Something Between #NielOng

ตอนที่ 9 : [OS] NielOng - Just Sulking

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,001
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 199 ครั้ง
    4 พ.ย. 60


[OS] NielOng - Just sulking

Daniel x SeongWu

#องเนียลวีคลี่  Week 14 + 15 : Random dialogue



#ซัมติงเนียลอง




Am I supposed to be scared now?









            องซองอูเป็นคนขี้แกล้ง

 


            นั่นคือสิ่งที่เขาได้ยินคนที่รู้จักเขาแทบทุกคนบอกมาตั้งแต่เด็กๆว่าเขาเป็นคนชอบแกล้งคนอื่นจริงๆ ประมาณว่าชอบแซวชอบแหย่ให้อีกฝ่ายลนลานน่ะ



บางทีมันอาจจะเป็นนิสัยที่สืบเนื่องมากจากความรักสนุกของเขาก็เป็นไปได้ 



ต้องขอบคุณใบหน้าที่ดูขี้เล่นเป็นมิตรของตัวเองด้วยที่ทำให้ซองอูเป็นคนมีเพื่อนมากมาย สำหรับเขาแล้ว การแกล้งคนอื่นนิดๆหน่อยๆมันเป็นความบันเทิงในชีวิตของเขา แล้วก็ทำให้เขาสนิทกับคนพวกนั้นได้เร็วมากขึ้นด้วย แถมยิ่งสนิทมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอย่างแกล้งหนักขึ้นไปอีก



แบบนี้เรียกว่าโรคจิตหน่อยๆหรือเปล่านะ



ก็รู้ว่าบางคนอาจจะรำคาญที่เขาชอบแหย่ขนาดนี้ แต่ทำไงได้ ก็นิสัยเสียข้อนี้ของเขามันแก้ไม่หายซะที



แล้วก็...ใช่ว่าเขาใส่ใจที่จะแก้ซะเมื่อไหร่

 


สำหรับองซองอูแล้ว เวลาที่ได้แกล้งคนหน้านิ่งๆให้ตบะแตกได้น่ะ สนุกที่สุดเลยล่ะ





“มินฮยอน ทำไมวันนี้หล่อจังเลยวะ?”


เขาทักทายชายหนุ่มร่างสูงที่เดินผ่านโต๊ะเขาไปยืนเมียงๆมองๆอยู่แถวโต๊ะข้างๆ อีกฝ่ายหันกลับมาแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ


“ไม่นะ ก็ปกตินี่”


“ไม่ วันนี้ไม่ปกติเว้ย หล่อมาก เล่นเอานี่ใจสั่นเลยนะเนี่ย~ ฝ่าบาทขอรับ ข้าน้อยว่าข้าน้อยหลงรักท่านเข้าแล้วล่ะขอรับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”


“”ซองอูอย่าแซวสิ เดี๋ยวเราก็ใจสั่นตามหรอก ฮ่าๆๆ”


ซองอูหัวเราะร่วนเมื่อเห็นฮวังมินฮยอน เพื่อนร่วมงานจากแผนกบัญชีที่หยิบเอกสารซึ่งแปะโน้ตถึงตัวเองจากโต๊ะข้างๆขึ้นมาบังหน้า ปากก็กลั้นยิ้มแต่หูงี้แดงเถือก ทำท่าเขินๆยามเขาเอ่ยปากแซว ปกติมินฮยอนก็เป็นคนที่ดูดีมากๆอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนวันนี้จะแต่งหล่อมาซะเต็มที่จนเขาอดใจไม่ได้ต้องแซวไปซักประโยคสองประโยค



“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นเกียรติแก่ข้าน้อยมากขอรับ ที่ทำให้ฝ่าบาทของปวงชนใจสั่นได้ รู้สึกชนะสาวๆทั้งออฟฟิศขึ้นมาเลยว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ”


“อือ ซองอูชนะสาวๆ แต่เราไม่เคยชนะซองอูซักที น้อยใจนะเนี่ย”


“ช่วยไม่ได้ ก็คนมันเก่งอ่ะครับ”



ซองอูเชิดหน้าขึ้นอย่างอวดๆ ทำเอามินฮยอนยิ้มกว้างแล้วหัวเราะเบาๆจนเขาหัวเราะตามไปด้วย ยิ่งเห็นมินฮยอนตอนยิ้มหรือหัวเราะแบบนี้ก็เข้าใจเลยว่าทำไมเพื่อนคนนี้ถึงเป็นขวัญใจของสาวๆทั้งในออฟฟิศเขาและออฟฟิศข้างเคียงในตึกเดียวกัน ก็มันเล่นหล่อออร่าพุ่งปริ๊ดซะขนาดนี้ เดินมาทีเหมือนมีแสงส่องกระจายอยู่รอบตัว เล่นเอาเขาไม่อยากเดินข้างๆเลยด้วยซ้ำ ก็ไม่อยากโดนรัศมีฝ่าบาทกลบหมดนี่หว่า เขาก็อยากให้สาวๆมองเขาบ้างเหมือนกัน



“อืม เก่งจริงๆแหละ ถึงได้ใจผู้จัดการแผนกไอทีไปล่ะนะ”


ซองอูหุบยิ้มทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มกว้างเมื่อครู่หงิกงอลง จนมินฮยอนถึงกับงง


“เอ่อ...นี่เราพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า ขอโทษนะ”


“ไม่หรอกๆ อย่าคิดมากสิ เดี๋ยวก็หน้าเหี่ยวหมดอ่ะ”


“จริงเหรอ? นี่เราไม่ได้ทำให้ซองอูไม่สบายใจใช่มั้ย?” มินฮยอนก้มตัวลงมามองเขาด้วยสีหน้ากังวล เขาส่ายหน้า


“ไม่เลยเว้ย แต่ถ้ารู้สึกผิดนักจะไถ่โทษด้วยบุฟเฟ่ต์แซลม่อนซักมื้อก็ไม่ว่ากันนะ” เขาขยิบตาให้ มินฮยอนจึงหัวเราะออกมาอีกครั้ง


“ฮ่าๆๆ ซองอูเป็นแมวหรือไงเนี่ย ทำไมชอบกินปลาขนาดนี้ล่ะ? เห็นแจฮวานบ่นๆอยู่ว่าเวลาไปกินเลี้ยงแผนกทีไรซองอูก็จะลากไปกินบุฟเฟต์แซลม่อนตลอดเลย”


“อ้าว นี่ทำงานด้วยกันมาตั้งนานยังไม่รู้อีกเหรอ เมี๊ยววววว~~~~



เขาแกล้งร้องเมี๊ยวออกมา พลางกำมือเหมือนอุ้งเท้าแมวแล้วเอื้อมมือไปสะกิดๆแขนมินฮยอนที่เท้าโต๊ะทำงานเขาอยู่ มินฮยอนหัวเราะชอบใจ แต่แล้วจู่ๆก็ชะงักค้างพลางมองไปทางด้านหลังของเขา ทำให้ซองอูหมุนเก้าอี้หันกลับไปมองตาม



เหอะ!

 


เขาหมุนเก้าอี้กลับมาพร้อมๆกับเบะปากโดยอัตโนมัติ


 

ป่านนี้แล้วเพิ่งจะโผล่หน้ามาเหรอ!


 

“ซองอู เราไปก่อนดีกว่า ไว้เจอกันนะ” มินฮยอนยิ้มให้พลางตบไหล่เขาเบาๆ ซองอูส่งยิ้มกว้างเป็นการตอบกลับก่อนจะดึงมืออีกฝ่ายมาจับไว้


“โอเค แล้วอย่าลืมบุฟเฟ่ต์แซลม่อนของเรานะมินฮยอน”


เขาจงใจเน้นเสียงคำว่าเราให้ดังขึ้นกว่าปกติ มินฮยอนดูงงๆเมื่อถูกเขาดึงมือไว้ ก็ปกติเขาไม่ใช่คนที่ชอบถูกเนื้อต้องตัวคนอื่นเท่าไหร่ ถ้าใครมาเห็นก็คงได้ถ่ายรูปเก็บไว้กันบ้างล่ะ

 

“ซองอูอยากกินจริงๆเหรอ?” มินฮยอนเบิกตานิดๆ น้ำเสียงดูประหลาดใจ

 

“จริงสิ ไม่งั้นจะพูดทำไมล่ะ”


“อืม...ถ้าอย่างนั้น...”


“มาเดินเล่นซะไกลเชียวนะครับคุณฮวัง”



เสียงทุ้มใหญ่ๆดังขึ้นด้านหลังของเขา ทำให้มินฮยอนละสายตาจากคนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ขึ้นไปสบตากับเจ้าของร่างสูงผู้มาใหม่ที่เดินมาซ้อนหลังเก้าอี้ของซองอู และกำลังเอามือใหญ่ๆนั่นกดไหล่บางของคนที่นั่งอยู่

 


มือหนักเป็นบ้า ทำไมต้องกดแรงแบบนี้ด้วย ไหล่ยิ่งแคบๆอยู่ เกิดไหล่ทรุดขึ้นมาอีกก็หมดหล่อกันพอดี

 


“สวัสดีครับผู้จัดการคัง”



ผู้จัดการคังที่มินฮยอนพูดถึงยังยืนบีบไหล่ซองอูแน่น จนเขานิ่วหน้าเพราะความเจ็บ เขาปล่อยมือมินฮยอนแล้วไหวไหล่ให้อีกฝ่ายรับรู้ พลางเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังอย่างหงุดหงิด แรงบีบที่ไหล่จึงคลายลง แต่ก็ยังไม่ยอมเอามือออกจากไหล่ของเขา

 


คนเอาแต่ใจ!



“สวัสดีครับคุณฮวัง ว่าแต่มาทำอะไรที่แผนกมาร์เก็ตติ้งเหรอครับ?” เสียงทุ้มยังคงถามไถ่เหมือนเรื่องทั่วๆไป แต่ซองอูได้ยินกระแสความหงุดหงิดเจืออยู่ในน้ำเสียงอย่างชัดเจน


“ผมแวะมาเอาเอกสารนิดหน่อยน่ะครับ”


“อ๋อ นึกว่ามีธุระด่วนอะไร ผมเห็นยืนคุยกันนานเชียว” มือข้างหนึ่งที่วางอยู่บนไหล่ของเขาเริ่มขยับมาวนเวียนอยู่แถวๆหลังต้นคอ เล่นเอาซองอูเริ่มทำหน้าไม่ถูกด้วยความจั๊กจี้


“ก็นานๆจะได้แวะมาทีก็เลยต้องทักทายเพื่อนสักหน่อยน่ะครับ ว่าแต่ผู้จัดการคัง ทำไมถึงมาอยู่ชั้นสามได้ล่ะครับ”



ซองอูเหลือบมองคนที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ อีกฝ่ายเลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำถามของมินฮยอน ซองอูนึกขำอยู่ในใจเมื่อเห็นสีหน้าของคนถูกถามตอนนี้ตึงไปหมด คิ้วหนาได้รูปขมวดจนแทบจะชนกัน ดวงตาเรียวรีที่มีไฝอยู่ใต้ตาขวาหรี่ลง จ้องมองคนถามอย่างไม่ชอบใจ


ซองอูหันกลับมามองมินฮยอนที่ส่งยิ้มบางๆให้คนที่มีตำแหน่งสูงกว่า แต่ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ยิ้มไปด้วยเลย เขาแอบแปลกใจนิดหน่อย ปกติมินฮยอนเป็นคนใจดีจะตาย แต่เวลาเจอหน้าผู้จัดการแผนกไอทีทีไร ใบหน้ายิ้มๆก็แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าไร้อารมณ์ทันที ก็คล้ายๆคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขานั่นแหละ ชอบทำหน้าตายอยู่ตลอดเวลา ไม่เมื่อยหน้าบ้างหรือยังไงก็ไม่รู้


สู้องซองอูก็ไม่ได้ สดใสร่าเริง พูดเก่ง มีเสน่ห์จะตาย




“เห็นว่าแผนกไอทีเพิ่งย้ายลงไปอยู่ชั้นสองนี่ครับ สงสัยคงลืมสินะครับ ผมเข้าใจครับ ก็เคยอยู่ชั้นสามมาตั้งหลายปี”


“ผมไม่ได้ลืมหรอกครับ จะลืมได้ยังไง ก็ต้องแยกไปนั่งคนละชั้นกับแฟนแล้วนี่ครับ”

 


เสียงทุ้มที่เน้นคำว่า แฟน อย่างชัดถ้อยชัดคำนั่นทำเอาองซองอูหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 


นิสัยไม่ดีตลอด ชอบพูดอะไรให้เขาอายต่อหน้าคนอื่นอยู่เรื่อย

 


“ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรด่วน ผมจะคุยกับคุณซองอูต่อนะครับ”



ไม่ใช่ประโยคขอร้อง แต่เป็นประโยคบอกเล่าที่เหมือนคำสั่งกลายๆ



บ้าอำนาจ!



ผู้จัดการคังยิ้มนิดๆแล้วเอามือใหญ่ๆนั่นโอบไหล่เขาอีกครั้ง องซองอูเข่นเขี้ยวอยู่ในใจกับท่าทีที่ดูเหมือนจะไร้มารยาทต่อเพื่อนร่วมงานไปหน่อยของคนด้านหลัง มินฮยอนยิ้มนิดๆก่อนจะส่งสายตาบอกลาเขาแล้วพูดทิ้งท้าย


“งั้นผมขอตัวก่อนแล้วกันครับ จะให้เลี้ยงวันไหนก็บอกนะซองอู”


“อือ”

 


ซองอูโบกมือหยอยๆให้มินฮยอนที่เดินจากไป แม้จะสัมผัสได้ถึงรังสีคุกคามจากด้านหลังเขาก็ไม่คิดจะหันกลับไปมอง


มองแล้วเดี๋ยวหงุดหงิดกว่าเดิม



“ซองอูครับ”


“...................”


“มาคุยกันหน่อยสิ”


“มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับผู้จัดการคัง?”


“ซองอู...”


“วันนี้ได้เห็นผู้จัดการคังละสายตาจากคอมพิวเตอร์มาเดินเล่นในแผนกอื่นได้นี่ ผมควรจะต้องหยิบร่มออกมาเตรียมไว้สินะครับ ท่าทางวันนี้ฝนจะตกหนัก”


“......................”


“เข้าเรื่องเถอะครับ มีอะไรจะคุยกับผมหรือครับผู้จัดการคัง?”


ซองอูถามด้วยรอยยิ้ม แม้คำพูดที่เขาพูดออกไปจะไม่ได้ดูเป็นมิตรด้วยเลยก็ตาม


คนตัวสูงยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย จนเขาคันไม้คันมืออยากจะตะกุยหน้านิ่งๆนั่นให้หายนิ่งซะที


“โกรธมากเลยเหรอ” ผู้จัดการคังยังคงพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ สมกับเป็นหัวหน้าคนจริงๆนะ ใจเย็นได้ทุกสถานการณ์เลยรึไง


“ถ้ามีอะไรจะคุยกับผมก็ไปคุยกันตอนประชุมบ่ายนี้ก็ได้ครับ ผมก็มีคำถามอยากจะถามเรื่องโปรแกรมใหม่ของฝ่ายไอทีเยอะอยู่เหมือนกัน”


“ซองอู...” น้ำเสียงเขาคงหมางเมินมากจริงๆ เพราะตอนนี้หน้านิ่งๆของอีกฝ่ายเริ่มดูร้อนรนขึ้นมาบ้าง


แล้วก็มือใหญ่ที่คว้ามือเขาขึ้นไปกุมนั่นด้วย


“ถ้าไม่มีเรื่องด่วนผมขอทำงานต่อนะครับ”



ซองอูดึงมือออกจากมืออีกฝ่ายแล้วหมุนเก้าอี้กลับเข้าหาโต๊ะทำงาน คว้าเม้าส์แล้วหันไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ทันที โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะมีสีหน้าอย่างไร ซองอูได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่ความรู้สึกด้านหลังจะว่างเปล่าเพราะคนที่เคยยืนอยู่เดินจากไปแล้ว



ทำคนอื่นน้อยใจแทบตาย จะให้ง้อง่ายๆก็ไม่ใช่องซองอูหรอก



ไม่หายโกรธง่ายๆหรอกเว้ย! ไอ้ผู้จัดการงี่เง่า! คอยดูเถอะ จะแกล้งให้อกแตกตายจนมาร้องไห้โฮๆใส่เขาเลยคอยดู!






“ตี๋~~ วันนี้ไปกินข้าวกลางวันด้วยกันดิ”


เขาเอ่ยปากชวนควอนฮยอนบิน รุ่นน้องในแผนกที่นั่งโต๊ะฝั่งตรงข้ามกับเขา มันมองเขาแบบงงๆ


“ห้ะ? พี่พูดว่าไรนะ?”


“บอกว่าไปกินข้าวกลางวันด้วยกันนะ”


“นี่ผมหูฝาดไปป่าววะ? หรือนี่ไม่ใช่พี่ซองอูตัวจริงวะ?”


“พูดอะไรของแก ทั้งออฟฟิศก็มีองซองอูอยู่คนเดียวไหม” เขาขมวดคิ้วใส่ไอ้ฮยอนบินที่จู่ๆก็ตบเข่าฉาดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่เขา



“อีแบบนี้ทะเลาะกับผู้จัดการคังมาชัวร์ป๊าบ ร้อยวันพันปีไม่เคยจะเห็นหัวน้อง ทีงี้มาชวนไปกินข้าว เฮอะ!


“จะกินไม่กิน อุตส่าห์จะเลี้ยง ไปชวนคนอื่นก็ได้วะ”


“เฮ้ยๆๆๆ เดี๋ยวพี่ใจเย็นดิ ไปๆๆๆ แต่ผัวพี่จะไม่ตามมากระทืบผมใช่ป่ะ?”


“ผัวอะไร ไม่มีโว้ย!

 


เขาผลักหัวรุ่นน้องอย่างหมั่นไส้แล้วพูดเสียงดัง

 


ดังลงไปถึงชั้นสองเลยได้ยิ่งดี!



“หูวววววว ช่างกล้าพูดเนอะคนเรา ปกติกลางวันไม่เคยจะเห็นหน้า โดนลักพาตัวตลอดๆ แล้วนี่อะไร ไปทำอะไรให้เขาโกรธรึไง”


ดูปากมัน! ไอ้เด็กบ้า! ไอ้ปากมอม!


“ไม่ต้องกินแล้วกันนะ พี่ไปกินกับมินฮยอนก็ได้!


“พี่องงงงงง ผมขอโทษษษษษษ”

 


ซองอูรีบเซฟงานแล้วเดินออกไปด้านนอกก่อนที่พนักงานคนอื่นๆจะออกไปกินข้าวกัน โดยมีรุ่นน้องร่างสูงรีบเก็บข้าวของตามมา ขณะที่เขากำลังจะเดินลงบันไดไปชั้นล่างก็ต้องชะงักเมื่อเจอใครบางคนที่เดินลงมาจากชั้นสามพอดี



“ซองอู ไปกินข้าว...”


“พี่อง รอผมด้วยดิ!” ฮยอนบินวิ่งกระหืดกระหอบตามมาด้านหลัง ซองอูหันไปมองคนที่ยืนอยู่บนบันไดแวบนึงก่อนจะเดินเข้าไปหาฮยอนบิน

“อยากกินไร วันนี้พี่เลี้ยงเต็มที่เลยไอ้ตัวโตของพี่อง”

 

เขายืดสุดตัวแล้วคว้าคอฮยอนบินที่สูงกว่าเขาค่อนข้างมากมากอด พลางขยี้หัวคนเด็กกว่าอย่างร่าเริง ไอ้ฮยอนบินดูงงเป็นไก่ตาแตก แต่พอมันเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านบนมันก็ตาเหลือกแล้วผลักเขาออกจากตัวเองจนเขาเกือบเซไปชนผนัง



“สะ...สวัสดีครับผู้จัดการคัง ผมขอตัวนะครับ”


มันโค้งตัวให้แล้วก็วิ่งลงบันไดไปด้วยความเร็วสูง ไม่แม้แต่จะหันมามองเขาที่ยืนอ้าปากค้าง



อ้าว! ไหงทิ้งกันงี้ล่ะ กลับมาก่อนสิไอ้เด็กเวรเอ๊ย!

 



“ซองอูครับ ผมขอโทษนะ”


“ผมก็ขอตัวนะครับ พอดีนัดกับฮยอนบินไว้ ว่าจะเลี้ยงข้าวน้องสักหน่อย ไว้เจอกันในห้องประชุมบ่ายนี้นะครับ”



แล้วเขาก็เดินลงบันไดไป ไม่สนใจคนที่ยังยืนนิ่งอยู่ด้านบน ซองอูเม้มปากแน่นอย่างหงุดหงิด


งี่เง่าเอ๊ย ยืนเป็นหุ่นมาดามทุสโซ่เลยเนี่ย! จะง้อทั้งทีทำไมไม่พยายามให้มากกว่านี้วะ!







เขาเดินลงมาเจอฮยอนบินที่ยืนซื้อน้ำอยู่หน้าตึก เลยเดินเข้าไปชกแขนมันเข้าเต็มแรงจนมันสะดุ้งโหยง


“เดี๋ยวนี้ทิ้งกันแบบนี้เลยใช่มั้ยไอ้เด็กเวร!


“โหยยยยยยยพี่ ก็ผัวพี่ทำหน้าเหมือนจะกระทืบผมตรงนั้นแล้วผมจะอยู่ให้โง่ทำไมล่ะ”


“ตกลงแกเป็นลูกน้องใครห้ะ! กลัวอะไรนักหนาวะ”


“พี่! นี่พี่ไม่รู้เหรอว่าผู้ชายทั้งออฟฟิศแทบไม่อยากเข้าใกล้พี่แล้วเนี่ย! แค่มองเฉยๆยังรู้สึกเหมือนโดนต่อยด้วยสายตาเลย บรื๊ออออออ” ไอ้ฮยอนบินทำท่าขนลุกลูบแขนตัวเองไปมา


“บ้าละ มีแกเป็นประสาทอยู่คนเดียวนั่นแหละ”


“จริงพี่ ไม่เชื่อไปถามคนอื่นดูสิ พี่มินฮยอนงี้น่าจะรู้ดีที่สุดเลยนะ”


“แล้วมินฮยอนเกี่ยวอะไร” เขาถามอย่างสงสัยขณะที่ออกเดินไปยังร้านอาหารด้วยกัน รุ่นน้องตัวโตถอนหายใจยาวก่นจะโบกมือปัดๆ


“แค่ยกตัวอย่างอ่ะ ว่าแต่พี่ซองอู”


“หืม?”


“มีอะไรก็ไปเคลียร์กันเถอะพี่ ได้ข่าวว่าแผนกไอทีจะกลายเป็นวังน้ำแข็งแล้วนะ ผู้จัดการคังเล่นแผ่ออร่าเย็นชาออกมาซะขนาดนั้น ผมสงสารเพื่อนอ่ะ กลัวมันแข็งตายกันหมด”



ซองอูย่นจมูกทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น



นิสัยไม่ดีมากๆ ทำไมชอบทำให้คนอื่นลำบากใจอยู่เรื่อย



“ยังไงก็คืนดีกันไวๆแล้วกัน แล้วก็ถ้าคืนดีกันแล้วก็เลี้ยงข้าวผมอีกนะ” ฮยอนบินหัวเราะก่อนจะฉุดแขนเขาเดินเข้าร้านราเม็งแถวนั้น ซองอูได้แต่คิดในใจ



ไม่คืนดีด้วยง่ายๆหรอก!







“เอาล่ะ ถ้าทุกคนไม่มีคำถามเพิ่มเติมแล้วก็ขอปิดการประชุมไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ”



เสียงของพี่จีซองหัวหน้าแผนกมาร์เก็ตติ้งเอ่ยปิดการประชุม ซองอูปิดกระเป๋าเอกสารแล้วรีบเดินตามคนอื่นๆออกไป แต่ก็ช้ากว่าใครอีกคนที่ก้าวยาวๆจากหัวโต๊ะอีกด้านเดินมาคว้าข้อมือเขาที่กำลังจะเปิดประตูห้อง



“ซองอูครับ เราต้องคุยกันนะ”


เสียงทุ้มๆแหบๆตอนนี้ดูอ่อนลงกว่าเมื่อเช้าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเรียวคมเบื้องหลังแว่นทรงกลมกรอบทองที่เจ้าตัวใส่เวลาทำงานดูไม่แข็งกร้าวเท่าเวลาปกติ แม้จะสังเกตเห็นดังนั้นแต่ซองอูก็ยังดึงมือของอีกฝ่ายออกอย่างสุภาพ


“ผมมีงานที่ต้องทำค้างอยู่นะครับผู้จัดการคัง ขอตัวครับ”



เขาเดินออกจากห้องประชุมแล้วรับวิ่งไปเดินตีคู่กับพี่จีซองที่หันมาถามไถ่ความเห็นของเขาเกี่ยวกับหัวข้อที่เพิ่งประชุมไปเมื่อกี้ พลางเรียกประชุมฝ่ายมาร์เก็ตติ้งต่อทันที



ซองอูไม่มีเวลามาสนใจคนใจร้ายตอนนี้หรอกนะ








“วันนี้ขอบคุณมากเลยนะทุกคน เกินเวลางานไปตั้งชั่วโมงกว่า พี่ขอโทษนะ” 



พี่จีซองพูดอย่างเกรงใจหลังจากที่จบการหารือของฝ่ายมาร์เก็ตติ้งในเย็นวันนั้น ซองอูเหลือบมองนาฬิกาบนผนังก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะทุ่มนึงแล้ว มิน่าล่ะเขาถึงหิวขนาดนี้


“ไม่เป็นไรครับพี่ งั้นผมกลับก่อน ไว้เจอกันวันจันทร์นะครับ”



ซองอูเก็บข้าวของแล้วสะพายกระเป๋าแตะบัตรออกจากตึก เขาเหลือบมองท้องฟ้าที่ตอนนี้มืดสนิทไปพลางคิดเรื่อยเปื่อยว่าเขาควรจะแวะเข้าร้านสะดวกซื้อหาอะไรกินรองท้องก่อนดีไหม ก็พอดีกับที่รถสีดำคันหนึ่งวิ่งมาจอดตรงหน้า พร้อมๆกับร่างสูงของคนที่เขาไม่อยากเจอก้าวลงจากรถวิ่งมาคว้าแขนเขาทันที



“กลับบ้านกันเถอะซองอู เราต้องคุยกันจริงๆแล้ว”


“ไม่!” เขาตอบเสียงแข็งพลางสะบัดมือออก


“ซองอู ผมขอโทษ มาคุยกันเถอะนะ”


“ไม่คุยด้วยหรอก!” เขาขมวดคิ้วแน่น แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายก้มหน้าลงทำหน้าเศร้าๆ แบบที่คนในบริษัทคงไม่มีวันได้เห็นสีหน้าแบบนี้จากผู้จัดการแผนกไอทีแน่ๆ เขาก็แอบยิ้มอยู่ในใจ



สงสารนิดๆแฮะ



“ตอนนี้หิว ไม่มีอารมณ์จะคุย”


อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาทันทีพร้อมกับอมยิ้มนิดๆ ก่อนจะกระชับมือเขาเข้ากับมือตัวเองแล้วพาเดินไปที่รถ



“งั้นวันนี้ไปกินบุฟเฟ่ต์แซลม่อนกันนะครับ”



ที่เดินตามมาเนี่ยก็เพราะจะประหยัดเงินตัวเองหรอก! ไม่ได้หายโกรธเลยจริงๆนะ!








            คังแดเนียลละสายตาจากถนนเหลือบมองแฟนตัวเล็กของเขาที่ยังนังเคี้ยวขนมจนแก้มตุ่ยอยู่ข้างๆเขา หลังจากที่เพิ่งซัดแซลม่อนมาเต็มคราบไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ เขาแอบยิ้มกับท่าทีเหมือนเด็กๆนั่น แต่แล้วเมื่อเห็นสายตาของอีกคนตวัดมามองตน เขาก็รีบปั้นหน้านิ่งแล้วหันไปสนใจถนนเบื้องหน้าทันที


            “มองอะไร!?


            “มองแฟนไงครับ”



            คนข้างตัวจี๊ปากเบาๆ เขาหันไปมองก็พบว่าอีกฝ่ายนั่งกอดอกหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถเสียแล้ว



            “ยังโกรธอยู่อีกเหรอครับซองอู”


            “พูดมากจังนะครับผู้จัดการคัง มีหน้าที่ขับรถก็ขับไปสิ ถึงคอนโดฉันแล้วปลุกด้วยล่ะ”



            แล้วซองอูก็กอดอกเอนตัวลงนอนพิงกับเบาะรถด้านหน้า หลับตาไม่พูดอะไรอีก แดเนียลเหลือบมองแฟนของเขาแล้วก็ได้แต่ยิ้มออกมา



 น่ารักจัง







“พาฉันมาคอนโดนายทำไม! ก็บอกว่าให้ไปส่งที่คอนโดฉันไงเล่า!



เสียงโวยวายดังขึ้นทันทีที่เขาลากคนขี้เซาลงมาจากรถแล้วเดินสะลืมสะลือตามเขาขึ้นลิฟท์มาจนถึงห้องของเขาที่อยู่ชั้นสิบเอ็ดได้ พอเห็นประตูห้องเขาปุ๊บก็ตาสว่างแล้วเริ่มงอแงทันที



ไอ้ที่เดินตามมานี่คงคิดว่าเป็นคอนโดตัวเองงั้นสินะ



“ห้องผมก็เหมือนห้องซองอูนั่นแหละ” เขาตอบสบายๆพลางกดรหัสเปิดประตูห้อง แต่ซองอูเม้มปากแน่นแล้วหันหลังจะเดินกลับ เขาจึงคว้าแขนคนตัวเล็กกว่าไว้แล้วแล้วรวบเอวก่อนจะอุ้มอีกคนเข้าห้องแล้วปิดประตูทันที



“คังแดเนียล!!!” 


ซองอูโวยลั่นห้องเมื่อเขาอุ้มซองอูมาวางไว้ที่ห้องรับแขกจนได้ เขาหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นหน้าหงิกๆของแฟนตัวเองพลางปลดเน็คไทออกจากคอและปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลงไปด้วย


“วางกระเป๋าสิครับ มันหนักนะ”


“พาฉันไปส่งบ้านเดี๋ยวนี้!


“ก็นี่ไงครับ ถึงบ้านแล้ว” แดเนียลดึงมือซองอูไปที่โซฟา แต่อีกฝ่ายไม่ยอมเดินตามเขาแถมยังพยายามสะบัดมือออก


“ปล่อย! ยังไม่หายโกรธนะ!


“ซองอูครับ...”


ซองอูยังพยายามสะบัดมือเขาออก จนเขาเริ่มรู้สึกปวดใจ ไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์ตรงหน้าดี




แดเนียลเป็นคนพูดไม่เก่ง บวกกับหน้าที่การงานและความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าทั้งๆที่เพิ่งอายุ 25 ทำให้เขาต้องวางตัวให้ดูโตกว่าวัย ต่างกับอีกคนที่ช่างเจรจาบวกกับบุคลิกที่ร่าเริง ช่างแตกต่างกันเสียจนไม่น่าโคจรมาเจอกันได้เลยด้วยซ้ำ


แต่เขาก็ตกหลุมรักคนตรงหน้าตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน


แดเนียลทำงานที่บริษัทนี้มาตั้งแต่เรียนจบ ตอนที่เขาเจอซองอูเมื่อ 2 ปีก่อน อีกฝ่ายเป็นรุ่นพี่เขาปีนึงและเพิ่งย้ายมาทำงานที่บริษัทเขา ตอนนั้นแดเนียลยังเป็นแค่พนักงานธรรมดาๆเช่นเดียวกับซองอูซึ่งที่ถูกพี่จีซองพามาแนะนำตัวกับทีมของเขา เขายังจำรอยยิ้มและน้ำเสียงสดใสที่เอ่ยเสียงดังฟังชัดถึงนามสกุลสุดแปลกหูของตัวเองนั่นได้



หลังจากที่แอบมองมาสักระยะหนึ่งแดเนียลก็ตัดสินใจเดินไปบอกซองอูตรงๆว่าชอบ ซองอูดูตกใจไม่น้อย ก็ไม่แปลกหรอก เพราะเขาไม่เคยคุยกับซองอูเลยด้วยซ้ำ


แต่ซองอูก็ยังใจดีให้โอกาสเขา จนในที่สุดพวกเขาก็ตกลงเป็นแฟนกัน หลังจากนั้นไม่นานแดเนียลก็ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการแผนกที่อายุน้อยที่สุดในบริษัท



เพราะภาระงานที่ต้องรับผิดชอบมากมายทำให้แดเนียลต้องให้ความสนใจกับงานเสียเป็นส่วนใหญ่ จนบางครั้งเขาก็ละเลยความรู้สึกของคนใกล้ตัวไป...



เมื่อวันก่อนเขาเผลอดุซองอูที่เดินมาวนเวียนแกล้งแหย่เขาอยู่แถวๆโต๊ะทำงานหลายรอบ จนซองอูถึงกับหน้าเสีย จากนั้นก็เดินออกจากห้องเขาไปเลย




แน่นอนว่าแดเนียลรู้สึกผิดมากๆ เขาพยายามตามง้อซองอูมาสามสี่วันแล้วแต่อีกฝ่ายก็แสนจะใจแข็ง แถมยังแกล้งไปทำตัวสนิทสนมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ โดยเฉพาะฮวังมินฮยอนฝ่ายบัญชีที่เขาสุดจะเกลียดขี้หน้า มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าหมอนั่นชอบซองอู มีแต่แฟนเขานี่แหละที่ไม่เคยจะรู้เรื่องอะไรกับบ้างเลย


แถมกลางวันนี้เขายังต้องมาเห็นซองอูเดินกอดคอรุ่นน้องที่ชื่อฮยอนบินต่อหน้าต่อตาอีก ก็รู้ว่าเด็กนั่นไม่ได้คิดอะไรแต่เขาก็อดจะหึงขึ้นมาไม่ได้



ก็แฟนเขาน่ารักจะตาย เกินมันหวั่นไหวขึ้นมาล่ะ



แต่ตอนนี้ หลังจากที่ต้องทนโดนเมินมาสามวัน เขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว



เขาเดินเข้าแล้วคว้าตัวซองอูเข้ามากอดแนบอกแล้วซบหน้าลงกับลาดไหล่เล็กๆนั่นทันที



“ซองอูครับ ผมขอโทษที่ดุซองอู หายโกรธผมเถอะนะ”


“ซองอูครับ...”


“พี่ซองอู...”


“ยังโกรธแดนอยู่อีกเหรอครับ?”




“ใช่! โกรธมากด้วย! ถอยออกไปเลยนะ ถ้ายังไม่ถอยจะข่วนให้หน้าแหกจริงๆด้วย!” ซองอูดิ้นขลุกขลัก ทำเสียงฮึดฮัดพยายามจะดันตัวออกจากอ้อมแขนของเขา


อ่า...นั่นคือคำขู่ของคนที่กำลังโกรธอย่างนั้นเหรอ



น่ารักจริงๆ




“ถ้างั้นตอนนี้ผมควรจะต้องกลัวพี่อย่างนั้นเหรอ?”



เขาย้อนถาม โดยไม่ยอมปล่อยคนตัวบางในอ้อมแขนออกแม้จะโดนทุบก็ตาม ซองอูเงยหน้าขึ้นจากอกเขาแล้วทำตาเขียวปั๊ด


“ใช่สิ! นี่โกรธอยู่นะ! โกรธมากเลยด้วย!



คนอะไรทำไมโกรธได้โคตรน่ารักเลย น่ารักจนอยากจะฟัดทั้งวันทั้งคืน ไม่ให้ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวันเลยดีไหมเนี่ย เห็นหน้านิ่วๆจมูกย่นๆคิ้วขมวดของอีกฝ่ายแล้วเขาก็หัวเราะเบาๆในลำคออย่างพอใจ



“หึๆๆ กลัวแล้วครับที่รัก”


“อะไรนะ!?”

 


ถ้าจะโกรธแล้วขู่ฟ่อๆกางเล็บข่วนเป็นแมวโดนขัดใจแบบนี้ เขาก็ชักอยากโดนโกรธบ่อยๆเหมือนกันแฮะ

 


“แดนกลัวพี่ซองอูแล้วครับ แดนจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว แดนขอโทษ หายโกรธแดนนะครับ”



แต่ไม่ดีหรอก

 


ซองอูขี้แกล้งจะตาย เขาไม่อยากหึงกระทั่งลมฟ้าอากาศที่ได้สัมผัสตัวซองอู เพราะตัวเองเข้าไปกอดไปหอมคนตัวเล็กไม่ได้อีกแล้ว

 


            “ขอโทษจริงๆนะครับ ยกโทษให้แดนนะ”


            “ก็ได้ แต่ถ้าครั้งหน้าทำแบบนี้อีกจะไม่คุยด้วยอีกเลยนะ!


            “เข้าใจแล้วครับ”




            “แต่เมื่อเช้าเรื่องที่คุยกับคุณฮวังน่ะ จะแกล้งผมใช่มั้ย?”


            “........................”


            “แล้วที่กอดคอคุณควอนนั่นก็ด้วยใช่มั้ย?”


            “ก็อยากทำให้เคืองทำไมล่ะ?”


            “อย่าแกล้งผมแบบนั้นอีกนะครับ ไม่ชอบเลย” เขาก้มหัวลงเอาหน้าไปถูไถไหล่บางๆจนคนในอ้อมกอดหลุดขำพรืดแล้วลูบผมเขา



            “ไม่แกล้งแล้วก็ได้ แต่...”


            “ครับ?”                 

            

            “เรื่องไปกินบุฟเฟ่ต์กับมินฮยอนฉันจริงจังนะ”


            “.............................”


            “มีคนเลี้ยงทั้งทีทำไมจะไม่ไปล่ะ”


            “วันนี้ก็กินไปแล้วไงครับ”


            “ก็อยากกินอีกอ่ะ!



            ถึงปากจะบอกว่ายกโทษให้แล้ว แต่ปากเล็กๆที่ยังยื่นออกมานั่นทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายยังเคืองอยู่และกำลังจะเข้าโหมดเอาแต่ใจ



            ไม่ได้การแล้ว



 เขาควรทำให้เรื่องนี้มันจบสินะ



            “ซองอูยา หายโกรธแล้วก็อย่าหน้างอสิครับ”


            “ไม่ต้องไปกินกับคุณฮวังนะ เพราะผมจะเลี้ยงพี่เอง”


            “ตกลงนะครับ”


            “งั้นก็ได้”


            “ตกลงหายโกรธแล้วใช่มั้ย? จะไม่แกล้งแดนอีกแล้วใช่มั้ยครับ?”




            ซองอูไม่ยอมตอบเขา



 ทำไมถึงดื้อแบบนี้นะ

 


            จุ๊บ!



            เขากดจูบลงบนแก้มซ้ายที่มีดาวสามดวงประดับอยู่แรงๆอย่างหมั่นเขี้ยว ซองอูพยายามดิ้นหนี เม้มปากแน่นหน้าแดงไปหมด



            เห็นแล้วมันยิ่งน่าแกล้งให้แดงไปทั้งตัวเลยจริงๆ



            จัดการให้คนขี้งอนไม่มีแรงงอนต่อน่าจะดีกว่า



            “หายโกรธแล้วๆๆ ปล่อยได้แล้ว อื้ออออออ”


            “ไม่ปล่อยครับ จะไม่ปล่อยจนกว่าจะเช้าเลยล่ะ”


            “แดน! อะ....อื้อออออ”



END




Talk : สารภาพว่าตอนได้โจทย์มาในหัวนี่มีแต่ความ 18+ ลอยเต็มไปหมดเลยค่า 55555555555555 แต่ช่วงนี้เจอร่างยัยององๆครอบงำมาหลายวันติดกัน เรื่องมันเลยออกมาเป็นสีพาสเทลเลยทีเดียว ไว้ไปหืดหาดกันในโอกาสหน้านะคะ แฮร่


 อ่านจบแล้วช่วยคอมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยเน้อ รออ่านความเห็นของทุกคนอยู่นะคะ


แล้วพบกับใหม่โอกาสหน้าค่ะ

            



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 199 ครั้ง

4,784 ความคิดเห็น

  1. #4340 moojoo💘 (@Chanbaek__) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 10:30
    น่ารักกกก
    #4340
    0
  2. #2700 jiyg (@pannos) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 12:15
    ขี้แกล้งยังไงก็แพ้เขาอยู่ดีล่ะน่าาาา
    #2700
    0
  3. #2568 FridayChilling (@voodoo39) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 08:16
    ตายแล้วพี่องงงงง เหมือนจะแกล้งเขาไม่ได้อยู่คนนึงน้า
    #2568
    0
  4. #2514 CttTmo (@ctttmo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 22:10
    แงงงงงงงง โดนหลอกล่อด้วยแซลม่อนไม่พอ เจอผจก.มาดน้ำแข็งเรียกแทนตัวเองว่าแดนอีก คือบับบบ อุดปากกรี๊ดดด
    #2514
    0
  5. #1653 แม่ม๑น้oe (@kunlanid_far) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 19:33
    สุดท้ายคุณผู้จัดการก็ได้กำไรอยู่ดี 5555
    #1653
    0
  6. #1449 HamJy (@shiba-inu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:02
    โอ๊ยมันดีมากเลยค่าาา ยัยตัวดื้อกับผู้จัดการคัง ฮือออออ ยัยดื้อนี่งอนเก่งจริมๆ
    #1449
    0
  7. #1410 19981010 (@19981010) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:47
    โง่ยยยยย น่ารักกกก ผู้จัดการคังกร๊าวใจน้องจุง
    #1410
    0
  8. #595 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 10:08
    งื้ออออออออ โกรธได้น่ารักมากค่าาาาาา -///////- ต้องเอาแซลม่อนมาล่อนะคะ ยัยแมวววว
    #595
    0
  9. #288 Phoenix (@phoenix0069) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 23:59
    ผู้จัดการคังโหดขึ้นจากแต่ก่อนเยอะเลยนะคะ ซองอูก็ขี้แกล้งมาก งืออ เป็นคู่ที่น่ารักมากจรืงๆ แมวก็ต้องชอบกินแซลม่อนสิเนาะะ น่ารักๆๆๆๆ
    #288
    0
  10. #278 pmin1013 (@pmin1013) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 20:54
    ยัยยยย
    #278
    0
  11. #165 Snowflake_Star (@Snowflake_Star) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 07:10
    ซองอูน่ารักกกกกกกงื้อออออ
    #165
    0
  12. #144 maya93 (@pamlovely) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 18:26
    คุณซองอูตัวแดงๆ กรี๊ดดดดดด
    #144
    0
  13. #142 Nonoway13 (@nonoway13) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 22:49
    นึกภาพตอนเขางัอกันสิคุณ งื้ออ ใจบางงง
    #142
    0
  14. #137 skywriteツ (@sky-junior7) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 02:21
    ซองอูน่ารักมากก
    #137
    0
  15. #135 Dehwai (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 22:40
    ชอบอ่ะ พี่ซองอูขี้งอนน่ารักมากกก แต่ล่อด้วยแซลม่อนก็หายแล้ว55555
    #135
    0
  16. #123 nuneo_fer (@jaelover) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 07:55
    เราอยากเห็นผู้จัดการคังหัวร้อนอีกจังค่ะ 5555
    เอาให้หึงหน้ามืดตามัวไปเลย มาดุคนน่ารักได้ไง 
    กว่าจะคืนดีกันได้นะคะ คงง้อกันถึงเช้าเลยซินะคะ -///-
    ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 กันยายน 2560 / 07:56
    #123
    0
  17. #121 Jenny Jinny (@janejongin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 19:59
    คุณองทั้งขี้แกล้งขี้งอน คุณแดนก็กว่าจะง้อได้เนอะ ซองอูเล่นใจแข็งไปอีก555555555555555555555 
    #121
    0
  18. #117 BabeSL (@fairy-25) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 22:43
    คุณองโกรธได้น่ารักมากกกก ตอนแดนง้อนี่เขินอะแงงง
    #117
    0
  19. #116 lLadadee (@lLadadee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 20:55
    งอนกันน่ารักมากค่ะ ชอบความสุขุมเป็นผู้ใหญ่ของคุณแดนอ่ะ แต่แบบง้องแง้งกะซองอูคนเดียวว
    #116
    0
  20. #115 prapawabe (@meisbaitoey) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 18:09
    ตอนเปลี่ยนสรรพนามนี่เขินเว่ออออออ อ๋งน่ารักก ชอบตอนตี๋บอกแผนกไอทีจะกลายเป็นวังน้ำแข็งแล้ว 55555
    #115
    0
  21. #114 lvsj (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 17:27
    น่ารักจังเลยค่ะ คุณองคนขี้แกล้ง ขี้งอน ขี้ทุกอย่างเลย 555555 คุณแดนก็ดูเป็นผู้ใหญ่มากกกก เขิน อิอิ
    #114
    0
  22. #112 sawneko (@--mocca--) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 11:22
    ชอบความวางตัวเป็นผู้ใหญ่ของแดนแต่อยู่กับซองอูก็จะเด็กน้อย ส่วนคุณองนี่จะมีสเน่ห์มากไปแล้วว
    #112
    0
  23. #111 @wifehae (@wifehae) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 10:02
    น่ารักกกก มีความพ่อแง่แม่งอนนนนน ยัยองน่ารักมากๆเลยอ่ะหมั่นเขี้ยว อ่อยคนนู้นทีคนนี้ทีอยากให้แฟนหึงอะจิ หัวหน้าคังก้แบบสุขุมมากกก เราชอบบบ
    #111
    0
  24. #110 ติ่งNior คนน่ารัก (@smm-2000) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 04:37
    คุณองมีความขี้แกล้งสูงมาก ส่วนคุณแดนก็ขี้หึงมากเซม แต่เนียลองตอนง้อกันนี้น่ารักเฟร้ออออออออ
    #110
    0
  25. #109 태국사람 (@071295) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 22:57
    คาแรคเตอร์สองคนนี้หยินหยางมาก ยัยองขี้แกล้งนี่น่ารักจริงๆ งอนที่เค้าดุตัวเองเลยไปวอแวกับผู้ชายคนอื่น คุณแดนก็นะ เป็นหัวหน้าแผนกต้องมีวุฒิภาวะก็จริงนะคะ แต่ก็ไม่ต้องขรึมขนาดนั้นก็ด้ายยยยยยย
    #109
    0