หลิงจู่เซียน องค์หญิงไร้หัวใจ (ภาคต่อจาก จอมนาง คู่บัลลังก์)

ตอนที่ 9 : ท่านอ๋องกับคนขี้เมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,850
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    9 มี.ค. 61

ในยามสายของวันเขาได้พบเพื่อนรักอย่างหลันซาน แต่ที่เขามิพอใจ คือการที่นางกล้ามองบุรุษอื่นต่อหน้าเขาเช่นนี้ต่างหาก สตรีผู้นี้ไร้ยางอายเสียจริง คำว่าไร้ยางอายยังน้อยไปสำหรับนางด้วยซ้ำ แล้วดูสิ สหายรักของเขาก็ยังตอบกลับนางเช่นนี้อีก เขาบอกตอนไหนว่าจะทิ้งนาง เขายังไม่ได้พูดซักคำเลย นางคิดเองทั้งนั้น


จริงอยู่ว่าเขาปล่อยให้สนมทั้งหลายวางยานาง โดยไม่ได้จัดการ แต่นางก็วางยาถ่ายเขาคืนแล้ว นี่นางคิดจะสลัดเขาทิ้งแล้วไปหาสหายรักของเขาเช่นนี้ มันใช้ได้ที่ไหน เขายอมรับว่าสหายของเขาผู้นี้ช่างมีเสน่ห์เหลือล้น แต่นางก็ไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้ขณะที่ดำรงตำแหน่งหวางเฟยของเขาหรอกนะ สตรีผู้นี้กล้าออดอ้อนบุรุษอื่นต่อหน้าสวามี นี่มิมีใครสั่งสอนนางหรือไรว่าควรใส่ใจสวามีที่สุด


แม้นเขาจะยังมิได้มีสัมพันธ์ใดใดกับนาง แต่นางก็ควรให้เกียรติเขาบ้าง มิใช่เทียวไปเสนอตัวให้ผู้อื่นรับเลี้ยงเช่นนี้ แล้วดูสิ ท่าทางเอียงอายนั่น ดูก็รู้ว่านางเสแสร้งเพื่อตบตาบุรุษโง่งมอย่างสหายรักของเขาอยู่


เพียงสหายรักของเขาเอ่ยลา แทนที่นางจะหยุด แต่นางกลับรีบวิ่งตามไปส่งอย่างนั้น แล้วเขาผู้เป็นสวามีของนางนอนเป็นผักอยู่เช่นนี้ ด้วยฝีมือของนางแท้ ๆ นางเคยสนใจใยดีเขาหรือไม่ หรือเขาต้องมีสัมพันธ์กับนางจริง ๆ นางถึงจะยอมหยุดกิริยาเช่นนี้


เช้าอีกวัน เขาตื่นขึ้นมา พบว่าอาการดีขึ้นมากแล้ว เขาคงจะออกไปข้างนอกได้เสียที จึงจัดการเดินเข้าหลังฉากเพื่ออาบน้ำชำระกาย แต่ไม่ถึงลมหายใจ อาการคันแปลก ๆ ก็เริ่มมา เขามองสำรวจน้ำที่ใช้อาบมีกลีบกุหลาบสีแดง ดูเหมือนจะไม่มีอะไร เขาเลยลองใช้มือช้อนกลีบเหล่านั้นขึ้นมาดู เพียงเท่านั้นแหละ ความโมโหถึงขีดสุดกะตีขึ้นทันที เขาไม่เคยโมโหขนาดนี้มาก่อนเลย


"หลิงจู่เซียน ข้าจะฆ่าเจ้า" นั่นคือประโยคที่เขาตะโกนออกไป จนองครักษ์ของเขาต้องวิ่งเข้ามา


"ท่านอ๋องมีสิ่งใดหรือไม่พะยะคะ"

"ไปตามหมอหลวงมา"


"ทูลท่านอ๋องท่านหมอรักษาพระสนมอยู่พะยะคะ"

"บอกให้เขามาเดี๋ยวนี้ มิเช่นนี้ข้าจะสั่งประหารเสีย"


"พะยะคะ" องครักษ์ของเขารีบไปทันที คันขนาดนี้เขาทนไม่ไหวหรอกนะ เขาคาดโทษนางไว้ในใจเสียแล้ว นางทำกับเขาเช่นนี้ ต้องลงโทษหนัก ๆ สักครา จะได้หลาบจำ


หลังจากท่านหมอทายาให้ พร้อมกับต้มยาให้ดื่ม อาการคันก็บรรเทาลง แต่รอยแดงจากการเกาก็มีอยู่มาก เขายืนส่องกระจกมองดูสภาพตัวเอง ช่างน่าเวทนานัก น่าตาที่บวมปูด กับไอ้ยาสีขาวที่ทารอบกายแค่มองยังต้องตกใจ เขาจะต้องจัดการนางให้จงได้


เขาเฝ้ารอให้หายคันจวบจนตอนเย็น ก่อนจะให้นางกำนัลไปตามต้นเหตุมาให้เขาลงโทษ แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้เขาโมโหหนักขึ้นไปอีก


"หวางเฟยไม่อยู่เพคะ ไปงานเลี้ยงของหวงกุ้ยเฟยตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วเพคะ" นี่นางกล้าออกไปข้างนอกตามใจชอบโดยไม่ขออนุญาตเขาเลยอย่างนั้นหรือ นางช่างกล้าเกินไปแล้ว


เขาเลยย้ายตัวเองไปนั่งรอนางที่ตำหนักของนางแทน นั่งก็แล้ว เดินก็แล้ว ล้มตัวลงนอนก็แล้ว นางก็ยังไม่กลับมาซักที นี่นางจะมิรู้ความมากเกินไปแล้วนะ จนดึกดื่นเขาถึงได้ยินเสียงจากหน้าตำหนัก เลยแง้มประตูออกดู เขาไม่ได้แอบดูนางหรอกนะ เขาเพียงไม่อยากให้นางรู้ตัวก็เท่านั้น


        แต่สิ่งที่ได้เห็นนี่สิ ซ้ายขวาของนางคือองครักษ์ผู้นั้นที่เขาไม่ชอบขี้หน้า กับ นางกำนัลผู้หนึ่ง กำลังหอบหิ้วร่างของนางกลับตำหนัก นี่นางเป็นอันใด ไม่สบายอย่างนั้นหรือ ความเป็นห่วงเกิดขึ้นในใจเขา ก่อนที่มันจะพังลงอย่างน่าเสียดาย เมื่อได้ยินเสียงของนาง


"องคาร๊าก อู่ จ้าวนี่น่าร้าก มากเลยน้า มาเปนของเปิ่นโกง เถิดน้า มาม๊ะ จุ๊บ ๆ "ท่าทางของนางราวกับจะจุมพิศองครักษ์ผู้นั้นให้ได้ ความอดทนของเขาก็ขาดผึงลงทันที เขาปล่อยนางไม่ได้แล้วล่ะ เขาต้องจัดการสั่งสอนนาง เขาเดินก้าวออกมาจากหลังประตู


"พวกเจ้าวางหวางเฟยลง เปิ่นหวางจะดูแลนางเอง" เห็นแต่ละคนมองเขาด้วยสีหน้าตกใจ คงไม่คิดว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ล่ะสิ เขาก้มตัวลงเพื่ออุ้มนางขึ้นเดินเข้าสู่ตำหนักทันที


"ห้ามใครเข้ามารบกวน" ประโยคทิ้งท้ายของเขาบ่งบอกว่าเขาเอาจริงแค่ไหน เขาวางสตรีไร้ยางอายตรงหน้าลง ก่อนที่นางจะลืมตาขึ้นมามอง


"ผี ช่วยด้วยผีหลอกเจ้าค่ะ" นี่นางกล้าเรียกเขาว่าผีเชียวหรือ มันก็แค่ยาที่เขาพอกแก้คันมาเท่านั้น บุรุษผู้หล่อเหลามั่นใจในความหน้าตาดีของตัวเองมาตลอดบัดนี้เริ่มเสียความมั่นใจเพราะสตรีตรงหน้า


"เปิ่นหวางมิใช่ผี มิใช่เจ้าหรือที่เป็นสาเหตุให้เปิ่นหวางให้ตกอยู่ในสภาพนี้" เพียงนึกถึงนางไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาจะไม่โมโห ยิ่งเห็นหน้านางยามนี้ยิ่งหงุดหงิดนัก


"คาย อ่า" นี่นางดื่มมามากแค่ไหนกัน จะให้เขารังแกสตรีไม่มีทางสู้แถมยังเมา ก็ดูจะชั่วช้าเกินไป เอาเถิดพรุ่งนี้ก็ยังมี เขาเลยทิ้งกายลงนอนข้าง ๆ นาง


"พรุ่งนี้ตื่นมา เจ้ายังจะกล้าปากเก่งอีกหรือไม่" เขาจะใช้วิธีนี้ล่ะ ในเมื่อนางเมา เขาจะบอกว่าเขาและนางมีสัมพันธ์กันแล้ว นางจะได้ไม่กล้าไปยิ้มให้บุรุษอื่นอีก หากแต่นอนได้เพียงไม่นาน


"อั๊ก โครม" เท้าน้อย ๆ ของนางก็ถีบเขาตกจากเตียง ร่วงลงสู่พื้น เขาเงยหน้ามองนางอย่างคาดโทษ


"ทำร้ายร่างกายเชื้อพระวงศ์ มีความผิดสถานใด" เขาตะโกนใส่หน้านาง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่านางเมาก็ตามที แต่นางนี่สิ ไม่เพียงไม่สนใจเสียงเขายังกล้าเพ้อหาบุรุษอื่นอีก


"พี่หลันซาน อ่า น่ากินจุง อ่า มาม๊ะ มาห้ายคนสวย หอมซ๊ากที ราบรองม่ายเจบ อิอิ" นี่นางเป็นสตรีประเภทใดกันหนอถึงได้ละเมอเรื่องเช่นนี้ออกมาได้


"พี่หลันซาน ท่านรู้ป่าวว่าท่าน นะ สเปก ข้าเลย คริ" นางกล่าวอันใดกัน แต่ระหว่างที่นางละเมออยู่นั้นกลับคว้าหมับ สองแขนเรียวกอดคอเขารั้งลง ก่อนที่นางจะ


"อื้อ อื้อ" นางปล้นจูบเขา นางช่างกล้านัก แต่ที่น่าโมโหกว่านั้นคือ เขาดันจูบตอบนางนี่สิ มันหวานเหลือเกิน รสจูบของนางมีรสเหล้าติดอยู่ ช่างดึงดูดให้เขามอมเมาเหลือเกิน


"อ่า อื้ม พี่หลานซาน" เขาต้องชงักกึก นี่นางจูบเขาเพราะคิดว่าเป็นสหายรักอย่างนั้นหรือ แต่นางยังไม่ยอมแพ้ ยังคงจับเขาบดจูบครั้งแล้วครั้งเล่า จนนางพอใจ จึงยอมปล่อยเขาไป จนตอนนี้ริมฝีปากของเขาบวมเป่ง จนเขาไม่มีหน้าจะอยู่ตำหนักของนางต่อ พรางคิดในใจ ว่านางจะจูบเก่งเกินไปหรือไม่ นางไปหัดมาจากที่ใด เพียงเท่านั้นความโมโหก็แล่นมาจุกอกอีกครา



 

 ไรท์ขอฝาก E-Book เรื่องนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

43 ความคิดเห็น

  1. #30 Melis (@melikbaykara2121) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 19:14

    ท่านอ๋องผู้มั่นในหน้าตา โดนเรียกว่า ผี ฮ่าๆๆๆ

    #30
    0
  2. #5 cocobox (@cocobox) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:13
    สู้ๆ ไรท์
    #5
    0
  3. #4 cocobox (@cocobox) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:12
    รอออออออออ มาต่อเด้อ
    #4
    0