หึ! เกมจีบหนุ่มน่ะเหรอ? เเล้วไงล่ะทำไมตัวประกอบอย่างฉันจะเด่นไม่ได้ล่ะ!

ตอนที่ 53 : Route:Four ชะตากรรมลิขิต (9)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 827
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    23 มี.ค. 62

ณ สนามทดสอบ

 

"พวกเธอพักผ่อนเพียงพอกันเเล้วสินะ น่าอืจฉาจัง ฉันพักได้เเค่ 10 นาทีเอง พราะต้องทกสอบห้องอื่นนอกจากห้องพวกเธอด้วย ปีหน้าขอผ่านดีไหมนะ..."

ผม ลิเลีย เเละคนในห้องออกมายืนตั้งเเถวเหมือนเดิม เมื่อพวกเรามาถึงเธอก็เปิดประเด็นระบายสิ่งที่คิด โดยที่มีนักเรียนห้อง A เป็นคนฟังอย่างไม่เต็มใจ

 

"ช่างเถอะ ปีหน้าค่อยคิดอีกทีเเล้วกัน ชารอตช่วยอธิบายกฎให้ที ตอนนี้ฉันเหนื่อยเเล้ว"

"ค่ะ ศาสตราจารย์"

(คุณพี่สาวจะทอดใจเร็วเกินไปไหมคร้าบ)

ผมเห็นท่าทางเอาเเต่ใจของเธอเเล้ว เส้นเลือดก็ขึ้นสมองเลย คนที่ดูเป็นผู้ใหญ่ เเละรับผิดชอบ ตอนนี้กลับเป็นเด็กเห็นเเก่ตัวไปซะอย่างงั้น

 

(โลกนี้เดาทางไม่ได้จริงๆ โดยเฉพาะตัวละครผู้หญิง)

คิดเเล้วผมก็ปวดหัว บุคลิกตัวละครในโลกเเห่งนี้ล้วนคาดเดายาก ยิ่งเป็นเพศหญิงที่ไม่มีคลังข้อมูลในเกมส์ที่ได้เล่น ทำให้ผมต้องบันทึกข้อมูลเพิ่มเติมลงในสมอง

 

(จบการทดสอบนี้ ไปหาสมุดมาจดดีกว่า)

ถ้าผมเลิกโรงเรียนเมื่อไหร่ ผมคิดว่าจะไปหาหนังสือสักเล่มมาจดจำข้อมูลที่จำเป็นไว้ เหมือนกับโลกก่อนที่เคยจดหนังสือจำนิสัยตัวละครเอก เพื่อหาวิธีจีบให้ติด เเละจะได้จบเกมส์ได้สักที

 

"ฉันจะเริ่มอธิบายกฎให้ฟัง กรุณาตั้งใจฟังด้วยนะคะ การทดสอบวัดอนุภาพทำลายล้างของเวทย์มนต์นั้นเป็นการทดสอบที่มาความยากมากที่สุดในบรรดาการทดสอบทั้งหมดคะ ทุกคนเห็นท่านคณะกรรมการที่อยู่ในสนามไหมคะ"

ชารอตชี้ไปยังเต้นท์สีขาวเต้นท์หนึ่งที่ตั้งอยู่ขอบสนาม ภายในเต้นท์มีคุณครูหน้าเดิมจากการทดสอบวัดทักษะว่ายน้ำทั้งหมด ไม่มีคุณครูหน้าใหม่เเม้เเต่น้อย

 

"อย่างที่ทุกคนเห็น ทุกท่านล้วนเป็นกรรมการชุดเดิมที่มีความสามารถระดับเเนวหน้าของอาณาจักร ดังนั้นจึงจะทำการทดสอบนี้ด้วยคะ"

(มีอาจารย์กัสด้วยเเหะ)

อาจารย์ตัวผอมใส่เเว่นผู้มีมาดเข้มขรึม อาจารย์ประจำห้อง A ของผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ จากวีรกรรมโอเวอร์เเอคติ้งของเขา ทำให้ผมจำเข้าได้อย่างดี

 

(หวังว่าจะไม่เวอร์เหมือนครั้งที่เเล้วนะ)

รอยนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอาจราย์กัสจะโอเวอร์เเอคติ้งไหม เเตถ้าเป็นไปได้ ผมขอให้เขาเป็นคนที่สงบเรียบร้อยดีกว่าไปเป็นนักพากย์หางยาวที่บรรยายการเเข่งอย่างดุเดือดเผ็ดร้อน

 

"ถ้างั้นเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาคนเเรกขอเริ่มจาก--"

"เอเทียร์ ลิเลีย เธอออกมาคนเเรกเลย"

ในขณะที่ชารอตกำลังพูด คุณพี่สาวเมอร์ลินก็เข้ามาขัด เธอเสนอชื่อลิเลียเป็นคนรับการทดสอบคนเเรก เมื่อผมได้ยินก็ประหลาดใจทันที

 

(เปิดมาก็เล่นของเเรงเลยเหรอ)

ไม่นึกว่าเธอจะเลือกตัวเก่งอย่างลิเลียออกมาเป็นตัวอย่างก่อน เธอคงอยากดูความเก่งระดับตัวโกงของลิเลียก็เป็นเเน่

 

"คุณโนวมอล ศาสตราจารย์เรียกฉันเเล้ว งั้นฉันไปก่อนนะคะ"

"โชคดีเเล้วกัน"

ลิเลียที่อยูข้างผมในเเถวหลังสุด โบกมือยิ้มน่ารักให้ผม ก่อนที่เธฮจะเดินช้าๆ ออกไปหาคุณพี่สาวเมอร์ลินที่อยู่ข้างหน้า

 

"มาเเล้วเหรอ เอเทียร์ ลิเลีย"

"คะ เเต่ศาสตราจารย์ไม่ต้องเรียกชื่อเต็มฉันก็ได้คะ เรียกฉันว่าลิเลียก็ได้คะ"

"ตกลง ลิเลีย เธอช่วยไปยืนตรงนั้นได้ไหม"

"ค่ะ"

ลิเลียนั้นไม่เเสดงความหยิ่งเเม้เเต่น้อย เธอให้คุณพี่สาวเรียกชื่อจริงเธอโดยไม่ถือถิติใดๆ ทำให้คุณพี่สาวมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน ความใสซื่ออย่างเธอทำให้เธอสร้างมิตรกับคุณพี่สาวเมอร์ลินได้อย่างสบายใจ

 

     เมื่อลิเลียไปยืนกลางสนามทดสอบ คณะกรรมการคนหนึ่งก็เเสดงอาการเเปลกๆ ซึ่งเขาก็คืออาจารย์กัส เขายกมือขึ้นทันทีเมื่อลิเลียเขามายืนนิ่งกลางสนาม

 

"อืม เธอใช่เอเทียร์ ลิเลียจากห้องฉันหรือเปล่า"

"ใช่ค่ะ ฉันคือเอเทียร์ ลิเลียเองค่ะ เรียกว่าลิเลียก็ได้นะคะ"

"งั้นเหรอ ขอไม่เกรงใจล่ะนะ ลิเลีย ฉันได้ยินข่าวว่าเธอมีเเก่นเเท้เวทมนตร์ นั้นเป็นเรื่องจริงใช่ไหม"

"ใช่เเล้วคะ ฉันมีเเก่นเเท้เวทมนตร์ธาตุเเสงตั้งเเต่เกิด เเละจนถึงตอนนี้ก็ใช้เวทมนตร์ธาตุเเสงได้อย่างเชี่ยวชาญเเล้วคะ"

"งั้นเรอะ ฉันจะตั้งตารอดูนะ หวังว่ามันจะช่วยเพิ่มคะเเนนเธอจากตอนว่ายน้ำได้นะ"

"เรื่องนั้นอย่าพูดถึงมันดีกว่าคะ คิดเเล้วมันก็น่าอายคะ..."

"นั้นสินะ เอาเป็นว่าเริ่มการทดสอบกันดีกว่า"

ลิเลียทำสีหน้ากังวลเมื่อาจารย์กัสพูดจี้ตรงจุด ส่วนผมก็เเอบขำในเเถวเหมือนกัน เเต่ก็พยายามปิดปากไว้เพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจมากนัก

 

(จะว่าไปยัยนี้ก็ได้คะเเนนต่ำเลี้ยดินนี่เนอะ)

ผมยังไม่หยุดเเอบขำ เพราะเมื่อย้อนนึกไป ในเเต่ละการทดสอบลิเลียจะได้คะเเนนขั้นต่ำเกือยทุกอย่าง โดยเฉพาะตอนที่เธอทดสอบว่ายน้ำ เธอว่ายได้ช้ามากจนเกือบจมน้ำ เเต่ก็พอถูไทรอดมาได้ถึงฝัง

 

"กำเเพงที่เธอเห็นอยู่ด้านหน้าเป็นประตูที่มีคุณสมบัติต้านเวทมนตร์ระดับสูง โดยสร้างจากหินอามาไดซ์ซึ่งเป็นหินที่ต้านทานเวทมนตร์ได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา สิ่งที่เธอต้องทำคืออักเวทมนตร์ใส่มันให้ได้เเรงที่สุด พวกเราจะเป็นคนตัดสินคะเเนนให้เอง"

ข้างหน้าลิเลียมีกำเเพงสีดำขนาดใหญ่ที่ไม่มีวันพังทลายได้ง่ายๆ มันคืออุปกรณ์ทดสอบที่สร้างขึ้น เพื่อปราบพวกที่มีพลังเวทย์ล้นเดินคน เช่นลิเลีย

 

"อืม เริ่มได้เลยไหมคะ"

"เริ่มเลย"

"งั้นจะเริ่มเเล้วนะคะ"

เมื่อลิเลียกับอาจารย์กัสพูดคุยกันเสร็จ การทดสอบก็เริ่มต้นขึ้น ลิเลียชูมืขวาของเธอไปด้านหน้า เเสงสว่างล้อมรอบตัวเธอเหมือนออร่า 

 

"เทพธิดาเเห่งเเสงเอ๋ย ได้โปรดเป็นพลังให้ฉันด้วยเถอะคะ"

เมื่อสิ้นสุดการร่าย ลูกบอลเเห่งเเสงก็เกิดขึ้น ตอนเเรกนั้นมันมีรูปร่างเล็กขนาดไม่ต่างจากลูกบอล เเต่พอเวลาผ่านไปมันกลับขยายใหญ่ขึ้นจนเป็นลูกบอลพลังเเสงขนาดมหึมา

 

"จงชำระล้างสิ่งชั่วร้าย Holy ball!"

เเสงลูกยักษ์ได้หลุดออกจากปลายนิ้วของลิเลีย เข้าปะทะกับกำเเพงอามาไดซ์จนระเบิดย้อมกำเเพงด้วยเเสงสีขาว คลื่นจากเเรงระเบิดรุนเเรงถึงผมที่อยู่ด้านหลังเเถว

 

     หลังจากที่คลื่นระเบิดสงบลง เเสงของระเบิดได้หายไป ก็ได้ปรากฏภาพของกำเเพงอามาไดซ์ที่มีรอยร้าวกระจัดกระจายรอบกำเเพง

 

"น-น่าทึ่งมาก นอกจจากใช้เวทย์เเสงระดับสูงโดยที่ไม่ต้องร่าย มิหน้ำซ้ำยังทำให้กำเเพงอามาไดซ์เกิดรอยร้าวได้ภายในการโจมตีครั้งเดียวอีก! ลิเลีย เธอคืออัจฉริยะด้านเวทมนตร์ในรอบร้อยปี ไม่สิ อาจะเป็นปรมาจารย์ไม่ผิดเเน่ ฉันขอรับประกัน!"

"ขอบคุณคะ"

อาจารย์ยังคงชมโอเวอร์เหมือเดิม ลิเลียคงชินกับการชมของเขาเเล้ว จึงยิ้มถ่อมตัวไม่เเสดงอาการดีใจหรือมากกว่านั้น

 

[อันตรายมาก ขนาดใช้เวทย์ระดับสูง พลังเวทย์ยังเหลือเฟือ เเม่หนูคนนี้เป็นสัตว์ประหลาดหรือยังไง]

ผมได้ยินเสียงเฮลเคตโดยไม่ทันตั้งตัว ผมรู้สึกได้ถึงตัวเขาอีกครั้ง ฟังดูเเล้วดูเหมือนเขาจะสนใจในตัวลิเลีย

 

(ก็ตัวโกงนี้เนอะ)

[ตัวโกงงั้นเหรอ ข้าไม่รู้หรอกว่าเเก หมายถึงอะไรตัวโกงที่ว่า เเต่เเม่หนูคนนี้นี่ เธอเป็นไปได้อย่าไปสู้กับเธอดีกว่านะ ไม่งั้นเเกเหนื่อยรากเลือดเเน่นอน]

(เป็นไปได้ ฉันก็ขอภาวนาไม่ได้สู้กับเธอเหมือนกัน)

ถ้าเกิดผมสู้กับลิเลีย มันต้องเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเเบบสุดๆ เเน่นอน เพราะผมที่เคยเล่นเธอในเกมส์มาดี ย่อมรู้ว่าตัวเธอโกงเเค่ไหน 

 

[งั้นข้าไปนอนก่อนล่ะ เดี๋ยวมีอะไรน่าสนใจข้าจะตื่นขึ้นมาดูอีก]

(นอนไปเถอะเเก นอนไปยาวๆ ด้วยจะยิ่งดี)

[ใจเร้ายจังนะ ไอ้หนู]

[ไปจนได้]

สิ้นสุดเสียงพูดผมก็สัมผัสไม่ได้ถึงตัวตนของเฮลเคตอีกต่อไป ดูเหมือนเขาจะตื่นมาเฉพาะยามที่ตัวเองสนใจเท่านั้น พอหมดอารมณ์เเล้ว เขาก็จะจากไปไม่ต่างจากในอดีต

 

"เอเทียร์ ลิเลีย คะเเนนของเธอคือเต็มอย่างไม่ต้องสงสัย ขอเเสดงความยินดีด้วย"

"ขอบคุณคะ"

กรรมการทุกคนต่างเป็นเสียงเดียวกันชูป้าย 5 คะเเนนทั้งสี่คน หลังจากนั้นเสียงตบมือเเสดงความยินดีกับผลลัพธ์ของลิเลีย ผมก็ตบมือตามมารยาทเหมือนกัน

 

     หลังจากที่เสียงตบมือจบลง ลิเลียก็โค้งเคารพกรรมการก่อนที่เธอจะวิ่งเข้าเเถว มาต่อด้านหลังเเละยืนข้างผม ซึ่งเป็นที่เดิมที่เธอเคยอยู่

 

"เป็นยังไงบ้างคะ คุณโนวมอล ฉันเก่งไหมคะ"

เธอยิ้มอย่างร่าเริงถามผมที่อยู่ข้างๆ ถึงผลลัพธ์จะเป็นที่ประจัดอยู่เเล้ว เเต่ถ้าเกิดคนอื่นภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำ ผมก็ไม่คิดจะตอบบั่นทอนกำลังใจเธอโดยคำพูดเชิงเลวร้ายเช่นดัน

 

"อ่า ก็เป็นไปได้สวยดีนะ"

"ถึงฟังเเล้วจะไม่ค่อยเต็มใจ เเต่ก็ขอบคุณนะคะ"

"อืม"

ถึงเเม้ลิเลียจะไม่ได้เเสดงสีหน้าดีใจมากกับคำพูดผม เเต่เธอก็คงยังยิ้มอย่างสดใสเท่าที่เธอเป็น เอาเป็นว่าคำพูดของผมผ่านคำถามนี้ไปได้อย่างไม่มีปัญหา

 

-----

 

"คีฟ เคอราด เธอได้ 10 คะเเนนออกไปได้ คนต่อไปเข้ามา"

"ข-ขอบคุณครับ"

เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อใช้ได้ ซึ่งเป็นขุนนางรูปหนึ่งได้คะเเนนเพียงครึ่งหนึ่งของการทดสอบ เขาเดินออกมาจากสนามด้วยร่าเศร้าสลด

 

(ถ้าไม่มีพรสวรรค์จริงๆ ก็ก้าวข้ามเลขสิบ ไม่ได้สินะ)

ผมคิดได้เมื่อได้เห็นการใช้เวทมนตร์ของเขา คีฟ เคอราด ขุนนางรูปหล่อพอประมาณ เขาใช้หอกไฟซึ่งเป็นเวทย์ที่เเรงสุดของเขา เข้าโจมตีใส่กำเเพงอาดาไมซ์ ถึงเเม้นักเรียนหลายคนจะบอกว่าสุดยอด เเต่ในสายตาของผู้เชี่ยวชาญกับมองว่ามันเป้นเเค่เวทย์ทั่วไป

 

(เเต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเสมอไปนี้เนอะ เพราะเราก็ไม่ได้เกิดมามีพรสววรค์เหมือนกัน)

ผมหัวเราะคนเดียวให้กับความคิดงี่เง่าของตัวเอง ถึงเเม้ว่าพรสววรค์จะเป็นกำเเพงที่กั้นระหว่างความเเข็งเเกร่งของเเต่ละบุคคล เเต่มันก็ไม่ใช่สำหรับผม เพราะผมได้ทำลายกำเเพงนั้นด้วยพลังของตัวเองเรียบร้อยเเล้ว ความพยายาม เเละขยันอุสาหะของผมทำให้สิ่งนั้นเป็นเพียงเเค่ด่านที่มีไว้เพื่อทำลาย

 

(จะเอาดาบผ่าครึ่งทางไหนดีน้า)

สำหรับผมกำเเพงอามาไดซ์ไม่ใช่อุปสรรคใหญ่ที่ขวางทางผม ผมมั่นใจว่าผมมีความสามารถเกินพอที่จะตัดมันเป็นชิ้นๆ ได้ถ้าได้ใช้เวทย์ผสานดาบ ในขณะที่ผมกำลังคิดว่าวิธีฟันเเจ่มๆ อยู่นั้นลิเลียก็สะกิดเเขนผม

 

"อืม...จะว่าไปคุณเฟอร์เรียยังไม่มาเหรอคะ"

(เฟอร์เรีย งั้นเหรอ)

ลิเลียทำหน้าสงสัยถามผม เมื่อผมได้ยินผมก็ยืนอึ้งไปสักพัก จะว่าไปตั้งเเต่ผมยืนมองลิเลียทดสอบ ผมก็ไม่เห็นตัวเธอเลย

 

(ถ้าจำไม่ผิดเราบอกให้เธอไปสารภาพรักนี่นา)

เมื่อผมคิดถึงเธอ ผมก็นึกออกว่า ผมเป็นคนเเนะนำให้เธอไปสารภาพรักกับริชาร์ตจะได้รู้ผลที่ชัดเจนไป เพราะว่าถ้าขืนเป็นอย่างงี้ต่อไปเธอก็คงยังไม่รู้ความในใขของเขา

 

(เเต่เเค่สารภาพรักมันนานขนาดนี้เลยเหรอ)

การที่เฟอรืเรียไม่อยู่ที่นี้ไม่ใช่เรื่องน่าเเปลกใจ ที่ทำให้ผมสงสัยก็คือเวลาที่เธอใช้สารภาพรักมันนานเกินไป ถ้าเพียงเเค่บอกว่า รัก หรือ ชอบกัน ประโยคสั้นๆ ไม่กี่ประโยคไม่น่าจำทำให้เธอหายไปนานขนาดนี้ ความจริงเธอ เเละเขาควรมาเข้าเเถวได้เเล้ว เพราะตอนนี้ทดสอบจนใกล้จะถึงครึ่งห้องเเล้ว อีกอย่างพวกขุนนางหญิงที่เป็นอุปสรรคขัดขวางทางรักยังอยู่ตรงนี้ด้วย มันเป้นโอกาสในการสารภาพรักโดยที่ไม่มีเสี้ยมหนามเเล้ว

 

"ลิเลียงั้นเธอรออยู่ตรงนี้นะ ฉันขอไปตามพวกเขาเอง"

"ค่ะ"

"ถ้า ศาสตราจารย์ หรือ อาจารย์กัสถามก็ฝากบอกทีนะ ว่าฉันไปตามหาพวกเขา"

"ได้ค่ะ"

"เเล้วเจอกัน"

"จะรอนะคะ"

ผมโบกมือลาเธอก่อนที่จะลบตัวตนโดยการวิ่งให้เบาที่สุด ออกไปจากสนามเเล้วเข้าไปยังข้างในศุนย์วิจัยเวทมนตร์

 

(ชักได้กลิ่นตุๆ เเล้วสิ)

-----

"เเฮ่กๆ ป้าครับ ผมขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมครับ!"

"มีอะไรเหรอ พอ่หนุ่มดูรีบร้อนจัง"

"เห็นผู้หญิงผมทองหน้าตาสวยๆ กับไอ้ผู้ชายผมน้ำเงินหน้าหล่อๆ ไหมครับ!"

ผมเหงื่อตก เเละค่อนข้างเหนื่อยมาก จากการวิ่งไปตามร้านต่างๆ ซึ่งเหตุผลที่ต้องทำเเบบนั้นเป็นเพราะพวกเขาล้วนๆ ถ้าถามว่าทำไมก็เพราะผมหาพวกเขาไม่เจอน่ะสิ!

 

     หลังจากที่ผมกลับมาห้องพักนักเรียนผมก็ไม่เจอใครเลย เฟอร์เรีย เเละเจ้าชายหายไป ตอนเเรกผมก็คิดว่าทางเฟอร์เรียน่าจะไปหาสถานที่ที่ไม่มีคนเพื่อสารภาพลับ ผมจึงตะเวนไปทาง เเละซอกต่างๆ เพื่อหาพวกเขาเเต่ปรากฏเเล้วไม่พบเเม้เเต่เงาคนสักคนเดียว

 

     สิ่งที่น่าประหลาดใจคือเมื่อผมเข้าไปในบริเวณค้าขาย ผมกลับได้ยินว่ามีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเดทกันภายในศูนย์วิจัยนี้อย่างหวานเเหวว จึงทำให้ผมรู้ว่าที่เฟอร์เรียใช้เวลานานไปเพราะไม่ได้หาที่สารภาพรัก เเต่กลับไปเดทกับองค์ชายต่างหาก จึงทำให้ผมวิ่งว่อนไล่ถามเเม่ค้าพ่อค้าไปทั่วเพื่อสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขา 

 

"เห็นอยู่ลางๆ นะ ถ้าจำไม่ผิดหน้าจะไปร้านน้ำปั่นของมีอานะ ดูเหมือนว่าฝ่ายชายจะหิวน้ำเธอจึงนำทางเขาไป"

"ขอบคุณมากครับ!"

ผมโค้งหัวขอบคุณเธอ เธอเป็นเเม่ค้าร้านเครื่องประดับที่ผมวิ่งผ่านทางพอดี ดูเหมือนว่าข้อมูลของเธอจะชัดเจนกว่าพ่อเเค้ เเละเเม่ค้าคนอื่นที่บอกว่าไปทางนู้นไปทางนี้ ในขณะที่ผมกำลังจะวิ่งออกไปไหล่ของผมก็ถูกจับเอาไว้

 

"นี่เธอจะไม่อุดหนุนอะไร เป็นค่าตอบคำถามหน่อยเหรอ"

(ค่าตอบก็คิดเหรอ คุณป้า!)

ผมหงุดหงิดในใจเเต่เเสดงออกมาไม่ได้ เพราะตอนนี้กำลังเร่งรีบอยู่ ผมจึงทำได้เเค่กวาดสายตามองเครื่องประดับในร้านเธอ เเละหยิบอันที่คาดว่าน่าจะถูกสุดออกมา

 

(เอาอันนี้ละกัน)

"นี้เงินครับบ คุณป้า ผมไปล่ะ!"

"ด-เดี๋ยวก่อน!"

ผมไม่ทันฟังคำพูดของเธอ เเล้วดีดเหรียญซิลเวอร์ให้เธอก่อนวิ่งจากไป เครื่องประดับที่ผมหยิบออกมานั้นเป็นรูปกล่องมีโซ่พันรอบๆ โดยไม่รู้ว่ามันสื่อถึงอะไร

 

"ไอ้ของชิ้นนั้นไม่ได้มีไว้ขายนะ!"

คุณป้าเเม่ค้าพยายามเรียกเด็กหนุ่ม เเต่ทว่ามันสายไปเเล้ว ตอนนี้เขาได้วิ่งไปไกลมากจนไม่เห็นตัวเเล้ว

 

"ให้ตายสิ ดันขายไอเท็มต้องสาปให้เด็กบ้าซะได้"

เธอถอนหายใจอย่างรุนเเรง เเละหงุดหงิดตัวเองที่ไม่ทันระวังตัว สิ่งที่เด็กหนุ่มได้ไปมันมีค่าเกินกว่าที่เขาจะครอบครอง ไม่สิ ไม่ควรครอบครองซะด้วยซ้ำ

 

"อีกอย่าง เครื่องประดับเรามีค่าเเค่หนึ่งซิลเวอร์เองเหรอ ไม่คุ้มทุนจริงๆ"

เธอยิ่งเสียใจขึ้นไปอีก เมื่อสิ่งที่เธอได้กลับมา คือขาดทุนซึ่งเป็นสัญลักษณ์อัปมงคลของพ่อค้า เเละเเม่ค้ามืออาชีพทั้งปวง

 

-----

 

"ป้าครับ!"

"อ้าว เธอเองเหรอ อยากกินนมสดปั่นเพิ่มเหรอจ๊ะ"

"ตอนนี้ยังครับ พอดีผมขอถามหน่อยได้ไหมครับ ว่าเห็นเพื่อนผู้หญิงผมทองของผมที่เลี้ยงนมสดปั่นบ้างไหมครับ"

"เด็กคนนั้นเหรอ ถ้าจำไม่ผิดมาซื้อน้ำเปล่ากับผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่ง เเล้วเดินเข้าไปในซอกนั้น..."

"ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมมาอุดหนุนนมสดปั่นวันหลังนะครับ ขอตัวก่อน!"

"จ-จ้ะ"

ผมโค้งหัวขอบคุณเธอ เเละวิ่งจากไปโดยทันที ผมเลือกตอบความต้องการของเธอในอนาคตไว้ก่อนจะได้ไม่เกิดปัญหาเมื่อคุณป้าคนขายเครื่องประดับเมื่อกี้

 

(ซอกนี้สินะ)

ผมวิ่งไปหยุดที่ซอกมืดซอกหนึ่ง มันพอมีเเสงไฟตามทางส่องสว่างให้เห็นทางอยู่เล็กน้อย เมื่อผมมองขึ้นไปก็เห็นป้ายข้างบนเขียนว่า ห้องเก็บของเก่า ชี้เข้าไปด้านใน

 

(ห้องเก็บของเก่า ต้องใช่เเน่ๆ)

ผมเดินเข้าไปด้านในด้วยเสียงเท้าเบาสนิท เดินตามทางที่เเสงไฟส่องถึง จนหยุดอยู่ที่ประตูไม้เเผ่นหนึ่งที่ข้างบนหัวประตูมีเขียนกำกับชื่อห้องไว้

 

"เธอมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมกันเเน่"

(เสียงคุ้นๆ !)

เมื่อผมได้ยินเสียงของผู้ชาย ผมก็รีบเคลื่อนตัวไปติกกำเเพงทันที เเละใช้ความสามารถของหูที่ดีของผมเเนบหูลงไปบนผนัง เพื่อฟังว่าเป็นเสียงใครกันเเน่ เเละกำลังทำอะไรอยู่

 

"รู้ไหม ตั้งเเต่ที่เธอบอกว่ามีเรื่องบางอย่างจะคุยกับผม ผมก็ยอมตามเธอมาเเต่โดยดี เเต่เท่่าที่ผมเห็นผมยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ที่เธอต้องการเลย ที่เห็นจากสายตาคือเธอพยายามชักชวนผมเดินเล่นไร้สาระเเถวนี้"

(เสียงริชาร์ต! เเสดงว่าทั้งสองต้องอยู่ในห้องนี้ไม่ผิดเเน่)

ผมได้ยินเสียงอันหนักเเน่นของริชาร์ตผ่านทางผนัง  ผมสัมผัสได้ถึงอารมณ์โกรธอันบางเบาจากเสียงของเขา ฟังดูเหมือนเขากำลังเฟ้นถามปัญหากับเฟอร์เรียด้วยความหงุดหงิด

 

"ขอโทษคะ เจ้าชาย เเต่ที่ดิฉันทำไปก็เพราะดิฉันยังไม่มีความพร้อมพอที่จะบอกท่านเพค่ะ"

"เธอถึงได้เอาเวลาอันมีค่าของผมไปเสียเเรงกับความต้องการของเธอสินะ เห็นเเก่ตัวสิ้นดี!"

"ต้องขออภัยจริงๆ เพค่ะ! เเต่ตัวฉันในตอนนั้นยังไม่มีความกล้าเพียงพอ..."

เสียงของเฟอร์เรียสั่นคลอน เมื่อเธอตอบเหตุผลที่ฟังไม่เข้าหูให้ริชาร์ต เเสดงว่าที่เธอเดทกับเจ้าชายนานๆ นั้นก็เพราะเธอยังไม่เตรียมใจรับคำตอบสินะ

 

"เเต่ตอนนี้ดิฉันพร้อมเเล้วเพค่ะ"

ผมได้ยินเสียงสูดลมหายใจลึกๆ ของเธอ ดูเหมือนตอนนี้เธอจะพร้อมเเล้วสำหรับคำตอบของเธอ เเละคำตอบของเขา

 

"เจ้าชายเพคะ ดิฉันรักท่านมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นทั้งวัยเด็ก เเละวัยผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นได้โปรด รับฉันเป็นคนรักของท่านด้วยเถอะเพค่ะ"

เฟอรืเรียพูดออกมาด้วยเสียงจากใจจริงเธอ ถึงผมจะไม่ได้เห็นสีหน้าของเธอ เเต่เพียงเเค่ผมได้ยินเสียงอันจริงใจของเธอที่มีให้กับคนที่เธอรักตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความรักอันมากล้นของเธอที่มีให้ต่อเจ้าชายของเธอ

 

"ขอโทษนะ เฟอร์เรีย..."

เเต่โลกจริงนั้นช่างโหดร้าย ถึงเเม้ความรู้สึกของเธอที่มีต่อคนที่รักจะมีค่าเเค่ไหน เเต่ถ้าคนรับไม่ได้สัมผัสได้ถึงค่านั้น มันก็เป็นเพียงเเค่ธาตุอากาศที่ไร้ซึ่งความหมาย

 

"ผมขอถอนหมั้นกับเธอ นับตั้งเเต่วันนี้ เเละตลอดไป"

(Death flag จนได้)

ในที่สุดก็ปรากฏธงเเห่งความตายที่เป็นชะตาอันเด็ดขาดของเกมส์จีบสาว เเละจีบหนุ่ม ช่วงเวลาอันเลวร้ายได้มาถึง เฟอร์เรียได้ก้าวเข้าสู่ห้วงเเเห่งความตายของตัวเองเเล้ว ธงหายนะของเธอที่เธอได้รับคือ โดนเจ้าชายริชาร์ตปฏิเสธความรู้สึกอย่างไร้เยื่อใย

 

-----

 

**เข้าสู่ Death flag เเล้ว อนาคตของเฟอร์เรียจะเป็นยังไงกันน้า รอติดตามตอนต่อไป (เศร้าเเปป)**

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

349 ความคิดเห็น

  1. #315 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 14:10
    น้องเค้าโผมาหานอลแล้วเอ็งจะเสียใจ
    #315
    0
  2. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:10
    พระเอกได้รับ ไอเทมต้องสาป 1 ea
    #185
    1
    • #185-1 NamChickz (@NamGoz001) (จากตอนที่ 53)
      5 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:31
      ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร
      #185-1
  3. #184 ModenGrif (@ModenGrif) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:45
    เเหมๆเจ้าชายเเล้วอย่ามาเเย่งนางเอกตูไปจากพ่อหนุ่มตูหละไม่งั้นเอ็งคงจบไม่สวย
    #184
    1
    • #184-1 NamChickz (@NamGoz001) (จากตอนที่ 53)
      4 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:22
      เกรี้ยวกราด
      #184-1
  4. #183 OgarOneEye (@prototypezaza) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:30
    เจ้าโง่เง่าซิงมันทำร้ายจิตรใจหญิงสาว(ทั้งเจ้าซิงและขยะ) °^° นางต้องตายตามบทซ้ะ ไม่ตายเอ็งตาย (เกรี้ยวกราดกาชาเกลือๆ)
    #183
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #183-2 NamChickz (@NamGoz001) (จากตอนที่ 53)
      4 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:22
      555+ กาชาเกลืออาละวาด
      #183-2
  5. #182 Unibas (@icekiller3) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:46
    และแล้ว พระเอกก็จะไปเยียวยา และได้รับว่าที่ภรรยา1ea
    #182
    4
    • #182-1 NamChickz (@NamGoz001) (จากตอนที่ 53)
      4 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:11
      จะจริงเร้อ
      #182-1
    • #182-3 NamChickz (@NamGoz001) (จากตอนที่ 53)
      4 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:25
      555+ การปั่นก็ทำให้ผู้อ่านเดาหนักขึ้นเช่นกัน
      #182-3