Re:Loli Alchemist Class โลลินักแปรธาตุ

ตอนที่ 12 : โลลิกับการพบเจออันน่าตกใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 649
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    18 มิ.ย. 61

         เด็กสาวถอนหายใจอย่างหมดแรงระหว่างที่เดินอยู่ใจกลางป่ากูรู

         ถึงแม้ว่าตัวเธอจะพึ่งทะเลาะกับพี่สาวมา แต่พอผ่านไปได้ซักสิบถึงสิบห้านาที เธอก็หายเศร้าและกลับมามีใบหน้าร่าเริงเหมือนเช่นเคย

         “ อู.... สงสัยต้องกลับไปขอโทษท่านพี่สินะคะเนี่ย.... ”

         เด็กสาวทำสีหน้าสำนึกผิด และเมื่อนึกถึงภาพตอนที่ตนกำลังต่อเถียงกับพี่สาว มันก็ได้ทำให้เด็กสาวรู้สึกตัวสั่นจนเผลอกอดร่างของตนเองด้วยความหวาดกลัว

         “ ข้าวเย็นวันนี้สงสัยได้กินผักล้วนๆแน่ๆเลยค่ะ.... ”

         เมื่อนึกถึงภาพจานข้าวที่เต็มไปด้วยผักใบเขียวจนแทบจะล้นทะลัก มันก็ได้ทำให้เด็กสาวยิ่งรู้สึกสั่นกลัวขึ้นไปอีก

         ตั้งแต่ที่เด็กสาวเริ่มมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นและคิดเองทำอะไรเป็นเองได้แล้ว เธอที่เห็นพี่สาวของตนและมารดาของตนต่างก็มีความขยันขันแข็งในเรื่องการงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูชีพเธอที่เป็นคนเล็กสุดในบ้าน

         เธอก็เริ่มคิดที่จะช่วยผ่อนปรนการงานเหล่านั้นลง เพื่อให้พี่สาวและมารดาของตนไม่ต้องรู้สึกเหนื่อยเหมือนอย่างที่ผ่านๆมา 

         เธอไม่อยากที่จะทำตัวอยู่เฉยๆโดยไม่ได้ช่วยอะไรเลย อย่างน้อยๆถึงแม้มันจะเป็นงานง่ายๆอย่างช่วยทำความสะอาดบ้าน เธอก็พร้อมยินดีที่จะช่วยเสมอ 

         เพื่อการนั้นเธอจึงไปฝึกฝนการเป็นนักผจญภัยที่เป็นงานที่สามารถหาเงินได้ง่ายที่สุด และรับงานง่ายๆอย่างการเก็บรวบรวมสมุนไพรภายในป่า หรือไม่ก็งานส่งของ เพื่อหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัว

         แต่ปัญหามันก็มาติดอยู่ตรงที่แค่ว่า หากเธอไม่ได้เป็นนักผจญภัยที่จบหลักสูตรมาก่อน ต่อให้งานที่รับมาจะเป็นงานที่ได้เงินมากน้อยขนาดไหน เธอก็จะได้รับเพียงแค่ 30% ของจำนวนเงินทั้งหมดเท่านั้น

         ซึ่งถือว่าเป็นค่าจำนวนเงินที่น้อยมากและไม่คุ้มค่าเอาซะเลย

         ถึงแม้ตัวเด็กสาวในทีแรกจะไม่ได้สนใจอะไรในเรื่องนี้มากมายนัก เพราะถึงยังไงมันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมาก หากเธอพยายามรับงานมาทำอย่างสม่ำเสมอไม่ขาดสาย

         แต่เมื่อเร็วๆนี้มารดาของเธอก็เกิดอาการป่วยขึ้นมาอย่างกระทันหัน มันเป็นอาการป่วยที่แม้แต่แพทย์ทั่วทั้งเมืองก็ยังไม่รู้สาเหตุที่มาของอาการป่วยที่มารดาของเธอเป็น 

         สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้จึงมีเพียงแค่การชลออาการป่วยให้ช้าลงเพียงเท่านั้น ถ้าหากอยากจะรักษาให้หายขาดก็มีแต่จะต้องไปจ้างแพทย์จากเมืองหลวงที่มีราคาแพงสูงลิบลิ่วและอยู่ห่างไกลออกไปพอสมควรมารักษา

         เพื่อการนั้นเด็กสาวจึงคิดที่จะเข้าเรียนที่โรงเรียนอาเธมิสที่เป็นโรงเรียนหลักประจำเมืองแสตมฟอร์ส เพื่อขอใบอนุญาติล่วงหน้าในการเป็นนักผจญภัยเต็มตัว เพื่อที่จะได้สามารถรับเงินรางวัลจากงานที่เธอรับมาได้อย่างเต็มจำนวนและนำไปใช้สำหรับเป็นค่ารักษาให้แก่มารดาของเธอ

         แต่ก็ถูกพี่สาวของตนคัดค้านและมาตกอยู่ในสถานการณ์อย่างที่เห็น....

         เด็กสาวถอนหายใจเป็นรอบที่สองของวัน

         ในตอนนั้นเองที่พุ่มไม้ข้างทางก็ได้สั่นไหวและส่งเสียง กระซากๆ

         เด็กสาวสะดุ้งตกใจจนเผลอตั้งท่ารับแปลกๆขึ้นมา

         สิ่งที่ปรากฏออกมาให้เห็น คือก้อนเมือกเหนียวหนึบสีฟ้าอ่อนที่มีรูปร่างคล้ายกับลูกเยลลี่ มันค่อยๆกระดึ๋บออกมาจากพุ่มไม้อย่างช้าๆ

         “ อะไรกัน.... สไลม์เองหรอกเหรอ.... ”

         เด็กสาวโล่งอกเมื่อสิ่งที่ปรากฏออกมาไม่ใช่มอนสเตอร์อันตรายๆอย่างสุนัขหมาป่าไม่ก็ก็อบลิน แต่เป็นสไลม์ที่เป็นมอนสเตอร์ที่ไร้พิษสงและไม่เป็นอันตรายแก่มนุษย์

         เด็กสาวเดินไปนั่งย่อยองๆใกล้ๆกับสไลม์และพูดขึ้นว่า

         “ ใสเหมือนน้ำในแม่น้ำเลยนะเธอน่ะ~ ”

         เด็กสาวหัวเราะพลางใช้นิ้วจิ้มไปที่ตัวสไลม์เล่นอย่างสนุกสนาน

         แต่แล้วสไลม์ตัวนั้นก็แสดงท่าทางตื่นกลัวขึ้นมาและกระโจนหลบกลับเข้าไปยังพุ่มไม้

         “ เอ๊ะ? อ๊ะ เดี๋ยวสิ! ”

         เด็กสาวพยายามส่งเสียงเรียกห้ามแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะสไลม์ตัวนั้นได้หนีหายไปแล้ว

         “ หือ? นี่มัน....? หัวหน้า! ผมเจอของดีเข้าให้แล้ว! ”

         เด็กสาวเบิกตาโพลงด้วยความตกใจต่อเสียงที่ดังมาจากข้างหลัง พอเธอหันกลับไปก็พบกับชายวัยกลางคนที่มีแผลฉกรรจ์ตรงใบหน้าโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้

         “ ฮะ? อะไรวะ? มันจะยังมีของที่ดีกว่าไอเอลฟ์ที่เราจับได้อีกรึไงวะ? ”

         คราวนี้ชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างใหญ่โตโผล่ออกมาตามหลัง ที่บ่าของเขาได้แบกเด็กสาวเผ่าเอลฟ์รุ่นคราวเดียวกันกับเธอที่ดูท่าทางจะสลบอยู่เอาไว้อยู่ด้วย

         “ โอ้.... ใช้ได้เลยนี่หว่า? ”

         ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าส่งเสียงประทับใจพลางมองสำรวจร่างกายของเด็กสาว

         “ ใช่ไหมล่ะครับ? ราคาคงไม่ต่ำกว่า 30,000 เอ็กโซ่ แน่ๆเลยนะครับเนี่ย! ”

         ลูกน้องที่มีรอยแผลฉกรรจ์บนใบหน้าเอ่ยอย่างยินดี ส่วนหัวหน้าของมันก็แสยะยิ้มพลางลูบคาง

         “ วันนี้มันวันแห่งโชครึไงนะ กำไรจริงๆเว้ยเฮ้ย ”

         เด็กสาวที่ฟังการสนทนาของพวกมันทั้งสองต่างก็ไม่เข้าใจว่ากำลังพูดคุยเรื่องอะไรกันอยู่ เธอจึงเอียงศรีษะอย่างฉงนพร้อมปอยผมบนศรีษะที่ขยับไปตามแรงเอียง

         “ เอ่อ.... พวกลุงเป็นใครเหรอคะ? ”

         พวกมันทั้งสองมองหน้ากันเมื่อได้ยินคำถามของเด็กสาว ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย

         “ พวกลุงน่ะนะ เป็นหน่วยสำรวจที่มาช่วยพาเด็กหลงป่าอย่างหนูออกจากป่ายังไงล่ะ ”

         “ ใช่ๆ เอ๊ะ? น้ำหน้าอย่างเราเป็นหน่วยสำรวจได้ด้วยเหรอครับ? ”

         “ เงียบน่าเจ้าโง่! ”

         เพราะพูดอะไรไม่เข้าหู ชายวัยกลางคนที่มีรอยแผลฉกรรจ์บนใบหน้าก็โดนคนที่ตนเรียกว่าหัวหน้าตบหัวใส่จนเซไปข้างหน้า

         “ อะแฮ่ม! ลุงชื่อว่า พุช แล้วชื่อของหนูล่ะจ๊ะ ”

         “ อ..เอ่อ.... ”

         พอโดนถามชื่อใส่ เด็กสาวก็ส่งเสียงคล้ายลังเลที่จะเอ่ยตอบ

         “ ไม่เป็นอะไรหรอกน่า ลุงไม่ทำอะไรหนูหรอก ”

         “ ฟ....ฟีน่าค่ะ ฟีน่า ดี แอดเวิร์ท.... ”

         “ ดี แอดเวิร์ท เรอะ.... ”

         “ นั่นมันชื่อสกุลของขุนนางนี่ครับหัวหน้า? ”

         “ โฮ่ยๆ นี่มันยิ่งกว่าโชคดีแล้ว นี่มันแจ็คพอตแตกไปเลยไม่ใช่รึไง! ”

         “ อ..เอ๊ะ!? ”

         เด็กสาวฟีน่าแสดงอาการลนลานเมื่อเห็นพวกมันทั้งสองตะโกนลั่นออกมา

         เธอที่อ่อนประสบการณ์ในเรื่องแบบนี้ ไม่สิ ถ้าพูดให้ถูกคงจะเรียกได้ว่าไร้ประสบการณ์ในเรื่องแบบนี้เลยจะดีกว่า จึงทำให้เธอไม่ได้รู้เลยว่า ชายวัยกลางคนทั้งสองเป็นพวกค้าขายทาสที่มักจะมาคอยดักจับผู้หญิงหรือเด็กผู้หญิงที่เข้ามาในป่าเพียงคนเดียว หรือเข้ามาด้วยกลุ่มคนจำนวนน้อย

         เพราะป่ากูรูเป็นสถานที่เริ่มต้นให้กับพวกนักผจญภัยมือใหม่ที่ยังอ่อนด้อยประสบการณ์ มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่พวกมันจะมาคอยดักจับและลักพาตัว เพื่อนำไปขายเป็นทาสเพื่อหาเงินเข้าตัว ไม่ก็เพื่อนำไปเป็นทาสเซ็กเพื่อสนองอารมณ์ตัณหาของตนเอง

         อาจจะเป็นเพราะพวกมันใช้วิธีการอะไรบางอย่าง ไม่ก็มีอาร์ติแฟ็คหายากเอาไว้ในครอบครอง ทางศูนย์กลางของนักผจญภัยจึงไม่เคยที่จะตรวจจับและสืบหาเกี่ยวกับตัวตนของพวกมันได้เลย

         เพราะงั้นจึงได้มีคำเตือนพวกนักผจญภัยมือใหม่จากปากของเหล่าพนักงานภายในศูนย์กลางของนักผจญภัยอยู่เสมอ ว่าให้ระวังตัวอยู่ทุกฝีก้าวและทุกการกระทำ

         ฟีน่าที่นึกถึงคำเตือนนั้นขึ้นมา ก็คิดขึ้นมาในใจอย่างสั่นหวาดผวา

         ‘ ต้องรีบหนีไปจากที่นี่!? ’

         เธอไม่รู้ว่าพวกมันทั้งสองเป็นคนดีหรือไม่ดี แต่สายตาของพวกมันในตอนที่ได้รู้ชื่อของเธอมันทำเอาเธอรู้สึกสะอิดสะเอียนจนอยากจะอ้วก

         “ ป... ”

         พวกมันส่งเสียงร้อง “ เฮ้ย! ” เมื่อจู่ๆฟีน่าก็ลุกยืนขึ้นอย่างกระทันหันและเริ่มใช้เวทย์มนต์ออกมา

         วงเวทย์สีแดงฉานที่เป็นสัญลักษณ์ของเวทย์มนต์ธาตุไฟปรากฏขึ้นมาที่ฝ่ามือของฟีน่า

         “ เปลวไฟสีแดงที่แผดเผา จงเปลี่ยนศัตรูให้เป็นเถ้าถ่าน! ควอซไฟเออร์! ”

         สิ้นเสียงการร่ายของฟีน่า เปลวไฟสีแดงที่ร้อนระอุก็ถูกปล่อยออกมาจากฝ่ามือและพุ่งเป้าไปที่พวกมันทั้งสอง

         “ ชิ! ”

         ชายวัยกลางคนที่มีชื่อว่าพุชเดาะลิ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะโยนร่างของเด็กสาวเผ่าเอลฟ์ไปให้ชายวัยกลางคนที่มีรอยแผลฉกรรจ์บนใบหน้ารับเอาไว้ ส่วนตนก็หยิบแท่งไม้ที่มีรูปทรงคล้ายไม้กางเขนออกมาจากเสื้อคลุม

         ไม้กางเขนส่องแสงสว่างออกมาคล้ายแสงไฟจากตะเกียง ก่อนจะปะทะเข้ากับเปลวไฟที่ฟีน่าปล่อยออกมา ความรุนแรงจากการปะทะทำเอาพื้นหญ้าแถวๆนั้นเกิดรอยไหม้

         “ ครั้งเดียวพังเลยเรอะ!? เป็นพลังเวทย์ที่รุนแรงจริงๆ ช่วยไม่ได้....สงสัยคงจะต้องใช้กำลังซักหน่อยแล้วว่ะ! ”

         พุชมองไม้กางเขนในมือที่เสื่อมสลาย ก่อนจะชักดาบที่คาดอยู่ตรงเอวออกมา ส่งผลทำให้ฟีน่าแสดงสีหน้าซีดเผือดและพยายามจะวิ่งหนี

         แต่ด้วยขนาดร่างกายและพละกำลังที่แตกต่างกันเกินไป ฟีน่าก็โดนเข้าประชิดตัวได้สำเร็จเพียงแค่ในเวลาไม่กี่วินาที

         “ หลับไปซะยัยเด็กน้อย! แล้วรับรองว่าตอนตื่นขึ้นมาจะรู้สึกดีสุดๆไปเอง! ”

         พุชเอ่ยเช่นนั้นก่อนจะฟาดสันดาบใส่ช่วงท้องของฟีน่าเพื่อทำให้เธอสลบ

         แต่แล้วในขณะนั้นเอง แขนข้างที่ถือดาบของพุชที่ควรจะอยู่กับลำตัวกลับขาดกระเด็นว่อนขึ้นกลางอากาศ เลือดสีแดงสดที่สาดกระเซ็นไปทั่วทำเอาพุชเผลออุทาน “ หา....??? ” ออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่เข้ากับใบหน้า

         ด้วยน้ำหนักตัวและสมดุลที่เปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน มันก็ได้ทำเอาพุชเดินสะดุดลื่นไถลล้มไปกับพื้นดิน เมื่อมันเงยหน้าขึ้นมามองก็พบกับปากยื่นยาวอันแหลมคมที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวขนาดใหญ่พอๆกับลำตัวของตนเอง

         มอนสเตอร์ร่างยักษ์ที่มีขนาดลำตัวใหญ่กว่า 8 เมตร และเดินด้วยอุ้งเท้าทั้งสี่ที่เต็มไปด้วยพละกำลังยิ่งกว่าม้าศึก ขนสีฟ้าครามที่สลับกับสีขาวเป็นเส้นๆและใบหน้าที่มีความดุร้ายของสัตว์กินเนื้อ

         มันคือมอนสเตอร์หนึ่งในสายพันธุ์ย่อยของสุนัขหมาป่าโคบอล “ สุนัขเขี้ยวจันทรา ” หรืออีกชื่อเรียกหนึ่งว่า “ สุนัขเขี้ยวหมาป่า ”

         “ ทำไมมอนสเตอร์ระดับสูงถึงมาอยู่ที่นี่ได้วะ----!!? ”

         พุชใช้แขนข้างที่เหลืออยู่กดจับบาดแผลฉกรรจ์เพื่อห้ามเลือดไม่ให้ไหลทะลักออกมา เมื่อมองลอดผ่านใต้หว่างขาของสุนัขเขี้ยวหมาป่า ก็เห็นฟีน่ากำลังถูกลุมล้อมไปด้วยเหล่าสุนัขหมาป่าโคบอลจำนวนหลายตัว

         “ อั๊ก! หัวหน้าครับ ช..ช่ว— อ๊ากกกกก-----!!!! ”

         ชายวัยกลางคนที่มีรอยแผลฉกรรจ์บนใบหน้าส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่มันก็สายไปเสียแล้ว มันถูกสุนัขหมาป่าโคบอลจำนวนหลายสิบตัวที่กระโจนออกมาจากที่ซ่อนลุมกัดขย้ำจนกลายเป็นอาหารของพวกมันไปเรียบร้อยแล้ว

         พุชขบกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอี้ยวตัวกลิ้งหลบอุ้มเท้าของสุนัขเขี้ยวหมาป่าที่กระแทกลงมา และสไลด์หมุนตัวลุกขึ้นยืน แต่ไม่ทันไรก็โดนหางของสุนัขเขี้ยวหมาป่าฟาดสะบัดเข้าใส่ ส่งร่างของพุชลอยหมุนวนกลางอากาศ แล้วในขณะที่ร่วงลงมาก็โดนมันฟาดซ้ำอีกทีจนกระเด็นไปทะลุต้นไม้จนหักโค่น

         “ บรู๋วววววววว---!!!!! ”

         เมื่อเห็นร่างที่มีสภาพเละเทะของพุช สุนัขเขี้ยวหมาป่าก็ส่งเสียงหอนดังลั่นไปทั่วทั้งป่ากูรู

         อาจจะเป็นเพราะไม่ทันได้สังเกตุ หรือไม่ก็เป็นเพราะไม่ได้สนใจ 

         ที่แห่งนั้นไม่มีใครได้รู้เลยว่า เด็กสาวเผ่าเอลฟ์ได้หายตัวไปจากที่แห่งนั้นไปตอนไหนและเมื่อไหร่....

         “ น..นี่มัน.... อึก.... ”

         ฟีน่ากลืนน้ำลายลงคอเสียงดัง

         เธอรู้สึกทำอะไรไม่ถูกเมื่อเจอสายตาของเหล่านักล่าที่จ้องมองเธออยู่เบื้องหน้า 

         มันไม่ได้ต่างอะไรไปจากการที่กบโดนงูจ้องเลยซักนิดในความรู้สึกของฟีน่าในตอนนี้

         “ กรรรรร----!! ”

         สุนัขเขี้ยวหมาป่าที่เห็นว่าไร้ตัวขัดขวาง มันก็ได้ค่อยๆหันมาจ้องมองฟีน่าที่เป็นเหยื่ออันโอชะที่มันเล็งเห็นเอาไว้ตั้งแต่ปลายสายตาจากที่ไกลๆ

         เพราะสุนัขเขี้ยวหมาป่ามันเป็นมอนสเตอร์ระดับสูงที่แม้แต่เหล่านักผจญภัยที่มีประสบการณ์ก็ว่ามันยากเอาการในการโค่นมันลง เพราะมันมีความว่องไวเป็นกรด และยังมีพละกำลังที่สามารถบดขยี้ร่างของมนุษย์ให้เสียรูปได้ 

         ฟีน่ารู้สึกกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจนไม่แม้แต่จะสามารถขยับปากเพื่อร่ายเวทย์มนต์เพื่อใช้ป้องกันตัวได้ 

         เธอได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อรอให้มันเดินเข้ามาหาใกล้ๆ เสียงหัวใจของเธอดังสนั่นราวกับจะระเบิดออกมาได้ตลอดเวลา

         และเมื่อปลายจมูกของมันได้ยื่นเข้ามาดมใกล้ๆใบหน้าของเธอ เธอก็เผลอตะโกนกรีดร้องออกไปโดยไม่รู้ตัว

         “ กรี๊ดดดดดดดดด------!!!!! ”

         —ตู้มมมม------!!!!!!

         “ —!!!? ”

         ฟีน่าสะดุ้งตกใจที่จู่ๆก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นมาตรงหน้าของเธอ เธอหลับตาลงปี๋เพราะไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น และเธอก็ได้ยินเสียงของใครบางคนพูดดังขึ้นมา มันเป็นเสียงที่ฟังดูไพเราะและก็ฟังดูน่าหลงใหลไปในเวลาเดียวกัน

         “ กระโดดแปปเดียวก็ถึงพื้นซะแล้วแหะ อ้าว? ใครมาวางพรมขนสัตว์อะไรไว้แถวนี้.... ไม่ใช่แหะ อะไรละเนี่ย? ”

         เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาก็พบกับหญิงสาวปริศนาผู้สวมชุดสีดำทั้งตัวคนหนึ่งมายืนปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า โดยที่ใต้ฝ่าเท้าได้เหยียบช่วงส่วนหัวไปจนถึงช่วงลำตัวของสุนัขเขี้ยวหมาป่าจนเละแตกกระจายราวกับโดนบดขยี้ 

         เครื่องในต่างๆของมันแตกทะลักออกมาจนปนเปื้อนกระจัดกระจายไปเต็มพื้น ไม่ใช่แค่นั้น แม้แต่พื้นดินบริเวณรอบๆเองก็มีสภาพยุบลงไปเป็นหลุมลึกประมาณนิดหน่อยด้วยอีกต่างหาก....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

181 ความคิดเห็น

  1. #178 โอ้มิสเตอร์~ (@Manato6456) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:46

    นางเอกเราน้ำหนักเท่าไหร่อะเนี่ย...

    #178
    0
  2. #153 Sikaiina (@Sikaii13) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 15:47
    อืม... เกาะลอยฟ้านี่มีเพดานความสูงประมาณเท่าไหร่น่ะ... เอ~ ถ้าเกิน 30 กิโลเมตรไป เท่ากับอยู่เหนือชั้นโอโซน ซึ่งมีโอกาสมนุษย์เสียชีวิตหรือขาดอากาศตายสูงมาก งืม~ แต่ถ้าเป็นเกาะลอยฟ้าจริงๆ ความสูงนั้นอาจจะไม่เป็นปัญหา ทีนี้ก็เรื่องแรงดึงดูด เฉลี่ยแล้วคือ g= -10 m/s ระดับความสูงจากเพดาน 10,000 - 30,000 เมตร งืม........

    แน่นอนว่านางใช้เวลาร่วงลงมานานกว่าหนึ่งนาทีแน่ๆ ฮ่า! แต่ถ้าคิดเรื่องแรงต้านอากาศในตอนนั้นอีก ก็ยิ่งเพิ่มเวลาไปอีกขั้น...

    เปิดตัวได้จ๊าบมากค่ะ!! ช็อกโกล่าฮิเมะ!
    #153
    0
  3. #28 KaristaTangngern (@KaristaTangngern) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 05:06
    รอตอนต่อไปน้าาาาา
    #28
    0
  4. #27 เราไง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 02:22

    ยอดเยี่ยมไปเลยยย

    #27
    0
  5. #26 Rucio (@Rucio) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 00:20
    เปิดตัวอย่างอลังการ ดีนะใส่เสื้อผ้ามาด้วย ไม่งั้นเสียฟร์อมหมด5555
    #26
    0