SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,143 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,348 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    118

    Overall
    53,143

ตอนที่ 9 : Lust & Pain II End.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2868
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

B
E
R
L
I
N
 
Lust & Pain 
II



Austin Cassius Colt
x
Lowell Patrick Max



ผมเจอคนที่เข้ามาเติมเต็มในชีวิตผม
และผมก็เสียเขาไปแล้ว



                "นมครับ...เขาไปจากผมแล้ว" สายตาปวดร้าวกวาดมองไปทั่วห้องนอนที่ว่างเปล่าเมื่อกลับมาถึงบ้าน...บ้านที่เคยอยากกลับทุกครั้งเวลาที่ต้องออกไปทำงาน บ้านที่มีที่พักกายและพักใจที่ดีที่สุด...ตอนนี้มันไม่มีอีกแล้ว


                "นมขอโทษนะคะคุณชาย นมผิดเอง ที่ไม่เอะใจ ผิดเองที่ทำหน้าที่บกพร่อง" หัวอกคนเป็นแม่ แม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆแต่มิเชลก็เลี้ยงของเธอมาตั้งแต่คุณชายยังเป็นเด็กทั้งรักทั้งเทิดทูลและผูกพัน พอคุณชายของเธอเจ็บปวดเสียใจ หัวใจของเธอก็ปวดร้าวไม่ต่างกัน 


                  "มันไม่ใช่ความผิดของนมหรอกครับ ผมผิดเองที่ทำให้เขาอยากอยู่กับผมด้วยหัวใจไม่ได้" เสียงทุ้มแสนอ่อนแรงเอ่ยบอกจากสิ่งที่ตนรู้สึก....

       
                  "คุณชาย...มันอาจจะไม่ใช่..." ก่อนที่มิเชลจะพูดจบ คุณชายของเธอก็ขัดขึ้นมาก่อน...

                  "ผมขออยู่คนเดียวซักพักได้ไหมครับ...ฝากบอกเฮเลนด้วยว่าผมเหนื่อยขอพักสักหน่อย" คนฟังพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่ลืมที่จะล็อคประตูให้ผู้เป็นนายอย่างรู้งาน
.
.
 


                  "ตัวดื้อ...ไหนบอกว่าให้โอกาสพี่ไงครับ ทำไมถึงทิ้งพี่ไปแบบนี้" น้ำตาลูกผู้ชายซึ่งนับครั้งได้ที่จะไหล มันกำลังไหลออกมา ด้วยความเจ็บปวด คนร้องไห้ซุกหน้าลงบนหมอนใบที่คนดื้อจอมพยศใช้หนุนนอน แขนกอดรัดผ้าห่มผืนหนาที่ยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆของอีกคนติดอยู่
.                


                   "พี่คิดถึงเรา..." ผมมาช้าเกินไป... เป็นเพราะพอถึงอเมริกาตัวของผมก็ถูกลูกชายเพียงคนเดียวยึดเอาไว้ทำให้ไม่ว่างติดต่อกลับมาที่นี่ แม้แม่นมจะพยายามติดต่อเท่าไหร่ก็ติดต่อไม่ได้ บางทีถ้าผมรู้เร็วกว่านี้ผมอาจจะกลับมาทัน


                   ตอนแรกก็หนักใจไม่รู้จะอธิบายความสัมพันธ์ของตัวเองกับภรรยาตามทะเบียนสมรสอย่างเฮเลนให้อีกคนฟังยังไง โดยไม่ถูกโกรธไปก่อน ไหนจะเรื่องของตาหนูที่ไม่รู้ว่าจะยอมรับเจ้าตัวดื้อของผมได้รึเปล่าอีก แต่พอกลับมาถึงบ้านเจอแม่นมยืนรออยู่ด้วยใบหน้าหมองเศร้า จากความกังวลก็เกิดเป็นความรู้สึกกลัว และวูบโหวงแปลกๆ ยิ่งตอนที่เห็นน้ำตาของเธอไหล ความรู้สึกของผมก็สั่งให้วิ่งขึ้นห้องนอนของตัวเองให้ไวที่สุด ผมวิ่งขึ้นมาโดยลืมไปว่า ยังมีเฮเลนกับตาหนูที่คอยอยู่ข้างหลัง แต่ใจของผมตอนนี้...ปวดร้าวจนคิดถึงใครอื่นไม่ไหวอีกแล้ว เพียงแค่เจอห้องนอนที่ว่างเปล่า...บ้านที่เงียบสงบปราศจากเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะร่าเริง ที่คุ้นเคยตลอดช่วงเวลาสองเดือนกว่าๆที่ผ่านมา มันพัดพาเอาความเข้มแข็งของผมให้พังทลายลงอย่างที่ผมไม่สามารถประคับประะคองเอาไว้ได้.... ทำไมถึงจากไปโดยไม่ทิ้งคำกล่าวลาไว้เลยสักนิด...ทำไมกันนะ....
.
.
.
.
.


                  "ยินดีต้อนรับครับ" รอยยิ้มกับน้ำเสียงแสนสดใสทำให้ผู้คนที่ย่างกรายเข้ามาพบเจอต่างยิ้มและเอ็นดูคนพูดไม่ต่างกัน



                  "สวัสดีครับมาดาม วันนี้รับเหมือนเดิมนะครับ" 

              

                  "ใช่จ้ะ แพททริค" หญิงที่ค่อนข้างมีอายุ เอ่ยตอบรับคำถามจากบาริสต้าคนน่ารักของร้านกาแฟที่เธอแวะเวียนมาอุดหนุนเป็นประจำ แม้จะเป็นร้านเปิดใหม่ได้เพียงแค่สองอาทิตย์ แต่ลูกค้ากลับมีเข้ามาไม่ขาด อาจเป็นเพราะเบเกอรี่ที่มีขายคู่กับเครื่องดื่มนั้น รสชาติอร่อยถูกปาก และเครื่องดื่มหลากชนิดทั้งกาแฟ นมสด หรืออื่นๆ ก็มีรสชาติที่ชวนให้หลงใหลติดใจ แล้วที่สำคัญ คือบาริสต้าคนเก่งของร้านน่ะ น่ารัก ...น่าเอ็นดู จนลูกค้าติดใจกันเป็นโขยงเลยล่ะ



                   "ได้แล้วครับผม จ่ายบัตรนะครับ" มือเรียวรับบัตรจากลูกค้าไปทำการสแกนเพื่อชำระเงิน ก่อนจะส่งคืนพร้อมใบเสร็จ และปิดท้ายด้วยรอยยิ้มแสนหวานส่งให้แทนคำขอบคุณ
.
.
.
.
                   "เฮ้ โทษทีที่มาช้า" เสียงร้องทักอย่างเร่งรีบของผู้ชายร่างหมีหัวสีชมพูที่วิ่งเข้าร้านมาด้วยความรวดเร็ว เป็นภาพที่ชินตาอีกภาพของลูกค้าเสียแล้ว คนมองจึงได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหัวให้เบาๆ ใครจะไปกล้าด่าล่ะ เจ้าของร้านเชียวนะ 


                    "พักหอบก่อนไหมครับพี่แดน ฮ่ะๆ ไม่ต้องรีบๆ" ผมยืนหัวเราะ กับคำพูดของพนักงานอีกคนอย่างแซม น้องเล็กของร้าน ที่พี่ๆพนักงานในร้านเอ็นดูและรักเหมือนน้องแท้ๆ ยกเว้นไอ้หมีหัวชมพูเจ้าของร้านนั่นแหละ ที่ไม่ได้รักแซมเหมือนน้องน่ะ แบบรักจริงหวังแต่งงี้.

         
                   "ยืนหัวเราะอยู่นั่นแหละ วันนี้วันพักนายนี่ โลเวล" ทีกับน้องแซมล่ะยิ้มตาหยี พอกับเพื่อนอย่างผมจะแยกเขี้ยวใส่ซะงั้น


                    "อย่ามาแยกเขี้ยวใส่นะ จะให้ฉันทิ้งน้องแซมทำงานคนเดียวเหรอ อย่าลืมว่าควานลินลากลับไทเป แล้วนายก็มาสาย ควรขอบคุณและจ่ายโบนัสให้ฉันซะ" ไอ้คนถูกด่า ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ใส่ผมอย่างน่าถีบ เรื่องเงินล่ะเงียบเชียว ถอดผ้ากันเปื้อนโยนใส่หน้าเจ้าของร้าน แทนความหมั่นไส้ที่มี แม้จะถูกสายตาอาฆาตแต่ผมไม่สะทกสะท้านหรอก เดินไปหยิบกระเป๋าเป้ พร้อมบอกลาน้องกับเจ้าของร้านตัวดี โค้งให้ลูกค้าที่มองตามด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินออกจากร้านมา....



                    ชีวิตของผมวนเวียนทำอยู่ไม่กี่อย่างตั้งแต่กลับมาจากสวิตซ์ ผมก็ร่วมหุ้นทำร้านกาแฟกับแดเนียล โดโนแวน เพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงติดต่อกันอยู่ เวรเข้าร้านวันจันทร์ถึงพุธคือของผม ส่วนอีกสี่วันที่เหลือเป็นของแดเนียล ผมไม่ได้เอาเปรียบมันนะ แต่มันเสนอตัวเอง ก็สี่วันนั้นน่ะ มันจะได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับน้องแซมตลอดการทำงานไงครับ วันพฤหัสถึงวันอาทิตย์ ผมมีสอนพิเศษบ้างแล้วแต่ตาราง เห็นอย่างนี้ก็มีความรู้นะครับ รับติวให้เด็กบ้าง ตามแต่เด็กจะนัดวันและเวลาที่สะดวกมา มันไม่ได้เหนื่อยจนเกินไป ออกจะเรียบง่ายและสบายดีด้วยซ้ำ....ที่แย่หน่อยก็คงเป็นตอนที่ไม่มีอะไรให้ทำอย่างตอนนี้ ที่ผมกำลังเดินไปเรื่อยๆ บนฟุตบาต ทำให้สมองมีเวลาได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อย....ซึ่งอะไรที่ว่านั้นก็หนีไม่พ้นคนใจร้ายคนคนนั้นอยู่ดี

                    คุณจะเป็นอย่างไรบ้างนะ จะมีความสุขดีไหม คุณไม่ได้ทะเลาะกับภรรยาของคุณใช่หรือเปล่า พวกเขาไม่รู้ใช่ไหมว่าคุณเผลอออกนอกลู่นอกทาง...ผมขอภาวนาให้คุณมีความสุขดี ขอให้ครอบครัวของคุณเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์และอบอุ่นตลอดไป...ขอให้คุณลืมคนดื้อๆหัวรั้นคนหนึ่งออกไปจากความรู้สึกความคิดภาพความจำ ลืมออกไปให้หมด...ให้มีแค่ผมคนเดียวที่ยังจดจำ..เรื่องราวระหว่างเราคุณอาจจะแค่เผลอใจ หรือถูกใจผมเพียงชั่วคราว สุดท้ายแล้ว ...สักวันหนึ่งผมก็จะไม่มีตัวตนในชีวิตของคุณ....เพราะฉะนั้น...แค่ผมคนเดียวก็พอแล้ว...ผมจะขอจดจำช่วงเวลาเหล่านั้นด้วยหัวใจ เพราะสำหรับผมมันมีค่ามากมายเหลือเกิน....


                     ที่นี่อากาศเริ่มหนาวเย็น... ที่ที่คุณอยู่จะมีหิมะตกรึยังนะ....ผมหวังให้คุณดูแลสุขภาพไม่เจ็บไม่ป่วย...ขอให้คุณมีแต่รอยยิ้ม...


                      ภาพรอยยิ้มความอบอุ่นของเขามันย้อนกลับเข้ามาในหัว จนใจของผมสั่นไหว น้ำตาพลันหยดไหลลงมาด้วยหัวใจที่บีบรัด...ผมคิดถึงคุณนะ ถึงคุณจะใจร้าย...แต่คุณเป็นคนเดียวที่ผมจะรัก
.
.
.



                   "แด็ดดี๊กลับมาแล้ว ลูคัสคิดถึงแด็ดดี๊" เด็กชายตัวน้อยส่งเสียงดังอย่างร่าเริงเมื่อผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาในบ้าน ขาเล็กๆพาเจ้าตัววิ่งเข้าสู่อ้อมกอดแกร่งของคนที่ย่อตัวลงและอ้าแขนรับตัวเองอยู่



                    "ว่าไงครับคนเก่งของแด็ดดี๊ ซนมากรึเปล่าเนี่ยหืม" เอ่ยถามลูกชายด้วยรอยยิ้ม ผมก็ยังคงต้องทำงานอยู่เหมือนเดิม และยังคงต้องเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยๆ แต่หลังจากนี้อีกสองปี คงไม่วุ่นวายแบบนี้อีก เพราะทุกอย่างคงเข้าที่ดีแล้วตามแผนงานที่ผมวางไว้ 


                 
                   "ไม่ซนเลยครับ ไม่เชื่อนะ ถามเฮเลนได้เลย" คนที่ถูกอ้างชื่อถึงเดินถือถาดน้ำส้มเดินมาหาสองพ่อลูกที่กำลังพูดคุยกันอยู่อย่างน่าเอ็นดู ทำให้เกิดรอยยิ้มแต่งแต้มไปทั่วริมฝีปากบาง 



                    "ยินดีต้อนรับกลับนะออสติน มิเชลคั้นน้ำส้มไว้ให้น่ะ ลองดื่มดูสิ" ผมยิ้มและพยักหน้าตอบรับคำพูดของเฮเลน ก่อนจะจูงมือของลูกชายเดินไปนั่งยังโซฟารับแขก 


                     
                    "เป็นไงบ้าง เจ้าตัวน้อยดิ้นแรงรึเปล่า ลูคัสไม่ได้แกล้งน้องใช่ไหม" ทันทีที่ผมรินน้ำสมให้ลูกชายเสร็จก็เอ่ยถามคุณแม่ที่กำลังท้องได้สี่เดือนขึ้น 



                   "ไม่เลยค่ะ แกคงชอบบรรยากาศที่นี่ ส่วนลูคัสน่ะไม่มีเวลามากวนเฮเลนหรอกค่ะ ตอนที่คุณไม่อยู่ เจอาร์กับมินกิแวะมาเยี่ยมอยู่บ่อยๆ พอมินกิมาเจอลูคัสก็เหมือนได้เจอเพื่อนต่างวัย พากันเล่นพากันซน จนลืมคนอื่นไปหมดเลย" เธอเอ่ยเล่าด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข สายตามองไปยังลูกชายที่ตอนนี้สนใจแต่การ์ตูนโปรดบนหน้าจอทีวี....มินกิคือคู่แต่งงานของเจอาร์ เป็นผู้ชายรูปร่างบอบบาง นิสัยร่าเริงและน่ารักที่พึ่งกลับมาจากแคนาดาเมื่ออาทิตย์ก่อนหลังจากกลับไปเยี่ยมครอบครัวมา ที่จริงใช้คำว่าเยี่ยมก็ไม่ถูกเรียกว่าไปอยู่ดูแลคุณแม่ที่ป่วยแทนพี่สาวที่วิ่งวุ่นอยู่กับธุรกิจร้อยแปดพันเก้า กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยจนได้กลับมา ไอ้หมอเจอาร์เลยชอบมาป่วนผมกับตัวดื้ออยู่บ่อยๆ...คิดถึงอีกแล้ว...



                
                   "ออสตินคะ" สัมผัสอุ่นบริเวณหลังมือทำให้ผมที่กำลังคิดถึงคนที่หนีจากผมไปต้องดึงสติกลับมาอยู่กับความจริงตรงหน้า มือของเฮเลนจับมือของผมไปกุมไว้ ใบหน้าสวยงามของเธอยังคงมีแต่รอยยิ้มอยู่เหมือนเดิม...ที่แปลกไปคงเป็นดวงตาที่ฉายแววจริงจังออกมาให้ได้เห็นเท่านั้น




                 "อีกสองอาทิตย์ เฮเลนก็ต้องกลับไปอยู่ในที่ของเฮเลนแล้ว คุณกำลังจะเป็นอิสระ.... ไม่คิดที่จะไปตามหัวใจของคุณกลับมาหน่อยเหรอคะ" ตาของผมเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำพูดของคนตรงหน้า เหลือบมองลูกชายอย่างหวาดระแวงกลัวว่าจะมาได้ยินเข้า พอเห็นว่าลูกชายไม่ได้สนใจในบทสนทนาของผมกับเฮเลน ก็เลยโล่งใจแล้วหันกลับมาคุยกับเธอต่อ



                 "คุณรู้..." ถามออกไปเสียงแผ่ว...ยังไงผมก็รู้สึกผิดต่อเฮเลนมากอยู่ดี ในเมื่อเธอยังเป็นภรรยาตามทะเบียนสมรสของผมอยู่แต่ผมกลับปล่อยตัวและหัวใจให้ไปเป็นของเจ้าตัวดื้อทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวแล้ว....



                "รู้สิคะ...เรารู้จักกันมานานแค่ไหนแล้วทำไมฉันจะมองเพื่อนคนสำคัญในชีวิตของฉันไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร" 


                 
                 "จำได้ไหมคะ Until the end of the world... เราจะยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอจนชั่วฟ้าดินสลาย ในฐานะเพื่อนที่ดีฉันทนไม่ได้หรอกนะคะที่เห็นเพื่อนคนสำคัญของฉันต้องใช้ชีวิตแบบไร้หัวใจอย่างนี้ คุณยิ้มคุณมีความสุขเวลาอยู่กับตาหนูก็จริง แต่แววตาของคุณมันบอกหมดทุกอย่างอยู่ตลอดเวลา ว่ายังมีบางสิ่งบางอย่างที่ยังคงขาดหาย บางสิ่งบางอย่างที่สำคัญกับหัวใจของคุณ ทีแรกฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่หรอกค่ะ พอหลอกถามเจอาร์เข้าหน่อยเขาก็ปล่อยออกมาหมดเลย" ไอ้หมอนะไอ้หมอ...



                 "เจอาร์เขาเป็นห่วงคุณมากนะคะ มิเชล กับคนอื่นๆก็ด้วย และทุกคนที่นี่ รวมทั้งตัวคุณเอง ก็คงคิดถึงคุณคนน่ารักคนนั้นมากเหมือนกัน" คุณคนน่ารักงั้นเหรอ...เรื่องนี้แม่นมคงบอกสินะ...ก็นั่นน่ะชื่อประจำที่คนในบ้านนี้ยกเว้นเจ้าของบ้านอย่างผมเอาไว้ใช้เรียกแทนเจ้าตัวดื้อเวลาพูดถึงเจ้าตัวน่ะสิ 



                  "ใช่ครับ ผมคิดถึงเขา แต่...ปล่อยเขาไปมีชีวิตที่เป็นอิสระแบบนี้ดีแล้วล่ะครับ" มันดีแล้วจริงๆ


                  
                   "คุณรู้สึกผิดใช่รึเปล่าคะ ทั้งต่อฉันและลูคัส" เธอขัดผมขึ้นมาทันทีที่ผมพูดจบ ซึ่งสิ่งที่เธอยกมาพูดมันตรงกับใจของผมเหมือนเธอมีอำนาจพิเศษคือการอ่านใจคนได้อย่างไงอย่างงั้น



                   "ถ้าจะต้องมีใครรู้สึกละอาย หรือรู้สึกผิด คนๆนั้นควรเป็นฉันมากกว่ารึเปล่าคะ ทั้งๆที่มีทะเบียนสมรสอยู่ ไหนจะลูกชายอีก...ฉันกลับไปมีครอบครัวใหม่แถมตั้งท้องด้วยเนี่ย..."  คำพูดติดตลกของเธอกำลังพาความคิดของผมให้คิดตามที่เธอพูด 
 


                   "อย่าลืมสิคะว่าเราจดทะเบียนกันเพราะอะไร แล้วที่ยังคงไม่หย่าจนถึงทุกวันนี้เพราะอะไร ทั้งหมด...มันก็เพื่อลูคัสไม่ใช่เหรอคะ และฉันกับคุณ ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกันเลย" มันคือเรื่องจริงที่ผมปฏิเสธไม่ได้...ตั้งแต่การแต่งงานกับเพื่อนสาวคนสนิทเพียงเพราะหนีจากการจับคลุมถุงชนของพวกผู้ใหญ่ ตามสัญญาที่ตระกูลโคลด์มีมาอย่างยาวนานคือต้องมีบุตรหลังจากแต่งงานภายในหนึ่งปี ไม่เช่นนั้นจะต้องแต่งงานใหม่แล้วรับเข้ามาเป็นภรรยาน้อยเพื่อให้มีทายาทสืบสกุล..เป็นสัญญาที่งี่เง่าจนผมอยากฉีกทิ้งแต่ก็ทำไม่ได้ ดีที่มีเฮเลนคอยอยู่ข้างๆช่วยหาทางแก้ไขปัญหา โดยที่เธอขอรับเป็นแม่อุ้มบุญให้กับผม ลูคัสเกิดมาจากการทำกิฟท์ ไม่ได้เกิดจากความรักฉันท์ชู้สาวที่ผู้เป็นพ่อแม่มีต่อกัน ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ทั้งผมและเฮเลนต่างก็รักเขามาก...ในวันหนึ่งเมื่อเฮเลนเจอคนที่เธอรักและเขาก็รักในทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ...เธอจึงตัดสินใจที่จะไปมีชีวิตคู่เป็นของตัวเอง...ต้องขอบคุณไมค์ คนรักของเฮเลนที่ใจกว้างพอจะยอมรับและเข้าใจว่าทำไมผมกับเฮเลนยังจดทะเบียนหย่ากันไม่ได้...ทั้งหมดก็เพราะลูคัส...เพื่อให้ลูกชายของผมกลายเป็นทายาทอย่างถูกต้องตามกองมรดกของตระกูลโคลด์มันก็เท่านั้น และในตอนนี้อีกเพียงแค่สองอาทิตย์...พันธะต่างๆระหว่างผมกับเฮเลนจะสิ้นสุดลง...เราต่างกำลังจะได้รับอิสระ...



                     "มันก็ถูกตามที่คุณพูดแต่...แล้วความรู้สึกของลูคัสล่ะครับ ผมไม่อยากให้แกเป็นเด็กมีปม....ผมไม่อยากให้แกรู้สึกเหมือนถูกผมทรยศหักหลัง ลูคัสเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของผม...ผมทำร้ายเขาไม่ได้หรอกครับ ที่สำคัญ...คนๆนั้นน่ะเขาเลือกที่จะจากไปโดยไม่กล่าวลา...มันชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาไม่อยากอยู่ที่นี่กับผม" ก้มหน้ามองพื้นอย่างคนปลงตก ทุกอย่างในตอนนี้มันดำเนินไปในทางที่ถูกที่ควรแล้ว...



                     "คุณเคยถามเขารึยังว่าเขาอยากไปจากคุณจริงๆหรือเปล่า การไปหาเขา สำหรับคุณมันไม่ใช่เรื่องยากเลยนี่คะ...ฟังฉันนะออสติน คนเราน่ะถ้าไม่รัก ไม่รู้สึกดีต่อกัน ไม่มีใครยอมทนอยู่ทั้งๆที่ถูกทำลายศักดิ์ศรีตั้งแต่แรกหรอกนะคะ ถ้าเขาคิดจะหนีไปจากคุณ ทำไมเขาถึงไม่เลือกจากไปตั้งแต่ตอนแรกๆ ทั้งๆที่คุณก็ไม่อยู่บ้านออกจะบ่อย ทำไมถึงเลือกจากไปในวันที่คุณต้องเดินทางเพื่อไปรับฉันกับตาหนูกลับมาที่นี่...คุณน่ะไม่เคยอธิบายอะไรให้เขาฟังเลยใช่รึเปล่าล่ะ เพราะคุณกลัว...กลัวว่าเขาจะคิดมาก กลัวว่าเขาจะไม่ใจกว้างอดทนรอเหมือนกับที่ไมค์เป็น...แล้วคุณเคยคิดบ้างรึเปล่าคะว่าเขาน่ะอาจจะไม่ได้อยากไปแต่เพราะเขาไม่รู้เลยว่าทำไมต้องอยู่ทั้งๆที่คุณมีครอบครัวอยู่แล้ว และคุณก็ไม่คิดจะที่บอกอะไรกับเขาเลย...คุณน่ะรักเขามากจนกลัวไปหมด ในขณะเดียวกันเขาก็อาจจะรักคุณมาก จนไม่อยากอยู่ทำให้ชีวิตครอบครัวของคุณพังลง...ถ้าเป็นแบบนั้นคุณยังอยากที่จะปล่อยเขาไปอีกเหรอคะ ขนาดคุณยังทรมานมากขนาดนี้ แล้วคนที่คิดว่าตัวเองรักทั้งๆที่มันเป็นเรื่องที่ผิดเขาจะต้องทรมานมากขนาดไหนกัน" ผมเงยหน้ามองเฮเลนทันทีที่เธอพูดจบ...ยิ่งคิดตามที่เธอพูดผมยิ่งรู้สึกแย่...ผมมัวแต่กลัว มัวแต่กังวลจนลืมคิดถึงหัวใจและความรู้สึกของเจ้าตัวดื้อ ไม่เคยคิดว่าเขาจะรู้สึกยังไง ผมนี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ 


                      
                    "เรื่องตาหนูก็อีก เคยลองถามแกรึยังคะว่าแกน่ะต้องการอะไร แกคงไม่มีความสุขหรอกนะถ้ารู้ว่าเพื่อแกแล้ว พ่อที่แกรัก ต้องยอมเสียความสุขที่สำคัญในชีวิตไป... จริงไหมจ๊ะลูคัส"  เฮเลนเว้นจังหวะการพูดก่อนจะมองไปที่ด้านหลังของผมแล้วเอ่ยชื่อที่ทำให้ผมตกใจจนต้องรีบหันกลับไปมอง



                    "ลูคัส.." เจ้าลูกชายคนเก่งยิ้มกว้างจนตาหยีให้กับผม แล้วเจ้าตัวก็เดินเข้ามากอดผมไว้ 


                    "แด็ดดี๊ ลูคัสรักแด็ดดี๊นะ ลูคัสน่ะโตแล้ว ทำไมจะไม่รู้ว่าเฮเลนกับแด็ดดี๊อยู่ด้วยกันไม่ได้ เฮเลนมีน้อง มีลุงไมค์ เฮเลนมีชีวิตครอบครัวที่เป็นของเฮเลนเอง ส่วนลูคัสมีแด็ดดี๊ มีมิเชล มีมินกิ มีคุณลุงหมอ มีเจ้าลีโอ ลูคัสก็มีครอบครัวที่เป็นของลูคัส" ตากลมใสช้อนมองผมด้วยรอยยิ้ม ไม่ฉายแววของความเสียใจหรือผิดหวังอย่างที่ผมเคยกลัวแม้แต่น้อย


                   "แต่...ครอบครัวของลูคัสน่ะ ยังไม่มีคุณมัมเลย แด็ดดี๊จะไม่หาคุณมัมให้ลูคัสเหรอฮะ ลูคัสไม่อยากอิจฉาตัวเล็กในท้องเฮเลนนะ" ใจของผมกำลังเต้นด้วยความหวัง สิ่งที่กลัวเหมือนได้รับการปลดปล่อยให้หายไปจนหมด 



                    "ใช่เลยลูคัสพูดถูกที่สุด เอ ว่าแต่คุณมัมของลูคัส นี่ใครนะครับ" น้ำเสียงทะเล้นของคนเข้ามาใหม่ช่วยสร้างเสียงหัวเราะกับร้อยยิ้มให้ทั้งเฮเลนและตาหนูของผม แต่ยกเว้นผมที่คิ้วค่อยๆเริ่มขมวดน่ะนะครับ



                     "ไอ้หมอ มินกิ" รู้สึกว่ามือกับเท้าอยากกระตุกแปลกๆ นี่คงรู้เห็นเป็นใจกันสินะ



                      "อย่าเสียงแข็งแบบนั้นสิ นี่อยากช่วยเพื่อนหรอกนะ" ไอ้เพื่อนหมอจอมสร้างภาพ!! 


                       "ฮ่ะๆ โอ๋เอ๋นะออสติน ว่าแต่ลูคัสยังไม่ได้ตอบคำถามของมินกิเลยนะครับ ว่ามัมของลูคัสคือใครน่ะ" รอยยิ้มร่าเริงของมินกิถูกส่งมาให้ผมก่อนที่สายตาของเจ้าตัวจะเปลี่ยนเป้าหมายไปมองเจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดของผมที่ยิ้มและมองตอบอย่างรู้กัน...



                       "มัมมี๊โลเวลฮะมินกิ ใช่ไหมฮะแด็ดดี๊" ลูกชายตัวน้อยตอบรับคำถามนั้นด้วยความสดใส...แล้วเงยหน้าขึ้นมาถามหาคำยืนยันจากผมด้วยรอยยิ้มที่กว้างจนตาหยี...ภาพเหล่านั้น...กำลังทำให้ผมยิ้ม...และหัวใจของผมกำลังกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง


                       
                      "ใช่ครับคนเก่งของแด็ดดี๊" ไหนๆลูกก็เปิดทางให้ขนาดนี้แล้ว ...หลังจากที่ผมเป็นอิสระคงจะต้องไปตามหัวใจของผมกลับมาเสียที...
.
.
.
.
.
                     วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ผมว่างมากที่สุดในรอบเดือนเนื่องจากเด็กๆมีกิจกรรมอำลาที่โรงเรียนผมเลยไม่ต้องไปสอนพิเศษ...แต่จะให้นอนแช่อยู่ในบ้าน มันก็ดูน่าเบื่อจนเกินไป ความจริงคือขี้เกียจนอนร้องไห้...อยู่เงียบๆที่ไรคิดถึงหน้าคนใจร้ายตลอด พอคิดถึงน้ำตามันก็ไหล ผมน่ะไม่อยากแบกหน้าโทรมๆตาบวมๆไปเข้าร้านในวันจันทร์ให้ไอ้แดนซักฟอกหรอกนะ เลยตัดสินใจออกมาเที่ยวเล่นเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วอยู่แบบนี้ ที่จริงอยากเข้าไปช่วยงานที่ร้านนะ แต่ขี้เกียจไปเจอเจ้าเด็กลูกครึ่งเกาหลีไทเปลูกพี่ลูกน้องของไลควานลินที่เกาะติดมาเรียนที่ออสเตรเลียด้วยอย่างยูซอนโฮ เด็กอะไรไม่รู้ตั้งแต่เจอกันก็คอยเนียนถึงเนื้อถึงตัวกับผมตลอดไม่พอยังขยันหยอดเป็นที่หนึ่งอีก จนเดี๋ยวนี้จะเข้าร้านต้องโทรเช็คก่อนว่าเด็กนั่นอยู่ไหม ถ้าอยู่ผมจะเข้าสายมากๆซึ่งไอ้แดนเข้าใจผมดีเลยมักเข้าร้านแทนผมอยู่บ่อยๆ...ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบหรือรังเกียจซอนโฮนะ ผมน่ะรักและเอ็นดูเจ้าเด็กนั่นเหมือนน้องชายแท้ๆเลยล่ะ แต่แค่ไม่อยากไปทนเห็นหน้าอมทุกข์ของเชฟทำขนมสุดน่ารักอย่างฮามินโฮที่แอบชอบเจ้าเด็กซอนโฮน่ะสิ ตอนที่เห็นตาเศร้าๆของมินโฮครั้งแรกนะผมแทบอยากร้องไห้เลยล่ะ ไอ้คนถูกชอบนี่ก็ซื่อบื้อเหลือเกิน...ไม่ได้รู้เลยว่าเชฟตัวเล็กที่ชอบทำขนมให้ตัวเองกินน่ะเขารู้สึกยังไงบ้าง...นี่ก็วางแผนกันไว้แล้วว่าถึงวันเกิดฮามินโฮในอาทิตย์หน้าเมื่อไหร่จะจับมอมเหล้ามันทั้งสองคนเลย...ให้มันรู้ไปสิว่าเหล้าจะทำให้พูดความจริงไม่ได้ อาจจะเป็นวิธีที่ดูไม่ค่อยดี แต่ถือว่าช่วยทำให้คนรักกันเขาสมหวังแล้วกันนะครับ...



                  "โอ้ย!!" "ฮรึก!!" เสียงแรกเป็นเสียงร้องตกใจของผมเองครับ ส่วนเสียงที่สองเป็นเสียงของวัตถุที่พุ่งมาชนผมจนทำให้ผมส่งเสียงออกมานั่นแหละ ก้มลงมองก็พบกับเด็กชายตัวน้อย ที่อายุน่าจะราวๆ หกถึงเจ็ดขวบกำลังนั่งร้องไห้เงียบๆอยู่ที่พื้น ผมเป็นคนใจอ่อน ยิ่งเป็นเด็กยิ่งแพ้ทาง มาเห็นร้องไห้แบบนี้อีกแทบจะโผลเข้าไปอุ้มเลยทีเดียว แต่กลัวน้องเขาตกใจเลยทำได้แค่ค่อยๆนั่งยองๆข้างๆน้อง แล้วเปิดบทสนทนาอย่างใจเย็นแทน


                   "เจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ จะรีบวิ่งไปไหนน่ะเรา" มองสำรวจตัวของเด็กน้อยว่าได้รับบาดเจ็บหรือมีแผลตรงไหนรึเปล่า แต่จะว่าไปหน้าตาคุ้นๆนะน้องคนนี้ เคยเห็นที่ไหนกันนะ

     
                   "ผม ฮึก ขอโทษฮะที่วิ่งมาชน แต่ผมหลงกับแด็ดดี๊ ฮรือ" น่าสงสารจังเลยหลงกับพ่อนี่เอง 


                   "ไม่ร้องนะครับ เดี๋ยวพี่จะพาไปแจ้งตำรวจ ไม่ต้องกลัวนะ เราจะได้เจอแด็ดดี๊แน่นอนเลย" ยื่นมือไปเช็ดน้ำตาบนแก้มนุ่มด้วยรอยยิ้มใจดี... น่ารักจังแฮะ


                   "ผมไม่ได้กลัว แต่ ฮึก ผมหิว ตอนนี้จะถึงเวลาการ์ตูนเรื่องโปรดแล้วด้วย พี่คนน่ารักพาผมไปดูการ์ตูนก่อนได้ไหมครับ" ตากลมโตที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาช้อนมองผมอย่างขอร้องอ้อนวอน มือเล็กเอื้อมมากำชายเสื้อของผมแน่น...ส่วนผมใบ้กินอยู่ครับ..อะไรคือไม่กลัวที่หลงกับพ่อแต่ร้องไห้เพราะกลัวไม่ได้ดูการ์ตูนกับหิว...ระบายยิ้มพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ เอาเถอะการแต่งตัวของน้องก็ดีดูเป็นลูกคนมีเงินคงไม่ใช่มิจฉาชีพหรอก อีกอย่างผมยอมพาเข้าบ้านตั้งแต่น้องมองอ้อนแล้วล่ะครับ ....ภูมิต้านทานสำหรับลูกอ้อนของเด็กสำหรับผมนั้นต่ำมาก...ใจบาง



                   "ตกลงครับ งั้นไปบ้านพี่ก่อนแล้วกันเนาะ" พอผมพูดจบตาที่เคยชุ่มไปด้วยน้ำตากับความกังวลก็เปล่งประกาย จากเด็กน้อยที่ร้องไห้กลับกลายเป็นยิ้มกว้าง จนส่งผลให้ทุกอย่างรอบตัวสดใส อ่า คุ้นจริงๆแฮะ รอยยิ้มแบบนี้แววตาแบบนี้ เหมือนใครกันนะ ....ว่าแต่นี่ไม่กลัวผมเป็นพวกหลอกเด็กไปฆ่าหรือเป็นโจรลักขโมยเด็กบ้างรึไงเนี่ย แปลกคนดีจังแฮะ แต่น่าเป็นห่วงเหมือนกันนะเนี่ยถ้าปล่อยไว้ข้างนอกคนเดียว เกิดเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ผม ไม่รู้ว่าน้องจะเจออะไรบ้าง 


                      "ยิ้มกว้างเลยไม่กลัวพี่เป็นคนไม่ดีบ้างเหรอเนี่ย" เด็กน้อยส่ายหน้าให้ผมเบาๆ 


                      "ไม่ครับ ผมรู้ว่าพี่คนน่ารักใจดี ไปบ้านพี่กันเถอะครับผมอยากดูการ์ตูนแล้ว" ยอมเลยแฮะ ถึงจะแปลกๆ แต่เด็กมันน่ารัก แบบนี้นะถ้าหาพ่อไม่เจอยินดีรับเลี้ยงเลยอ่ะ ผมอ้าแขนออกแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาจากพื้น ....ซึ่งคนถูกอุ้มนอกจากไม่ดิ้นแล้วยังกอดคอผมแล้วยิ้มแป้นอย่างร่าเริงอีกต่างหาก ...แพ้อ่ะ อยากมีลูกน่ารักแบบนี้จัง ...ผมยิ้มตอบเจ้าเด็กน้อยก่อนจะพาเดินไปที่บ้านของผม 

 
                       พอมาถึงเจ้าเด็กน้อยก็ยิ่งทำให้ผมเอ็นดูมากขึ้น นึกว่าจะรีบวิ่งเข้าบ้านตอนที่ผมวางเจ้าตัวลงและเปิดประตูบ้าน กลับให้ผมเดินเข้าบ้านก่อนแล้วโค้งตัวเอ่ยขออนุญาต จนผมพยักหน้าและบอกอนุญาตถึงได้เอ่ยขอบคุณแล้วก้มตัวลงถอดรองเท้าผ้าใบของตัวเองวางไว้บนชั้นวางอย่างเป็นระเบียบ พอเดินเข้าบ้านมาก็ขออนุญาตทุกครั้งก่อนที่จะทำอะไรเช่นนั่งโซฟาหรือเปิดทีวี ที่บ้านคงสอนมาดีมากแน่ๆ ป่านนี้คนเป็นพ่อคงร้อนใจน่าดูเลยแฮะ ลูกชายที่น่ารักนิสัยดีแบบนี้หายไปทั้งคน ผมจัดของว่างให้เด็กน้อยทานในระหว่างดูการ์ตูน เพราะถ้าให้กินข้าวเจ้าตัวคงไม่มีสมาธิกินแน่ๆ เล่นสนใจการ์ตูนซะขนาดนั้น ถือน้ำกับของว่างเดินเข้าไปหา วางของที่ถือลงบนโต๊ะหน้าโซฟาแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เจ้าเด็กน้อยที่ครองโซฟาอยู่ก่อนแล้ว



                      "ไม่กลัวแด็ดดี๊เป็นห่วงเหรอครับหือ หายมาแบบนี้ ป่านนี้แด็ดดี๊ของเราคงทุกข์ใจแย่เลย" อาศัยช่วงพักโฆษณาค่อยๆพูดให้เด็กน้อยฟังตามที่ใจตัวเองกังวล 

              
                      "ไม่กลัวหรอกครับ" เจ้าเด็กน้อยหันมามองผมแล้วฉีกยิ้ม มือเล็กๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะดึงกระดาษสี่เหลี่ยมใบเล็กๆออกมายื่นให้กับผม 



                       "เห..." นี่มันบ้าชัดๆ ผมว่าแล้วทำไมคุ้นหน้าเด็กคนนี้ 


                       "ย๊าห์!! นี่เราหลอกพี่เหรอครับ" ผมแหวใส่เจ้าเด็กตัวดีที่ยังไม่หุบยิ้มแล้ววิ่งไปเปิดประตูให้ใครอีกคนเข้ามา...ใครอีกคนที่ผมคิดถึงอยู่ตลอดเวลา...ออสติน 

                        ทำไมไม่คิดออกให้ไวกว่านี้นะ ว่าเจ้าเด็กน้อยน่ะเป็นเด็กคนเดียวกันกับที่อยู่ในภาพถ่ายที่ผมเจอในกล่อง..กล่องที่มีรูปคู่แต่งงานของคนใจร้ายกับภรรยาของเขาน่ะ ผมโมโหที่สุดเลย ในกระดาษนี่ก็อีก


                        'ลูกพี่น่ารักไหม ถ้าน่ารักมาช่วยพี่ดูแลนะ
                          แล้วก็....พี่มารับตัวดื้อกลับบ้านแล้วนะครับ' 

                
                         ยิ่งเห็นทั้งคนพ่อและคนลูกยืนยิ้มแป้นอยู่ตรงประตูผมก็ยิ่งโมโห ฮึ่ย !!! มีอย่างที่ไหน พาลูกมารับเมียน้อยเข้าบ้านเนี่ยนะ บ้าที่สุดเลย



                        "กลับไปเลยนะ ออกไปจากบ้านผม!!!" ตะโกนบอกอีกคนเสียงดังด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ข้างใน ผมยอมเจ็บเพื่อให้เขามีชีวิตครอบครัวที่ดี แล้วดูที่เขาทำสิ ใจร้ายชะมัด


                        "ตัวดื้อครับฟังพี่ก่อนนะ" รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาของคนพูดหายไป มันแปรเปลี่ยนเป็นความเว้าวอนแทน......ท่องไว้อย่าใจอ่อน โลเวล ท่องไว้



                       "ผมไม่ฟัง กลับไปซะ!!! ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก" เป็นประโยคที่รุนแรงเหลือเกิน..ผมรู้..แต่ผมต้องพูด...เพื่อให้ทุกอย่างมันถูกต้อง...แม้ใจของผมจะเจ็บปวดผมก็ต้องทำ.. ผมพยายามใช้สายตาเย็นชามองหน้าคนใจร้ายให้เขาถอยออกไป พยายามจะไม่เผยความอ่อนแอและน้ำตาให้เขาเห็น แต่พอเผลอไปสบตากับเด็กน้อยที่ยืนกำมือของคนใจร้ายไว้แน่น ทำให้ผมต้องรีบหันหลังหนีทันที...ก็แววตาที่เคยสดใสตอนที่ผมจะพาเข้าบ้านมันหายไปแล้วกลายเป็นความเสียใจ หวาดกลัว และน้ำตาที่รินไหลลงมาแทน ...มันดูเจ็บปวดและน่าสงสารยิ่งกว่าตอนที่วิ่งมาชนผมแล้วล้มลงอีกเป็นพันเท่า...ผมทนมองมันไม่ได้หรอกไม่ได้จริงๆ....ยืนร้องไห้เงียบๆอยู่สักพักก็สัมผัสได้ถึงอ้อมกอดที่ผมโหยหามาตลอด...สัมผัสอบอุ่นที่แนบชิดและจังหวะการเต้นของหัวใจที่เชื่องช้าของคนที่กอดผมจากทางด้านหลังมันบ่งบอกได้ว่าหัวใจของเขาก็เจ็บและทรมานไม่ต่างจากผมเลยสักนิด 


                         "ฟังพี่สักนิดนะครับตัวดื้อ ได้โปรด ฟังพี่อีกสักครั้ง" นอกจากคนใจร้ายที่กอดผมอยู่จะเอ่ยร้องขอแล้ว ยังมีเจ้าเด็กตัวน้อยที่เดินเข้ามากอดแขนของผมเอาไว้แล้วช้อนตามองอ้อนผมช่วยคนเป็นพ่ออีกแรง...ผมจะปฏิเสธออกไปได้ยังไง...ใจผมไม่ได้แข็งขนาดนั้น...สุดท้ายก็ต้องยืนนิ่งๆอยู่ในอ้อมกอดของคนใจร้ายแล้วพยักหน้าตกลงยอมรับคำขอของเขาอยู่ดี....



                       "พี่ไม่รู้ว่าเราหนีพี่มาเพราะอะไร ตอนที่กลับบ้านไปไม่เจอเราใจของพี่มันเจ็บปวดไปหมด พี่คิดว่าเราไม่ได้รักพี่และไม่อยากอยู่กับพี่ พี่เลยยอมแพ้..ปล่อยให้เราได้เป็นอิสระ...แต่มีคนบอกพี่เมื่อไม่นานมานี้ว่าบางครั้งการที่เราหนีมาอาจเป็นเพราะเรื่องของลูกกับภรรยาตามทะเบียนสมรสของพี่  เพราะว่าตัวดื้อรักพี่มากจนไม่อยากให้ครอบครัวของพี่พังถึงได้เลือกจากมา ถ้ามันเป็นเพราะเหตุผลหลัง....พี่ก็อยากจะบอกตัวดื้อว่า ขอโทษนะครับที่ปล่อยให้เข้าใจผิด ขอโทษที่กลัวว่าถ้าบอกไปเราจะโกรธ จะหนีไปจากพี่....พี่กับเฮเลนน่ะเราแต่งงานกันเพราะพี่ไม่อยากถูกจับคลุมถุงชนกับคนที่ครอบครัวหามาให้ ตามสัญญาของตระกูลพี่ต้องมีลูกหลังแต่งงานภายในหนึ่งปีไม่อย่างนั้นพี่ต้องรับเมียน้อยเข้ามาเพิ่ม เฮเลนเธอเป็นเพื่อนคนสำคัญในชีวิตพี่คอยอยู่ข้างๆ ช่วยแก้ปัญหาที่พี่เผชิญมาตลอด ทั้งเรื่องแต่งงาน และเรื่องลูก...พี่กับเฮเลนไม่ได้ใช้ชีวิตฉันท์สามีภรรยา เราผูกพันธ์พันกันด้วยมิตรภาพความเป็นเพื่อน ตาหนูก็เกิดจากการทำกิฟท์โดยมีเฮเลนเป็นแม่อุ้มบุญ..ในตอนนี้สัญญาทุกอย่างมันจบลงแล้ว เฮเลนก็ได้ชีวิตที่เป็นอิสระไม่มีพันธะกลับคืนไป และเธอก็ไปมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบกับคนที่เธอรักแล้ว..." อ้อมแขนของเขากระชับกอดผมแน่นขึ้น...ผมไม่รู้ว่าควรรู้สึกอะไร ยังไง ทำได้แค่มองตาของเด็กน้อยที่มองผมอยู่ก็เท่านั้น



                     "พี่ขอโทษที่ไม่ยอมบอกอะไรเราเลย...พี่ขอโทษที่เห็นแก่ตัว มัวแต่กลัวทุกอย่างไปเอง จนลืมคิดถึงความรู้สึกของคนที่พี่รัก ทั้งตัวดื้อแล้วก็ลูก ตอนแรกพี่กลัวว่าลูคัสจะเสียใจ พี่กลัวว่าตัวดื้อจะรู้สึกไม่ดี เลยไม่กล้าทำอะไรเลยสักอย่าง...แต่ในตอนนี้ ...ถ้าตัวดื้อยังไม่ได้เกลียดพี่ ถ้าใจของตัวดื้อรู้สึกรักพี่อยู่บ้าง ช่วยให้โอกาสพี่อีกสักครั้งได้ไหมครับ...."


                    "ทะเบียนสมรสใบสุดท้ายในชีวิตของพี่มันรอให้เรากลับไปเซ็นต์มันอยู่ เหมือนกับครอบครัวของพี่แล้วก็ลูคัส ที่รอให้เราเข้ามาเป็นส่วนเติมเต็มให้กลายเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์" 

                    "นอกจากลูกชายแล้ว...คนที่เป็นเหมือนหัวใจและชีวิตของพี่ก็คือตัวดื้อนะครับ ..พี่รักเรานะ..." ใบหน้าของคนพูดซบลงบนไหล่ของผมสัมผัสเปียกชื้นที่ผมสัมผัสได้กับแรงสะอื้นเบาๆของคนใจร้ายทำให้ผมรู้ว่าเขากำลังร้องไห้ 



                   "พี่คนน่ารักครับ...กลับไปกับลูคัสแล้วก็แด็ดดี๊เถอะนะครับ...กลับไปเป็นคุณมัมให้ลูคัสนะ ลูคัสอยากมีพี่คนน่ารักเป็นคุณมัม ลูคัสไม่อยากได้คนอื่น ฮรือ ยกโทษให้แด็ดดี๊เถอะนะครับ" เจ้าเด็กตัวน้อยเมื่อเห็นคนเป็นพ่อร้องไห้ก็พาลงอแงหนักขึ้นไปด้วยผมดึงแขนออกจากอ้อมกอดของเด็กน้อยที่กอดแขนผมเอาไว้อยู่ ก่อนจะดึงตัวของเจ้าตัวเข้ามากอดแล้วลูบผมปลอบเบาๆซึ่งเจ้าตัวน้อยก็กอดตอบผมแน่นไม่แพ้คนพ่อ แถมร้องไห้หนักพอๆกันอีก...ที่ผ่านมาเราต่างเสียใจและทรมานไม่ต่างกัน....เพราะรัก จึงทำให้ต่างคนต่างกลัว ....บางทีถ้าเราเปิดใจคุยกันตั้งแต่แรก...ก็คงไม่ต้องมาเจ็บปวดกันแบบนี้



                   "หยุดร้องก่อนเร็วครับคนเก่ง" เกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มของเด็กน้อยเบาๆ ระบายยิ้มออกมาน้อยๆอย่างเอ็นดู



                   "พี่น่ะขี้แยนะรู้ไหม ถ้าอยากให้พี่เป็นคุณมัม ลูคัสต้องเข้มแข็ง จะได้ดูแลปกป้องคุณมัมขี้แยกับแด็ดดี๊จอมคิดมากได้ยังไงล่ะครับ" ผมขอตัดสินใจตามหัวใจตัวเองดูอีกสักครั้งเถอะนะ ....พอผมพูดจบ เด็กน้อยที่กอดผมร้องไห้ก็ผละออกมามองหน้าผมอย่างตกใจ ก่อนจะเอ่ยถามถึงความหมายในสิ่งที่ผมพูดอีกครั้งหนึ่ง



                   "ถ้าลูคัสหยุดร้อง จะเป็นคุณมัมให้ลูคัสจริงๆนะ ใช่ไหมฮะ" เด็กตัวน้อยมองผมอย่างมีความหวัง...ผมจึงพยักหน้าตอบรับเพื่อตอบคำถามนั้น เมื่อเจ้าตัวได้รับการยืนยันก็เผยรอยยิ้มดีใจออกมาและวิ่งส่งเสียงร้องไปที่ประตูบ้าน อย่างอารมณ์ดี



                  "คุณลุงหมอ มินกิ ลูคัสมีคุณมัมแล้ว คุณมัมโลเวลยอมเป็นมัมมี๊ของลูคัสแล้ว" มือเล็กเปิดประตูแล้วกระโดดร้องอย่างร่าเริงอวดคุณหมอกับคนรักให้ยิ้มตามอย่างมีความสุขไปด้วย... แม้ผมจะยังมึนงงที่เจอคุณหมอเจอาร์กับผู้ชายอีกคนที่หน้าตาสวยกว่าผู้หญิงหลายๆคนซะอีก แต่ผมก็ยังคงส่งยิ้มและก้มหัวทักทายให้อีกฝ่ายตามมารยาท ซึ่งก็ได้รับรอยยิ้มกับการโค้งตอบรับกลับมาเช่นกัน


                  "มินกิว่า เราไปกินไอติมกันดีกว่า ปล่อยให้คุณมัมกับแด็ดดี๊ได้คุยกันสองคน ดีไหมครับ" คุณคนหน้าสวยที่ชื่อว่ามินกิเอ่ยถามเจ้าเด็กตัวน้อย ซึ่งคนถูกถามก็พยักหน้ารับหันมาโบกมือบายๆแล้วส่งยิ้มให้กับผมก่อนจะเดินจูงมือกับผู้ใหญ่อีกสองคนเดินออกไป
.
.
.
                  "ลูกหยุดร้องไห้ อารมณ์ดีไปกินไอติมแล้ว คุณพ่อยังจะขี้แยต่ออีกเหรอครับ ไม่อายลูกบ้างเหรอ" เมื่อเหลือกันอยู่สองคนผมจึงเอ่ยถามคนที่ยังคงร้องไห้อยู่กับไหล่ของผมไม่ยอมหยุดเสียที ขนาดผมที่ร้องไห้ง่ายยังหยุดร้องได้ก่อนเลย



                   "พี่ดีใจนี่ครับ ดีใจที่กำลังจะมีครอบครัวที่เป็นครอบครัวจริงๆสักที"

                   "แล้วพี่ก็ดีใจที่แม่ของลูกพี่คือคนที่พี่รัก" คนพูดพลิกตัวของผมกลับไปหาเขา ก่อนจะทาบหน้าผากลงบนหน้าผากของผม แววตาอบอุ่น รอยยิ้มที่ผมคิดถึงในตอนนี้ผมได้สัมผัสมันอีกครั้งแล้ว


                  "ผมก็ดีใจที่จะมีครอบครัวที่สมบูรณ์อย่างที่เคยวาดฝันมาตลอดชีวิต ครอบครัวที่เป็นของผม....ครอบครัวที่มีคนที่ผมรักและรักผมเป็นส่วนประกอบ" ผมประคองหน้าเขาเอาไว้แล้วค่อยๆจูบซับน้ำตาไปตามใบหน้าของเขาจนทั่ว 



                  "ดื้อรักพี่นะ รักและคิดถึงมาตลอด ต่อไปนี้ ฝากเนื้อฝากตัวพร้อมกับหัวใจด้วยนะครับ คุณแด็ดดี๊" ยิ้มหวานให้อีกคน ก่อนจะถูจมูกกับจมูกอีกคนอย่างหยอกล้อ



                 "จะดูแลอย่างดีเลยล่ะครับ เราก็เหมือนกันนะ...ต่อจากนี้พี่ขอฝากเนื้อฝากตัวและหัวใจด้วยนะครับ คุณมัม" ผมพยักหน้าตอบรับคำพูดนั้น...เรายิ้มให้กัน..และจูบกันเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อกัน ผ่านสัมผัสจากรสจูบและอ้อมกอดที่เรามีให้ซึ่งกันและกัน....




                ขอบคุณ...คุณพ่อที่อย่างน้อยก็ทำให้ผมได้พบเจอกับความรักที่ดี...รวมทั้งทำให้ผมได้มีคู่ชีวิตและครอบครัวที่สมบูรณ์....
        
                ขอบคุณคนใจร้ายที่รักผม....และขอบคุณที่ทำให้ผมมีลูกชายน่ารักๆอย่างลูคัส.....ขอบคุณนะครับ











........................................................Happy Ending..................................................



อาจมีใครหลายคนที่กำลังอารมณ์ดิ่ง
กับภาพตี๋ที่มีคนพบเจออยู่ข้างนอกและสปอยด์ต่างๆ
ไรท์หวังว่าฟิคของไรท์จะทำให้คุณยิ้มได้นะคะ
และสุดท้ายนี้ไม่ว่าตี๋จะตกรอบหรือไม่นั้น
ช่วยรักและเอ็นดูเขาต่อไปเรื่อยๆด้วยนะคะ
มันอาจจะยากที่ไม่เสียใจสำหรับตอนนี้..
แต่หวังว่าคุณจะยิ้มอย่างสดใสได้ในวันต่อๆไป
.
.
แน่นอนว่าฟิคของไรท์ยังคงจะเขียนต่อไป
แม้จะไม่มีโมเม้นต์ ไม่มีกระแส 
หรือแม้ในวันที่เหลือคนอ่านเพียงคนเดียว
ไรท์ก็ยังคงมีความสุขที่จะเขียนมัน
.
.
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ที่ทำให้ไรท์มีกำลังใจในการเขียน
ขอบคุณที่สนใจและให้กำลังใจไรท์คนนี้ 
ขอโทษที่อาจทำให้ไม่พอใจบ้างในบางครั้ง
.
.
และขอบคุณสำหรับความรักความเอฺ็นดู
ที่มีให้กับผู้ชายที่ชื่อว่าควอนฮยอนบิน
ปล.แค่คุณหลงเข้ามาอ่าน
ขอแค่คุณยิ้มและรู้สึกเอ็นดูเจ้าตี๋จอมเด๋อไรท์ก็สุขใจแล้ว
รักนะคะ...รีดเดอร์ที่น่ารักของไรท์ 



.
.





        





 


                   




 


                        






           
   
    


                

                

                    









                    

.


                   
              
              

  


                 

.
.            
                    

 

               
              











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

33 ความคิดเห็น

  1. #1729 Htstr (@art-violet) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:55
    ขอบคุณที่สร้างความสุขให้กับเรานะคะไรท์ ขอให้มีความสุขมากๆสร้างงานดีๆต่อไปเรื่อยๆน้า
    #1729
    0
  2. #1500 PANGDL7 (@spaonepiece) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 09:56
    โลเวลกับออสติน ยัยเด๋อคนน่ารัก
    #1500
    0
  3. #1056 priteprite (@priteprite) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 17:22
    เราวนมาอ่านเรื่องนี้หลายรอบมากกก อยากอ่านคุณอ๋งกับยัยหมวยอีกอะไรต์ ^^
    #1056
    0
  4. #749 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 22:01
    ลูคัสเป็นเด็กน่ารักมากเลย วางใจให้ดูแลคุณมัมได้เลยนะเนี่ย
    #749
    0
  5. #505 yukionnaka (@kokoronai) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 19:17
    ฟิคนี้น่ารัก โลเวลเด็กดื้อของออสติน
    #505
    0
  6. #265 Aimzilla (@aemza302) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 17:56
    ละมุนนนนนน
    #265
    0
  7. #245 5415711027 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 22:55
    เราชอบคู่นี้ อ่ คุณอ๋งกับบินนี่ เอาอีกน่ะ และจะคอยผลงานไรท์น่ะ สู้ๆๆๆ
    #245
    0
  8. #234 nan-111 (@nan-111) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 11:05
    จบแบบอบอุ่นมาก ลูคัสน่ารัก มัมกับแด๊ดดี้ก็น่ารัก

    #234
    0
  9. #233 DoubleE (@pueraewu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 10:55
    เขียนต่อไปเรื่อยๆนะคะ เราเป็นกำลังใจให้ ฟิคของคุณน่ารักมากๆ ทำเราร้องไห้ด้วย บางเรื่องเราเข้ามาอ่านซ้ำหลายรอบเพราะชอบมาก สู้สู้ค่ะ
    #233
    0
  10. #232 JannieJK (@jenniek) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 09:33
    ลูคัสน่ารักมากๆเลยในที่สุดก็แฮปปี้กันซักที ฮือออ
    #232
    0
  11. #230 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 08:47
    ลูคัสสสลูกกก คุณมัมคุณแด๊ดดด โง้ยยยยยเอ็นดู อบอุ่นมากเลยยย จะติดตามเรื่องต่อไปนะคะ แต่ใจอยากได้ 3p บ้างง่ะ เรามันคนบาป5555555555555
    #230
    0
  12. #229 Jaehyunn (@Jaehyunn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 08:23
    ร้องไห้ตั้งแต่ต้นเรื่องยันทอล์คไรต์
    #229
    0
  13. #228 callme Best (@Minissak) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 07:06
    ลูคัสน่ารัก
    #228
    0
  14. วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 05:49
    ขอบคุณที่อัพนะคะ ยิ้มออกเลยค่ะ ไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ ไม่ว่าน้องจะอยู่หรือไม่อยู่ เราจะชิปแบบไม่มีโมเม้นก็ได้ค่ะ5555
    #227
    0
  15. #226 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 01:25
    ไปให้เร็วให้ไวเลยคร่ะคุณองงงง ไปตามบินกลับมาาาาา โง้ยยยยคือรอเรื่องนี้ตลอดเววววว ชอบมากกกก ไรท์อัพบ่อยเลาปลื้มมมมากกก แต่งตรงใจอีกตะหาก โอ้ยยย รักไรท์นะคะ 555555555555555
    #226
    0
  16. #225 nan-111 (@nan-111) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 00:32
    เฮเลนนางฟ้าผู้มาโปรด. อิพี่ไปตามลูกฉันเลย ไม่งั่นพ่อจะใาดหัวให้  อินไปนิดึง
    #225
    0
  17. #223 Haneul2703 (@KIM2703) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 12:10
    โอ้ยจะร้องไห้ อย่าม่าได้ไหม ฮรือออ
    #223
    0
  18. #222 jemsin (@jemsin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 01:37
    ไม่น่าหลงมาอ่านตอนสองเลย โฮก orz นาาจะรอไรท์ลงจนจบก่อน ฮื้อออออออ
    #222
    0
  19. #221 Whiteter (@narinnasa05) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 22:46
    ปวดใจหนักมาก โอ้ย...ไม่เอาแบบนี้สิไรต์ ฮรุกกกก
    #221
    0
  20. #219 Ajoo_monster (@gamemiemoexia) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 15:53
    หน่วงใจมาก?? ไม่อยากให้หมวยบอบช้ำใจเลยยย
    #219
    0
  21. #218 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 15:42
    คุณองมาตามหัวใจตัวเองกลับไปเสร้ แพททริกของเลาาาาาา ฮื้อออ ปวดจัยย
    #218
    0
  22. วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 15:25
    โอ๊ยจะตายเเล้วแงงงง ชั้นยิ่งใจบางอยู่ หมวยลูกอย่าเศร้าฮืออออ
    #217
    0
  23. #216 0605141219922003 (@0605141219922003) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 14:32
    มีตอนต่อเถอะ ฮรึกอยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไงต่อง้ะ แงง;__;
    #216
    0
  24. #215 nan-111 (@nan-111) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 12:14
    สงสารพี่ แต่ก็สงสารลูกด้วย
    #215
    0
  25. #214 Waennak (@sehun94machine) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 11:48
    รู้สึกหน่วงๆ ไปตามบินกลับมาเลยนะอง
    #214
    0