Re:Loli Alchemist Class โลลินักแปรธาตุ

ตอนที่ 7 : โลลิกับสาวน้อยแฟรี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    5 มิ.ย. 61

[ มุมมองของแฟรี่ตัวน้อย เฟรย่า ]

         ฉันมีชื่อว่า เฟรย่า ตัวฉันนั้นเป็นเพียงแค่แฟรี่ตัวน้อยๆตัวหนึ่งที่กำลังอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็น และในคืนนี้นั้นมันคือคืนแห่งความสงบ เป็นคืนที่จะไม่มีมอนสเตอร์ออกมาเดินเพ่นพ่านอยู่ตามป่า จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เหมาะแก่การออกไปเดินเล่น ชื่นชมไปกับแสงสีของเหล่าหมู่ดาว

“ ฮิๆ ฉันจะเอาเรื่องอะไรไปเล่าให้ท่านแม่ฟังดีนะสำหรับครั้งนี้~ ”

ฉันกล่าวออกมาอย่างรื่นเริง ในระหว่างทางที่เดินก็ฮัมเพลงประจำหมู่บ้านแฟรี่ไปด้วย

จริงสิ? ลองไปที่นั่นดูดีกว่า! ฉันยิ้มหัวเราะ ก่อนจะกระพือปีกและออกตัวบินพุ่งไปข้างหน้า สถานที่ที่ฉันจะไป มันคือสถานที่ที่ถูกเรียกได้ว่า มันเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับเกาะแห่งนี้ เป็นที่ที่ซึ่งหากย่างกายเข้าไปแล้ว การจะกลับออกมาแบบมีชีวิตนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากเลยทีเดียว

ถ้าหากเป็นคืนแห่งความสงบเช่นนี้ ฉันคิดว่ามอนสเตอร์ตัวนั้นคงจะไม่ออกมาจากถ้ำแน่ๆ ถึงจะเป็นสถานที่ต้องห้าม แต่ก็ดำรงอยู่ภายใต้กฏธรรมชาติของโลก ไม่มีใครฝืนธรรมชาติได้หรอกนะ นั่นคือสิ่งที่ท่านแม่มักจะบอกกับฉันเสมอ

มอนสเตอร์แห่งภัยพิบัติร้าย ไอชิลบาร์ ทุกๆครั้งที่มันปรากฏตัว เมื่อนั้นย่อมต้องมีเหยื่อสังเวย ด้วยพลังเวทย์ระดับมหาศาลที่สามารถทำลายพื้นที่แถบนี้ให้หายไปได้ในพริบตา มันจึงถูกเรียกว่า “ ราชา ” แห่งป่านี้

ฉันบินมาหลบที่หลังก้อนหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งใกล้ๆกับปากทางเข้าถ้ำ และค่อยๆชะเง้อหน้ามองออกไปสังเกตุดู ก็พบว่ามีแสงบางอย่างส่องสว่างอยู่ภายในถ้ำ มันคือแสงของไฟ.... ไฟงั้นเหรอ? ฉันจำไม่เห็นได้เลย ว่าไอชิลบาร์จะจุดไฟได้ด้วย?

ด้วยความสงสัยฉันจึงค่อยๆเดินย่องเข้าไปใกล้ๆ ทีละนิดและทีละนิด และทันใดนั้นเองแสงไฟนั้นก็ดับลง

อะไรน่ะ!? อะไร!? เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ? หรือว่าจะเป็นกับดัก....? นี่เป็นกับดักล่อให้ฉันเข้ามาอย่างงั้นเหรอ!? ม...ม...ไม่น่าจะใช่มั้ง....

“ แสงสว่างจากฝ่ามือข้า จงส่องสว่างและนำพา ปัดเป่าทุกความมืดมิด ย้อมราตรีให้ดั่งเช่นดวงตะวัน! [ ไลท์บอล ] ”

ฉันผสานมือเข้าด้วยกันและค่อยๆท่องบทร่ายเวทย์มนต์ออกมาเบาๆ มันคือเวทย์มนต์ธาตุแสงที่จะใช้ในการนำทางและส่องสว่างเหมือนกับคบเพลิง

วงเวทย์สีเหลืองทองวงเล็กๆค่อยๆปรากฏขึ้นมาที่ฝ่ามือของฉัน แต่แล้วมันก็ส่งเสียงร้าวขึ้นมา

กึก....เพล้ง!

ก่อนจะแตกออกเป็นเศษละอองเล็กๆ และจางหายไปในอากาศ อะไรน่ะ!!? เกิดอะไรขึ้น!?

ฉันพยายามร่ายเวทย์มนต์อยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผลเลยซักนิด ทุกครั้งที่วงเวทย์ปรากฏขึ้นมา ในเวลาไม่กี่วินาทีต่อมามันก็จะแตกออกและหายไป ราวกับมันกำลังถูกปฏิเสธ ราวกับถูกหักห้ามเอาไว้

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะเนี่ย!!!

ฉันตะโกนกู่ร้องขึ้นมาในใจด้วยความสับสน แต่ถึงมันจะใช้ไม่ได้ ฉันก็อยากจะรู้อยู่ดี ว่าแสงไฟนั่นมันมาจากอะไร.... และฉันก็ตัดสินใจที่จะเดินเข้าถ้ำไปลึกกว่าเดิมทั้งๆมืดๆโดยที่ไม่มีแสงนำทางอะไรเลย

ตุบ.... ตุบ....

เสียงก้าวเท้าแต่ละก้าวของฉันฟังดูน่ารักๆตามขนาดตัวที่เล็กของฉันเอง ฉันเอามือกุมอก พยายามหักห้ามหัวใจที่เต้นแรงสั่นระรัวนี้เอาไว้ และถ้าหากเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นมา ฉันก็จะใช้คริสตัลแฟรี่ที่ท่านแม่ให้มาวาร์ปกลับไปยังหมู่บ้านทันที ถึงมันจะเป็นของล้ำค่าที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

หลังจากเดินมาได้ซักพักหนึ่ง ฉันก็พบว่าภายในถ้ำแห่งนี้นั้น มันไม่มีอะไรอยู่เลย มันทั้งโล่งและเงียบสุดๆ ฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับความสามารถในการพลางตัวของไอชิลบาร์มาอยู่บ้าง แต่ถ้าจะถึงขนาดสามารถลบสัมผัสทั้งหมดออกไปได้แบบนี้.... สมแล้วที่เป็นถึงมอนสเตอร์ระดับภัยพิบัตินะคะเนี่ย

ฉันตัดสินใจกระพือปีกขึ้นบิน เพื่อที่จะได้สำรวจถ้ำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ดูเหมือนฉันจะคิดผิดไปหน่อย เพราะทันทีที่ฉันบินลึกเข้ามาในระดับหนึ่ง ฉันก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันและความรู้สึกเย็นยะเยือกจนทำให้ตัวฉันแข็งทื่อไปหมดขึ้นมาชั่ววูบ ในจังหวะนั้น ฉันมองเห็นความตายของตนเองได้อย่างชัดเจน....

“ ฮิ๊---!!!? อย่าทำร้ายฉันเลยนะค้าาาา---!!! ”

ด้วยความกลัว ฉันหลับตาปิดแน่นและเผลอกรีดร้องตะโกนออกไป ถึงแม้ว่าจะไม่แน่ใจว่าไอชิลบาร์จะฟังภาษาของเหล่าแฟรี่ออกรึเปล่าก็เถอะนะ แต่ฉันก็ตะโกนร้องขอชีวิตออกไปเสียแล้ว....

“ ฮึก..อุก....อ..อย่าทำร้ายฉันเลยนะคะ.... ”

ฉันค่อยๆเริ่มร้องไห้ออกมาและกอดร่างกายที่สั่นเทาของตนเองแน่น และทันใดนั้น แรงกดดันที่โหมกระหน่ำใส่เมื่อซักครู่และความรู้สึกเย็นยะเยือกที่ฉันรู้สึกได้ก็หายไป

เอ๋....? ฉันรู้สึกสับสนขึ้นมานิดหน่อยเมื่อแสงสว่างจากกองไฟกองหนึ่งถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง แสงนั่นส่องสว่างไปทั่วทั้งถ้ำ และเผยให้เห็น.... ผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตาที่ช่างงดงามและน่าหลงไหล เมื่อฉันมองไปที่ผิวพรรณสีขาวใสราวกับไม่เคยต้องแสงแดด และนัยน์ตาสีดำขุ่นที่ดูลึกลับและเต็มไปด้วยความพิศวงคู่นั้น ก็เหมือนกับว่าฉันได้ถูกต้องมนต์สะกดทำให้ลุ่มหลงไม่อาจจะละสายตาได้

สวยจัง....

นั่นคือสิ่งที่ฉันคิดขึ้นมาครั้งแรกที่ได้เห็นผู้หญิงคนนั้น แต่ทำไมถึงได้โป๊กันอยู่ล่ะค้า---!!? พอลองมองดูดีๆก็พบว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอะไรเลย ของประดับเองก็ไม่มีซักอย่าง 

ไม่สิ มีอยู่อย่างหนึ่ง แต่ฉันไม่แน่ใจว่าจะเรียกมันเป็นของประดับได้ไหม เพราะฉันไม่รู้จัก มันคืออะไรบางอย่างที่มีความคล้ายคลึงกับกระเป๋าใส่ของ และถูกติดเอาไว้ที่ขาข้างซ้าย

ด้วยความร้อนรนที่จู่ๆก็มาเห็นผู้หญิงคนนั้นโป๊เข้า ฉันจึงพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแก้ตัวออกไป แต่ก็โดนใบหน้าที่ร้อนผ่าวจนเป็นสีแดงด้วยความเขินอายบดบังการกระทำนั้นไป

ให้ตายสิเฟรย่า! ทำอะไรของเธออยู่กันคะเนี่ย! ฉันพูดติตัวเอง

แต่เอ๊ะ? เดี๋ยวก่อนสิ ถ้ำนี้มันเป็นที่อยู่อาศัยของมอนสเตอร์ระดับภัยพิบัติ ไอชิลบาร์ เลยเชียวนะ? ทำไมถึงมีผู้หญิงที่กำลังโป๊อยู่และไร้ซึ่งเครื่องป้องกันใดๆมาอยู่ในถ้ำนี้ได้ล่ะ?

ด้วยความสงสัยฉันจึงกำลังจะเอ่ยปากถามออกไป แต่ทันใดนั้นที่ข้างหลังของฉันที่เป็นทางเข้าและออกเพียงแห่งเดียวของถ้ำแห่งนี้ ก็ถูกขวางเอาไว้ด้วยกำแพงดินที่เคลื่อนตัวขึ้นมา

ผู้หญิงคนนั้นหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง และจ้องมองมาที่ฉัน พร้อมๆกับจ่อมีดในมือที่ส่งออร่าที่แสนจะน่ากลัวออกมาอยู่เนืองๆชี้มาทางฉัน

“ เหตุใดเจ้ายังนิ่งเงียบวาจาอยู่อีก? ไม่คิดจะเอ่ยปากบอกกันหน่อยรึ? ว่าเจ้ามีจุดประสงค์อันใดถึงมาหาเราในสถานที่แห่งนี้? ”

ช่างเป็นน้ำเสียงที่ฟังดูไพเราะและเต็มไปด้วยอำนาจ ฉันจึงเผลอพูดตอบโต้ออกไปโดยอัตโนมัติ

“ ข...ขอโทษด้วยค่ะ ฉันเพียงแค่ต้องการจะมาเดินเล่นและเข้ามาดูในถ้ำแห่งนี้เพื่อสำรวจ.... ”

หือ? นั่นมันรูปปั้นแกะสลักไม่ใช่เหรอคะนั่น?

ยังพูดไม่ทันจบ ฉันก็เหลือบไปเห็นรูปปั้นตัวหนึ่งที่ถูกตั้งเอาไว้อยู่ข้างหลังผู้หญิงคนนั้นด้วยหางตา และก็พบว่ามันมีรูปร่างหน้าตาและขนาดตัวเท่ากันกับเธอไม่มีผิดเพี้ยน

ท่านแม่เคยสอนฉันเอาไว้ว่า ส่วนใหญ่แล้วในหมู่ของสิ่งมีชีวิตทั้ง 37 เผ่าพันธ์ และอีก 122 เผ่าพันธ์ย่อย มักจะมีสิ่งที่ตนเชื่อและยึดถือมั่นบูชาในสิ่งนั้น พวกเขาจะมีศาสนาเป็นของตนเอง มีเทพที่ตนเองนับถือไม่เหมือนกัน แต่สิ่งๆหนึ่งที่เหมือนกันเลยก็คือ พวกเขาจะสร้างรูปปั้นแกะสลักรูปเหมือน ที่ใช้เป็นตัวแทนของเทพองค์นั้นๆ เพื่อให้ผู้คนได้รับรู้ และรู้จักเกี่ยวกับตัวตนของเทพองค์นั้น

อย่างพวกเรา เหล่าแฟรี่เองก็มีเทพที่พวกเรานับถือเช่นกัน “ ดูซีเรีย วิวิเรล ” นั่นคือชื่อของท่าน และยังเป็นราชินีแฟรี่รุ่นแรกสุดอีกด้วย จะเรียกว่าเป็นผู้ก่อตั้งเลยก็ว่าได้ ที่หมู่บ้านของฉันจะมีรูปปั้นแกะสลักรูปท่านตั้งอยู่ตรงใจกลางของน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ และฉันเดาว่ารูปปั้นนี้เองก็คงจะเป็นเหมือนกัน

เพราะการแกะสลักรูปปั้นเป็นสิ่งที่ทำพ่ำเพรื่อไม่ได้อย่างเด็ดขาด

อุหว๋าๆๆๆ นี่ฉันได้มาเจอกับเทพตัวจริงเสียงจริงเลยเหรอคะเนี่ย!? ต...แต่ว่า ทำไมท่านเทพถึงได้มาอยู่ที่นี่กันละคะ!

เพราะเหตุนั้นมันจึงทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก เพราะฉันไม่เคยรู้จักเทพองค์อื่นนอกจากท่านดูซีเรียเลยซักนิด! ไม่น่าหลับบ่อยในวิชาประวัติศาสตร์เลยตัวฉัน! งั้นนี่ก็แสดงว่าถ้ำนี้เป็นวิหารของท่านเทพ และมีไอชิลบาร์เป็นผู้พิทักษ์วิหารสินะคะ!

ล...แล้วท่านเทพตรงหน้าฉันเป็นเทพที่ดีหรือไม่ดีกันคะ....? ม..ไม่ไหว ไม่กล้าถามออกไปเลย!

“ ชักช้ามากเลยนะเจ้าน่ะ การตอบคำถามของเรามันยากถึงเพียงนั้นเลยหรือ? ”

จ้องเขม็งมาแล้วค่า----!!! ถึงสีหน้าของท่านเทพฉันจะมองไม่ออกว่ารู้สึกอะไรอยู่ก็เถอะ แต่ฟังจากรูปประโยคคำพูดแล้ว ดูเหมือนกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่เลยค่า----!!!

“ ขอโทษ...ไม่สิ ขออภัยอย่างสูงค่ะ! ค..คือฉันเพียงแค่ออกมาเดินเล่นยามค่ำคืน และก็เห็นแสงไฟในถ้ำนี้เข้า ก็เลยเกิดสนใจและเข้ามาดูนี่แหละค่ะ! ”

ฟู่ว....

ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดฉันก็พูดมันออกไปแล้ว ถึงมันจะเป็นประโยคฟังดูเข้าใจง่าย แต่มันต้องใช้ความพยายามมากเลยนะรู้ไหม?

“ สรุปก็คือ เจ้าแค่เข้ามาที่นี่โดยบังเอิญเช่นนั้นรึ? ”

ท่านเทพพยักหน้าเหมือนยอมรับในคำตอบของฉันและลดมือที่ถือมีดอะไรบางอย่างลง นั่นคงจะเป็นอาวุธเทพสินะคะ? แต่ยังไงก็เถอะ ดูเหมือนฉันจะรอดไปได้ในระดับหนึ่งแล้วสินะคะเนี่ย....

“ เราก็แค่เพียงต้องการแน่ใจอะไรบางอย่าง เพราะไม่อาจไว้ใจบุคคลแปลกหน้าได้น่ะ ”

เพื่อป้องกันไม่ให้รูปปั้นของตนถูกทำลายสินะคะ คล้ายๆกับที่พวกเราเหล่าแฟรี่ช่วยกันปกป้องรูปปั้นของท่านดูซีเรียจากพวกมอนสเตอร์เลย เพราะถ้าขาดรูปปั้นไป ถึงจะเป็นเวลาเพียงชั่วครู่ พรศักดิ์สิทธิ์ที่มอบให้แก่ผู้ที่นับถือตนก็จะหายไป จะเรียกว่ารูปปั้นเป็นสื่อกลางของพลังก็ว่าได้

“ ล...แล้วไอชิลบาร์ที่เป็นมอนสเตอร์พิทักษ์วิหารของท่านอยู่ที่ไหนกันเหรอคะ? ”

ฉันถามออกไปด้วยความสงสัย เพราะฉันไม่เห็นมันเลยซักนิด ท่านเทพที่ได้ยินคำถามของฉันก็ส่งเสียง “ อืม.... ” ลากยาวออกมา ก่อนจะตอบด้วยท่าทีที่หมือนกับไม่อยากจะพูดถึงมันซักเท่าไหร่

“ เรา [ ฆ่า ] มันไปแล้วน่ะ เพราะมันได้ริบังอาจมาตั้งตนเป็นศัตรู ความตายจึงเหมาะสมแล้วที่เราจะมอบให้ ”

ท่านเทพว่ามาแบบนั้น ก่อนจะควงมีดในมืออย่างชำนาญ และเก็บใส่ เอ่อ....กระเป๋าเก็บมีด? ฉันไม่รู้จักอ่ะ เลยไม่รู้ว่าจะเรียกมันยังไงดี แต่ยังไงก็เถอะ ท่านเทพเท่มากเลยค่า!!

ผู้พิทักษ์ของตนกลับคิดเป็นศัตรูกับตน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมท่านเทพถึงได้สังหารฆ่าไอชิลบาร์ทิ้ง....

“ หญิงสาวตัวน้อยแห่งเหล่าแฟรี่เอ๋ย ตัวเจ้านั้นมีนามว่าอะไร? ”

ท่านเทพถามฉันพลางเดินไปถอดหูจิ้งจอกบนรูปปั้นของตนเองขึ้นมาสวมใส่ อ..เอ๋? ถอดได้ด้วยเหรอ?

ฉันยืนตะลึงอยู่หน่อยๆ ก่อนจะตอบคำถามของท่านเทพ

“ เฟรย่าค่ะ ฉันมีชื่อว่า เฟรย่า แล้วท่านล่ะคะ? ”

“ ชื่อของเรางั้นรึ? ”

“ อ๊ะ อ..เอ่อ....ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นอะไรค่ะ ”

ฉันไม่อยากจะให้เป็นการรบกวนอะไรมาก ถึงจะไม่รู้ชื่อก็ไม่เป็นอะไร เพราะฉันไม่อยากจะมีจุดจบแบบเดียวกันกับไอชิลบาร์หรอกนะคะ!

แต่ว่าท่านเทพกลับหันมาจ้องมองฉัน จ้องมองมาที่นัยน์ตาของฉันราวกับจะสลักคำพูดของตนลงไปในนั้นไม่ให้หายไปไหน ท่านเผยรอยยิ้มที่ฉันไม่คิดว่าจะเป็นรอยยิ้มที่สวยงามมากมายถึงขนาดนี้ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ฉันหลงเสน่ห์ของท่านไปอย่างสมบูรณ์.... เป็นรอยยิ้มของผู้ใหญ่และเต็มไปด้วยเสน่ห์ในแบบของผู้ใหญ่ สมแล้วล่ะค่ะที่เป็นท่านเทพที่น่าจะอยู่มาอย่างยาวนาน

“ เรามีนามว่า ช็อคโกล่า ถึงจะเป็นนามของของหวาน แต่เส้นผมและนัยน์ตาของเราที่เป็นสีดำดั่งเช่นช็อคโกแล็ตสีเข้มข้น ไม่คิดว่ามันเข้ากันหรอกหรือ? ”

ฉันพยักหน้าให้กับความเห็นของท่านเทพ.... ท่านช็อคโกล่า เพราะช็อคโกแล็ตถึงมันจะมีสีที่ดูขุ่นมัวไปในทางโทนมืด แต่มันก็ให้รสชาติที่หวานอร่อยและละมุน เหมือนกับท่านช็อคโกล่าที่ดูภายนอกแล้วช่างน่ากลัว.... หมายถึงช่วงแรกๆนะคะ! แต่พอลองมองดูดีๆกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด และช็อคโกแล็ตก็ยังเป็นของหวานที่ดูลึกลับและน่าลิ้มลอง แต่พอลองได้ครั้งหนึ่งก็จะลุ่มหลงไปกับมัน เหมือนกับรอยยิ้มของท่านช็อคโกล่า ที่ได้เห็นเพียงแค่ซักครั้งก็ลุ่มหลงไปกับมันเสียแล้ว....

อุ.... สลัดรอยยิ้มของท่านช็อคโกล่าออกจากหัวไม่ได้เลยอ่ะ

อ..เอ่อ.... ท่านช็อคโกล่าคะ ถ้าไม่รังเกียจ.... มาคุยเล่นด้วยกันไหมคะ?

นั่นคือคำพูดของฉันที่กำลังจะเปล่งเสียงพูดออกไป  แต่ว่าก็ถูกขัดขึ้นมาด้วยเสียงของท่านแม่ที่ดังขึ้นมาในหัวด้วยความสามารถของแฟรี่ที่เป็นสายเลือดเดียวกัน ที่สามารถสื่อสารถึงกันภายในห้วงความคิดได้

‘ เฟรย่า! ตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน! ’

อ๊ะ? เอะ ท่านแม่ มีอะไรงั้นเหรอคะ?

เสียงของท่านแม่ฟังดูกระวนกระวายและตื่นตูมแปลกๆ

‘ ฟู่....ดูเหมือนว่าลูกจะปลอดภัยสินะ ’

ค่ะ และก็นะท่านแม่ หนูเจอเรื่องที่จะไปเล่าให้ฟังแล้วค่ะ! หนูมั่นใจว่าจะต้องทำให้ท่านแม่ตกใจอ้าปากค้างได้แน่ๆ

‘ นี่มันใช่เวลาที่ไหน! ’

เอ๋?

‘ เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว รีบกลับมาที่หมู่บ้านเร็ว! ’

ก....เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอคะ!?

‘ มีกองทัพก็อบลินบุกเข้ามา พวกมันมีจำนวนเยอะมากและคิดว่าคงจะต้านเอาไว้ได้อีกไม่นาน พวกเราต้องรีบอพยพแล้วล่ะ! ’

แต่นี่มันคืนแห่งความสงบนะคะ! ก็อบลินมันไม่น่าจะยกทัพเข้ามาโจมตีหมู่บ้านของเราได้นี่คะท่านแม่?

ใช่แล้ว คืนนี้มันคือคืนแห่งความสงบ การที่มอนสเตอร์จำพวกหนึ่งจะยกกองทัพมาโจมตีมันเป็นไปไม่ได้เลย แล้วที่สำคัญทำไมถึงต้องเป็นหมู่บ้านของฉันด้วยล่ะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฉันไม่เข้าใจ!

‘ เรื่องนั้นแม่จะเล่าให้ลูกฟังเอง แต่อย่างแรกลูกต้องรีบกลับมาที่หมู่บ้านก่อน เข้าใจใช่ไหมเฟรย่า? ’

เข้าใจแล้วค่ะ!

ฉันตอบกลับท่านแม่ไปก่อนที่เสียงของท่านแม่จะเงียบสนิทไม่ดังขึ้นมาอีกเลย คงจะตัดขาดการติดต่อกับฉันไปแล้ว 

แต่ว่าฉันไม่อยากจะอพยพไปอยู่ที่อื่นนี่ ฉันอยากจะอยู่ในที่ที่ฉันเกิด อยากอยู่ในที่ที่ถูกเรียกว่าบ้านอย่างแท้จริง ไม่ใช่บ้านหลังที่สองหรือหลังที่สาม แต่เป็นบ้านหลังแรกสุดที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง

อ๊ะ จริงสิ!? ฉันยังมีท่านช็อคโกล่าอยู่นี่นา ถ้าลองขอร้องท่านดูท่านน่าจะช่วยอะไรได้บ้าง

ฉันจึงหันไปหาท่านช็อคโกล่าที่กำลังจับหูจิ้งจอกของตนเองเล่นอยู่

“ ท่านช็อคโกล่าคะ คือว่าฉัน---- ”

แต่คำพูดของฉันก็ถูกขัดขึ้นมาด้วยคำพูดของท่านช็อคโกล่าที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและทรงอำนาจ

“ ขอปฏิเสธ ”

“ เอ๋!? แต่ฉันยังพูดไม่หมดเลยนะคะ!? ”

ฉันส่งเสียงร้องตกตะลึงให้กับคำปฏิเสธของท่านช็อคโกล่าที่ตอบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ จู่ๆเจ้าก็หยุดสนทนากับเรา และหันไปทำสีหน้าตรึงเครียดคนเดียวอยู่แบบนั้น ต่อให้ไม่เป็นเราก็มองออกอยู่ดีว่ามันเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นมา หรือว่าไม่ใช่กันล่ะ หืม? ”

“ ใช่ค่ะ.... ”

“ นั่นเป็นเรื่องของเจ้า มิใช่ของเรา และมิได้เกี่ยวของใดๆกับเราเลยแม้แต่หนึ่งตารางมิลลิเมตร เพราะฉะนั้นเราจึงได้บอกยังไงล่ะ ว่า ขอปฏิเสธ ”

เป็นคำตอบที่ฟังดูไร้เยื่อใยและเป็นคนที่ไม่เห็นแก่ผู้อื่นเป็นที่สุด แต่มันก็ตรงตามที่ท่านช็อคโกล่ากล่าวมาทุกอย่าง นี่เป็นเรื่องของพวกเรา เหล่าแฟรี่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับท่านช็อคโกล่าที่เป็นเทพเลยแม้แต่น้อย

แต่ว่า.... แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น....

“ ตัดใจเสียเถอะ อย่าได้คิดให้เสียเวลาเลย เรากับเจ้าไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆต่อกัน เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญมาพบกันและสนทนากันเพียงแค่สั้นๆ ”

ท่านช็อคโกล่ากล่าวพลางจ้องมองมาที่ฉัน และแรงกดดันกับความรู้สึกเย็นยะเยือกก็แผ่ออกมาจากนัยน์ตาสีดำขุ่นคู่นั้นโหมกระหน่ำราวกับพายุเข้าถาโถมสู่ร่างกายของฉันจนตัวสั่นแข็งทื่อไปหมด

“ การที่เจ้าไม่ถูกเราฆ่าตายไปตั้งแต่แรกก็ถือว่านั่นเป็นความเมตตาจากเรามากแล้ว ยังจะต้องเรียกร้องสิ่งใดอื่นอยู่อีก? ”

“ .... ”

“ ถ้าจะโทษก็โทษตัวเจ้าที่อ่อนแอเองเสียเถอะ ”

ฉันรู้.... ฉันรู้ดีว่าพวกเราเหล่าแฟรี่นั้นอ่อนแอ.... ไม่สิ ฉันรู้ว่าตนเองนั้นอ่อนแอมากแค่ไหน ไร้พลังและต่อสู้ไม่เป็น ทำได้แต่เพียงหนีและหลบซ่อนอยู่เรื่อยมา และรู้ว่าท่านช็อคโกล่านั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหน ถึงจะเป็นเพียงแค่การคาดเดา แต่กองทัพก็อบลินไม่ใช่ศัตรูที่ทำให้ท่านช็อคโกล่าต้องออกแรงมากเลยซักนิด แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่ใช่พวกที่คิดจะยอมอะไรง่ายๆ ถ้าคิดจะทำก็ต้องทำให้ถึงที่สุด ถ้าพยายามมากถึงขนาดนั้นยังไม่สำเร็จผล ก็แค่ต้องพยายามให้มากขึ้นกว่าเดิม!

ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของท่านช็อคโกล่า

“ แร่และวัตถุดิบ.... ”

“ หืม? ”

“ ถึงพวกเราจะไม่มีสมบัติเงินทองก็จริง แต่ถ้าหากท่านช่วยพวกเรา พวกเราจะตอบแทนท่านด้วยแร่และวัตถุดิบทุกอย่างที่พวกเรามี ท่านจะเอาไปมากเท่าไหร่ก็ได้แล้วแต่ที่ท่านต้องการ ”

“ โห.... น่าสนใจดีนี่ คิดจะต่อรองกับเรางั้นรึ? ”

ท่านช็อคโกล่าเอามือเท้าคางหรี่ตาลงครึ่งหนึ่งมองมาที่ฉัน ถึงสีหน้าจะยังคงเหมือนเดิม แต่แรงกดดันกับความรู้สึกเย็นยะเยือกมันหายไปแล้ว ฉันคงมาถูกทางสินะ มันเหมือนกับท่านช็อคโกล่ากำลังรอฉันอยู่เลย รอคำพูดของฉัน....

“ แล้วเราจะเอาแร่กับวัตถุดิบไปทำอะไรงั้นรึ? มันจะทำให้เราได้ประโยชน์จากตรงส่วนไหนกัน? ”

“ อ..เอ่อ....เรื่องนั้น.... อย่างเช่นเสื้อผ้าละมั้งคะ? ”

ที่ฉันใช้เรื่องเสื้อผ้ายกขึ้นมาเป็นคำตอบ ก็เพราะว่าตอนนี้น่ะท่านช็อคโกล่าไม่ได้สวมเสื้อผ้าอะไรอยู่เลย และฉันก็สังเกตุเห็นอยู่หลายครั้ง ว่าท่านช็อคโกล่ามักจะมองไปที่เสื้อผ้าของรูปปั้นตนเอง

“ พวกเราจะทำเสื้อผ้ามอบให้ท่านตามที่ท่านต้องการ ”

“ ไม่ว่าแบบไหน? ”

“ ไม่ว่าแบบไหนก็ตามค่ะ! ”

“ ดูเหมือนว่าเจ้าจะโชคดีที่ตอบโจทย์ได้ตรงตามที่เราต้องการพอดิบพอดีเลยนะ ”

“ ถ้าอย่างนั้น....!? ”

“ ไม่เสียแรงที่แสดงมาจนถึงเพียงนี้ ”

“ เอ๋....? ”

ท่านช็อคโกล่าลุกขึ้นพลางเคลื่อนกำแพงดินที่ขวางทางเข้าออกของถ้ำลง

ครืน....ครืน....

เสียงกำแพงดินยุบลงกลับสู่พื้นดินดังออกมาจนทำให้เสียงก้องกังวานไปทั่วทั้งถ้ำ พร้อมๆกับท่านช็อคโกล่าที่เดินมาลูบหัวของฉันด้วยฝ่ามือที่แสนอ่อนโยนและกล่าวออกมาเบาๆ

“ ผู้ใดตั้งตนเป็นศัตรูกับเรา เราจะฆ่ามันให้สิ้น แต่กลับกัน หากผู้ใดตั้งตนเป็นมิตรกับเรา เราก็จะเป็นมิตรที่ดียิ่งกว่าตอบแทนกลับไป ”

ท่านกล่าวเช่นนั้น ก่อนจะเดินนำหน้าออกจากถ้ำไป ฉันมองดูแผ่นหลังของท่านช็อคโกล่าและยืนงงอยู่คนเดียวภายในถ้ำตรงนั้น

ที่ท่านช็อคโกล่าพูดออกมามันหมายความว่ายังไงกัน? แสดง? จะบอกว่านั่นมันคือการแสดงของท่านช็อคโกล่าอย่างงั้นเหรอ?

“ รีบขยับก้นลุกขึ้นมาได้แล้ว ไม่ใช่ว่าเจ้ารีบอยู่หรอกรึ? ”

ท่านช็อคโกล่า.... อย่างที่คิด ฉันน่ะ หลงเสน่ห์ของท่านช็อคโกล่าเข้าให้แล้วล่ะ! 

ฉันยิ้มแก้มปริ่มและกระพือปีกบินตามหลังท่านช็อคโกล่าออกไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

181 ความคิดเห็น

  1. #132 MrQm (@MrQm) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 10:54

    ดูมีอำนาจดีนะแต่…ติดคุณเธอยังล่อนจ้อนอยู่

    #132
    0
  2. #12 Rucio (@Rucio) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 12:41
    คำพูดดูเท่นะ แต่สภาพล่อนจ้อนแบบนั้นมันลดความเท่ลง50%เลยล่ะ555
    #12
    1
    • #12-1 NVThaiRS2018 (@NVThaiRS2018) (จากตอนที่ 7)
      5 มิถุนายน 2561 / 13:22
      อย่าว่าช็อคโกล่าแบบนั้นสิฮะ! 555+
      #12-1
  3. วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 09:07
    แล้วเสื้อผ้าละใส่ยัง~~
    #11
    0