Something Between #NielOng

ตอนที่ 8 : เพื่อนจ๋า มาคบกันเถอะ 6 – เมื่อเพื่อนหัวเราะ (ให้คราวเคราะห์ของเรา)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 168 ครั้ง
    28 ก.ย. 60

เพื่อนจ๋า มาคบกันเถอะ


CHAPTER  6

เมื่อเพื่อนหัวเราะ (ให้คราวเคราะห์ของเรา)


Theme Song :  BTOB  (EUNKWANG, HYUNSIK, SUNGJAE) - AMBIGUOUS (알듯말듯해OST.FIGHT FOR MY WAY










            เขาว่ากันว่าคนอายุ 25 คือช่วงวัยเบญจเพส เป็นช่วงเวลาที่ชีวิตมีเคราะห์ อาจจะต้องประสบกับเหตุร้ายหรือเรื่องที่ทำให้ชีวิตไม่ราบรื่นเท่าที่ควร คังดาเนียลวัย 20 ย่าง 21 ปี จึงไม่เข้าใจว่าตอนนี้เขาเข้าสู่ช่วงเบญจเพสทั้งๆที่อายุยังไม่ถึง 25 หรืออย่างไร



            อย่างแรกก็คือ เขาจำไม่ได้ว่าเขาไปรับปากองซองอูว่าจะไปเลี้ยงชาบูมันเมื่อไหร่



            “มึงจะเบี้ยวเหรอไอ้หมา! วันนั้นมึงพูดเองนะว่าจะเลี้ยงกู ไอ้หมาเลว ไอ้หมานิสัยไม่ดี! เสียงของแฟนปลอมๆของเขาดังลอดผ่านโทรศัพท์ออกมาดังลั่นชนิดไม่ต้องเปิดลำโพงแต่เพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยกันก็ได้ยินหมด


              “ไม่รู้แหละ วันนั้นมึงกรนทั้งคืนจนกูแทบไม่ได้นอน ดังนั้นมึงต้องรับผิดชอบ! วันนี้กูสอบตัวสุดท้าย แล้วก็จะแดกชาบูวันนี้ด้วย! บ่ายสามกูจะไปหามึง...”


          “ไม่ต้องมาคณะกู! เดี๋ยวกูไปหาเอง แค่นี้นะ” 


              เขาชิงตัดบทก่อนจะตัดสายทิ้ง จะให้ซองอูมาคณะเขาได้ยังไงล่ะ ก็เขาเห็นกลุ่มไอ้ฮยอนบินมันนั่งอ่านหนังสือกันอยู่ที่ใต้คณะ เขาไม่อยากให้ซองอูมาเจอหน้ามันให้เจ็บใจขึ้นมาอีก 



เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์แล้วก็ต้องเจอกับสีหน้าอยากรู้อยากเห็นอย่างออกนอกหน้าของเพื่อนๆทั้งหลาย


            “พี่แดนสุดหล่อของผม~ ผมก็อยากกินชาบูอ้ะๆๆๆๆ” 



               โอเค ยกเว้นไอ้เจี๊ยบคนนึงที่ไม่ได้ทำหน้าอยากรู้อยากเห็น เพราะมันมัวแต่ทำหน้าหิวกระหายอยู่



            “ก็ไปแดกสิน้องรัก”


            “คะแนนสอบผมออกแล้ว ผมได้ท๊อปคลาสด้วยนะ พี่รหัสที่ดีก็ต้องเลี้ยงผมสิ” 


            มันกระเง้ากระงอดเขาได้แบบน่าถีบสุดๆ ยอมใจมันจริงๆ ทั้งที่มันสอบเสร็จไปตั้งแต่เมื่อวาน แต่วันนี้ก็ยังเสนอหน้ามามหาลัยเพราะมันบอกว่าไอ้ยองมินจะพามันไปเลี้ยง เล่นเอาเขาถึงกับงง คือมึงเป็นน้องรหัสกู แต่กูดันไม่รู้ว่ามึงสนิทกับเพื่อนกูถึงขั้นพาไปเลี้ยงข้าวกันได้ พอถามว่าไปสนิทกันเมื่อไหร่มันก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องของพี่


มึงพูดงี้บอกกูมาตรงๆเลยว่าอย่าเสือกก็ได้มั้งครับน้อง


           “โทษที พอดีกูเลว ไปหาพี่ยองมินของมึงโน่นไป”


           “พี่แดนอย่างอนผมดิ พี่ยองมินเขาเลี้ยงรอบบ่ายไง เดี๋ยวรอบเย็นผมจะไปให้พี่เลี้ยง อย่างอนน้าๆๆๆ”


           “เจี๊ยบมึงไปกินวันอื่นดีกว่าไหม ท่าทางวันนี้ไอ้แดนมันจะไปเดท” ไอ้ดงโฮหรี่ตาทำหน้าล้อเลียน


           “เดทอะไรวะ?” 


           “อ้าว ก็มึงพาแฟนมึงไปกินชาบูไง ไม่ได้ไปเดทเหรอ” ไอ้ดงโฮมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ



            แฟน... เออว่ะ ลืมไปเลยว่าเล่นละครกันอยู่ สอบจนเบลอ สมงสมองไปหมดละ



            “อ่ะ...เอ่อ ใช่ มึงไปกินวันหลังแล้วกันนะ” เขาตบไหล่ไอ้ซอนโฮ น้องมันตาโตขึ้นมาทันที


            “พี่สัญญาแล้วนะว่าจะเลี้ยงผมอ่ะ! ทุกคนเป็นพยานนะ! ถ้าพี่ไม่เลี้ยงผมจะบอกพี่องว่าพี่มีกิ๊ก!!!” มันประกาศลั่นก่อนจะวิ่งหนีไปโดยที่เขายังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ



            อืม...บอกแล้วไงว่าช่วงนี้รู้สึกซวยๆ เหมือนเงินในกระเป๋าจะอยู่ไม่ถึงสิ้นเดือนอีกแล้ว





            “เออ วันก่อนไอ้ยองมินมาชวนพวกเราไปหาญาติมันที่ฟาร์มอ่ะ วันนั้นกูก็มัวแต่อ่านหนังสือสอบเลยลืมบอกพวกมึง” ไอ้จีฮุนพูดขึ้นระหว่างที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปคืนหนังสือที่หอสมุด


            “บ้านไอ้ยองมินทำฟาร์มด้วยเหรอวะ ทำไมกูไม่รู้เรื่อง” เขาเป็นเพื่อนกับไอ้ยองมินมาจะห้าปีแล้วยังไม่เคยรู้เลย


            “เปล่าอ่ะ มันชวนไปหาอัลปาก้าญาติมันที่ฟาร์มนอกเมืองนู่น พวกแก๊งค์สัตวแพทย์มันอยากไปดูสัตว์กันไง มันเลยมาถามว่าพรุ่งนี้เราอยากไปกันไหม หลังสอบเสร็จเราได้หยุดตั้ง 4 วัน”


            “ก็ดีนะ ไปคลายเครียดด้วย” ไอ้แจฮวานพยักหน้าหงึกหงัก


            “เออ กูไปด้วย กูเบื่อเมืองชิบหาย อยากไปสูดอากาศบ้านทุ่ง” ไอ้ดงโฮเสริม


            “ถ้าจีฮุนไปกูก็ไป” ไอ้ควานลินพูด


            “โอเค งั้นตกลงไปกันหมดนะ กูจะได้บอกยองมินมัน”


            “เดี๋ยวๆ ไม่คิดจะถามกูเลยเหรอ” เขาแทรกขึ้น ไอ้พวกนี้นับวันจะเห็นเขาเป็นหัวหลักหัวตอมากขึ้นทุกทีๆแล้วนะ


            “ไอ้องไป มึงก็ต้องไปอยู่แล้ว จะถามทำไม”


            “เอ้า! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกูอ่ะ?” 


               

              เท่านั้นเองทั้งกลุ่มก็พร้อมใจกันเงียบทันที




            “...ก็พวกมึงเป็นแฟนกันไม่ใช่รึไง?” ไอ้จีฮุนถามกลับอย่างงงๆ ส่วนคนถูกถามสตั๊นไปไปห้าวิ



            เออใช่ ซองอูเป็นแฟน(ปลอมๆ)ของเขานี่หว่า



            “มึงไหวมั้ยแดน กลับไปนอนมั้ย นี่มึงเบลอขนาดลืมว่ามันเป็นแฟนมึงเลยเหรอ?” แจฮวานชะโงกหน้ามาถามอย่างห่วงใยแต่คิ้วขมวดมุ่น


            หลุดนิดเดียวเองนะเว้ย คงจับไม่ได้หรอกมั้ง...


            “กูจะฟ้องไอ้อง!” ไอ้แจฮวานคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดยิกๆ แดเนียลมัวแต่ยืนอึ้งจึงคว้ามือมันไว้ไม่ทัน ไอ้แจฮวานชูโทรศัพท์มันที่ส่งข้อความไปบอกซองอูเรียบร้อยแล้ว


            “ไอ้ผู้ใหญ่บ้าน!!! ขอให้ชาตินี้มึงหาเมียไม่ได้!” เขาตะโกนลั่นใส่ไอ้แจฮวานวิ่งนำหน้าไป


            “ไม่เป็นไร๊ กูหาผัวก็ได้ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” 







             จากความเบลอสุดขีดของเขา วันสอบวันสุดท้ายของคังดาเนียลและองซองอูจึงจบลงด้วยการที่เขาถูกเพื่อนรักบ่นตั้งแต่โผล่หัวไปหามันที่คณะ ยันตลอดระยะเวลา 90 นาทีที่นั่งอยู่ในร้านชาบู องซองอูเทศนาเขายาวเหยียดราวกับชาตินี้มันไม่คิดจะพูดอีกแล้ว แม้ในปากจะเต็มไปด้วยอาหาร แม้มือจะหยิบเนื้อลงจุ่มในหม้อไม่หยุด แต่ปากเล็กๆนั่นก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการบ่นและการกิน


            “กูรู้นะว่ามึงแดกยาเยอะมาตั้งแต่เด็กๆมึงเลยเอ๋อๆไปบ้าง แต่กูไม่คิดว่ามึงจะเอ๋อขนาดนี้อ่ะ! ถ้าไอ้พวกนั้นจับได้จะทำยังไงกันห้ะ! คังดาเนียล ตอบสิวะ!” 


               กินเสร็จแล้วก็ยังไม่วายบ่นเรื่องเดิมๆที่พูดมาประมาณร้อยรอบเห็นจะได้ นี่มึงเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำเรอะ


            “ก็ไม่ยังไง ก็บอกความจริงไป”


             ผัวะ!!!


             "โง่อีกละ! มันบอกได้ที่ไหนล่ะ แค่นี้เราก็ไม่เหมือนแฟนกันอยู่แล้วไหมวะ ไอ้จงมันถามกูอยู่เรื่อยเลยว่าทำไมมึงไม่พากูไปเดทบ้าง กูจะบ้าตาย” องซองอูตบหัวเขาจนผมที่อุตส่าห์เซตไว้อย่างดีพังเละเทะ


            “เออๆ ก็ช่วงนั้นมันต้องอ่านหนังสือสอบนี่หว่า นี่ไง เดี๋ยวไปเที่ยวฟาร์มพรุ่งนี้เราก็เดินใกล้ๆกันบ่อยๆ แค่นี้ก็เหมือนแฟนกันแล้ว”


            “-_-


            “อย่าบ่นมากดิวะ สอบเสร็จแล้วร่าเริงหน่อย วันนี้กูเลี้ยงข้าวมึงนะจะหน้าหงิกทำไม”


            “กูไม่ได้หน้าหงิก!” 


            เอากระจกไหมครับองซองอู ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าตอนนี้หน้ามึงสูสีกับปลาทูแม่กลองมากเลยน่ะ


            “อย่าทำหน้างอดิ พรุ่งนี้ไปเที่ยวแล้วนะเว้ย! ไอ้ซอนโฮกับเพื่อนมันก็อยากไปด้วย ไม่เป็นไรใช่ป่ะวะ?”


            “ไม่อ่ะ พวกกูก็พาแดฮวีแล้วก็รุ่นพี่ที่คณะไปอีกคน พี่รหัสไอ้จงมัน เป็นตากล้องด้วย พรุ่งนี้มึงต้องไปถ่ายภาพโปรโมตให้ไอ้จงมันด้วยนะ”


            “โปรโมตไรวะ? ทำไมกูไม่รู้เรื่อง”


            “ไอ้จงยังไม่ได้บอกมึงเหรอ?”


            “มันไม่ได้บอกอะไรนี่”


            “ห่าเอ๊ย โรคสมองเสื่อมแม่งกำเริบอีกแล้วแหง”


            “ตกลงถ่ายไรวะ?”


            “มึงไม่ต้องรู้หรอก ถ่ายๆแค่สามสี่แชะก็เสร็จแล้ว”


            “แล้วทำไมต้องไปถ่ายที่ฟาร์มวะ? แล้วทำไมต้องเป็นกูวะ?”


            “ก็โปรเจคคณะสัตวแพทย์ก็ต้องถ่ายรูปกับสัตว์ไง อย่าโง่หน่อยเลย ส่วนทำไมต้องเป็นมึงก็ไปถามไอ้จงเอาเองโว้ย!


คำก็โง่ สองคำก็โง่ ไม่เห็นต้องตอกย้ำกูขนาดนั้นก็ได้ไอ้คนฉลาด! 


ก่อนที่เขาจะอ้าปากตอบโต้มันบ้าง พวกเขาเดินมาถึงห้องพักพอดี ซองอูตบหลังเขาเบาๆเป็นเชิงว่าให้เข้าห้องไปได้แล้ว


“ห้ามตื่นสายนะเว้ย!” มันกำชับสีหน้าจริงจัง


 “รู้แล้วน่า ฝันดีนะ” เขาพูด 


ซองอูดูจะอึ้งๆไปนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้ารับ เขาปิดประตูห้องแล้วก็ขมวดคิ้ว


ทำไมเขาถึงพูดอะไรน่าขนลุกแบบนั้นออกไปวะ? ปกติเคยแต่บอกฝันดีสาวๆเท่านั้นแหละ 


แต่รู้ตัวอีกทีปากมันก็โพล่งออกไปแล้ว...



มาพูดกับผู้ชายนี่ขนลุกเป็นบ้าเลยแฮะ...

 



คังดาเนียลเดินเข้าห้อง ปิดประตูไปเรียบร้อยแล้ว แต่องซองอูยังยืนนิ่ง จ้องมองประตูห้องของเพื่อนสนิท


“อย่าพูดแบบนั้นกับกูได้ไหมไอ้หมาโง่“ ซองอูพึมพำก่อนที่ประตูห้องจะปิดลง







           ขอย้ำว่าตอนนี้คังดาเนียลคนแมนแฟน(ปลอมๆ)ขององซองอู อายุ 20 ย่าง 21 ปี ไม่ใช่วัยเบญจเพสแต่อย่างใด



แต่ไม่รู้ทำไมช่วงนี้ความซวยถึงตามติดเขาได้ไม่รู้จบ



            เมื่อตอนเช้า เขา ซองอูและยองมินกำลังจะออกจากหอพักเพื่อไปเที่ยวฟาร์ม เขาเกือบตกบันไดหน้าคว่ำเพราะมีหนูตัวเล็กๆวิ่งตัดหน้าตอนลงบันไดพอดี ด้วยความอยากเป็นคนดีไงเลยจะยกเท้าหลบหนู กลายเป็นว่าพลาดไถลลงไป หัวใจร่วงไปอยู่ที่หัวแม่ตีน โชคดีที่ไอ้ยองมินคว้าแขนเขาไว้ทัน ไม่งั้นคงได้เปลี่ยนแผนไปโรงพยาบาลแทน



กูน่าจะกระทืบมึงให้ตายๆไปซะไอ้หนูเวร!



          พอแวะซื้อนมปั่นหน้าหอพัก ก็โดนเด็กที่ไหนไม่รู้วิ่งมาชน สรุปเขาเสียเงินไปฟรีๆ 3000 วอน โดยได้แดกไปไม่ถึง 300 วอน



            และตอนนี้...



            “อากาศโคตรดีเลย วู้ววววววววววว” 


             องซองอูก้าวลงจากรถตู้แล้วก็สูดอากาศบริสุทธิ์ของภูเขาเข้าเต็มปอด ภาพตรงหน้าที่เป็นทิวทัศน์กว้างๆสุดลุกหูลูกตา ทุ่งหญ้าเขียวขจีโดยมีภูเขาเป็นฉากหลัง นักท่องเที่ยวไม่เยอะมากเพราะวันนี้เป็นวันพฤหัสบดี เลยสามารถเดินชมวิวได้อย่างสบายใจไม่ต้องไป ลมเย็นๆสดชื่นแบบที่ไม่มีทางได้สัมผัสในเมืองหลวงพัดผ่านมาทำให้จิตใจผ่อนคลายลง ทำให้เขาอดจะยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมาเก็บภาพไว้ไม่ได้


 สำหรับคังดาเนียลแล้ว ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการที่แหกขี้ตาตื่นแต่เช้านั่งรถมาสี่ห้าชั่วโมงละนะ


            “เห็นน้ององดูสดชื่นแบบนี้พี่ก็รู้สึกดีจริงๆเลยครับ” 


            กำลังรู้สึกสบายใจอยู่ดีๆ เสียงแก่ๆที่ฟังดูกะลิ้มกะเหลี่ยและหื่นๆหน่อยในความคิดของเขาดังขึ้นด้านหลัง คังดาเนียลคิ้วขมวดโดยอัตโนมัติ 


            เขารู้สึกได้ตั้งแต่แรกเห็นไอ้รุ่นพี่หน้าแป๊ะที่ซองอูบอกว่ามาเป็นตากล้องให้ ว่ามันคงเป็นหนึ่งในเรื่องซวยๆของเขาแน่นอน



            “รู้สึกดีกับแฟนชาวบ้านนี่ระวังจะอายุไม่ยืนนะครับ” 


            เขาพูดขึ้นลอยๆ แล้วก็ยักไหล่เมื่อซองอูส่งสายตาปรามแล้วตีแขนเขาด้วยแรงที่ไม่น้อยเลย เขาพูดอะไรผิดล่ะเนี่ย!?


            “เอ่อคือ...กูว่าไปซื้อตั๋วกันเถอะนะ ไปกันเถอะครับน้องเซอุน  ><” 


               ไอ้ยองมินคงเห็นท่าไม่ดีเลยแทรกขึ้น แล้วหันไปทำตาเยิ้มน้ำลายแทบย้อยใส่จองเซอุน รุ่นน้องคณะบัญชี เพื่อนไอ้ซอนโฮที่มันไปติดสินบนด้วยพิซซ่าสิบถาดให้ซอนโฮหลอกพาเพื่อนมาเที่ยวด้วยกันจนได้ ทีนี้ก็รู้แล้วว่าพวกมันไปสนิทกันไดยังไง...


            “.........................”


สีหน้าเซอุนทำเอาพวกเขาทั้งกลุ่มแทบกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ น้องมันดูกลัวๆปนขยาดไอ้ยองมินสุดๆ สงสัยจริงๆว่าไปจีบอีท่าไหนถึงออกมาสภาพแบบนี้



          “ทำตัวดีๆหน่อยไอ้หมา พี่ยงกุกเขาเป็นรุ่นพี่กูนะ ช่วยกูมาตั้งหลายเรื่อง” ซองอูกระซิบฟ่อๆข้างหูระหว่างที่พวกเขากำลังซื้อตั๋วเข้าฟาร์ม 


          เขาถอนหายใจเฮือก เขาเหลือบมองไอ้พี่คิมยงกุกที่อยู่ด้านหลังดงโฮกับแดฮวี มองขนาดนี้แดกซองอูมันไปเลยไหมไอ้แป๊ะเอ๊ย!



            แต่มึงคงแดกซองอูไม่ไหวหรอก เพราะคงแดกตีนกูอิ่มไปก่อนแล้ว



“มีสัตว์เยอะมากเลย มีม้าด้วย กริ๊ดดดด อยากขี่ม้าง่ะพี่ดงโฮ แดฮวีอยากขี่ม้าจัง ><” แดฮวีรุ่นน้องคนสนิทของซองอูดูโบชัวร์ไปพลางเกาะแขนไอ้หมีโฉดเพื่อนเขาเขย่าไปมา ไอ้ดงโฮยิ้มแหยพยายามแกะมือน้องออกจากแขนตัวเอง มองๆไปก็ตลกดี ไม่รู้ว่าน้องมันชอบไอ้หมีหน้าฆาตกรอย่างเพื่อนเขาที่ตรงไหน  


          “เริ่มจากไปเยี่ยมญาติมึงก่อนเลยแล้วกันยองมิน” ไอ้แจฮวานชี้ไปทางโซนอัลปาก้าซึ่งอยู่ใกล้พวกเขาที่สุด ไอ้ยองมินคงจะคิดถึงญาติๆมันมากถึงได้รีบเดินนำหน้าเพื่อนไปทันที



            “กูจะไม่โกรธแล้วที่พวกมึงเรียกกูแบบนี้ เพราะอัลปาก้าแม่งน่ารักชิบหาย แต่ก็สู้น้องเซอุนของพี่ไม่ได้หรอกนะครับ ><



            แดเนียลว่าเขาควรจะอยู่ไกลๆอิมยองมินก่อนที่หูจะรู้สึกระคายเคืองเพราะมุขเลี่ยนๆของมันไปมากกว่านี้



            “เฮ้ย แดนๆๆๆ มันมาหากูด้วย!” ซองอูตีแขนเขารัวๆ ท่าทางตื่นเต้นเมื่ออัลปาก้าตัวเล็กตัวหนึ่งเดินมาดมๆถั่วฝักยาวในมือมัน แล้วก็เบือนหน้ามากินถั่วฝักยาวที่เขาถืออยู่แทน คังดาเนียลหัวเราะลั่นเมื่อเห็นซองอูทำหน้าเหวอ


            “ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขนาดอัลปาก้ามันยังเลือกกูเลยอ่ะ”


            “กูเกลียดมึง!



            “น้ององคร้าบบบบ หันมาทางนี้หน่อยเร้ว”


            แชะ!


            “เอ่อ น้องช่วยถอยออกไปหน่อยครับ พี่จะถ่ายน้ององ” 


               ไม่พูดเปล่ามันโบกมือใส่ด้วยเว้ย! อะไรของมึงไอ้แป๊ะ มีสิทธิ์อะไรมาบอกให้คังดาเนียลถอยวะ หา!!!



             “ก็ถ่ายผมด้วยเลยสิครับ อยากได้รูปคู่กับแฟนพอดี” 


             เขาเน้นเสียงตรงคำว่าแฟนแล้วคว้าคอซองอูมากอด ชูสองนิ้วด้วยเลยเอ้า!


            “โหยๆๆๆๆ ไปหวานกันไกลๆไป!” ไอ้แจฮวานส่งเสียงมาทันที


            “ถ้าอิจฉาพวกมึงก็หาแฟนดิ” เขาตอบกลับ หันมองคนข้างตัวก็พบว่าซองอูทำหน้าเบื่อโลกเมื่อเห็นเขาไปกวนตีนรุ่นพี่มัน


            “ยิ้มหน่อยสิครับซองอู” เขาเอานิ้วจิ้มแก้มมัน เรียกเสียงผิวปากจากไอ้พวกเวรนั่นได้อีกรอบ


            “อย่ากวนตีนได้ไหมแดน” มันกระซิบเมื่อเห็นไอ้พี่แป๊ะนั่นจ้องพวกเราเขม็ง


            “ไม่ได้! กูเหม็นขี้หน้ามัน มายุ่งกับแฟนชาวบ้าน!


            “มึงอินเหรอ กูไม่ใช่แฟนมึงจริงๆซะหน่อย” มันกระซิบ เล่นเอาเขาถึงกับอึ้งไป





  เออว่ะ แล้วเขาจะหมั่นไส้ไอ้พี่นี่เพื่อ? 




แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ชอบสายตาที่คิมยงกุกมองซองอูเลยสักนิด ดูแว้บเดียวก็รู้ว่าแม่งไม่ได้คิดกับซองอูแค่รุ่นน้องในคณะแน่ๆ



            สรุปก็คือเขาไม่ถูกชะตากับมันเอาซะเลย! เห็นหน้าแล้วหงุดหงิดโว้ย!



            “มึงชอบพี่มันเหรอ?” เขาถาม ใจหวิวนิดๆ ลุ้นหน่อยๆขณะรอคำตอบ



            “เปล่า”


            “ดี เพราะกูไม่ชอบมัน!” เขายิ้มแล้วก็ลากซองอูเดินตามผองเพื่อนไปยังโซนสัตว์อื่นๆ เขาหันไปมองไอ้พี่ยงกุกอีกครั้งแล้วยักคิ้วใส่ไปที



            ก็แบบว่าคนมันอารมณ์ดีว่ะ หุๆๆๆๆๆๆ









            พวกเขาเดินเที่ยวชมฟาร์มกันอย่างสนุกสนานด้วยความรู้สึกราวกับได้กลับไปเป็นเด็กๆอีกครั้ง โดยเฉพาะพวกแก๊งค์สัตวแพทย์ทั้ง 5 คนที่ดูจะดี๊ด๊ากันซะเหลือเกิน บทสนทนาของพวกมันเต็มไปศัพท์ยากๆ พล่ามเรื่องระบบเส้นเลือด กล้ามเนื้อ กระดูกสันหลัง สารพัดต่อม บลาๆๆๆของพวกสัตว์ทั้งหลาย แม้แต่น้องแดฮวีที่ดูอ่อนโยนน่ารักก็ยังพูดว่าอยากเรียนไปถึงตอนชำแหละสัตว์ไวๆ! (เผลอพนมมือไหว้น้องด้วยความตกใจ) โดยเฉพาะตอนอยู่คอกม้านี่จ้องกันตาเป็นมัน จนเขากลัวว่าพวกมันจะจับม้ารุมผ่าพิสูจน์ดูอวัยวะกันตรงนั้น


            “เหนื่อยว่ะ ฟาร์มกว้างชิบหาย”


            ไอ้จงฮยอนบ่นขณะที่พวกเขานั่งจุมปุ๊กกันอยู่ที่โซนคาเฟ่หมาแมว พวกเขาสั่งอาหารมากินกันจนอิ่มแล้วก็นั่งเล่นกับหมาแมวในร้านไปพลาง ยกเว้นไอ้ซอนโฮน้องรักที่ไม่เคยสนสัตว์ที่ยังมีชีวิต ด้วยเหตุผลว่ามัน กินไม่ได้ นั่งแทะพิซซ่าถาดที่สองของมันอยู่ เขานั่งมองซองอูที่ไปยืนเล่นกับน้องหมาซามอยด์สองสามตัวที่เดินมาดมมันฟุดฟิดๆทันทีที่มันย่างเท้าเข้าไปในคาเฟ่ เพื่อนสนิทของเขาก็ยิ้มกว้างนั่งลูบนั่งกอดน้องหมาพวกนั้น พูดเสียงหวานใส่ หมาน้อยของพี่อง บลาๆๆๆ


            มันเคยบอกว่าเขาหน้าเหมือนหมา แต่กับเขามันไม่เคยจะพูดดีๆแบบนั้นด้วยหรอก ส่วนใหญ่ก็เรียกไอ้หมาตลอดนั่นแหละ ดูความสองมาตรฐานของคนเราสิ ก็หมาเหมือนกันไหมวะ?



            “น้ององหันมาหน่อยครับ อย่างนั้นแหละ น่ารักมากเลย พี่ขอเอาไปลงเพจคณะเราได้ไหม?” 



            เสียงหื่นๆระคายหูของไอ้พี่หน้าแป๊ะดังขึ้นอีกเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ทำให้อารมณ์ดีๆของเขาพลันหายไปทันที แล้วซองอูทำไมมึงต้องยิ้มหน้าระรื่นใส่กล้องขนาดนั้นวะ? บ้ากล้องชิบหายเลยเพื่อนกู



            “ถ้าเอารูปดีๆลงผมก็ไม่ว่าหรอกครับ ฮ่าๆๆๆๆ” 



            หัวเราะเข้าไปอีก ปากกว้างขนาดแดกหัวไอ้ซามอยด์ตัวที่มึงกอดอยู่ได้เลยอ่ะองซองอู



            “อยากถ่ายรูปทำไมไม่บอก มีแฟนเรียนนิเทศ เรียนถ่ายรูปด้วยอ่ะรู้ป่ะ?” เขาพูดลอยๆให้ลอยเข้าหูทุกคนในกลุ่ม


            “ก็มึงไม่เห็นจะถ่ายรูปกูเลยนี่ เอาแต่ถ่ายแมวอยู่นั่น ถ้ามึงจะถ่ายกูนี่กูคงต้องมีหูแมวงอกออกมาก่อนมั้ยวะ!?


            “........................” 


            ไม่มีอะไรจะเถียงจริงๆ ณ จุดนี้ เพราะบนตักก็ยังลูบขนน้องเปอร์เซียตัวขาวจั๊วะนุ่มนิ่มค้างอยู่ ทาสแมวอย่างเขามาอยู่ท่ามกลางแมวเป็นสิบๆตัวใครจะไปทนไหวล่ะ น้องๆน่ารักขี้อ้อนทุกตัวเลยนี่นา ถ้าหอบกลับบ้านได้หมดนี่เขาคงทำไปแล้ว พอเถียงไม่ออกเขาเลยได้แต่ส่งสายตาไม่ชอบใจใส่ไอ้พี่แป๊ะนั่น 


             ยิ้มอะไรมึง เดี๋ยวพ่อต่อยเลยนี่!



            “นั่งพักอีกแป๊บ แล้วเดี๋ยวพี่ยงกุกช่วยถ่ายรูปไอ้แดนมันหน่อยนะครับ ข้างนอกคาเฟ่นี่แหละ ถ่ายกับหมาแมวซักสองสามเซ็ตก็คงพอแล้ว”  ไอ้จงฮยอนพูดกับไอ้พี่แป๊ะ


            “ถ่ายน้ององแทนดีไหมจงฮยอน พี่ว่าเอาน้ององเป็นโมเดลจะดีกว่านะ งานคณะเราก็ต้องใช้เด็กคณะเราสิ”



            เสือก!!! มึงกล้าเถียงหัวหน้าโปรเจคต์เหรอวะ! 


              แล้วมึงจะไปยิ้มให้มันทำไมหาองซองอู!!!



             “ถ่ายไอ้แดนเป็นหลักเถอะครับ โปรเจคต์คณะก็จริง แต่ถ้าเราอยากได้เงินคนทั้งมหาลัยก็ต้องใช้ไอ้แดนนี่แหละ” ไอ้จงพูดแล้วยิ้มอ่อนๆให้ 


               เออใช่! ฮอตสุดในมอก็คังดาเนียลคนแมนแฟน(ปลอมๆ)ขององซองอูนี่แหละ! จำใส่หัวไว้เลยไอ้พี่แป๊ะขี้หลี!


            “เอาตามที่นายว่าก็ได้” ไอ้พี่ยงกุกตอบรับแบบไม่ชอบใจนัก 


               เกลียดขี้หน้ากูล่ะสิ กูก็เกลียดมึงโว้ย! หน้าหื่นๆแบบนี้จะหลอกฟันซองอูใช่ไหม ไม่มีทางหรอกโว้ย!!!



             มึงหลอกฟันซองอูไม่ได้ แต่คังดาเนียลคนนี้เลาะฟันมึงออกมาให้ได้นะครับ




           

            “ช่วยยิ้มให้มันดูจริงใจกว่านี้หน่อยได้ไหม ทำหน้าเหมือนโดนบังคับเลยว่ะ ฟีลลิ่งไม่ได้เลย”


            “ถือป้ายให้ดีๆสิ ให้เห็นป้ายชัดๆครับ ไม่ใช่เห็นนายแบบชัดกว่าป้าย”


            “ขยับเข้าไปใกล้น้องหมามากกว่านี้อีกสิ ทำไม กลัวมันกัดรึไง? ตัวก็ออกใหญ่ใจปลาซิวว่ะ”


            “ให้แดกหัวเลยมะ!?” เขาถามออกไปอย่างเหลืออด 



               ไม่ใช่แดกหัวหมานะ หัวมึงนั่นแหละไอ้แป๊ะเอ๊ย! ใกล้กว่านี้ก็สิงไอ้หมาตัวที่เขากอดอยู่นี่แล้ว ได้ทีสั่งกูใหญ่เลยนะไอ้ห่า ตากล้องเก่งๆเขามีวิธีบิ๊วท์อารมณ์โมเดลได้ไม่ต้องมาจุ๊กจิ๊กแบบมึงหรอก กูมั่นใจว่ากูถ่ายรูปเก่งกว่ามึงแน่ๆ แน่จริงมึงมาให้กูถ่ายบ้างสิ โถ่!



             ลืมไป ไอ้แป๊ะนี่คงมาเป็นแบบไม่ได้หรอก นี่มันโปรเจคต์การกุศล เดี๋ยวคนไม่บริจาค เพราะดูจากหน้าหื่นๆของมันแล้วคงเหมือนโปรเจคต์บริจาคเงินให้เด็กในบาร์มากกว่าทำบุญให้หมาอ่ะ!?


  ทำไมไอ้จงฮยอนต้องเอามึงมาเป็นตากล้องด้วยวะ!!! หงุดหงิดโว้ย!!!










            “พี่จะไม่นับเลขให้ผมโพสหน่อยเหรอ?” 


            ไอ้หมาตะโกนถามเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ตอนนี้พวกเขาอยู่หน้าคาเฟ่บริเวณที่เป็นลานถ่ายรูป พี่ยงกุกแค่ๆรัวชัตเตอร์สามสี่ทีแล้วก็หยุดถ่ายทำนองว่าเสร็จแล้ว


            “นับไปก็เท่านั้น ก็ออกมาเหมือนกันทุกรูปนี่หว่า” 


            พี่ยงกุกตอบเสียงตึงๆ เล่นเอาเขา ไอ้จงฮยอนแล้วก็ไอ้ยองมินมองหน้ากันเลิ่กลั่ก รู้สึกได้ชัดเจนว่าสองคนนี้ดูจะไม่ชอบหน้ากันอย่างแรง ทำให้เขาแปลกใจมากๆ เพราะปกติคังดาเนียลเป็นคนอัธยาศัยดี เป็นมิตรกับคนอื่นไปทั่ว แต่กับพี่ยงกุก แค่เจอหน้ากันครั้งแรกไอ้หมาก็ดูมีท่าทีไม่ชอบใจพี่เขาเอาซะเลย


“เอ่อ...คือถ่ายใหม่เถอะพี่ ไอ้แดนมันยังไม่ทันโพสเลยนะ” ไอ้จงฮยอนพยายามช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ ไอ้หมาพ่นลมพรืดอย่างหงุดหงิด ในขณะที่พี่ยงกุกทำหน้าบอกบุญไม่รับ


“มึงๆ สองคนนี้เคยมีเรื่องกันเหรอวะ?” 


ไอ้ยองมินสะกิดเขา ขณะที่ปล่อยให้นายแบบกับตากล้องตัดเรื่องส่วนตัวออกไปชั่วคราวแล้วโฟกัสกับงานอีกครั้ง


“ไม่เว้ย เพิ่งเจอกันวันแรกนี่แหละ”


“งั้นกูว่าเพราะมึงเป็นต้นเหตุแหงๆ”


ไอ้จงมันพูดอะไรของมันวะ? สองคนนั้นไม่ชอบหน้ากันแล้วเขาไปเกี่ยวอะไร


            “อะไรมึง? หาเรื่องกูรึไง?”


            “พี่ยงกุกชอบมึง มึงก็รู้” 



             ก็รู้แหละ แต่เขาไม่ได้ชอบพี่ยงกุกนี่หว่า แต่ก็ไม่เห็นจะเข้าใจ...



            “อย่าทำหน้าปัญญาอ่อนได้ไหม มึงไม่รู้รึไงว่าไอ้แดนมันหึงอ่ะ”



            “.......................” 



คนที่เอ๋อแดกตอนนี้คือกูเองครับ ไอ้เหี้ย หน้าร้อนไปหมดแล้ว มึงพูดอะไรของมึงคิมจงฮยอน!!!


           “เหรอ” 



             นั่นคือคำพูดที่ชาญฉลาดที่สุดเท่าที่ท่านองซองอูคนคูลยิ่งกว่าภูเขาน้ำแข็งในไททานิกจะคิดออกในเวลานี้แล้ว จะปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะไอ้จงคิดว่าแดเนียลเป็นแฟนเขา แต่ในใจเขาเนี่ยวุ่นวายไปหมด



           ไม่มีทาง ไอ้แดนคงแค่ไม่ชอบที่พี่ยงกุกมาวอแวเขา เพราะมันก็เป็นแบบนี้ตลอดมาตั้งแต่เด็กๆเวลามีใครมาวุ่นวายกับเขามากๆ เป็นไอ้หมาขี้หวงเพื่อนนั่นแหละ ก็พวกเขาอยู่ด้วยกันสองคนมาตลอดตั้งแต่เด็ก อารมณ์แบบเวลาเพื่อนไปสนิทกับคนอื่นก็ต้องมีหวงบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไอ้จงมันไม่รู้เรื่องเหมือนเขานี่นะ



            เลิกฟุ้งซ่านได้แล้วองซองอู





            ผ่านไปอีกสิบนาทีในที่สุดการถ่ายรูปก็ผ่านไปอย่างทุลักทุเล พวกเขาถอนหายใจอย่างโล่งอก 


            ไอ้จงฮยอนกับไอ้ยองมินรีบลากพี่ยงกุกกลับเข้าไปด้านในคาเฟ่เมื่อเห็นว่ารุ่นพี่ทำท่าจะเดินมาหาเขา โดยมีคังดาเนียลที่ส่งสายตาราวกับจะยิงเลเซอร์ใส่มองตามไป มันเดินตรงมาหาเขาแล้วอยู่ๆก็ก้มหัวเอาหน้าผากมาชนไหล่เขา ซองอูชะงักกึก



            “กูไม่ให้มึงชอบไอ้พี่นั่นนะ กูไม่ชอบมัน”


            “อะไรของมึง? เป็นพ่อกูเหรอ มาสั่งโน่นสั่งนี่” เขาถึงกับหัวเราะออกมา มาห้ามเพื่อนไม่ให้ชอบคนอื่นนี่มันโคตรจะเด็กน้อยเลยนะไอ้หมา



            “เป็นผัว”



            เขาสตั๊นไปห้าวิก่อนจะหัวเราะออกมาทั้งๆที่ในอกร้อนวูบวาบไปหมด 


            ก็รู้แหละว่ามันพูดเล่นแต่ฟังแล้วมันจั๊กจี้หูจริงๆนะ



            “ผัวที่หน้ามึงสิ”


            “หัวเราะอะไรวะ? ตลกเหรอ กูจริงจังนะ” มันเงยหน้าหมาหงอยๆของมันขึ้นมามองเขา ยิ่งทำให้เขาหัวเราะหนักกว่าเดิม


            “ฮ่าๆๆๆ ก็มึงทำท่าเหมือนหึงกูงั้นแหละ”



            ชิบหาย ปากลั่น! มึงพูดอะไรของมึงองซองอู๊วววว!!! อีปากไม่มีหูรูด! นี่กูพูดออกไปได้ยังไง!?



 เปลี่ยนเรื่องสิวะ เปลี่ยนๆๆๆ



             “จะ...จะว่าไปก็ฮาดีตอนมึงกับพี่ยงกุกกัดกัน ระวังมึงจะไปหลงเสน่ห์พี่เขานะเว้ย เห็นตาเป็นขีดแบบนั้นสาวก็ตอมไม่แพ้มึงนะ” เขาพูดรัวลิ้นแทบพันกัน ไอ้หมาทำเสียงฮื่อๆใส่พร้อมๆสีหน้าขยะแขยง มันลูบแขนตัวเองไปมา



             “ไอ้เหี้ย ขนลุกหมด กูคนหนึ่งแหละที่เกลียดขี้หน้ามัน หน้าม่อ!


             “ถ้ามึงไปคบกับมันก็ไม่ต้องมาคุยกับกูเลยนะ” มันผงกหัวขึ้นมาทำหน้าซีเรียสใส่ 


             เขาขยี้หัวมันไปทีอย่างหมั่นไส้ แล้วลากมันไปนั่งพักที่โต๊ะใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านข้างของคาเฟ่


            “ทีมึงควงสาวไม่ซ้ำหน้ากูยังไม่เห็นไปห้ามมึงเลยนะ”


            “ก็กูไม่ได้จริงจังนี่ ถ้ากูจะจริงจังกับใครกูก็จะพามาให้มึงดูก่อนแน่ๆอยู่แล้ว” มันงึมงำแล้วฟุบตัวลงกับโต๊ะ


            “กูก็เหมือนกัน...”



          แต่ไม่รู้จะมีวันนั้นหรือเปล่าน่ะสิ



          

               “เมี๊ยววววว” 



               ขณะที่นั่งรับลมเพลินๆอยู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงแมวร้องอยู่บริเวณใกล้ๆ ไอ้หมาผงกหัวขึ้นมามองหาต้นเสียงเช่นกัน



            “เมี๊ยววววว เมี๊ยวววววว”


            “เสียงมันใกล้มากเลยว่ะ แมวมันอยู่แค่ด้านในร้านไม่ใช่เหรอ?”


            “นั่นดิ ช่วยกันมองหาดูหน่อยแล้วกัน เผื่อมันหลุดออกมา” พวกเขาหันมองซ้ายขวาแต่ก็หาไม่พบ ซองอูเงยหน้าขึ้นไปด้านบน


            “แดน มันอยู่บนนั้น” 


            เขาชี้ไปด้านบน แมวสีส้มร้องเหมียวๆอยู่บนต้นไม้ที่พวกเขานั่งอยู่ด้านล่าง มันมีท่าทางตื่นกลัว เพราะอยู่สูงจากพื้นดินค่อนข้างมากทีเดียว



            “มึงอยู่นี่นะ เดี๋ยวกูไปบอกพนักงานในร้านให้มาช่วย” 



             ไอ้แดนพูดแล้ววิ่งกลับเข้าไปในคาเฟ่ แต่น้องเหมียวด้านบนดูจะใจร้อนมาก มันร้องเหมียวๆตัวสั่น ทำท่าเหมือนจะกระโดดลงมา


            “เฮ้ยๆๆๆ! ไม่ได้ อย่าโดดนะ เอาไงดีวะ?” 


               ซองอูชั่งใจ เขาเงยหน้ามองความสูงต้นไม้ ขืนรอไปไอ้เหมียวนี่คงหัวใจวายก่อนแน่ ถ้ายืนบนโต๊ะแล้วปีนอีกหน่อยก็น่าจะเอาลงมาได้แล้วล่ะมั้ง


            สุดท้ายท่านองซองอูลคนคูลก็ต้องกลายเป็นฮีโร่จำเป็น ปีนไปช่วยน้องเหมียวที่ยืนตัวสั่นงันงกลงมาจากต้นไม้ เขายืนบนโต๊ะแล้วเหยียบกิ่งไม้หนาๆก่อนจะพยายามอุ้มเจ้าแมวออกมา


            “ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว” 


            เขาพูด พยายามลูบหลังมัน จนในที่สุดก็เอามันมาไว้ในอ้อมแขนได้สำเร็จ



“แง๊วววว!!!” 


แต่แล้วน้องเหมียวก็เกิดตื่นตูมขึ้นมาเลยข่วนแขนเขาเข้า ทำให้เขาเผลอปล่อยมือออกจากต้นไม้ขณะกำลังก้าวกลับลงมาบนโต๊ะ


“เหี้ย!!!” เขาร้องลั่นกระชับไอ้แมวนี่เข้าอ้อมกอด งอตัวรับเตรียมความเจ็บปวด



            ตุบ!



            “โอ๊ยยยยย!!!!! แขนกู!!!! แขน!!!!



            รู้ตัวอีกที ซองอูก็นอนแผ่อยู่บนพื้นหญ้า รู้สึกเหมือนกำลังทับอะไรแข็งๆเป็นท่อนๆบางอย่างที่รองหลังเขาไว้ 


            เขาลืมตาขึ้นทันทีพร้อมความรู้สึกเจ็บที่หลัง แมวในอ้อมกอดของเขาดิ้นหนีแล้ววิ่งออกไปทางคาเฟ่ เขาหันขวับไปมองด้านข้างอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ 


            เพราะเสียงที่กำลังแหกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดอยู่นี่ไม่ใช่เสียงของเขา แต่เป็น...



            “แดน!!!!




#ซัมติงเนียลอง





Talk : วันนี้กัปตันเขาไปถ่ายรายการด้วยกัน บินไปเชจูด้วยกันแค่ 2 คนอีก เรือแล่นแรงมาก น้ำตาจะไหล ฮือออออ


เผลอแป๊บเดียวเดินทางมาถึง 6 ตอนแล้ว เกือบครึ่งเรื่องแล้วนะคะ เห็นมีคนติดแท็กฟิคเราในทวิตด้วย ดีใจจนแทบกริ๊ด ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณทุกคนที่มาอ่านมาเม้นนะคะ ><


แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 168 ครั้ง

4,784 ความคิดเห็น

  1. #2860 jiyg (@pannos) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 11:34
    -หมางอแงจังเว้ย หึงก็พูดไปอย่าเก็บไว้
    #2860
    0
  2. #1637 แม่ม๑น้oe (@kunlanid_far) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 11:50
    เริ่มหวั่นไหวกันจริงๆละคู่นี้ ขอให้รู้ใจตัวเองกันเร็วๆนะ
    #1637
    0
  3. #742 6OGM387 (@snbtrr) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 22:24
    คิดอะไรก็พูดไปรู๊กกก ตัดคำว่าเพื่อนสนิทออกไปก๊อนนนนน
    #742
    0
  4. #594 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 09:57
    แดน หึงซองอูมากค่าาาาา เริ่มคิดอะไรกันแล้วใช่มั้ย? :)
    #594
    0
  5. #567 TOFUBYUN (@yoky_yosita) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 10:19
    แบบนี้เรียกหึง ไม่ใช่หวงเพื่อนนน
    #567
    0
  6. #342 phatchaaBam2 (@BBsW_97) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 01:54
    จนขนาดนี้แล้ว ยอมรับไปเถอะค่ะว่ารักเค้าอ่ะ555555
    #342
    0
  7. #190 doraaung (@doraaung) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 17:17
    โหววว หึงแน่นอนนน โอ๊ยยย องเริ่มหวั่นไหวแล้วอ่ะ คิดมากด้วยนั่น ทำไงดี เมื่อไหร่จะรู้ตัวว่ารักกันอ่ะ แงงง แล้วแขนแดนจะเป็นยังไง อยากสงสาร แต่เหมือนตอนหน้าจะฟิน คลเฬล 55555

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #190
    0
  8. #167 Dehwai (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 06:20
    55555555 หึงขนาดนี้ชอบเค้าล่ะสิ
    #167
    0
  9. #163 Snowflake_Star (@Snowflake_Star) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 06:37
    หวงขนาดนี้แล้วววววว รู้ตัวได้แล้วนะงื้อออออ
    #163
    0
  10. #141 Nonoway13 (@nonoway13) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 22:10
    ขี้หึงง งื้ออออ
    #141
    0
  11. #139 skywriteツ (@sky-junior7) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 12:35
    แดนน่าจะรู้ใจตัวเองบ้างแล้ว มีแต่อ๊งนี่แหละฮือ
    #139
    0
  12. #127 aimidori (@toei9880) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 16:05
    คนนึงขี้หึง อีกคนก็ซึน แดนเป็นพระเอกที่ดีช่วยนายเองน้ององ กรี้ดดดดดดดดดดด น่ารัก
    #127
    0
  13. #126 prapawabe (@meisbaitoey) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 21:32
    ขี้หึงงงง ไม่รู้ตัวว่าหึงอีก น้องซองอูนี่ชอบแน่ๆ แน่ๆเลย แดนแขนหักมั้ยน่ะลูกก
    #126
    0
  14. #125 lvsj (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 21:19
    คุณแด้นนนน กรี๊ดดด มีความมารับร่าง เจ็บแขนเลย ;-;
    #125
    0
  15. #124 Only Exception (@OnlyException) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 20:42
    น่ารักมาก หึงกันด้วยอ่า
    #124
    0
  16. #122 N'sis (@SoSpay) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 20:51
    ฮือออออ รอนะค้าาาา ชอบมากเลยยยย น่ารักสุดๆ อ่านไปเขินไป
    #122
    0
  17. #105 lvsj (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 12:06
    ตลก 555555555 คุณแดนบรรยายซะพี่ยงกุกเป็นตาแก่โรคจิตเลยอ่ะ 5555555
    #105
    0
  18. #104 LK_8807 (@alice59) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 07:26
    หึงล่ะสิคุณแดนหึงจริงไม่อิงแสดงเลย55555555
    #104
    0
  19. #103 My_Chick (@exo_43) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 22:14
    โอ้ยยยชอบน่ารักกก ชอบอ่านแนวเพื่อนอยู่แล้วพอมาเจอเรื่องนี้ถูกจริตมากอะฮือออ????????????
    #103
    0
  20. #102 khimmee56 (@khimmee56) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 21:49
    เอ้า อินหรอออ 55555 ตีบทแตกกระจุยกระจายมากแดนเอ้ยยย
    #102
    0
  21. #101 moonp_24 (@moonp_24) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 21:43
    น่ารักมั้งคู่เลยงือออออ ><
    #101
    0
  22. #100 'ggringps (@sailisburry) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 21:42
    รอนะคะ5555 คุณแดนเอ้ยยย เหม็นหน้าเค้าเพราะอะไรน้า คนซื่อบื้อ
    #100
    0
  23. #99 ammykjd (@ammykjd) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 21:32
    ทำไมเราสะใจตามคุณแดนเนี่ย5555
    #99
    0
  24. #98 Jenny Jinny (@janejongin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 21:15
    แหม ขนาดแฟนปลอมๆยังแอบหึง ทำมาเปงนะคุณแดเนียลลลล
    #98
    0