Re:Loli Alchemist Class โลลินักแปรธาตุ

ตอนที่ 2 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1022
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    30 พ.ค. 61

         ในชีวิตนี้คนเรามักอยากจะลืมบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตของตนเอง อาจจะเป็นเรื่องแย่ๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ก็เรื่องร้ายๆที่ประสบพบเจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกี่ยวพันกับความรู้สึก

โดยเฉพาะความเศร้าและความเจ็บปวด ทั้งทางกายหรือจิตใจ ไม่ว่าใครต่างก็อยากจะลืมเลือนความรู้สึกพวกนี้ไป ไม่ว่าใครต่างก็อยากจะลืมเลือนเรื่องราวพวกนี้ไป

ไม่ต้องการจดจำอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องการรู้สึกอะไรทั้งนั้น ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ไม่อยากให้ตนพบเจอ แต่สุดท้าย คนเราก็หันหนีมันไม่พ้น เพราะว่ามันคือเรื่องปกติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของมนุษย์

แล้วทำไมมันถึงต้องมีความรู้สึกเหล่านี้กันล่ะ? จุดต้นกำเนิดของความรู้สึกต่างๆของมนุษย์มันมาจากที่ไหนกันแน่? แล้วมีจุดประสงค์เพื่ออะไรกัน? 

มันเป็นคำถามที่ตนเองรู้จักคำตอบนั้นดีอยู่แล้ว เพียงแต่แค่พยายามจะหลีกหนีมันเองก็เท่านั้นแหละ

ถึงจะว่ามาแบบนั้น แต่มันก็ยังมีมนุษย์อยู่จำพวกหนึ่ง ที่สามารถลบล้างความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้ ทั้งความกลัว ความเจ็บปวด ความเศร้า ความโกรธ ความแค้น ความใส่ใจ ความดี ความชั่ว ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกแบบไหนก็สามารถลบล้างมันออกไปได้

แต่ทว่า การกระทำเช่นนั้นมันก็ได้แปรเปลี่ยนความเป็นมนุษย์ ให้กลายไปเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ความรู้สึกราวกับเครื่องจักร เป็นเครื่องจักร....ที่ไร้ซึ่งความนึกคิดเป็นของตนเอง และไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นนอกเหนือไปจากคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย

ก็เพราะแบบนั้นแหละ มนุษย์ถึงต้องมีความรู้สึกที่หลากหลายอยู่ภายในจิตใจ ถึงจะได้ไม่กลายไปเป็นตัวตนอย่างเครื่องจักรอะไรแบบนั้น นี่แหละคือคำตอบ แต่ว่านั่นมันจะใช่จริงๆแน่น่ะเหรอ? ใครเล่าจะรู้ได้? ไม่มีทั้งคำตอบที่แน่นอน ไม่มีทั้งหลักฐานยืนยันที่ไร้ข้อกังขา ไม่มีใครรู้แม้กระทั่งความจริง สุดท้ายมันก็แค่ความคิดที่พากันทึกทักกันขึ้นเอาเองก็เท่านั้น...

รู้จักทหารรึเปล่า? รู้จักมือสังหารรึเปล่า? มันคืออาชีพที่ดำมืดเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ไม่ว่าจะเป็นการสู้รบในสงครามให้ประเทศชาติบ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัย หรือการไล่สังหารคนชั่วทั้งหลายที่สมควรตาย สิ่งเหล่านี้ทุกคนต่างเชื่อว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้อง คือสิ่งที่สมควรจะทำ

แต่รู้รึเปล่า? ต่อให้อ้างเหตุผลสวยหรูดูดีมากขนาดไหน เรื่องที่ว่ามันคือการฆ่าคนก็ไม่หนีไปไหนอยู่ดี สงครามนำมาซึ่งชัยชนะและความสงบสุข? เปล่าเลย สงครามมีแต่จะนำมาซึ่งสงครามเท่านั้นแหละ และความจริงเหล่านี้ก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าใครหรืออะไรจะพูดยังไงหรืออ้างเหตุผลแบบไหนมาก็ตาม

ความรู้สึกที่ได้ฆ่าคนกับมือนั้น เคยพบเจอกันบ้างรึเปล่า? ถ้าได้ฆ่าคนที่บริสุทธิ์ที่ไม่ได้มีความผิดใดๆ หรือไม่ได้มีความแค้นใดๆเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกผิด ความรู้สึกกลัว ความรู้สึกเจ็บปวด ความรู้สึกเหล่านี้ต่างก็จะพากันถาโถมเข้าสู่จิตใจ

แต่ในเมื่อคนที่ฆ่าไปนั้นเป็นคนชั่วและเป็นคนที่มีความแค้นด้วยมาก มันกลับทำให้รู้สึกว่ามันช่างน่ายินดีซะเหลือเกินแทนซะอย่างนั้น? ให้ความรู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูกแทนซะอย่างนั้น? ทำไมกันล่ะ? ในเมื่อมันก็เป็นการฆ่าเหมือนๆกันแท้ๆ แต่ทำไมการฆ่าคนชั่วกลับทำให้รู้สึกดีมากกว่าการฆ่าคนดีกันซะล่ะ?

มันช่างเป็นเรื่องที่น่าแปลกจริงๆสำหรับมนุษย์เรา

ตัวฉันนั้นเคยฆ่าคนมามากมายหลากหลายสาเหตุ ถ้าจะถามถึงเหตุผล มันก็คงเป็นเพราะอาชีพมือสังหารละมั้ง? ทำไมฉันถึงเลือกมาทำอาชีพนี้? ก็ไม่รู้สินะ ความรู้สึกและจิตใจของมนุษย์นั้น ไม่มีใครเข้าใจได้หรอก มันเหนือเหตุผลและตรรกะไปมากแล้ว และตัวฉันก็ไม่ได้อยากจะไปเข้าใจความนึกคิดอะไรแบบนั้นด้วย

ความรู้สึกครั้งแรกที่ฉันรู้สึกได้ คือ ความกลัว กลัวที่จะลงมือฆ่าเป้าหมาย กลัวที่จะลงมือฆ่าคน แต่เมื่อได้กระทำลงไปแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมมีครั้งที่สองและครั้งที่สาม และครั้งต่อๆไปตามมาอีกในอนาคต และเมื่อผ่านไปนานๆเข้า ความรู้สึกกลัวที่รู้สึกได้ในครั้งแรกก็จะถูกลบล้างให้หายไป

เมื่อลงมือแล้วก็ไม่อาจจะหันหลังกลับได้อีก นั่นคือสิ่งที่ทุกคนคิด เพราะกลัวการถูกตราหน้าว่าไม่ใช่มนุษย์ สุดท้าย สิ่งที่ตัวเราคิดว่ามันดี คนอื่นกลับเห็นว่ามันไม่ดี ถ้าคิดจะโต้แย้งปฏิเสธแล้วละก็ ตัวเราก็จะเป็นฝ่ายผิดไป 

ไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น ไม่ฟังเหตุผล เพียงแค่สิ่งที่เห็น เพียงแค่สิ่งที่ได้ยินมา เพียงแค่นั้นก็ต่างพากันทึกทักกันไปเอาเอง และก็หลับหูหลับตาเชื่ออย่างนั้นจนไม่สนใจความจริง เชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยประสบพบเจอเหตุการณ์แบบนี้กันมาบ้าง...

แต่แล้วจะทำไมล่ะ? ฉันจะทำมันก็เรื่องของฉัน คนอื่นมีสิทธิ์อะไรมาห้ามในสิ่งที่ฉันจะทำ กฏหมาย? สิทธิมนุษย์? มันก็แค่ข้ออ้างเพื่อปกป้องตัวเองให้หลีกหนีจากความเป็นจริงได้เท่านั้นแหละ กฏมันก็แค่สิ่งที่คิดกันขึ้นมาเอง และเราก็ทำตามอย่างซื่อๆ ทั้งๆที่มันไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเราเลยสักนิด

คนที่คิดค้นกฏขึ้นมา มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากที่ตัวเราคิดค้นกฏขึ้นมาเอาเองนั่นแหละ เพียงแค่ว่ามันจะมีเส้นบางๆกั้นเอาไว้อยู่ระหว่าง เห็นด้วย กับ ไม่เห็นด้วย

เพื่อส่วนรวม? แล้วมันเกี่ยวกับฉันตรงไหนกัน? เหตุผลสวยหรูโลกสวยแบบนั้นน่ะ เก็บเอาไว้ใช้คนเดียวเถอะ  สุดท้ายตายไป มันก็ไม่มีอะไรมาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว จะกฏจะเหตุผลอะไรมัน มันก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี

ถ้าไม่เป็นฝ่ายชิงลงมือซะก่อน ก็จะเป็นฝ่ายถูกชิงลงมือก่อนซะเอง เช่นเดียวกันกับการฆ่า ถ้าหากไม่ได้เป็นฝ่ายฆ่า ก็จะเป็นฝ่ายถูกฆ่าเสียเอง นี่แหละคือกฏที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นมาให้

เพราะฉะนั้นไม่ว่าอะไรก็ตามที่มาตั้งตนเป็น ศัตรู กับฉัน สิ่งที่ต้องทำก็มีเพียงแค่อย่างเดียว คือ ฆ่า มันทิ้งซะ!

และตอนนี้ฉันก็กำลังรู้สึกแบบนั้นอยู่ ความคิดต่างๆนานาต่างผุดขึ้นมาในหัว แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรมันเลยสักนิด เพราะยังไงซะ ตอนนี้ฉันก็กำลังจะตายก็เท่านั้นเอง

เมื่อเอามือที่กุมท้องเอาไว้อยู่ค่อยๆคายออกมา เลือดสีแดงสดก็ไหลออกมาในจำนวนมากจนสัมผัสได้ถึงความร้อนของเลือดที่ไหลอาบนองอยู่เต็มพื้น แผลที่ท้องของฉันเป็นแผลลึกฉีกกว้างใหญ่เกินกว่าจะห้ามเลือดไหว ดูยังไงก็ไม่มีทางที่จะรอดได้เลย

สติของฉันเริ่มพร่ามัว แม้แต่เสียงรอบๆข้างก็ไม่แม้แต่จะได้ยิน คงจะเป็นเพราะประสาทการรับรู้ได้เจ๊งไปหมดแล้วล่ะนะ นี่สินะ ความรู้สึกเวลาใกล้จะตายน่ะ....

อืม....

ทั้งๆที่ประสาทการรับรู้มันน่าจะเจ๊งไปหมดแล้วแท้ๆตามประสาคนใกล้ตาย แต่ทำไมกันนะ? ฉันกลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ใบหน้าของตนเอง?

อา... นั่นสินะ เรื่องที่คิดมาได้ทั้งหมด ต่างก็เป็นสิ่งที่คิดขึ้นมาเพราะอารมณ์ชั่ววูบ มันก็แค่สิ่งที่ทึกทักขึ้นเอาเองของฉัน อาจจะเป็นความจริง หรือไม่ก็ไม่ใช่

ฝ่ามืออันแสนอบอุ่นที่สัมผัสใบหน้าของฉัน เป็นเด็กผู้หญิงที่กำลังร้องไห้ เธอพยายามตะโกนเรียก แต่ว่าฉันนั้นไม่มีทางที่จะได้ยินหรอก ก็นะ คนกำลังจะตายนี่นา ใช่มั้ย?

และอย่างที่บอก ฉันเป็นมือสังหาร และการจะมีลูกศิษย์สักคนไว้สืบทอดมันก็เป็นเรื่องปกตินี่จริงมั้ย? ถึงจะยังเป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงอายุ 12 ปีก็เถอะ....

ฉันตอบสนองกลับไปเพียงแค่รอยยิ้มบนใบหน้าของตัวเอง ถึงจะไม่รู้ว่ามันเป็นรอยยิ้มแบบไหนก็ตาม ฉันค่อยๆลากมืออันแสนหนักหน่วงเพราะเส้นประสาทที่เริ่มหยุดทำงานของตัวเองขึ้นไปสัมผัสใบหน้าของเด็กผู้หญิงคนนั้นอย่างแผ่วเบา

เธอกอดฝ่ามือของฉันที่สัมผัสใบหน้าของเธอแน่น พร้อมๆกับเผยรอยยิ้มเล็กๆออกมา ถึงแม้ฉันจะไม่ได้ยินเสียง แต่ปากของเธอที่กำลังขยับอยู่นั้น เป็นตัวบอกใบ้ให้ฉันว่าเธอนั้นกำลังพูดอะไรอยู่ในตอนนี้

‘ ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา.... ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง.... ขอบคุณมากเลยนะคะ อาจารย์.... ’

นั่นคือสิ่งที่ลูกศิษย์ของฉันพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้ว่าฉันกำลังจะตาย แต่ตัวฉันกลับมีความสุขขึ้นมาทันทีที่ได้ยินและได้เห็นรอยยิ้มของเธอ เพราะอะไรกันนะ?

เพราะอะไรเหรอ? อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า.... ก็เพราะว่าฉันน่ะ รักเธอเหมือนกับเป็นลูกสาวแท้ๆของตนเอง การที่เห็นลูกสาวตนเองสามารถยิ้มและก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความสุขแบบนี้ได้ นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้เป็นพ่ออย่างฉันควรจะมีความสุขรึไงล่ะ?

ให้ตายสิ ความรู้สึก ที่เป็นตัวบ่งชี้ว่านั่นแหละคือความเป็นมนุษย์เนี่ย.... ฉันชักจะเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้างซะแล้วสิ 

สิ่งสุดท้ายที่ฉันจำได้ คือภาพของประตูห้องที่ที่ฉันอยู่ถูกพังเข้ามาด้วยแรงคนจำนวนมาก แน่นอนว่าพวกมันทั้งหมดล้วนคือศัตรูทั้งสิ้น พวกมันแต่ละคนต่างถืออาวุธครบมือและสวมใส่อุปกรณ์กันครบชุด แสงเลเซอร์สีแดงจากปลายกระบอกปืนที่จ่อเล็งมาที่ฉันเป็นจุดเดียวกันนั้นทำเอาฉันอยากจะหัวเราะออกไปจริงๆ

พอพวกมันใช้ไฟฉายส่องดูรอบๆเพื่อตรวจสอบว่ามีกับดักหรือมีใครคนอื่นแอบซุ่มอยู่รึเปล่าเสร็จ พวกมันก็ลดความระมัดระวังลงไปส่วนหนึ่ง และนั่นแหละคือความผิดพลาดของพวกมันที่นำพาไปสู่ความตาย

ในชั่วพริบตาหลังจากนั้น ระเบิดควันจำนวนหลายลูกก็ได้ร่วงหล่นลงมาจากเพดาน ระเบิดควันกลิ้งกระเด้งกระจัดกระจายไปเต็มพื้น ก่อนจะระเบิดออกส่งควันจำนวนมากออกมาบดบังทัศนวิสัย

ตั้งแต่ก่อนที่พวกมันจะเข้ามาในห้องนี้แล้ว ถึงฉันจะเสียประสาทรับรู้ไปแล้วก็จริง แต่ลูกศิษย์ของฉันที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกมันที่พากันวิ่งกรูมาทางนี้ ก็ได้หลบซ่อนและเตรียมตัวล่วงหน้าไว้ก่อนไปได้ซักพักแล้ว

และจากนั้นก็เกิดการฆ่าล้างบางกันเกิดขึ้น โดยมีลูกศิษย์ของฉันที่กำลังไล่ฆ่าพวกมันทีละคนอย่างต่อเนื่องราวกับกำลังเต้นระบำเป็นแกนนำพาไปสู่ความตาย

แต่ดูเหมือนฉันจะคิดโลกสวยเกินไปหน่อย จนลืมไปเลยว่า ความเป็นจริงมักไม่เป็นอย่างที่หวัง

ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามันคือระเบิดที่ฝังเอาไว้อยู่ก่อนหน้านี้ หรือว่าจะเป็นเครื่องยิงจรวดจากที่ไหนซักที่ที่ยิงมา แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไหน สุดท้ายจุดจบก็มาบรรจบลงในที่เดียวกันอยู่ดี

ภาพสุดท้ายก่อนสติของฉันจะดับวูบลงอย่างถาวร คือภาพของแสงไฟที่ส่องสว่างเต็มไปทั่วทั้งห้อง และภาพของเศษวัตถุต่างๆอย่างชิ้นส่วนผนังหรือเพดานที่ร่วงหล่นกระจัดกระจายแยกออกจากกัน

รวมไปถึงชิ้นส่วนร่างกายของพวกศัตรูที่ถูกแรงระเบิดอัดจนเละเป็นชิ้นๆ ชิ้นส่วนร่างกายของฉัน และ.... ฉันไม่แน่ใจว่าใช่รึเปล่า แต่ถึงยังไงด้วยแรงระเบิดขนาดนี้ โอกาศรอดแทบจะเป็นศูนย์ มันคงจะเป็นชิ้นส่วนร่างกายของลูกศิษย์ของฉันไม่ผิดแน่ ชิ้นส่วนมืออ่อนๆเรียวบางข้างนั้น ที่ลอยมากระแทกใส่ใบหน้าของฉัน....

ถ้าฉันยังมีชีวิตอยู่ละก็ ฉันจะตามไปฆ่าล้างบางไอพวกระยำพวกนั้นให้หมดเลยคอยดูเถอะ! ไอพวกห่านั่นน่ะ!

ฉันตะโกนกู่ร้องอยู่ในใจด้วยความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ในจิตใจของตนเอง

และนั่นแหละคือเรื่องราวของฉันก่อนจะจบชีวิตลง แต่ถ้าเป็นไปได้....ไม่สิ ฉันอยากจะให้เป็นแบบนั้น ฉันไม่ต้องการให้ลูกศิษย์ของฉันตาย ทั้งๆที่คิดว่าตนเองไร้ความรู้สึกไปแล้วแท้ๆ ทั้งๆที่คิดว่าตนเองคงเป็นได้แค่เพียงเครื่องจักรไปแล้วแท้ๆ เป็นเพราะได้ลูกศิษย์ของฉัน เป็นเพราะได้มาพบเจอกับเธอ และเป็นเธอที่นำความเป็นมนุษย์ของฉันกลับคืนมา เพราะงั้น...

ถ้าหากว่ามีครั้งต่อไปแล้วละก็.... ถ้าหากมีชีวิตใหม่แล้วละก็.... ฉันจะปกป้องลูกศิษย์ของฉันด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มี! ต่อให้แม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม! ก็ต้องปกป้องเอาไว้ให้ได้! ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม! ไม่ว่ามันจะมียศถาบรรดาศักดิ์ยิ่งใหญ่ขนาดไหนก็ตาม! ถ้ามันคิดที่จะมาทำร้ายลูกศิษย์ของฉัน ฉันจะฆ่าไอห่านั่นทิ้งอย่างไม่ใยดี!

เพื่อเป็นการชดใช้ในสิ่งที่ฉันทำไม่ได้ในชีวิตนี้ ฉันขอสัญญา....


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

181 ความคิดเห็น

  1. #175 โอ้มิสเตอร์~ (@Manato6456) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 19:29

    ดาร์กดีครับชอบๆ

    #175
    0
  2. #151 aodzii0099 (@aodzii0099) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 13:03
    งือ....เปิดมาเศร้าเลยตู

    ฮืออออออออออออ
    #151
    0