SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,167 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,347 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    142

    Overall
    53,167

ตอนที่ 4 : ...it was as if I couldn’t see anybody ... 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

...It was as if I couldn’t see anybody ...

Joo Jinwoo x Kwon Hyunbin



เฮ้ดว้าก & ยัยน้องตี่
โจ จิตติพัฒน์ x บิว บวรกานต์




          
            ช่างเป็นเช้าที่แจ่มใส ฟ้าที่เหลืองทอง วิหกบินล่าถลาลม อากาศเย็นสบายน่าชื่นชม ฮ้า อะไรจะดีขนาดนี้ ดี ดีกับผีน่ะสิ!!!! ผมสาวเท้าวิ่งด้วยความเร็วที่ประมาณไม่ได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ไอ้พี่มินนะไอ้พี่มินรู้ว่านัดรวมวันแรก ยังจะตื่นสายอีกใช่ดิคณะมันนัดรวมน้องไม่เช้านี่ แถมไม่โหดด้วย แต่ไม่ใช่กับคณะผม วิ่งจนจะสิ้นลมแล้วก็ทันเรียกรวมแบบเฉียดฉิว ขอเวลาหอบแป๊ป!!

            

            "หอบเป็นหมาเลยมึง"

            "Are you ok? Babe" เสียงทักทายจากผองเพื่อนผมเองครับ คนที่ทักทายอย่างสุภาพ (กัดฟันพูดแรงมาก) คนแรก มันชื่อโซครับ หน้าตาน่ารักน่าหยิก ซึ่งสวนทางกับนิสัยสุดๆ มันเป็นคนกินเก่งมากครับ กินข้าววันล่ะห้ามื้อไม่รวมของหวาน แต่ออกแก้มหมดเท่านั้น อ่อ รวมพุงน้อยๆด้วย แต่โดยรวมก็ดูดีมากอยู่ครับ ส่วนไอ้ที่พ่นอิ้งด้วยคำพูดชวนอ้วกเนี่ยมันชื่อไลควานลิน อิมพอร์ตมาจากไทเป ด้วยความที่แม่มันมาลงทุนทำรีสอร์ทที่ไทย มันเลยตามติดมาด้วย มันเป็นเพื่อนที่โคตรชอบวอแวผมอ่ะครับ ใครว่ามันเงียบ น่าค้นหา ผมขอเถียงขาดใจเลย แหน่ะ อย่ามองแบบขี้ชิปครับ เห็นชอบวอแวผมงี้แต่มันแอบมองเด็กบริหารอยู่ครับ แล้วเหตุผลที่มาวอแวผมหนักในช่วงนี้้ก็เพราะใช้ผมเป็นสะพานทอดไปหาเขานั่นแหละ 

             

            "กูยอมเป็นหมา ยังไงก็มีเพื่อนหมาแบบมึงไงโซ" ยักคิ้วแถมให้หนึ่งจึก กวนมากวนกลับไม่โกง



             "Babe นี่เรียกกูหรือฝากผ่านกูไปหาพี่จอมวะครับ" โหย พ่อหนุ่มไทเปขวัญใจสาวกำลังหน้าแดงล่ะครับ ฮิ้ววว พี่จอมที่ว่าก็คือ รุ่นพี่บริหารเพื่อนสนิทกับไอ้มินพี่ชายบังเกิดเกล้าของผมเอง พี่จอมเขาเป็นคนน่ารักครับเป็นผู้ชายตัวเล็ก ใจดี คอยดูแลใส่ใจคนรอบข้าง จนได้ฉายานางฟ้าบริหารทั้งๆ ที่เป็นผู้ชาย แต่ผมเห็นด้วยนะ ก็รอยยิ้มของพี่เขาน่ะ แม่งโคตรนางฟ้าเลย ผมสนิทกับพี่เขามากๆเพราะพี่จอมเป็นเพื่อนไอ้พี่มินมาตั้งแต่อนุบาล แล้วก็มานอนค้างบ้านผมบ่อยๆ แถมพี่แกเอ็นดูผมยิ่งกว่าน้องในไส้อีก แสนดีขนาดนี้อย่างงว่าทำไมถึงเหลือรอดมาให้ไอ้ควานลินจ้องเขมือบได้ ใครจะไปกล้าจีบไอ้พี่มินมันหวงเพื่อนจนคนอื่นเขาคิดกันหมดว่าเป็นแฟนกัน ช่วงแรกๆไอ้ควานลิน อ่ายาวไปแฮะ ขอเรียกมันว่าไอ้หลินแล้วกันนะครับ มันไม่กล้ามองหรือเริ่มจะหาวิธีเข้าหาพี่จอมหรอก เพราะมันก็คิดเหมือนกันว่าพี่จอมกับพี่มินเป็นแฟนกัน มันเป็นเพื่อนผมมาตั้งแต่เรียนมัธยมต้นในโรงเรียนอินเตอร์ ไปบ้านผมทุกรอบก็ต้องเจอไอ้พี่มินอยู่กับพี่จอมแทบทุกครั้ง ไม่คิดให้รู้ไป แต่ผมซึ่งเป็นเพื่อนที่แสนดีของมันเนี่ยแค่มองสายตาก็รู้แล้วว่ามันรู้สึกไง เลยช่วยเฉลยความจริงแล้วคอยเป็นพ่อสื่อให้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้ไอ้โซมันมากที่สุดครับ. อย่างที่บอกว่าไอ้พี่มินหวงเพื่อนมาก คนที่กันพี่มินออกไปได้ก็คือไอ้โซนั่นแหละ ส่วนใช้วิธีไหนนั้นไปถามมันเองล่ะกันครับ บอกได้แค่ว่าทุกครั้งที่ไอ้โซลากพี่ชายของผมออกไปเพื่อเปิดทางให้ไอ้หลินกับพี่จอม ได้คุยกันน่ะ พอมันกลับมาผมจะได้เห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มและสายตาเบิกบานของไอ้พี่มิน และปากที่บวมเจ่อหน้าแดงๆของไอ้โซทุกที



                 "ปีหนึ่งทั้งหมดเงียบ!!!!" เสียงคำสั่งดังลั่นลายกิจกรรมจนปีหนึ่งหุบปากฉับกันทันที จากเสียงคำสั่งก็ปรากฏตัวรุ่นพี่ที่เดินเรียงแภวกันมาอย่างมีระเบียบ ราวๆยี่สิบคน ใส่เชื้อช็อปสีน้ำตาลเข้ม หน้าตาดูตรึงเครียดเหมือนยักษ์วัดแจ้ง แต่ที่มีเหมือนกันคงเป็นความหน้าตาดี อื้อ หือ ถึงว่าทำไมเด็กคณะนี้เป็นที่ร่ำลือ 



                "สวัสดีครับปีหนึ่งทุกคน ผม นายโจ จิตติพัฒน์ นักศึกษาวิศวกรรมโยธา ภาคอินเตอร์ ปีสาม รับหน้าที่เป็นเฮ้ดว้ากในภาคการศึกษานี้ จากนี้พวกผมและพี่ว้ากอีกสิบเก้าคนที่ยืนอยู่ต่อหน้าพวกคุณคือคนที่จะคอยดูแลพวกคุณตั้งแต่กิจกรรมชิงธง รับน้อง จนถึงกิจกรรมสุดท้าย คือกิจกรรมชิงเกียร์ พวกผมหวังว่าคุณจะให้ความเชื่อฟัง และเคารพกฎระเบียบไม่แหกกฎ ไม่ขาดกิจกรรม และไม่แตกแถว ปีหนึ่งทุกคนทราบ!!!" โหดอะไรจะปานนั้น หน้าก็ดุ ถึงจะหล่อก็เหอะ แม่ครับผมอยากเรียนมหาลัยอื่น ToT 


              "ครับ!!!" นี่ก็พร้อมใจตอบจนผมที่กำลังหวาดผวากับเฮ้ดว้ากอยู่สะดุ้งทั้งตัว ขวัญเอ้ยขวัญมาลูกพ่อ ใจเย็นไว้ๆบิว ใจเย็น ฟู่ว~~~ 


              "ปีหนึ่งแถวสามหลังเสาคนที่สองเชิญลุกมาข้างหน้าด้วยครับ" ใครวะ ผมมองสายตาของไอ้พี่เฮ้ดว้าก นี่เหมือนจ้องมาที่ผมเลย ลองหันไปนับแถวอ้าวแถมที่สามแถวผมนี่หว่าหลังเสาคนที่สอง โอ้โหนี่มันกูชัดๆ 



              "เร็วสิครับ!!! หรือนับแถวนับเลขไม่เป็น" แค่ประมวลผลช้าต้องดุเหมือนร็อตไวเลอร์อย่างนี้ด้วยเหรอ ผมลุกพรวดแบบไม่ต้องให้ใครเรียกซ้ำเพราะทั้งไอ้โซไอ้หลินก็หันมามองผมด้วยสายตาที่บอกว่า 'เขาเรียกมึงอ่ะ โชคดีนะเพื่อนรัก' ไหนความห่วงใย ไหนเพื่อนที่คบกันมาหกปี ซึ้งใจเหลือเกิน 



             "ยังดีนี่ครับที่รู้ตัว" แหม่ อิพี่นี่ก็ย้ำจัง โว๊ะ!!! ใจเย็นไว้ ใจเย็นไว้ 


             "ที่ผมเรียกคุณออกมาเพราะมีคำถาม" ไม่ตอบมีอะไรไหม ค่อนขอดในใจ แต่ความจริงนั้นได้แต่ปั้นหน้าใสซื่อแบบสงสัย ขืนพูดไปก็โดนสิครับ มันคงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าจะโดนพี่ว๊ากหมายหัวตั้งแต่วันแรก


               "ป้ายไปไหนครับ" อ่อ ป้าย ฉิบหายแล้ว เพราะรีบเลยลืมไว้ในรถไอ้พี่มิน กรรม กรรมแบบแบไม่ได้ ToT อยากอุทานว่าวรนุชเสียเหลือเกิน  บอกไปตามความจริงคงไม่เป็นไรหรอก คงไม่ถึงตาย ...



               "ลืมครับ" ตอบแบบมั่นคงมาก แต่รู้สึกว่าทั้งบริเวณจะเงียบกริบ เหลือบไปเห็นปีหนึ่งกลืนน้ำลายกันเป็นแถบๆ 
 

                "แค่ป้ายของตัวเองยังรับผิดชอบไม่ได้ แล้วจะไปทำอะไรได้ครับ" อะไรอ่ะ ทำไมต้องขมวดคิ้ว ก็คนมันลืมจะให้ทำไง ชักจะหงุดหงิดแล้วนะเฟ้ย


                  "แค่ลืมป้าย ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะทำอะไรไม่สำเร็จหรือไม่มีความรับผิดชอบนะครับ เกิดมาพี่ไม่เคยลืมบ้างรึไง" ให้มันรู้ซะบ้างว่านี่ใคร บิวไงบิวคนที่หล่อๆ ลูกพ่อบาสกับแม่มิว น้องไอ้พี่มินเดือนบริหารอ่ะ โด่ว ด่ามากวนกลับดิ 


                 "โอเคครับ เหตุผลของคุณผมจะรับฟัง" โอ้โห มันต้องอย่างนี้สิ แต่อะไรคือรอยยิ้มน่าขนลุกแบบนี้วะ

                 "คุณบอกว่า คุณไม่ใช่คนไม่มีความรับผิดชอบ งั้นถ้ารับผิดชอบได้ คุณก็ช่วยมารับผิดชอบหัวใจให้ผมดูสิครับ ถ้าทำได้จริงผมจะยอมรับว่าคุณไม่ผิด" เชี่ย!!! อันนี้เสียงอุทานในใจผม 

                 "ฮิ้วว~~~" และนี่อ่ะเสียงของคนที่เหลือ กรรมเวรอะไรของชีวิตคนหล่อ ไม่น่าเล่นเลยมึงเอ้ย ฮรือ 

.
.
.
.
.
.
                "ว่าไงครับคุณผู้ดูแล" หลังจากก้าวขึ้นรถและรัดเข็มขัดเสร็จเสียงกวนโอ้ยก็ดังขึ้น ได้ยินแล้วอยากจะกัดหูแม่ง!!! กว่าจะผ่านวันนี้มาได้หลังจากโดนเฮ้ดว้ากทำพิษผมก็ถูกอัญเชิญกลับไปนั่งที่อย่างไร้สติ อย่าถามว่าถ้าไม่มีสติแล้วเข้าที่นั่งได้เช่นไร ก็ใครทำผมไม่มีสติล่ะ เออ เฮ้ดว้ากนั่นแหละ เห็นผมยืนเด๋อแดกก็จัดการจูงมือพาไปส่งนั่งที่เลยครับ กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนโดนเพื่อนสะกิดว่าพี่ว้ากปล่อยแล้วให้ไปเข้าเรียน แค่ก้าวย่างขึ้นตึกสายตาล้อเลียนกึ่งแซวและรอยยิ้มมีเลศนัยก็พุ่งตรงมาที่ผมแบบตัวแทบพรุน เรียกได้ว่าวันนี้ผมรักแผ่นหลังไอ้หลินที่สุดในโลกอ่ะ เพราะช่วยบังผมจากรอยยิ้มและสายตาชวนสยองของเพื่อนร่วมมหาลัยและบรรดารุ่นพี่ได้เป็นอย่างดี แล้วก็รู้สึกซึ้งใจที่ไอ้หลินกับไอ้โซรู้ว่าสติผมยังไม่เข้าที่ดีเลยไม่ได้แซวอะไร ไม่งั้นวันนี้ผมคงสติแตกแน่ๆ แต่ไม่ใช่กับไอ้พี่ชายสุดที่รักคนนี้...มองตาขวางใส่หนึ่งอัตรา


                  "โอ๊ะ โอ่ เหมือนจะอารมณ์ไม่ดีแฮะ ไม่เล่นดีกว่าเนาะ" ลองมึงเล่นดูสิพี่ รับรองหูมึงขาดแน่!!! พอมองดุใส่พี่ชายจนมันหันไปตั้งใจจดจ่อกับการขับรถได้ ผมก็เลือกที่จะหันหน้าเข้าหากระจกรถเอนหัวพิงแล้วหลับตาพักทันที เหนื่อย....
.
.
.
.
.
                 กลับถึงบ้านหอมแก้มแม่เล่นกับหมาหวัดดีพ่อเสร็จผมก็จัดการอาบน้ำกินข้าวแล้วขึ้นห้องนอนตามปกติ  ที่ไม่ปกติคือเสียงโทรเข้านี่แหละครับ สำหรับคนที่จะโทรเข้ามามีความเป็นไปได้อยู่สองคนคือไอ้หลินกับไอ้โซ แต่ไม่ใช่มันสองคนแน่เพราะผมตั้งเสียงเรียกเข้าเฉพาะไว้ หยิบขึ้นมาดูพบเบอร์ไม่ปรากฏชื่อ คนโทรผิดป่าววะ วันนี้ไม่ได้ให้เบอร์ใครนี่หว่า ผมวางโทรศัพท์ลงคิดว่าถ้าสองสามสายไม่รับปลายสายคงไม่โทรต่อ แต่ผมคิดผิดรัวมายิ่งกว่าเอ็มสิบเก้าอีก สุดท้ายก็ต้องกดรับเผื่อใครมีเรื่องด่วน



                "สวัสดีครับคุณผู้ดูแล" เย้ดเข้เป้อารักขา เสียงนี้... ไม่น่ารับเลย แม่จ๋า ToT

                "ผมไม่ได้โทรเป็นสิบๆสายเพื่อให้คุณรับแล้วมาเงียบใส่ผมนะครับ" มีโหดๆ คิดว่ากลัวเหรอ เออ มาก

                
                 "เปล่าครับ รุ่นพี่มีอะไรรึเปล่าครับ แล้วเอาเบอร์ผมมาจากไหน"  อย่าให้รู้นะว่าได้มาจากไอ้หลินกับไอ้โซไม่งั้นพวกมันตายแน่ !! 


                  "ผมก็แค่โทรมาหาคนดูแลหัวใจผมนี่ครับ จำเป็นต้องมีอะไรด้วยเหรอ" ว้อท?! ไม่เกรงใจนี่ร้องเพลงจัสตินใส่แล้วนะ แบบ ว้อทดูยูมีน~ 

                  
                 "อะไรของรุ่นพี่เนี่ยครับ" นี่งงจริงแบบไม่ใช้ตัวแสดงแทน


                 "พูดความจริงเฉยๆครับ ทำงานกิจกรรมเยอะเรียนก็หนักเลยรู้สึกหัวใจอ่อนเพลีย พอหัวใจอ่อนเพลียก็ต้องหาคนดูแลจริงไหมครับ แล้วคุณก็รับหน้าที่นั้นไปแล้วด้วย..." ไปไม่เป็น หัวนี่โล่งเลยหาคำพูดไม่ได้ควรตอบไงอ่ะ ทำไมพี่มันมางี้ 


                "เงียบเลย...ฮ่ะๆ" เอาเฮ้ดว้ากจอมโหดกลับมาเถอะครับ เสียงหัวเราะอารมณ์ดีกับการพูดหยอกเล่นแบบนี้บิวตั้งรับไม่ถูกจริงๆ เดี๋ยวร้องไห้ใส่เลยนี่ 


                "ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังเขินหรือช็อคจนพูดไม่ออก ผมหวังว่าจะเป็นอย่างแรกนะ แล้วก็ตอนเข้ากิจกรรมผมอนุญาตให้คุณเรียกรุ่นพี่ แต่ตอนอื่นโดยเฉพาะตอนที่คุยกันแบบนี้ เรียกผมว่าพี่ได้ไหมครับ เพราะผมอยากได้ยินเสียงคุณเรียกชื่อผมมากกว่าคำว่ารุ่นพี่" ใครสอน... ใครสอนให้พี่มึงพูดแบบนี้ แล้วใจกูเนี่ยเต้นแรงทำไม 


                "มันไม่ใช่คำสั่ง และผมไม่ได้บังคับคุณ แต่ผมกำลังขอร้อง อ่าไม่เคยพูดเพราะๆเลยแฮะอาจฟังดูขัดๆหน่อยปกติผมหยาบคายพอสมควร ถึงจะฟังดูตลกแต่ผมจริงจังนะครับ" ทีแรกก็ใจเต้นแรงอยู่นะพอประโยคท้ายๆที่ติดๆขัดนี่ทำเอาความเอ๋อ ความช็อค ความมึนงงหายกลายเป็นรอยยิ้มขึ้นมาแทนเฉยเลย เข้าใจแหละดูจากหน้าตาและผองเพื่อนก็รู้ เรื่องธรรมดาจะตายสำหรับคำพูดหยาบๆ (หยาบในระดับกูมึงงี้อ่ะนะไม่ใช่หยาบแบบไร้ขีดจำกัด) กลุ่มผมยังพูดเลย อ่อ ยกเว้นกับพี่จอมนะ อันนั้นอ่ะ ความดีงามและบริสุทธิ์ผ่องใสของโลกใบนี้ ไม่อยากทำให้พี่เขาแปดเปื้อนแม้แต่น้อย แค่การมีไอ้หลินคอยติดตามนี่ก็เป็นสิ่งแปดเปื้อนพอล่ะ (หลินบิวล้อเล่นโอเคป่ะ-/\-) 


              "พี่นี่จริงๆเลย เอาเถอะถึงผมจะยังมึนๆงงๆอยู่แต่ ก็ได้ครับ แล้วก็นะถ้ามันลำบากเก็บไว้พูดในห้องเชียร์เถอะครับผมกับคุณเนี่ย กูกับมึงได้ ผมไม่ถือ" รู้สึกว่าอาการเกรงกลัวของผมจะเริ่มระเหิดหายไปกับอากาศช้าๆ


             "คือกู เอ่อ คือพี่ แม่ง ยังไงดีวะ คือเออช่างเถอะ แต่ขอบคุณนะ ขอโทษที่รบกวน เจอกันตอนเข้ากิจกรรมอย่าลืมป้ายล่ะ" คนเราจะพูดอะไรก็ไม่พูดแปลกดี 

             
             "ที่จริงผมก็แค่ตกใจเฉยๆ เพราะผมไม่เคยให้เบอร์พี่แล้วก็ยังกลัวๆพี่อยู่ แต่พี่ไม่ได้รบกวนผมหรอกนะ ...ตอนนี้ผมก็รู้สึกหายกลัวแล้วด้วย ผมค่อนข้างเด๋อด๋าๆอ่ะ ประมวลผลด้านความรู้สึกช้าไปนิด แต่ก็อย่างที่บอกมันไม่ได้รบกวนผมจริงๆนะ..."



           "ทำหน้าที่ได้ดีจริงๆนั่นแหละ เหมือนที่คิดไว้เลย ขอบคุณนะครับคุณผู้ดูแล รู้สึกหายเหนื่อยขึ้นมาทันตาเลย ...ผมต้องไปเคลียร์งานต่อแล้วฝันดีนะครับ" เปลี่ยนอารมณ์ไวกว่ากิ้งก่าก็เฮ้ดว้ากสาขาผมนี่แหละครับ ยอมใจ แต่เอาเถอะ


          "เดี๋ยวครับ...ฝันดีนะครับพี่โจ" พูดแค่นั้นผมก็รีบกดวางไม่ให้คนปลายสายได้ตอบโต้ใดๆ โอ้ย แล้วทำไมต้องรู้สึกเขินด้วยวะ มุดหมอนแม่งไม่รู้แล้วโว้ย!!!!
.
.
.
.
          "เหนื่อยชิบหาย" เสียงบ่นของไอ้โซดังขึ้นหลังจากที่วิ่งรอบสนามครบสิบรอบ ครับไม่ใช่แค่มันแต่ปีหนึ่งวิดวะโยธา ภาคอินเตอร์ทั้งภาคก็มีชะตาไม่ต่างกัน ส่วนผมที่ไม่บ่นอะไรเพราะแค่หายใจยังไม่ทันเลยครับตอนนี้ นับจากคืนที่เฮ้ดว้ากโทรมาคืนนั้น พี่เขาก็โทรมาทุกคืนจนตอนนี้จะสองเดือนไปแล้วครับ พวกเราสนิทกันมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในการเข้ากิจกรรมผมจะโดนปรานีนี่ หน้าที่ใครหน้าที่มัน ดีตรงที่ไอ้การยิ้มกับการจ้องมองของคนอื่นๆที่ชอบแซวชอบล้อเรื่องผู้ดูแลกับผม นั้นเริ่มไม่มีผล  ไม่ใช่ว่าพวกเขาทำมันน้อยลงนะครับ แต่อาจเพราะผมที่แกร่งขึ้น (เรียกง่ายๆว่าด้านชาขึ้นจะเข้าใจกว่าแต่เพื่อความดูดีใช้คำว่าแกร่งแล้วกันนะครับ) ตอนนี้ใครแซวมาผมเล่นกลับอย่างเดียวเลยครับ ยิ่งไอ้หลินกับไอ้โซ ยิ่งเล่นกลับง่ายผมมีทั้งพี่จอมและไอ้พี่มินอยู่ในกำมือ สบายบรื๋อ 


            "แม่ง นี่แค่ชิงเกียร์วันแรกนะ กูได้ข่าวว่าวันสามวันสุดท้ายนอกสถานที่บวกกิจกรรมเละแบบไม่มีลิมิต" สามวันสุดท้ายก็เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้อ่ะดิ ยังไม่ทันได้อ้าปากถามก็ถูกเรียกรวมแถว พอเข้าแถวรับเอกสารก็ถึงบางอ้อ มีกิจกกรมนอกสถานที่จริงด้วย คุณคิดว่าคือที่ไหน ทะเลสถานที่สุดฮิตที่พบเจอทั้งในชีวิตจริง นิยายและละคร ถ้าคุณคิดแบบนั้น คุณคิดผิดครับ สถานที่ที่ปรากฏในเอกสารมันคือ 'เขาชนไก่' อยากจะอุทานว่าวรนุชก็กลัวจะหยาบคายเกินไป นี่อุตส่าห์ไม่เลือกกิจกรรมรด. ตอนมัธยม เพราะอยากหนีเขาชนไก่อันเลื่องลือ แล้วทำไมผมถึงหนีไม่พ้น แหงนหน้ามองไอ้พี่เฮ้ดว้าก ก็พบว่าพี่มันจ้องผมอยู่เหมือนกันมียักคิ้วกวนอีก พี่มึงไม่บอกกูก่อนให้เตรียมใจเลย คืนนี้จะไม่รับสายคอยดู!!! 

.
.
.
.
             ไม่รับสายครับ ไม่ได้รับสาย แค่ถูกพาตัวมาสิงสถิตที่คอนโดนมันแทน ไอ้พี่หน้าโหด ไอ้หล่อ ไอ้รวย เออ แม่ง ไม่ด่าแล้ว ถามว่ามาได้ไงคงต้องตอบว่า คุณพ่อสุดหล่อนั้นไปดูงานที่ออสเตรเลีย ส่วนคุณแม่มีสัมนาที่ต่างจังหวัด ไอ้พี่มินก็มีค่าย ทั้งบ้านจึงไม่เหลือใครผมที่ต้องตื่นเช้าแล้วไปขึ้นรถทัวร์ที่มหาลัยจึงคิดหนัก กะว่าจะไปเกาะติดพวกไอ้หลิน แต่คุณชายมินพี่ชายที่แสนดีก็หยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้ด้วยการฝากและฝังผมให้เพื่อนต่างคณะดูแล ครับเพื่อนมันก็ไอ้พี่โจเนี่ยแหละ เรื่องเบอร์ผมที่เคยถามว่าได้มาจากไหน ตอนนี้ไม่ต้องถามผมก็ได้คำตอบแล้ว และจัดการไอ้พี่มินจนอ่วมไปแล้วเช่นกัน เหวี่ยงกระเป๋าเป้ลงบนโซฟา ทิ้งตัวลงนั่งยังกับเป็นห้องตัวเอง เกรงใจทำไมสนิทกันแล้ว ถามเจ้าของห้องได้



                "ทำหน้าบึ้งตั้งแต่เย็นแล้ว มึงเป็นอะไร" เห็นมะ บอกแล้วว่าสนิทแล้ว ดูสรรพนามแทนที่น่ารักนี่สิ


                "พี่แม่งทำไมไม่บอกกันบ้างวะว่าต้องไปเขาชนไก่ ไหนเห็นเขาโม้กันมาทุกปีไงว่าวิดวะอินเตอร์ไปแต่ที่หรูๆ ปีที่แล้วนี่เกาะพีๆ อะไรคือปีนี้เขาชนไก่ ใครเสนอ พวกพี่แม่ง!!! แล้วก็นะ สนุกมากใช่มะรู้จักกับไอ้พี่มินก็ไม่ยอมบอกผม นี่รวมหัวกันแกล้งผมมาตลอดเลยใช่ป่ะ" หงุดหงิด ขอพ่นไฟหน่อยเถอะ ฮรึ่ม!!!



               "พวกกูแค่อยากลองเปลี่ยนดูบ้าง ที่ไม่บอกเพราะรู้ไงเด๋อๆอย่างมึงใครหลอกถามอะไรก็ตอบเขาหมด ไม่ใช่ว่ากูกลัวข่าวรั่วไหลหรอกนะ ที่กูกลัวคือกลัวมึงถูกนินทาว่าเป็นเด็กเส้นพี่ว้ากต่างหาก" อะไรคือการนั่งมองด้วยสายตาเป็นห่วง ละมุนละไมแบบนี้
 

               "กูกับไอ้มินไม่ได้รวมหัวกันแกล้งมึง ก็มึงไม่เคยถามว่ากูรู้จักกับมันไหม จำไว้นะเรื่องความรู้สึกของมึงอ่ะกูไม่เคยรู้สึกว่ามันสนุกเลย" ไม่รู้เพราะสายตาหรือคำพูดของพี่มันผมถึงได้นั่งอึ้งอยู่เฉยๆ มองตามันอยู่อย่างนั้น เหมือนเกิดแรงดึงดูดบางอย่างทำให้ใบหน้าของผมกับพี่มันค่อยเคลื่อนเข้าหากันจนปากจะประกบกันอยู่มะรอมมะร่อถ้าไม่ใช่เพราะเสียงเรียกเข้าของพี่มันดังลั่นขึ้นมาสะก่อน ...ผมกับพี่มันคงจูบกันไปแล้ว


              ผมนั่งทำตัวไม่ถูกตั้งแต่พี่มันผละออกไปรับโทรศัพท์สักพักก็ออกมาพร้อมกระเป๋าเป้ พี่มันมองหน้าผมเล็กน้อยก่อนจะพูดกับผม


              "คือ กูต้องเข้ามอ คงอยู่ยาวยันขึ้นรถ เดี๋ยวเพื่อนกูจะมารับมึงตอนตีสาม สองทุ่มแล้วไปอาบน้ำนอนได้แล้วจะได้ไม่เพลียมากผ้าเช็ดตัวกับชุดนอนกูวางไว้ให้บนที่นอน นอนบนเตียงได้เลย แล้วก็เมื่อกี้กูขอโทษนะ.." เขาออกไปแล้วพร้อมกับทิ้งคำขอโทษไว้ สายตาล่อกแล่กกับท่าทางเร่งรีบ สิ่งที่พี่เขาทำคืออะไร ความไม่เข้าใจเริ่มมาเยือนผมอีกครั้ง พาตัวเองเข้ามายังห้องนอนของอีกคน ทั้งห้องของเฮ้ดว้ากเป็นโทนขาวดำเทา ดูเรียบและหรู สบายตาดี เพราะผมก็ชอบโทนสีแบบนี้ สมกับเป็นเฮ้ดว้ากเลย จัดการอาบน้ำเสร็จก็ล้มลงนอนบนเตียงนุ่ม เหลือไฟบนหัวเตียงไว้ กวาดสายตามองไปรอบๆ กำลังจะปิดไฟที่เหลืออยู่ก็พบกับกรอบรูปสีดำขนาดพอดีที่ตั้งอยู่ ในรูปมีกลุ่มพี่ว้ากที่คุ้นหน้าและรุ่นพี่คนอื่นในสาขาที่กำลังยิ้มเบิกบาน เหมือนเป็นรูปพวกพี่เขาตอนปีหนึ่ง ที่เด่นสุดในภาพคงเป็นผู้ชายกับผู้หญิงตรงกลางที่กำลังเกี่ยวก้อยกันพร้อมสิ่งที่ห้อยอยู่ที่ข้อมือที่อยู่ข้างกัน....เกียร์รุ่น สีทองแดงที่ผมเคยเห็นมันห้อยอยู่ที่คอของเฮ้ดว้ากและเอ่ยชมว่าสวย... มันคงจะไม่ทำให้ผมรู้สึกอะไร ถ้าผู้ชายที่ว่าไม่ใช่เฮ้ดว้ากหน้าโหดที่ผมคุยด้วยทุกคืน เฮ้ดว้ากที่สายตาจริงจังดุดัน ไม่ค่อยมีรอยยิ้มกว้างๆ กำลังยิ้มอย่างสดใสและมองผู้หญิงที่เกี่ยวก้อยกันอย่างมีความหมาย...ผู้หญิงในรูปเป็นคนที่ผมไม่เคยเห็นอาจเพราะอยู่ฝ่ายงานอื่นแต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือพวกเขาเหมาะสมกัน 

  
            นี่รึเปล่าเหตุผลของสายตาล่อกแล่กและคำกล่าวขอโทษอย่างรู้สึกผิดที่เกือบจะจูบกับผม นี่รึเปล่า....สาเหตุที่ทำให้พี่หันหลังให้ผมในวันนี้ เพราะเธอคนนี้ใช่รึเปล่า

            ตลอดเวลาที่คุยกันมา แม้มันจะไม่มีอะไรที่พิเศษมากแต่ผมก็รู้สึกดี และรอคอยที่จะรับโทรศัพท์จากพี่เขาทุกคืน ทุกครั้งที่เข้ากิจกรรมแม้จะเหนื่อยแต่ก็ยังสุขใจที่พอมองไปหาพี่เขาก็ยังพบสายตาของพี่เขาคอยมองผมอยู่เสมอ ผมไม่เคยค้นหาว่าความรู้สึกที่มีว่ามันคืออะไร จนตอนนี้วินาทีนี้ผมถึงได้เข้าใจ.... ความเจ็บปวดที่อกข้างซ้ายและน้ำตาที่เกิดขึ้น...มันก็เพราะผมรักพี่เขา ...ผมรักเฮ้ดว้ากเข้าให้แล้ว....
.
.
.
.


          สภาพการมายังจุดนัดพบของผมดูไม่ดีเท่าไหร่นัก ผมเลือกที่จะส่งข้อความบอกพี่โจว่าไอ้หลินจะมารับแทนการรบกวนเพื่อนพี่เขา สุดท้ายผมก็เลือกบริการแท็กซี่ที่วิ่งกะดึกแทน ผมยังไม่อยากตอบคำถามหรือคุยกับใครสักเท่าไหร่เหมือนผมมาถึงเป็นคนแรก แต่ก็ดีที่มีแค่พี่สันคอยเช็คชื่อ พอเช็คชื่อเสร็จผมก็ขึ้นรถเลือกจองที่นั่งหลังสุดที่มีเบาะยาว เพื่อให้ผองเพื่อนนั่งด้วยกันได้หมด ปักหลักนั่งที่ริมหน้าต่างเอนหัวพิงแล้วหลับตาลง คือตอนนี้ผมมีแมสก์ปิดปากและแว่นดำล่ะครับไม่ใช่ความเซเลปหรืออะไรทั้งสิ้น แต่ตาบวมปากซีดมากเท่านั้นเอง หลับตาไปได้สักพักก็รู้สึกถึงแรงพยุงที่หัว เหมือนตัวผมเอนลงแต่เพราะความเหนื่อยความเพลียทั้งกายและใจผมถึงได้ปล่อยตัวตามแรงนั้น อ่าตักใครวะนุ่มจัง ช่างแม่งนอนล่ะนะครับ


           "บิว ไอ้บิว ตื่นมึง ถึงแล้ว ไอ้เชี่ยอาร์มมึงด้วย ตื่น แม่งจะพากันนอนไปถึงไหน" เสียงแปดหลอดของไอ้โซดังขึ้นพร้อมแรงเขย่าตัวทำให้ผมรู้สึกตัวตื่นลืมตาขึ้นมองแต่เอ๊ะใครปิดไฟ กำลังจะถามออกไปก็นึกได้ว่าอ้าวกูใส่แว่นดำนี่หว่า ...ลุกนั่งตัวตรง มองไปรอบๆ เจอไอ้โซกำลังยืนสะพายเป้เคี้ยวขนมอยู่เต็มปาก แหม่ ยังสามารถส่งเสียงปลุกเพื่อนได้ มองไปทางขวาของมันก็เจอไอ้หลินยืนหน้าอึนอยู่ เอ่ ถ้าไอ้หลินไอ้โซอยู่นั่นแล้วใครให้ผมนอนตักวะ หันขวับมองคนข้างตัว เจอไอ้อาร์มที่กำลังปิดปากหาวอยู่ อย่างดูดี ลืมแนะนำ กลุ่มผมเพิ่มจากสามเป็นหกคนแล้วล่ะครับที่จริงก็สนิทกันทั้งสาขานะมีอยู่สี่สิบแปดคนเอง ก็อย่างว่าวิดวะไม่พอ ภาคอินเตอร์อีก ใครหลุดมาได้ก็ถือว่าเจ๋งพอตัวล่ะครับ ประชากรในสาขานั้นมีผู้ชายสามสิบเอ็ดคนและผู้หญิงอีกสิบเจ็ดถามว่าน่ารักไหมตอบเลยว่าน่ารักมากแต่ความบึกบึนถึกถึนและแรงพลังนั้นยิ่งกว่าช้างสาร ทำให้พวกผมเต๊าะไม่ลงจริงๆ อยู่กันเหมือนชายล้วน อ่อไม่ต้องกลัวสาวๆสาขาผมจะขึ้นคานนะครับพวกเธอไม่พิศวาสผู้ชายและไม่โสดแล้วสักคนแม้แต่คนที่ถูกเลือกให้เข้าประกวดดาว ผมคงไม่ต้องอธิบายเพิ่มนะครับในส่วนนี้ หวังว่าผู้อ่านคงจะเข้าใจ... มาต่อดีกว่า ที่เพิ่มมาสามคนคือไอ้แซม ไอ้แดน และคนสุดท้ายพ่อเดือนสาขาอย่างไอ้อาร์มนี่แหละครับ ที่จริงพวกผมถูกเลือกเข้าไปคัดหมดนะ แต่ไม่มีใครอยากไปเลยผลักดันคนที่มีความรับผิดชอบและพูดจาดีท่าทีงามมีเหตุผลและหลักการมากกว่าใครในกลุ่มไป ใครจะรู้ว่าแม่งนอกจากจะหล่อแล้ว เสือกมีความสามารถเต็มไปหมดอีก นี่ลุ้นให้มันชนะเดือนมหาลัยซึ่งจะจัดประกวดหลังที่พวกผมกลับจากเขาชนไก่ถัดไปอีกอาทิตย์หนึ่ง มีเพื่อนเป็นเดือนเก๋จะตาย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น!!!


             
          "ขอโทษนะมึงเมื่อยเปล่าวะกูก็นอนเพลินเลยนึกว่าไม่ไอ้หลินก็ไอ้โซ" บอกมันแล้วกระพริบตาปริบๆขอความเห็นใจโดยลืมไปว่าแม่งต่อให้ตาดีก็มองไม่เห็นผมใส่แว่นดำอยู่ไง 


          "ไม่หรอก สบายมาก" มีรอยยิ้มแอทแทคโถพ่อคนดีศรีสังคม บิวปลื้มใจ~~ 



          "จีบกันเสร็จแล้วก็ตามมานะ ก่อนครูฝึกมา พี่เขาบอกอีกสิบนาทีรอรถอีกคันมาถึง กูไปก่อนล่ะต้องไปดูกระเป๋า เดี๋ยวคัดออกไว้ให้" ไอ้แซมถอนหายใจเบื่อหน่ายใส่พวกผม แล้วเดินจับมือไอ้แดนเดินลงไปจากรถ จีบอะไรวะ ใครจะรำไทย


           "กูว่ากูเด๋อแล้วนะ แม่งเด๋อกว่ากูอีก รีบๆเข้า อ่อ ก่อนลงไปรบกวนจัดการความเป็นเซเลปของมึงด้วยทั้งแว่นทั้งแมสก์ไม่งั้นโดนซ่อมแน่" นี่ไอ้โซมันด่าใครวะ มีส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจอีก


          "ระวังเฮ้ดว้ากกินหัวนะมึง ส่วนมึงอ่ะอย่าชักช้าถ้าอยากได้อย่ากลัวที่จะแข่ง เพราะกูเห็นพี่มันยิ้มให้พี่พยาบาลคนสวยแล้วกูก็เริ่มหมั่นไส้เหมือนกัน" ประโยคแรกไอ้หลินมันพูดกับผม ประโยคที่สองมันหันไปพูดกับไอ้อาร์ม คือนี่มาค่ายเปล่าวะใครจะแข่งอะไร โอ้ย พูดอะไรกันไม่เห็นเข้าใจสักคน


         "ไปกันเถอะ โดนซ่อมคงไม่ดีแน่" คนข้างตัวผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะส่งมือมาให้ผม คือก็ไม่อยากปฏิเสธน้ำใจเพื่อนนะแต่กลัวว่าถ้าลงไปพร้อมเพื่อน ถอดแว่นถอดแมสก์ออกให้เพื่อนเห็นโดยที่ผมยังไม่ได้เช็คสภาพหน้านี่ คงโดนซักฟอกจนขาวอ่ะ เพราะงั้น...


        "กูขอเวลาแป๊ป มึงลงไปก่อนเลย" ขอโทษนะเพื่อนนะ แต่นี่เพราะกลัวมึงตกใจ หวังดีนะเนี่ย เหมือนมันจะเข้าใจแต่ก็ไม่ เพราะไม่กี่วินาทีหลังจากที่ผมพูดจบ มือขาวๆของมันก็ค่อยๆถอดแว่นตากับแมสก์ผมออก คือห้ามไม่ทันเอ๋ออยู่


        "ดูดีแล้ว ตาน่ะยุบแล้ว กูจัดการประคบให้ตอนมึงหลับ มึงนี่ขี้เซาชะมัดไม่รู้ตัวเลย ไอ้ขี้แย ปากกูก็ทาลิปมันให้แล้ว ไม่ต้องห่วง ไปกัน" มีโล่เพื่อนดีเด่นมะ อยากมอบให้แด่อาร์มเพื่อนรักเสียจริง ว่าแต่


         "มึงจะไม่ถามอะไรใช่ไหม แล้วนอกจากมึงมีใครเห็นอีกรึเปล่า" ผมยังไม่พร้อมจะบอกใครจริงๆนะ ถึงจะรู้ว่าไม่ดีที่ปล่อยให้เพื่อนห่วงก็เถอะ


          "ถ้ามึงสบายใจที่จะพูดมึงก็จะพูดเอง กูไม่ถามหรอก ไม่มีใครรู้นอกจากกู เลิกคิดมากแล้วไปกัน" คราวนี้มันเลือกที่จะจับมือผมแทนการยื่นมือให้แล้วพาผมลงจากรถ ผมได้แต่เดินตามมันเหมือนเด็กตามผู้ปกครองนั่นแหละ แว่นกับแมสก์มันก็เก็บไว้ให้ โอ่ย ซึ้งใจ อ่า แต่รู้สึกว่าความซึ้งใจจะมีได้ไม่นาน อื้อหือ เมื่อคืนแค่รูปถ่าย เช้านี่มาตัวเป็นๆพี่คนน่ารักกับเฮ้ดว้ากกำลังคุยกัน ถึงเฮ้ดว้ากจะคีพลุคหน้านิ่งแต่สายตานี่นะ เออ แม่งแล้วมึงจะปวดใจทำไมเนี่ย ความรู้สึกแย่ๆ ผลักดันให้ผมก้มหน้าหนีภาพนั้นและเผลอบีบมือของไอ้อาร์มแน่นขึ้น คนข้างๆตัวผมขยับมายืนข้างหน้าผมเหมือนรู้ว่าผมกำลังหลบอะไรทั้งๆที่มือก็ยังยอมให้ผมบีบอยู่อย่างนั้น


           "มองแล้วเจ็บก็อย่ามอง กูอยู่ข้างหน้ามึงก็มองหน้ากูนี่ ส่วนมือน่ะถ้าบีบแล้วคลายความรู้สึกที่หัวใจได้ ก็บีบมันตามความเจ็บที่มึงรู้สึก กูจะรับมันไปพร้อมๆกับมึงเอง" ดีที่พวกไอ้โซมัวแต่วุ่นกับกระเป๋าคนอื่นๆก็ไม่ต่างกันเลยไม่ค่อยมีใครสนใจพวกผม ผมยิ้มให้คนตรงหน้าบางๆ อย่างขอบคุณ อย่างน้อยในเรื่องแย่ๆผมก็มีเพื่อนที่ดีอยู่ล่ะนะ...


          เดือนสาขาปีหนึ่งกับเด็กหนุ่มผู้ได้ฉายาคนดูแลหัวใจของเฮ้ดว้ากกำลังยืนจับมือกัน มองตากันพร้อมรอยยิ้มบางๆที่แต่งแต้มอยู่บนริมฝีปาก มันไม่ได้ทำให้คนแอบมองยิ้มตามได้เลยสักนิด...สายตาสองคู่ที่มองไปยังจุดๆเดียวกันฉายแววร้าวรานไม่ต่างกัน


.
.
.
           นี่มันไม่ใช่รับน้องแล้วนี่นรกชัดๆ ฮรือ ริบทุกอย่างโทรศัพท์หูฟัง ไอแพด ไอพอด เทคโนโลยีล้านแปด อยากจะคราย เจอหน้าครูฝึกโดนสั่งหมอบสั่งคลานสั่งวิ่งเข้าค่ายฝึก ทรหดดีแท้ ชุดที่ใส่มาเป็นชุดพละเสื้อสีดำที่ตอนนี้มีแต่สีดินโคลน หน้าถูกพรางด้วยเครื่องแต่งหน้า เหมือนมาฝึกรบ โอ่ย สามวันนี้ จะรอดไหม แน่นอนว่ากิจกรรมแรกคือการกางเต้นท์ จัดของในเวลาสองชั่วโมงที่ให้นานคือต้องหาอุปกรณ์เองขนของเอง ส่วนผู้หญิงนั้นมีเต้นท์กางให้เรียบร้อย รู้สึกอยากเกิดมาเป็นผู้หญิงก็วันนี้แหละครับ วิธีจับคู่นอนนั้นเบสิกมากๆ มากจนอยากจะร้องไม่ได้ถูกจับกลุ่มให้นอนกับเพื่อนแต่ให้นับเลขแถวเพื่อแบ่งเป็นกลุ่ม ซึ่งรวมพี่ปีสามด้วยก็ได้มาเก้ากลุ่มกลุ่มละสิบคน มีบ้างที่เกินไปคนสองคน ผมได้อยู่กลุ่มเดียวกับเพื่อนปีหนึ่งซึ่งไม่ใช่แก๊งค์ของผม คนอื่นๆก็เหมือนกันแยกกันไป ก็ยืนเรียงแถวซ้อนกันนี่ พอถูกนับเลขจับแยกได้อยู่ด้วยกันก็แปลก กลุ่มผมประกอบด้วยปีหนึ่งหกคนปีสามห้าคน ปีหนึ่งมีผู้หญิงสองคน และผู้ชายสี่ส่วนปีสามผู้ชายสี่ผู้หญิงหนึ่ง ผู้หญิงสามคนนอนด้วยกัน แหนะ แต่ไม่ใช่ว่าเต้นท์จะใกล้กันนะครับ คือแบ่งเป็นโซนกลุ่มจริงแต่แยกหญิงแยกชาย ผู้หญิงเต้นท์จะอยู่ใกล้อาคารอำนวยการส่วนผู้ชายนั้นเรียกว่านอนกลางป่าก็ยังได้ 


            "จับคู่สองสอง แล้วเริ่มกางเต้นท์" พี่ปีสามที่ผมจำได้ดีว่าอยู่กลุ่มพี่ว้าก จำได้ว่าชื่อแดเนียลเป็นลูกครึ่ง เอ่ยบอกหลังจากที่รวมตัวกันครบกลุ่ม จะว่าครบก็ไม่ใช่เพราะผมรู้แค่พี่ปีสามมีสี่คนแต่ที่เห็นคือสาม ประกอบด้วยพี่ว้ากที่ผมแนะนำไปก่อนหน้านี้ กับพี่สันอีกหนึ่งคนและพี่หน่วยพยาบาลอีกหนึ่งคน การจับคู่นอนไม่ได้ให้จับกันเอง เพราะกฎการสร้างความสัมพันธ์พี่ต้องดูแลน้อง วิธีที่ใช้จึงเป็นการจับไม้สั้นไม้ยาว และผมคนเดียวที่เหลืออยู่ ก็พี่อีกคนยังไม่โผล่มานี่ ผมได้คู่กับพี่คนนั้นแหละ

           
            "น้องอ่ะไม่ต้องกางหรอกเดี๋ยวบัดดี้น้องมา มันจะจัดการเอง" พี่แดเนียลที่กำลังลงมือกางเต้นท์ เงยหน้าขึ้นมาตะโกนบอกผม แต่เดี๋ยวนะแค่กางเต้นท์ผมก็ทำได้เปล่าวะที่ยืนเอ๋อคือ อยากรู้ชะตาว่าจะได้อยู่กับรุ่นพี่แบบไหนต่างหาก 



            "ไม่เป็นไรครับพี่ผมทำรอพี่เขาดีกว่า ช่วยๆกัน" ผมบอกพี่แดเนียลก่อนจะลงมือจัดการตอกหลัก เหมือนพี่แกอยากจะแย้งแต่ผมทำเป็นไม่ได้ยินเองแหละ ตอกหลักเสาแรกยังไม่ทันเสร็จค้อนก็ถูกแย่งไปจากมือ เงยหน้ามองคนแย่งกำลังจะอ้าปากถามว่าแย่งไปทำไม ปากอ้าค้างเลยครับ โอ้โห นี่มันละครไทย พล็อตฟิค นิยายรวมกันแน่ๆ 


            "กูบอกมึงแล้วไงไอ้เนียลว่ากูจะกลับมากางเอง" คนมาใหม่ดูจะหงุดหงิดไม่ใช่น้อย คิ้วขมวดหน้าที่ดุอยู่แล้วยิ่งดุเข้าไปใหญ่ ดุขนาดไหนคิดเอาแล้วกันว่าขนาดเพื่อนพี่ว้ากอย่างพี่แดเนียลยังเหงื่อแตกอ่ะ 

            

            "แม่งอย่ามองเหมือนอยากฆ่ากู ก็น้องบิวอ่ะ เขาอยากลองทำกูห้ามแล้วนะเว้ย" อะไรคือการบอกเสร็จแล้วพี่แกกลับไปตั้งใจกางเต้นท์เหมือนกำลังแข่งกีฬาทีมชาติวะ ส่วนคนอื่นก็ไม่ต่างกันอ่ะ กรรมตกอยู่ที่ใคร บิวไง

           
            "ถ้าอยากช่วย ไปกรอกน้ำมาไป เผื่อคนอื่นด้วย" คิดว่าจะโดนกินหัวซะแล้ว พอรับคำสั่งเสร็จผมก็หอบขวดน้ำเดินลิ่วไปที่ถังน้ำดื่มทันทีเลยล่ะครับ กรอกไปก็คิดไป จะอยู่ยังไง จะมองหน้าเฮ้ดว้ากยังไง ถ้าความรู้สึกของผมยังคงเป็นแบบนี้ ยืนยันว่าค่ายนรกของจริง 



            "น้ำล้นแล้ว เหม่ออะไรอยู่" สะดุ้งขวดน้ำแทบหลุด สตงสติ หันไปหาคนทักทาย ก็พับความหงุดหงิดเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแทน 

           
            "กูตกใจหมด ห่ามึง มากรอกน้ำเหรอ" 



            "เปล่ากางเต้นท์เสร็จพอดีเห็นมึงหอบขวดน้ำมาเยอะเลยมาดูว่าจะหิ้วกลับไปยังไง" โหย โคตรฟอร์มอ่ะ พ่อคนดีศรีสังคม


            "ตั้งใจมาช่วยก็บอก" แอบขำนิดหน่อยคนถูกทักก็มีรอยยิ้มไม่ต่างกับผม อ่า ขอยกไอ้คุณอาร์มเป็นเพื่อนผู้ประเสริฐ ณ เวลานี้


            กรอกน้ำเสร็จผมแทบไม่ต้องถืออะไรเลยเหอะ หอบมาแปดกระปุกได้ถืออยู่สองอีกหกพ่อเดือนสาขารับไปถือเองหมด จะแบ่งมาก็ไม่ยอม เอาแต่พูดกวนผมอยู่นั่นแหละ เดินถือกระปุกน้ำ กัดกันมาตลอดทาง จนถึงเต้นท์ของกลุ่มผม ไอ้อาร์มก็วางกระปุกน้ำลง ยิ้มให้คนอื่นพอเป็นพิธี แต่ยิ้มที่ให้กับเฮ้ดว้ากดูเยาะเย้ยแปลกๆ สายตาเฮ้ดว้ากนี่ก็นะ ทำไมน่ากลัว สองคนนี้ไปมีเรื่องกันตอนไหนวะ 


            "ไปแล้วนะมึงจะถึงเวลาเรียกรวมแล้ว ตอนทำกิจกรรมลืมตากว้างๆล่ะเดี๋ยวมองไม่เห็นทาง" มีความยีผมและหัวเราะแบบสะใจ โหย ได้ ได๊


           "มึงตาโตตายล่ะ ไอ้อัลปาก้าหลงที่อยู่" ชกแขนมันไปแรงๆหนึ่งทีซึ่งดูไม่ส่งผลต่อมันเท่าไหร่ เพราะแม่งดีดเหม่งผมคืนแล้ววิ่งหนีไปเลย โหย อย่าให้มีโอกาสนะ จะตบหัวให้ทิ่มเลย แต่ตอนนี้รู้สึกเสียวสันหลังเหมือนโดนอาฆาต ช่างมันๆ ผมคงคิดมากไปเอง นั่งจัดกระเป๋า เตรียมของเสร็จคนอื่นๆก็กางเต้นท์จนสมบูรณ์พอดี เลยมานั่งพักรวมกัน หลังจากนั้นก็โดนเรียกรวม ทานอาหารกลางวัน จนบ่ายโมงค่ายของจริงก็เริ่มขึ้น เริ่มจากการทำความรู้จักครูฝึกประจำกลุ่ม และเรียนรู้การทำกิจกรรมในแต่ละฐาน กลุ่มผมคือกลุ่มห้าได้ทำกิจกรรมร่วมกับหลุ่มหก เหมือนฟ้าประทานอย่างน้อยกลุ่มหกก็มีไอ้หลิน แน่นอนว่าผมเลือกเดินตีคู่กับมันสิครับ ฐานแรกปีนผาจำลอง โอ้มายก็อด สูงมาก อย่าคิดว่าผมกลัว ที่อุทานเนี่ยสงสารไอ้หลิน คนห่าอะไรคีพลุคเท่ห์แต่กลัวความสูง หันไปเจอหน้าซีดเซียว ไร้เลือดแต่เก๊กขรึมอยู่ โอ่ยอยากจะหัวเราะ ถึงคิวผมกับไอ้หลินปีนแล้วครับ ว่าไปก็สงสารนะ เอื้อมมือไปจับมือมันไว้บีบเบาๆให้มันคลายความกลัวลง 


           "ไหวมั้ยวัยรุ่น" เอ่ยถามขณะที่ครูฝึกกำลังเช็คอุปกรณ์ ไอ้หลินแค่หันมองผมแล้วยิ้มให้บางๆ หน้ามึงซีดมากอ่ะหลิน  ตอนปีนไม่เท่าไหร่ แต่ตอนที่ต้องโรยตัวลงนี่เห็นขามันสั่นได้ชัดมาก ผมเลยจับมือมันไว้ แล้วค่อยๆโรยตัวลงพร้อมกับมัน ลงถึงพื้นก็ถอดเชือกที่รั้งตัวไว้ออก ลากตัวเพื่อนไปนั่งพัก มีความอยากได้โทรศัพท์อยากเก็บภาพไปฝากพี่จอมมากมาย

            ด่านแต่ละด่านเพิ่มความยากขึ้นตามลำดับต้องใช้ทั้งความสามัคคี และความอดทน ดีที่มีเวลาครึ่งวันเลยยังไม่ได้ลุยฐานในป่า ตกเย็นเสียงนกหวีดก็ดังลั่นหมายถึงการฝ่าวิกฤตวิ่งผ่านน้ำเพราะมีเวลาจำกัด อาบเสร็จก็ต้องมาเข้ากิจกรรมรอบกองไฟ อะไรคือการเล่าเรื่องผี แล้วทำหน้าตาจริงจังของครูฝึกจอมโหด แม่ครับพาผมกลับบ้านที ความสูงไม่กลัว การเล่นฐานไม่กลัว แต่เรื่องไสยศาสตร์นี่เอาไปห่างๆเลยเถอะครับ ถึงเวลาเข้านอนก็ปล่อยเป็นกลุ่ม และแน่นอนว่าเฮ้ดว้ากต้องสรุปกิจกรรมกับครูฝึกแล้วก็อาจารย์ท่านอื่นก่อน ผมถึงครองเต้นท์อยู่คนเดียว คืนนี้เวรกลุ่มหนึ่งกลุ่มสองกลุ่มสามและกลุ่มสี่เวียนกันเฝ้าเวร กลุ่มอื่นเลยได้นอนพัก แต่พรุ่งนี้คงถึงเวรกลุ่มผม 



            "เฮ้อ~~" มัวแต่คิดอะไรเพลินๆถึงไม่รู้ตัวว่ามีคนเข้ามาในเต้นท์อีกคนแล้ว จนถูกเสียงทักขึ้นถึงรู้ตัว



            "เป็นอะไร หนักใจที่ได้นอนกับกูเหรอ ถ้าเป็นไอ้เดือนหรือไอ้เด็กจีนคงจะดีสินะ" จากที่กลัวจะรู้สึกอึดอัด ตอนนี้เดือดแทนแล้วครับ อะไรวะเข้ามาก็พูดจาถากถางไม่พอมาทำเสียงหงุดหงิดใส่อีก ผมเงียบและหลับตาหนีตัดบทสนทนาในทุกรูปแบบ เพราะไม่รู้ว่าจะใจเย็นได้รึเปล่า



            "หึ เถียงไม่ออกสินะ ถึงว่าตอนที่เกือบจะจูบกับกู ถึงยอมง่ายๆ โดนจูบมากี่ครั้งแล้วล่ะ" กะว่าจะหลับหนีตอนนี้ไม่ทนแล้วโว้ย ผมลุกขึ้นนั่งประจันหน้ากับไอ้พี่เฮ้ดว้ากที่กำลังทำหน้าเหมือนยักษ์วัดแจ้ง อย่างไม่เกรงกลัว ปี๊ดเป็นคนเดียวเหรอ 



            "เออ แล้วจะทำไมวะ ผมจะจูบกับใครมันก็เรื่องของผมดิ ตัวของผม ปากของผม พี่มีสิทธิอะไรมาว่าผมวะ" มือของผมกำลังกำกันแน่น ถึงคำพูดที่พูดใส่กันจะดูรุนแรงแต่ระดับเสียงไม่ได้ดังมาก เพราะเต้นท์ไม่ได้ห่างกับเต้นท์อื่นขนาดที่ทะเลาะกันคนอื่นจะไม่ได้ยิน และมันคงไม่ดีถ้าครูฝึกมาตรวจแล้วได้ยิน การโดนซ่อมตอนกลางคืนคงไม่สนุกเท่าไหร่นักหรอก


           "มึงถามหาสิทธิใช่ไหม ได้ กูจะหาให้" สิ้นคำพี่มันก็กระชากตัวผมเข้าไปหาแล้วบดจูบลงมาอย่างไร้ความอ่อนหวานใดๆ ผมทั้งดิ้นทั้งทุบอกแต่ก็ดูไร้ผล แม่ง ทำไมมันทำแบบนี้วะ ถึงผมจะรักพี่มันแต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะมีความสุขที่โดนจูบนะ ผมเม้มปากแน่นแต่คนกระทำดูจะไม่ยอมแพ้ ใช้เขี้ยวกัดฝังลงมาจนผมยอมเปิดปากออกเพราะความเจ็บ  ผมไม่รู้อะไรแล้วเจ็บไปหมดทั้งแขนที่ถูกกระชาก ปากที่ถูกบุกรุก และหัวใจของผม



             "บิว" พี่มันถอนปากออกเมื่อตัวผมเริ่มสั่นและน้ำตาเริ่มรินไหล ผมไม่อยากแม้แต่มองหน้ามันในตอนนี้ เลยก้มหน้าร้องไห้อยู่แบบนั้น แรงบีบที่แขนค่อยคลายลง กลายเป็นอ้อมแขนที่โอบรัดรอบตัวผมแทน ความอบอุ่น มันไม่ได้ทดแทนความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในหัวใจผมได้เลย ได้แต่ร้องไห้ จนไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนผมถึงหลับไป...
.
.
.
.
.
Joe part....



             เฮ้ดว้ากตำแหน่งที่ใครก็มองว่าเท่ห์น่าเกรงขาม แต่ผมไม่คิดว่างั้นนะ เพราะมันมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่หนักหนา และสายตาโกรธเคืองของรุ่นน้อง พี่ว้ากโดนซ่อมมากเท่าไหร่เฮ้ดว้ากต้องโดนมากกว่านั้นเป็นสามเท่า เกิดเหตุไม่ดีกับน้อง เฮ้ดว้ากโดนหนักที่สุด ผมไม่เคยดีใจที่ได้รับเลือกจนวันนัดรวมครั้งแรกที่สายตาของผมหยุดที่รุ่นน้องปีหนึ่งคนหนึ่ง มันเรียกว่าความรู้สึกตกหลุมรักได้รึเปล่า แต่เหมือนสายตาและหัวใจของผมหยุดอยู่ที่น้องคนนั้น แค่คนเดียว.... 



                "แค่ป้ายของตัวเองยังรับผิดชอบไม่ได้ แล้วจะไปทำอะไรได้ครับ" ผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่ขยับปากยิ้มเลยทำหน้าโหดใส่ให้แทน ยอมรับครับว่าคนอื่นก็ลืมป้ายแต่ผมจงใจเรียกน้องออกมาแค่คนเดียว


                  "แค่ลืมป้าย ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะทำอะไรไม่สำเร็จหรือไม่มีความรับผิดชอบนะครับ เกิดมาพี่ไม่เคยลืมบ้างรึไง" อ่า จากที่ถูกใจธรรมดา มันเริ่มมากขึ้นแล้วสิ


                 "โอเคครับ เหตุผลของคุณผมจะรับฟัง" ผมค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมาแล้วบอกประโยคที่ทำให้ทั้งลานกิจกรรมส่งเสียงโห่แซวขึ้นมาอย่างเพร้อมเพรียง

                 "คุณบอกว่า คุณไม่ใช่คนไม่มีความรับผิดชอบ งั้นถ้ารับผิดชอบได้ คุณก็ช่วยมารับผิดชอบหัวใจให้ผมดูสิครับ ถ้าทำได้จริงผมจะยอมรับว่าคุณไม่ผิด"  จะผิดไหมครับถ้าผมอยากจะบอกว่า ตอนน้องทำหน้าเอ๋อเนี่ยแม่งโคตรน่ารักเลย 




                 ผมขอเรียกมันว่าโชคชะตาแล้วกันนะครับ ก็คนที่ผมสนใจเป็นน้องชายของเพื่อนสนิทต่างคณะของผมอย่างไอ้มิน เห็นมันกวนตีนน้องมันบ่อยๆ มันหวงน้องมันมากนะครับ ลากตัวผมไปซักถามตั้งนาน ขู่จะต่อยอีกถ้าทำน้องมันเสียใจ  แล้วก็ยื่นเบอร์มือถือน้องมันมาให้ อ่า ผมรู้สึกว่าตอนนั้นผมหุบยิ้มแทบไม่ลงเลยล่ะครับ ไอ้พวกกลุ่มพี่ว้ากก็ชอบแซว ดีหน่อยที่ ตอนเข้ากิจกรรมยังคีพลุคโหดไม่ให้น้องมันเห็นธาตุแท้ที่แสนไร้สติของพี่ว้าก ไม่งั้นน้องไม่เคารพพอดี ครั้งแรกที่ได้โทรคุยกับน้อง ถ้าน้องเห็นหน้าผมคงขำน่าดู เหมือนคนทำอะไรไม่ถูก มือไม้อยู่ไม่นิ่ง จนไม่เป็นตัวของตัวเอง


                "เดี๋ยวครับ...ฝันดีนะครับพี่โจ"  คำสุดท้ายที่น้องบอกก่อนจะตัดสายไป น้องไม่รู้หรอกว่าทำให้ใจผมเต้นแค่ไหน เคยฟังคนเรียกชื่อมาตั้งเยอะ ไม่เห็นใจเต้นเหมือนที่น้องมันเรียกเลยสักครั้ง 



               กิจวัตรประจำวันของผมที่เพิ่มมาคือการโทรคุยกับเด็กปีหนึ่งคนนั้นทุกคืน มันไม่ได้ทำให้รู้สึกเบื่อ หรือเป็นภาระที่ต้องทำ แต่มันมาจากหัวใจ แค่ได้ยินเสียงน้อง ผมก็มีแรงในการทำโปรเจคอ่านทบทวนทำควิซ สรุปงานกิจกรรมได้มากมายยิ่งกว่าการนอนพักสะอีก 

.
.

             ผมโดนน้องงอน ตลกดีที่ท่าทางงอนแบบนั้นทำให้ผมอารมณ์ดี ยิ่งรู้จักน้องยิ่งน่ารัก ตอนที่ไอ้มินฝากฝังให้ผมพาน้องมันไปนอนที่คอนโดด้วยจะได้ไปขึ้นรถตามนัดกิจกรรมได้สะดวก ผมทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวใจตัวเองจะอดใจไม่ไหวกับความน่ารักของน้องมันจนเผลอทำอะไรไม่ดีออกไป ไอ้มินทั้งขู่ทั้งเตือนว่าห้ามทำอะไรเกินเลยกับน้องมัน แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ไว้ใจตัวเองอยู่ดี 


             สุดท้ายผมก็เกือบทำผิด เกือบจูบกับน้อง ถ้าไอ้เนียลไม่โทรมา ผมคงผมฉวยโอกาสกับน้องไปแล้ว ผมรู้สึกผิดมากถึงได้เลือกออกมาจากห้องแล้วทิ้งน้องไว้คนเดียว 


            ตอนที่เพื่อนบอกว่าน้องเขามาถึงคนแรก ขึ้นไปรอบนรถแล้ว ผมตัดสินใจเดินขึ้นไปดู แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นอะไรที่ทำให้ปวดใจจนแทบก้าวขาไม่ออก ภาพของน้องที่ถูกเดือนสาขาปีหนึ่งเพื่อนกลุ่มเดียวกันค่อยๆประคองร่างกายที่ผมแสนหวงและอยากทะนุถนอมลงนอนบนตัก จากที่จะก้าวไปหาผมก็เดินถอยหลังออกมาแทน 


            เมื่อถึงจุดหมาย ผมก็ต้องประชุมงานกับหน่วยอื่นหนึ่งในนั้นคือหัวหน้าพยาบาล ผู้หญิงที่ทำให้ผมยิ้มได้เสมอ เธอชื่อจอยเป็นเพื่อนที่สนิทกับผมมาก และเป็นแฟนของเพื่อนสนิทอีกคนของผม เรายืนคุยกันอยู่จนกระทั่งผมเห็นคนที่ผมแอบรักเดินจูงมือลงมากับใครอีกคน ถึงจะบอกว่าเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน แต่ทำไมผมจะดูสายตาของเด็กคนนั้นไม่ออกว่ารู้สึกอะไรกับคนที่ผมแอบรัก เพราะสายตานั้นมันเป็นสายตาเดียวกันกับที่ผมใช้ยังไงล่ะ คงมีแต่เจ้าตัวนั่นแหละที่ไม่รู้ตัว 

           
          "โจ ตาดุหมดแล้ว" มือเรียวของจอยโบกไปมาหน้าผมเพื่อเรียกสติ 



          "เรา ..." และผมก็ไม่รู้ว่าจะตอบอะไร 


          "มีอะไรก็รีบๆพูดไปสิ ความผิดที่โจไม่ได้ตั้งใจจะเอามาถมตัวเองไว้ทำไมโจลองถามน้องเขาแล้วเหรอว่าน้องเขาโกรธโจรึเปล่า เท่าที่เราสังเกตุ มันไม่ใช่แค่สายตาของโจนะที่หยุดอยู่ที่น้อง แต่น้องเขาเองก็ไม่ต่างกัน โจจะยอมปล่อยน้องเขาไปทั้งๆที่ยังไม่ได้บอกความรู้สึกที่โจมีอย่างนั้นเหรอ กว่าจะได้เจอคนที่ใช่มันไม่ง่ายนะ โจที่เรารู้จักไม่เคยละทิ้งความรับผิดชอบ ตอนนี้โจจะละทิ้งความรับผิดชอบต่อหัวใจและความรู้สึกของตัวเองเหรอ" 
.
.
.
.
           ผมจะถือว่าโชคเข้าข้างอีกครั้งแล้วกัน เมื่อจับคู่บัดดี้แล้วได้นอนกับน้องเขา ตอนรู้เลยกำชับไอ้เนียลให้ห้ามน้องกางเต้นท์เดี๋ยวผมเคลียร์งานกับครูฝึกเสร็จจะไปกางเอง แต่พอเดินไปรวมกลุ่มนี่อารมณ์แทบปรี๊ด อุตส่าห์ห้ามแล้วก็ยังดื้อทำ ความรั้นมีมากเหลือเกิน ผมสั่งให้น้องไปกรอกน้ำแทน แต่ถ้าเลือกได้ผมจะไม่ให้น้องไปเพราะคนที่กลับมาด้วยคือไอ้เดือนสาขา รอยยิ้มการหยอกล้อ มันทำให้ผมอยากเดินไปแยกสองคนนั้นออกจากกัน แต่ก็ทำไม่ได้ ยิ่งไอ้เด็กนั่นมองมาอย่างท้าทายเยาะเย้ยผมก็ยิ่งอารมณ์จะระเบิด ส่วนตัวต้นเหตุกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย

.
.
.


           ฐานแรกปีนหน้าผา จากที่คิดว่าน้องคงกลัวแต่เปล่าเลยกลายเป็นเพื่อนคนจีนของน้องที่กลัวจนหน้าซีด ผมรู้จักมันดี ควานลินผู้ท้าทายอำนาจมืดของไอ้มิน ผู้กล้าเดินหน้าจีบเจ้าจอม นางฟ้าของกลุ่มพวกผม แอบอิจฉาไอ้เด็กจีนนั่นเหมือนกันนะ ก็ดูสิบิวทั้งจับมือ ทั้งคอยเทคแคร์ อยากสิงร่างมันจริงๆ  

.
.
.
.
.
           ตกดึกถึงเวลากลับเข้าเต้นท์ ผมดันเจอไอ้เด็กเดือนมายืนดักรอสะงั้น


           "ตกลงพี่รู้สึกยังไงกับบิว" มันถามออกมาตรงๆแบบไม่รีรออะไร

     
           "กูจะรู้สึกอะไรมันเกี่ยวอะไรกับมึง" 


           "เปล่า ที่จริงผมไม่สนหรอกว่าพี่จะรู้สึกยังไง แค่จะมาเตือนว่าถ้ายังไม่คิดจะทำอะไรตามหัวใจตัวเองสักที ระวังจะไม่มีโอกาส" 

            
            ผมเดินคิดทบทวนทุกอย่างไปมาในหัวจนถึงเต้นท์ทำใจอยู่นานสองนานพอเข้าไปเห็นน้องนอนคิ้วขมวดทำหน้าหนักใจ แถมถอนหายใจเหมือนกำลังลำบากใจก็ทำให้ความคิดที่จะเคลียร์กับน้องหายไป แล้วถูกความคิดลบๆเข้ามาแทนที่ น้องลำบากใจมากเลยเหรอกับการอยู่กับผม 




            "เป็นอะไร หนักใจที่ได้นอนกับกูเหรอ ถ้าเป็นไอ้เดือนหรือไอ้เด็กจีนคงจะดีสินะ" ด้วยอารมณ์และความปากหนักทำให้ผมพูดอะไรไม่คิดออกไป



            "หึ เถียงไม่ออกสินะ ถึงว่าตอนที่เกือบจะจูบกับกู ถึงยอมง่ายๆ โดนจูบมากี่ครั้งแล้วล่ะ" พอน้องเงียบและทำเมินใส่ผมก็ยิ่งโกรธและพูดจาไม่ดีมากขึ้น 


            "เออ แล้วจะทำไมวะ ผมจะจูบกับใครมันก็เรื่องของผมดิ ตัวของผม ปากของผม พี่มีสิทธิอะไรมาว่าผมวะ" สติผมขาดผึงทันทีที่น้องพูดจบ และเพราะความขาดสติ ผมถึงได้ทำร้ายน้อง 


           "มึงถามหาสิทธิใช่ไหม ได้ กูจะหาให้" ในตอนนั้นผมโกรธมาก มากจนทำสิ่งที่ผมห้ามตัวเองมาตลอด ผมจูบน้องด้วยแรงโทสะ ทำให้น้องร้องไห้ 

             "บิว" ผละจูบออกมาจากน้อง มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาสายตาตัดพ้อเจ็บปวดและรอยแผลที่ปาก มันทำให้ผมอยากชกตัวเองแรงๆ ร่างกายของคนที่ผมอยากทะนุถนอม ความรู้สึกของคนที่ผมอยากรักษาสุดท้ายคนที่ทำร้ายมันก็คือผมเอง... ผมกอดน้องไว้ จนน้องหลับไปพร้อมกับน้ำตา ผมมันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ


           "กูรักมึงนะบิว กูขอโทษ" น้ำตาที่ผมลืมไปแล้วว่ามันไหลครั้งสุดท้ายเมื่อไหล่กำลังไหลออกมาจากดวงตาของผม บางทีคำว่ารักของผมอาจจะไม่คู่ควรกับน้องมันเลยก็ได้




End Joe part. ...
.
.
.

              เสียงนกหวีดกับเสียงสัญญาณจากครูฝึกปลุกให้ผมตื่นเต็มตา มองไปรอบๆก็ไม่เจอใครแล้ว ผมรีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้ววิ่งไปเข้าแถวตามกลุ่มยืนคู่กับไอ้หลินเหมือนเดิมตกใจเหมือนกันที่แผลถูกทายาทำให้ปากดูไม่ผิดปกติมาก ตาก็ไม่บวมเหมือนถูกประคบ ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองมากเกินไปผมจะดีใจได้ไหมว่าคนที่ทำทุกอย่างให้คือเฮ้ดว้ากจอมโหด ที่ใจร้ายกับผมเมื่อคืนนี้ มันแตกต่างกัน ตอนที่ไอ้อาร์มทำให้ผมรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งในฐานะเพื่อนแต่กับคนใจร้ายอีกคนแค่คิดว่าเขาตั้งใจดูแลผม หัวใจของผมก็เต้นด้วยความสุขแล้ว  แต่พอหวนกลับมาคิดถึงความไม่ชัดเจน และคิดถึงพี่น่ารักคนนั้น หัวใจของผมก็กลับมาเจ็บเหมือนเดิม 

                
             และวันนี้ขอตั้งชื่อว่าวันมหาปะลัย แต่ละฐานคือ เหมือนกำลังออกรบแล้วเจออุปสรรค ต้องพากันก้าวผ่านไปให้ได้ มันดีตรงที่ต่างกลุ่มกันต่างช่วยเหลือกันจนไปได้พร้อมกัน ไม่มีการทิ้งกัน ไม่มีแบ่งแยกพี่น้อง ที่ทำให้เด็กปีหนึ่งแทบน้ำตาไหลก็คงเป็นทุกฐานที่ต้องมีคนเสียสละเป็นฐานรองให้เหยียบ รุ่นพี่ว้ากที่ถูกเด็กปีหนึ่งหมั่นไส้ตั้งแต่เข้ากิจกรรมกลับทิ้งตัวลงตั้งฐานกับพื้นเพื่อส่งให้น้องก้าวผ่านความยากลำบากไปได้ก่อน ฐานรอดต้นไม้ต้องมีคนทิ้งตัวสอดรองไว้แล้วออกแรงยกเพื่อให้คนอื่นคลานรอดออกไปได้ ไม่มีการเกี่ยงกันระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง แต่เป็นรุ่นพี่ทุกครั้งที่ไม่ได้เอ่ยปากแสดงอำนาจ แต่กลับสละตัวเองเสมอ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่ดูเหนื่อยและเสียสละมากสุดคือเฮ้ดว้าก ผมไม่ต้องกังวลว่าจะมองหน้าพี่มันอย่างไง เพราะแค่มองหน้าผมพี่มันยังไม่ทำไมเลย ตอนยกผมปีนกำแพงนี่ก็ไม่พูดอะไร ตอนผมล้มถึงจะวิ่งมาถึงตัวผมคนแรก ก็แค่ดูแผล ถามอาการ พอเห็นว่าโอเคก็ปล่อยให้พี่พยาบาลมาดูแลต่อ และไปทำหน้าที่ตัวเอง เหมือนจงใจไม่วอแว ไม่ยุ่งกับผมมากเกินไป ด่านสุดท้าย ปีนตะข่ายและลงทางไม้ สูงมากเช่นกัน ผมต้องคอยพยุงไอ้หลินจนสุดทาง และก็ถึงจุดรวม เล่นตั้งแต่เช้า กินข้าวกลางป่าจนตอนนี้ฟ้ากำลังขึ้นสีหม่น ไม่รู้ว่าน้ำหนักลดไปกี่โล แต่เหนื่อยมาก หลังจากผ่านความหายนะมาทั้งหมด ก็ได้กลับค่าย จัดการอาบน้ำ กินข้าวเย็น และเข้ากิจกรรมรอบกองไฟเหมือนเดิม 


               สายตาของผมชอบเผลอมองไปยังคนๆเดิมเสมอ สิ่งที่สังเกตุเห็นก็คือรอยฟกช้ำและรอยถลอก  พี่เขาจะเจ็บมากรึเปล่านะ แต่คงไม่ต้องห่วงแล้วล่ะเมื่อพี่สาวคนน่ารักเดินถือกล่องปฐมพยาบาลเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มหวานสะขนาดนั้น 


               เนื่องจากคืนนี้เป็นคืนสุดท้าย กิจกรรมที่ไม่เคยจะปล่อยพลาดในการเข้าค่ายคือการท้าความกลัว เดินป่าเข้าฐานตอนกลางคืน แน่นอนว่าไอ้หลินมันไม่สะทกสะท้านแต่ผมนี่ดิ โอ้โห ใช้คำว่าสะทกสะท้านมันน้อยไป


              
              พอถึงคิวกลุ่มห้ากับกลุ่มหกถามว่าผมห่างไอ้หลินไหมตอบเลยว่าไม่ เกาะติดยิ่งกว่าปลิง แต่แค่เดินไปไม่ไกล เสียงพุ่มไม้ขย่มกับเสียงพุก็ทำให้สติผมหายแล้ววิ่งทันที พอหยุดตกใจก็อยากร้องไห้เลย วิ่งมาทางไหนวะเนี่ยมืดชิบหาย 


             "ไอ้หลิน มึงอยู่ไหน" เสียงผมเริ่มสั่นขึ้นมาตามลำดับ


             "ฮึก พี่โจได้ยินผมไหม" เมื่อสติหายความกลัวเริ่มตีตื้นขึ้นมาจนทำให้ผมหลุดเสียงร้องเรียกหาคนที่ทำให้ผมอุ่นใจและรู้สึกปลอดภัยที่สุด คนที่อยู่ในหัวใจผมเสมอ...


             และก็เป็นเขาอีกเช่นกันที่แค่ร้องเรียกหรือยามที่ผมกำลังลำบากก็มักจะมาปรากฏตัวให้เห็น....

             "ใจเย็นๆ ไม่ร้องนะ พี่อยู่นี่" ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของคนที่ผมคุ้นเคยค่อยๆทำให้ความกลัวของผมหายไป ผมร้องไห้และซุกหน้าลงกับอกของเจ้าของอ้อมกอด ได้ยินพี่เขาวอลแจ้งครูฝึกกับกลุ่มว่าเจอผมแล้วจะไปรอที่ฐานให้เจอกันที่นั่น 

           
              ตลอดเวลาในการทำฐานมือของผมถูกจับกุมอยู่ตลอดด้วยคนๆเดิม ซึ่งผมไม่คิดอยากจะปฏิเสธแม้ซักนิดเดียว ถึงจะไม่รู้ว่าความชัดเจนในเรื่องระหว่างผมกับพี่เขาคืออะไรแต่ผมไม่อยากจะสนใจแล้ว ผมสนใจแค่ตอนที่ผมทุกข์ ผมเจอปัญหาคนแรกที่เข้ามาถึงตัวผมก่อนใครแทบทุกครั้งก็คือพี่เขา และผมคงทนไม่ได้ถ้าพี่เขาจะทำเหมือนเมินผมอย่างที่ทำมาตลอดทั้งวันก่อนหน้านี้

         
             สิ้นสุดกิจกรรมกลางคืนแสนหฤโหด ปลายทางของความยากลำบากคือเปลวไฟจากแสงเทียน ล้อมเป็นวงกลมมือของผมถูกปล่อยออกเมื่อได้หยุดยืนอยู่ภายในวงกลมนั้น รุ่นพี่ทุกคนล้อมกันเป็นวงกลม เด็กปีหนึ่งถูกสั่งให้นั่งลงกับพื้นและก้มหน้าลง

            
           "ตลอดกิจกรรมที่ผ่านมาตั้งแต่นัดรวมวันแรก พวกคุณคงจะเหนื่อยกันมาก หลายคนอาจจะไม่ชอบไม่พอใจในคำสั่ง ในกิจกรรมที่พวกผมดูแล เสียทั้งกำลังใจ น้ำตา และความสนุก"

           "แต่พวกผมก็ขอขอบคุณนะครับที่ทุกครั้งยังยอมมาเข้ากิจกกรม ไม่ทิ้งเพื่อน แม้จะไม่ชอบไม่ถูกใจแต่ก็ยังปฏิบัติตาม"

            "การมาเข้าค่ายรับน้องในครั้งนี้พวกผมไม่ได้มีจุดประสงค์จะมาโชว์ความเสียสละเพื่อให้พวกคุณนับถือ ไม่ได้มีเจตนาจะพาพวกคุณมาลำบาก แค่อยากให้พวกเราได้ทำกิจกรรมร่วมกันแบบไม่แบ่งแยกพี่น้อง ไม่มีเฮ้ดว้าก ไม่มีพี่ว้าก คอยออกคำสั่ง พวกผมแค่อยากแบกรับความยากลำบากไปพร้อมๆกับพวกคุณ ผ่านกิจกรรม ผ่านอุปสรรคเพื่อที่จะพาพวกคุณมาให้ถึงจุดหมาย และตอนนี้พวกผมก็ได้ทำมันสำเร็จแล้ว ก็เหลือแต่คำตอบรับของพวกคุณ".

             "ที่ผ่านมาพวกผมขอโทษนะครับถ้าเคยล่วงเกินหรือสร้างความเกลียดชังให้กับพวกคุณทุกคน ทุกคำตำหนิต่อว่า จากโซเชียล สื่อ หรือกระทู้ต่างๆ พวกผมขอน้อมรับเอาไว้ด้วยความรู้สึกขอโทษจากหัวใจ"


             "และในวันนี้ตอนนี้ พวกผมก็มีบางอย่างอยากจะบอกกับพวกคุณ"

             "น้องปีหนึ่งครับ พวกคุณคือรุ่นน้องของพวกผมแล้ว แล้วถ้าพวกผมจะขอเป็นรุ่นพี่ของพวกคุณบ้างคุณจะยอมรับไหมครับ" เฮ้ดว้ากผู้เคยมีเสียงดุดันและน่าเกรงขามเหลือเพียงเสียงคำร้องขอที่แสนอบอุ่น และนุ่มนวล น้ำตาของผมที่หยุดไหลไปแล้วกลับไหลลงมาอีกครั้ง สักพักก็สัมผัสได้ถึงแรงบีบมือจากคนข้างกาย โหย ขนาดไอ้หลินยังร้องอ่ะ 


             "รับครับ/รับค่ะ!!!" ถึงจะมีเสียงสะอื้นและน้ำตาแต่เด็กปีหนึ่งทุกคนต่างตอบรับคำขอของเฮ้ดว้ากที่เป็นตัวแทนของพี่ปีสามทุกคนอย่างหนักแน่นและเต็มใจ 


             พวกเด็กปีหนึ่งยังคงไม่ได้ถูกสั่งให้เงยหน้าขึ้น พวกผมก้มหน้าอยู่แบบนั้นปล่อยให้น้ำตาไหลตามทิศทางที่มันควรจะเป็น สักพักเสียงคำสั่งจัดแถวเตรียมและเสียงบูมก็ดังขึ้นลั่นสนาม เพลงบลูมสาขาที่ถูกปิดเงียบวันนี้พวกผมได้ยินมันแล้ว พวกผมได้เป็นเด็กวิดวะโยธาอินเตอร์รุ่นที่สี่สิบสามแบบเต็มตัวแล้ว 



              บูมเสร็จพอถูกสั่งให้เงยหน้าขึ้นมาก็เจอรุ่นพี่ที่ยืนยิ้มถือพานวางเกียร์รออยู่แล้ว พิธีมอบเกียร์ก็เริ่มขึ้น ซึ่งคนที่มอบก็คือสายรหัส พี่ปีสามของผมเป็นหนึ่งในพี่สันล่ะ พี่เขาน่ารักมาก และใจดีมากเช่นกัน 


             "ยินดีต้อนรับนะรุ่นสี่สิบสาม ไว้พี่จะนัดเลี้ยงสาย" อ่า เป็นผู้หญิงที่ยิ้มสวยจริงๆแฮะ ตากลมโตน่ารักมากๆ 


             "เหมย เรามาแล้ว" ผมหันไปตามเสียงเรียกของคนที่พึ่งมาใหม่ เป็นคนที่ทำให้ผมตกใจจนตาโตเลยล่ะครับ พี่คนน่ารักของเฮ้ดว้าก


             "บอกแล้วไงว่าไม่ต้องรีบดูสิ เหงื่อออกหมดแล้วจอยนี่" ป้ารหัสผมเดินเข้าไปหาเธอแล้วค่อยๆ เช็ดเหงื่ออกให้อย่างอ่อนโยน บรรยากาศมันชมพูๆแปลกๆ 


            "แหะๆ ก็กลัวเหมยรอนี่นา อ้าว นี่น้องบิวนี่" ตอนที่พี่จอยหันมาเจอผมเธอก็ทักด้วยอาการดีใจ พี่เขารู้จักผมได้ยังไงนะ

            
            "รู้จักหลานรหัสเราด้วยเหรอ" 


            "ก็เนี่ย คนที่ทำให้โจติดโทรศัพท์แล้วก็ยิ้มบ่อยขึ้นยังไงล่ะเหมย" สมองผมว่างเปล่ามากจนคิดอะไรไม่ออก จนเผลอหลุดสิ่งที่สงสัยออกไป


            "พี่จอยกับพี่โจไม่ใช่แฟนกันเหรอครับ" คำถามของผมทำให้ทั้งป้ารหัสและพี่สาวอีกคนมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมา พี่จอยตอบคำถามผมด้วยการโอบพี่เหมยเข้ามากอดแทน



            "โจอ่ะเพื่อนตายพี่กับเหมย ส่วนแฟนพี่อ่ะก็ป้ารหัสเรานี่ไง" มีหอมแก้มโชว์ ที่ผมนอยด์ที่ผมโกรธนี่คือ ผมเข้าใจผิดมาตลอดเลยดิ ไอ้บิวเอ้ย 


            "ผมขอตัวก่อนนะครับ" ยกมือไหว้พี่ทั้งสองคนก่อนที่ขาจะเริ่มก้าวออกวิ่ง 


            "นี่โจอ่ะกลับเต้นท์ไปแล้วนะ คงเหนื่อย แล้วก็รอยช้ำเต็มตัวเลยพี่ฝากดูโจด้วยนะ" วิ่งออกมาได้ไม้ไกลพี่จอยก็ตะโกนไล่หลังมา พอผมได้ยินผมก็ยิ่งเพิ่มแรงในการวิ่งให้ไวขึ้นไปอีก


.
.
.
.
.
Arm part...


         
            บิววิ่งออกไปแล้วและคนแอบชอบเพื่อนตัวเองแบบผมก็ได้แค่มองตามก็เท่านั้น คนไม่รักจะดีแค่ก็ไม่ถูกรัก ในเมื่อหัวใจของบิวไม่ได้อยู่ที่ผมแต่อยู่ที่ใครอีกคน ผมก็คงทำได้แค่มองดูเขามีความสุขกับคนที่เขารัก


           "โอเคนะมึง" แรงตบบ่าจากเด็กไทเปทำให้ผมยิ้มออกมาได้ มันเจ็บก็จริง แต่อย่างน้อยผมก็ยังคงมีเพื่อนและไม่เสียเพื่อนหันไปมองก็เจอไอ้โซ ไอ้แดน ไอ้แซมยืนยิ้มให้กำลังใจผมอยู่ข้างหลัง 


            "เออ อย่างน้อยกูก็ยังมีเพื่อน และไม่เสียเพื่อนนี่หว่า" 

          
           "แต่มันอาจจะดีกับมึงก็ได้นะ ลองมองไปข้างหลังบ้าง หลังจากพวกกูไปน่ะ คนที่เขาคอยมองตามมึงคอยเดินอยู่ข้างหลังมึงห่างๆมาตลอด เขาอาจจะกลายเป็นคนที่เดินเคียงข้างมึงอย่างพอดีก็ได้นะ แค่ลองเปิดใจดู" ผมมองไปข้างหลังพวกมันก็เจอกับสายตาคู่หนึ่งที่มองผมอยู่พอสบตากับผมเจ้าของดวงตาคู่นั้นก็สะดุ้งแล้วเดินหนีออกไปทันที ผมไม่ควรปล่อยไปสินะ



          "ขอบคุณนะพวกมึง งั้นกูขอลองไปเปิดใจก่อนแล้วกัน" 

          

          "เดี๋ยวสิหยุดก่อน" ผมวิ่งตามคนที่เดินหนีออกมา และสั่งให้เขาหยุดซึ่งมันก็ได้ผล ไหล่ที่สั่นเทาน้อยๆนั่น เขาคงร้องไห้สินะ ผมวิ่งไปยืนตรงหน้าคนที่กำลังก้มหน้ามองพื้นอยู่ เชยคางเรียวให้เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาผม ใบหน้าที่ผมคุ้นเคยเด็กเรียนที่คอยช่วยเหลือผมมาตลอด น้ำตาทำให้แว่นหนาๆที่บดบังหน้าของเขาขึ้นฝ้า ผมจึงค่อยๆถอดแว่นนั้นออก ดวงตากลมใสที่คลอไปด้วยหยดน้ำ ใบหน้าหวานที่ไร้แว่น ก็น่ามองดีนะ



            "หยุดร้องไห้ได้แล้ว" เกลี่ยน้ำตาบนแก้มนวลออกเบาๆ


            "เดินอยู่ข้างหลังเรามันเหนื่อยใช่ไหม ช่วยหยุดเดินตามหลังเราได้หรือเปล่า" เหมือนคำพูดของผมจะทำร้ายจิตใจคนตรงหน้าพอดู เพราะจากที่ร้องไห้เงียบๆ เจ้าตัวก็ยิ่งสะอื้นหนักขึ้น



             "ฮึก ถ้านายรำคาญ ไม่ชอบเราจะเลิกทำมัน ขอโทษนะ แต่อย่าเกลียดเราเลยนะ เราจะไม่ทำให้นายรำคาญแล้ว" มือเรียวยกขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองออกเหมือนเด็กน้อย ซึ่งยิ่งเช็ดมันก็ยิ่งไหล 


             "ฟังเราก่อนสิ เราแค่อยากจะบอกว่า ถ้าเดินตามหลังเรามันเหนื่อย ลองเปลี่ยนมาเดินข้างเราแทนไหม ถึงตอนนี้ใจของเรายังเปิดให้ได้ไม่เต็มร้อย แต่สนใจจะทำให้มันเปลี่ยนมามีแค่นายดูไหม" นอกจากตอนร้องไห้จะน่ารักแล้วตอนตกใจนี่ก็น่ารักไม่น้อยกว่ากันเลยแฮะ


             "ว่าไงครับ สนใจมาเดินข้างอาร์มรึเปล่าเซน" แก้มที่ขึ้นสีแดงน้อยๆนี่ผมจะถือว่าเขาตอบรับแล้วกันนะ ผมว่าผมคงคิดไม่ผิดที่ลองเปิดใจดูบ้าง...เพราะเซนก็น่ารักดีนะครับ
.
.
.
.
.

             ผมยืนหอบหลังจากวิ่งมาราธอนมาที่เต้นท์ค่อยๆเปิดเข้าไปข้างในก็เจอกับเฮ้ดว้ากที่กำลังนวดยาอยู่ด้วยใบหน้าเหยเก พอเจอผมเท่านั้นแหละก็กลับไปคีพลุคเหมือนเดิม อยากจะขำจริงๆเลย 

             ย้ายตัวเองไปนั่งข้างๆอีกคน ยึดยามาจากมือของเขาแล้วจัดการทาให้แทน ความเงียบเข้าปกคลุม มีเพียงเสียงหายใจที่ได้ยินอย่างชัดเจน


             "พอแล้วล่ะ กูทาไปเยอะแล้ว ขอบใจนะ" พี่เขาดึงแขนออกจากมือผมแล้วล้มตัวลงนอนหันหน้าหนี วันนี้ผมต้องคุยกับพี่เขาให้รู้เรื่อง


             "พี่เป็นเหี้ยอะไรวะ ตั้งแต่วันนั้น ทำไมวะแค่การจูบกับผมทำให้รู้สึกแย่จนต้องหันหลังหนีเลยเหรอ พี่แม่งทำอะไรอยู่วะ ผมไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลย" ร้องไห้แม่งรู้ว่าขี้แยแต่ผมกลั้นไม่ได้จริงๆ เสียงสะอื้นของผมทำให้คนที่นอนหันหลังหนีหันกลับมาแล้วดึงผมลงไปนอนกอด

                
     
           "มันทำให้กูรู้สึกแย่แต่ไม่ใช่แบบที่มึงคิด" 

          
           "แล้วมันแบบไหนวะ พี่ไม่เคยคิดจะบอกจะพูดอะไรให้ผมเข้าใจในสิ่งที่พี่ทำเลยเหรอ ที่ผ่านมา พี่แค่เห็นผมเป็นน้องเพื่อนสนิทที่ต้องดูแลอย่างนั้นรึเปล่า ทุกอย่างที่พี่ทำอ่ะ หรือมันแค่เรื่องสนุก ถ้าอย่างนั้น..."


           "มันสนุกมากมั้ยอ่ะ พี่แม่ง ผมรู้ว่าผมทำตัวน่าหมั่นไส้ ไปกวนตีนพี่ในวันแรกที่เจอ แต่ทำไมวะ ทำไมต้องมาเล่นกับความรู้สึกของผมด้วย"

          "พี่บอกว่าให้ผมพิสูจน์ข้ออ้างในการที่จะไม่ถูกสั่งซ่อมของผมด้วยการรับผิดชอบหัวใจของพี่ แล้วตอนนี้ล่ะ พี่ตอบผมได้ไหมว่าผมจะต้องทำยังไงกับความรู้สึกนี้ดี พี่อาจจะแค่เล่นๆ แต่หัวใจของผม พี่แม่งจะรับผิดชอบความรู้สึกของผมยังไงวะ" ผมมองตาคนตรงหน้าอย่างหาคำตอบ


         "สำหรับมึงอ่ะ กูไม่เคยเล่น ตั้งแต่วันแรกที่เจอ สายตาของกูก็มองไม่เห็นใครนอกจากมึง มึงแค่คนเดียว" หน้าของผมถูกประคองด้วยมือของคนพี่ แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจทุกอย่างอยู่ดี 

         "ที่กูรู้สึกแย่ เพราะว่ามึงเป็นคนที่กูอยากทะนุถนอมและไม่อยากจะฉวยโอกาส แค่เกือบจะจูบมึงก็ยังรู้สึกว่าตัวเองแม่งโคตรเลวเลย ถึงได้ถอยออกมา"


         "ยิ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา กูทำเหี้ยๆกับมึง กูยิ่งรู้สึกเกลียดตัวเอง เพราะกูเองที่ขาดสติ เพราะกูหวงมึง หึงมึง กลัวว่ามึงจะกลายเป็นของคนอื่น และด้วยความขาดสติของกู สุดท้ายก็กลายเป็นกูเองที่ทำร้ายคนที่กูอยากดูแล อยากทะนุถนอมมากที่สุด กูถึงไม่อยากทำให้มึงลำบากใจ มันยากมากนะกับการที่ทำเป็นไม่สนใจมึง ตอนที่รู้ว่ามึงวิ่งหายไปในป่าคนเดียว กูห่วงมึงจนสติจะแตก วิ่งหามึงจนทั่ว จนได้ยินเสียงมึงร้องเรียกหากู กูทั้งดีใจและโล่งใจ วินาทีที่กูกอดมึงกูยิ้มกว้างมากเลยนะ อย่างน้อยถึงกูจะทำร้ายมึงแต่กูก็ยังปกป้องมึงไว้ได้" 



         "มึงเกลียดกูแล้วรึเปล่า" แล้วจะให้ผมเกลียดพี่เขาลงได้ไงวะ


        "ถ้าเกลียดจะร้องไห้แบบนี้เหรอ ถ้าเกลียดจะมาโวยวายหาความชัดเจนแบบนี้รึเปล่า แล้วถ้าเกลียดผมจะนอนให้พี่กอดให้พี่เข้าใกล้ได้ขนาดนี้เหรอ" ค่อยๆเลื่อนหน้าผากแตะกับหน้าผากอีกคน ยกมือขึ้นกุมมือของอีกคนที่ประคองหน้าผมอยู่ 


        "ยอมขนาดนี้ยังจะคิดว่าผมเกลียดพี่อยู่อีกเหรอครับ"


        "ผมรู้สึกกับพี่ขนาดนี้พี่จะชัดเจนกับผมบ้างได้ไหม.... บิวรักพี่โจนะ แล้วพี่โจล่ะรักบิวเหมือนที่บิวรักรึเปล่า" สายตาของผมคงอ้อนวอนขอคำตอบไม่ต่างจากใจของผม และสายตาของคนที่ผมรักก็กำลังอ่อนลงและมีน้ำตา


        "กูไม่ใช่คนหวาน ไม่ใช่คนยิ้มเก่ง ไม่ใช่คนชอบพูด แต่เพราะมีมึงกูเลยทำอะไรหวานๆเป็น ถึงจะไม่หวานเหมือนที่คนทั่วไปชอบแต่กูก็ทำมันกับมึงแค่คนเดียว กูยิ้มเยอะขึ้นหัวเราะบ่อยขึ้นเพราะมึง ทั้งๆที่พูดไม่เก่งแต่กูกลับเป็นคนที่หาเรื่องมาคุยกับมึงได้ทุกๆคืน"


         "ถ้าเกียร์สีเงินมันไม่ถูกใจลองมาแลกกับสีทองแดงที่มึงบอกว่าชอบดูไหม กูอยากฝากใจไว้กับคนที่กูรู้สึกรักแล้วว่ะ และคนๆนั้นก็คือมึง" 

         แล้วคุณคิดว่าคำตอบมันคืออะไรล่ะ... เอาเป็นว่าตั้งแต่เช้าของอีกวันเกียร์ที่ห้อยอยู่บนคอของผมก็เป็นสีทองแดงเช่นเดียวกันกับที่คอของเฮ้ดว้ากที่มีเกียร์สีเงินห้อยอยู่นั่นแหละครับ.....









           




   

    

   




.




           

.
.


           


            
           



            
.



.
.
.
.











         




.................................Happiness...................................


ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์
และขอบคุณรีดเดอร์ที่สนใจฟิคกากๆของไรท์นะคะ
ขอบคุณสำรับรอยยิ้มที่มอบให้กับไรท์
รักนะคะ <3




ลั่นแรง!!!! 
มาจากโมเม้นท์ที่จับได้จากกิ๊ฟยงกุกกับจินยองแต่สายตาเราโฟกัสสิ่งนี้




คือพี่มินฮยอนเป็นคนยื่นมือจะเช็คแฮนดฺมะละ แต่สายตานี่ ฮรือ ขอมโนว่าจ้องมองแต่
ฮยอนบิน ยอมรับว่าขี้ชิปวอนอย่าด่าเยอะ ไรท์ใจบาง ToT




immage

เหมย = โซฮเย
จอย = เซจอง
อาร์ม = อิมยองมิน
เซน = เซอุน



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #1572 Exo_mini (@bowri04) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 15:05
    แงงงงง ชอบทั้งพี่โจ แต่ก้สงสารอาร์มด้วย แต่ยังดีที่อาร์มเปิดใจให้เซนแล้ว. จบแฮปปี้ๆแบบนี้สิดี เป็นกำลังใจให้ไรท์น้สาาาสส
    #1572
    0
  2. #1492 PANGDL7 (@spaonepiece) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 22:57
    เกลียดความขิงเกียร์มากมาย แหมมมมม แลกเกียร์กันล่ะขิงอ่อน้องบิว55555
    #1492
    0
  3. #1146 Jannie8761 (@janny_8761) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 23:37
    พี่โจโคตรแบบ..สำทป้ฟลฟ่ปวกทปมป
    #1146
    0
  4. #740 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 22:32
    ชอบลุคพี่โจมากเลย ดุเบาๆ
    #740
    0
  5. #394 Ji(won)young (@minemewmy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 09:50
    มันดีทุกอย่างเลยค่ะเสียดายถ้าไม่ติดว่าทุกคนมีคนที่ชอบแล้ว บอกเลยว่าอยากได้55555555
    #394
    0
  6. #101 purpleliner (@purpleliner) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 17:54
    พี่โจขาาาา ฮือ พี่ดีมาก พี่ดีมากที่รักน้อง
    #101
    0
  7. วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 16:43
    อ๊ากกกกพี่โจฮือออทำไมหวานแบบนึ้ไม่หวานตรงไหนแงงง แอบเสียดายอาร์ม5555
    #100
    0
  8. #99 purpleliner (@purpleliner) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 06:23
    กี้ดดดด พี่โจคะ
    #99
    0
  9. วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 10:07
    กรี๊ดดดดดดฟินอ่าตกลงพี่โจชอบน้องรึป่าวเนี้ยหะเดี้ยวให้อาร์มคาบไปกินเลยนิ
    #98
    0
  10. #97 aunshi (@aunshi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 00:57
    เต๊าะน้องงงงง
    #97
    0
  11. #96 Whiteter (@narinnasa05) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 00:21
    โอ้ยตาย แม่เจ้า...นี้มาเต๊าะน้องเหรอเนี่ย โดนเล่นแล้วบิวเอ้ยยยยยยยยยยยย
    #96
    0
  12. วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 00:07
    โง้ววววมีชื่อไทยชื่อน่ารักอ่ะ อะไรคะพี่โจแหม่ๆ แบบเล่งนอกไว้ก็บอก ทำมารับผิดชอบหลัวจงหัวใจ~~
    #95
    0
  13. #94 Smile_Preme (@Smile_Preme) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 23:31
    รอต่อเลยค่ะ กรี้ดเว่อ โจบิวววววว พี่โจสนใจน้องก็บอกมาตรงๆค่ะ555555555555555 แหมมมมมมมมมมม รออ่านต่อนะคะ ไฟท์ติ้งค่ะ! มม.กร๊าวใจมาก
    #94
    0
  14. #92 aunshi (@aunshi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 22:50
    รอเลยยยย เนื้อเรื่องน่าอ่านมากๆ
    #92
    0
  15. วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 17:38
    ไรท์คะ รับผิดชอบเลยค่ะ!! ตอนแรกเราไม่เห็นพอไรท์บอกเห็น เราก็มีคู่ชิปเพิ่ม!! รับผิดชอบใจรีดด้วยฮือออชั้นลงเรือไม่ถูกแงงงงง
    #84
    0
  16. #83 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 13:40
    ส่วนตัว all ฮยอนบินนนนน รอนะคะ
    #83
    0
  17. #82 หมูYoY (@998866443322) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 12:24
    ไรท์ตาดีอ่า รอนะคะ><
    #82
    0
  18. #81 zeerun (@zee_run) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 12:07
    รออ่านค่ะ ชอบๆ
    #81
    0
  19. #80 purpleliner (@purpleliner) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 11:54
    กี้ดดดดด รอเลยจ้า ชิปเลยเราก็ชอบ คึคึ
    #80
    0