ อืม" ปากเรียวที่กำลังจะขยับพูดถูกหยุดลงด้วยจูบของเขา ก่อนที่เบลล์จะผละออกมา

            "ที่บอกว่าไม่ให้ เพราะคำพูดพวกนั้นคนที่ควรจะพูดคือเบลล์เองต่างหาก คนที่ควรจะขอร้องอ้อนวอน ขอโอกาสให้ได้อยู่ข้างๆ ควรจะเป็นเบลล์ไม่ใช่คุณอาสักหน่อย 
เบลล์ขอโทษนะครับที่วันนั้นเลือกเดินหนี แทนที่จะหยุดฟัง ขอโทษที่เลือกเชื่อผู้หญิงคนนั้นโดยไม่คิดจะฟังความจริงหรือคำอธิบายจากคุณอาเลย ขอโทษที่ทิ้งให้คุณอาต้องเจ็บปวด ตอนนี้เบลล์อยากจะขอโอกาส ขอให้เบลล์ได้อยู่ข้างๆคุณอา ขอให้เบลล์ได้ไถ่โทษ ทดแทนช่วงเวลาหกปีที่เอาแต่วิ่งหนี และขอโอกาสให้คนขี้ขลาดคนนี้ได้รักคุณอาแบบที่หัวใจของเบลล์รู้สึกได้รึเปล่าครับ" หน้าผากมนถูกทาบทับด้วยหน้าผากของคนที่แสนรัก ริมฝีปากถูกประทับด้วยสัมผัสอ่อนโยน พร้อมกับร่างกายที่ถูกโอบกระชับด้วยลำแขนแกร่ง

            "ถึงเบลล์ไม่ขอ อาก็จะให้หมดทุกอย่าง ทั้งตัวและหัวใจของอา เพราะมันเป็นของเบลล์มานานแล้วและมันไม่เคยเป็นของคนอื่นเลย จนตอนนี้ และตลอดไป" 

             "อาขอโทษที่ปล่อยให้น้องเบลล์ต้องเจ็บปวดตลอดเวลาตั้งแต่ที่กลับมาไทย อาอยากเข้าไปหาน้องเบลล์ตั้งแต่วันแรกเลยรู้มั้ยครับ แต่เพราะยังไม่ได้ถอนหมั้นกับเธอคนนั้น อาเลยยังอยู่รอเวลา เพราะต้องการเป็นผู้ชายที่ไม่มีพันธะ เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่มีแค่หัวใจกับความรักที่ซื่อสัตย์และมั่นคงต่อน้องเบลล์ เพื่อกลับมาขอโอกาสจากน้องเบลล์ได้อย่างมั่นใจ ขอโทษที่ต้องปล่อยให้น้องเบลล์เจ็บอยู่อย่างนั้น แต่น้องเบลล์ไม่ได้เจ็บปวดอยู่คนเดียวนะครับ เพราะมีอาที่คอยแอบร้องไห้และเจ็บปวดไปอยู่ข้างๆไปด้วย วันนั้นบนดาดฟ้าน่ะ อานั่งอยู่ตรงประตูอีกฝั่งเป็นเพื่อนน้องเบลล์ตลอดเลยนะ ส่วนเรื่องที่น้องเบลล์ได้ยินจากแม่บ้านว่าประธานบริษัทเปิดตัวคู่หมั้นน่ะ คือคุณอาตำรวจผู้แสนใจดีของน้องเบลล์ต่างหาก น้องเบลล์คงไม่รู้ว่าอาลดตำแหน่งตัวเองไปเป็นรองประธานตั้งนานแล้ว เนี่ยถ้าน้องเบลล์เข้าไปบริหารเต็มตัว อาต้องเป็นลูกน้องที่เชื่อฟังน้องเบลล์มากแน่ๆ"

           "เพราะนอกจากน้องเบลล์จะเป็นเจ้านายแล้ว ยังเป็นเจ้าของหัวใจของอาด้วย" ถ้อยคำอ่อนหวานกับสายตาลึกซึ้ง เรียกให้เลือดกับความร้อนมากองรวมกันอยู่บนใบหน้าขาวเนียน แก้มสีขาวถูกสีเลือดฝาดเข้ามาแต่งแต้ม ดูน่ารักจนภูเบศอยากจะรักแรงๆจนน้องเบลล์ของเขาหมดแรงคาอกไปเสีย


            "เลี่ยนชะมัดเลยคุณอาเนี่ย" กดจมูกลงบนแก้มนุ่มเพื่อลงโทษคนปากไม่ตรงกับใจ 

           "แต่เรื่องบริษัท....คุณอาครับ น้องเบลล์ขอเป็นแค่รองประธานได้มั้ย น้องเบลล์ไม่เหมาะที่จะเป็นประธานจริงๆ" แล้วภูเบศก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเจอการช้อนตามองอย่างออดอ้อนของคนในอ้อมกอด

            "แล้วจะให้อาบอมของเราเป็นประธานแทนต่อเหรอหืม อาบอมเป็นตำรวจนะครับ เข้ามาประชุมได้นี่ก็เก่งแล้วนะ" 


            "ก็ไม่ได้จะให้อาบอมเป็นประธานต่อเสียหน่อย ไหนบอกอยากอยู่ข้างๆเบลล์ไงครับ เนี่ยเบลล์ก็แค่รออาภูขอแต่งงาน พอแต่งแล้วอาภูก็ต้องเป็นสามีของเบลล์ไม่ใช่เหรอ แล้วถ้าเบลล์ขอให้สามีของเบลล์เป็นประธานบริษัทแทน มันจะเป็นคำขอที่มากไปไหมครับ" ภูเบศอยากบอกตรงนี้ว่าถ้าน้องจะเอาอะไรเขาจะหามาให้ทั้งนั้น ต่อให้เป็นจักรวาลเขาก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมาให้น้องหากน้องร้องขอ

            "ต่อให้น้องเบลล์อยากเป็นแม่บ้านอยู่บ้าน อาก็ยอมครับ เลี้ยงเมียคนเดียวสบายอยู่แล้ว" 

            "ไม่เอาหรอก ถึงเบลล์จะไม่อยากเป็นประธานแต่เบลล์ก็อยากช่วยแบ่งเบาภาระของคุณอามาบ้าง ไม่อยากให้ทำงานหนักอยู่คนเดียว เบลล์เป็นห่วง" 

           "อาก็ห่วงเบลล์เหมือนกันรู้มั้ยครับ ดูสิกินน้อยจนผอมไปหมดแล้วจากที่เอวบางจนกลัวว่าจะหักตอนนี้ยิ่งน่าเป็นห่วง" ลูบมือไปตามช่วงเอว จนได้รับเสียงครางน้อยๆน้อยกลับมา

           "อื้อ คุณอาอย่าลูบสิครับ" ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะตอนนี้จากลูบเอวมือของภูเบศได้หายเข้าไปใต้ร่มผ้าเพื่อหยอกล้อกับหน้าท้องแบนราบเรื่อยไปจนถึงหน้าอกของคนในอ้อมกอดแล้ว

            "คุณอา อ๊ะ หยุดก่อน อย่าบีบหน้าอกเบลล์" มือเรียวตะปปมืออุ่นของผู้บุกรุกเอาไว้ให้หยุด ก่อนจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำมี่ทำให้คนฟังแทบจะกระโจนใส่ออกมา

           "อย่าทำหน้าตาหงุดหงิด เบลล์ไม่ได้ห้ามให้กอด แต่..." อีกครั้งที่ดวงตาเรียวถูกส่งมาออดอ้อนกัน

           "พี่ภูจะไม่ขอน้องเบลล์แต่งงานก่อนจริงๆเหรอ ถ้าขอนะ น้องจะยอมให้ทำทุกอย่างเลย" ตาย ไม่ตายวันนี้จะตายวันไหน ถ้าไม่ตายคาอกเมีย

            "น้องเบลล์ครับ แต่งงานกับพี่ภูนะ" ถอดแหวนบนนิ้วของตัวเอง เป็นแหวนวงที่ตัวเขาเองรักและผูกพัน แล้วใส่มันไว้บนนิ้วนางข้างซ้ายของอีกคนเมื่ออีกคนพยักหน้าตอบรับคำขอ

             "แหวนวงนี้ เป็นสมบัติชิ้นแรกที่พี่เก็บเงินซื้อมาได้ด้วยลำแข้งของตัวเองพี่ใส่มันไว้ตลอดเพื่อย้ำเตือนตัวเองมาเติบโตมาจากจุดไหน เพื่อเตือนให้ตัวเองสู้ทุกปัญหาที่ผ่านเข้ามาและไม่ประมาทในการใช้ชีวิต ถึงมันจะไม่ได้มีราคามากมายอะไรแต่ถ้าถามถึงคุณค่าทางจิตใจสำหรับพี่ มันมากจนประเมินเป็นค่าตัวเลขไม่ได้ และอีกเหตุผลที่พี่ให้เราก็เพราะอีกความตั้งใจของพี่ที่ซื้อมันไว้คือในวันไหนที่พี่เจอใครสักคนที่พี่รักและเขาก็รักพี่ในทุกสิ่งที่พี่เป็น พี่จะมอบมันให้กับเขา พี่ขอใช้มันจองน้องเบลล์ไว้ก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะพาไปเลือกวงใหม่"

            "ไม่เอาวงไหนแล้วครับ น้องขอแค่วงนี้ น้องจะเก็บมันไว้อย่างดี เพราะน้องไม่ได้ต้องการของมีค่าราคาแพงชิ้นไหนๆ ต่อให้พี่ภูเอาแหวนเด็กเล่นมาขอน้องเบลล์ก็ยอมแต่งอยู่ดี ยิ่งเป็นแหวนที่มีค่ากับพี่ภู และพี่ภูตั้งใจให้ใครสักคนที่รักพี่ภูและพี่ภูก็รักเขา มันยิ่งมีคุณค่าต่อหัวใจของน้องเบลล์ เพราะน้องเบลล์อยากรับมันไว้เพื่อบอกให้พี่ภูรู้ว่า ไม่ว่าพี่ภูจะเป็นยังไง น้องก็รักในทุกๆอย่างของพี่ภูอยู่ดี"

            "และไม่ว่าพี่ภูจะให้อะไรน้องเพื่อขอแต่งงานหรือไม่ให้อะไรเลย น้องก็จะตอบตกลงเหมือนเดิม เพราะแค่มีพี่ภูน้องเบลล์ก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว" 

            สิ้นประโยคนั้นเสียงที่มีโอกาสหลุดออกจากริมฝีปากอวบอิ่มของคนตัวขาวคงมีเพียงแค่เสียงครางกระเส่า กับเสียงเรียกชื่อของภูเบศไปจนฟ้าสาง..เพราะภูเบศไม่อาจอดทนต่อความน่ารักของเบลล์ได้อีกแล้วแม่เพียงแต่เสี้ยววินาที
.
.
.
.
.

 I want you. All of you. 
Your flaws. Your mistakes. 
Your imperfections.
 I want you, and only you.

ฉันต้องการคุณ ทั้งหมดที่เป็นคุณ 
ข้อบกพร่องของคุณ ความผิดพลาดของคุณ 
ความไม่สมบูรณ์แบบของคุณ
 ฉันต้องการคุณ เพียงแค่คุณ

           



          
         

.........................................END........................................





คุณอา

(ฟิคเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะเห็นภาพพรีนี่แหละ ชอบคุณองลุคนี้โซท่านขามาก
แล้วตอนงาน MMA ที่คุยกันคือพี่โอบน้องได้ละมุน คำที่ผุดขึ้นมาคือแบบฟีลคุณอางี้)

ปล.ลืมความบ้าบอพี่แกไปเลย แต่ในส่วนของภาพอื่นในเซ็ตนี้พี่องก็คือพี่องบ้าบอมาก

หลังจากที่ไม่ได้เข้ามานานมากกกกกกก
คิดถึงนะคะ จากที่โฟนพังไปตอนนี้กลับมาแล้วค่ะ
มีคุณคนอ่านส่งอินบ็อกไปบอกคิดถึงฟิคขอไรท์ด้วยคนนึง
ฮื่อ รักเลย ขอบคุณนะคะ 
ขอให้สนุกกกับการอ่าน
หากพระเอกอาจจะไม่ถูกใจใครกราบขออภัยมาณ ณ ที่นี้










B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #1726 วาฬห้าสอง (@stonex) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 10:24
    น้ำตาไหลพรากเลยแม่จ๋า เค้าแต่งงานกันแล้ว ฮือ
    #1726
    0
  2. #1725 komurolaa_m (@luciferded) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 04:05
    เค้ารักกันค่ะเเม่
    #1725
    0
  3. #1722 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 11:11
    คุณอาอิมเมจพี่องแน่นอนคิดไว้แล้ว ใช่จริงด้วย แงงงงงงงงง คุณอาขาาาาา

    ฝ่าฝันอุปสรรคกันมา หกปีเลยนะ ที่น้องหนีหายไป ได้กลับมารักกันซะที ฮรืออออ
    #1722
    0
  4. #1679 berrymaii1220 (@berrymaii1220) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 10:38
    กรีสสสส รอนะคะ อยากรู้ตอนต่อไปเลยยย
    #1679
    0
  5. #1678 Rbhb (@Rbhb) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 21:09

    คุณอาแซ่บมาก ไม่แปลกใจที่เบลคิดถึงตลอด รอต่อนะคะ

    #1678
    0
  6. #1676 SPTF (@336237) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 07:53
    ฟฟฟฟ่รกนสคุณอาคะ!!!!!!!!!!
    #1676
    0
  7. #1673 PinkPigJJ (@PinkPigJJ) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 22:05
    คุณอาาาาา!!!!!!!!มาทำให้น้องเบลล์ใจแตกรับผิดชอบด้วย แงงงงงง
    #1673
    0
  8. #1672 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 16:00
    ฮรุก ใจผ้มจาตายแน้ว
    #1672
    0
  9. #1671 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 16:00
    ฮรุก ใจผ้มจาตายแน้ว
    #1671
    0
  10. #1670 gisel (@gisel) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 01:52
    รอนะคะ
    #1670
    0
  11. #1669 Nammmmmm (@nam0000) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 00:52
    มันดีต่อใจมากเลยค่ะ😂
    #1669
    0
  12. #1667 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 18:24
    กรี๊ดดดดด ไบแอสคู่นี้ค่าาา ชอบบบบ
    #1667
    0
  13. #1666 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 15:26
    คิดไว้แต่แรกว่าขอให้เป็นพี่ผัวอง กรีดร้องงงงงงงงงงงง

    ดีต่อใจมากกกกกกกค่ะ องบินที่รอคอยยยยยยย คุณอาแซ่บมากเว่อร์ ไม่เป็นไรนะคะอา เราจะตกนรกไปด้วยกัน คึคึคึ

    น้องเบลล์ก็เผ็ชช์สุด มีอะไรกับใครก็ไม่หายคิดถึงคุณอา ฮรือออออออ ดี้ดีย์ค่ะ
    #1666
    0
  14. #1665 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 15:19
    ตกใจพระเอกมากๆๆๆๆ คือตอนแรกนึกว่าพี่มิน เจอรูปอิมเมจแล้วช๊อค 5555555555555555555555555555555555555555555555 รีบจินตนาการใหม่แปป
    #1665
    0
  15. #1664 หมูYoY (@998866443322) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 13:17
    แงงงงงง สมกับที่รอ เราคิดถึงองบินมากๆๆๆๆๆๆฟฟ รักไรท์TT
    #1664
    0
  16. #1663 Sdr_Bell (@Sdr_Bell) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 13:08
    ตอนแรกเดาว่าเป็นพี่ฝ่าแต่ก็เปลี่ยนเป็นคุณอ๋ง สุดท้ายก็เดาถูก เย้~~~
    #1663
    0
  17. #1662 zatomi (@luciferded) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 12:50
    ฮือ เผ็ชเว่ออออ
    #1662
    0
  18. #1661 nt-got7exol (@nt-got7exol) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 12:41
    เรามันคนบาปปป
    #1661
    0
  19. #1660 papapaphung (@pheephung) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 12:40
    ผัวพี่องงงงงงงงงงงงงงง แซ่บๆๆๆๆ
    #1660
    0
  20. #1658 porlu (@porpiek) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 00:02
    รออ่าเผ็ดราวกับมาม่าเกาหลี
    #1658
    0
  21. #1655 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:46
    อห เผ่ชๆๆๆ ฮื้อชอบความบาป
    #1655
    0
  22. #1652 SPTF (@336237) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:24
    เฮือก แซ่บแน่ๆ
    #1652
    0
  23. #1651 greansomkris (@greansomkris) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:35
    😂ฮืออออ เดาว่าคุมอาคือคุมอากั๋ววว
    #1651
    0
  24. #1648 Exo-bts- (@Exo-bts-) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:23
    นรกขุมไหน? พี่จะไปนั่งด้วย
    #1648
    0
  25. #1647 nan-111 (@nan-111) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:02
    แซ่บไม่แซ่บ
    ใครคือ คุณอา เด็ดคะ
    แม่จะบาปไปพร้อมกับหนูยัยหมวย
    รอนะคะ
    #1647
    0