SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,189 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,346 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    164

    Overall
    53,189

ตอนที่ 40 : RISK?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 744
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    9 มี.ค. 62

 RISK ?

เสี่ยงมั้ย





 

    เหม่ออะไรครับ


          “ตายห่ากระต่ายตกเขา!” เพราะเสียงทักที่โผล่ขึ้นมาแบบไม่รู้ตัวทำให้คนตัวขาวเช็คงานอยู่บนเก้าอี้เบาะนวมสีน้ำตาลสไตล์วินเทจในร้านดอกไม้ที่เปิดโซนขายเครื่องดื่มกับอาหารรวมทั้งของหวานที่ครบครันสะดุ้งตกใจพร้อมเอ่ยคำอุทานที่ไม่สามารถบังคับได้ออกมาอย่างดังลั่น


          โอ๊ะ โอว น่ารักเชียวนะครับ” คนที่เป็นต้นเหตุเอ่ยแซวคนตกใจด้วยรอยยิ้มจนตาเป็นสระอิ แต่คนถูกแกล้งไม่ได้ยิ้มด้วยกลับกันตาเรียวส่งค้อนวงโตให้อีกคนไปปังใหญ่จนหน้าตาเหมือนกระต่ายขู่จะเอาแครอทยังไงยังงั้น


          ย๊า!!!! คังแดเนียล คุณอายุเท่าไหร่แล้วครับ มาเล่นอะไรแบบนี้ มันใช่เรื่องเหรอ” ให้ตายเถอะ ถ้ารู้ว่าพี่ดงโฮนัดมาดีลงานที่เดิมแล้วต้องเจออะไรแบบเดิมๆ ควอนฮยอนบินคนนี้จะค้านหัวชนฝาจนได้เปลี่ยนร้านคุยงานเลยคอยดู เอาจริงๆแล้วทุกครั้งฮยอนบินก็ได้แค่คิดแบบนั้นอยู่ในใจไม่ได้เอ่ยหรือพูดอะไรออกไป เพราะนี่ก็ร้านของพี่ดงโฮที่หุ้นกันน้องชาย ซึ่งไอ้คนที่กวนเขาจนเขาอยากข่วนหน้านี่ก็คือน้องชายแท้ๆของพี่เขานั่นแหละ  และถ้าจะให้เขาพูดหรือดื้อรั้นใส่พี่ดงโฮที่แสนจะใจดี และเอ็นดูเขาปรานลูกที่เลี้ยงมากับมือนั้น ถ้าเขาต้องทำให้พี่ดงโฮลำบากใจ ฮยอนบินเลือกที่จะไม่ทำมันดีกว่า แม้ในใจจะอยากจับถาดเสิร์ฟอาหารฟาดหน้าเหมือนหมาซามอยด์ของน้องชายพี่ดงโฮมากก็ตาม....นี่แหละน้าควอน ฮยอนบิน....

 

            หงุดหงิด....แต่ทำอะไรก็ไม่ได้เนี่ย ฮึ่ย!!!!!


          ปีนี้ก็ยี่สิบแปดแล้วครับอีกไม่กี่เดือนก็ยี่สิบเก้าอายุเกือบเท่าคุณอ่อนกว่าสามเดือนเองครับ ผมว่ายี่สิบเก้านี่ก็ยังไม่แก่มากนะแล้วทำไมคุณถึงทำหน้าเหมือนคนวัยทองที่กำลังหงุดหงิดแบบนั้นล่ะครับ” กวนส้น__ (กรุณาเติมคำในช่องว่าง) บอกได้แค่นี้คนอะไรกวนมันได้ทุกครั้งที่เจอหน้าเขา ทีอยู่กับคนอื่นทำเป็นคีพลุคคุณชายพออยู่ต่อหน้าฮยอนบินนี่จะต้องหาเรื่องมาป่วนมากวนเขาให้มันได้ทุกทีสิน่า ขนาดอยู่กับพี่ดงโฮยังคีพลุคเป็นผู้ใหญ่เลยเอาสิ แล้วมันเวรกรรมอะไรของฮยอนบินเนี่ย ใยพ่อคุณเขาถึงไม่คีพลุคบ้าง


          “หยุดกวนผมสักวันนี่คุณจะนอนไม่หลับใช่ไหมครับ” ขอถอนหายใจใส่แบบไม่เกรงใจเลยแล้วกัน แล้วดูเอาเถอะคนบ้าอะไรโดนทำท่าเอือมใส่ยังยิ้มเป็นแป๊ะยิ้มอยู่ได้


          ถอนหายใจใส่ผมแบบนี้เดี๋ยวอายุก็สั้นลงหรอกครับ ไปดีกว่าพี่ดงโฮมาแล้ว อ้อ ถ้าคุยงานเสร็จ ก่อนกลับเชิญที่เคาท์เตอร์ด้วยนะครับ” คนขี้แกล้งแสนกวนเอ่ยบอกเมื่อสายตามองเห็นพี่ชายร่างหมีที่ดูโหดขัดกับนิสัยน่ารักใจดีที่เจ้าตัวเป็นเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับกระเป๋างานก่อนจะโค้งตัวให้อย่างนอบน้อมแล้วเดินออกไปประจำเคาท์เตอร์ของตัวเองอย่างสุภาพ....เหมือนก่อนหน้านี้ไม่ได้กวนหรือแกล้งแหย่เขาอยู่ คังแดเนียลนี่มารยาเยอะจริงๆเลย ไอ้แป๊ะยิ้มเอ๊ย!!



          หลังจากคุยงานเสร็จพี่ดงโฮก็สั่งอาหารเพื่อเป็นการเลี้ยงตอบแทน ตอนนี้ฮยอนบินทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศอิตาลีซึ่งเป็นบริษัทของพ่อพี่ดงโฮที่ร่วมหุ้นกับคุณพ่อของเขาเอง โดยที่ตอนนี้คนที่ทำการบริหารอยู่ก็คือพี่ยองมินพี่ชายแท้ๆที่แสนอบอุ่นของเขา แถมยังเป็นคนที่กุมหัวใจของลูกชายหุ้นส่วนเอาไว้ได้อย่างอยู่หมัด ไม่อยู่หมัดคงไม่ได้ก็ทั้งคู่เป็นคู่สามีภรรยากันแล้วนี่นา บางทีเขาก็แอบอิจฉาเหมือนกันนะ เพราะพี่ยองมินกับพี่ดงโฮเป็นคู่ที่ลงตัวและน่ารักมากๆเลยยังไงล่ะ

           หลังจากทานอาหารและบอกลากันเสร็จพี่ดงโฮคนใจดีก็เข้ามากอด หอม และยีผมลาตามปกติ พี่เขาน่ะเอ็นดูฮยอนบินจะตายจนทุกวันนี้ตอนเจอฮยอนบินกับสามีของตัวเองพร้อมกันก็แทบจะไม่สนใจสามีตัวเองจนพี่ยองมินต้องตัดพ้ออยู่บ่อยๆ อย่างว่าล่ะนะแข่งเรือแข่งพายแข่งกันได้แต่แข่งความน่ารักน่าเอ็นดูอย่ามาแข่งกับฮยอนบินเลย

           คิดอะไรขำๆเสร็จก็ลากเท้าเดินไปทางเคาท์เตอร์ ฮยอนบินน่ะไม่ได้อยากไปตามที่อีตาแป๊ะยิ้มจอมกวนบอกหรอกนะแต่ว่าแค่สงสารกลัวจะรอเก้อ หรืออาจจะกลายเป็นหมีคอหักไปซะก่อนเพราะชะเง้อคอมองมาทางเขาจนเขารู้สึกเมื่อยคอแทน

 


          คุณ เรียกผมมามีอะไรครับ เร็วๆด้วยผมจะรีบกลับ ลูกค้าคุณก็เยอะด้วยผมไม่อยากรบกวนนาน” ขอวางมาดสะหน่อยแล้วกัน ถึงในใจจะแอบเห็นใจไม่อยากกวนบาทาก็เถอะ เล่นยุ่งจนมือแทบพันกันซะขนาดนั้น....

            ที่จริงก็แปลกใจเหมือนกันที่อีกคนบอกให้มาหา ถ้าอยากกวนอารมณ์เขาเล่น เจ้าตัวคงไม่เรียกมาแน่ๆ ก็วันนี้วันวาเลนไทน์นี่นา คู่รักก็ต้องมากันเยอะอยู่แล้ว ถึงคนอย่างคังแดเนียลจะชอบกวนเขาเป็นชีวิตจิตใจตั้งแต่รู้จักกันมา แต่อีกคนก็ไม่ได้ขาดความรับผิดชอบขนาดที่จะเสียงานเพื่อมากวนเขาเล่นเฉยๆหรอกนะ  นี่ไม่ใช่การเข้าข้างแต่อย่างได้ ฮยอนบิน แค่คิดไปตามเนื้อผ้า

              แล้วดูเอาเถอะยุ่งงานก็ยังจะเรียกเขาให้มาหาอีก ถ้าสรุปแล้วเรียกเขาให้มาเพื่อแค่กวนนี่มีข่วนหน้าแน่ๆอ่ะ คือทนมาตั้งสามปี ขอข่วนสักครั้งคงไม่เป็นไรหรอก

 


          รอผมแป๊ปนึง” อีกคนเงยหน้ามามองก่อนจะบอกให้รอสั้นๆแล้วละมือจากการแต่งหน้ากาแฟในถ้วยแก้วเดินเข้าไปในประตูซึ่งให้เดาคงเป็นทางเชื่อมกับห้องครัวหรือไม่ก็อาจมีต่อๆไปอีก อันนี้แค่เดา ก็ไม่รู้นี่นาไม่เคยเข้าไป (รู้สึกจะกวนติดไอ้คุณแป๊ะยิ้มมาแน่ๆเลย)

 


          อ่ะนี่ ผมให้ อย่าปฏิเสธ เพราะผมให้คุณแล้ว และมันเป็นของคุณ หลังจากนี้คุณจะทำยังไงกับมัน มันก็ขึ้นอยู่กับคุณ ถ้าไม่รับ ผมก็ไม่รับคืน ทางเดียวคือทิ้งมันไปซะ แต่ขอร้องอย่าให้คนอื่นต่อก็แค่นั้น กลับดีๆนะครับ เดินทางระวังๆนะ” รับกล่องของขวัญสีน้ำตาลดูที่ดูเรียบแต่ไม่ได้ดูขาดความน่าสนใจขนาดกลางที่อีกคนยื่นมาให้อย่างมึนงง ก็มันแปลกนี่นาปกติต้องกวนมากกว่าที่จะจริงจังแบบนี้

           ทุกครั้งที่ให้ของขวัญมาต้องมีการแกล้งอย่างหนักหน่วงก่อนถึงจะได้ของขวัญจริงๆ ทำไมปีนี้ถึงหน้านิ่วคิ้วขมวดแถมหลบตาด้วยนะ แต่จะให้อยู่เซ้าซี้ก็ไม่ได้เพราะลูกค้ามายืนรอต่อคิวเยอะอีกแล้ว เดี๋ยวคงได้มีคนด่าบุพการีฮยอนบินเอาที่ไปขวางทางไม่ให้คนอื่นได้เข้ามาสั่งเครื่องดื่มกับบาริสต้าสุดหล่อขวัญใจสาวๆ คิดแล้วก็หมั่นไส้ 

           เขาเดินออกจากร้านไปตามทางเรื่อยๆ ไหนๆก็ไหนๆ ขอเดินเล่นไปเรื่อยๆแล้วกัน 

           ขาเรียวก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่เร่งรีบ ผ่านถนน สวนสาธารณะ หรือบ้านเรือนผู้คนที่ตกแต่งและอบอวลไปด้วยบรรยากาศของความรัก ดวงตาเรียวมองภาพเหล่านั้นแล้วระบายยิ้มออกมาน้อยๆ

          เดินไปเรื่อยๆได้ของกินมาบ้างประปรายในอ้อมแขนก็ยังคงกอดกล่องของขวัญที่บาริสต้าคนเก่งให้มาเอาไว้อยู่ งานที่แบกมาก็อยู่ในกระเป๋าเป้ ...หนัก...เอาเป็นว่าเขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยแล้วจึงแวะนั่งบนม้านั่งในสวนสาธารณะที่มาประจำเพราะอยู่บริเวณใกล้ๆบ้านของตัวเองนั่นแหละ วางของไว้ข้างตัวก่อนจะมองดูหลอดไฟประดับตามทาง และตามกิ่งใบของต้นไม้ ที่กำลังถูกทยอยเปิด เพราะฟ้าที่เริ่มมืดลง ผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่บ้างประปราย...เขานั่งมองภาพเหล่านั้นแล้วปล่อยให้สมองคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย


 


          ถ้าเป็นเมื่อสามปีก่อนตอนที่ยังคบกับพี่มินฮยอนอยู่ตอนนี้ฮยอนบินคงกำลังอ้อนขออ้อมกอดจากคนตัวโตอยู่แน่ๆ 

          ภาพความทรงจำหลั่งไหลเข้ามาในความรู้สึกนึกคิดจากวันแรกที่เจอและตกหลุมรัก เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม คราบน้ำตา ที่ผ่านมาจนวันสุดท้ายที่ตัดสินใจเดินจากมา  โดยไม่คิดที่จะหวนกลับ

           ฮยอนบินจำได้ดีว่าวันที่เขาเอ่ยปากบอกเลิกคนที่รักมากอย่างที่ไม่เคยรักได้อย่างนั้นมาก่อนมันเจ็บปวดแค่ไหน ต้องนั่งร้องไห้ไปเท่าไหร่ พอร้องไห้เสร็จก็พาร่างกายกับใจช้ำๆกลับบ้านไปเตรียมของแล้วบินลัดฟ้ามาสิงสถิตอยู่อิตาลีมันซะเลย             

           เพราะใจของฮยอนบินมันไม่พร้อมที่จะอยู่ในประเทศเดียวกันซึ่งมีโอกาสเสี่ยงที่จะเจอหน้ากัน เพราะรักมาก และใจยังไม่แข็งแรงพอที่จะเจอคนที่รักกับคนเคียงข้างของเขาได้โดยที่จะไม่เจ็บปวดและร้องไห้ ขนาดผ่านมาสามปีจนตอนนี้แค่คิดถึงก็ยังมีน้ำตา เพียงแต่ความเจ็บปวดที่เคยมีมันจางหายไปจนตอนนี้ไม่รู้สึกบีบรัดหรือทรมานเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

 



          ย้อนกลับไปก่อนจากมาฮยอนบินก็ส่งของขวัญไปให้แฟนเก่า แถมมีของแฟนใหม่ของแฟนเก่าด้วยนะ มันไม่มีอะไรมากมายหรอกก็แค่จดหมายสองซองสำหรับคนสองคนที่บรรจุข้อความไว้ในนั้น....เป็นข้อความที่มาจากใจ ไร้ความเสแสร้งหรือแกล้งทำใดๆ 


          ถึงพี่มินฮยอน

            อย่ารู้สึกผิดเลยนะครับ เราคงไม่ได้เจอกันอีกนานแน่ๆเลย ผมคิดว่าอย่างนั้นนะฮ่ะๆ ผมไม่ได้โกรธหรือเกลียดพี่นะ ขอให้พี่มีความสุขรักกับเขาคนนั้นไปนานๆ อย่าคิดมากนะครับดูแลสุขภาพด้วย

            และได้โปรดมีความสุข อย่าจมอยู่กับความทุกข์เพราะคิดว่าทำให้ผมเจ็บปวดเลย ผมสบายดีอาจจะไม่ใช่ในตอนนี้แต่เวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่าง และผมจะดีขึ้นแน่ๆ ถ้าพี่เชื่อในตัวผม อย่าเสียใจอีกเลยนะครับ ผมไม่ได้เดินจากมาเพื่อให้พี่เป็นทุกข์นะ รักนะครับ รักษาสุขภาพด้วย มินฮยอนอา ไฟท์ติ้ง!!!

                                                                                                            จาก ฮยอนบิน

 


            ‘ถึงพี่จงฮยอน

            อ่า ยังไงดี ผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดีนะที่ส่งจดหมายฉบับนี้ให้พี่ แต่ผมมีเรื่องอยากจะขอ มันอาจจะดูงี่เง่าเพราะพี่อาจจะรู้เรื่องพวกนี้มากกว่าผมด้วยซ้ำ แต่ช่วยรับฟังหน่อยนะครับ(ถึงมันจะผ่านการอ่านก็เถอะนะ แหะๆ)

            พี่มินฮยอนน่ะเขาจะไม่ค่อยมั่นใจเวลาที่ต้องทำอะไรต่อหน้าคนเยอะๆ เช่นเวลาออกงานสังคมที่จำเป็น หรือเวลาอยู่ต่อหน้าสื่อถึงพี่เขาจะทำได้ดีทุกครั้ง แต่เขาจะเป็นกังวลในใจคิดทบทวนไปมาอยู่อย่างนั้นว่ามันออกมาดีหรือเปล่าแม้จะได้รับคำชมจากคนอื่นแต่พี่เขาก็ยังคงคิดย้ำไปมา ผมอยากขอให้พี่จงฮยอนช่วยอยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจด้วยการจับมือเขาแล้วบีบเบาๆยิ้มกว้างๆให้เขา แต่ถ้าไม่ว่างไปด้วยก็แค่ส่งข้อความไปว่าสู้ๆพร้อมภาพร้อยยิ้มหรือวีดีโอคอลก็ได้นะครับแค่นั้นพี่มินฮยอนก็จะมั่นใจและไม่เป็นกังวลมากจนเกินไปแล้ว

            อย่างที่บอกว่าพี่มินฮยอนเป็นคนคิดมาก ไม่ว่าเรื่องที่เกิดจะใช่ความผิดตัวเองรึเปล่าก็ตาม เวลาพี่มินฮยอนร้องไห้ เขาน่าสงสารมากๆเลยนะครับ ร้องไห้ทีนึง ใจคนมองแทบจะขาดได้เลย พี่จงฮยอนช่วยกอดเขาแล้วลูบหลังเขาจนกว่าเขาจะเลิกร้องด้วยนะครับ อย่าปล่อยให้เขาแอบร้องไห้อยู่คนเดียว

            แล้วก็อย่าให้พี่เขาดื่มกาแฟเยอะนะครับมันไม่ดีต่อสุขภาพเลยจริงๆ หลายๆครั้งที่ป่วยแต่ดื้อไม่ยอมไปหาหมอ เพราะกินแต่กาแฟข้าวปลาไม่ค่อยกิน ช่วยดุเขาแล้วบังคับให้เขาทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพด้วยนะครับ

            เวลาทำงานมาเหนื่อยๆพี่มินฮยอนชอบทิ้งตัวนอนอยู่บนโซฟาไม่ไปไหน อย่าลืมเอาหมอนกลับผ้าห่มไปสำรองไว้ให้พี่เขาด้วยนะครับ พี่มินฮยอนชอบนอนไม่ถอดถุงเท้าแล้วก็จะไม่สบายตัวมากๆทำให้ดิ้นไปมาบ้างก็คิ้วขมวด ถ้าพี่ไม่ว่างอยู่กับเขาในตอนนั้น ก็เลือกซื้อถุงเท้าที่ไม่หนาจนเกินไปให้พี่เขาใส่แทนก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดีผมขอแนะนำให้เลือกซื้อเป็นถุงเท้าตะข่ายบางๆไปเลยครับ แค่นั้นพี่มินฮยอนก็จะนอนหลับสบายขึ้นแล้ว

            ถึงจะต้องออกไปพบปะคนอื่นๆ ตามหน้าที่การงานบางครั้ง แต่พี่มินฮยอนเป็นคนที่ไม่ชอบความวุ่นวาย เวลาที่พี่เขาโมโหแค่อยู่กับพี่เขาเงียบๆ นั่งข้างๆเขา เดี๋ยวพี่มินฮยอนก็จะเย็นลงแล้วกลับมาเป็นเหมือนเดิมเอง (พี่เขาโมโหแล้วชอบเงียบชอบทำหน้าดุด้วยครับ อันนี้ขอฟ้องพี่เลย) พี่มินฮยอนไม่ชอบกุหลาบแต่ชอบดอกไม้ที่อยู่ได้ในแจกันนานๆอย่างเยอบีร่า เวลาพี่มินฮยอนเครียดพี่เขาจะนอนดิ้นไม่รู้ตัวแล้วเสี่ยงตกเตียงมากๆ ทางที่ดีให้พี่เขานอนติดผนังดีที่สุดเลยครับ

            ที่จริงยังมีอะไรอีกมากมายที่ผมอยากบอกแต่ว่าพี่คงรู้ทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะงั้นดูแลพี่มินฮยอนดีๆนะครับ ผมขอให้พี่สองคนรักและมีความสุขด้วยกันไปนานๆ และขอให้พี่ช่วยกอดและอยู่เคียงข้างเขาทั้งในยามทุกข์และยามสุข

            สุดท้ายนี้ ผมก็อยากจะบอกพี่ว่าพี่เป็นคนที่โชคดีมากเลยนะครับที่ได้เป็นคนที่พี่มินฮยอนรัก และผมก็รู้สึกยินดีด้วยจากหัวใจจริงๆ 

            ได้โปรดอย่ารู้สึกผิดหรือเสียใจ เรื่องที่ผมจากมา เพราะพี่ไม่ใช่คนผิด ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะความรักไม่ใช่เรื่องที่จะขอกันได้และความรู้สึกมันเป็นสิ่งที่ห้ามกันไม่ได้ แค่นั้นเอง....ผมไม่ได้โกรธหรือเกลียดพี่นะครับไม่แม้แต้นิดเดียว

            ถ้าอยากไถ่โทษหรือยังรู้สึกผิดก็ช่วยรักและดูแลพี่มินฮยอนให้ดีๆ ทำให้พี่เขายิ้มและหัวเราะให้ได้มากๆแค่นั้นก็ถือว่าพี่ได้ไถ่โทษให้ผมแล้วล่ะครับ

            จากฮยอนบิน

 

คิดแล้วตลกตัวเองชะมัด มีอย่างที่ไหนแม่พระซะไม่มีล่ะ แต่เชื่อเถอะว่าทางนี้มันดีที่สุดแล้ว ยิ่งดันทุรังมากเท่าไหร่ยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น ทั้งตัวของฮยอนบินเอง พี่มินฮยอนแล้วก็พี่จงฮยอน สุดท้ายแล้วเราอาจจะต้องอยู่กับความทุกข์ใจไปตลอดก็ได้ ถ้าหากว่าฮยอนบินเลือกที่จะดันทุรังต่อไป

อย่างน้อยช่วงนึงที่เขาได้อยู่กับพี่มินฮยอน ได้เป็นคนที่คอยเคียงข้าง มันก็เป็นความทรงจำที่ดี 

แม้ตอนที่เดินจากมาช่วงแรกๆจะเจ็บปางตาย แต่เวลาก็ช่วยให้ความจ็บปวดมันก็จางลง 

ในตอนนี้สิ่งที่ไม่เคยหยุดมันได้คงมีแต่น้ำตาเพราะตอนนี้ฮยอนบินกำลังนั่งร้องไห้อยู่ไงล่ะ เขาไม่ได้ฟูมฟายแค่ปล่อยให้มันไหลออกมาอย่างที่มันต้องการแค่นั้น 

ปล่อยความคิดให้แล่นต่อไป ภาพเก่าๆก็ถูกแทนที่ด้วยภาพใหม่ๆ ในช่วงเวลาสามปีที่อิตาลี ตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมา จนวันที่เจอกับน้องชายของพี่สะใภ้อย่างคังแดเนียล เขาทั้ง โดนแกล้ง โดนก่อกวน ทั้งโดนกวนประสาทสารพัด นึกไปถึงของขวัญชิ้นแรกที่อีกคนให้ มันคือนาฬิกาข้อมือสีน้ำตาลอ่อนแต่มาในกล่องที่มีแมงมุมตัวปลอมอยู่เป็นฝูง ตอนเปิดเจอน่ะเขาไม่ได้กลัวมันหรอกนะแต่แน่นอนว่าตกใจอุทานจนกระต่ายตกเขาไปเป็นสิบๆตัวแถมเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กเพราะวิ่งไล่ปาฝูงแมงมุมใส่ตัวคนแกล้งที่หัวเราะจนตาหยีแล้ววิ่งหนีเขานั่นแหละ

 

 

สามปีที่ผ่านมาต้องยอมรับจากใจว่าเพราะมีคังแดเนียล จึงทำให้ฮยอนบินไม่ได้มีเวลาไปคิดถึงเรื่องพี่มินฮยอนมากนัก ก็หมอนั่นเล่นเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ คอยกวนประสาทเขาให้ได้อยู่ในทุกวัน ไม่มาให้เจอหน้าก็รัวข้อความมาซะงั้น คนเรา ยอมรับในความพยายาม วาเลนไทน์ปีก่อนๆก็คุณคังคนน้องเขานั่นแหละที่หน้าด้านหน้าทนแบกเค้กแบกข้าวของมาแกล้งเขา แถมเนียนมาค้างที่บ้านเขาอีก ยอมใจจริงๆ

 


ยิ้มแบบนี้หัวเราะแบบนี้น่ารักดีนะครับ แต่อย่าร้องสิ สัมผัสของนิ้วเย็นๆเพราะอากาศหนาวที่เกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าของเขาออก ทำให้ฮยอนบินหลุดออกจากห้วงความคิด แล้วก้มมองคนที่คุกเข่าข้างนึ่งเพื่อนั่งลงตรงหน้าของตัวเองพร้อมมือที่ประคองหน้าและคอยเกลี่ยน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน สายตาที่มองมาไม่มีร่องรอยเป็นประกายของความสุข ทะเล้นหรือเจ้าเล่ห์ เหมือนทุกครั้งที่คอยมองกัน แต่มันเต็มไปด้วยความหม่นมองและเจ็บปวดจนใจฮยอนบินกระตุกวูบ

 


“คุณน่ะเหมาะกับรอยยิ้มนะ ทั้งยังเหมาะกับหน้าโมโห หน้าง่วงๆหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ใช่น้ำตากับความเจ็บปวด” มืออีกข้างที่ว่างของคนตรงหน้ายกขึ้นมากุมมือของเขาไว้เพื่อให้ความอบอุ่น สายตาที่มองมาก็เปลี่ยนไปเป็นสายตาที่อ่อนโยน จริงจัง และความรู้สึกที่ฮยอนบินมั่นใจว่าเขารู้จักมันดี....เพราะเป็นสายตาในแบบเดียวกับที่ตัวเขาเคยมีตอนที่อยู่กับพี่มินฮยอน...และมันเป็นสายตาเดียวกับกับที่พี่ยองมินใช้มองพี่ดงโฮ....

 

ถ้าคิดถึงเขาแล้วมีทั้งน้ำตาและความสุข ผมก็จะไม่ห้ามฮยอนบินให้ไม่คิดถึง แต่ว่า...ฮยอนบินครับสามปีที่ผ่านมา ผมรอมานานจนคิดว่าปีนี้มันคงถึงเวลาที่ผมต้องบอกออกไปสักที เพราะผมน่ะทนเห็นฮยอนบินจมอยู่กับน้ำตาและความทรงจำเกี่ยวกับเขาคนนั้นไม่ได้อีกแล้ว... มันเจ็บปวดมากเกินไป

 


          ที่ผ่านมารู้ใช่ไหมครับว่าที่ผมกวนน่ะ เพราะว่าชอบ ผมไม่เคยจีบใคร ที่ผ่านมามีแต่คนเข้าหา พอมาเจอคุณเลยทำตัวไม่ถูก ผู้ชายมักชอบแกล้งคนที่แอบชอบ ผมก็เป็นแบบนั้นล่ะครับ

 

          “ผมชอบทุกอย่างที่เป็นฮยอนบิน จะยกเว้นก็แต่ตอนที่ฮยอนบินเศร้า ใจของผมมันเจ็บปวดไปหมด ถ้ารักเก่ามันไม่ดี อยากลองยื่นมือมาให้ผม แล้วลองเริ่มต้นกับรักครั้งใหม่ดูไหมครับ


          “ไม่อยากลืมก็ไม่ต้องลืม แต่ค่อยๆให้มันจางไปจนเป็นความทรงจำที่อยากเก็บไว้โดยที่จะไม่เจ็บปวดอีกต่อไป ช่วงเวลาเหล่านั้นผมจะอยู่ข้างๆเอง ให้ผมช่วยเยียวยาไปพร้อมกับเวลา มาสร้างความทรงจำใหม่กันนะครับ” ฝ่ามือใหญ่ผละออกจากมือและใบหน้าของเขาเพื่อคว้าเอากล่องของขวัญที่เจ้าตัวเป็นคนให้ไว้ก่อนหน้านี้มาเปิด ล้วยื่นมาให้เขา ในกล่องไม่ได้มีของแกล้งเหมือนทุกๆปี สิ่งที่ปรากฏในสายตาของเขาคือตุ๊กตาหมีขนาดพอดีมือที่เขาเคยบ่นกับพี่ดงโฮว่าอยากได้ไปใส่ตู้เก็บของสะสมในห้องนอนแต่ก็ไม่มีเวลาไปซื้อในวันที่วางจำหน่ายเพราะต้องตื่นไปต่อคิวตั้งแต่ยังไม่สว่างและเนื่องจากของมีจำกัด มันจึงหมดไปอย่างรวดเร็ว ข้างๆกันมีช่อดอกไม้ขนาดเล็กดูน่ารักประกอบไปด้วยดอกคาร์เนชั่นสีแดง ดอกลิลลี่สีขาว ดอกคัตเตอร์ และดอกไลเซนทัส และสิ่งสุดท้ายที่อยู่ในกล่องคือ กล่องของขวัญใบเล็กอีกหนึ่งใบ ฮยอนบินได้แต่มองของขวัญในกล่องสลับกับมองตาคมของอีกคนอย่างสงสัย 




          รู้ความหมายของมันไหมครับดอกไม้หน่ะ” แน่นอว่าเขาส่ายหน้าตอบกลับคำถามนั้น เพราะไม่เคยศึกษาเรื่องพวกนี้อย่างจริงจังนอกจากจะดูว่าอันไหนอยู่ในแจกันได้นานที่สุดแค่นั้นเอง

.

.

.

          ดอกคาร์เนชั่นสีแดงหมายความว่า โปรดเห็นความรักของฉันด้วย เป็นดอกไม้ที่เหมาะสำหรับให้คนที่แอบชอบ เพื่อบอกเขาให้รู้ว่าเราชอบ” เหมือนที่ผมชอบฮยอนบิน..คังแดเนียลเอ่ยบอกออกไปพร้อมกับทิ้งทวนความรู้สึกที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยผ่านคำพูด แต่กลับสื่อให้อีกคนได้เห็นและสัมผัสมันทางสายตา


 ดอกลิลลี่สีขาว เป็นดอกไม้ที่แสดงออกถึงความรักที่บริสุทธิ์ รวมถึงมีความหมายว่าความรักที่อ่อนหวาน จริงใจ และเทิดทูน จึงมักถูกใช้แทนด้วยประโยคที่ว่า ฉันรู้สึกดีที่ได้รู้จักและอยู่ใกล้คุณ” ” คังแดเนียลเองก็รู้สึกโชคดีและมีความสุขมากที่ได้เจอฮยอนบิน


 “ดอกไลเซนทัส หมายถึง การใส่ใจเอาใจใส่ต่อคนคนนั้น หรือมิตรภาพที่ยั่งยืนและความทรงจำที่ดี” แม้ฮยอนบินจะไม่เลือกคังแดเนียลแต่เขาก็จะคอยดูแลอยู่ห่างๆในแบบที่ทำมาเสมอ และฮยอนบินก็จะเป็นความทรงจำที่แสนงดงามในใจของคังแดเนียลคนนี้ตลอดไป


และดอกคัตเตอร์ มันเป็นดอกไม้ที่มีน้ำใจ ถึงตัวเองจะไม่ได้เด่น ไม่ได้งดงาม แต่ก็ทำให้คนอื่นดูงดงามขึ้นมาได้ ความหมายลึกๆจึงหมายถึง แม้คุณจะไม่มองฉัน แต่ฉันจะมีแต่คุณเสมอ และผมก็อยากจะบอกฮยอนบินว่า ถึงฮยอนบินจะมองไม่เห็นผมแต่ผมก็อยู่ข้างๆฮยอนบินเสมอนะครับ ทั้งหมดนี้มันก็คือความรู้สึกของผมที่อยากบอกกับคนที่ผมแอบรักในวันนี้” จบประโยคคังแดเนียลก็หยิบกล่องของขวัญใบเล็กมาเปิดแล้วยื่นมันให้กับคนตัวขาวที่ตัวของเขาเองตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอ....สิ่งที่อยู่ข้างในกล่องคือสร้อยคอที่มีจี้ตัวอักษรดีและเอชคล้องกันอยู่



ถ้าฮยอนบินอยากเริ่มใหม่กับผมขอให้รับมันแล้วสวมเอาไว้ ตัวดีคือตัวย่อชื่อของผมที่จะเป็นคนคอยอยู่เคียงข้างคุณสำหรับการเดินทางครั้งใหม่ และตัวเอชคือชื่อของคุณ ที่จริงมันมีอีกความหมายหนึ่งที่ผมสั่งทำมาแบบนี้ เพราะผมอยากเป็นคนที่ได้อยู่เคียงข้าง และคล้องหัวใจของผมไว้กับฮยอนบิน แต่ถ้าฮยอนบินไม่อยากเริ่มใหม่กับผมก็แค่ทิ้งทุกอย่างเอาไว้ที่นี่และผมจะไม่มากวนใจฮยอนบินอีกเลย” จากที่หัวใจแค่สั่นไหว ในตอนนี้ใจของฮยอนบินมันกลับเต้นรัวแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว ....เขาไม่ได้สัมผัสมานานแค่ไหนแล้วนะความรู้สึกใจเต้นแรงแบบนี้น่ะ.... แต่ว่า...

 


ผมเจ็บปวดกับความรักเก่ามามาก และก็ยังคิดถึงเขาอยู่จนวันนี้ก็ยังคิดถึง” ความไหววูบที่เกิดในแววตาคู่คมสวยทำไมเขาจะมองไม่เห็นมัน อีกคนยิ้มออกมาเหมือนคนยอมแพ้และยอมรับในความจริง

 


ผมจะให้คำตอบคุณแต่ช่วยหลับตาหน่อยได้ไหมครับ จนกว่าผมจะบอกให้ลืมตา ได้โปรดอย่าลืมตาขึ้นมานะครับ” เอ่ยบอกอีกคนด้วยน้ำเสียงที่จริงจังจนอีกคนยอมหลับตาลง 

มือเรียวประคองหน้าอีกคนเอาไว้ก่อนประทับจูบแผ่วเบาบนหน้าผากของบาริสต้าหนุ่มก่อนจะผละออก 


"ผมขอโทษและก็ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆที่มีให้นะครับ” กระซิบบอกเสียงแผ่วเบา สังเกตเห็นไหล่กว้างที่สั่นเทาและมือที่กำแน่นก็พาลเจ็บในอกไปหมด แต่ว่าเขาก็ยังยืนยันที่จะทำแบบนี้ มันดีที่สุดแล้วทั้งกับตัวเขาและตัวของคังแดเนียลเองก็ด้วย


นับหนึ่งถึงยี่สิบในใจแล้วลืมตาขึ้นมานะครับ” จัดการเก็บของพร้อมกระเป๋างานแล้ววางกล่องของขวัญที่เก็บให้เข้าที่ไว้บนม้านั่ง ก่อนจะเดินออกมาจากอีกคน


.

.

.
.

.

.

หนึ่งคนเดินจากไปอีกคนก็ทำตามที่บอกด้วยการนับหนึ่งถึงยี่สิบในใจ ก่อนจะลืมตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมา ไม่ได้อยากทำตามแต่ก็ไม่อยากร้องไห้ให้อีกคนเห็น แอบชอบเหรอไม่ใช่หรอกทุกวันนี้มันเป็นแอบรักไปแล้วล่ะ สามปีเลยนะ เจ็บเหมือนกัน

 ต่อจากนี้คงได้แต่คอยดูแลและเฝ้ามองอยู่ห่างๆ ในเมื่ออีกคนเลือกทิ้งกล่องของขวัญที่ปิดสนิทอย่างดีเหมือนสภาพตอนที่คังแดเนียลให้มันกับอีกคนไม่มีผิดไว้ต่อหน้าเขาแบบนี้ คงตีความหมายเป็นอย่างอื่นไม่ได้แล้วล่ะ

ฮยอนบินยังคงมีความสุขและคิดถึงผู้ชายคนนั้นอยู่เสมอและไม่มีทางที่คังแดเนียลจะเข้าไปในหัวใจฮยอนบินได้ 

เพราะแค่เปิดประตูฮยอนบินยังไม่ยอมเปิดให้เขาเลย ที่ผ่านมา เขาเคยคิดว่าอีกคนก็คงหวั่นไหวกับเขาบ้าง ในตอนนี้คังแดเนียลรู้ซึ้งดีเลยล่ะ ว่าทั้งหมดมันก็แค่เขาที่มโนไปเอง หัวใจเจ็บจนแทบจุก เขาเจ็บ เจ็บยิ่งกว่าโดนหมาฉี่ใส่แลมโบกินี่ลูกรักเป็นร้อยเป็นพันเท่า 

ลุกขึ้นนั่งบนม้านั่งแทนที่อีกคนที่เดินจากไป ก่อนสายตาจะสะดุดกับโพสต์อิทที่ติดอยู่บนฝากล่องของขวัญ


เปิดดูสิ’ เมื่ออ่านจบถึงได้เปิดกล่องดูตามที่อีกคนทิ้งโน๊ตไว้ จากใจที่ห่อเหี่ยวกลับพองโตขึ้นมาฉับพลันเมื่อในกล่องว่างเปล่าไร้ซึ่งสิ่งของใดๆ กล่องใบเล็กอีกใบก็ไม่มีของอยู่ในนั้น ประมวลผลได้สักพัก ก็ทิ้งกล่องที่ว่างเปล่าไว้ก่อนจะออกเท้าวิ่งด้วยรอยยิ้มตามอีกคนที่เดินออกไป วิ่งจนเห็นแผ่นหลังบอบบางที่คุ้นเคยก็พุ่งเข้าไปกอด เหมือนอีกคนจะรู้ว่าจะถูกกอดจึงเลือกถือกระเป๋าเป้ไว้แทนที่จะสะพายมัน ..อ่าน่ารักชะมัดเลยนะ ฮยอนบินของเขาเนี่ย


 

ให้เดินรอตั้งนาน กว่าจะเห็นโพสต์อิทนะ มัวแต่นั่งเศร้าเป็นแป๊ะยิ้มไม่มีงานจ้างอยู่ใช่มั้ยล่ะครับคังแดเนียล” เสียงทุ้มหวานเอ่ยออกมาอย่างติดตลก มือเรียวคว้าจี้ของสร้อยที่สวมอยู่ขึ้นมาจับเอาไว้ให้คนที่กอดตัวเองจากข้างหลังพร้อมคางที่เกยไหล่เขาอยู่ได้เห็น


ใส่แล้วนะ ขอเลือกเริ่มต้นใหม่ ที่ไม่ใช่การรีสตาร์ทกับคนเก่า แต่ขอกดนิวสตาร์ทเริ่มใหม่ไปกับคนนี้


“คนที่ชื่อคังแดเนียล ....ที่ยังไม่ได้บอกอีกอย่างคือตอนที่ร้องไห้น่ะเพราะคิดถึงคนรักเก่าก็จริงแต่มันไม่ได้เจ็บปวดแล้วนะ คงเป็นเพราะความผูกพันเลยทำให้ร้องไห้ ส่วนตอนหลังที่ยิ้มน่ะ เพราะคิดถึงสามปีที่ผ่านมา คิดถึงคนจอมกวนที่มาป้วนเปี้ยนอยู่ในชีวิต ทำให้ลืมคิดถึงคนรักเก่า แล้วเปลี่ยนมาคิดถึงแต่หน้าเขาคนนั้นแทน แล้วคนคนนั้นที่ว่าก็คือคุณนะ



ขอบคุณที่เลือกและรักผม ขอบคุณนะครับ ช่วยดูแลและพาผมเดินทางใหม่ไปกับคุณ ฝากเนื้อฝากตัวและหัวใจของผมด้วยนะครับ คุณแดน" เพราะคำพูดที่น่ารักกับใบหูและข้างแก้มที่ขึ้นสีทำให้คนที่มองอยู่อดใจไม่ไหวต้องกดจมูกลงบนแก้มใสด้วยความเอ็นดู แล้วกระซิบบอกถ้อยคำที่ทำให้คนในอ้อมกอดอุ่นไปทั้งหัวใจ

 

ขอบคุณเช่นกันที่เลือกวางมือไว้บนมือของผม ผมรักคุณนะครับฮยอนบิน ต่อจากนี้ไปผมจะเป็นคนร่วมทางคอยอยู่เคียงข้างคุณไปจนกว่าจะสุดปลายทางของลมหายใจของผม จะรักและซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งตัวและหัวใจ.... แค่คุณคนเดียว” แขนแกร่งกระชับกอดอีกคนไว้เพื่อบรรเทาความหนาวและถ่ายทอดความจริงจังในคำพูดของตัวเอง

ตอนนี้พวกเขาสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงของกันและกัน เมื่อใจอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกัน ต่อจากนี้มันก็จะเป็นแบบนั้นและไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงมันไปได้....

 

การเริ่มใหม่ไม่ได้แย่ ลองปิดตาแล้วเปิดใจดูสิ บางทีเรื่องบางเรื่องก็คุ้มที่จะเสี่ยง วันวาเลนไทน์ปีนี้และปีต่อๆไปมือและหัวใจของฮยอนบินก็คงจะไม่ว่างอีกแล้ว เพราะว่าจะมีมือของคังแดเนียลจับกุมกันอยู่ไม่ปล่อยไปไหน และในหัวใจก็จะมีแต่อีกคนอยู่เช่นกัน...

         

         

 

                    


       -------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ต่อจากเรื่องที่ขอ 

ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคอมเม้นท์มากๆนะคะ

รักและคิดถึงเสมอ






O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #1718 Rbhb (@Rbhb) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 23:55

    น้ำตาไหล ผ่านไปสามปีแล้วฮยอนบินเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว ทำถูกแล้ว ดีใจที่คุณแดนเข้ามาในชีวิตฮยอนบินช่วยให้ฮยอนบินมีเวลาคิดอย่างอื่นบ้างแทนการจมอยู่กับความเศร้า รักกันนานๆนะ

    #1718
    0
  2. #1695 NotJoyyy_ (@ratathong) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 12:58
    ฮยอนบินเริ่มต้นใหม่ได้สักที นึกว่าจะไม่เลือกคุณแดนซะแล้วว
    #1695
    0
  3. #1694 zatomi (@luciferded) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 21:26
    ฮือ รักน้องเยอะๆนะคุณแดน
    #1694
    0
  4. #1693 berrymaii1220 (@berrymaii1220) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 09:42
    คุณแดนได้โปรดรักน้องนะ สสารน้องมากเมื่อตอนที่แล้ว แต่ตอนนี้น้องมีคนรักเราเลยแฮปปี้ อยากรู้เหมือนกันนะตอนพี่มินเจอน้องอีกครั้งจะเป็นยังไง แอบแยากรู้ความรู้สึกพี่มิน แต่เอาเถอะน้องมีคนรักแล้วแฮปปี้
    #1693
    0
  5. #1692 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 07:54
    คิดถึงจังเลยค่ะ T___T คิดถึงคุณคนเขียน แงง อยากเข้าไปกอดจังเลย เค้าก็รักคุณคนเขียนเหมือนกันนะคะ
    #1692
    0