Re:Loli Alchemist Class โลลินักแปรธาตุ

ตอนที่ 5 : โลลิกับสกิลแปรธาตุที่ตื่นขึ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 752
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    1 มิ.ย. 61

         ฉันค่อยๆเริ่มที่จะได้สติขึ้นมาอย่างช้าๆ และค่อยๆลืมตาขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย ถึงจะรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆอยู่นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เท่าไหร่เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อตามตัวแล้ว

ฉันค่อยๆลุกขึ้นมานั่งช้าๆด้วยอาการสะลึมสะลือ โดยมีมือขวากุมศรีษะเอาไว้อยู่

ปวดจังเลยแหะ....

สติของฉันเริ่มกลับมาทำงานอย่างครบถ้วน ทำให้ประสาทสัมผัสทุกอณูรูขุมขนของฉันเริ่มที่จะส่งเสียงปวดร้าวออกมาอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตอนแรกก็เป็นกังวลอยู่หรอก ว่ามันจะทำให้ฉันขยับเนื้อขยับตัวได้สบายๆเหมือนเดิมรึเปล่า แต่พอเมื่อเวลาผ่านไปซักพัก ความเจ็บปวดเหล่านั้นก็ค่อยๆจางหายและเลือนลับหายไปในที่สุด

นี่มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยนะ....

ใช่แล้ว ฉันนึกว่าตัวฉันเองจะตายไปแล้วซะอีก กับการต่อสู้กับไอเจ้าแมงมุมนั่นเมื่อคืน จนถึงตอนนี้ความรู้สึกและภาพความทรงจำตอนต่อสู้กับมันก็ยังคงชัดแจ่มแจ้งอยู่เลย ฉันที่ต่อสู้กับมันจนถึงหยดสุดท้าย ก็ได้ฆ่ามันลงและชนะไปในที่สุด แต่สภาพของฉันก็ปางตายพอๆกัน ไม่มีทั้งยารักษา หรือการปฐมพยาบาลอะไรเลยทั้งสิ้น แต่ทำไมฉันถึงรอดมาได้กัน?

ฉันตรวจเช็คตามร่างกายของตนเองอย่างถี่ถ้วน พยายามหาจุดผิดปกติและหาร่องรอยของการต่อสู้เมื่อคืนนี้ แต่ว่า.... ไม่มีเลย ไม่มีร่องรอยอะไรเลยซักนิด

หายไปแล้ว....? หายไปอย่างสมบูรณ์ ทั้งบาดแผลฉกรรจ์ตรงช่วงท้อง ทั้งไหล่ซ้ายที่น่าจะถูกทำลายไปแล้ว และ.... มือขวาของฉัน ที่ถูกพิษจากเลือดของมันกัดกร่อนลงไปจนถึงกระดูก มันหายกลับไปเป็นปกติราวกับไม่เคยมีมาก่อน

ร่างกายของฉันยังคงผิวพรรณดูดีขาวใสผุดผ่องดั่งเช่นเดิมทุกอย่าง.... ก็น่าดีใจอยู่หรอก ที่ร่างกายสาวน้อยของฉันยังคงดูดีเหมือนเดิม และน่ารักเหมือนเดิม แต่นี่มันก็เหมือนกับว่า....

เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยน่ะสิ....?

แต่ถ้าจะบอกว่ามันคงเป็นแค่ความฝันละก็ ฉันคงจะขอส่ายหน้าปฏิเสธแรงๆเลยล่ะ เพราะซากศพของไอเจ้าแมงมุมนั่นยังคงกองอยู่ข้างๆฉันอยู่เลย แถมยังส่งกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพตลบอบอวนไปทั่วทั้งถ้ำอีกต่างหาก 

หลักฐานก็กองอยู่โต้งๆแบบนี้ มันจะไปเป็นความฝันได้ยังไงกันล่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้น่ะ.... ฉันรอดตายแล้วสินะ

ฟู่ว....

ฉันผ่อนลมหายใจออกราวกับปล่อยเรื่องหนักๆที่แบกอยู่บนบ่าลง ทำให้จิตใจของฉันในตอนนี้เต็มไปด้วยความโล่งอก

ถึงจะไม่รู้สาเหตุว่าทำไมฉันถึงรอดมาได้ แต่ก็นะ ฉันรอดล่ะ!

ดูเหมือนต่อจากนี้ฉันคงจะต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวขึ้นซักหน่อยแล้วสินะ และจะต้องไม่ลดการป้องกันลงอย่างเด็ดขาด ฉันจะคิดมันเอาไว้อยู่ในใจเสมอ ว่าโลกใบนี้มีภัยอันตรายที่ฉันไม่รู้จักอยู่รอบๆตัวเต็มไปหมด

ฉันจะต้องมีชีวิตรอด เพื่อทำตามเป้าหมายของฉัน และถ้าใครหรืออะไรคิดจะมาขวางทางฉัน ฉันจะถือว่ามันเป็น ศัตรู และฉันจะฆ่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่คิดตั้งตนเป็นศัตรูกับฉันให้สิ้นซาก และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ฉันจะไม่ทำให้ร่างกายสาวน้อยของฉันมีรอยแผลหรือบาดเจ็บแบบนั้นอีกเด็ดขาด! นี่ก็เพื่อตัวฉันเอง!

ในตอนที่ร่างกายของฉันเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย ในตอนนั้น ฉันก็รู้สึกปวดร้าวใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อารมณ์ประมาณว่า บังอาจมาทำให้ร่างกายของฉันมีแผลเรอะ! ตายเหอะเอ็ง! อารมณ์ประมาณนั้นเลยแหละนะ ฮะๆ

เพราะฉะนั้น ฉันจะไม่ทำให้มันเกิดขึ้นแบบเมื่อคืนนี้อีกแล้ว คงต้องรีบหาอาวุธและเครื่องป้องกันตัวให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ซะแล้วสิ แค่มีดสั้นเล่มเดียวคงยังไม่พอ

ฉันเดินไปดูสภาพของซากศพไอเจ้าแมงมุมตัวนั้น ที่ตอนนี้เริ่มจะค่อยๆละลายหายไปทีละนิดๆตามกาลเวลา มันออกจะดูคล้ายๆกับเกมส์ที่เคยเล่น ที่เมื่อมอนสเตอร์ถูกจัดการไปแล้ว มันก็จะสลายหายไปราวกับเป็นภาพโฮโลแกรม แต่นี่ออกจะแตกต่างนิดหน่อยตรงที่มันไม่หายไปในทันทีเหมือนกับในเกมส์ ฉันเดาว่าต้องรอให้สภาพศพของมันเน่าได้ที่เสียก่อน มันถึงจะหายไปอย่างสมบูรณ์

ก็แปลกดีนะ พอมาเห็นกับตาจริงๆด้วยตนเองแบบนี้

จากประสบการณ์การต่อสู้กับมันมา ทำให้ฉันรู้ว่า ความอันตรายของมอนสเตอร์จริงๆนั้น มันเป็นยังไง อย่าคิดแต่ว่ามันคงจะเหมือนในเกมส์อย่างนู้นอย่างนี้ เหมือนกับในโนเวลแบบนั้นแบบนี้ มัน...พวกมันน่ะ มีทั้งสติปัญญาที่ไม่ต่างอะไรไปจากพวกเราเลย มีการวางแผน มีการเตรียมการ และไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามหากไม่ใช่สถานการณ์ที่มันบังคับ

ไม่มีทั้งแพทเทิ้ลที่แน่นอนเหมือนกับในเกมส์ ไม่มีทั้งจำนวนเทิร์นของใครของมัน ไม่มีการรีรอให้พวกเราคิดหรือเตรียมการระหว่างต่อสู้ เป็นมอนสเตอร์ของแท้ที่คาดเดาได้ยากเลยแหละ

ถึงฉันจะเป็นมือสังหารก็จริง แต่ก็เป็นมือสังหารที่เคยฆ่าแต่คนอย่างเดียว ไม่เคยมีประสบการณ์ฆ่ามอนสเตอร์มาก่อนในชีวิต ก็แหง๋ล่ะ โลกของเรามันจะไปมีมอนสเตอร์อะไรแบบนี้ได้ยังไงกันล่ะ ถ้าฉันมีความรู้เกี่ยวกับพวกมันซักหน่อย ก็คงวางแผนและรับมือกับมันได้ แต่นี่ฉันไม่รู้อะไรเลยไง สภาพก็เลยปางตายอย่างที่เห็นเมื่อคืน

เอาล่ะ มาเข้าเรื่องของอาวุธกัน ฉันคิดว่าน่าจะสามารถหามาเพิ่มได้นะตอนนี้ เพราะตอนนั้นฉันใช้ขาของไอเจ้าแมงมุมนั่นอย่างกับใช้หอก ฉันคิดว่าน่าจะนำมันมาทำเป็นอาวุธได้ ทั้งมีความคงทนระดับที่มีดสั้นฟันไม่เข้า แถมยังไม่เป็นอะไรทั้งๆที่ถูกเคลือบไปด้วยเลือดที่เป็นพิษของไอเจ้าแมงมุมตัวนั้นอีก ถึงจะไม่แน่ใจว่ามันจะสลายหายไปหรือเปล่า แต่ก็มีแต่ต้องลองดูเท่านั้นแหละ

ฉันถอนหายใจเบาๆออกมา ถึงจะอยากถอนหายใจแรงก็เถอะ แต่การแสดงออกของสีหน้าของฉันมันตายด้านไปแล้วอ่ะ ไม่ว่าจะเป็นสีหน้ายิ้มแย้ม สีหน้าเศร้าโศกหรือตอนโกรธ ฉันต่างก็ไม่สามารถแสดงมันออกมาได้ มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว

นึกขึ้นแล้วก็รู้สึกหดหู่ชะมัด จับร่างกายตนเองเล่นให้สดชื่นขึ้นดีกว่า ฮุๆ~

วิ้ง....!

หือ? อะไรเนี่ย?

แต่หลังจากลูบไล้โลมเล้าร่างกายของตนเองเล่นไปมา ที่ฝ่ามือของฉันทั้งสองข้างก็เกิดเรืองแสงสีเขียวอ่อนๆออกมาเนืองๆ ทำให้ฉันรีบผละมือออกเลยทันที

ฉันยืนจ้องมองไปที่ฝ่ามือของตนเองอย่างระมัดระวัง

ผ่านไป 3 วินาที.... 4 วินาที.... กาลเวลาผ่านไปเรื่อยๆโดยที่ฉันยังคงจับจ้องที่ฝ่ามือตนเองอยู่อย่างนั้น

จนในที่สุดเวลาก็ได้ผ่านไปจนเกือบถึงนาที

ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย?

พอเห็นว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาเลยซักนิดฉันก็รู้สึกสับสนขึ้นมา แต่ยังไม่ทันให้หายสับสน แสงสีเขียวที่ฝ่ามือของฉันก็ได้จากหายไป สร้างความสับสนให้กับฉันยิ่งขึ้นไปอีก

อะไรละนั่------อุ๊ก!!!?

จู่ๆหัวของฉันก็ปวดจี๊ดขึ้นมาจนแทบจะระเบิด มันเจ็บมากจนทำให้สายตาฉันเริ่มเบลอ ความคิดของฉันภายในหัวต่างก็วิ่งวุ่นตีกันมั่วซั่วไปหมด ฉันล้มทรุดคุกเข่าลง พยายามประคองสติและใช้มือดันพื้นประคองร่างกายเอาไว้ไม่ให้ล้ม

ปวดโครตๆ! มันปวด....แต่ว่า!?

เหมือนกับมีบางอย่างแทรกแซงความทรงจำเข้ามา มันคืออะไร? ความรู้? เนื้อหาพวกนี้มันคืออะไรกัน.... ภาษา.... ภาษาที่ฉันไม่รู้จัก ตัวอักษร เวทย์มนต์.... เวทย์มนต์----!!?

ฟุบ---!!

และความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นก็หยุดลง หยุดลงดื้อๆเหมือนกับชักปักคอมพิวเตอร์ทิ้ง

แฮ่ก.... แฮ่ก.... อึก...!

มีเหงื่อเย็นๆไหลย้อยลงมาที่แก้ม หัวใจเต้นสั่นระรัวจนได้ยินเสียงดังฟังชัดเจน ฉันค่อยๆเอามือซ้ายปาดเหงื่อออก โดยมีมือขวากุมเอาไว้ที่อกซ้าย

สกิลการแปรธาตุ.... มันถูกเรียกว่าอย่างนั้น มันคือความสามารถที่สามารถเปลี่ยนแปลงสสารต่างๆของวัตถุและเปลี่ยนให้เป็นสิ่งที่ต้องการได้ ทั้งรูปร่าง ลักษณะ ปริมาณ น้ำหนัก ขนาด ความรู้เหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็น ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถใช้สกิลการแปรธาตุนี้ได้

แฮ่ก.... แฮ่ก....

บนโลกใบนี้ทุกคนล้วนอาศัยอยู่ได้ด้วยมานา มันคือสิ่งจำเป็นต่อพลังงานชีวิตและอายุขัย ซึ่งสามารถนำมันมาใช้ในการเรียกปรากฏการณ์สิ่งเหนือธรรมชาติที่ถูกเรียกว่า เวทย์มนต์ ให้ปรากฏขึ้นมาได้จากภาพในจินตนาการ ผ่านวงเวทย์แห่งรูน สมองแห่งภูมิปัญญา

อึก!.... บ้าจริง!

ซึ่งเวทย์มนต์เหล่านั้น แบ่งออกเป็น 3 สาย และ 7 ประเภทตามแต่ละธาตุที่เป็นองค์ประกอบของโลก

ไอความรู้พวกนี้....มันขึ้นมาไม่หยุด....

เวทย์มนต์สายโจมตี เวทย์มนต์สายสนับสนุน และเวทย์มนต์สายรักษา

ฉันค่อยๆลุกขึ้นยืนโดยมือกุมศรีษะเอาไว้อยู่

ธาตุแต่ละธาตุคือ ธาตุไฟ ธาตุน้ำ ธาตุดิน ธาตุลม ธาตุแสง ธาตุมืด และธาตุไร้แก่นสาร หรือ ไร้ธาตุ-----

และแล้วฉันก็ต้องมาพยายามอดทนกับความรู้ที่จู่ๆก็ถูกยัดเยียดเข้ามาเพราะอะไรซักอย่าง ฉันนั่งเอนตัวเอาหลังพิงผนังถ้ำ และมีสภาพหมดอาลัยตายอยาก เพราะความรู้ที่มากมายเกี่ยวกับโลกใบนี้มัน.... ยัดเยียดเข้ามาในครั้งเดียว.

ฮะๆ บ้าชะมัด บ้าที่สุด.... แค่สมองไม่ระเบิดออกก็ดีแค่ไหนแล้ว.... แล้วนี่สมองของฉันมันทนรับไหวด้วยเหรอเนี่ย? รู้สึกเหมือนจะภูมิใจแต่ก็ไม่เลยซักนิด

แต่ว่า....ทั้งๆที่มันเป็นความรู้ที่ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อนแท้ๆ แต่กลับให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด และเหมือนอย่างกับว่า....ฉันคุ้นชิน...กับมัน....

ฉันหันไปมองชิ้นส่วนขาของไอเจ้าแมงมุมตัวนั้นด้วยความคิดหลายๆอย่างในหัว มือที่กุมศรีษะเอาไว้อยู่ ค่อยๆยื่นเข้าไปหาและยกมันขึ้นมา

----วิเคราะห์

มันคือความสามารถส่วนหนึ่งของสกิลการแปรธาตุ ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลต่างๆของวัตถุหรือวัสดุนั้นๆได้ผ่านการสัมผัส

งั้นเหรอ....ไอเจ้าแมงมุมตัวนั้นคือมอนสเตอร์ที่มีชื่อว่า ไอชิลบาร์ นี่เอง และยังเป็นถึงราชาของเหล่าแมงมุมอีกด้วย นี่ฉันพึ่งจะสู้กับตัวอะไรแบบนั้นไปเหรอเนี่ย?

ผิวของมันโดยเฉพาะตรงส่วนขาเป็นดั่งเกราะหนาที่ทนของมีคมได้ในระดับหนึ่ง ทนพิษ และทนทานธาตุไฟได้มากเป็นพิเศษ

อืม....มาลองดูกัน ถึงจะมีความรู้ว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้าง และมันต้องใช้ยังไง แต่ฉันก็ไม่เคยใช้มันมาก่อนเลยซักครั้งในชีวิต เพราะไม่งั้นป่านนี้ ฉันคงไม่พลาดท่าในภารกิจนั้นหรอก

----ปรับสภาพ

ฝ่ามือของฉันมีแสงสีเขียวเรืองขึ้นมาอีกครั้ง และแสงนั้นก็ค่อยๆเคลือบย้อมไปที่ชิ้นส่วนขาของไอชิลบาร์ที่อยู่ในมือของฉัน มันส่องสว่างราวกับหลอดไฟหนึ่งหลอด

ฉันจินตนาการภาพและวาดโครงสร้างต่างๆขึ้นมาภายในหัว ลักษณะของมัน น้ำหนักที่พอดีมือ ความยาวที่ไม่ถือว่าสั้นหรือยาวมากจนเกินไป ส่วนประกอบต่างๆที่เชื่อมเข้าไว้ด้วยกัน

ซู้ม....!

แสงสว่างค่อยๆส่องแสงจ้าขึ้นเรื่อยๆและส่งเสียงแปลกๆที่ฟังดูไพเราะออกมาหนึ่งจังหวะ

ฮะๆ ล้อกันเล่นใช่มั้ยเนี่ย?

ในมือของฉันที่ถือชิ้นส่วนขาของไอชิลบาร์ก่อนหน้านี้ ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นกำลังถือมีดเล่มหนึ่งเอาไว้ในมือแทน ฉันรู้สึกสับสนนิดหน่อย เพราะจู่ๆมีดเล่มนี้ก็โผล่ขึ้นมาดื้อๆเฉยเลย และชิ้นส่วนขาของไอชิลบาร์ก็หายไปดื้อๆในเวลาเดียวกัน

ฉันควงมีดเล่มนั้นไปมาและพบว่ามันรู้สึกเหมาะมือดี ก่อนจะจับถือมันขึ้นมายื่นมองดูเหนือศรีษะ

----วิเคราะห์

มีดที่ทำขึ้นจากชิ้นส่วนของราชาแมงมุมไอชิลบาร์ มีความคมสูง และมีความทนทานต่อพิษกัดกร่อนและความร้อนสูง ใบมีดมีคุณสมบัติเป็นพิษกัดกร่อน เมื่อสัมผัสเข้ากับสิ่งมีชีวิต และสามารถพลางตัวให้กลมกลืนไปกับแสงได้

โอ้โห นี่มันไม่ใช่ว่าสุดยอดไปเลยหรอกเหรอ?

เอาล่ะต่อไปก็....

ฉันวางมีดเอาไว้ข้างๆลำตัวและวางทาบฝ่ามือเสมอกับพื้นดิน และในตอนนั้นเอง ที่ฝ่ามือของฉันก็เรืองแสงสีเขียวขึ้นมาอีกครั้ง

ครืน....ครืน....

เมื่อแสงสว่างจากฝ่ามือจางหายลงไปอีกรอบ พื้นดินตรงหน้าก็ก่อตัวขึ้นมาเป็นกำแพงดินที่มีขนาดความสูงประมาณเมตรกว่าๆ และมีความหนาประมาณ 10-12 เซ็น ตรงตามที่ฉันได้จินตนาการวาดเอาไว้ในหัวเป๊ะๆอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ให้ตายเหอะ ทำไมพลังบ้านี่ไม่มาให้เร็วกว่านี้วะเนี่ย ไม่งั้นฉันคงไม่ต้องมาลำบากลำบนจนสภาพปางตายแบบนั้นหรอก!

แต่ถึงจะดูเหมือนว่ามันสะดวกสบายยังไง แต่มันเองก็มีเงื่อนไขในการใช้งานอยู่ อย่างแรกเลย คือฉันจะต้องสัมผัสกับวัตถุหรือวัสดุนั้นๆเสียก่อน ถึงจะสามารถใช้การแปรธาตุได้

อย่างที่สอง ฉันจะต้องจินตนาการวาดแผนผังขึ้นมาในหัวได้อย่างแม่นยำทุกสัดส่วน หากพลาดอะไรไปมันก็จะล้มเหลวและทำให้เสียวัตถุหรือวัสดุนั้นๆไปเลยในทันที

เป็นการแปรธาตุที่ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ได้ยากจนทำไม่ได้ แต่ที่แน่ๆเลยก็คือ มันทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก! ยอมรับเลย ว่าฉันโครตจะตื่นเต้นเลยแหละ ก็คิดดูสิ การที่เป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาๆสามัญ.... เป็นเพียงแค่มือสังหารธรรมดาๆสามัญ แต่กลับสามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติแบบนี้ได้ มันก็ต้องตื่นเต้นอยู่แล้วจริงป่ะล่ะ?

แสดงว่าการต่อสู้ที่ผ่านมาเมื่อคืนไม่เพียงแต่เดิมพันด้วยชีวิตเท่านั้น แต่ยังทำให้ฉันได้รับวัตถุดิบชั้นดีมาอีกด้วย โครตคุ้มค่าเลยล่ะทีนี้

ฉันหยิบมีดขึ้นมาและเดินไปที่ซากศพของไอชิลบาร์อย่างรื่นเริง ก่อนจะบรรจงตัดขาของมันที่เหลืออยู่แต่ละข้างออกมา 

ฉันรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยตอนที่ใช้ใบมีดนั้นตัดผ่านเนื้อและผิวของมัน เพราะว่ามันไร้แรงต้านอย่างน่าเหลือเชื่อ ความคมนี้ทำเอาเนื้อเต้นเลยทีเดียว และฉันก็ชอบใช้มีดเป็นอาวุธหลักอยู่แล้วด้วย แจ่มเลยทีนี้

ฉันแปรธาตุสร้างมีดขึ้นมาอีกหลายเล่ม รวมๆแล้วก็นับได้ 8 เล่มด้วยกัน และใช้ชิ้นส่วนขาส่วนบนของมันที่เหลือมาทำเป็นซองเก็บมีดเอาไว้ที่ต้นขาซ้าย ถ้ามีกระจกตอนนี้ฉันก็คงจะดูเป็นสาวน้อยที่เท่ไม่หยอกเลยสินะ ถึงจะยังเปลือยเปล่าอยู่ก็เถอะ แต่ก็แก้ปัญหาเรื่องอาวุธได้แล้วตอนนี้

ต่อไปก็เรื่องเสื้อผ้าสินะ.... ฮุๆๆ นั่นสินะ มือสังหารที่ใช้การแปรธาตุได้งั้นเหรอ? 

ชุดโกธิคสีดำ.... อืม.... ใช่แล้ว ต้องชุดโกธิคสีดำเท่านั้น! เพราะมันเข้ากับเส้นผมสีดำและนัยน์ตาสีดำของฉันพอดี เอ่อ.... ใช่ๆ ต้องมีโบว์สีดำมามัดผมยาวๆนี่ด้วย แต่จะมัดส่งเดชก็ใช่เรื่อง เอาเป็นทรงโพนี่เทลนี่แหละน่าจะดี ทั้งดูเท่และก็น่ารัก สมแล้วที่เป็นตัวฉัน แค่จินตนาการถึงก็ทนความน่ารักนั่นไม่ไหวแล้ว

ดีจริงๆแหะ ที่การเล่นแต่งตัวกับลูกศิษย์เมื่อสมัยก่อนจะนำมาใช้ประโยชน์ในเวลาแบบนี้ได้

ก่อนอื่นก็ต้องตามหาวัตถุดิบสินะ การที่มันมีวิเคราะห์ของการแปรธาตุอยู่ด้วยเนี่ย มันช่วยฉันได้มากเลยทีเดียว จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร และนำไปทำอะไรได้บ้าง เมื่อตัดสินใจเรื่องที่จะทำวันนี้ได้แล้ว ฉันก็ออกเดินทางตามหาวัตถุดิบต่างๆมาแปรธาตุเป็นของใช้ต่างๆอย่างเสื้อผ้าหรือเตียงนอนอะไรแบบนั้นในทันที

แต่แล้วฉันก็ลืมเรื่องสำคัญไปหนึ่งอย่างเพราะมัวแต่เพลิดเพลินไปกับจินตนาการของตนเอง นั่นก็คือหากฉันใช้การแปรธาตุติดต่อกันเกินหลายๆครั้ง ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ร่างกายของฉันจะพังชั่วคราว.... หมายถึงขยับเขยื้อนไม่ได้ดั่งใจนึกเป็นเวลาระยะหนึ่งน่ะ

มันก็เลยทำให้ฉันเดินเบี้ยวโซซัดโซเซไปชนกำแพงถ้ำบ้างล่ะ ก้าวเท้าพลาดล้มหน้าคะมำบ้างล่ะ และก็วุ่นวายอยู่อย่างนั้นจนไม่เป็นอันทำอะไรซักที....

อึก....เจ็บอ่ะ....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

181 ความคิดเห็น

  1. #176 โอ้มิสเตอร์~ (@Manato6456) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 20:00

    น่าสงสารรร

    #176
    0
  2. #170 dakeink (@dakeink) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 20:18
    หน้าเอ็นดูแท้!!! พวกหมีถ้าเจ้าทำอะไรเด็กคนนี้ละก็.............เรียกข้าด้วยนะ 5555555!!!!!
    #170
    0