Something Between #NielOng

ตอนที่ 54 : [OS] #MatchingNielOng - Your scent

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,380
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 212 ครั้ง
    21 ก.ค. 61

[OS] #MatchingNielOng - Your scent


Daniel x Seongwu

โจทย์ : Scientist x Net Idol 

Theme Song : VIXX – Scentist

4,839 Words


 


#MatchingNielOng




          “สวัสดีครับ^^ 

 


          ผมพบคุณครั้งแรกผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมของโทรศัพท์มือถือ


 

          “โหหห เพิ่งนาทีเดียวแต่คนมาดูกันเต็มเลย คิดถึงผมกันใช่มั้ยครับ ฮ่าๆๆๆ”


 

          ดวงตาโตสีดำขลับเฉกเช่นท้องฟ้ายามราตรี เป็นประกายราวกับหมู่ดาวในยามที่คุณพูดคุยทักทายผู้คนที่เข้ามาดูไลฟ์สดทางอินสตราแกรมของคุณอย่างร่าเริง ริมฝีปากบางสีชมพูเรื่อเอ่ยเจื้อยแจ้วและฉีกยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดียามเมื่อเห็นข้อความให้กำลังใจมากมายจากบรรดาแฟนคลับที่รอคอยการแสดงของคุณและผองเพื่อนในวง


 

          คิดถึงครับ


 

          หนึ่งในนั้นก็มีข้อความของผมเช่นกัน


 

          ไม่สิ



          หนึ่งร้อย หรืออาจจะหนึ่งพัน เกินห้าสิบเปอร์เซ็นต์นั้นเป็นข้อความของผม


 

          แต่ไม่รู้ว่าคุณจะเห็นมันบ้างไหม


 

          “จะเริ่มแล้วนะครับ”


 

          “เฮ้ยเดี๋ยวดิ พวกผมยังไม่ได้แนะนำตัวเลย”


 

          “ไปๆๆ นี่ไอจีผมไม่ต้องเสนอหน้าเยอะ ให้คนเขามองแต่ผมก็พอ ฮ่าๆๆๆ”


 

          ผมจับจ้อง มองดูคุณหัวเราะเริงร่ากับเพื่อนๆในวงดนตรีโคฟเวอร์อันโด่งดังของคุณที่มีผู้ติดตามทางอินสตราแกรมเกือบแสนคน มองดูคุณควงไม้กลองในมืออย่างชำนิชำนาญผ่านหน้าจอโทรศัพท์ แม้ในยามที่คุณต้องไปนั่งประจำตำแหน่งมือกลองซึ่งอยู่ด้านหลังสุด ผมก็ยังคงมองเห็นคุณได้เด่นชัดที่สุด


 

          ยิ่งกว่านักร้องนำที่มีน้ำเสียงทรงพลัง ยิ่งกว่ามือกีตาร์ที่โซโล่กรีดท่วงทำนองดนตรีอันบ่งบอกถึงความเจ็บปวด เสียงไม้ตีที่กระทบกับกลองชุดของคุณดังสะท้อนก้องซ้ำไปมาอยู่ในสมองของผม


 

          เช่นเดียวกับภาพใบหน้าของคุณที่แม้ผมจะหลับตาลงก็ไม่สามารถลบเลือนมันออกไปได้เลย

 


          “ไว้เจอกันใหม่นะครับ ฝันดีนะทุกคน บ๊ายบายยยย”


 

          องซองอูคือชื่อของคุณ

 


          ฝันดีครับ



          และผม คังแดเนียล คือคนที่ตกหลุมรักคุณทั้งที่เพียงแค่ได้เห็นหน้าผ่านทางจอโทรศัพท์เท่านั้น



          ต้องขอบคุณวิทยาศาสตร์ที่ทำให้โลกใบนี้มีเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้ผมได้พบคุณ

 


          แม้จะไม่ใช่ตัวจริงก็ตาม

 

 


 


          เป๊าะ!

 


          เสียงสารเคมีที่หยดลงไปในหลอดทดลอง


 

          ครืดดดดด

 


          เสียงโทรศัพท์ที่สั่นแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวในอินสตราแกรมของคุณ

 


          คือสองอย่างในชีวิตผม ที่อยู่ควบคู่กัน และไม่สามารถแยกออกจากกันได้



          มันออกจะเป็นเรื่องไร้สาระที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่วันๆเอาแต่ขังตัวอยู่ในห้องแลป ศึกษา วิจัย และพยายามทำการทดลองทางเคมีอย่างผม ต้องมาตั้งแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวในอินสตราแกรมของคุณ พยายามอย่างยิ่งที่จะเป็นคนแรกที่คอมเม้นท์และกดไลค์ให้กับทุกๆสิ่งที่คุณโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นคลิปโคฟเวอร์เพลงกับเพื่อนในวง คลิปโซโล่กลอง หรือแม้แต่รูปไลฟ์สไตล์อันแสนเรียบง่ายของคุณ

 


          รอยยิ้มสดใส และดวงตาคู่นั้น คือสิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้การทำงานวิจัยแสนซับซ้อนของผมก้าวหน้าไปในทุกๆวัน

 


          หลายเดือนที่ผมเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของคุณ หลายเดือนที่ผมได้แต่กดเข้าแอพพลิเคชั่นโง่ๆนี่เพียงเพื่อกลับไปดูคลิปและภาพของคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า รอยยิ้มที่คุณมอบให้ เสียงหัวเราะสดใสที่ผมได้รับจากคลิปและรูปภาพเหล่านั้น มันกำลังทำให้ผมรู้สึกสงสัย 



          ตัวจริงของคุณจะเป็นเหมือนที่ผมได้เห็นผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์นี่ไหม...

 


          รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจแสนด้านชาของผมสั่นไหว

 


          เสียงหัวเราะที่ไพเราะไม่แพ้เครื่องดนตรีไหนๆ

 


          ดวงตากลมโตที่เปล่งประกายยิ่งกว่าสิ่งใด

 


          ถ้าได้เห็นกับตาตัวเองสักครั้ง จะเป็นอย่างไรกัน

 


          ผมไม่เคยคิดว่าผมจะตกหลุมรักใคร และคุณคือคนที่ทำลายความเชื่อนั้นของผมจนย่อยยับ

 


          ผมไม่เคยเชื่อว่าคนเราจะตกหลุมรักใครทั้งที่ไม่เคยเห็นตัวจริงได้ และคุณก็ทำให้สมมติฐานข้อนั้นแตกละเอียดแบบไม่มีชิ้นดี

 


          ยิ่งนานวันที่ได้แต่เฝ้ามอง ผมก็เริ่มมั่นใจ

 


          ว่าผมรักคุณ

 


          จนผมเริ่มไม่พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

 


          อยากเห็นหน้าคุณ อยากให้คุณรับรู้ถึงการมีอยู่ของผม ไม่ใช่ท่ามกลางเหล่าบรรดาแฟนคลับนับหมื่นนี่

 


          ผมต้องการคุณ

 


          อยากให้คุณมอบรอยยิ้มและเสียงหัวเราะพวกนั้นให้ผมคนเดียว





숨을 참았지 안갯속의

ผมกลั้นลมหายใจ

 

너를 찾아낸 순간

ยามเมื่อได้พบคุณที่ปรากฏกายท่ามกลางหมอกควัน

 

 갈구하지 피워낼

ผมจะควบคุม

 

 방울 얻기 위해

ให้ทุกหยาดหยดของคุณผลิบานขึ้นอีกครั้ง

 



          สุดท้ายผมก็ทนต่อความกระหายอยากนี้ไม่ไหว

 


          ผมตัดสินใจไปยังสถานที่ที่คุณแจ้งไว้ทางอินสตราแกรมว่าวงดนตรีของคุณจะมาบัสกิ้งในวันนี้ เสียงดนตรีดังกระหึ่มไปทั่วพื้นที่กว้างท่ามกลางบรรดาแฟนคลับและฝูงชนจำนวนมากที่มาชมการแสดงของคุณ

 


          ผมพยายามแหวกฝ่าวงล้อม เบียดแทรกกายเข้าไปเพื่อให้ได้ไปยืนอยู่ด้านหน้า เสียงคนรอบข้างก่นด่าที่ด้วยความไม่พอใจไม่ได้ทำให้ผมหยุดความไร้มารยาทของตัวเอง เพราะหูผมในตอนนี้ได้ยินแต่เสียงรัวกลองของคุณ ที่รัวเร็วเช่นเดียวกับจังหวะการเต้นของหัวใจของผม

 


          อีกสามก้าว

 


          สองก้าว

 


          หนึ่งก้าว...



          ผมสูดลมหายใจลึก ยามเมื่อได้เสพภาพตรงหน้า

 


          ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของไม้กลองในอุ้งมือบอบบางที่กระทบลงบนหน้ากลอง ทุกเสียงกลองที่ดังกระหึ่มสอดแทรกอยู่ในท่วงทำนองดนตรีนั้นสะท้อนก้องอยูในหูของผม ราวกับกำลังบรรยายความรู้สึกของผมเมื่อได้เห็นตัวจริงของคุณ

 


          คุณช่างงดงามเสียยิ่งกว่าที่ผมเคยจินตนาการ

 


          แค่ชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์ธรรมดาๆ แต่คุณกลับดูโดดเด่นออกมาจากฝูงชน แค่แวบแรกที่เห็นผมก็รู้ว่าพระเจ้าคงหลงรักคุณไม่ต่างไปจากผม จึงได้ประทานเครื่องหน้าคมหวานราวกับรูปปั้นกรีกที่มีชีวิตเช่นนี้มาให้ ทุกรายละเอียดบนใบหน้าของคุณทำให้คุณทั้งหล่อเหลาและงดงามราวกับงานศิลปะอันเลอค่า

 


          ผมกวาดสายตา ไล่พิจารณารายละเอียดบนใบหน้างดงามนั้น

 


          เส้นผมสีดำสนิทที่ประหน้าผากชื้นเหงื่อ

 


          ดวงตากลมโตที่มีแพขนตายาวที่ดูมีสมาธิแน่วแน่อยู่กับการเล่นดนตรีของตน

 


          จมูกโด่งที่ส่วนปลายเชิดรั้นขึ้นเล็กน้อย และ...

 


          ริมฝีปากบางสีชมพูเรื่อที่ผมแสนจะหลงใหล

 


          “................................”

 


          เหมือนคุณจะรับรู้ว่ามีคนจับจ้องไม่คลาดสายตา คุณจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม

 


          และยกมุมปากขึ้นน้อยๆ ในขณะที่รัวกลองจังหวะสุดท้าย



          มันเป็นจังหวะเดียวกับที่ผมรู้ตัวว่าผมกำลังถลำลึก จมดิ่งลงไปในแววตาเปล่งประกายคู่นั้น

 


          และไม่มีวันที่จะถอยหลังออกมาได้อีกเลย

 

 



#MatchingNielOng

 



 

          ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผมในการที่จะหาทางติดต่อคุณหลังจากวันนั้น


 

          เพราะคุณไม่เคยเปิดอ่านไดเร็คแมสเสจทางอินสตราแกรม ผมจึงต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยเพื่อค้นหาช่องทางอื่นในการติดต่อคุณ และมันก็คุ้มค่า เพราะในที่สุดผมก็ได้ไอดีคาทกของคุณมา


 

ผมไม่รอช้าที่จะทักไปอย่างรวดเร็ว


 

คุณองซองอูครับ ผมชื่อคังแดเนียลนะ


 

คุณ...ได้ไปดูผมบัสกิ้งเมื่อวันเสาร์มาใช่มั้ยครับ?


 

และคุณก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน


 

คำพูดคำจาของคุณแสนจะสุภาพและน่ารัก ไม่ต่างไปจากตัวตนที่ผมเห็นผ่านอินสตราแกรม ดูเหมือนว่าคุณจะจำผมได้ว่าผมไปดูบัสกิ้งของคุณวันนั้น คุณดูจะเขินอายไม่น้อยเมื่อผมบอกว่าตัวจริงคุณดูดีกว่าในจอเป็นร้อยเท่า


 

และทำให้ผมหลงใหลคุณมากขึ้นอีกนับร้อยเท่าเช่นกัน



“ฝันดีนะแดเนียล”



“ฝันดีครับซองอู”

 


          ไม่นานนักมันก็มันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่ผมและคุณจะส่งข้อความหรือคอลหาพูดคุยกันทุกคืนก่อนนอน ทั้งที่คุณและผมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยพูด ในขณะที่คุณอัธยาศัยดีและสดใสร่าเริงอยู่เสมอ ทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่เรากลับเข้ากันได้ดีจนน่าประหลาด ราวกับแม่เหล็กต่างขั้วที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างต้านทานไม่ได้

 


          หากนี่คือการทดลองทางวิทยาศาสตร์ คุณก็คือสารละลายที่แทรกซึมเข้ามาเจือจางความไร้ชีวิตของผมให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทำให้ชีวิตของผมที่เคยมีแต่ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวและอุปกรณ์ทดลองต่างๆ มีคุณเพิ่มเข้ามาเป็นปัจจัยตัวใหม่

 


          ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชีวิตของผม

 


          เราเข้ากันได้ดี ความสัมพันธ์ของเราคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักจากคนที่เคยได้แต่คอมเม้นท์และกดไลค์ ก็กลายเป็นคนรู้จัก เป็นเพื่อน

 


          หรืออาจจะเป็นอะไรที่มากกว่านั้น...

 


          ผมเป็นฝ่ายขอนัดเจอคุณก่อน โดยที่คุณไม่ได้ปฏิเสธ เรานัดเจอกันบ่อยครั้งราวสองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์ ดื่ม กิน พูดคุย หัวเราะไปกับสิ่งต่างๆด้วยกัน คุณน่ารักเสียจนผมไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้หมด ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณถึงมีแฟนคลับเยอะแยะปานนั้น เพราะทุกอากัปกิริยาของคุณทำให้ผมตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชนิดที่ว่าวิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถหาคำตอบสำหรับสิ่งนี้ได้

 


          คุณทำได้อย่างไรกัน

 


          ทำให้ผมหลงใหลจนแทบจะคลั่งตายแบบนี้ได้อย่างไร

 


          “ซองอูครับ ผมชอบคุณ”



          เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง ผมตัดสินใจเอ่ยความรู้สึกของตัวเองออกไป ผมจับมือคุณ กุมมือบอบบางนั้นให้ขึ้นมาแนบที่อกข้างซ้ายของผม บอกให้คุณรู้ว่าผมรู้สึกอย่างไร

 


          “...คือจริงๆ...ฉันก็ชอบนายเหมือนกัน...”

 


          แล้วผมก็มีความสุขจนแทบบ้า เมื่อเห็นคุณยิ้มเอียงอายพร้อมๆกับใบหูที่ขึ้นสีจัด และบอกว่าคุณชอบผมเช่นเดียวกัน

 


          ผมและคุณถูกดึงดูดเข้าหากัน ทั้งร่างกายและจิตใจ

 



 

날마다 향기를 세어보는 달콤한 강박

ยิ่งแต่ละวันผ่านพ้นไป กลิ่นหอมหวานและความลุ่มหลงก็ยิ่งเพิ่มพูน

 

캄캄한 방안에

ภายในห้องอันมืดมิด

 

 개의 색깔로 흩날리고

สีสันนับพันสาดกระจายไปทั่ว





          แสงสีส้มของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า สาดส่องเข้ามายังหน้าต่างห้องนอนพร้อมกับสายลมเย็นที่พัดผ่านผ้าม่านสีขาวจนปลิวไหวไปตามแรงลม ความมืดกำลังจะเข้ามาแทนที่ เป็นสัญญาณของวันที่กำลังจะสิ้นสุดลง

 


          แต่บทเพลงรักของผมกับคุณมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

 


          กลีบปากบางเผยอออกตอบรับสัมผัสหนักหน่วงจากริมฝีปากของผมที่บดขยี้ลงไป ผมกอดคุณแนบแน่น ดูดดึงริมฝีปากของคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตักตวงความหอมหวานเลิศรสนั้นอย่างไม่รู้เบื่อ สองแขนของคุณโอบรอบคอผม ลิ้นเรียวหยอกล้อกับปลายลิ้นร้อนของผมที่กวาดต้อนอยู่ในโพรงปากอย่างซุกซน แรงขยุ้มเบาๆบนศีรษะและเสียงครางฮือในลำคอนั้นทำให้ผมยิ่งคลั่ง 

 


          ลมหายใจถี่กระชั้นที่ถูกพ่นออกมาและเสียงหอบครางของคุณ ไม่ต่างไปจากเสียงรัวกลองยามที่ผมประทับริมฝีปากลงไปบนทุกๆสัดส่วนบนร่างกายผอมบางนั้น ผมสูดกลิ่นกายอันหอมหวานจากผิวละมุน ที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยรักที่ผมฝากฝังไว้ แต่งแต้มลงบนเรือนร่างอันงดงามให้ผลงานศิลปะชิ้นนี้น่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น

 


          คุณทำให้ผมลุ่มหลงมัวเมา

 


          ทั้งรูปร่างที่บอบบาง ช่วงเอวคอดรับกับสะโพกมนที่ขึ้นรอยแดงยามที่ผมบีบเฟ้นผิวกายเนียนนุ่มอย่างเพลินมือ

 


          ทั้งรสหวานๆในโพรงปากที่ถูกผมดูดกลืนอย่างกระหาย

 


          ทั้งกลิ่นกายหอมหวานที่ยิ่งสูดดมก็ยิ่งเสพติด จนต้องซุกไซ้ ฝังจมูกลงไปทั่วร่างกายขาวเนียนของคุณ 

 


          และเสียงครางสั่นเครือแสนหวานหู ที่คุณเปล่งออกมายามที่ผมสอดแทรกเข้าไปในร่าง

 


          ผมกอด จูบ รุกล้ำเข้าหาคุณอย่างหนักหน่วงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอกย้ำตัวตนของผมในร่างกายคุณ จนแน่ใจว่าคุณจะไม่สามารถคิดถึงสิ่งอื่นใดได้อีก นอกจากผมเคลื่อนไหวอยู่บนตัวคุณในตอนนี้

 


          เหมือนกับที่ผมไม่เคยคิดถึงสิ่งอื่นใดนอกจากคุณ

 


          ยิ่งได้สัมผัส ผมก็ยิ่งตกหลุมรักคุณ จนไม่อาจถอนตัวขึ้นมาได้

 


          เรากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไปตลอดค่ำคืนอันแสนยาวนาน ตกอยู่ในห้วงแห่งอารมณ์ ตอบสนองแก่กันและกันจวบจนคุณผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของผม

 


          “แดเนียล...รักนะ...” เสียงงัวเงียของคุณบอกกับผมก่อนที่จะปิดตาลง

 


          “รักคุณเหมือนกันครับที่รัก”

 


          ผมกอดกระชับคุณเข้าแนบอก จูบลงบนเปลือกตาบางที่หลับพริ้ม ไล้มือไปยังทุกสัดส่วนบนใบหน้างามนั้นอย่างหลงใหล

 


          และยิ้มบางๆอย่างพึงพอใจ

 


          เมื่อในที่สุดผมก็ได้คุณมาครอบครอง

 

 



#MatchingNielOng





          เราตกลงคบหากันแบบเงียบๆ โดยที่คุณตกลงใจที่จะย้ายมาอยู่กับผม พวกเรามีความสุข คุณเล่นดนตรี อัดคลิปซ้อมและโพสต์ลงบนอินสตราแกรมของคุณ ผมนั่งขลุกอยู่กับตำรา ขังตัวอยู่ในแลปส่วนตัวเพื่อทำการทดลอง เราต่างมีชีวิตของตัวเองแต่ก็แบ่งเวลาให้แก่กันอยู่เสมอ กินข้าวด้วยกัน นอนกอดกัน ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น

 


          แต่มันไม่คงอยู่ตลอดไป

 

          

          ผมเริ่มไม่พอใจเวลาที่เราออกไปไหนข้างนอกด้วยกันแล้วมีคนเดินมาทัก มาขอจับมือ ขอถ่ายรูปกับคุณ จนเราแทบจะไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว อันที่จริงมันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกที่เราเริ่มคุยกันแล้ว และผมก็ได้แต่เก็บงำความหงุดหงิดไว้ แต่หลังจากที่คลิปซ้อมของคุณกลายเป็นไวรัลเมื่อไม่นานมานี้มันก็ยิ่งทำให้ผู้คนเข้าหาคุณมากกว่าเดิม ผมต้องนั่งมองคุณไถโทรศัพท์ ตอบแชท โพสต์ไอจี ในขณะที่เราอยู่ด้วยกัน

 


          ทั้งๆที่มันควรเป็นเวลาของเรา แต่ทุกสิ่งที่ว่ามันกำลังพรากเวลาของคุณไปจากผม

 


          เวลาเราออกไปข้างนอก สายตาของพวกผู้ชายที่มองมาที่คุณ ไม่ต่างจากผมที่เคยเฝ้ามองคุณแม้แต่นิดเดียว

 


          รอยยิ้มที่คุณมอบให้คนพวกนั้น ก็ไม่ต่างจากที่คุณเคยมอบให้ผมเช่นกัน

 


          ผมไม่ชอบ ไม่พอใจเลยสักนิดเดียว

 


          “นายอย่าคิดมาสิ มันก็เรื่องปกตินั่นแหละ ฉันเป็นเน็ตไอดอลนะจะให้หน้าบึ้งใส่คนอื่นได้ยังไง”

 


          นั่นคือสิ่งที่คุณมักจะบอกกับผมเวลาที่ผมแสดงความไม่พอใจออกไป ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือสีหน้า แต่ถึงแม้ว่าผมจะแสดงอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบใจ

 


          คุณก็ยังไม่ได้ใส่ใจอะไรกับคำพูดของผมเลย

 


          ใบหน้า รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณยังคงทำให้ผู้คนคลั่งไคล้ อินสตราแกรมของคุณมีผู้ติดตามมากขึ้นเรื่อยๆจนเกือบจะทะลุสองแสนคน คุณยังคงไลฟ์สด โชว์เล่นดนตรี พูดจาเจื้อยแจ้วเมื่อเดิมไม่เปลี่ยน และคอมเม้นท์ชื่นชมมากมายทางอินสตราแกรมนั้นเริ่มทำให้ผมฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา

 


          จะมีอีกสักกี่คนที่ตกหลุมรักคุณ ด้วยวิธีเดียวกับผม

 


          เพราะคุณช่างมีเสน่ห์และน่าทะนุถนอมเช่นนี้ จะมีอีกสักกี่คนกันที่คิดจะเข้าหาคุณ เช่นเดียวกับผม

 


          และนั่นคือจุดเริ่มต้น...

 


          ในขณะที่ผมนั่งอยู่บนเตียง มองคุณยิ้มและหัวเราะอยู่หน้าจอโทรศัพท์ตอนที่กำลังไลฟ์สดในอินสตราแกรม ผมก็ได้ตั้งคำถามข้อหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาที่ยากแก่การค้นหาคำตอบมากที่สุดในชีวิตการเป็นนักวิทยาศาสตร์ของผม



          ต้องทำอย่างไรกัน คุณจึงจะเป็นของผมคนเดียวไปตลอดกาล

        

               

         ภาพคุณที่หัวเราะอย่างสดใส ไล่อ่านคอมเม้นท์ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดี ยิ่งทำให้เจตนารมณ์ของผมมั่นคงยิ่งขึ้น

 


          “โอ๊ะ ชอบผมเหรอครับ ฮ่าๆๆ ขอบคุณนะ”

 


          พวกมันชอบคุณไม่ได้สักเศษเสี้ยวหนึ่งของผมหรอก

 


          “ผมก็ชอบคุณครับ^^

 


          ร่างกายของคุณ หัวใจของคุณ รอยยิ้มของคุณ เป็นของผม คังแดเนียลคนนี้

 


          คนเดียวเท่านั้น

 


          ผมต้องหาวิธีทำอย่างไรก็ได้ ให้คุณเป็นของผมแต่เพียงผู้เดียว จะไม่มีใครมาแย่งคุณไปจากผมได้

 


          แม้แต่ความตาย ผมก็จะไม่ยอมให้มันมาพรากคุณไปอย่างแน่นอน

 

 


#MatchingNielOng




“แดเนียล วันนี้กลับค่ำหน่อยนะ”

 


“ไปไหนครับ?”


 

“งานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนอ่ะ อย่าทำหน้างั้นดิ แค่งานวันเกิดเองไม่มีไรหรอก”


 

คุณไม่มีอะไร แต่คนอื่นมันไม่คิดแบบนั้น


 

ผมกัดฟัน มองตามแผ่นหลังบอบบางของคุณที่เดินออกจากประตูบ้านไป ผมอยากกระชากแขนคุณ อยากดึงคุณเข้ามากอดไว้ อยากสั่งห้ามไม่ให้คุณออกไป แต่คุณไม่มีทางยอมเป็นแน่


 

แม้ผมจะรู้ดีว่าต่อจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น


 

ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น เมื่อผมกดเข้าไปในแท็กภาพอินสตราแกรมของคุณ ผมก็ต้องแค่นหัวเราะเมื่อพบกับบรรดารูปภาพของพวกผู้ชายที่มาถ่ายภาพร่วมกับคุณแล้วติดแท็กบอกชาวโลก พร้อมแคปชั่นที่น่าสะอิดสะเอียนสำหรับผม


 

วาจาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาในตัวคุณอย่างน่าขยะแขยง


 

ในรูปถ่ายนั้นคุณยังคงยิ้มกว้าง ราวกับไม่รับรู้จุดประสงค์ของพวกมัน หรืออาจจะรู้ แต่คุณก็ไม่สนใจ


 

เหมือนที่คุณมองความหึงหวงของผมเป็นเรื่องไร้สาระเสมอมา


 

ผมโยนโทรศัพท์ทิ้งลงบนเตียง เดินออกจากห้องนอนของเรา มุ่งหน้าไปยังแล็ปส่วนตัวซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องนอน ผมนั่งลงที่โต๊ะ รื้อกองกระดาษที่เขียนสูตรเคมีต่างๆค้างเอาไว้มากมาย ผมเหลือบไปมองที่ตู้ด้านหลังห้องซึ่งเป็นชั้นที่เก็บสารเคมีเอาไว้ แล้วตัดสินใจเดินไปหยิบมันออกมา


 

การทดลองลับๆของผมยังคงดำเนินต่อไป


 

อีกไม่นาน ผมมั่นใจว่ามันจะต้องสำเร็จ


 

ผมค่อยๆหยดสารเคมีสีขาวใสลงไปในหลอดทดลอง ยกมุมปากขึ้นเมื่อนึกถึงความจริงข้อหนึ่งขึ้นมาได้ว่า


 

เมื่อถึงเวลาที่การทดลองนี้สำเร็จ ผมก็จะไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องไร้สาระแบบนี้อีกเลย





깊숙이 들이쉬어  쉬어  쉬어 

ผมสูดกลิ่นกายของคุณอย่างลึกล้ำ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

온몸에 너를 가둬  가둬

กักเก็บทั้งร่างของคุณไว้ตลอดกาล

 

 가둬 사라질  없게 

ไม่มีวันที่คุณจะหายไปจากผม

 

 

 

 

          “โหหหห วันนี้วันอะไรเนี่ย ทำไมมีจุดทงจุดเทียนด้วย?”


 

          เสียงใสๆของคุณเอ่ยถามผม ดวงตาสีนิลกลมโตราวกับลูกแมวคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกลับมาบ้านแล้วพบว่าห้องรับแขกที่เคยสว่างจ้าตกอยู่ในแสงเทียนสลัว โดยมีโต๊ะเล็กๆที่มีอาหาร เชิงเทียน และแจกันกุหลาบสีแดงถูกจัดวางไว้อย่างประณีต

 


          “วันครบรอบหกเดือนของเราไงครับ”

 


          คุณดูตื่นตาตื่นใจ ยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้นขณะที่นั่งลงบนเก้าอี้ มองสำรวจอาหารบนโต๊ะก่อนจะส่งยิ้มให้ผมซึ่งทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม และยื่นดอกกุหลาบให้กับคุณ

 


          “ขอบคุณที่อยู่กับผมนะครับ ซองอู”

 


          และอีกไม่นาน เราก็จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

 


          เรานั่งทานอาหารด้วยกันท่ามกลางแสงเทียนสุดโรแมนติก ท้องฟ้าด้านนอกในค่ำคืนนี้ไร้ซึ่งดวงจันทร์และดวงดาว ผมนั่งมองคุณทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะลุกขึ้น ท่ามกลางสายตาฉงนสงสัยของคุณผมเดินเดินมุ่งตรงไปที่ครัว

 


          และหยิบขวดไวน์ติดมือกลับมา

 


          “ฉันกินไวน์ไม่เก่งนะ” คุณพูดในขณะที่มองผมเทน้ำเมาสีแดงลงในแก้วไวน์และเลื่อนส่งให้

 


          “แค่จิบก็ได้ครับ อยากให้คุณลองชิม”

 


          มือบางของคุณยกแก้วไวน์ขึ้น ผมแย้มรอยยิ้มออกมา ขณะมองดูคุณกรอกมันลงปากอย่างช้าๆ

 


          “แดเนียล...ทำไมมันมึนแบบนี้...”

 


          “ฤทธิ์มันแรงกว่าไวน์ทั่วๆไปน่ะครับ”

 


เพราะมันผสมตัวยาที่มีฤทธิ์กดประสาทลงไปด้วยยังไงล่ะ


 

เพล้ง!!

 


          เสียงแก้วไวน์ในมือบางร่วงลงกับพื้น เศษแก้วและน้ำสีแดงเข้มกระจัดกระจายอยู่บนพื้นกระเบื้องสีขาวไปทั่ว ผมลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะ หยุดยืนมองคุณที่ร่างกายอ่อนปวกเปียก ตาปรือสะลึมสะลือด้วยความพึงพอใจ

 


          “ดูเหมือนคุณจะง่วงแล้ว ขึ้นไปนอนกันดีไหมครับที่รัก?”

 


          ผมช้อนตัวคุณขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน เดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ผมไม่ได้เลี้ยวเดินไปทางห้องนอนเหมือนที่ควรจะเป็น แต่มุ่งตรงไปยังห้องแล็ปที่ผมเคยสั่งไม่ให้คุณเข้ามายุ่มย่าม

 


          ผมค่อยๆวางตัวคุณลงบนเตียง ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์และยากดประสาททำให้ดวงตากลมโตของคุณหรี่ปรืออย่างเหม่อลอย ก่อนที่มันจะมีแววตื่นตระหนกแวบขึ้นมาเมื่อเห็นเข็มฉีดยาที่อยู่ในมือของผม

 


          “ไม่ต้องตกใจนะครับ” ผมกระซิบปลอบ จับมือบางขึ้นมาจูบที่หลังมืออย่างทะนุถนอม ก่อนจะเลิกแขนเสื้อของคุณขึ้นให้เลยพ้นข้อศอก

 


          และแทงเข็มฉีดยาลงไป

 


          “ก็แค่ยาที่มีฤทธิ์ทำให้เป็นอัมพาตชั่วคราว”

 


          “...แด...เนียล...”

 


          “อย่ากลัวไปเลยคนดี”

 


          “...........................”

 


          “คุณแค่ต้องอยู่นิ่งๆสักพัก”

 


          ผมจูบลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อนั้นเมื่อสัมผัสได้ว่าคุณเกร็งไปทั้งร่างแม้ดวงตาคู่สวยใกล้จะปิดลงเพราะฤทธิ์ยา

 


          “ในระหว่างที่ผมกำลังหาวิธีให้เราได้อยู่ด้วยกันตลอดไปไงครับ”

 


          ผมดึงเข็มฉีดยาออก ก่อนจะหยิบไซริงค์เปล่าอีกอันที่เตรียมไว้ขึ้นมา ผมจับแขนคุณไว้เมื่อคุณพยายามจะกระตุกแขนหนี

 


          “ยะ...อย่า...” 

 


          “ชู่ววว เงียบๆนะครับคนดี ผมแค่อยากเก็บตัวอย่างเลือดของคุณไปทดสอบปฏิกิริยากับยาตัวใหม่เท่านั้นเอง”



          ผมแทงเข็มลงไป เสียงร้องเบาๆของคุณทำให้ผมเงยหน้าขึ้น ดวงตาแสนสวยคู่นั้นเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ผมจึงยิ้มให้และเอื้อมมือไปปาดมันออก

 


          แม้ในยามที่คุณนอนนิ่งน้ำตาไหล คุณก็ยังดูงดงาม

 


          “ทะ...ทำไม...ทำ...แบบนี้”

 


          “เพราะผมรักคุณไง”

 


 

선명한 향기의 소용돌이 눈앞에 그려지고

กลิ่นหอมอบอวลที่ชัดเจนนี้ปรากฎขึ้นเบื้องหน้าผม

 

 

          เลือดสีแดงสดถูกสูบเข้ามาในไซริงค์จนเต็ม ผมดึงเข็มออก จุมพิตเบาๆลงบนข้อพับที่เลือดสีแดงสดยังคงไหลซึมออกมาน้อยๆ ก่อนจะตวัดลิ้นช้าๆ ลองลิ้มรสเลือดเค็มปร่าสีสวยนั้น

 


          ทุกอย่างที่เป็นคุณมันช่างวิเศษ เกินที่จะบรรยาย


 

          บีกเกอร์อันเล็กคือภาชนะที่ใช้ถ่ายเลือดออกจากไซริงค์ ผมวางมันลงบนแท่นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหันไปหยิบดรอปเปอร์ จัดการสูบหยดเลือดออกมาจำนวนหนึ่ง แล้วเดินไปยังโต๊ะอีกตัวที่ผมเตรียมการไว้ล่วงหน้า

 


          บีกเกอร์อันใหญ่ที่บรรจุสารเคมีสีใสซึ่งผ่านการทดลองมานานหลายสัปดาห์ กำลังจะถูก ทำให้เปลี่ยนแปลงไป

 


          ผมหยดเลือดจากดรอปเปอร์ลงไปในบีกเกอร์นั้น ทีละหยด ทีละหยด มองดูมันค่อยๆกระจายตัวไปทั่ว

 


          แทรกซึมลงไปให้สารเคมีสีใสบริสุทธิ์นั้นแดงฉาน




오래도 앓았던 현기증은 꽃보다 만개하고

ความลุ่มหลงอันยาวนานและไร้สตินี้งดงามยิ่งกว่าดอกไม้ใดๆ


 



          อ่า...

 


          มันช่างแสนงดงามและน่าหลงใหล


 

          ไม่ต่างไปจากครั้งแรกที่ผมเห็นหน้าคุณ

 

 

          รอยยิ้มพึงพอใจปรากฎขึ้นบนใบหน้าเมื่อเห็นว่าน้ำสีใสนั้นเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนราวกลีบกุหลาบแรกแย้ม ผมหันไปมองคุณที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นคุณจ้องมาที่ผม น้ำตาไหลพรากอาบแก้มนวลนั้นเป็นสาย

 


          คุณร้องไห้ทำไมกัน?

 


          “เจ็บหรือครับคนดี?” ผมกระซิบข้างหูคนที่นอนนิ่งบนเตียง

 


          “ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ ไอ้สวะพวกนั้นมันก็จะคอยมายุ่มย่ามกับคุณ หาทางแย่งคุณไปจากผม”

 


          “..............................”

 


          “ผมจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้น” ผมก้มลงไป พรมจูบลงทั่วใบหน้าคมหวานนั้นอย่างรักใคร่

 


          “ปะ...ปล่อย” ดวงตาคู่นั้นฉายแววตื่นกลัว ร่างกายบอบบางที่ขยับตัวไม่ได้จากฤทธิ์ยานั้นพยายามต่อต้าน ถอยหนีจากสัมผัสของผมแต่ก็ไร้ผล

 


          ปล่อย?

 


          หึ

 


          “ปล่อยหรือครับ? จุ๊ๆๆๆ” ผมขยับกายขึ้นมานอนบนเตียง โอบประคองร่างบอบบางเข้ามาในอ้อมกอด แล้วบดเบียดริมฝีปากเข้ากับกลีบปากบางที่ไร้การตอบรับนั้น ทุกสัมผัสจากริมฝีปากของผมไม่มีความอ่อนโยนแฝงอยู่ เพื่อตอบสนองต่อคำพูดน่าชังนั่น

 


          “ไม่มีวันหรอกซองอู ไม่มีวัน”





감은  속에 스며  스며

คุณแทรกซึมเข้ามาในดวงตาที่ปิดแน่นของผม

 



 

          “ที่ผมทำทุกอย่าง...ก็เพื่อเรา”

 


          “ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไป”


 

          “คุณไม่จำเป็นต้องร้องเพลงหรือรับงานโฆษณาทางอินสตราแกรมอีกแล้วนะ”

 


          “เพราะยาที่ผมกำลังคิดค้นมันจะทำให้คุณอยู่ในสภาวะกึ่งอัมพาต”

 


          “.............................”

 


          “คราวนี้คุณก็จะไม่เหนื่อยอีกแล้ว คนดีของผม ถ้าการทดลองนี้สำเร็จเมื่อไหร่”

 


          “...........................”

 


          “แม้แต่ความตายก็พรากคุณไปจากผมไม่ได้ จำเอาไว้นะซองอู”

 


          ร่างบางยังคงน้ำตาไหล พยายามจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง ผมมองความพยายามนั้นอย่างรู้สึกขัดใจ จึงตัดสินใจเดินไปหยิบไซริงค์อีกอันที่บรรจุยานอนหลับไว้ แล้วฉีดมันเข้าไปในร่างกายคุณ

 


          “พักผ่อนนะครับคนดี” ผมดึงเข็มฉีดยาออก ก้มลงจุมพิตหน้าผากเนียนอีกครั้ง

 


          “ผมจะไม่ทิ้งคุณไปไหน”

 


          ดวงตาสีนิลค่อยๆปรือตก ลมหายใจของคุณผ่อนลงช้าๆ ผมยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไป กระซิบคำพูดสุดท้ายที่อยากให้คุณจดจำ

 


          “เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปเลยล่ะครับ”

 


          “...........................”

 


          “ที่รัก”




 스며 오직 나만 보게 

จวบจนมีแต่ผมที่มองเห็นคุณแต่เพียงผู้เดียว





#ซัมติงเนียลอง





Talk : หลังจากสามรอบที่ไปขอสุ่มโจทย์มาและสามวันที่นั่งคิดว่าจะเขียนยังไงดี(วะ) ในที่สุดก็ออกมาเป็น OS เรื่องนี้ค่ะ เป็นฟิคที่ได้แรงบันดาลใจมากจากเพลง Scentist ของวิกซ์ อยากให้ทุกคนเปิดเพลงแล้วอ่านไปด้วยจริงๆนะคะ


ยังไงก็คอมเม้นพูดคุยติชมและให้คำแนะนำกันได้  หรือติดแท็ก #ซัมติงเนียลอง ในทวิตก็ได้นะ เราส่องอยู่ทุกวันเลยค่ะ  


แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 212 ครั้ง

4,784 ความคิดเห็น

  1. #4355 munkrishear (@anchasa) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 21:05
    น่ากลัวมาก แดนนนนนนนนนนนน โอ้ยยยยยยยย
    #4355
    0
  2. #4103 new_yultida (@new_yultida) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 23:29
    สุดยอดไปเลยไรท์​นุทับใจมาก
    หลอนมากแม่ คือกลัวแทนองแน้ว
    #4103
    0
  3. #2848 jiyg (@pannos) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 19:06
    ความคิดเนียลมันหลอนตั้งแต่แรกๆที่เริ่มจะไม่พอขึ้นมาทีละนิด แล้วยิ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้วยไง ฮืออออออ หลอนมาก ถ้าเจอแบบนั้นสู้ให้ตายไปดีกว่า
    #2848
    0
  4. #2298 gabriel.la(: (@facklazy) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 19:39
    ว่าแล้วววววววความคิดเนียลมันดูลุ่มหลงจนหลอนตั้งแต่แรกๆละ แต่ก็นะจะให้ซองอูทำยังไงล่ะเป็นคนประชาชนต้องทำงานทำการเจอผู้คนและต้องทำตัวเป็นที่รัก
    #2298
    0
  5. #2297 MOZCB (@chanwooho) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 16:17
    อหหหหห เนียลพาหลอนมาก ทำไมทำแบบนี้ TT
    #2297
    0
  6. #2296 NeayJJ (@NeayJJ) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 06:59
    น่ากลัวอ่ะ เนียลคงรักซองอูมากจิงๆถึงทำงี้
    #2296
    0
  7. #2293 P..Pan (@-kamonrat-) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 01:11

    พลิกล็อคสุดแงงงงชอบทุกเรื่องที่ไรท์แต่งเลยอ่ะแต่งดีมากๆชอบภาษาไรท์สู้ๆนะคะ✌

    #2293
    0
  8. #2292 rapsterx_ (@ocqxn) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 16:38
    โอโหอย่างจิต ชอบๆ555555555555
    #2292
    0
  9. #2291 -S!MPLE- (@khimmonsicha) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 17:28
    กลัวเนียลแล้วว
    #2291
    0
  10. #2289 papanxxx (@nutsipang) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 00:29
    เนียลจิตมาก น่ากลัว
    #2289
    0
  11. #2288 A-Sarunya (@A-Sarunya) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 17:15
    รักเกินรัก มักทำลาย
    ... จิตมาก ชอบค่ะ 55555 ...
    #2288
    0
  12. #2287 แตมิรี่ (@taemaypa2) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 00:51
    กั๋วแล้วววววววววว
    #2287
    0
  13. #2285 ติ่งNior คนน่ารัก (@smm-2000) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 04:29
    ไม่คิดว่าจะต้องทำขนาดนี้ คืออัมพาตเลยยยยย
    #2285
    0
  14. #2283 Deer__lu (@reindeery) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 23:25
    กลัวอะ ทำใจไม่ได้แงงงง
    #2283
    0
  15. #2282 GiveJihoon2me (@marisa612) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 22:04
    จิตมากกกกก
    #2282
    0
  16. #2281 khimmee56 (@khimmee56) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 12:28
    เอ่อ เป็นโรคจิตหรอ โอ้ยสงสารซองอูงือออออ แล้วแบบทำให้ซองอูกึ่งอัมพาต คือได้แต่นอนนิ่งๆอะนะ ทำอะไรไม่ได้อะนะ บ้าไปแล้ววว ไม่คิดถึงความสุขหรือรอยยิ้มของซองอูบ้างหรอแดนนนน โอ้ยยยยยยยย
    #2281
    0
  17. #2280 Recekalte (@Recekalte) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 11:32
    โอววววจิตได้ใจ5555555
    #2280
    0
  18. #2279 Little-$T@R (@frozennw) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 07:47
    แดนโชคดีเนอะ ไอจีแจ้งเตือนถูกอันด้วย ของเรานี่แบบ ที่ไม่อยากดูอะแจ้งจัง ที่ตั้งเตือนอะหาย เวง
    #2279
    0
  19. #2278 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 00:13
    แดน.... ความโซหลัวของคุณนี้.. ฉันกลัวค่ะ=-=*
    #2278
    0
  20. #2277 mmookkotz (@mmook-kot) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 23:28
    จิตมากกกกกก ไม่โอเคเลยยยย คิดก่อนมั้ยแดนนนน ว้อยยยย อยากทำไรก็ทำอ่ออ เห้ออออออ สงสารซองอูเนี่ย ทำแบบนี้ก็ไม่ต่างไรกับคนตายป่ะะ โว๊ะะะ
    #2277
    0
  21. #2276 Tiankai (@baitery18) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 20:22
    คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้555555 แดนจิตมากค่า
    #2276
    0
  22. #2275 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 18:11
    แดนนนนนนนน ลูกกกกก แบบนี้ไม่โอเคนะคะ แบบลูกกกกก ทำแบบนี้ทำไมอะ หวงเกินไปแล้วววว
    #2275
    0
  23. #2274 Por_07 (@Por_07) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 15:43
    กลัว....
    #2274
    0
  24. #2273 Princeti (@winksboyy) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 14:58
    อะฮึ่มมมม ชั้นกัวแร้ว
    #2273
    0
  25. #2272 AbsTxz_ (@AbsTxz_) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 13:26
    กลัวแล้ววววฝ
    #2272
    0