SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,160 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,347 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    135

    Overall
    53,160

ตอนที่ 8 : Lust & Pain

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    3 พ.ค. 61


Lust & Pain



  





Austin Cassius Colt
x
Lowell Patrick Max





            "อึก หยุด เถอะ ได้โปรด อ๊ะ..ฮึก" เสียงร้องขอเคล้ากับเสียงครางปนกับเสียงสะอื้น ไม่ได้ทำให้คนที่กำลังกายกระแทกกระทั้นเข้าออกในร่างกายของผู้ร้องขอหยุดลงแต่อย่างใด 


            "ร่างกายนายตอบสนองดีขนาดนี้ จะให้ฉันหยุดจริงๆน่ะเหรอ หืม" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของผู้ที่อยู่เหนือกว่าเผยออกมาก่อนที่เจ้าตัวจะผ่อนแรงที่ขยับลง แล้วแกล้งเน้นย้ำ เป็นจังหวะเนิบช้าเพื่อทรมานผู้ถูกกระทำแทน


            "อ๊ะ อึก หยุด หยุดนะ" สัมผัสที่เชื่องช้าลงกับการกลั่นแกล้งทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกทรมาน ร่างกายไม่รักดีกำลังร้องเรียกหาสัมผัสที่รุนแรงกว่านี้ แต่เขาจะไม่ยอมร้องขอเด็ดขาด จึงกดกลั้นด้วยการกัดริมฝีปากตัวเองไว้และขืนตัวไม่ยอมขยับตามแรงที่อีกคนชักนำ 


             "พยศนักนะ หึ  ทั้งๆที่เป็นแค่ของใช้หนี้แท้ๆ พยศให้ได้ตลอดแล้วกัน" สิ้นประโยค จากแรงเนิบนาบที่ถูกกระทำก็ถูกเพิ่มเร็วขึ้น ความเจ็บแปลบ ความจุกและความเสียวซ่านถาโถมเข้ามาใส่คนเป็นรองอย่างไม่ปราณี จนต้องคลายการกัดปากแล้วส่งเสียงร้อง ที่ผู้นำเกมต้องการจะได้ยินมากกว่าคำพูดที่ไม่เข้าหูอย่างคำว่า 'ขอร้องหยุดเถอะ' เป็นไหนๆ ยิ่งอีกคนร้องครางมากเท่าไหร่อารมณ์ดิบเถื่อนในตัวของผู้กระทำก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นมากเท่านั้น และมันก็ถูกระบายออกด้วยการกระทำที่รุนแรงเป็นเวลานานจนร่างกายของผู้ถูกกระทำแทบแตกสลาย....ราวกับเป็นฝันร้าย...ฝันร้ายที่ไม่อยากให้เป็นจริง
.
.
.
.   
            "คุณคะลุกขึ้นมาทานข้าวทานยาหน่อยนะคะ" แรงเขย่าตัวพร้อมกับเสียงปลุกที่สุภาพทำให้ผมรู้สึกตัวตื่น อ่า ทำไมเปลือกตาหนักจังนะ พอลืมตาขึ้นได้ผมก็มองไปรอบๆ เพื่อดูว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เพดานที่ไม่คุ้นเคย ผนังห้องสีขาวสะอาดตาตัดกับของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์สีดำอย่างลงตัว แต่เดี๋ยวนะห้องของผมต้องถูกตกแต่งด้วยสีพาสเทลสบายตาสิ เมื่อคิดได้ว่านี่ไม่ใช่บ้านตัวเองแน่ๆ ผมจึงรีบลุกขึ้นนั่ง ก่อนที่จะต้องล้มตัวลงไปนอนเหมือนเดิมเพราะความปวดร้าวระบมที่แล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาจนถึงกลางหลัง เจ็บจนน้ำตาเล็ด 


            "คุณไหวรึเปล่าคะ" มือนุ่มของคนที่ปลุกผม ค่อยๆจับแขนประคองตัวของผมให้นั่งพิงหัวเตียงเบาๆ 


            "คุณเป็นใครครับ แล้วที่นี่ที่ไหน" เอ่ยถามเสียงสั่น จ้องมองคนตรงหน้าอย่างต้องการคำตอบ เธอเป็นผู้หญิงที่ดูมีอายุแต่ก็ยังคงสวยและดูดี จากชุดที่เธอใส่ผมคิดว่าเธอน่าจะเป็นแม่บ้านของที่นี่


             "ดิฉันชื่อมิเชลค่ะ เป็นหัวหน้าเมดของที่นี่ และที่นี่คือคฤหาสน์ตระกูลโคลด์" ผมแทบกลั้นหายใจตอนที่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน งั้นแสดงว่าเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ฝัน ความจริงจากสภาพร่างกาย ผมก็น่าจะยอมรับตั้งแต่แรกว่าผมเจอกับฝันร้ายที่เป็นจริงเข้าแล้ว 


              "ทานข้าวหน่อยนะคะ จะได้ทานยา แล้วค่อยนอนพักต่อ" สายตาห่วงใยอบอุ่นดูใจดีของมิเชลถูกส่งมาให้ผม แต่ตอนนี้จิตใจของผมพังเกินกว่าที่จะตอบรับในแบบที่ดีๆได้ ผมจึงเลือกขยับตัวลงนอนใช้แรงฝืนพลิกตัวหันหลังให้กับเธอ ตอนนี้ผมอยากร้องไห้อยู่คนเดียว และขอบคุณเหลือเกินที่เธอเข้าใจผม



             "ถ้าคุณต้องการอะไรกดสวิตซ์ที่หัวเตียงได้เสมอนะคะ ดิฉันจะวางอาหารเช้ากับยาไว้บนโต๊ะข้างเตียง ถึงคุณจะไม่อยากทานมัน แต่ช่วยทานมันสักหน่อยก็ยังดีจะได้ทานยาได้ ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ" เธอออกไปแล้วพร้อมกับน้ำตาของผมที่กำลังไหล หมดแล้วซึ่งศักดิ์ศรี หมดแล้วซึ่งความเป็นคน สถานะของผมตอนนี้...ผมเป็นเพียงแค่สิ่งของที่ถูกขายใช้หนี้...ไม่น่ากลับมาเลย ถ้าผมเลือกได้ผมจะไม่ใจอ่อน ถ้าผมเห็นแก่ตัวบ้าง ผมคงไม่ต้องตกนรกทั้งเป็นแบบนี้ 


             ผมทำกรรมอะไรไว้นักหนา แค่เกิดมาในฐานะลูกคนใช้กับเจ้านายหรือเรียกๆง่ายๆว่าลูกเมียน้อย ก็ลำบากมากพออยู่แล้ว ทั้งๆที่แม่เลือกพาผมออกมาจากบ้านหลังนั้น บ้านที่มีแต่คนดูถูกเหยียดหยาม พาผมไปใช้ชีวิตสงบสุขที่ออสเตรเลียจนแม่ผมเสียผมก็ยืนหยัดใช้ชีวิตเองด้วยตัวคนเดียวมาตลอด ทำไมกับอีแค่จดหมายขอร้องให้กลับมาดูใจคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ พ่อที่ไม่เคยเลี้ยงดู ไม่เคยดูแล ถึงทำให้ผมใจอ่อนยอมกลับมา กลับมาทั้งๆที่คิดว่าท่านอยากเอ่ยลาผมเป็นครั้งสุดท้าย กลับมาด้วยหัวใจที่คาดหวังว่าอย่างน้อยพ่อยังเห็นผมเป็นลูก แต่สุดท้าย...ผมก็ถูกหลอก...เขาเรียกให้ผมกลับมาเพียงเพราะตั้งใจจะขายผมเป็นของใช้หนี้... 


            นอกจากคนที่ได้ชื่อว่าพ่อจะไม่เห็นผมเป็นลูกแล้วในตอนนี้ผมก็ได้รู้ความจริงอีกข้อหนึ่งว่า เขามองเห็นผมเป็นเพียงสิ่งของ ไม่มีชีวิต ไม่มีหัวใจ.... ทำไมนะ ทำไมถึงทำกับผมได้ถึงขนาดนี้ บางทีถ้าผมหลับไปอีกครั้งและไม่ตื่นขึ้นมาอีกคงจะดี....

.
.
.
           "เขายอมกินข้าวรึเปล่าครับ นม" ทันทีที่หัวหน้าเมดเดินลงมาจากชั้นบน เสียงทุ้มของผู้เป็นเจ้าของบ้านก็ดังขึ้น มิเชลระบายยิ้มน้อยๆ ก่อนส่ายหน้าตอบ คิ้วของคุณชายของบ้าน ขมวดขึ้นทันทีที่ได้รับคำตอบนั้น

        
          "ที่หงุดหงิดจนคิ้วขมวดเป็นเพราะคุณเขาดื้อ หรือ ห่วงเขากันแน่คะ" เหมือนคำถามของเธอจะจี้จุดอะไรบางอย่างของคุณชายเข้าให้ เขาถึงได้หลุดเสียฟอร์มทำท่าทางเลิ่กลั่กแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนในตอนนี้ 


          "ใครจะไปห่วงกันครับ ผมเข้าบริษัทก่อนนะครับ มีประชุมเช้า สวัสดีครับนม" มองตามคุณชายที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่ยังแบเบาะด้วยรอยยิ้ม เธอเลี้ยงของเธอมาทำไมเธอจะไม่รู้ว่าอีกคนน่ะ ปากร้าย ใจร้อน แต่ข้างในน่ะอบอุ่นอ่อนโยนและใจดีแค่ไหน ตอนที่เธอเห็นสภาพของเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงนุ่มในห้องส่วนตัวของคุณชายด้วยสภาพค่อนข้างยับเยิน รอยแตกของปาก รอยเลือด ร่องรอยที่ถูกกระทำบนร่างกาย ไหนจะคราบน้ำตาอีก ยอมรับว่าเธอโมโห และผิดหวังในตัวคุณชายมาก....และที่เธอเข้าไปในห้องของคุณชายตอนเช้าเพราะต้องเข้าไปดูความเรียบร้อย เธอไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพที่สะเทือนใจของเธอแบบนั้น เธอตัดสินใจเดินออกจากห้องส่วนตัวของคุณชายด้วยความตั้งใจว่าจะหาข้าวหาน้ำและยากินยาทา ไปให้เด็กหนุ่มผู้น่าสงสารของเธอ ขณะที่เธอกำลังจะกลับเข้าไป เธอก็ต้องเปลี่ยนใจและถอยกลับออกมาแทน

            คุณชายผู้นิ่งเฉย ดูหยิ่งจนเหลือร้าย. คุณชายผู้ไม่เคยยอมอ่อนให้ใครนอกจากเธอ คุณท่าน และคุณหนู กำลังเช็ดตัวให้กับคนที่ตัวเองลงมือทำร้ายด้วยสายตารู้สึกผิด ความอบอุ่นอ่อนโยน ที่เธอไม่เคยเห็นว่าคุณชายจะมอบให้กับคู่นอน คู่ควงหรือแม้แต่คนที่เคยเป็นแฟนคนไหน มันกำลังถูกมอบให้กับคนที่คุณชายเรียกว่าสิ่งของใช้หนี้ ...คุณชายหนอคุณชาย โมโหขาดสติจนทำร้ายเขาแต่พอมีสติกลับมานั่งดูแลเขาด้วยสีหน้าหงอยๆแบบเนี้ยะ ....มิเชลคิดว่าคุณชายของเธอกำลังมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปเป็นแน่ ....

           
          "ห่วงเขาแต่ทำฟอร์ม จริงๆเลยนะคะคุณชายของนม" ถอนหายใจเบาๆ ส่ายหัวให้กับความฟอร์มจัดและปากแข็งของคุณชายของบ้านอย่างปลงๆ 

.
.
.
.

         "บอสครับ มิสเตอร์จางนัดทานข้าวตอนสี่โมงเย็น บอสจะตอบรับหรือปฏิเสธครับ"

         "บอกว่าฉันมีธุระคงไม่สะดวก" ผู้เป็นลูกน้องพยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะออกจากห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัทไป 

          "เฮ้อ..." หลังเลขาคนสนิทออกจากห้องไป เจ้าของห้องก็เอนตัวพิงเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน

           ผมเป็นนักธุรกิจ มีความกล้าได้กล้าเสีย และไม่ชอบการหักหลังหรือหลอกลวงเป็นที่สุด เมื่อไม่นานมานี้ ตระกูลที่เคยร่ำรวยอย่าง ตระกูลแม็กซ์ กำลังจะล้มละลาย และหมดตัว ซึ่งคนที่เทคโอเวอร์กิจการทุกอย่างที่ตระกูลนั้นปล่อยขายคือผมเอง ถ้าถามว่าทำไมถึงซื้อทั้งๆที่อีกฝ่ายไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้ที่ติดค้างต่อบริษัทของผมได้หมด ก็คงต้องตอบว่าเพื่อความสะใจ ตอนที่กำลังรุ่งเรือง นายท่านตระกูลแม็กซ์ หยิ่งยโส ไม่เห็นหัวใคร วางตัวเหนือทุกคน คุณหญิงเองก็ไม่ต่างกัน ที่แสบที่สุดคงจะเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างเฮนรี่แม็กซ์ คุณหนูผู้เอาแต่ใจและหักอกเพื่อนรักของเขาจนมันเกือบเสียคน มันจะรู้สึกดีแค่ไหนถ้าคุณหนูผู้คิดว่าตัวเองสูงส่งต้องถูกขายมาเป็นของใช้หนี้เพื่อประคองฐานะความเป็นอยู่ของบ้านไม่ให้ตกต่ำจนไม่มีที่อยู่ และผมคิดว่าจะใช้เขาเป็นของเล่นแก้เบื่อเพื่อให้รู้ซะบ้างว่าที่ทำกับคนอื่นคนที่ถูกระทำเขารู้สึกแย่แค่ไหน 


           จนวันส่งตัวที่นัดกันไว้ ลูกชายของตระกูลแม็กซ์ถูกพาไปไว้ที่ห้องของผม ผมมั่นใจว่าพวกเขาเล่นตุกติกไม่ได้เพราะในสัญญาระบุชัดเจนว่าต้องเป็นลูกชายของนายท่านแม็กซ์ แต่ผมคงชะล่าใจไปจนลืมคิดว่าบางทีคนแบบนั้นก็อาจมีบ้านเล็กบ้านน้อยจนพลาดมีลูกได้ ตอนที่ผมเห็นคนที่ถูกมัดแขนมัดขาและปิดตาปิดปากอยู่บนเตียง ผมโมโหมากในความคิดทีแรกรู้สึกเหมือนถูกหักหน้า ไม่ต้องเปิดผ้าที่ปิดหน้าอีกคนไว้ออกผมก็รู้ว่าไม่ใช่เฮนรี่แม็กซ์ ขนาดตัวกับส่วนสูงต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่ที่ดูจะไม่ด้อยไปกว่ากันก็คงจะเป็นผิวขาวเนียนละเอียด กับเอวคอดๆ นั่นล่ะมั้ง 
        
             
            ตอนนั้นผมโมโหจนขาดสติลงมือกระชากทุกอย่างบนเรือนร่างนั้นออกอย่างโหดร้ายทำให้ผิวกายขาวเนียนของอีกคนขึ้นเป็นสีแดงไปจนเกือบทั้งตัว แรกๆก็กะแค่จะขู่ถามว่าทำไมมาแทนลูกชายของตระกูลแม็กซ์ แต่อีกคนก็ชั่งพยศเสียเหลือเกิน แถมพ่นคำด่าผมเป็นชุด จนผมทนไม่ไหวจับคนช่างพยศปิดปากด้วยจูบของตัวเอง ใครจะไปคิดว่าแค่จูบเดียวทำเอาความตั้งใจแรกที่แค่จะขู่ถูกกลืนหายไป เป็นความต้องการแทน อาจเป็นเพราะความพยศ ที่ช่างน่ากำหลาบ หรือเพราะดวงตาที่มีทั้งความแข็งกร้าว และความรู้สึกเปราะบางในส่วนลึกที่น่าค้นหา หรือเพราะริมฝีปากอวบอิ่มที่ได้ลิ้มลองแล้วไม่อยากจะหยุดสัมผัสมัน ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไรก็ตาม...ความรู้สึกของผมที่มีตอนนี้ก็คือดีใจที่ตระกูลแม็กซ์ส่งลูกชายอีกคนมาแทน  ที่มั่นใจได้เพราะผมสืบมาแล้วเกี่ยวกับประวัติของอีกคนหลังจากที่ปู้ยี่ปู้ยำเขาเสร็จแล้ว (ผมว่าผมดูเลวแปลกๆ) ถึงจะเป็นลูกนอกสมรสกับเมดผมก็ไม่สนใจหรอก...สนใจอยู่อย่างเดียว...คือตัวของคนจอมพยศนั่นแหละครับ
.
.
.
.
.

             "เฮ้อ~" ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่สำหรับการถอนหายใจ...ถ้าคำพูดที่ว่าถอนหายใจหนึ่งครั้งอายุสั้นลงหนึ่งปีเป็นจริง ผมคงตายเร็วๆนี้ หลังจากที่นอนร้องไห้จนหลับและตื่นขึ้นมาในช่วงบ่าย ผมก็พบข้าวต้มที่มีไอร้อนกับกลิ่นหอมโชยชวนให้ท้องโหยหาวางอยู่บนโต๊ะ ทางฝั่งขวาของเตียง คงเป็นมิเชลที่คอยมาจัดการเปลี่ยนอาหารให้เนื่องจากของเก่าที่ผมไม่ได้กินคงเย็นชืดหมดแล้ว.... แม้จะไม่อยากแตะอาหารแค่ไหน..แต่ก็ต้องทานมันเข้าไปก่อนที่การกินยาบรรเทาอาการเจ็บปวดของร่างกายโดยไม่มีอาหารรองท้องจะทำลายกระเพาะของผม


             การนอนถอนหายใจหลังจากอาหารย่อยดีแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกนะครับ ผมกำลังคิดหาทางหนี ในเมื่อคนเป็นพ่อทำให้ผมเห็นแล้วว่า เขาไม่เคยเห็นความสำคัญของผมเลยสักนิด ดังนั้น ความเจ็บปวดที่โดนทำร้าย ทั้งจากคนที่ได้ชื่อว่าพ่อกับคนใจร้ายที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผม ผมจะถือว่าเป็นสิ่งตอบแทนบุญคุณ คนที่ทำให้ผมเกิดมาก็แล้วกัน ต่อให้หลังจากผมหนีไปจะเกิดอะไรขึ้นกับคนตระกูลแม็กซ์ผมก็จะไม่สนใจและหันหลังเดินกลับมาอีกเด็ดขาด




              แต่มันไม่ใช่เรื่องง่าย...คิดแล้วอยากจะร้องไห้อีกสักรอบ ขยับตัวลุกเดินออกจากห้องยังทำไม่ได้ แล้วยังมีหน้ามาคิดหนีอีก ทางที่ดีที่สุดคือรักษาตัวให้หายและหาวิธี เอากระเป๋าเป้ ที่ผมจำได้ว่าถูกรวบขึ้นรถตู้มากับผมด้วย และผมคิดว่าน่าจะอยู่ในห้องนี้ แต่แค่ไม่รู้ว่าตรงไหนคืนมาให้ได้...

               
               "แกร๊ก~" เสียงเปิดประตูทำให้ผมหลับตาลงอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าเกิดไม่ใช่มิเชล แต่เป็นเจ้านายของเธอแทน ผมก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไรอีกบ้าง ถ้าเจอหมีให้แกล้งตายเจอคนใจร้ายให้แกล้งหลับ จำไว้นะครับ 


               "ถ้าจะหลับจนเกร็งขนาดนั้นตื่นก็ได้นะ" ชัดเจน...แล้วเรื่องอะไรผมต้องลืมตาตามที่หมอนี่บอกกันล่ะไม่มีทาง

               "คงดีขึ้นแล้วสินะ ถึงพยศได้แบบนี้" แรงยวบที่ข้างเตียงเริ่มทำให้ผมรู้สึกใจไม่ดีสักเท่าไหร่ ความโหดร้าย รุนแรง ที่ได้เจอ ยังคงฝังอยู่ในหัว 

                 "ตัวสั่นเป็นลูกหมาตกน้ำเชียว ลืมตาขึ้นมา ก่อนจะโดนดี" แล้วผมเลือกอะไรได้ล่ะนอกจากลืมตา แค่เปิดตาขึ้นมาก็เจอใบหน้าของคนใจร้ายซึ่งมีรอยยิ้มเล็กๆประดับอยู่... ผีเข้ารึเปล่า เมื่อคืนโหดร้ายดุดันอย่างกับปิศาจ ทำไมตอนนี้ถึงกลับดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้


               "มองเข้าไป รู้ว่าหน้าตาดี แต่อย่าจ้องมาก" เท่านั้นแหละผมขอเพิ่มเติม นอกจากเป็นผู้เป็นคนขึ้นแล้วยังกวนตีนด้วย แถมมั่นหน้าอีก ให้ตายเหอะ อยากกรอกตาเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดจริงๆ


                "ดื้อนักนะ ถ้าจะทำหน้าตาใส่แล้วไม่พูด ห้ามให้ฉันได้ยินเสียงล่ะ" พอจบคำพูดตัวของผมก็ถูกจับและช้อนขึ้นจากที่นอนอย่างไม่ทันตั้งตัวแขนของผมกอดเข้าที่คออีกคนอย่างลืมตัวเนื่องจากกลัวตก ขยับตัวจะดิ้น ยกแขนขึ้นตั้งใจจะทุบตีอีกคนก็ต้องยอมเปลี่ยนกลับมาอยู่นิ่งๆแทน...จะให้ดื้อต่อได้ไงล่ะ


               "ถ้าดิ้นฉันปล่อยนายลงบนเตียงเหมือนเดิมแน่และนายคงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วถ้าตีฉัน ฉันจะคิดทบต้นทบดอกเอาให้ไม่ได้นอนเลยดีไหม" เจอแบบนี้กับสายตาหื่นๆ คิดว่าผมจะพยศออกเหรอ อย่าให้หายนะ.... จะต่อยให้น็อคเลยคอยดู 


               "จะพาไปไหน" จากที่จะปิดปากเงียบก็ต้องร้องถามเมื่ออีกคนอุ้มผมเดินไปยังทางที่มีห้องน้ำอยู่ คงไม่คิดจะอาบน้ำให้ผมหรอกนะ...


               "นึกอยากพูดแล้วรึไง ทั้งๆที่ฉันบอกว่าห้ามให้ได้ยินเสียงอยากถูกลงโทษนักสินะ" ผมถูกวางตัวลงในอ่างอาบน้ำส่วนคนพูดก็วางมือบนขอบอ่าง กักขังผมไว้ใต้ร่าง ก่อนที่จมูกโด่งได้รูปของอีกคนจะแตะอยู่ที่ปลายจมูกผม เป็นบ้าอะไรของเขาเนี่ย กลับไปทำตัวน่ากลัวเหมือนเมื่อคืนยังจะดีซะกว่า มาแบบนี้ผมตั้งรับไม่ถูก ใจมันสั่นแปลกๆ ไม่ชอบเลย...



             
              "ดีที่รู้จักหงอยซะบ้างห้ามดื้อ" ผมก้มหน้าหลบตาอีกคนเพราะใจสั่นมากจนน่ากลัวเกินไป แต่ก้มได้แค่แป๊ปเดียวไม่วายต้องเงยหน้าไปแว้ดใส่อีกคนจนได้



              "ย๊าห์ หยุดนะจะทำอะไร ผมอาบเองได้!!!!!" ปัดมือที่กำลังแกะกระดุมเสื้อนอนของผมออกอย่างแรง กว่าจะคิดได้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิโต้เถียงก็ตอนที่สายตาดุร้ายตวัดกลับมามองผมนั่นแหละ ..ตายแน่ๆโลเวล นายตายแน่ๆ 


               "หึ ดื้อนักใช่ไหม" ต่อให้ร้องขอในใจให้คนใจร้ายแบบเดิมกลับมาแต่ความจริงแล้วผมไม่ได้ต้องการแบบนั้นเท่าไหร่หรอกนะ 


               "ทำไมไม่ดื้อต่อล่ะก้มหน้าเงียบทำไม" ยังจะถามอีก ถ้าผมดื้อคนที่เจ็บตัวก็คือผมไง 

               "อย่าทำให้ฉันโมโห อย่าดื้อ" เขาบอกแค่นั้นแล้วค่อยๆปลดชุดนอนของผมออกจนร่างกายของผมเปลือยเปล่า ผมไม่รู้หรอกว่าเขาทำสีหน้าแบบไหน เพราะตอนนี้ผมกำลังกลั้นน้ำตาอยู่ มองดูรอยแดงตามตัวน้ำตาก็ยิ่งอยากจะไหล นอกจากจะกลัวแล้ว ยังต้องมาสมเพชตัวเองอีก เพราะมัวแต่จมอยู่กับความคิดของตัวเองจึงไม่รู้ตัวว่าอีกคนได้ย้ายตัวเองลงมาในอ่างอาบน้ำที่ผมกำลังนั่งอยู่แล้ว รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เอวถูกโอบกอดจากข้างหลัง พร้อมกับสัมผัสนุ่มร้อนจากริมฝีปากที่ประทับลงบนบริเวณท้ายทอย ผมสะดุ้งไปทั้งตัวและตัวสั่นกว่าเดิม เพราะเรื่องเลวร้ายพึ่งผ่านมาเมื่อคืนซึ่งผมยังจำได้ดีในทุกสัมผัส ทุกความเจ็บปวด มันจึงยากที่จะห้ามตัวเองไม่ให้สั่นกลัวได้ 

                
               "ไม่ต้องกลัวหรอก อย่าดื้อ อย่าทำให้ฉันโมโห แค่นั้นนายก็จะไม่เจ็บตัว" เขากระซิบบอกที่ข้างหูผม พร้อมกับกระชับแรงโอบกอดให้ร่างกายเราแนบชิดกันมากขึ้น แม้น้ำที่ถูกเปิดลงสู่อ่างจะเย็นสบายแค่ไหน ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกร้อนรุ่มแปลกประหลาดยามที่ร่างกายแนบชิดกันลดลงได้เลย เพราะความรู้สึกแปลกๆ ผมถึงขยับตัวถอยออกห่าง แต่ดูเหมือนผมจะพยศเขาเข้าให้แล้วสิ...


               "ทำไมไม่ฟัง ดื้อนักนะ ฉันกะว่าจะใจดี แต่เห็นทีคงต้องสั่งสอนกันซะหน่อยแล้ว" ยังไม่ทันได้เอ่ยปากแก้ตัวร่างกายก็ถูกปรับทิศทางให้หันหน้าเข้าหาคนที่กำลังหงุดหงิดอยู่ และทันทีที่เผชิญกับใบหน้าของคนใจร้ายปากของผมก็ถูกปิดด้วยปากของเขา ถึงมันไม่ได้รุนแรงเท่าเมื่อคือแต่ผมก็ยังกลัวอยู่ดี อยากเม้มปากอยากผลักอีกคนออกแต่ก็รู้ดีว่ามันไม่คุ้ม จึงได้ยอมให้อีกคนปล้ำจูบและลูบไล้ร่างกายของตัวเองตามที่ใจอีกคนต้องการ....น่าสมเพชที่สุด ....


               "ฉันน่ะมันอารมณ์ร้อน ฉันไม่ชอบการหักหลังหลอกลวง เมื่อคืนฉันคิดว่าถูกหลอก เพราะสัญญาหนี้ระบุว่าต้องเป็นลูกชายโดยสายเลือดของคุณแม็กซ์....ฉันคิดว่าเขามีลูกคนเดียวคือเฮนรี่ แต่เล่นตุกติกส่งนายมาแทน ทีแรกแค่จะขู่ถามความจริงให้กลัว แต่...ฉันก็ขาดสติ ทำร้ายนายไป ฉันขอโทษ..." เขาพูดขึ้นหลังจากที่ถอนจูบออกไป นิ้วอุ่นลากเกลี่ยไปมาบนแก้มของผมอย่างแผ่วเบา 

               "กลัวฉันใช่ไหม อย่าร้องไห้สิ ฉันบอกแล้วว่าแค่ไม่ดื้อ นายก็จะไม่เจ็บตัว เพราะฉันไม่ใช่คนใจเย็น และช่างคิดนักหรอกนะ ในกรณีที่เป็นนายน่ะ" สิ่งที่ทำให้เขาอ่อนลงคงเป็นความกลัวและน้ำตาของผมสินะ 



                "ปล่อยผมไปสิ ในเมื่อคนที่คุณคิดตั้งแต่ต้นที่จะเอาตัวมาคือเฮนรี่ ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยผมไปเถอะ ผมขอร้อง ฮึก" ผมร้องขอเขาทั้งน้ำตา..ถ้าเขาคิดได้แล้วจริงๆว่าสิ่งที่ทำไปมันควรขอโทษผมก็ได้แต่หวังว่าเขาจะไม่ใช่คนใจร้ายใจดำอำมหิตถึงขั้นกักขังคนที่ไม่ได้ต้องการอย่างผมไว้ 
 

                 "ขอโทษนะ แต่ที่นายขอฉันให้ไม่ได้จริงๆ" คำขอโทษกับน้ำเสียงแสนจริงใจไม่ได้ช่วยทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นสักนิดกับคำตอบของเขา 


                
                "ผมไปทำอะไรให้คุณเหรอ ทำไมคุณถึงปล่อยผมไปไม่ได้ ฮึก หนี้สินระหว่างคุณกับตระกูลแม็กซ์ผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับมันเลยสักนิด ผมเป็นลูกของเขา มันอาจตรงตามสัญญาที่คุณกำหนด แต่ผมเป็นลูกที่เขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิด ไม่เคยถูกดูแลเลี้ยงดู ไม่เคยเลยสักนิด ผมถูกทอดทิ้งไปแล้ว ทำไมผมถึงต้องมารับผิดชอบ ในสิ่งที่ผมไม่ได้ก่อ ทำไมผมถึงต้องมารับผิดชอบแทนคนที่ไม่เคยเห็นว่าผมมีค่า ทำไม ฮือ" เพราะความอัดอั้นและไม่เข้าใจ ทำให้ผมพรั่งพรูสิ่งที่รู้สึกออกมาทั้งหมด 



                 "ที่ฉันปล่อยนายไปไม่ได้...ไม่ใช่เพราะว่าเห็นนายเป็นตัวประกันหนี้ ไม่เกี่ยวกับสัญญา. ." ปากเรียวของอีกคนไล่จูบซับน้ำตาบนใบหน้าของผมในขณะที่มือทั้งสองข้างของเขาค่อยๆเกลี่ยลูบแก้มผมตามรอยจูบที่ประทับลงมา ผมอยากจะถามว่ามันหมายความว่าอะไรทั้งสิ่งที่อีกคนบอกและการกระทำแสนอ่อนโยนนี้ แต่ผมคงไม่มีโอกาสได้ถามเมื่อปากของผมกำลังถูกปิดด้วยจูบของเขา 
.
.
.
.
                  "อ๊ะ เบาๆ ฮื้อ" ไม่รู้ว่าเผลอตัวไปตอนไหน มันถึงได้เลยเถิดมาแบบนี้ การกระทำแบบเดิมบนเตียงๆเดิม หากแต่ครั้งนี้แตกต่างจากฝันร้ายเมื่อคืนตรงที่ว่าสัมผัสของอีกคนไม่ได้โหดร้ายและรุนแรง มันกลับเป็นสัมผัสที่อ่อนโยนชวนเคลิบเคลิ้ม ในบางจังหวะก็ร้อนแรงจนร่างกายแทบละลาย ....ผมไม่อยากจะยอมรับเลยว่ามันรู้สึกดี 


                   "อย่ากัดปาก ช้ำหมดแล้ว" เขาไม่ได้ตอบรับคำบอกของผมหากแต่ประคองผมที่นอนราบกับเตียงขึ้นไปกอด ท่วงท่าในตอนนี้มันค่อนข้างน่าอายจนใบหน้าผมร้อนวูบวาบไปหมด 

  
                     "กัดไหล่ฉันถ้านายอยากกัด อย่ากัดปากตัวเอง" ลมร้อนเป่าอยู่ที่ข้างแก้มเมื่อเขากระชิบที่หูผมด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะกระชับจับเอวของผมไว้และเริ่มส่งแรงกระแทกเข้ามาใหม่อีกครั้ง เพราะท่วงท่าที่ผมนั่งคร่อมอยู่บนตักเขาทำให้ส่วนนั้นสอดเข้ามาลึกกว่าทุกท่า ความเสียวกระสันที่แล่นวาบขึ้นมาตามจังหวะการกระแทก กำลังสร้างความสุขซึ่งมอมเมาผมให้เผลอไผล ไปตามจังหวะที่อีกคนชักนำ 


                     "อื้อ เสียว คุณมันลึก อึก" เมื่อจังหวะเริ่มเร็วขึ้นจากเดิมผมก็ทนรับมันไม่ไหว ต้องระบายออกมาทางเสียง ซบหน้าลงกับไหล่แกร่งก่อนจะอ้าปากขบกัดพร้อมนิ้วมือที่ข่วนไปตามแผ่นหลังของอีกคนเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ได้รับ....



                   "อ่า นายมันสุดยอดจริงๆโลเวล เรียกชื่อฉัน" เสียงครางทุ้มดังออกมาพร้อมกับคำสั่งที่มีน้ำเสียงออดอ้อนปะปนมาด้วย คนที่กำลังถูกมัวเมาอย่างผมไม่มีสติพอที่จะคิดหรือจะปฏิเสธอะไรออกไป....ทำได้เพียงแค่ทำตามเท่านั้น..      ....   



                   "ออสติน อื้อ อ๊ะ  มันแรงไป อ๊า" หลังจากที่เอ่ยเรียกชื่ออีกคนไปทั้งจังหวะและแรงกอดรัดของเขาก็ยิ่งมีมากขึ้น มันทำให้ผมเสียวจนแทบขาดใจ

    
                   
                   "นายทำให้ฉันคลั่งโลเวล คืนนี้คงต้องเรียกชื่อฉันทั้งคืนแล้วล่ะเพราะฉันชอบเสียงของนายตอนที่เรียกชื่อฉัน" ตกใจจนอยากโวยวาย ทั้งคืนเหรอ ร่างกายผมพังหมดพอดี ถึงเขาจะไม่ได้โหดร้ายรุนแรงกับผม แต่ความเผด็จการยังมีมากอยู่ ไม่รอให้ผมได้ท้วงหรือพยศ จังหวะการกระแทกกับริมฝีปากแสนร้ายกาจก็จู่โจมร่างกายของผม จนผมทำอะไรไม่ได้นอกจากขยับตัวตามแรงชักนำที่อีกคนส่งมาพร้อมกับอ้าปากครางเรียกชื่อของเขาซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น.....

.
.
.
.
.
                 วันนี้คงเป็นวันแรกตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้บริหารที่ผมโดดงาน จะไม่ให้โดดได้ยังไงล่ะ ก็คนจอมพยศไข้ขึ้นสูงน่ะสิครับ คงเป็นผลจากกิจกรรมบนเตียงที่ค่อนข้างหนักหน่วงและยาวนานถึงสองคืนติดกันเลยทำให้เจ้าตัวไข้แตกแบบนี้ ผมที่ตื่นมาเจอคนในอ้อมกอดตัวสั่นแถมตัวร้อนจนน่าตกใจก็ร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก วิ่งวุ่นไปหมด ทั้งเช็ดตัว เปลี่ยนเครื่องนอน ให้อีกคนนอนสบายตัว โทรตามเพื่อนสนิทที่เป็นหมอ ไหนจะลงไปทำข้าวต้มอีก ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องวิ่งนู่นทำนี่เองทั้งๆที่เมดก็มี แต่ช่างเถอะ เอาเป็นว่าผมเต็มใจและอยากทำเองมากกว่าให้คนอื่นทำ มันรู้สึกดีนะกับการที่ได้ดูแลใครสักคน...และผมรู้สึกดีที่ได้ดูแลเขา....



                "นั่งเหม่ออะไรครับคุณออสติน" เจอาร์คุณหมอผู้อบอุ่นใจดีเดินออกมาจากห้องที่มีคนป่วยนอนอยู่พร้อมกับพยาบาลเอ่ยทักผมที่นั่งรออยู่ตรงริมระเบียง นั่นทำให้ผมที่กำลังคิดอะไรเพลินๆต้องดึงสติกลับมาเพื่อคุยกับคู่สนธนาซะก่อน


                "คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย อาการเขาเป็นอย่างไงบ้าง" ตอบประโยคคำถามก่อนจะถามถึงอาการคนป่วยอย่างเป็นห่วง สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มกึ่งรู้ทันกึ่งแซวของคุณหมอ ใครอาจจะมองว่าดูน่ารักน่ามองแต่สำหรับเพื่อนที่คบกันมานานบอกเลยว่ามันน่าเตะมากกว่า



              "ตอนนี้ไข้ลดแล้ว ฉันฉีดยาลดไข้ แก้อักเสบแล้วก็ยาบำรุงให้ไป ส่วนยากินกับยาทาเดี๋ยวฉันจะให้คุณแมรี่พยาบาลของฉันจัดไว้ให้ และอธิบายวิธีการใช้อย่างละเอียดให้คุณมิเชลฟัง" คุณหมออธิบายด้วยรอยยิ้ม ผายมือไปทางพยาบาลตอนพูดถึงเธอซึ่งเธอก็ยิ้มรับและโค้งตัวให้อย่างมีมารยาท แต่ผมกำลังหงุดหงิดซึ่งไม่ใช่หงุดหงิดกับท่าทีสุภาพเหล่านั้น...


            "ไม่ต้อง อธิบายกับฉัน ฉันจะดูแลเรื่องนี้เอง" ในขณะที่ผมเอ่ยเสียงแข็ง....คุณหมอกลับยิ้มขำแทนก่อนจะบอกให้คุณพยาบาลส่งชุดยาให้แล้วให้เธอลงไปรอที่ชั้นล่างแทน เมื่อเธอออกไปมาดคุณหมอที่เคยมีก็หายไปตาม เหลือเพียงคนทำหน้ากวนอยู่ตรงหน้าผม ไอ้หมอจอมสร้างภาพ



            "สำคัญสินะคนนี้น่ะ" สายตากรุ้มกริ่มที่ส่งมามันช่างน่าต่อยเสียจริงๆ

             "ยังมามองโหดอีก ดูยา อันนี้กินตามที่กูเขียนบอกกูเขียนไว้ละเอียดแล้วเพราะกูรู้ว่ามึงต้องรับเอาไว้เอง ส่วนนี่ยาทา...มึงคงจะรู้นะว่าทาตรงไหน เพลาๆลงบ้างก็ดี ทะนุถนอมเขาบ้าง" จากความกวนพอเข้าสู่หน้าที่หมอ อีกคนก็กลับมาจริงจังและเอ่ยเตือนเขาด้วยสายตาที่มีแววตำหนิอยู่ 


             "คืนแรกกูโมโห เลยรุนแรง แต่เมื่อคืนไม่...มันแค่นานไปหน่อยเท่านั้นเอง" เพราะเป็นเพื่อนสนิทกันไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปิดบัง 


             "ความใจร้อนของมึงน่ะ มึงต้องรู้จักควบคุมและลดมันลงให้ได้ กูเชื่อนะว่าคนที่จะเปลี่ยนมึงได้คือเขา" เจ้าของคำพูดกอดอกยิ้มอย่างมั่นใจ ผมรู้สึกหมั่นไส้แปลกๆแฮะ


             "เอาอะไรมามั่นใจขนาดนี้" เลิกคิ้วมองอย่างสงสัย


             "ตอนเจอมิเชลเธอบ่นให้ฉันฟังว่ามึงน่ะทำร้ายคุณคนป่วยจนไม่สบาย แถมปากแข็ง ฟอร์มจัด ห่วงก็ไม่ยอมพูด มึงไม่ชอบเข้าครัว ไม่ชอบให้คู่นอนหรือคนคุยคนไหนเข้าห้องนอนส่วนตัว มึงไม่เคยยอมคนที่ทรยศหรือหักหลังหลอกลวง มึงเกลียดความไม่ยุติธรรม มึงไม่เคยทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่มึงจัดการ" มันพูดพร้อมกับจ้องตาของผมแม้รอยยิ้มยังคงประดับอยู่แต่สายตาของมันกำลังบอกว่ามันจริงจัง


            "แต่พอกับคนนี้ มึงวิ่งวุ่นดูแลเขาด้วยตัวเองทุกอย่าง ทั้งเช็ดตัว ทำอาหารให้ ยอมให้ใช้ชีวิตอยู่ในห้องส่วนตัวของมึงที่มึงแสนหวง ไม่ส่งคืนและเรียกร้องถามหาคนที่ต้องรับผิดชอบจริงๆ มึงกำลังกลัว กลัวที่จะปล่อยเขาไป...." เหมือนมันมานั่งอยู่ใจกลางความรู้สึกของผมถึงได้อธิบายถูกหมดอย่างนี้


            "มันไม่ได้น่าอายหรอกนะกับการยอมรับความรู้สึกตัวเอง แล้วมันก็ไม่ได้ทำให้มึงเสียฟอร์มด้วยถ้าจะทำอย่างที่ใจมึงบอกน่ะ มีอะไรโทรเรียกกูได้ตลอดนะ อ่อ แล้วอย่าลืมบอกตาหนูของมึงล่ะ กลับมาเจอแล้วถูกโกรธ กูช่วยมึงไม่ได้นะ" อีกคนทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะขอตัวกลับเพราะมีเข้าเวรต่อ ตาหนูเหรอ...ลืมคิดเลย

.
.
.


            "หมดฤทธิ์เลยสินะ" ผมพาตัวเองมานอนอยู่บนเตียงเดียวกับคนป่วยภายใต้ป้าห่มผืนเดียวกัน  ช้อนแขนรั้งไหล่อีกคนมานอนซบอยู่บนอก มองดูใบหน้าเนียนใสของคนหลับอย่างเอ็นดู 



            "เด็กกว่าฉันตั้งแปดปี นอกจากจะไม่เคารพแล้ว ยังดื้ออีก" บ่นคนหลับด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะกดจมูกลงบนแก้มนุ่มทั้งสองข้าง  อ่าชักง่วงแล้วแฮะ วิ่งวุ่นแต่เช้าแถมไม่ได้นอนเต็มที่อีก ขอนอนสักหน่อยแล้วกัน คลายกอดอีกคนให้หลวมขึ้นเพื่อให้คนป่วยนอนสบายตัว และปล่อยให้สติค่อยๆดับลง...


.
.
.
.
             "อื้อ" ผมขยับตัวเมื่อรู้สึกตัวตื่นลืมตาขึ้นก่อนจะพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งแต่ทำได้ไม่สะดวกนักเนื่องจากมีแขนของคนใจร้ายพาดอยู่ที่ช่วงเอว ผมจึงค่อยๆยกแขนเขาออกและขยับตัวให้เบาที่สุด โชคดีที่อีกคนหลับลึก หลังจากจัดการลากสังขารที่อ่อนแรงไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จ ทั้งแปรงฟัน ล้างหน้า อาบน้ำ ผมก็พาตัวเองมานั่งอยู่บนโซฟาปลายเตียงแทนการขึ้นไปนอนกับอีกคน ความเจ็บเบาบางลงมาก ร่างกายก็รู้สึกโอเคขึ้นมากกว่าช่วงเช้าที่ผมกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่ก็พอรู้ตัวว่าคนที่เช็ดตัวและคอยเรียกผม คือคนใจร้ายที่กำลังนอนหลับอยู่ ทำไมถึงทำแบบนี้นะ จะใจร้ายก็ไม่ใจร้ายให้สุด ความอบอุ่นความอ่อนโยนที่ให้มานี่อีก.... ไหนๆก็ลุกเดินได้อย่างไม่ค่อยติดขัดเท่าไหร่ ทั้งอีกคนก็ยังหลับอยู่ และคุณมิเชลคงไม่ขึ้นมาตรวจความเรียบร้อย โอกาสเป็นของผมแล้ว ค่อยๆย่องไปยังตู้หัวเตียง โชคดีที่กุญแจถูกเก็บไว้ในกล่องบนช่องตรงหัวเตียง ผมแอบมองคุณมิเชลตอนตรวจสอบของล่ะซึ่งแน่นอนว่าตอนนั้นแกล้งหลับ.. ไขตู้ก็ไม่เจออะไรนอกจากกล่องใส่ของ ไม่น่าจะมีอันไหนใส่กระเป๋าเป้ของผมได้ ค้นไปค้นมาเจอกล่องหนึ่งที่บรรจุกุญแจตู้อะไรบางอย่างไว้ ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมหยิบขึ้นมาแล้วจัดการความเรียบร้อยของที่เหลือลงให้ปกติที่สุด พอลุกจากตู้ขาก็แทบวิ่งไปหาโซฟา เพราะคนที่หลับอยู่ขยับตัวน่ะสิ ทำท่าเดินพยุงตัวเองกันไว้เผื่ออีกคนตื่น แล้วมันก็จริง...





            "จะไปไหนน่ะ" น่าจะไปซื้อหวยนะเนี่ย...ผมคงรวย ผมเลือกที่จะไม่ตอบ แล้วเดินต่อไหนๆก็แอบเนียนแล้ว ขอเนียนเดินหนีลงไปข้างล่างบ้างแล้วกัน 


            "พอมีแรงก็ดื้อเลยนะ" แต่คงลืมคิดไปว่าสภาพร่างกายไม่เต็มร้อยอย่างผมกับคนที่สบายดีอย่างเขา ใครจะมีแรงมากกว่ากัน มันก็แน่นอนว่าเป็นเขา ดูอย่างตอนนี้สิ ไม่รู้ลงจากเตียงมาตอนไหน รู้แค่ผมก้าวขาพิงมือกับผนังได้ไม่กี่ก้าว ตัวของผมก็ถูกรวบไปกอดไว้แล้ว...



            "พยศอีกรึไงหืม" ฮือ คำว่าหืม ไม่เท่าไหร่ แต่จมูกโด่งที่เฉียดแก้มผมไปมาเนี่ย ทำไปทำไม ใจสั่นไม่พอยังรู้สึกหน้าร้อนด้วย อันตรายจริงๆ


            "เปล่าครับ แค่ไม่อยากกวนคุณ ผมอยากลงไปสูดอากาศข้างล่าง คุณคงไม่คิดที่จะขังผมไว้บนนี้อย่างเดียวใช่ไหม" ดื้อรั้นไปก็หาเรื่องเจ็บตัว ลองขอดีๆแล้วกัน 

            
            "พูดดีๆแบบนี้แล้วน่ารักดีนะ แต่ร่างกายนายพึ่งดีขึ้นนอนพักอีกสักนิดเถอะ  เดี๋ยวเย็นๆจะพาลงไปกินข้าวแล้วไปนั่งเล่นในสวน" คางเรียวของอีกคนถูกเกยไว้บนไหล่ของผม พร้อมแขนแกร่งที่กระชับอ้อมกอดขึ้นทำให้หลังของผมสัมผัสกับอกของเขา ใกล้จนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ...



           "สัมผัสได้ใช่ไหม..." เขากระซิบบอกผมเบาๆ แล้วเลื่อนมือมากุมมือของผม


           "มันดูเร็วเกินไปฉันรู้ แต่ที่ฉันไม่อยากปล่อยให้นายไป...มันไม่ใช่เพราะอยากขังนายไว้ทรมาน ฉันแค่....อยากให้นายอยู่...อยู่กับฉันนะ โลเวล" ผมไม่รู้ว่าควรตอบอะไรออกไป ผมรู้แต่ว่าหัวใจของเรากำลังเต้นแรงและมันเป็นจังหวะเดียวกัน ....



            "ผมไปไหนได้ด้วยเหรอ" แต่เมื่อคิดถึงความเป็นจริงแล้ว...ผมสามารถเลือกที่จะไม่อยู่ได้ด้วยเหรอ



           "ฉันไม่ได้อยากให้นายอยู่เพราะถูกบังคับ ตอนนี้ฉันอาจจะบังคับนาย แต่ฉันจะพยายาม ปรับตัว และทำให้นายอยากอยู่กับฉันด้วยความเต็มใจให้ได้ ขอแค่...อย่าพึ่งโกรธอย่าพึ่งเกลียดกันเลยนะ" เอ่ยขอเสียงอ่อนมาแบบนี้แล้วผมจะใจร้ายลงเหรอ โลเวลเอ้ย โลเวล

          
            "อื้อ...อย่าหงุดหงิดบ่อยนักล่ะผมรับมือคุณไม่ไหวหรอกนะ" พอตอบตกลงตัวของผมก็ลอยขึ้นเพราะถูกอุ้ม มองค้อนใส่คนที่คิดจะอุ้มก็อุ้มทำให้ผมตกใจบ่อยๆ


            "ไม่มองแบบนี้สิ จะพาไปนอนเฉยๆ อยากนอนกอดเมีย" อีกคนบอกเสียงทะเล้นก่อนจะกดจูบลงที่แก้มของผมเบาๆ ผมจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากหลบหน้าหลบตาซุกอยู่ตรงอกเขาน่ะ บ้า บ้าที่สุดเลย....
.
.
.
.
.
.

            "ย๊าห์!!! คุณออสติน" เสียงแหวดังลั่นตามมาด้วยฝ่ามือที่ฟาดลงบนมือของผมอย่างแรง "เพี้ยะ!!" เหมือนโดนไฟช็อต จนต้องชักมือกลับ เห็นพัฒนาการของคนจอมพยศไหมครับ

            
            "ตีผมทำไมเล่าคุณ" ตอนนี้ผู้บริหารสูงสุดของโคลด์กรุ๊ป เครือข่ายธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ กำลังตัดพ้อและทำท่าหงอยๆหมดมาดผู้บริหารใส่คุณคนหน้าหวานที่กำลังแยกเขี้ยวอยู่ตรงหน้า ใครมาเห็นคงหัวเราะผมหนักแน่ๆ 
   

           "คุณมันหื่นกามไง ไม่ต้องเข้ามาใกล้เลยนะ ถ้าไม่ฟังผมจะไปนอนห้องรับแขก" อย่างงครับว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากวันที่ผมขอโอกาสเจ้าคนดื้อ เราก็คุยกันอย่างจริงจังว่าควรปรับอะไรบ้าง ผมยอมเขามากขึ้น และไม่ใจร้อนวู่วามเหมือนอย่างเคย คงเป็นนิสัยใจเย็น เอาใจใส่คนรอบข้าง และใส่ใจความรู้สึกของคนอื่น ของเขาที่แผ่ออกมาให้ผมได้ซึมซับ ....ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้จัก ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาน่ารัก... เป็นความน่ารักที่เป็นตัวของเขาเอง ไม่ต้องพยายามปรุงแต่ง ไม่ต้องประดิษฐ์ขึ้น ผมชอบในทุกๆอย่างที่เขาเป็น ยกเว้นไอ้คำขู่เนี่ย ...ไม่ได้นอนกอดเจ้าคนดื้อผมคงขาดใจพอดี ที่บอกว่าขาดใจนี่คือผมเคยโดนแล้วครับ วันนั้นเอาแต่ใจปล้ำจูบ จนโดนงอน ถูกแยกห้องนอน ถามว่ากำลังสนับสนุนคือใคร ก็แม่นมที่รักของผมกับเมดคนอื่นนั่นแหละ ตอนนี้น่ะผมเป็นเจ้าของบ้านที่มีอำนาจเป็นรอง ส่วนคนเป็นใหญ่คงไม่ต้องบอกนะครับว่าใคร เพราะน่ารักถ่อมตัว ทั้งคนใช้คนสวน แม่นมเอย ไหนจะคนรถอีก ถึงต่างได้รักและเอ็นดูเจ้าคนดื้อเหมือนรู้จักกันมานาน แม้กระทั่งลีโอสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนลูกรักของผม ยังติดโลเวลมากกว่าผมอีก อ้อลืม มีไอ้เพื่อนหมอด้วย ที่ทั้งเอ็นดูและชอบมาเยี่ยมเจ้าตัวอยู่บ่อยๆ บอกตามตรงอยากตัดเพื่อนมาก อยากบล็อคไม่ให้เข้าบ้าน มันมาทีไร ผมโดนเมินทุกที ดีนะที่มันแต่งงานแล้วไม่งั้นผมฆ่ามันหมกป่าแน่ 


           "ผมคิดถึงนี่ ไปดูงานที่อื่นมาตั้งสองวัน เหนื่อยก็เหนื่อยอยากกอดคุณบ้างนี่ครับ" ที่จริงเคยเรียกอีกคนว่าเจ้าตัวดื้อครับ แล้วก็เคยให้อีกคนเรียกตัวเองว่าพี่ด้วย แต่ก็นั่นแหละนอกจากจะโดนตีแล้ว ยังไม่ยอมเรียกอีกด้วย

            
             "กอดบ้าอะไร มือนี่ยิ่งกว่าปลาหมึก ตาแก่ลามก" ผมมองอีกคนที่อยู่ในชุดกันเปื้อนด้วยท่าทางหงอยๆ คงเข้ามากวนผิดเวลาสินะ ตอนนี้เจ้าคนดื้อกำลังทำขนมอยู่ในห้องครัว คงไม่เหมาะที่ผมจะมาลุ่มล่ามแบบนี้



             "ครับ ผมขอโทษครับ ขอตัวนะ สู้ๆนะครับ" ฉีกยิ้มให้อีกคนเบาๆ เพื่อไม่ทำให้อีกคนรู้สึกว่าผมประชด แม้จะน้อยใจแต่ก็ไม่อยากทำตัวไม่มีเหตุผล ได้แต่เดินคอตกขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเอง สวนทางกับแม่นมที่เดินลงมาเลยเรียกเอาไว้เสียก่อน


             "คุณชายกลับมาแล้วเหรอคะ เหนื่อยรึเปล่า" แทบอยากร้องเลยครับ เนี่ยที่อยากได้ยินจากเมีย ผมผิดเองแหละที่ทำลุ่มล่ามก่อน เลยได้รับคำด่าแทน 


            "นิดหน่อยครับ วันนี้ผมไม่รับอาหารเย็นนะครับ ฝากแม่นมดูแลโลเวลด้วย" โค้งหัวให้อย่างเคารพถึงเธอจะเป็นหัวหน้าเมดแต่ก็เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก ผมจึงเคารพและรักเธอเหมือนมารดาของตัวเอง ยิ้มให้เธอบางๆ ก่อนจะเดินขึ้นห้องต่อ 


             จัดการอาบน้ำแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน รู้สึกหมดแรง จะว่าแก่แล้วขี้น้อยใจก็ได้ แต่...ห่างกันตั้งสองวัน เจ้าดื้อไม่คิดถึงผมบ้างเหรอ ไม่ได้คุยกันเลยนะ ด้วยงานที่ยุ่ง และอะไรหลายๆอย่างทำให้แม้แต่โทรหากันก็ไม่ได้โทร 


              สัมผัสเย็นๆบริเวณใบหน้าทำให้ผมลืมตาขึ้นมองไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหนแฮะ มองหาสาเหตุของความเย็นก็เจอกับเจ้าคนดื้อที่กำลังซับหน้าให้ผมอยู่

              "ทำให้ตื่นเหรอขอโทษนะ" สายตารู้สึกผิดทำให้ผมลืมความรู้สึกน้อยใจเมื่อเย็นไปจนหมดสิ้น เลยเลือกที่จะกุมมืออีกคนไว้แล้วส่ายหน้าแทนคำตอบ


             "ไม่เป็นไรหรอก ขอบคุณนะสบายหัวขึ้นเยอะเลย" มือเรียวค่อยจับมือผมออกแล้วเอาผ้าไปวางพาดไว้บนขอบกะละมังใบเล็กที่ใส่น้ำไว้ ก่อนที่อีกคนจะทำให้ผมตกใจ ก็จะไม่ให้ตกใจได้ไงในเมื่ออีกคนเล่นโน้มหน้ามาชิดจนจมูกแตะกันแบบนี้ 

             
              "ขอโทษนะที่เมื่อตอนเย็นทำตัวไม่น่ารัก" ริมฝีปากนุ่มประทับจูบลงบนปากของผมเบาๆแล้วผละออก 


               "แค่อยากแกล้ง... ไม่คิดว่าจะทำให้หงอยจนไม่ยอมกินข้าว" 


               "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับ เหนื่อยรึเปล่า" รอยยิ้มกับสายตาหวานๆกำลังเติมพลังให้กับหัวใจที่ห่อเหี่ยวของผมกลับมาพองโตอีกครั้ง


              "เหนื่อยครับ แต่ตอนนี้หายเหนื่อยแล้ว" อ่า รู้สึกดีจริงๆนะครับเวลาทำงานมาเหนื่อยๆแล้วกลับบ้านมาเจออะไรแบบนี้ เหมือนมีที่พักพิงทางกายและใจ


               "ดีจัง ..." จมูกโด่งรั้นของเจ้าคนดื้อเขี่ยไปมาบริเวณปลายจมูกของผม ก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ผมกับเขาไม่ได้นอนกันเลยตลอดทั้งคืน

               "ที่บอกว่าอยากกอด...ผมรอให้กอดอยู่นะครับ แล้วก็ดื้อคิดถึงพี่นะ...พี่ออสติน" นั่นล่ะครับ ในเมื่อเมียน่ารัก ผมคงปล่อยไปเฉยๆไม่ได้ ขอไปกอดให้หายคิดถึงก่อนนะครับ

.
.
.
.
               "วันนี้คุณโลเวลจะลองทำขนมอะไรเหรอคะ" มิเชลเอ่ยถามคนน่ารักของคุณชายด้วยรอยยิ้มเอ็นดู 

.              "มิเชลอ่า เวลบอกแล้วไงครับว่าไม่ให้เรียกคุณ ถ้ายังเรียกอีกเวลจะโกรธมิเชล และจะไม่คุยกับมิเชลนะครับ" มือเรียวละจากการจัดเตรียมอุปกรณ์ในการทำขนมแล้วเจ้าตัวก็เงยหน้าขึ้นมามองหัวหน้าเมดด้วยใบหน้างอง้ำ น่ารักเสียจน มิเชลต้องยิ้มกว้างๆออกมา

.              "ขอโทษค่ะ มิเชลยังไม่ชิน ไม่โกรธนะคะ ถ้าหนูเวลไม่คุยด้วย ใจมิเชลคงห่อเหี่ยวแน่ๆเลยค่ะ" เพียงเท่านี้ก็เปลี่ยนจากใบหน้างอง้ำให้กลายเป็นรอยยิ้มสดใสขึ้นมาแทนได้... ก่อนที่จะลงมือทำขนมที่ตั้งใจจะลองทำโดยมีเมดคอยช่วยอยู่ข้างๆ ... 

.
.
.
.
.
               "ลีโอ มาหาม๊ามา" สุนัขตัวโตที่ถูกปล่อยออกมาเดินเล่นพอได้ยินเสียงคุ้นหู มันก็รีบหันหลังวิ่งกลับมาคลอเคลียคนเรียกทันที 


              "เป็นไง คิดถึงล่ะสิ" ผมยิ้มและลูบหัวเจ้าสุนัขจอมขี้อ้อนเบาๆ ไม่ได้เล่นด้วยตั้งสี่วันเนื่องจากเจ้าลีโอป่วย คุณหมอเลยสั่งให้ดูแลอยู่ในบริเวณที่เหมาะสม แน่นอนว่าผมโดนสั่งห้าม จากเจ้าของบ้านที่เข้าโหมดดุแบบจริงจังจนผมต้องยอมเชื่อฟัง ไม่ไปเล่นกับเจ้าลีโอ จนเห็นคุณลุงคนสวนจูงมันออกมา ผมถึงได้รีบวิ่งออกมาหา 


              "ขอโทษนะที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเลย เจ้านายแกเขาสั่งห้ามม๊าล่ะ" นั่งลงบนพื้นหญ้าในสวนก่อนจะเกาคางเจ้าลีโอที่นอนลงซบตักผม มันมองผมเหมือนเข้าใจสิ่งที่ผมบอก อ่า งงใช่ไหมครับว่าทำไมเรียกแทนตัวเองว่าม๊า ก็เรียกชื่อตัวเองก็แล้วเรียกว่าป๊าก็แล้ว มันไม่สนใจเลย คิดเล่นๆ ว่าจะลองเรียกแทนตัวเองว่าม๊า พอเรียกเท่านั้นแหละครับ ยิ่งกว่าเชื่อฟังอีก...จากที่รู้สึกไม่ชินตอนนี้ชินและชามากครับ


          

              "คุณโลเวลครับ เจ้าลีโอยังไม่หายดี ผมพาแกออกมาถ่ายกับสูดอากาศ ตอนนี้ได้เวลาเข้าไปรับยาและนอนต่อแล้วครับ" พยักหน้ารับคุณลุงคนสวน ก้มมองเจ้าลีโอที่ทำตาหงอยๆอย่างน่าสงสาร อยากใจอ่อนแต่ก็ทำไม่ได้ 


               "ไปนอนพักนะ จะได้หายเร็วๆไง พอหายแล้วม๊าจะพามาเล่นในสวนทั้งวันเลย" ลูบหัวมันอย่างอ่อนโยน จนมันยอมลุกและเดินไปหาคุณลุงคนสวน ผมนั่งมองตามมันจนสุดสายตา....ก่อนจะลุกขึ้นยืนปัดเศษหญ้าตามกางเกงออก ไปอาบน้ำสักรอบดีกว่าค่อยหาอะไรทำต่อ 



                พาตัวเองขึ้นมาบนห้องนอนก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ ผมอยู่บ้านหลังนี้มาได้สองเดือนกว่าๆแล้ว....ลืมไปเลยว่าเคยคิดหนี ตอนนี้ไม่มีความรู้สึกนั้นเลย อยู่ที่นี่ผมมีความสุข...มีคนคอยดูแล และได้ดูแลคนอื่น ...อาจเป็นเพราะผมมีแต่แม่ เกิดมาในสถานะที่คนอื่นไม่ยอมรับ แต่พอมาอยู่ที่นี่...ทุกคนที่นี่ดีกับผม และ...ออสติน เขาทำให้ผมได้สัมผัสถึงความรัก ความเอาใจใส่ รวมถึง...คำว่าครอบครัว ผมถึงไม่อยากไปไหน


               ลืมไปเลยแฮะ ตอนนั้นที่คิดจะหากระเป๋า ผมเก็บกุญแจที่เจอไว้นี่นา เอามันคืนกลับเข้าที่ดีกว่า ก้าวเท้าเดินไปยังตู้เสื้อผ้าล้วงเอากุญแจที่ซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านในสุดออกมา ใช้วิธีเปิดตู้หัวเตียงอย่างที่ทำครั้งแรก ค้นหากล่องที่หยิบกุญแจออกมา แต่ก็ไปสะดุดตากับกล่องขนาดกลางสีน้ำตาลเข้มเป็นกล่องไม้ซึ่งแกะสลักอย่างปราณีต ที่สะดุดตาที่สุดก็คือลายกล่องเหมือนกับลายของกุญแจที่ผมกำลังจะเก็บเลย อ่า ขอซนหน่อยนะ ด้วยความมือบอนผมเลยจัดการยกกล่องใบนั้นออกมาและไขออก 


               พอเห็นสิ่งของที่อยู่ข้างใน ผมกลับอยากย้อนเวลาและตัดสินใจไม่เปิดมัน ความรู้สึกเคว้งคว้างเหมือนไร้จุดยืนกำลังถาโถมเข้ามาพร้อมน้ำตาที่รินไหล...


              ภาพเด็กผู้ชายตาสีฟ้าใสหน้าตาน่ารักน่าชัง กับภาพแต่งงานของคู่บ่าวสาวที่เหมาะสมกันจนน่าชื่นชม ผมจะไม่รู้สึกอะไรเลยถ้าคนในภาพนั้นไม่ใช่เขา...คนใจร้าย









                  หลังรูปแต่งงานมีคำเขียนว่า Until the end of the world.....
ชั่วฟ้าดินสลาย....สลายจริงๆ ทั้งความรู้สึกและหัวใจของผม  ปาดน้ำตาก่อนจะเก็บของทุกอย่างไว้ในที่ของมัน จากที่คิดว่าจะอาบน้ำผมก็เปลี่ยนเป้าหมายเป็นการเดินไปห้องทำงานของเจ้าของบ้านแทน... 


                   ตู้ชั้นล่างที่ถูกปิดไว้ ถูกเปิดเป็นตู้แรก เหมือนโชคชะตาเข้าข้างเพราะมันคือที่อยู่ของสิ่งที่ผมตามหา ผมจัดการเอาของที่จำเป็นในกระเป๋าออกมาทั้งโทรศัพท์พาสปอร์ทกระเป๋าเงิน แล้วเก็บกระเป๋าไว้ที่เดิมเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุ 



                 ผมไม่ได้จะหนีหรอกแค่เก็บมาไว้ เพราะผมยังคงเชื่อในความรู้สึกที่คนใจร้ายมีต่อผมผมจะอยู่รอฟังคำอธิบาย...แต่งกันแล้วเขาอาจจะหย่ากันก็ได้นี่....มันอาจดูไม่ดีที่คิดอะไรเข้าข้างตัวเองแบบนี้...แต่จะให้ผมตีตนไปก่อนไข้ แล้วหนีหายไปเลยก็ดูจะงี่เง่าไปเสียหน่อย 



                 พอจัดการอาบน้ำเก็บของเรียบร้อยแล้วผมจึงเลือกเดินลงมายังชั้นล่างของตัวบ้าน ว่าจะไปสูดอากาศในสวนสักหน่อย ก้าวขาได้ยังไปไม่ถึงสนามก็ต้องหยุดยืน ก่อนจะขยับตัวหลบ ไม่ให้คนที่กำลังพูดคุยกันอยู่มองมาเห็น



                "คุณเฮเลนกับคุณหนูน้อยจะกลับมาอาทิตย์หน้า อย่าลืมไปจัดห้องเล็กของคุณหนูด้วยนะ" มิเชลเอ่ยบอกเมดอีกสองคนที่ยืนรอรับคำสั่งด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับดวงตาที่เปล่งประกายไปด้วยความยินดี 


                 "รับทราบค่ะ แต่คุณมิเชลคะ เรื่องนี้คุณโลเวลทราบรึเปล่าคะ" คำถามที่มีชื่อผมเป็นส่วนประกอบทำให้สีหน้าของมิเชลเปลี่ยนไปจากรอยยิ้มกลายเป็นความตึงเครียด


                  "คิดว่าคงยัง" 


                  "ไม่รู้ว่าคุณเขาจะรู้สึกยังไงนะคะ..ถ้ารู้ว่าคุณชายยังมีพันธะ.." เมดคนหนึ่งพูดก่อนจะก้มหน้าลงเหมือนหนักใจ


                  "ฉันก็กังวลเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่คุณชายจะบอกคุณโลเวล...แต่คุณชายก็คงกังวลไม่ต่างกันนักหรอก" กล่าวพร้อมกับการถอนหายใจ มิเชลหยุดนิ่งอยู่สักพักก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ผมแทบจะทรงตัวไม่อยู่ออกมา


                  "ไม่รู้ว่าคุณโลเวลเธอจะรับได้รึเปล่า...ถ้ารู้ว่าภรรยาตามทะเบียนสมรสกับลูกชายคนเดียวของคุณชายกำลังจะกลับมา..." ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแล้ว เมื่อต่างคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองเหลือแต่ผม ที่ยืนร้องไห้อยู่คนเดียวตรงนี้.... ถึงผมจะไม่เคยโทษหรือโกรธเกลียดแม่ที่เลือกเผลอใจให้พ่อ แต่ผมก็เกลียด เกลียดการเป็นเมียน้อยของคนอื่น เกลียดที่ตัวเองเกิดมาแล้วโดนตราหน้าว่าลูกเมียน้อยไร้ยางอาย...ต่อให้ผมจะรู้สึกรักคนใจร้ายไปแล้วไม่ว่าจะมากแค่ไหน ผมก็ละอายใจเกินกว่าจะอยู่ตรงนี้ที่นี่ เพราะถ้าผมเลือกเห็นแก่ตัวที่จะอยู่....ไม่ใช่เพียงแค่ผมที่จะต้องรู้สึกเจ็บปวด...คุณเฮเลนเธอก็คงเจ็บไม่ต่างกัน และ อาจจะเป็นต้นเหตุให้เด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งต้องมีสีดำติดค้างอยู่ในหัวใจไปตลอดชีวิต....รวมถึงคนใจร้ายคนนั้นก็คงจะทุกข์ทรมานมากเช่นกัน



                 แม่ครับแม่คงจะเจ็บปวดมากใช่ไหมครับที่ผ่านมา...ผมขอโทษที่เคยเงียบใส่ ขอโทษที่งอแง ...ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วครับ ว่าแม่ต้องผ่านความรู้สึกเจ็บปวดมามากแค่ไหน ผมเข้าใจแล้ว มันเจ็บปวดมากจริงๆ....
.
.
.
.
              "พรุ่งนี้พี่ต้องไปอเมริกานะ" สองแขนของคนพูดรั้งตัวผมไปนอนซบอก สายตาที่มองมามีบางอย่างแปลกไป...ผมจะไม่ถามหาต้นเหตุหรอก เพราะผมรู้ดี...

              "ครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ" ระบายยิ้มบางๆให้กับอีกคน

              "ดื้อครับ...." เหมือนเขาจะพูดอะไรบางอย่าง...อธิบายมาสิครับ บางทีถ้าบอกเหตุผลให้ผมได้รับรู้...บางทีถ้ามีเหตุผลมีความจำเป็นที่ดีพอ....ผมจะรับฟังและจะไม่คิดไปไหนเลย .
    

             "ฝันดีนะครับคนดี" สุดท้าย...เขาก็เลือกที่จะไม่พูดอะไร....จะต้องให้ผมรู้เองในวันที่เธอกลับมาสินะ .... ผมเลือกที่จะยิ้มและบอกฝันดีเขาผ่านจูบที่แผ่วเบา...ซุกหน้าลงบนอกอุ่นวาดแขนกอดเขาไว้ซึมซับทุกสัมผัส ทุกความอบอุ่น....อย่างน้อยในเวลานี้....ผมขอเห็นแก่ตัวอีกสักนิด... ก่อนที่จะไม่มีโอกาสอีก
.
.
.
.
            "พี่ขอโทษนะครับ" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นที่ข้างหูของคนที่กำลังนอนหลับตาอยู่บนเตียง...มืออุ่นเกลี่ยไล้แก้มใสอย่างอ่อนโยน 


            "บอสครับ รถพร้อมแล้วครับ" ผู้เป็นเลขาเข้ามารายงานผู้เป็นนาย...ให้รู้ว่าพร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว


             "อืม ไปกันเถอะ" ขายาวของผู้เป็นนายก้าวเดินออกไปจากห้อง ก่อนจะหยุดเมื่อเลขาเอ่ยถามขึ้นมาอีกประโยคหนึ่ง...


             "บอสจะไม่บอกคุณโลเวลจริงๆเหรอครับ ...เรื่องที่บอสจะไปอเมริกาเพื่อไปรับคุณเฮเลนกับคุณหนูกลับ" คนถูกถามถอนหายใจเบาๆแล้วส่ายหน้าเป็นคำตอบ ก้าวขาเดินนำเลขาออกจากห้องไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนบนเตียงนั้น ไม่ได้หลับอย่างที่คิด....




               "ฮึก ..." เขาออกไปแล้ว...มันคงถึงเวลาที่ผมควรจะออกไปได้แล้วเหมือนกัน พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งเช็ดน้ำตาออกจากแก้มทั้งสองข้างแล้วลงจากเตียง คว้าเสื้อผ้าที่สุภาพมาใส่ ตรวจเช็คของที่เอาออกมาจากกระเป๋าเป้ ในห้องทำงานอีกคน ว่าครบถ้วนไหม เมื่อทุกอย่างครบตามที่ต้องการ ผมจึงเลือกเดินออกจากห้องนอนที่เต็มไปด้วยภาพของคนใจร้าย...ที่ผมรัก จัดการล็อคประตูเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุก่อนจะค่อยๆเดินลงไปยังชั้นล่างของบ้าน โชคดีที่ยังไม่ถึงเวลาทำงานของมิเชลกับเมดที่ต้องตื่นมาทำอาหารเช้า ผมเขียนโพสต์อิทติดตู้เย็นไว้คนอื่นจะได้สังเกตุเห็นง่ายๆ 

                'วันนี้ผมขอหัดถักโคเชอยู่ในห้องนะครับ
                  ของกินผมตุนขึ้นไปไว้แล้ว 
                    มิเชลไม่ต้องห่วงนะครับ ^o^  

     
                                                        lowell....'

     
             ขอโทษนะครับมิเชลที่ต้องโกหก.....ขอบคุณนะครับที่เอ็นดูผม...มองบ้านหลังใหญ่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะพาตัวเองออกจากบ้านหลังนั้นมา...มีความสุขมากๆนะ...คนใจร้ายของผม
.
.
.
.
.
                


.

 




      








              


.



.
.
.
.


.




 
           


               




            

      
     


            



.
.




 
              
       
..

....





  

    

                




.............................................

เรื่องนี้ไม่ดราม่านะคะ ให้ดูน่ารักกุบกิบ แต่มีฉากเรทและอาจมีฉากคัท 


ลองเข้ามาอ่านได้นะคะ จะติตรงไหนก็ได้ ถ้าอยากให้เก็บฉากไหน 
บอกกันได้เน่อ อย่ากดแบนเลย ToT มันลำบากตอนแก้
เค้าขอร้อง 
ถ้าไม่ชอบกดกากบาทออก ถือว่าขอนะคะ จากใจเลย ไรท์ใจบาง






B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #1728 Htstr (@art-violet) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:34
    โอ้ยยยย มันยังไง โอ้ยยยยย
    #1728
    0
  2. #1574 Exo_mini (@bowri04) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 16:01
    แงงงงงงง ทำไมเป็นแบบนี้อ่ะ พี่ออสติน
    #1574
    0
  3. #1499 PANGDL7 (@spaonepiece) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 09:40
    โฮอออออออออ โลเวลลูก
    #1499
    0
  4. #748 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 19:31
    คนใจร้ายย ม่าง โลเวลทำดีแล้วที่ออกมา อย่าไปยอมเป็นเมียนิอยใคร
    #748
    0
  5. #504 yukionnaka (@kokoronai) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 18:22
    แอบสงสารยัยหนูโลเวล ;-;
    #504
    0
  6. #263 Aimzilla (@aemza302) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 17:27
    ออสตินนนน ปากหนักจริง
    #263
    0
  7. #220 Jaehyunn (@Jaehyunn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 19:19
    ปวดใจมาก ฮรุก มาต่อไวๆนะคะะ
    #220
    0
  8. #205 JannieJK (@jenniek) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 10:21
    มาต่อไวๆนะฮืออออปวดใจแทนดื้อ
    #205
    0
  9. #204 Whiteter (@narinnasa05) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 06:42
    ตัดจบได้น่าปวดใจที่สุด! ฮื่อออออ มาต่อไวๆน้า
    #204
    0
  10. #203 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 03:18
    ปวดใจจจจจจจ
    #203
    0
  11. #202 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 03:16
    ตอนแรกๆก็ยิ้มมมนะ ว่าแล้ววววว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง ปวดจัยยยย มายเมนมานี่มาให้เลากอดดด
    #202
    0
  12. #201 lpnh (@parnhyuk) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 02:43
    มีภาคต่อมั้ยอ่า อยากรู้ว่าคุณจะทำยังไงเด็กดื้อหนีไปแล้ววว
    #201
    0
  13. #199 wendy son (@bonussy1234) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 01:38
    โอ๊ยอะไรจะลำบากยากเย็นปานนี้
    #199
    0
  14. วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 01:27
    ไรท์คะนี้ไม่ดราม่า เรายังเศร้าเลยอ่ะ แงงงงเอ๊ะหรือเราเป็นคนอ่อนไหว555
    #198
    0
  15. #197 0605141219922003 (@0605141219922003) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 01:11
    ฮื่อ อยากให้มีต่ออ่า แงง/^\
    #197
    0
  16. #196 aunshi (@aunshi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 01:07
    ปวดใจอะะะ อ๋งอธิบายเดี๋ยวนี้เลย
    #196
    0
  17. #195 Smile_Preme (@Smile_Preme) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 00:51
    ฮือออออ ฮยอนบินอ่าาาา คนดี สงสารมากๆ เข้าใจครส.น้องเลย โอ๊ยยยยย รอ่านต่อนะคะ สู้ๆค่ะ
    #195
    0
  18. #194 Feefern Sewan (@falamenot) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 00:30
    รู้สึกเจ็บปวด น้ำตาไหล โอ๊ยสงสาร
    #194
    0
  19. #192 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 17:43
    ว่าแต่ตาหนูคือใครคะะะ โอ้ยยยย คุณองกับบินนน ดีต่อใจม้ากกกกนุ้งชอบบบ อ่านไปยิ้มไปแก้มจะแตกแล้ววว
    #192
    0
  20. วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 11:02
    อ่ะเฮือแม่คะ ทำนังไงดี อ่านฟิคเรื่องนี้แล้วหัวใจเต้นแรงค่ะ หรือหนูจะตกหลุมรักมือถือกันฮือออออ
    #191
    0
  21. #190 JannieJK (@jenniek) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 10:53
    แล้วตาหนูนี่ใครค่ะลูกหรอ
    #190
    0
  22. #189 Feefern Sewan (@falamenot) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 09:59
    นี้แค่30% นะเนี้ย สุดยอดดดด
    #189
    0
  23. #188 Feefern Sewan (@falamenot) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 09:58
    โอ๊ยใจบางเลยเรา
    #188
    0
  24. #187 Whiteter (@narinnasa05) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 09:31
    หื้ออออ มีตาหนูด้วย...แต่พอเข้าใจกันแล้วเป็นแบบนี้ชอบเลยฮะ~
    #187
    0
  25. #186 naxquiz (@tyrdreamlp) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 06:23
    กรี๊ดดดดดดดดดคูมแพททริคคคคค เอาเลยค่ะพรี่ออสติน จัดหนักๆฮ่าฮ่าฮ่า
    #186
    0