หึ! เกมจีบหนุ่มน่ะเหรอ? เเล้วไงล่ะทำไมตัวประกอบอย่างฉันจะเด่นไม่ได้ล่ะ!

ตอนที่ 72 : Route:Finale พลิกบทนางร้ายสู่เสรีใหม่ (9)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 584
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    4 พ.ค. 62

"'ถึงวันนี้เเล้วสินะ..."

ฉันตื่นขึ้นมาบนเตียงอันเเสนอบอุ่น เเสงอันอ่อนโยนจากดวงอาทิตย์กำลังสาดส่องห้องของฉันด้วยเเสงสว่าง เมื่อได้ลุกออกจากเตียงสิ่งเเรกที่ฉันต้องทำคือการรับอากาศสดชื่นในยามเช้า

 

"วันนี้ อากาศหอมสดชื่นจริงๆ"

ฉันสูดอากาศบริสุทธิ์จนเต็มปอด ความสดชื่นของมันทำให้ตัวฉันกระปี้กระเปล่า ไม่ว่าจะกี่ครั้งฉันก็ชอบการทำกิจวัตรประจำวันนี้เสมอ มันช่วยผ่อนคลายความเครียดในวันร้ายของฉัน

 

"คุณหนูคะ อีกไม่นานรถม้าของท่านดยุคพอร์ซิดอจะมาเเล้วค่ะ"

เสียงประตูเปิดออกดังจนฉันสังเกต เมื่อหันหลังกลับไปก็พบกับคนรับใช้ เเละหัวหน้าคนรับใช้อยู่กันเพรียบพร้อม ถึงเเม้ว่าฉันอยากเห็นเเก่ตัวสูดอากาศเเสนสดชื่นนี้อีกนาน เเต่มันก็ถึงเวลาสำหรับหน้าที่ของฉันเเล้ว

 

"โทษที งั้นไปกันเถอะ"

"รับทราบค่ะ คุณหนู"

หัวหน้าคนรับใช้น้อมเคารพฉัน จากนั้นฉันจึงตามพวกเธอไป โดยมีเธอซึ่งเป้นหัวหน้าคนรับใช้เป็นคนนำ ภาพสุดท้ายอันเเสนดีงามที่ฉันได้เห็นคือสายลมที่พัดผ่านผ้าม่านพริ้วสไหวเข้ามายังห้องนอนฉัน

 

-----

 

"ลูกจะไปเเล้วสินะ เฟอร์เรีย"

"ใช่เเล้วค่ะ ท่านพ่อ"

หลังจากที่ฉันเปลี่ยนชุดนอนเสร็จ ฉันก็อยู่ในชุดเดรสสุภาพที่พวกเธอได้จัดเตรียมกันมา ตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าบ้านของตัวเอง กล่าวคำลากับครอบครัวก่อนจะไป

 

"จนถึงตอนนี้ถึงพ่อจะไม่ยอมรับการเเต่งนี้มาโดยตลอด เเต่ในเมื่อนี้เป็นการตัดสินใจของลูกเเล้ว พ่อก็ห้ามมิได้"

เขาเข้ามาสวมกอดตัวฉันอย่างอบอุ่น ตลอดเวลาที่ผ่านมาถึงพวกเราจะทะเลาะกันบ้าง เเต่สุดท้ายเเล้วเขาก็เคารพการตัดสินใจของฉันในเเบบผู้ใหญ่  หลังจากที่ฉันสวมกอดกับพ่อเสร็จ เเม่ของฉันก็เดินเข้ามา

 

"เเม่เสียใจจริงๆ ที่หาทางช่วยลูกให้เจออนาคตที่ดีกว่านี้ไม่ได้ ถ้าฉันเป็นเเม่เเท้ของเธอ เธอคงจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้"

"อย่าคิดมากเลยค่ะ ถึงท่านจะไม่ใช่เเม่เเท้ๆ ของฉัน เเต่ความรักทีท่านมีให้ฉันนั้นเปรียบเสมือนเเม่ของฉันเสมอ"

"เฟอร์เรียยยย..."

เธอเข้ามาสวมกอดฉันด้วยน้ำตาทันที ถึงเเม้ฉันจะประหม่ากับความจริงใจของเธอสักเล็กน้อยจนมีอาการเร็งอยู่บ้าง เเต่ฉันก็กอดเธออย่างใจจริงในตอนท้าย

 

"คิกคิกคิก..."

"เบริค!"

"ข-ขอโทษทีครับ พี่สาวพอดีผมกั้นไม่ไหวจริงๆ"

"นายนี้รูดปากไม่เป็นเลย"

มิอาน่าสั่งสอนเบริคที่เเอบหัวเราะเบาๆ อยู่ข้างเธอ จากนั้นเธอจึงเดินมาอยู่ตรงหน้าฉันด้วยความทนง มือของเธอกางออกมาเป็นวงกว้าง

 

"มิอาน่า..."

"รีบกอดซะสิ ฉันไม่อยากให้อารมณ์ค้างคาหรอกนะ รู้เอาไว้!"

"อืม!"

ถึงเเม้ว่าปากของเธอจะไม่ซื่อตรงมากนัด เเต่สีหน้าที่เธอเเสดงออกก็ช่างน่ารักเหลือเกิน ฉันวิ่งเข้าไปสวมกอดอย่างดีใจในอ้อมเเขนของมิอาน่า

 

"เเรงไปเเล้ว"

"ขี้โกง พี่ทั้งสองอย่าปล่อยให้ผมรอคนเดียวสิ"

ด้วยนิสัยขี้อิจฉา เเละความอดทนอันน้อยนิดของเบริค เขาจึงเข้ามากอดด้านหลังเฟอร์เรียเเทน ตอนนี้กลายเป็นว่าจากกอดกันเเค่สองคนกลายเป็นกอดรวบสามในทีเดียว

 

"เบริค มันร้อนนะ"

"อึดอัดด้วย..."

"ขอโทษครับ!"

หลังจากที่เบริคได้ฟังความในใจของพี่สาวทั้งสองของเขา เขาก็ตื่นตกใจ เเละปลีกตัวออกทันที ดูเหมือนสีหน้าของทั้งสองจะโกรธเคืองเขาเล็กน้อย

 

"ขอบคุณนะทุกคน ความทรงจำในครั้งนี้ฉันจะไม่ลืมเลย"

"เวอร์ไปได้ ไปได้เเล้ว"

มิอาน่าไม่เคยชินกับคำพูดสวยหรูของเฟอร์เรียจึงกวักมือไล่เธอไป ถึงเเม้จะเป็นการเเสดงออกที่ไม่น่ารักเเต่เฟอร์เรียก็ยิ้มดีใจให้กับความหวังดีของเธอ

 

"เเล้วเจอกัน ทุกคน"

"โชคดี เฟอร์เรีย"

เฟอร์เรียยิ้มอย่างมีความสุข เเละโบกมือลาทุกคน ก่อนที่เธอจะขึ้นรถม้าไปกับหัวหน้าคนรับใช้ เเล้วหลงเหลือเเต่รอยล้อ เเละฝุ่นของรถม้าที่วิ่งจากการไป

 

"ปู้ด...ฮ่าๆๆๆ ไม่ไหวเเล้วพี่ ผมกลั้นขำไม่ไหวเเล้ว"

"เบริค นายเกือบทำความเเตกเเล้วนะ เห้อ พ่อเเม่ก็ด้วยหนูรู้นะว่าเเอบขำ"

"ขอโทษจ้า"

เบริคผู้ซึ่งเป็นลูกคนเล็กสุดของครอบครัวหัวเราะออกมาเสียงดัง จนพี่สาวของเขา มิอาน่ารู้สึกเหนื่อยใจอย่างยิ่ง พ่อเเม่ที่ได้เห็นก็ขำกันไม่หยุด

 

"เเต่ก็นะ เจ้าตัวก็คงไม่รุู้เหมือนกันว่าพวกเเกล้งเเสดงอยู่ ฮึฮึ สมกับเป็นความคิดของเขา"

เเม้เเต่ตัวมิอาน่าก็ไม่สามารถปฎิเสธความสนุกนี้ได้ ถึงเเม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เเต่เธอก็มีความคิดเห็นชอบตรงกันกับชายสัตว์ประหลาดคนนั้นเสียเเล้ว

 

"ฉันชักชอบผู้ชายคนนี้เเล้วสิ"

เมื่อมิอาน่าได้ย้อนกลับไปคิดการดื่มชาในครั้งนั้น เธอก็ยิ้มอย่างสนุกสนาน เธอประเสริฐชายคนนั้นจากใจจริง นับนานที่เธอได้รู้จัก เธอก็ยิ่งสนใจเขามากขึ้น

 

-----

 

"คุณหนูคะ อีกไม่นานจะถึงที่หมายเเล้วค่ะ"

"อืม ขอบใจ"

"ด้วยความยินดีค่ะ คุณหนู"

ฉันมองออกไปยังนอกหน้าต่างบานเล็กที่กลางอยู่ ทุ่งดอกไม้หลากสีหลายชิดเบ่งบานสวยสดงดงามอยู่โดยรอบ เหมือนกับภาพนิยายที่เคยฝันไว้ อีกไม่นานฉันก็จะถึงสถานที่เเต่งงานเเล้ว 

 

"ถึงที่หมายเเล้วค่ะ คุณหนู"

"อืม"

รถม้าได้หยุดลงเมื่อถึงที่หมาย ฉันเปิดประตูบานเล็ก ก้าวออกมาจากรถม้าด้วยความระมัดระวัง ภาพที่เห็นด้านหน้าคือ หอคอยสูงเฉียบฟ้าอันทรงสง่า ที่นี้คือสถานที่อันเเสนวิเศษชองคู่รักทั้งหลาย สถานที่นี้คือสถานที่เเต่งงานที่สวยงาม เเละหรูหราที่สุดในอาณาจักร หอคอยรักนิรันดร์

 

"คุณหนูเฟอร์เรีย ยินดีต้อนรับค่ะ"

ทันทีที่เฟอร์เรีย เเละหัวหน้าคนรับใช้เดินเข้าประตูก็พบกับคนรับใช้คนหนึ่งที่มีตราสัญลักษณ์ของตระกูลพอร์ซิดปักไว้ตรงอกเสื้อ เธอเดินเข้ามาโน้มทักทายเฟอร์เรียที่มาถึง

 

"อีกไม่นานพิธีเเต่งงานจะเริ่มเเล้ว กรุณาเตรียมชุดของท่านให้พร้อมด้วยค่ะ"

"เข้าใจเเล้ว ฉันขอเวลาไม่นาน บอกทางนั้นได้เลย"

"ขอบคุณค่ะ"

เธอโน้มเคารพเฟอร์เรียอีกครั้ง จากนั้นจึงเดินปลีกห่างจากเธอขึ้นลิฟท์ของหอคอยรักนิรันดร์ไป หัวหน้าคนรับใช้เดินนำฉันเพื่อนำทาง

 

"เราจะเเต่งตัวกันที่ชั้น 14 ค่ะ คุณหนูได้โปรดตามดิฉันมา"

"ตกลง"

ฉันพยักหน้ารับ เเละเดินตามหัวหน้าคนรับใช้เข้าไปในลิฟท์ เธอเลื่อนปลายนิ้วไปกดหมายเลขชั้นที่ติดเเถวผนังข้ามประตูลิฟท์ หอคอยรักนิรันดร์นั้นมีทั้งหมด 15 ชั้น ชั้นเเรกจนถึงชั้นที่ 13 จะเป็นห้องพักอาศัย เเละอื่นๆ เนื่องจากที่นี้นั้นเป็นโรงเเรมชนิดหนึ่งของอาณาจักรเอลฟาเรียที่เป็นที่นิยม ข้างบนเป็นลานว่างที่มีไว้ให้เเขกรับชม เเละจัดสถานที่เเต่งงาน โดยชั้นที่ 14 ที่ฉันจะไปคือ ห้องเปลี่ยนชุดของเจ้าสาวที่มีเกียรติ

 

"ถึงเเล้วค่ะ คุณหนู"

"ขอบคุณ"

ฉันก้าวเดินออกไปจากในลิพฟ์ ในชั้นนี้นั้นเป็นห้องอันเเสนหรูหราที่ประดับด้วยของตกเเต่งสวยงาม มีเครื่องมือเเต่งหน้าพร้อมเพรียงสำหรับเจ้าสาวในงาน เเละที่สำคัญคือชุดอันเเสนงดงามที่มีไว้เจ้าสาวในงานวันนี้ ลวดลายดอกไม้เเสนสวยที่ประดับบนชุดเเต่งงานสีขาวอันเเสนบริสุทธิ์ทำให้ตัวฉันรู้สึกหลงใหล

 

"เหลือเวลาอีกไม่นานเเล้ว ขอเสียมารยาทนะคะ คุณหนู"

"ตามสบาย"

ฉันกางเเขนออกให้หัวหน้าคนรับใช้ถอดชุดเดรสเเสนสวยในวันนี้ เสื้อชั้นในที่ปกปิดเรือนร่างของฉัน กำลังถูกปลดออกไปทีละชิ้นอย่างนุ่มนวล จากนั้นจึงไปหยิบชุดเเต่งงานจากตู้มาให้ฉัน

 

"คุณหนูคะ ขั้นตอนนี้ได้โปรดให้ความรว่มมือด้วยค่ะ"

"เข้าใจเเล้ว"

เธอกางช่องว่างของชุดเเต่งงานให้ฉันสอดขาใส่เขาไป เมื่อฉันทำตามเสร็จ เธอก็ค่อยไล่จัดการท่อนบน เเละรูดซิบอย่างประณีต 

 

"เเปปนะคะ ขอปรับอะไรอีกสักหน่อย...เสร็จเเล้ว เป็นยังไงบ้างคะ คุณหนู?"

เธอคอยเช็ครายละเอียด เเละเเก้ไขข้อผิดพลาดอยู่เสมอเพื่อให้สื่งนี้เป็นชุดเเต่งงานที่สวยที่สุดสำหรับฉัน 

 

"งดงามไร้ที่ติ"

ฉันยิ้มอย่างอ่อนโยนมองตัวเองผ่านกระจก ชุดเเต่งงานที่สวยอยู่เเล้ว กลับยิ่งสวยขึ้นไปอีกเมื่อผ่านนิ้วมืออันประณีตของเธอ

 

"เหลือเเค่เเต่งหน้ากับจัดผมเเล้วค่ะ ขอความกรุณา คุณหนูนั่งลงตรงนี้ด้วยนะคะ?"

"อืม"

ฉันนั่งหลังตรงหลงบนเก้าอี้ไม้ลวาลายงดงาม เเล้วหลับตาลง หัวหน้าคนรับใช้ถยอยหยิบเครื่องสำอางนานาชนิด เเล้วเเต่งหน้าของฉันด้วยความมุ่งมั่น ผ่านไปสักพักเมื่อฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบกับใบหน้าของตัวเองงดงามกว่าเดิมในกระจก

 

"ไม่ว่าจะกี่ครั้ง คุณหนูก็ยังคงงดงามไม่เปลี่ยนนะคะ"

"ชมเกินไปเเล้ว"

เธอค่อยๆ หวีผมฉันอย่างด้วยความอ่อนโยน เส้นผมสีทองของฉันกำลังถูกลูบบนมืออันเยาว์วัยของเธอ ถึงเเม้ว่าเธอนั้นจะมีอายุค่อนข้างมากเเล้ว เเต่ความสาวของเธอก็ไม่ได้ลดลงตั้งเเต่ที่เราพบกันตอนเด็ก

 

"เรียบร้อยค่ะ คุณหนู งดงามมากเลยค่ะ"

"..."

เธอมัดผมฉันเป็นอันสิ้นสุด เมื่อฉันได้เห็นตัวเองผ่านกระจกก็พบกับ ผู้หญิงผู้มีหน้าตางดงามดั่งอัญมนี  นัตย์ตาสีเเดงสดดั่งรูบี้ ผมสีทองสลวยน่าสัมผัส ผิวสีขาวใสสะท้อนเเสงอาทิตย์จากหน้าต่างในชั้น เมื่อรวมกับชุดเเต่งงานเเสนสวย เเละผมหางม้าอันประณีตก็เปรียบดั่งสตรีงามไม่ว่าใครก็หลงใหล

 

"งั้นฉันอนุญาติขอไปเตรียมตัวก่อนนะคะ"

"ขอบคุณมาก"

"ด้วยความยินดีค่ะ คุณหนู"

หัวหน้าคนรับใช้เดินลงลิฟท์ไป เธอคงจะลงไปชั้นสิบสาม ซึ่งเป็นห้องรับรองคนของเจ้าสาว เเละห้องเปลี่ยนในกรณีจำเป็น คาดว่าเธอคงอยากจะเเต่งตัวให้เหมาะสมในงานของฉัน

 

"ไปเเล้วสินะ..."

เมื่อหัวหน้าคนรับใช้จากไป ฉันก็มีอิสระในเวลาที่เหลือ ฉันจับท้ายคอของฉันด้วยความเศร้าโศรก พลางมองกระจกที่อยู่เบื้องหน้า

 

"ทรมาณเหลือ...เกิน"

ฉัรสัมผัสได้ถึงความร้อนอันผิดปรกติจากท้ายคอ เเละเห็นรูปร่างของสร้อยคอต้องสาปบนภาพที่สะท้อนมาจากกระจก ฉันเเทยหายใจไม่ออกเมื่อได้รับรู้ถึงมัน

 

"เเค่ก! เเค่ก!"

ทันทีที่ฉันรู้ตัวว่าไม่ไหว ฉันจึงรีบปิดปากของตัวเอง เสียงไอรุนเเรงดังมาจากลำคอฉัน เมื่อมองมายังมือที่ผิดก็พบว่ารอยเลือดที่ติกมากับเสียงไอ

 

"เลือด..? มันใกล้เเล้วสินะ..."

ฉันสามารถรับรู้ได้ถึงสัญญานของมัน ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันก็มีอาการผิดปรกติอยู่เสมอ ทั้งเวียนหัว หน้ามืดเป็นลม ไข้สูงผิดปรกติ เเละอื่นๆ จนถึงวันนี้ตัวฉันก็รู้สึกปวดหัวอย่างมาก ร่างกายเเทบไม่มีเเรงจะขยับได้

 

"ไม่เเน่วันนี้อาจเป็นจุดจบของเราก็ได้"

อาการเหล่านี้นั้นไม่ได้มาจากโรคภัยไข้เจ็บ เเต่มันมาจากคำสาปของโรสที่สถิตบนสร้อยคอ สิ่งที่คำสาปต้องการคือชีวิตของฉัน เเละอีกไม่ช้ามันจะฆ่าชีวิตฉัน

 

"อย่างน้อยก็ขอให้พิธีนี้เสร็จเถอะ...ถึงตอนนั้นชีวิตนี้อยากเอาไปก็เอาไปเลย!"

ฉันกัดฟันสู้ต่อไป ฉันจะไม่ยอมจบอยู่ในความล้มเหลวนี้ ไม่ว่ายังไงก็ตามฉันจะต้องทำพิธีเเต่งงานให้เสร็จให้ได้ เพื่อให้ครอบครัวของฉันยังคงยืนหยัดต่อไปได้ ถึงเเม้ตอนท้ายจะต้องสละด้วยชีวิจของฉันก็ตาม...

 

-----

 

"ไง อาเบล มาช้าจังเลยนะ"

"บ้านฉันอยู่ไกลกว่านายตั้งเยอะ เร็ซ"

"นั้นสินะ ฮ่าๆๆๆ"

เมื่อผมขึ้นมายังชั้นบนสุดก็พบกับเร็ซที่ยินขึ้นทักทายผมอยู่ตรงเเถวหน้าของงาน พวกเราเดินเข้ามาจับมือทักทายกันตามภาษาเพื่อนสนิท

 

"ว่าเเต่นายดูผอมลงเยอะนะ ถึงจะเป็นจอมเวทย์เเต่ก็ควรหมั่นออกกำลังกายนะ"

"ถ้าออกกำลังกายไปดดล้วชนะ ปรมาจารย์เเห่งดาบอย่างนายได้ ฉันจะไม่เครียดเลย"

"ฮ่าๆๆๆ นายนี้ยังพูดจี้จุดไม่เปลี่ยนเลยนะ"

ฮาฟทัช เร็ซ เป็นชายผมสีสั้นเเดง ดวงตาสีเหลืองดั่งสัตว์ร้าย หน้าตาหล่อเเต่น่ากลัวนิดๆ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เเละรอยเเผลจากสงคราม ในสงครามเขาสามารถชนะไครอสซึ่งเป็นนักดาบที่เเข็งเเกร่งที่สุดของเผ่ากึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ได้ ทำให้รับคำรับรองจากองค์ราชาเป็นจตุรเทพเเห่งดาบในอาณาจักร อีกทั้งยังเป็นสุดยอดอาจารยืในการสอนเทหารรุ่นใหม่ของอาณาจักร ที่สำคัญเขายังเป็นเพื่อนสนิทของผมในสงครามด้วย

 

"ว่าเเต่ อากูลก็มาด้วยนะ"

"จริงเหรอ"

"จริงสิ เห้อากูล นายจะซ่อนไปถึงไหน"

เร็ซตะโกนเรียกอากูลที่อยู่ในเเถว ต่อลงมาจากท้ายเเรกก็มีชายคนหนึ่งเดินออกมา เขาเป็นชายมีผมยาวสีขาวเกินลำคอ รูปรางผอมเพรียวไม่ได้ก้ำยำเหมือนกับเร็ซ เเต่ความหล่อนั้นมีไม่เเพ้กัน เขาคือ วิรอว โน อากูล เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเอลฟาเรีย เเละยังเป็นเพื่อนสนิทอีกคนของผม

 

"อากูลไม่นึกว่านายจำมาด้วยนะเนี้ย เห็นช่วงนี้นายยุ่งอยู่"

"งานเเต่งงานของเพื่อนลูกสาวฉัน ทำไมฉันจะมาไม่ได้กันล่ะ เลยทิ้งงาน เเละโดดมาซะเลย"

"นายนี้มันไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ"

พวกเราทั้งสามหัวเราะตามภาษาเพื่อนสนิท นานครั้งที่พวกเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้า เพราะต่างคนต่างมีภาระการงานที่เยอะไม่เเพ้กัน

 

"จริงสิ ไม่ได้เจอกัันนานเลย สวัสดีครับ คุณนายเรอา"

"ยินดีกับงานเเต่งงานนะครับ คุณเรอา"

"สวัสดีค่ะ ขอบคุณเช่นกันค่ะ"

ทั้งสองเมื่อได้เห็นเรอาเดินตามมาข้างหลัง จึงยื่นมือยิ้มทักทาย พวกเขาทั้งสองพอรู้จักภรรยาใหม่ของอาเบลพอสมควร เเต่ไม่ถึงกับสนิทมากนัก

 

"ความจริง ฉันก็มีคนติดตาม คนหนึ่งมาเเนะนำนะ เเต่ดูเหมือนเขาจะตื่นเต้นเกินไปที่จะเจอวีรบุรุษอย่างพวกนาย เอาไว้คราวหลังกัน"

อากูลเหลือบมองคนติดตามของเขาที่ตามมาสักพัก เเต่ก็ถอดใจเพราะดูเหมือนเขาจะสั่นตื่นเต้นเกินไป ถ้าเจอกันตรงๆ อาจมีการคุมสติไม่อยู่ก็เป็นได้

 

"เร็ซ เเล้วไมร่าล่ะ ฉันไม่เห็นเธอเลย"

อาเบลกวาดตามองรอบๆ หาไมร่าซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขาอีกคน เะอเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผม เพราะรู้จักกันมาตั้งเเต่สมัยเรียนด้วยกัน ปรกติเเล้วเธอจะต้องมาทักทายเขาเป็นคนเเรกอยู่เสมอ ยกเว้นจะไม่มา เเต่ว่าเธอไม่มีทางทิ้งสามีอย่างเร็ซมาคนเดียวเเน่นอน

 

"พอดี เธอไปเตรียมม่านป้องกันมาน่ะ นั้นไงเธอมาเเล้ว อยู่ข้างหลังนายไง!"

"ไง อาเบล~"

"หว้า!"

ผมตกใจจนเซตัวนิดหน่อย ไม่นึกว่าไมร่าจะอ้อมมาข้างหลัง กระโจนกอดผมโดยไม่ทันตั้งตัว

 

"นายนี้ไม่ทันระวังตัวเองอยู่เสมอเลยนะ"

"ใครจะไปทันเธอได้เล่า!"

ไมร่า เเละผมสนิทกันตั้งเเต่ยังเด็ก พวกเราเติบโต เเละช่วยเหลือกันในโรงเรียนเดียวกัน ถึงเเม้ว่าพวกเราจะโต เเละเเต่งงานกันเเล้ว เเต่เมื่อได้อยู่ด้วยกันก็คอยย้อนกลับไปเป็นเด็ก

 

"อาเบล~ เรามีเรื่องต้องคุยกันหลังกลับบ้านนะ"

"ไมร่า ปล่อยฉันได้เเล้ว ฉันรู้สึกถึงอะไรไม่ดี"

"ชิ! จะยอมก็ได้เห็นว่านายกลัวเรอาจนขนสั่นก็เถอะ"

เนื่องจากเรอาภรรยาผมเป็นคนที่รัก(หึง)ผมมาก หลายครั้งที่ผมโดนเธอต่อว่า เพราะการกระทำคิดไปไหลของไมร่าเป็นประจำ

 

"เร็ซ อาเบลเค้าโหดร้ายกับเค้าอ่า~"

"เธอนั้นเเหละ ควรดูสถานการณ์ซะบ้าง"

"งั้นเราไม่ต้องเล่นกันอีกเเล้วนะ คืนนี้!"

"ข-ขอโทษครับ!"

"ฮ่าๆๆๆ พวกนายนี้ชอบทำให้ฉันตลกกันจริงๆ"

ถึงเเม้นิสัยผู้ใหญ่ของเร็ซจะพอรับมือกับเรอ่าซึ่งเป็นภรรยาเขาได้บ้าง เเต่หลายครั้งเขาก็ต้องยอมเเพ้เธอ เมื่อไหร่ที่อากูลเห็นพวกเราทะเลาะเเบบนี้กันก็จะหัวเราะอยู่ทุกครั้ง น่าเสียดายถ้าภรรยาเขามาด้วยเขาคงมีสภาพเดียวเช่นพวกเรา

 

"จริงสิ พอดีฉันอยากจะคุยกับอาเบลเป็นการส่วนตัวน่ะ ขอยืมอาเบลไปสักครู่นะ คุณเรอา"

"เอาไปเลย คืนนี้เขาไม่รอดเเน่"

"ตกลงตามมา"

"เดี๋ยวสิ! ฟังฉันก่อนเรอา"

"รีบๆ น้า ทั้งสอง"

อาเบลถูกกระชากเเขนออกไปอย่างง่ายดายโดยอากูล เขาพยายามจะหาข้อเเก้ตัวกอนไปให้เรอา เเต่เธอก็ให้เเค่ยิิ้มน่ากลัว เเละโบกมือให้ไปเร็วๆ ผมถูกอากูลลากมาอยู่ในที่ที่คนไม่ได้ยิน

 

"อาเบล ฉันมีเรื่องอยากถามนาย"

"อะไรอีกล่ะ? ถ้าไม่จำเป็นฉันจะไปคุยกับเรอ--"

"ประสงคือะไรกับงานเเต่งงานครั้งนี้คืออะไร"

ในตอนเเรกผมก็รำคายการบังคับโดยใช้กำลังของเขา เเต่เมื่อเขายิงคำถามเขามา บรรยากาศโดยนอกก็กดดัยมากขึ้น สายตาของเขามองผมด้วยความจริงจัง

 

"นายนี้ช่างสังเกตสมกับเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเลยนะ"

ผมก็คาดการณ์ไว้อยู่เเล้วว่าต้องมีคนสงสัย ซึ่งก็ไม่พ้นอากูลจริงที่จะเป็นคนถามคนเเรก เขาเป้นชายที่ฉลาด เเละวงเเผนการรบให้ชนะสงครามอยู่บ่อยครั้ง

 

"ฉันจะเล่าความจริงให้ฟังนายเอง"

ผมไม่มีความจำเป็นต้องโกหกเพื่อนสนิทผมหรืออะไร อีกอย่างมันเป็นสิ่งที่ควรเผยเเพร่สู่โลกภายนอกอยู่เเล้ว ถ้าผมสามารถสาธยายความไม่ยุติธรรมจากเหตุการณ์ในอดีตของผมได้ ผมก็จะพูดมัน...

 

     หลังจากที่อากูลได้ฟังเรื่องอขงผมจบ สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป จากสีหน้าจริงจังตอนเเรกเปลี่ยนเป็นความโกรธให้เเก่มิตรสหายของเขา

 

"ว่าเเล้วเจ้านั้นต้องมีนิสัยเเบบนั้น! เเต่ฉันยังไม่มั่นใจในตอนนั้น รู้งี้ฉันน่าจะเตือนนายตั้งเเต่เเรก!"

อากูลกัดฟันเจ็บใจเเทนผมที่รับผลกรรมเช่นนี้ เขาคงอยากบอกผมมานานเเล้ว เเต่ก็ทำไม่ได้ เพราะถ้าเขากล่าวหาอะไรผิดกับองค์ราชาไป มีสิทธิ์ที่เขาจะโดนประหารได้ทันที

 

"ไม่เป็นไร นายไม่ต้องโทษตัวเองไป เพราะตอนนี้ฉันมีดาบลับเเล้ว"

ผมจับไหล่เขา มองเขาด้วยสายตาไม่เป็นไร อากูลเมื่อผมเห็นเช่นนั้น เขาก็ใจเย็นลง สักพักเขาก็เอะใจกับคำตอบผม เเละทวนคำถามผมอีกครั้ง

 

"ดาบลับ? นายหมายความว่าอะไร!?"

อากูลประหลาดใจกับสีหน้ายิ้มเเย้มของผม ความจริงผมต้องเเสดงสีหน้าเศร้าสลดจนเเทบทนไม่ได้ เเต่สภาพผมในตอนนี้กลับเเจ่มใสไม่ใช่เรื่องปรกติ

 

"ทำไม นาย ไม่สิ ครอบครัวนาย ไม่เห็นเศร้าเลย!?"

ที่น่าประหลาดใจกว่านั้น ทุกคนในครอบครัวของผมที่มาได้ร่วมงานไม่เเสดงออกซึ่งสีหน้าโศรกเศ้ราเลยเเม้เเต่น้อย ทุกคนกลับยิ้มสนุกเหมือนมางานเลี้ยงซะงั้น

 

"หึหึ ดาบลับก็คื--"

"ท่านอาเธอร์ เเละเจ้าบ่าวมาถึงงานเเล้ว ขอความกรุณาเเขกผู้มีเกียรติทุกท่านนั่งประจำที่ด้วย"

เสียงประกาสดังออกมาตรงลิฟท์เป็ยของพอร์ซิดอ ซัวร์ ซึ่งเป็นพ่อของลูกชายของเขา พอร์ซิดอ ลูวร์ ซึ่งจะเป็นเจ้าบ่าวในงานเเต่งงานครั้งนี้

 

"เอาเป็นว่าเรากลับเข้าไปนั่งที่กันเถอะ เดี๋ยวอีกไม่นานนายก็ได้เห็นดาบลับเอง"

"ก็ได้ ฉันจะรอดู"

เนื่องจากพิธีเเต่งงานใกล้จะเริ่มเเล้ว อากูลจึงตัดสินใจยอมรับคำขอของอาเบล ทั้งสองเเยกย้ายกลับไปนั่งตามที่ของตน

 

"ขอเชิญท่านอาเธอร์ไปรอตรงเเท่นพิธีเลยครับ ส่วนลูวร์ตั้งใจปกป้องท่านให้ดีๆ ห้ามให้ท่านมีเเผลเเม้เเต่ปลายเล็บก่อนที่เจ้าสาวจะมาถึง"

"รับทราบครับ ท่านพ่อ ไว้ใจข้าได้เลย"

ลูวร์พยักหน้าน้อมรับคำสั่งของพ่อ เขาเดินตามอาเธอร์ซึ่งอยู่ในส่วนคลุมที่ปิดสนิทไม่เห็นหน้า เนื่องจากอาเธอร์เป็นบุคคลสำคัญของพระเจ้า เขาจำเป็นต้องสวมเครื่องเเต่งกายที่สามารถทนรับการโจมตีประเภทลอบสังหารได้ ถึงเเม้เจ้าตัวจะไม่อยากใส่ เเต่ทุกคนต้องการให้เขาปลอดภัยจึงต้องใส่ไปงานทุกครั้ง

 

"อี๋ รับไม่ได้เลย ถ้าฉันเป็นเฟอร์เรียไม่มีทางยอมเเต่งกับเขาเด็ดขาด"

"พี่มิอาน่าก็พูดเเรงไป"

"เป็นนายเอาไหมล่ะ"

"อึย...ขอผ่าน"

พอร์ซิดอ ลูวร์ เป็นชายที่มีรูปร่างอ้วนหน้าตาหน้าเกลียดตั้งเเต่เด็ก ซึ่งไม่ใช่เพราะเป็นกรรมพันธุ์ เเต่เป็นเพราะตัวเขาเอง นับตั้งเเต่ที่เขาโตเป็นผู้ใหญ่เขาก็ไม่เคยออกกำลังกายเลยสักครั้ง เขาอยู่ในบ้าน กิน นอนไม่ออกไปไหน ถ้าไม่ใช่งานสำคัญ เช่น งานเลี้ยงของพระราชวังค์ มีสาวรับใช้หลายคนเเล้วที่ต้องออกจากงานเพราะความต่ำช้า เเละนิสัยอันเลวทรามของเขา ว่ากันว่าเขานั้นเป็นคนที่เอาเเต่ใจ คิดในเชิงหื่นกามกับร่างกายของสาวๆ เขานับถือเงินเป็นพระเจ้า เเละใช้สิ่งนั้นตอบสนองความต้องการของตัวเองอยู่เสมอ

 

"สวัสดีครับ สาวๆ"

เขาเดินผ่านทุกคนที่อยู่ในเเถว เเละส่งจูบให้บรรดาสตรีหญิงในนั้น ทันทีที่มิอาน่าเห็นเธอก็ขนลุกซู่ ไม่ต่างกับผู้หญิงส่วนใหญ่ภายในงาน เขายืนอยู่ครงข้ามหน้าของเขม้นพวกเราไม่ละสายตาไปไหน

 

"บรื้อ! นรกชัดๆ!"

เธอสามารถยืนยันได้เลยว่าใครที่ได้อยู่กับเขาเท่ากับได้ลงนรกทั้งเป็น สายตาของเขาจ้องเธอด้วยหื่นกระหาย เเละริมฝีปากที่เเลบออกอย่างชวนสยอง

 

"คุณหนูเฟอร์เรียมาถึงเเล้ว"

สิ้นสุดเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง เจ้าสาวก็ได้ก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ จากในลิฟท์ สายตาของทุกคนที่จ้องมอง สามารถลบภาพอันน่าเกลียดก่อนหน้านั้นได้ทันที

 

"งดงามมาก"

ทุกคนต่างอึ่งในความงดงามของเจ้าสาวที่อยู่ข้างๆ คนรับใช้ที่เเต่งชุดเดรสสีฟ้า ถึงเเม้ว่าทุกคนจะไม่ได้เห็นหน้าเจ้าสาวภายใต้ผ้าคลุม เเต่ความงดงามของเธอไม่สามารถบรรยายได้ว่าหาที่ไหนเปรียบได้ในอาณาจักร กล่าวได้ว่าเธอเป็นสตรีที่งดงามที่สุดตั้งเเต่อาณาจักรนี้เคยมีมา

 

"เป็นไงพี่มิอาน่า สนใจสู้ไหม"

"ไม่ไหว สวยขนาดนี้พี่ขอผ่าน"

มิอาน่าต้องยกมือยอมให้เมื่อเห็นเฟอร์เรียในชุดเจ้าสาว เธอนั้นงดงามเกินกว่าเธอจะเปรียบเท่า ในบรรดาผู้หญิงที่เธอเคยวัดหน้าตามาไม่มีใครจะสวยมากกว่าเธอนอกจากเฟอร์เรียกอีกเเล้ว

 

"เจ้าสาวมาถึงพิธีเเต่งงานเเล้ว ดังนั้นต่อไปนี้จะเป็นการกล่าวเรียบเรียงพิธีโดยท่านอาเธอร์"

ซัวร์เมื่อถึงคราวที่ทุกอย่างพร้อมหมดเเล้ว เขาก็ฉีกตัวห่างออกจากเจ้าบ่าว เจ้าสาว เเละท่านอาเธอร์ ต่อไปนี้จะเริ่มเข้าสู่พิธีการเเล้ว

 

"ในเมื่อเจ้าสาว เเละเจ้าบ่าวมาถึงเเล้ว ขอเชิญเจ้าบ่าวถอดผ้าคลุมของเจ้าสาวออกได้"

"ทราบเเล้วครับ"

ลูวร์พยัหน้าตกลง เขาเดินไปใกล้ๆ เฟอร์เรีย เเล้วถอดผ้าคลุมปิดหน้าของเธอออก ใบหน้าอันงดงามหาที่ไหนเปรียบไม่ได้ ได้ปรากฏออกมา เมื่อเขาได้เห็นเขาถึงกับกลืนน้ำลาย เเละหลุดยิ้มอย่างดีใจอย่างน่าเกลียด

 

"ต่อไปเป็นขั้นตอนสวมเเหวนเเต่งงานให้เจ้าสาว"

"..."

"เจ้าบ่าว?"

"ค-ครับ ทราบครับ!"

อาเธอร์พยายามทวนอีกครั้ง เนื่องจากลูวร์ไม่ตอบสนอง เขาน้ำลายยืด ตาเคลิ้ม สายตามองเเต่เฟอร์เรียตั้งเเต่บนยังล่าง หลังจากที่เขาได้รับการเตือนสติ เขาก็คุกเข่า รับมืออันอ่อนนุ่มของเฟอร์เรียที่ยื่นออกมา ถ้าเป็นผู้หญิงทั่วไปคงจะเเสดงสีหน้ารังเกียจเขากับพฤติกรรมเเย่ๆ เเบบนี้ เเต่ไม่ใช่สำหรับเฟอร์เรีย สีหน้าของเธอยิ้มสดร่าเริงตั้งเเต่ที่เขาเห็นลูวร์

 

"ขอบคุณค่ะ"

เมื่อลูวร์ได้ยินเสียงขอบคุณอันไพเราะของเฟอร์เรีย ตัวเขาก็สั่นตื่นเต้นจนหยุดไม่ได้ เขาไม่เคยเจอผู้หญิงที่ยิ้มให้กับเขาเช่นนี้มาก่อน มันช่างเป็นความสุขอันเปี่ยมล้นที่เขาไม่เคยรู้สึกจากผู้หญิงคนไหน ตั้งเเต่เเรกพบไม่มีผู้หญิงคนไหนจะทำให้ใจเขาเต้นเเรงเท่านี้ได้ เขาอยากจะได้เธอใจจะขาด ณ ช่วงเวลานี้

 

(เป็นคนที่น่าขยะเเขยงจริงๆ)

ฉันรู้มาดีจากข่าวลือว่าพอร์ซิดอ ลูวร์เป็นคนยังไง เเต่ไม่นึกว่าเขาจะเป็นคนที่จิตทรามถึงขนาดนี้ สายตาที่เขามองฉันมักเต็มไปด้วยเรื่องทางเพศ เเม้ในงานเเต่งเขาก็ไม่ทำตัวให้เหมาะสม ฉันมีเพียงหน้าที่เดียวคือฝืนใจเเกล้งยิ้มให้เขายังคงหลงใหลในตัวฉันเมื่อครั้งที่เราเเรกพบ

 

"ตอนนี้ถึงเวลาอันสมควรเเล้ว ขอให้ทั้งคู่กล่าวคำสาบานได้ เริ่มจากฝั่งเจ้าบ่าว คุณจะรับฟาราเรีย เรอ เฟอร์เรีย เป็นภรรยาไหม?"

"รับครับ รับเเน่นอน เสร็จงานนี้ได้ยิ่งดี!"

(ไอ้สัตว์ราคะ)

ฉันอยากที่จะทิ้งหนีออกจากผู้ชายคนนี้เต็มทน ภายในหัวเขาคงนึกถึงเเต่ภาพบนเตียงที่เขาได้ใช้เวลาอันหื่่นกระหายบนเตียงของเขา เเต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะไม่อย่างงั้นอนาคตของครอบครัวเธอจะดับสูญ

 

"ต่อไปตาเจ้าสาว"

(คิดไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร)

เมื่อได้ยินเสียงท่านอาเธอร์ฉันก็ยิ้มให้เขา ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่มีวิธีเเก้ไขอีกเเล้ว สุดท้ายเเล้วฉันก็หล่อยวางตัวเอง ให้เรื่องมันเป็นไปตามความจริง เเต่ก่อนทนที่ฉันจะได้ยินประโยคต่อไป ภาพของชายคนหนึ่งก็เด้งเข้ามาในหัว

 

(ฉันบอกเเล้วว่านายเเก้ไขอะไรใหม่ได้)

ฉันหัวเราะภายในใจให้กับคำท้าทายอันว่างเปล่าของเขา สีหน้าของเขาในครั้งของเขานั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ เเละยั่วยุกับสิ่งที่เรียกว่าเกมส์ของเขา

 

"เฟอร์เรีย~"

เมื่อฉันมองตรงหน้า ฉันก็พบลูวรืที่จ้องฉันด้วยความหื่นหระหายอันน่ารังเกียจ ถึงเเม้จิตใจของฉันจะเข้มเเข็ง เเต่ร่างกายของฉันไม่อยากถูกทำให้ปกเปื้อนจากความคิดโสโครกนั้น

 

(ถ้านายอยากชนะเกมส์ละก็! ก็เเก้ไขสถานการณ์นี้ให้ได้สิ!)

ฉันกำมือด้วยความหวังอันสุดท้าย ฉันอยากเป็นอิสระ ฉันอยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ฉันอยากจะได้เเต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก!

 

"เฟอร์เรีย?"

"คะ?"

"เป็นอะไรไหม สีหน้าเธอดูไม่ดี?"

ฉันได้สติกลับอีกครั้งหลังจากได้ยินเสียงท่านอาเธอร์ เเม้ว่าฉันจะไม่ได้เห็นใบหน้าของเขา เเต่ดวงตาอันอ่อนโยนของเขากำลังปลอบโยนฉันอยู่

 

"ฉันไม่เป็นไรค่ะ เชิญทางพูดต่อเลย"

ฉันไม่คิดซะเองว่าตัวเองจะกำลังขัดขวางพิธีอันสำคัญ ถึงเเม้ว่ามันจะรู้สึกดีใจที่เวลาได้เลื่อนไปอีกนิด เเต่สุดท้ายเเล้วความจริงก็ต้องมาถึง โดยไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงโชคชะตานี้ได้!

 

(มันจบเเล้ว)

ฉันไม่สามารถขัดขืนการตัดสินใจของตัวเองได้อีกเเล้ว ทางที่ฉันเลือกมันมีผลลัพธ์ที่ชัดเจนรอในอนาคตอยู่เเล้ว อย่างน้อยวันนี้ฉันฏ้ไม่เสียดายชีวิตถ้าฉันจะได้ตายด้วยน้ำมือของคำสาปบนคอฉัน

 

"เธอจะรับฉันเป็นคู่หมั้นทางการ หรือไม่?"

"รับค่ะ...หา!"

ฉันเป็นคนส่งเสียงตกใจคนเเรกเมื่อได้ยินประโยคที่ไม่เป็นดั่งที่คิด ไม่นานมือขวาของท่าอาเธอร์ก็ดึงมือฉันมาอยู่ในอ้อมเเขนซ้ายอย่างฉับพลันโดยที่ฉันยังไม่หายตกตะลึง

 

"ถ้างั้น--"

เสียงของท่าอาเธอร์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เสียงเเสนกวนหูน่ารำคาญดังขึ้น เมื่อฉันได้ยินภาพของคนที่ฉันเกลียดมาตลอดก็เผยออกมาภายใต้เสื้อคลุมอันเเน่นหนา ชายที่เธอไม่ชอบใจ ยิ้มออกมาอย่างน่าเกลียด

 

"ก็เป็นอันตกลงเเล้วนะครับทุกคน"

"โนวมอล!"

โนวมอลปรากฏตัวท่ามกลางงานอันศักดิ์สิทธื์ของเหล่าคนรัก เขาเเสดงรอยยิ้มเเห่งชัยชนะท่ามกลางเเขกผู้ทรงเกียรติโดยไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้น พิธีเเต่งงานในครั้งนี้ได้พังทลายซะเเล้ว

 

"เฟอร์เรีย!"

"เกะกะไอ้โรคจิต!"

โนวมอลถีบลูวร์ที่เขาหมั่นหน้าด้วยลูกเตะเเสนเบา ลัวร์ถูกเตะปลิวขึ้นไปลอยในอากาศ เมื่อเเขกคนอื่นเห็นเขาลอยมาใกล้ๆ ก็พากันวิ่งหนี ลูวร์ได้กระเเทกกับเกี้าอี้ไม้อย่างจัดจนหักพังไป เเละสลบไป

 

"ไอ้เด็กเวร เเกมาป่วนผิดงานซะเเล้ว!"

เร็ซที่เห็นท่าทีเริ่มไม่ค่อยดีจึงหยิบดาบที่เขาเเอบซ่อนไว้ใต้เท้าออกมา เขาถีบเท้าพุ่งด้วยความเร็วสูง เตรียมที่จะสั่งสอนเด็กที่ไม่รู้จักกาลเทศะในงานสำคัญครั้งนี้

 

"บุ่มบ่าม โค่นฉันไม่ได้หรอก"

"อั๊ก!"

เป้ง!

โนวมอลเรียกกริมในมือขวาออกมาทันที เข้าใช้เเรงเพียงมือเดียว ซัดเร็ซด้วยที่จับดาบทั้งสองมือ กระเด็นปลิวไปกระเเทกเก้าอี้ไม้เหมือนกับลูวร์

 

"จำไว้ซะ! ไอ้พวกหลงตัวเอง!"

โนวมอลจับท้ายดาบชูขึ้นเหนือหัว ลังเวทยืในตัวเขาไหลผ่านอย่างบ้าคลั่ง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนไป เมฆดำเริ่มเคลื่อนมา ฟ้าเเลบ ฟ้าร้อง กำลังส่งเสียงถึงเวทมนตร์อันยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเข้ามา

 

"เป็นเเค่จตุรเทพอย่าริาจหือรือกับมังกรอย่างฉัน! ดาบผสานเวทย์ อัสนีพิโรธ!"

สิ้นสุดคำพูดโนวมอลได้เเทงดาบลงพื้นจนเกิดรอยร้าว สายฟ้าผ่าลงทำลายม่านป้องกันจนเเตกเป็นเสี่ยงๆ มันผ่าเข้ามาตรงตำเเหน่งของเขาเกิดการระเบิดอันยิ่งใหญ่ที่ทำลายชั้นดาดฟ้า หายไปครึ่งหนึ่งพร้อมกับอีก 3 ชั้นด้านล่างที่อยู่ลงมา

 

"See you"

เข้ากระโดดถอยหลังไปตามเศษหินที่ถล่ม ภาพของเขา เเละเจ้าสาวในงานได้หายไปกับควันระเบิดในการโจมตีที่ล่องลอยอยู่รอบๆ ไมร่าที่ได้เห็นถึงกับไม่เชื่อในสายตาของตัวเอง เพราะม่านพลังที่เเสนภูมิใจของเธอถูกทำลายลงไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว...

 

-----

 **ยาวสุดเท่าที่เขียนมา งุงิ #โนวมอลคนจริง**

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

349 ความคิดเห็น

  1. #270 Nerfy (@Nerfy) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 14:53
    มาถึงก็บวกเลยเรอะ!?
    #270
    1
    • #270-1 NamChickz (@NamGoz001) (จากตอนที่ 72)
      11 เมษายน 2562 / 00:15
      ไม่พูดมาก
      #270-1
  2. #269 horizonthai (@horizonthai) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 23:13
    ค้างเลย
    #269
    1
    • #269-1 NamChickz (@NamGoz001) (จากตอนที่ 72)
      5 เมษายน 2562 / 23:33
      อย่าพูดเเบบนั้นสิ เค้าตราตรึงใจ
      #269-1
  3. #267 mine poke (@Diefire) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 22:27
    เราต้องนคิดบ่วก
    #267
    1
    • #267-1 NamChickz (@NamGoz001) (จากตอนที่ 72)
      5 เมษายน 2562 / 23:34
      เห็นด้วย
      #267-1
  4. #266 pafrank (@pafrank) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 20:55
    ไรทแม่งทำ ค้างอีกแระ

    อยากเผาบ้านไรทททททททท
    #266
    2
    • #266-1 NamChickz (@NamGoz001) (จากตอนที่ 72)
      5 เมษายน 2562 / 23:34
      บ้านเราสถานีดับเพลิงนะ
      #266-1
    • #266-2 NamChickz (@NamGoz001) (จากตอนที่ 72)
      5 เมษายน 2562 / 23:34
      555555555555+
      #266-2
  5. #265 pawat10 (@pawat10) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 18:17
    ...ไวไปไหม
    #265
    1
    • #265-1 NamChickz (@NamGoz001) (จากตอนที่ 72)
      5 เมษายน 2562 / 19:00
      หมายถึงตอนเดียวจบเหรอ?
      #265-1