SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,181 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,347 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    156

    Overall
    53,181

ตอนที่ 6 : ขอโทษหัวใจ II End

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3061
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    2 พ.ค. 61

ขอโทษหัวใจ II



          วันนี้ผมมีอัดรายการแหละครับเป็นการเลือกกลุ่มอยู่โดยครูฝึกเป็นคนเลือกให้ คนที่ได้อยู่กับผมคงท้อใจน่าดูแฮะ และคงมีอีกหลายๆคนที่ภาวนาให้ผมถูกคัดออกเร็วๆ ผมเดินเรียงแถวเข้าห้องอัดตามหลังดงโฮฮยอง คนที่อีแดฮวีตัวน้อยกลัวนักกลัวหนา อยากจะบอกเหลือเกินว่าพี่แกไม่ใช่หมีโหด ออกจะน่ารักด้วยซ้ำ สิ่งที่ทำให้ผมสบายใจที่จะเข้าใกล้พี่เขาคือความจริงใจ เหมือนกับพี่คนอื่นๆในวง ทุกคนมีข้อนี้เหมือนกันหมด ชอบอะไรไม่ชอบอะไรก็พูดตามตรง เอาจริงๆคืออยู่กับพี่เขาแล้วใจผมไม่โดนทำร้ายน่ะแหละ ผมถึงเกาะหนึบแบบที่เห็น 


          เสร็จการอัดก็กลับมานอนหอ หิวชะมัดเลย แอบหนีไปกินต๊อกดีกว่าไหมนะ แล้วค่อยเข้าห้องซ้อมตอนดึกๆ จะได้ไม่ต้องทนสายตาที่มองมาอย่างสำรวจของใครๆเขา การอยู่คนเดียวมันไม่ได้แย่ 


           หลังจากที่ EP. 7 ออกมา ผมรู้สึกดีขึ้นมาในระดับหนึ่ง เพราะเห็นแฟนๆที่รักและคอยให้กำลังใจ แม้จะเสียใจที่ยอดดิสไลค์มันเยอะจนน่ากลัว แต่มันก็ดีกว่าไม่มีคนดูนี่นา แถมตอนนี้ผมยังได้แม่มาอีกหนึ่งคนนั่นก็คือจีซองฮยอง คนที่คอยสอนคอยให้กำลังใจ ให้รอยยิ้ม ไม่กี่วันก่อนยังพาผมไปเลี้ยงข้าวเลี้ยงหนังด้วย พวกคุณเห็นความน่ารักกับความอบอุ่นของพี่เขาใช่ไหมครับ พี่เขาไม่ได้แค่ตลกอย่างเดียวนะ



          ผมส่งข้อความไปหาคนที่ตั้งใจจะให้เลี้ยงและพาไปกลับอย่างชินแจฮยอก แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจไปคนเดียวเมื่อเห็น ภาพคู่ของชินแจกับฮโยจุนฮยอง ว้าว ชินแจยอมออกเดทแล้วแฮะ ใครรุกใครรับเนี่ย โอ่ย ไว้เค้นทีเดียวตอนเจอหน้าแล้วกัน ในฐานะเพื่อนผู้แสนดีผมจะปล่อยให้เพื่อนเดทอย่างมีความสุข ส่วนตัวเองนั้นขอแอบหนีหอไปเติมความสุขให้กับท้องบ้างก็แล้วกัน 



           อ่า ร้านอาหารข้างทางนี่แหละสวรรค์ ผมสั่งต๊อกกับออมุกมาเยอะมากถึงขนาดที่ว่าบอกไปคุณคงตกใจเพราะฉะนั้นขอเก็บเงียบนะครับ และอย่าได้สงสัยว่าเหนียงกับแก้มกลมๆที่เห็นทางหน้าจอนั้นมาจากไหน 


    
           กินอิ่มแล้วก็เดินย่อยกลับเข้าหอ มองไปตามทาง คิดไปคิดมาผมว่าผมอยากเห็นหิมะแรกนะ มันคงจะดีถ้าได้นั่งดูกับคนพิเศษ...เพราะทุกปีผมมักนั่งดูหิมะแรกผ่านกระจกกั้นบานใสห่อตัวเองอยู่ในผ้าห่ม พันเป็นหนอนดักแด้อยู่คนเดียว เหงาแฮะ
          ยามเดินผ่านบริเวณที่มีฝูงชนผมพยายามที่จะไม่ทำตัวให้เป็นจุดสนใจ ห่อตัวไม่ยืดไหล่ ดึงฮู้ดให้คลุมหัว ขยับแมสก์ปิดปากให้มาถึงใต้ตา อยากกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน ที่ไม่ค่อยมีคนสนใจไม่ต้องถูกคาดหวัง ไม่ต้องถูกด่าทอ ไม่ต้องถูกคนเกลียดชังมากขนาดนี้





            เดินมาจนถึงตึกผมตั้งใจว่าจะหมกตัวอยู่ในห้องซ้อมแล้วดึกๆค่อยเข้านอน  ไม่ใช่ว่ามั่นใจว่าจะได้เข้ารอบนะ แต่ผมอยากพยายามให้ถึงที่สุด ไม่อยากเป็นตัวถ่วงของใคร เลือกเดินผ่านห้องซ้อมใหญ่ไปหาห้องซ้อมเล็กที่ไม่ค่อยมีคนใช้ ต้องยืดเส้นสายสินะ แต่จะว่าไปพึ่งกินมา นอนให้ย่อยก่อนดีกว่า ทิ้งตัวลงนอนกลิ้งไปมาบนพื้นห้องซ้อม เย็นสบายดีจัง ตาจะปิด 

           ไม่ได้นะ!!! ดึงผมตัวเองแรงๆเรียกสติแล้วลุกนั่ง ไอ้เด๋อ ลุกไปซ้อมอย่าอู้ (คนบ้าอะไรด่าตัวเองในใจ ฮยอนบินนี่ไง) 



           ซ้อมไปหลายชั่วโมงจนเหงื่อชุ่ม พยายามเคลื่อนไหวไม่ให้ดูเก้กัง แต่มันก็ไม่ค่อยดีขึ้นเลย แย่ยิ่งกว่านั้นคือการเต้นผิดและลืมท่า เหนื่อยจริงๆนะ นั่งลงพิงหลังกับกระจกห้องซ้อม มองหน้าตัวเองที่น้ำตาเริ่มไหล เอาอีกแล้ว



           ไอ้คนอ่อนแอ ไหนบอกว่าจะทำให้ดี ไอ้ห่วย แกต้องสู้สิวะ!!! ต่อยขาตัวเองเพื่อระบายความกดดัน กัดปากจนห้อเลือด แต่ความรู้สึกเจ็บมันเกิดอยู่ที่เดียวคือที่หัวใจ นอกจากจะเหงาและโดดเดี่ยวแล้ว...ยังรู้สึกเคว้งคว้างจนหาทางเดินไปต่อไม่เจอ ...มันมืดบอดไปหมดทั้งๆที่ไม่ได้หลับตา...ชันเข่าขึ้นมากอดเสียบหูฟังเปิดเพลงให้เล่นตามเพล์ลิสต์ที่ตั้งไว้ ไม่ว่าเพลงจะสนุก จะหวานหรือจะเศร้า ผมก็ยังคงร้องไห้อยู่ดี 


 .
.
.
.
           ขายาวพาเจ้าของร่างเดินไปตามทางเดินที่ทอดยาวหลังจากที่ต้องการพบใครบางคนแต่ไปดักรอที่ห้องแล้วไม่เจอ ซึ่งที่ที่เขาคิดว่าอีกคนจะไปมีอยู่ที่เดียว...


           แล้วมันก็จริง มือที่จับลูกบิดประตูอยู่ละออกมาหยิบโทรศัพท์กดข้อความบอกรุ่นพี่ร่วมชะตากรรมให้รู้ว่าอยู่ที่ไหน ก่อนจะค่อยๆก้าวเท้าเดินเข้าไปหาคนที่นั่งกอดเข่าซุกหน้าอยู่ที่มุมห้อง

       
           นั่งลงข้างๆ ร่างสูงโปร่ง แต่ขี้แยจนเหมือนเด็กน้อย ทั้งๆที่ดูหล่อและเท่ห์มากตอนที่เห็นอีกคนอยู่บนปกหนังสือแฟชั่น พอมาเจอตัวจริง ได้รู้จัก ได้เฝ้ามองในทุกๆวันถึงได้รู้ว่าภาพที่มองเห็นนั้นตรงข้ามกับนิสัยและจิตใจของเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง 


          "ฮยอนบินฮยอง.." แตะแขนคนอายุมากกว่าและเอ่ยเรียก แต่ดูเหมือนว่าอีกคนจะหลับไปแล้วถึงได้ไม่โวยวายใส่เขา ค่อยๆประคองหัวอีกคนลงนอนบนตักจัดท่าทางให้นอนสบายขึ้น เกลี่ยแก้มเนียนใสอย่างเอ็นดู ...


          "ร้องไห้จนตาบวมอีกแล้ว ขี้แยจริงๆเลย" ไล้มือนวดคลึงตาที่บวมช้ำเบาๆ และเลื่อนลงมาที่ปากสีชมพูอวบอิ่มซึ่งเห็นรอยแผลแตกได้อย่างชัดเจน คงกัดปากตอนร้องไห้อีกแล้วแน่ๆ 



            "ผมขอโทษนะครับคนดี ถ้าตื่นมาผมคงไม่ได้เข้าใกล้พี่ขนาดนี้สินะ" 


            นั่งมองคนนอนหลับอยู่บนตักจนต้องละความสนใจไปที่ประตูเมื่อได้ยินเสียงเปิด คนที่มาใหม่ก็คือคนที่เขาส่งข้อความไปหาซึ่งเข้ามาในห้องพร้อมกับพี่ชายตัวเล็กจอมรีแอ็คชั่นอย่างพี่จีซอง 

             พยักหน้าให้สัญญาณโดยรู้กัน พี่ชายตัวเล็กจึงค่อยๆ ประคองศรีษะของคนขี้เซาย้ายไปไว้บนตักตัวเองเมื่อนั่งลงบนพื้นห้องซ้อมแล้ว 

       
            "อยากขอโทษทำไมไม่อยู่รอเจ้าขี้แยนี่ตื่นกันล่ะ" คนที่โตที่สุดเอ่ยถามพร้อมจ้องมองรุ่นน้องทั้งสองคนอย่างหาคำตอบ ยุนจีซองไม่รู้หรอกว่าฮยอนบินเจอเจ้าสองคนนี้รังแกอะไรบ้าง ถึงได้แต่คอยหลบหน้าและไม่เฉียดเข้าใกล้ เอาแต่ตัวติดกลับทีมโซนากี แล้วก็วงนิวอีส แม้แต่เด็กเกรดเอฟก็ยังไม่ค่อยไปหาใครเลย ปกติก็จะมีแทมิน ที่คอยเป็นห่วงและดูแลฮยอนบิน แต่ตอนนี้แทมินถอนตัวออกไปแล้วด้วยปัญหาสุขภาพ...เจ้าเด็กขี้แยฮยอนบินก็ดูหมดอาลัยตายอยากมากกว่าเดิม...ทีแรกก็ไม่เข้าใจหรอกว่าเดินมาถึงห้องซ้อมนี้ได้ไง เอาเป็นว่าอยู่ดีๆองซองอูก็เข้าไปลากเขาในห้องนอนพร้อมกับบอกว่าไปปลุกเด็กน้อยมานอนหน่อย ยุนจีซองได้แต่เดินตามมาอย่างมึนงง จนมาถึงที่ห้องซ้อมเขาเลยถึงบางอ้อ 


            "ฮยอนบินคงยังไม่พร้อมที่เจอกับพวกผมสองคนเท่าไหร่น่ะครับ" ยุนจีซองล่ะอยากถ่ายรูปเก็บไว้ลงโซเชียลจริงๆ ไม่ใช่ง่ายๆเลยนะที่จะได้เห็นองซองอูทำหน้าหงอยเหมือนลูกหมาถูกเจ้าของทิ้งแบบเนี้ย ไอ้เด็กจีนไลควานลินก็เอาแต่มองหน้าเด็กขี้แยบนตักเขาอยู่อย่างนั้นสักพัก พวกมันก็ถอนหายใจพร้อมกันแล้วค่อยๆลุก เดินออกไป ไม่วายหันมาสั่งเขาอีก นี่พี่ไหมล่ะ..



            "รอพวกผมออกไปก่อนนะพี่ค่อยปลุก ฝากพาเขาไปนอนด้วยนะครับ อย่าให้เขาดื้อฝืนซ้อมต่อเดี๋ยวจะป่วยเอา" ขอถอนหายใจซักล้านรอบ สายตานี่อาลัยอาวรณ์ ขาก็เดินช้าอย่างกับเต่าคลาน อยากอยู่กับเด็กขี้แยแต่กลัวเด็กขี้แยไม่อยากเจอหน้า คนหัวรั้นสองคนนี่บทจะยอมให้กับอะไรก็ยอมง่ายจนดูขี้แพ้เสียเหลือเกิน...คนแก่เหนื่อยใจ

.
.
.
            "พลั่ก!!!" กำปั้นกระแทกลงบนพื้นอย่างแรงแต่ความเจ็บปวดจากการกระทำนั้นมันทำอะไรเจ้าของกำปั้นไม่ได้เลยสักนิด 



            "โว้ย!!! ไม่ได้เรื่อง ไอ้ขี้แพ้" ขยับไปไหนก็ไม่ได้ ทำได้เพียงนอนอยู่พื้นเหมือนเดิมอย่างนั้น ผมซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อม ซ้อมแม้กระทั่งตอนนี้ที่เด็กฝึกคนอื่นได้รับอนุญาตให้ไปข้างนอกได้เพื่อสังสรรค์ก่อนวันประกาศผล แต่ผมเลือกที่จะไม่ไป....ไม่ใช่ว่าไม่อยากเข้าสังคมหรือแอนตี้กลุ่มเด็กฝึกคนอื่นที่ไม่ใช่คนที่ตัวเองไปติดหนึบด้วย ไม่ใช่ว่าไม่ถูกเชิญชวน พี่จีซองแทบจะเกี่ยวคอให้ผมไปด้วยให้ได้ ผิดที่ผมเองเลี่ยงหนีไปหลบบนดาดฟ้าไม่ให้ใครหาเจอ วางเครื่องมือสื่อสารไว้บนที่นอน มีมาแต่ตัวกับไอพอดเท่านั้น พอมั่นใจว่าคนอื่นออกไปกันหมดแล้วถึงได้ลงมาเข้าห้องซ้อม ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่ชั่วโมงที่ฝืนซ้อมอยู่จนหมดสภาพแบบนี้...ผมกำลังกลัว กลัวว่าอาจจะไม่ได้ไปต่อ ผมไม่ได้กลัวที่จะตกรอบ เพราะรู้และยินดีถ้าคนที่ได้เดบิวท์เป็นเด็กฝึกคนอื่นที่มีความสามารถมีคนชื่นชมชื่นชอบและแน่นอนว่าไม่ใช่คนแบบผม สิ่งที่ผมกำลังกลัวผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ผมกลัวที่จะไม่ได้เข้าห้องซ้อมที่ใช้อยู่เป็นประจำ กลัวที่จะไม่ได้ก้าวผ่านความยากลำบากที่เริ่มเคยชินจากการมาเข้าแข่งขันในรายการนี้โอเคว่าที่อธิบายมามันเข้าใจได้ สิ่งที่ผมไม่เข้าใจและไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมถึงต้องกลัวนั้น มันก็แค่ผมกลัวว่าจะต้องห่างกับคนใจร้าย กลัวที่จะไม่ได้อยู่ใกล้ กลัวว่าในวันข้างหน้าพวกเขาจะกลายเป็นบุคคลที่ไม่อาจเอื้อมถึง กลัวที่จะต้องเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน กลัวว่าที่ข้างๆพวกเขาจะมีคนที่คู่ควรมายืนเคียงคู่ กลัวว่าจะไม่มีสิทธิได้พบเจอ ไม่มีโอกาสได้พูดคุย กลัวทั้งๆที่ผมควรจะดีใจ.... ผมถึงเลือกที่จะไม่ไปรวมกลุ่มกับคนอื่นในวันนี้...


             ถ้าอยากหายกลัวเราต้องเผชิญหน้ากับมัน และตอนนี้ผมกำลังทำมันอยู่ยังไงล่ะ แต่ดูเหมือนการหนีมาซ้อมจะไม่เป็นผลอะไร สุดท้ายสมาธิผม มันก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้ เต้นไปเต้นมาจนพลาด ตะคริวกินต้องนอนเดี้ยงอยู่บนพื้น จากที่คว่ำหน้าก็ฝืนใจพลิกตัวนอนหงาย ยกมือที่ขึ้นสีช้ำจากการชกพื้นขึ้นมาดู คิดว่าจะเป็นแผลแตกสะแล้ว...นอกจากจะอ่อนแอแล้วยังบ้าและโง่มากอีกด้วยนะควอนฮยอนบิน...
.
.
.
.

            "พี่ ผมว่าจะกลับ" ไลควานลินสะกิดไหล่ขององซองอูที่นั่งมองแก้วเครื่องดื่มในมือแต่ไม่ได้ลิ้มลองมันสักนิด 

       
            "อื้ม เดี๋ยวบอกคนอื่นให้" พยักหน้าตอบรับอย่างเนือยๆ องซองอูกำลังรู้สึกเหนื่อย ที่ผ่านมาเขาฝืนแสดงออกในสิ่งที่ตรงข้ามกับความรู้สึกไปตั้งมากมาย ฝืนที่ต้องยิ้มเยาะใส่หัวใจของตัวเองที่เขาและรุ่นน้องที่อยู่ตรงหน้าทำลายมันลงกับมือ ฝืนปั้นหน้ายิ้มพูดจาร้ายกาจทั้งๆที่ข้างในกำลังเจ็บปวดทรมานและร้องไห้ มันเหนื่อยมากจริงๆ คำถามที่มักเกิดขึ้นคือ ทำไปทำไมทั้งๆที่รัก มันก็แค่เพราะว่าไม่รู้วิธีการเข้าหา หงุดหงิดที่เห็นเจ้าเด็กขี้แยไปเกาะติดกับคนอื่นแต่นิ่งเฉยและไม่เข้าหาเขาบ้าง  ไลควานลินก็ไม่ต่างกัน  มันดูโง่มากๆเลยใช่ไหมกับสิ่งที่ทำ ...มันเป็นความคิดของคนเห็นแก่ตัว ที่ทำร้ายคนรักเพื่อให้เรามีตัวตนในสายตาของเขา...



           "ไม่ไปกับผมเหรอ" เลิกคิ้วมองหน้าเด็กจีนอย่างสงสัย พอมองตามสายตาที่กำลังกวาดไปรอบๆตามจำนวนเด็กฝึกถึงได้รู้ว่าทำไม พวกมินฮยอนมาแล้ว พี่จีซองก็มาแล้ว และดูท่าคนพี่จะหัวเสียอยู่หน่อยๆ ถ้าให้เดาต้นเหตุคงมาจากเด็กน้อยขี้แยที่ตัวสูงเกินไปไม่ยอมมาด้วยแน่ๆ ...ควอนฮยอนบินไม่ได้อยู่ที่นี่


            "ไปกันเถอะ" เป็นองซองอูที่ลุกนำคนชวนแล้วก้าวเท้าเดินไปที่ทางออกก่อน


            "มีอะไรจะพูดก็รีบพูด ไม่มีใครบอกได้หรอกนะว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น" ในขณะที่เดินสวนทางกับกลุ่มของมินฮยอน ซองอูกับควานลินต้องหยุดก้าวเดินเพราะคำพูดและสายตาที่มองมา ของคนที่ได้ฉายาว่าเป็นนางฟ้าอย่างคิมจงฮยอน


            "ในสามสิบห้าคนอาจจะไม่มีคนที่พวกนายอยากเจอก็ได้นะ ก่อนที่จะห่างไกลกันจนไม่มีโอกาสจะได้เจอ ก่อนที่ช่องว่างที่มีมันจะขยายออกจนกลายเป็นเส้นขนาน พวกนายควรทำอะไรที่อยากทำ อะไรที่ใจนายบอก ไม่ใช่สิ่งที่มันตรงข้าม" ฮวังมินฮยอง ยังเป็นบุคคลที่พูดน้อยแต่มองขาดเสมอจริงๆ


           "ฝากดูแลไอ้โกมูขี้แยด้วย เอารอยยิ้มกับสายตาสดใสของมันกลับมาที" จบลงที่ชเวมินกิ องซองอูและไลควานลินพยักหน้ารับคำพวกนั้นก่อนจะเดินออกจากที่นัดสังสรรค์ 

       
           เพราะเวลามีไม่มาก....พวกเขาควรทำในสิ่งที่ควรทำตั้งนานแล้วได้เสียที 

.
.
.

            "ยิ้มได้แล้วน่าเจ้าขี้แย" เอามือดันแก้มตัวเองให้ขึ้นเป็นรอยยิ้ม นานเท่าไหร่แล้วนะที่มันหายไป ตอนนี้ตะคริวเริ่มคลายผมเลยเลือกนั่งยืดขาแทนการนอน แน่นอนว่าอยู่คนเดียวมันเลยเงียบเหงา จัดการคุยกับตัวเองในกระจกซะเลย  ไม่ได้อู้นะครับแต่แบตไอพอตหมด  ตะคริวกินไม่พอ ของติดตัวที่พกมาด้วยดันใช้การไม่ได้อีก ควายเผือกจริงๆ
   

       

            "เฮ้อ....." ถอนหายใจเลื้อยตัวลงนอนหมอบกับพื้น ยิ่งดึกผมยิ่งเด๋อแฮะ  เพราะเลือกที่จะหลับตาเลยไม่รู้ว่าประตูห้องซ้อมถูกเปิดและปิดล็อคลงแล้ว พร้อมกับคนมาใหม่สองคน 


             คนมาใหม่พยักหน้าให้กันอย่างรู้กันจึงแยกกันนั่งขนาบข้างคนล่ะฝั่งของคนขี้แย

             "ฮยอนบินอา" ร่างกายสะดุ้งตามเสียงทักก่อนจะลุกขึ้นนั่งจากท่านอนหมอบ มองดูหน้าผู้มาเยือน 


             "ครับ" เหนื่อยแล้วที่จะตอบโต้ ผมกำลังหมดแรงแล้วจริงๆ คงไม่แหลกสลายไปมากกว่านี้แล้ว


             "คือ... คือว่า..." จากที่คิดว่าจะโดนสายตาทิ่มแทง คำพูดจาทำร้ายจิตใจ และการกระทำที่โหดร้าย กลับต้องแปลกใจ ที่เห็นสายตาล่อกแล่กและการพูดติดขัดเหมือนทำอะไรไม่ถูกตอนนี้ ไม่เหมาะกับเป็นองซองอูเลยสักนิด ส่วนเจ้าเด็กควานลินก็ไม่ทำตาดุเหมือนที่ชอบทำแล้วเอาแต่นั่งคอตก ตาเศร้าแทน นี่ผมฝันอยู่รึเปล่าเนี่ย คิดแล้วก็ตบหน้าตัวเองแรงๆด้วยสองมือ


               "เพี้ยะ!!!" ครับผลที่ได้จากการตบเสียงดังฟังชัดพร้อมความเจ็บแบบ HD  
         
               "โอ้ย!!  เจ็บนี่หว่า" ทำไมตอนตบไม่ยั้งแรงนะ เด๋อจริง 

         

               "เฮ้ย !!!"

               "ฮยอง!!!" เสียงตกใจสองเสียงดังขึ้นก่อนมือผมจะถูกจับกุมไว้ แล้วทั้งคนแก่กว่ากับคนเด็กกว่าก็ค่อยๆขยับเข้ามาลูบแก้มของผมเบาๆ เหมือนสำรวจความเสียหายจากการตบของผมเอง. ให้ตายตบแล้วเจ็บแสดงว่าไม่ฝันหรือผมละเมอเพ้ออยู่วะเนี่ย


              "แดงหมดเลยดูสิ" สัมผัสลมหายใจอุ่นๆข้องแก้มของคนพี่ที่ขยับหน้าเข้ามาใกล้ บวกกับสายตาเป็นห่วงกับมือที่เกลี่ยแก้มของไอ้เด็กจีน กำลังทำให้ผมอยู่ในภาวะนิ่งค้าง มันมึนงงไปหมด


              "ฮยองตบตัวเองทำไมครับ" ด้วยภาวะเอ๋อ พอโดนถามเลยเผลอตอบออกไปทั้งๆที่ยังคงความมึนงงอยู่


             "นึกว่าฝันเลยลองตบดู" สายตาสองคู่ที่มองผมเหมือนจะชะงักค้างไปสักพักก่อนที่จะกลายเป็นรอยยิ้มกับสายตาที่เอ็นดูมาแทน บอกผมทีมันเกิดอะไรขึ้น



             "ไอ้เด็กน้อยเอ้ย" มือข้างที่ว่างจากการจับกุมมืออีกข้างของผมถูกเจ้าของมันยกขึ้นมายีผมของผมเบาๆ 

             "จริงๆเลยฮยองเนี่ย" ไอ้เด็กจีนก็ไม่น้อยหน้า มันไม่ยีผม แต่ดีดหน้าผากเบาๆแทน นี่ผมเป็นพี่นะ ฮยองอ่ะฮยอง



             "ต้องการอะไร" ไม่ทนงงต่อไป อยากรู้ต้องถาม เพราะการกระทำที่เปลี่ยนไปของทั้งสองคนกำลังมีผลต่อหัวใจของผม และผมรู้ว่าถ้าประมวลผลครบ หน้ากับหูคงแดงอย่างห้ามไม่ได้แน่นอน พวกเขาเคยทำร้ายผมตั้งมากมายทำไมกับแค่ความอ่อนโยน นิดเดียวถึงทำให้ผมรู้สึกมากขนาดนี้ ไม่ยุติธรรมเลย


             "ฮยอง กับ ควานลิน มีอะไรอยากจะบอกช่วยเสียเวลาฟังสักนิดได้ไหม" เคยเกลียดใจตัวเองไหมครับ...ผมกำลังรู้สึกเกลียดที่ยอมพยักหน้ารับคำขอของคนใจร้ายในตอนนี้

        
            "ฮยองอยากจะขอโทษ สำหรับเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมา ขอโทษที่ทำตัวไม่ดี ขอโทษที่ปากร้าย ขอโทษที่ทำให้เสียใจ ขอโทษที่นิสัยไม่ดี..." 


           "ผมขอโทษนะฮยอง ขอโทษที่ชอบทำให้เจ็บตัว ขอโทษสำหรับทุกๆอย่าง มันก็แค่เพราะความคิดเด็กๆ ความคิดเห็นแก่ตัวที่ทำให้ทำอะไรไม่ดีลงไป"



           "ที่พวกเราพูดไม่ใช่ว่าอยากแก้ตัวหรือขอให้ยกโทษให้ เราอาจจะเกลียดฮยองกับควานลินไปแล้ว เรื่องนั้นพวกเราสองคนรู้ว่ามันสมควรดี แต่ที่พูดก็เพราะว่าทั้งฮยองแล้วก็ควานลิน กลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้พูดมันออกไป"



           "ตอนนี้มันอาจจะสายเกินไปที่จะพูดสิ่งที่อยู่ในใจ แต่ผมกับซองอูฮยองก็ยังอยากจะพูดมัน...."


          "ขอโทษนะครับ ที่แสดงออกไม่เก่งในสิ่งที่รู้สึก ขอโทษที่เรียกร้องความสนใจด้วยวิธีสิ้นคิด ขอโทษที่เห็นแก่ตัวอยากทำให้ฮยองเห็นเราสองคนอยู่ในสายตาบ้าง ขอโทษที่ทุกครั้งเวลาเห็นฮยองไปใกล้ชิดสนิทสนมกับใครแล้วพวกเราหึงจนพาลมาลงกับฮยอง ทั้งๆที่ฮยองไม่ผิดอะไรเลย"


          "ขอโทษนะฮยอนบินนา ขอโทษจริงๆ ที่อยากเข้าไปปลอบเวลาเสียใจ แต่ทำได้แค่มองแล้วเสียใจไปด้วยอยู่ห่างๆ ขอโทษที่ทำให้เราร้องไห้แต่ขี้ขลาดเกินกว่าจะเข้าไปซับน้ำตาให้ ขอโทษที่ปากแข็ง ขอโทษที่ไม่กล้าพอ ฮยองขอโทษนะครับ"  




          "ถ้ารู้ว่ามันไม่ดี ถ้ารู้ว่ามันผิด ทำไมถึงยังทำล่ะ" อ่า ให้ตายเหอะแล้วทำไมแค่คำว่าขอโทษ แววตารู้สึกผิด กับน้ำตาที่เอ่อคลอของคนใจร้ายสองคนถึงทำให้ใจของผมอ่อนไหวขนาดนี้กันนะ แล้วน้ำตาที่ไหลนี่อีก บ้าชะมัด


   
        "มันก็เพราะพวกเรา..." พวกเขาก้มหน้าหลบตาผมแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว


        "เลือกวิธีโง่ๆ เพื่อที่จะทำให้คนที่พวกเราแอบรัก หันมามองมาสนใจบ้างก็เท่านั้นเอง" ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดเหมือนกันอย่างมั่นคง 


        "ฮยองรักเรานะ/ผมรักฮยอง" บอกรักพร้อมน้ำตาเนี่ยนะ โรแมนติคสุดๆ 



        "หึ รู้ไหมว่าถ้าทำร้ายผมแค่อีกครั้งเดียว ผมจะหันหลังและไม่หันมามองอีก แค่อีกครั้งเดียวใจของผมก็จะรับมันไม่ไหว...." ผมพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉย ดึงมือออกจากมือของอีกสองคน โดยมีสายตาสองคู่มองตามการกระทำของผมด้วยความเจ็บปวดและน้ำตา 



        "ที่ผ่านมามันยากมากในแต่ล่ะก้าว กว่าจะผ่านมันมาได้จนถึงวันนี้ ผมเจ็บปวดผมร้องไห้ ...ผมลืมไปแล้วว่ารอยยิ้มกับความสุขจริงๆมันเป็นอย่างไง" ค่อยๆทรงตัวลุกขึ้นยืนไม่สนใจคนสองคนที่กำลังก้มหน้ารับฟังพร้อมกับร้องไห้อยู่ 



          "ทั้งฮยองทั้งควานลิน ทั้งคนอื่นๆ ทำร้ายจิตใจของผมจนผมคิดว่ามันควรจะด้านชาและไร้ความรู้สึก..."


          "แต่รู้ไหมนอกจากผมจะเด๋อ จะขี้แย จะเกลียดใครจริงๆไม่เป็นแล้ว ผมยังบังคับความรู้สึกตัวเองไม่ได้อีกด้วย" เดินไปยังประตูห้อง จับลูกบิดเปิดก่อนจะหันหน้าไปพูดกับคนใจร้ายสองคน



          "ทั้งๆที่ควรเกลียด ควรโกรธ แต่มันกลับไม่เลย ไม่เลยสักนิด" พวกเขาเงยหน้ามองผมด้วยสายตาที่มีประกายความดีใจฉายอยู่แต่ถึงอย่างนั้นความเสียใจและน้ำตาก็ยังคงเห็นได้ชัดเจน



          "อยากนั่งร้องไห้ต่อผมไม่ว่านะครับ ปิดห้องซ้อมให้ด้วย ผมขอตัวล่ะ หิวแล้ว" เดินออกจากห้องซ้อมแล้วหันหลังให้คนในห้อง....ผมว่าควรมีคนเลี้ยงข้าวผมนะ




           "คงจะดีนะครับถ้ามีคนไปกินข้าวกับผมด้วย....ถ้ารู้สึกผิด...ก็รีบปิดไฟปิดห้องซ้อมแล้วตามมานะครับ ผมจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ารอคนพาไปเลี้ยงข้าว" ดันประตูปิดแล้วเดินกลับหอ มองดูตัวเองจากกระจกตึก ในตอนที่กำลังเข้าหอพัก ผมกำลังยิ้มล่ะครับเป็นรอยยิ้มกับแววตาที่ผมทำมันหายไปจนลืมไปแล้วว่าเป็นยังไง.... ผมไม่ได้ใจง่ายนะ ยังไม่ได้ให้อภัยด้วย ไม่เชื่อง่ายๆหรอก แค่อยากให้โอกาส ถือเป็นรางวัลที่พวกเขาสองคนทำให้ผมอยากยิ้ม ของแบบนี้ต้องดูไปอีกนาน....
.
.
.
.

           อ่า อิ่มท้อง ผมกินเยอะจนแทบขยับไม่ได้แล้ว ไม่ดีเลยแน่นไปหมด ดีอย่างเดียวที่ไม่ได้จ่ายมีคนเลี้ยงตั้งสองคนแหนะครับ 

          "ไปเดินย่อยก่อนไหมพุงจะออกแล้วเนี่ย" ถ้าไม่ปากกวนไม่ใช่องซองอูขนาดโดนคาดโทษไว้ยังไม่เลิกกวนอีก ย้อนกลับไปตอนที่ผมอาบน้ำเสร็จคนนิสัยเสียสองคนก็นั่งรอผมอยู่หน้าประตูห้อง ผมล็อคเองล่ะแต่ก็ไม่คิดว่าจะนั่งเฝ้าหน้าประตู เปิดไปเจอนี่อยากขำกลับท่าทางที่เห็น องซองอูเกาท้ายทอยแล้วยิ้มๆเหมือนดีใจจนทำอะไรไม่ถูก ส่วนไลควานลินก็ตาเป็นประกายเหมือนลูกหมาตัวน้อย ก่อนที่จะออกมากินมื้อดึกผมทำข้อตกลงกับทั้งสองคนเล็กน้อยข้อตกลงที่ว่าก็คือ การประเมินความประพฤติ ดูๆไปเรื่อยๆ ตอนนี้ให้เกรด F ติดลบอยู่ ห้ามวอแว ห้ามลวนลาม ห้ามเข้าใกล้ในระยะประชิด ซึ่งแน่นอนว่าข้อตกลงของผมถูกคัดค้านและมีเสียงโอดโอยตามลำดับ จนต้องยื่นคำขาดว่าถ้าไม่ตกลงงั้นจบตรงนั้น เป็นพี่น้องร่วมรายการ พอจบจากรายการนี้ไปไม่ต้องติดต่อ หรือรู้จักกันอีก จึงได้รับเสียงตอบรับหงอๆกับอาการหมาหงอยมาในที่สุด อยากขำอ่ะ ถ้ามีหูกับหางนี่คงหู่ลู่หางตกน้ำตาคลอไปแล้ว ทำกับผมไว้เยอะ เดี๋ยวเด๋อจัดคืนให้


          "ทำไมครับมีพุงแล้วจะทำไม" ตวัดสายตามองจนอีกคนสะดุ้ง คุณองผู้มีความมั่นใจหายไปไหนแล้วเนี่ย


          "เปล่าครับผม" ก้มหน้าก้มตาทำท่าเหมือนเด็กสำนึกผิดไปอีก ไม่เล่นใหญ่ไม่ใช่องซองอู


          "ไปกันเถอะครับ จะได้มีเวลาพักดึกมากแล้ว" มือของเด็กจีนถูกส่งมาให้ผมจับ คิดว่าจะเผลอเหรอไม่มีทาง


          "อย่าเนียนไลควานลิน" 


          "แหะๆ โห ฮยองอ่ะ นิดหน่อยก็ไม่ได้" เหอะ ไอ้เด็กมึน ผมลุกขึ้นยืนแล้วค่อยๆก้าวเดินคือไม่ใช่อะไร ผมจุก ไม่น่าเลย กินแบบกะอิ่มเป็นชาติ 


       "ไอ้ก้อนแป้งเอ้ย" เสียงขำเบาๆจากคนเดิมตามสองคน ไม่ใช่ว่าไม่ได้ยินหรอกนะแต่ขี้เกียจหันไปเสวนาด้วย อยากถึงเตียงแล้วอ่ะครับ โอ่ย 
.
.
.

        "เฮ้อ~" เสียงถอนหายใจของ หลายๆคนในห้องซ้อมเดียวกันกับผมดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ทุกคนต่างทิ้งตัวนอนหลังจากซ้อมกันมาทั้งวันแล้ว ที่ถอนหายใจกันเนี่ยไม่ใช่เพราะผมนะครับ แต่เป็นเพราะพรุ่งนี้จะมีการคัดคนออก ในกลุ่มเรามีแต่อันดับเสี่ยงทั้งนั้น คิมดงฮันดูจะเครียดกว่าใคร เจ้าเด็กนี่แบกเอาความฝันกับรอยยิ้มหมีๆมาลองเสี่ยงดวงที่นี่ก็เหมือนผมกับใครอีกหลายคน อยู่กับกลุ่มนี้ดีมากครับ เอาตรงๆเลยนะ ทุกคนยิ้ม แม้จะเห็นผมอยู่ไม่มีท่าทีต่อต้านหรือหนักใจ มันทำให้ใจของผมชื้นขึ้นมาเป็นกองเลยล่ะ อยู่กลุ่มนี้ผมว่าผมโตขึ้นนะเพราะส่วนใหญ่มีแต่น้องๆ เอาเป็นว่าแขนของผมฮอตมากๆ คนในกลุ่มชอบมาควงมาซบ จนอยากถอดให้ทั้งไหล่เอาไปนอนกอดที่หอเลย ล้อเล่นน่ะครับ ฮ่ะๆ น้องๆน่ารักดี พาทำอะไรทำหมดเลยรู้สึกสงสารน้องอยู่นะที่ได้มาอยู่กับผมตอนที่ความเด๋อเต็มขั้น และอยู่ในภาวะไม่มีสติแบบนี้ ขอให้น้องไม่ติดเชื้อผมไปแล้วกันนะครับ....


        
        "พรุ่งนี้ประกาศผลแล้ว จะได้เต้นด้วยกันบนเวทีครบทุกคนไหมนะ" แทอูฮยองพูดขึ้นขำๆ แต่เชื่อเถอะที่น้องๆยิ้มรับน่ะเขายิ้มไม่ออกกันสักคนจริงๆหรอก บางทีก็รู้สึกเป็นกลุ่มที่ถูกเทนะครับว่าไหม อันดับรวมกันนี่เลขเยอะกว่ากลุ่มอื่นแน่ๆ ...เพราะแบบนี้รึเปล่านะเราเลยเข้าใจกัน 


       "ผมอยากเห็นทุกคนนะ" "ใช่ผมด้วย" ไอ้เด็กหมีดงฮันพูดขึ้น ตามมาด้วยซองฮยอกที่ส่งเสียงรับเป็นลูกคู่

     

       "เดี๋ยวถ้าผมออกผมจะซื้อดอกไม้กับของกินมาให้ทุกคนในวันแสดงนะครับ แถมถือป้ายไฟด้วยเลย" คำพูดของผมเรียกเสียงหัวเราะได้ดีทีเดียว 


       "ผมขอเค้กด้วยนะฮยอง" เจ้าแก้มกลมเยฮยอนบอกเสียงร่า แหม่ เรื่องกินไว้ใจได้สินะ 


       "ผมก็จะมานะถ้าไม่เข้า จะมาให้กำลังใจแน่นอน" ท้อเป็นลิงถือลูกท้อเลยเนี่ย 



       "ส่วนพี่น่ะมาดูแน่นอน" ผมรู้นะว่าทำไมแทอูฮยองถึงยังยิ้มกว้างๆได้แบบไม่กังวล


        "ที่ฮยองดูไม่เครียดเท่าไหร่นี่เพราะออกไปก็จะตรงไปโรงพยาบาลเลยใช่เปล่า ห่วงเขาล่ะสิ" มันก็เพราะใจห่วงใครบางคนที่ถูกส่งตัวผ่าตัดด่วนน่ะสิครับ ไม่แปลกใจที่ฮวานอุงแซว พี่แทอูกับพี่แทมินน่ะตัวติดกันจะตายแถมตอนมองพี่แทมินนี่สายตาพี่แทอูโซสวีทมากอ่ะครับ วันที่พี่แทมินล้มกลางห้องซ้อมจนส่งแอดมิดพี่แทอูแทบไม่เป็นอันซ้อม ทำอะไรผิดๆถูกๆ เหมือนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หัวใจก็ด้วยเช่นกัน 



        "อย่ามารู้ทันน่าฮ่ะๆ...." 

        "ความฝันน่ะมันยิ่งใหญ่และหนักหนามากก็จริงนะ แต่คนที่คอยอยู่ข้างๆ เรายอมรับทุกอย่างในตัวเรา ทำให้เรามีความสุขในการมีลมหายใจต่อไปในแต่ละวันน่ะ"

        "สำหรับพี่แล้วมีอยู่คนเดียว...ความฝันไม่สมหวังก็ยังมีชีวิตต่อไปได้ แต่ถ้าไม่มีแทมินพี่คงอยู่เหมือนคนไร้หัวใจ คนเราน่ะไม่สมหวังไปซะทุกอย่างหรอก ต้องรู้จักเลือกรักษาสิ่งที่สำคัญและหาอะไรมาทดแทนไม่ได้ไว้ เพราะถ้าเสียไปต่อให้ร้องไห้เสียใจให้ตายยังไงก็ไม่มีทางได้คืนมา" นั่นสินะ...พี่แทมินโชคดีที่มีพี่แทอูเป็นคนรัก และพี่แทอูก็โชคดีที่คนที่รักรักเขาตอบ ...


        "โอ่ย ซึ้ง ฮือ ฮยองยืมเสื้อเช็ดน้ำมูกหน่อย" เออ อยู่ในภาวะซึ้งๆละมุนๆ หรือภาวะปกติได้ไม่นานทุกทีสิน่า หมดกัน ฮากระจาย ตอนที่คิมดงฮยอนคนหมัดหนักซบหน้าลงกับแขนของแทดงแล้วสั่งน้ำมูกใส่เนี่ยแหละ 
.
.
.
         ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่บนดาดฟ้าของตึกล่ะครับ สถานที่พักกายพักใจที่ดีอีกที่หนึ่งของผม 

         "ฮยองอยากกินไอติมรึเปล่าหรืออยากกินเนื้อย่างไหม" เสียงของควานลินเจ้าเก่าครับ แน่นอนว่าองซองอูก็อยู่ที่นี่ ซ้อมเสร็จแล้วก็มาตามติดผมเหมือนกับลูกหมาหวงเจ้าของอ่ะครับ 


         "ไมอ่ะ จะพาไปเลี้ยงเหรอ" มองอีกคนด้วยความสงสัย 

         "อืม ผมกับพี่ซองอูจะพาไป แต่. ...ฮยองต้องเข้ารอบนะ ต้องผ่านไปด้วยกัน" ข้อเสนอยากจังแฮะ...


           "ฮยองเก็บกระเป๋าเสร็จแล้วเหอะ เดี๋ยวไปซื้อกินเองก็ได้" คนที่ได้รับคำตอบหน้าหงอยลงไปอีกขั้น เหมือนลูกหมาจนคิดภาพออกเลยอ่ะหูตกหางลู่ตาเศร้า ส่วนคุณองซองอูนั้นตีเนียนนอนหลับอยู่บนตักของผมเนี่ยแหละ เห็นว่าซ้อมหนักหรอกนะถึงยอมน่ะ ช่วงนี้ความประพฤติของทั้งสองคนดีมาก เชื่อฟังไม่ลุ่มล่าม แถมขุนผมจนรู้สึกกลมไปหมด เสียอยู่อย่างเดียว เวลาหึงหวงเนี่ย เยอะเกินไปแค่น้องๆมาเล่นด้วย ถ้าสองคนนี้หรือหนึ่งในสองคนนี้เห็นนะ จะพุ่งมาแทรกกลางแล้วติดหนึบกับผมหน้าตาเฉยเลยล่ะ โดยเฉพาะเจ้าลูกเจี๊ยบที่โดนควานลินโบกหัวไปกี่รอบก็ไม่อาจนับได้โทษฐานที่วอแวผมมากเกินไป ดูเหตุผลมันดิ ไหนจะองซองอูที่โคตรเนียนมากอดเอวผมแล้วยึดตัวไว้ตอนเด็กฝึกคนอื่นมาคุยด้วยอีก 




           "อยากให้ไปต่อด้วยกัน เวลาเหนื่อยอย่างน้อยผมยังหันไปเจอรอยยิ้มของฮยอง ถ้าฮยองไม่อยู่แล้วเวลาเหนื่อย ผมจะมองหาใครได้ล่ะ ในเมื่อกำลังใจของผมคือฮยอง ไหนจะคิดถึงอีก" ดูมัน ใครว่าเด็กมันอึน มันหล่อมันเท่ห์ ตอนนี้มันงอแงแล้วเนี่ย 

           
           "โทรศัพท์มีไว้บูชาเหรอ วีดิโอคอลนี่ใช้ไม่เป็นว่างั้น" ยอมรับว่ากวนตีน แต่มันก็ทำให้เด็กหน้าหงอยยิ้มได้บ้างล่ะน่า


           "ฮยองต้องรับนะ"

           "ใช่ ไม่ใช่ว่าหลอกให้โทรแล้วไม่รับสายกันล่ะ" คนเนียนแห่งปีลืมตามาพูดสมทบกับคนน้อง เรื่องแบบนี้ล่ะมาเป็นลูกคู่กันดีนักเชียว..

            
            "มีสิทธิสั่งผมด้วยเหรอ" ทำหน้าดุใส่ไปหนึ่งอัตรา หงอยลงทั้งพี่ทั้งน้อง ให้มันรู้สะบ้างว่าไผเป็นไผ


           "ไม่ได้สั่งแต่ขอร้อง...ขอร้องจริงๆนะ" มาอีกแล้วโหมดอ้อนของคุณอง 
    
            "พวกเราแค่อยากได้ยินเสียงฮยองทุกวันแค่นั้นเองครับ" บวกกับดวงตาท่าทางคล้ายลูกหมาน้อยน่าสงสารของไลควานลิน คอมโบ้เซทการโจมตีชัดๆ คีพลุคไว้ฮยอนบิน คีพไว้...


          "เออ รู้แล้วน่า อย่าลืมโทรมาแล้วกัน" ทำเสียงเข้ม ขมวดคิ้วใส่กลบอาการเขิน แถมยังต้องห้ามตัวเองว่าอย่าใจเต้นแรงเดี๋ยวคนบนตักมันรู้อีก ชีวิตชักจะมีเรื่องให้ทำเยอะไปล่ะ

        
         "ไม่ลืมหรอก" รับปากเข้าหน่อยยิ้มหน้าแมวเลยนะพ่อคนมั่น2017

          "ไม่ลืมแน่นอนครับ และก็ยังหวังอยู่ว่าจะเจอฮยองรอบต่อไป" ยิ้มตาหยีมาแบบนี้ใครจะกล้าไปดักทางให้หม่นเล่า เออ พยักหน้ารับเนี่ยแหละเหมาะสุด แต่ในใจผมก็คิดนะ...


          "อือ หวังเหมือนกัน" ผมยิ้มบางๆ แล้วเกลี่ยปอยผมที่ตกปรกหน้าผากของคนที่หนุนตักของผมต่างหมอนออกอย่างเบามือ คนโดนเกลี่ยผมหน้าแดงไปแล้วครับสงสัยคงช็อคมากด้วยถึงดูอึ้งๆ 


          "อยากเจอหน้า อยากฟังเสียง แล้วก็คงคิดถึง" รอยยิ้มของผมขยายกว้างขึ้นจนตาหยี "คิดถึงควานลินกับคุณอง" 


           เอาเถอะ...ผมว่าวันนี้ผมยิ้มกว้างมากกว่าที่เคยเป็นมานะ องซองอูผู้มาดมั่น กับวิชชวลแสนเสน่ห์อย่างไลควานลินกำลังเขินหน้าแดงหูแดงจนไปไม่เป็นเนี่ย หาดูง่ายเสียเมื่อไหร่ล่ะ....


           หวังว่าเราจะได้เดินด้วยกันไปนานๆนะเจ้าเด็กจอมมึนแล้วก็คนแก่จอมเนียน........


           
             



        
   


        




     


          


          
          




               



      





     

 


         
       







        
  



       
       
         

        


       



     
      
        


          
      
 


      




...................................................Happy Ending.................................................


 มีสอบหนักมากแต่เห็นตี๋รอดแล้วกลับมายิ้มเลยมีแรงมาเขียนต่อ
T^T สอบเสร็จขอเชิญพบกับมหกรรม
คู่แปลกแหวกทุกแนว ย้ำ!!! ว่ายัยตี๋เคะ 
ใครที่ไม่ชอบกดออกได้นะคะ ไรท์เข้าใจ 
ด้วยรักและตี๋น้อย <3




    

 

     



        




      

         
      




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #1494 PANGDL7 (@spaonepiece) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 23:31
    ฮืออออออออออ ความน่ารักนี้
    #1494
    0
  2. #738 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 01:05
    เหม็นฟามรัก ฮยอนบินใจดีอ่ะ แงงงง
    #738
    0
  3. #468 #AAZ (@aemza302) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 01:31
    ฟินมากมายยยย
    #468
    0
  4. #442 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 09:19
    อ่านแล้วปริ่มมม
    #442
    0
  5. #200 lpnh (@parnhyuk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 01:40
    ตี๋น่ารักมากกกกกกกก
    #200
    0
  6. วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 21:05
    ฮืออออฟินมากค่ะ ขอเลือดด่วน ฮยอนบินติดให้ได้นะเราคอยเชียร์อยู่!! เราเชื่อว่าเเม่เกาต้องเห็นว่า หนูพัฒนาเเละเอ็นดูหนูแน่ๆ!!
    #146
    0
  7. #145 callme Best (@Minissak) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 18:26
    ง้อวววววว หวานเวอร์
    #145
    0
  8. #131 aunshi (@aunshi) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 19:10
    ทำตามใจตัวเองสักทีทั้ง2คน
    #131
    0
  9. #129 SKOREDOXT (@gailzkyz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 10:09
    เข้ารอบ35คนให้ได้นะหมวยน้อยย
    #129
    0
  10. #128 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 08:35
    ฮยอนบินของนุ้ง นุ้งจะสวดมนต์อ้อนวอนให้บินได้เด
    #128
    0
  11. วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 05:40
    ฮืออออออไปดูหมวยเร็วแงงงง หมวยอย่าท้อนะ และก็ติดใน35คนให้ได้นะ *^*
    #127
    0
  12. #126 aunshi (@aunshi) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 21:05
    ก็เข้าหากันดีๆสิ จะได้อยู่ใกล้ๆไงงงงงง
    #126
    0
  13. #125 sesaii_kyuMB (@saiikyumin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 19:43
    มาแล้วววว ลุ้นนะคะว่าจะเป็นไง ชอบฮยอนบินก็บอกเค้าไปกันสิ อย่าทำร้ายคนท่ี่ตัวเองรักแบบนั้นสิ สงสารหมวยยยย แง้ง
    #125
    0
  14. #124 purpleliner (@purpleliner) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 17:46
    ยัยหลินลูกกก
    #124
    0
  15. #121 B_Beam (@beam_natthakan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 17:04
    หลิน~ชอบหมวยก็บอกเลย อย่าทำกับหมวยเราอย่างนี้สิ
    #121
    0
  16. #120 อิน้าม (@danslalune) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 17:03
    แงงง มาต่อแล้วววว
    #120
    0
  17. #119 Smile_Preme (@Smile_Preme) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 16:33
    คราวก่อนที่ว่ายัยหมวย พี่ยังไม่หายโกรธนะหลิน รีบๆขอโทษแล้วบอกเขาซะนะ พี่เป็นกำลังใจให้ รอนะคะ
    #119
    0
  18. วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 16:26
    ฮันแน่~~~ อยากอยู่กับหมวยก็บอกหมวยสิลูก ถ้ามัวแต่กลัวแล้วเมื่อไรจะได้เอ-/สัญญานขาดหาย
    #118
    0