หึ! เกมจีบหนุ่มน่ะเหรอ? เเล้วไงล่ะทำไมตัวประกอบอย่างฉันจะเด่นไม่ได้ล่ะ!

ตอนที่ 73 : Route:Finale พลิกบทนางร้ายสู่เสรีใหม่ (9.5)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    11 เม.ย. 62

"กรี๊ดดดดดดด!"
เสียงกรีดร้องของเธอดังอย่างมากจนเเก้วหูผมเเทบระเบิด ถึงเเม้วิธีป้องกันคือการเอามืออุดหู เเต่ว่ามือผมข้างหนึ่งอุ้มเธอให้เเนบติดตัว อีกข้างหนึ่งถือดาบกำสนิท ทำให้ต้องรับกรรมเเสบหูตายจะขาด

(โอ้ย จะบ้าตาย! เเสบหูชะมัด!)
ผมต้องรอดพ้นจากวิกฤตเสียงนี้ให้ได้โดยเร็ว เพราะการกรี๊ดของเธอทำให้ผมเสียสมาธิในการไปต่ออย่างมาก ยิ่งถ้ามันยังไม่หยุดก่อนจะช่วยเธอสำเร็จ หูของผมคงจะอับเสบตายไปซะก่อน

"หุบปากสักวินาทีได้ไหม ยัยบ้า! เดี๋ยวก็ทำตามขั้นตอนต่อไปไม่ได้พอดี!"
"เรากำลังจะตกจากหอคอยสูงกว่า 16 ชั้น นายจะให้ฉันทำใจเย็นๆ ได้เรอะ!"
ผมตะคอกใส่เธอด้วยความหงุดหงิด เเต่เธอกลับสวนด้วยการตะโกนใส่หูผมเเทน ดูเหมือนเธอจะไม่ชอบใจผมสุดๆ

(อย่างน้อยก็สบายหูขึ้นบ้าง)
ผมดีใจ เเละโล่งอกที่พ้นจากเสียงสูงทะลุหูได้สำเร็จ ต้องขอบคุณที่เธอนั้นโดนยุได้ง่าย ผมจึงพอมีสมาธิในการดำเนินขั้นตอนต่อไป

"จับตัวฉันไว้เเน่นๆ! โซ่ตรวนนิรันดร์!"
"นายคิดจะทำบ้าอะไร!"
"ดูไป เดี๋ยวก็รู้! กริมฝากบอกด้วยถ้าถึงเเล้ว!"
[ใช้งานคนหนักจังนะ]
ผมไม่มีเวลาบอกเธอให้ทันท่วงที ผมเรียกโซ่ตรวนออกมาพันข้อมือ เเละท้ายดาบไว้ จากนั้นจึงบิดเอวง้างดาบไว้ เฟอร์เรียที่เห็นท่าทีตอบสนองของผมจึงรีบไขว้มือกอดคอผม ทันทีทุกอย่างพร้อม ผมก็ขว้างดาบออกไปในเเนววงรีคล้ายกับตอนที่ทดสอบสมรรถภาพทำลายเป้าไปทางด้านซ้าย เนื่องจากด้านขวาถูกผมทำลายไปเรียบร้อยเเล้ว

     การทำเช่นนี้เป็นเทคนิคที่เสี่ยงมาก เพราะถ้ามันไม่สามารถขว้างฉีกออกไปกว้างได้ มีสิทธิ์ที่ผมจะร่วงได้ ผมต้องอาศัยความเเม่น เเละการควบคุมเเรง เเละทิศทาง เพื่อให้มันไปปักที่หอคอยให้ได้ ถ้าเกิดเเรงที่ใช้น้อยไปก็มีสิทธ์ชนเศษหินยักษ์เเล้วล่วงการอากาศได้

ฉึด
[ไอ้หนู...ซวยเเล้ว]
เนื่องจากเศษหินมากมายหลายขนาดบดบังวิสัยทัศน์ในการมองเห็นของผม ผมจึงสัมผัสได้เเค่เเรงสะเทือนจากฝากนั้นที่ผ่านมายังโซ่ตรวน ที่สำคัญผลลัพธ์ที่ได้มากลับไม่ใช่สิ่งที่หวัง

(มีอะไร! พลาดเรอะ!)
[ไม่ใช่มันเเย่กว่านั้น...]
(ขว้างเลย!? ไม่ใช่! มันต้องโดนอะไรบางสิ ฉันสัมผัสได้!)
[เออ มันอธิบายยากสักหน่อย เเต่เเกต้องทำใจนะ?]
(บอกมาเหอะน่า อีกไม่นาน ตูร่วงเเน่!)
เสียงของกริมนั้นไม่ดีอย่างที่คิด มันลังเลมากที่จะต้องบอกความจริงกับผม บางทีผมอาจพลาดจริงไปติดหินหินก้อนใหญ่ก็เป็นได้

[คือว่า...]
(หรือว่าเรา จะต้องใช้ไผ่ลับ!)
ถ้ามันเป็นเรื่องซวยอย่างที่คิดจริง ผมคงต้องเเสดงอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ ถึงมันจะเเลกมาด้วยการที่อาณาจักรที่จะรู้ว่าผมเป็นอะไรก็ตาม

[ข้าดันเเพ้พนันเฮลเคต กับครอสน่ะสิ ว่าเเกจะขว้างพลาด เเม่งเอ๊ย เสียศักดิ์ศรีหมดเลย]
เมื่อผมได้ยินผมก็อารมณ์ค้างไปชั่วขณะ หลังจากนั้นปากป่องถูเขาไฟในหัว ก็ประทุลาวาเเห่งความโกรธออกมา

"ไอ้ดาบเชี้ย! ใครให้เเกเล่นในเวลาเเบบนี้ว่ะ!"
[เเหม ก็คนมันเเพ้เนอะ ข้าก็เจ็บใจ]
"พอกันที! ฉันจัดการที่เหลือเอง! เเกมันเป็นไอ้ขี้พนันซะเถอะ!"
[โหดร้--]
"นอกจากกวนประสาทเเล้ว ยังเล่นมากอีก ไอ้ดาบเวร! จงหด!"
ผมใช้พลังจิตที่มากกว่าตัดขาดการสื่อสารกับกริมเรียบร้อย กลับบ้านไปผมจะสั่งสอนมันให้เข็ดหลาบเลย เเต่ตอนนี้ต้องเอาตัวเอง เเละคนหลักในวันนี้ให้รอดก่อน

     ผมจับเส้นโซ่ตรวนในมือขวาเเน่นไม่ปล่อย หลังจากนั้นจึงใช้คำสั่งหดขนาดของโซ่ตรวน ผมกำลังถูกดึงไปอย่างว่องไวท่ามกลางเศษหินนับมากมาย บางช่วงอาจต้องขยับตัวใช้ขาเตะทำลายหินที่ร่วงลงมาขว้างทางบ้าง เเต่สุดท้ายผมก็สามารถจับด้ามดาบของกริมที่ปักอยู่กับพนังหอคอยชั้น 16 เเล้วห้อยตัวอยู่บนกลางเเพงท่ามกลางอากาศได้สำเร็จ

"พวกเรารอดเเล้วเหรอ?"
"อ่า เเบบไม่เเฮปปี้อ่ะนะ"
เฟอร์เรียมองผมด้วยสายตาหวาดกลัวในช่วงวินาทีนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่พวกเราจะรอดได้ เเต่มันก็ทำสำเร็จถึงเเม้ว่าผมจะอารมณ์ไม่ดีก็เถอะ

"สูงจังนะ ตรงนี้"
"อ่า โคตรสูง"
ผม เเละเฟอร์เรียเฉลือบตามองลงไปดูข้างล่าง ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ชั้นที่สิบหกซึ่งข้างบนหัวก็คือ สถานที่เเต่งงาน ถ้าให้เทียบก็เหมือนห้อยตัวอยู่บนโรงเเรมขนาดใหญ่ที่สูงมากเลยทีเดียว

"เเต่ก่อนที่เราจะมาทำตัวสบาย ก่อนหน้านั้น..."
เเปะ
เฟอร์เรียมองผมด้วยความเย็นชา ผมถูกเธอตบด้วยอย่างเเรงจากฝ่ามือของเธอ ผมสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดอันน้อยนิดจากมัน

"ทำไมนายถึงทำอะไรเเบบนี้! เคยคิดบ้างไหมว่าอะไรจะตามมา!"
เเปะ!
ดวงตาของเธอเริ่มคลอจนน้ำตานอง เธอมองผมด้วยความเจ็บใจ สีหน้าของเธอนั้นยิ่งทรมาณขั้นเมื่อมองหน้าผม เเถมเธอยังให้เเรงตบอีกลูกด้วย

"ใจเย็นก่อน ฉันคิดก่อนลงมือทำก่อนเสม--"
เเปะ!
"ฟังก่อนไม่ได้เหร--"
เเปะ
"มันเจ็บนะ"
เเปะ!
"เรื่องของนาย! จะได้สำนึกซะบ้าง!"
(ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ ยัยนี้)
ผมโดนเฟอร์เรียตบหน้าฟรีๆ โดยตอบโต้ไม่ได้ ถึงเเม้ผมจะพยายามใช้คำพูดที่เหมาะสม เเละลดความตรึงเครียดลง เเต่เธอก็ยังไม่หายโกรธผมเลย

"นายรู้ไหมว่าคนธรรมดาอย่างนายจะเจออะไรในอนาคต! ถ้านายยุ่งกับงานเเต่งงานครั้งนี้!"
"ฉันจะสอยหัวไอ้พวกที่คิดมิดีมิร้ายเอง"
"ถึงเเม้ว่านายจะใช้กำลังเเก้ปัญหาเฉพาะหน้าของนายได้! เเต่ครอบครัวฉันไม่ใช่!"
เเปะ!!!
เธอใส่อารมณ์พูดใส่ผมด้วยความโกรธ การตบในรอบนี้ของเธอเเรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ผมสามารถรับรู้ได้ถึงความโกรธอันจริงใจของเธอที่ส่งผ่านฝ่ามือมาถึงผม

"นายนี้มันเลวที่ส--เเคก! เเคก!"
ก่อนที่เธอจะพูดจบ ก็มีบางอย่างมาขัดซะก่อน เธอไอออกมาอย่างทรมาณโดยที่ผมไม่คาดคิด ที่สำคัญมีตะกอนสีเเดงบางอย่างสำลักออกมาจากปากเธอด้วย

"เลือด!?"
ผมตกใจกับเลือดหยดเล็กๆ ที่ออกมาจากปากของเธอ มันกระเด็นเลอะชุดเเต่งงานของเธอ เเละตัวผมที่อยู่ใกล้เธอ เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นทั่วไป ตั้งเเต่เล่นเกมส์มาไม่เคยมีข้อมูลเกี่ยวกับนางร้ายมีโรคประจำตัวเลยสักเว็บ

[หืม คำสาบงั้นรึ?]
เสียงที่ไม่คาดคิดปรากฏขึ้นมา ผมรับรู้ได้ถึงเฮลเคตที่เข้ามาเเทรกในสถานการณ์นี้ อีกอย่างเขามาพร้อมกับคำตอบที่น่าสนใจด้วย

(หมายความว่าเธอติดคำสาปเหรอ?)
[ประมาณความโดยนั้นได้ เเถมยังเป็นคำสาปร้ายเเรงที่หมายชีวิตด้วย]
(หยาบเเล้วไง)
จากที่เฮลเคตมีความเชี่ยวชาญในเวทมนตร์ เขาไม่มีทางบอกผิดเเน่นอน ผมอยากรู้เหลือเกินว่าเธอเป็นได้มันมาจากที่ไหน

"เธอติดคำสาปใช่ไหม?"
"นายรู้ได้ไง!"
"ใช่จริงด้วย"
ผมเเค่เห็นเธอทำหน้าร้อนรนผมก็รู้เเล้วว่าคำตอบใช่ เธอไม่เปลี่ยนไปเลย สีหน้าของเธอสามารถบ่งบอกคำตอบได้ง่ายดาย

(เฮลเคต มีวิธีช่วยไหม?)
[อืม ไม่ต้องถามวิธีช่วยหรอก คำสาปมันก็เเค่เวทมนตร์ชนิดหนึ่ง เเค่เเก้วงจรเวทย์ก็จบเเล้ว เเต่จะเร็วขึ้นถ้ารู้ว่ามันมาจากไหน]
"เฟอร์เรีย เธอได้คำสาปมาได้อย่างไรกัน?"
ในเมื่อเฮลเคตรู้วิธีช่วยเเล้ว ผมก็เเค่ต้องช่วยให้เขาทำงานง่ายขึ้น คือ การเค้นหาคำตอบจากเธอด้วยสีหน้าจริงจัง

"เเค่ก! เเค่ก! ทำเป็นพูดนายนั้นเเหละตัวต้นเหตุ"
"หา!? ฉันเนี้ยนะ!"
"หึ ขนาดตัวเองยังไม่รู้เลย งั้นฉันจะเล่าให้ฟังละกัน..."
เฟอร์เรียส่งเสียงเยาะเย้ยผม จากนั้นผมจึงได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของเธอ เมื่อฟังได้เรื่อยๆ ตลอดทางสีหน้าของผมก็เริ่มเเย่ขึ้นเรื่อยๆ

"ฉันผิดเอง..."
ผมคอตกจนน่าสมเพช ผมอยากมุดดินหนีหายไปจากโลก เพราะตั้งเเต่ที่เธอเล่ามา ไม่มีส่วนไหนที่ความยุติธรรมจะเข้าข้างผมเเม้เเต่น้อย

"เหอะๆ เหมือนตัวเองทำฆาตกรรมทางอ้อม"
ผมหัวเราะเยาะเย้ยตัวเอง จากที่หวังดีเธอในตอนเเรก ดังทำเธอจะตายเร็วในตอนจบ นี้มันไม่ต่างอะไรเลยจากเจ้าชายที่ปักเดธเเปล็กให้เธอเลยนี้หว่า

[สรุปจะให้ข้าจะช่วยไหม]
"ช่วยที..."
[จัดไป]
ทันทีที่โนวส่งเสียงหน้าอนาถออกไป ร่างกายของโนวมอลก็ถูกยึดครองไปชั่วคราว ตาทั้งสองส่องเเสงสีเเดงสว่าง เเขนในมือซ้ายส่งกระเเสไฟฟ้าผ่านเอวเฟอร์เรีย มันกำลังเข้าซึมร่างกายของเธอ

"นายใช่โนวมอลใช่ไหม?"
เฟอร์เรียตกใจทันที ตั้งเเต่เเวบเเรกที่เธอเห็น เธอรับรู้ได้ถึงตัวตนหนึ่งที่เธอไม่รู้จัก กระเเสเวทย์ของเขาเปลี่ยนไป มันน่ากลัว เเละทรงพลังกว่าโนวมอลคนเดิมที่เธอรู้จัก คนที่อยู่ตรงหน้าเธอเป็นใครกันเเน่

"อ่า เเต่เป็นเเค่ส่วนหนึ่งของเจ้าหนู"
เฮลเคตที่ใช้ร่างของเฟอร์เรียตอบด้วยเสียงเย็นช้า เขาใช้กระเเสไฟฟ้าภายในร่างกายของเธอ เข้าไปเเก้ไขต้นเหตุคำสาปที่อยู่ท้ายคอ มันนานมันก็ปรากฎออกมาเป็นสร้อยคอสีเงินที่โนวมอลเคยให้

"เรียบร้อย"
สิ้นสุดคำพูดของเฮลเคต สร้อยคอที่อยู่บนคอของเฟอร์เรียก็สูญสลายไป มันเเตกเป็นเศษล่องลอยไปกับสายลม ไม่นานมันก็เรือนเเสงหลอมรวมกันเป็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา

"หมดหน้าที่ข้าเเล้ว ที่เหลือก็จัดการเองเเล้วกัน เจ้าหนู เเล้วก็เเม่นาง"
"คะ?"
"ดูเหมือนเธอคนนั้นจะมีอะไรอยากบอกเจ้านะ"
ตาของโนวมอลกลับมาเป็นสีฟ้าครามตามปรกติ เฟอร์เรียรู้สึกได้ถึงโนวมอลคนเดิมที่กลับมา กระเเสเวทย์ของเขานั้นกลับมาคงที่ เเละทรงพลังน้อยลง

"ขอบคุณนะ"
ผู้หญิงในร่างเเห่งเเสงยิ้มอย่างอ่อนโยนมาที่เฟอร์เรีย เธอนั้นไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปเเล้ว เธอเป็นเพียงวิญญาณที่ออกมาจากสร้อยคอ

"คุณคือ เจ้าหญิงโรสใช่ไหมเพคะ?"
"ถูกต้องเเล้ว ต้องขอขอบคุณพวกเธอทั้งสองที่ทำให้คำสาปนี้หายไป เท่านี้ก็ไม่ต้องมีผู้ประสบภัยอีกเเล้ว เราจะไม่ลืมบุญคุณนี้เลย"
ถึงเเม้ว่าเธอจะเป็นวิญญาณเเล้ว เเต่ท่าทาง เเละความสง่าของเธอก็ยังคงให้บรรยากาศเหมือนกับเจ้าหญิง สักพักร่างของเธอก็เริ่มสูยสลายกลายเป็นละอองเเสงทีละน้อย

"ตายเเล้ว ใกล้จะหมดเวลาเเล้วเหรอเนี้ย พระเจ้าช่างเข้มงวดจังนะ"
เธอยังคงร่าเริง ถึงเเม้ตัวเองกำลังจะหายไปจากโลกใบนี้เเล้ว ก่อนที่เธอจะหายไป เธอก็ได้ล่องลอยเข้ามาใกล้พวกเรา

"ก่อนจากไป ข้อบอกอะไรคุณหนูคนนี้ หน่อยนะ"
เธอจ้องหน้าผมที่เฝ้ามองอยู่ ดูเหมือนเธอจะเกรงกลัวว่าผมจะไม่ไว้ใจเธอ เพราะเธอเป็นวิญญาณที่ออกมาจากสร้อยคอต้องสาป

"ตามสบายครับ ผมจะไปห้ามอะไรคนก่อนไปได้ล่ะ"
"ขอบใจจ้ะ"
ยังไงซะเธอก็คงทำอันตรายไม่ได้อีกเเล้ว อีกทั้งเธอเป็นคงเป็นมิตรมากกว่าศัตรู ไม่มีสิทธิ์อะไรเลยที่ผมต้องทำเรื่องไร้ประโยชน์เช่น ไล่เธอไปสู่สุคติโดยเร็ว หลังจากที่เธอสบายใจกับผม เธอก็เข้าไปกระซิบกับเฟอร์เรีย เนื่องจากมันเบามาก เเละหูผมก็ไม่ได้ดีเท่าสุนัข ผมจึงไม่รู้ถึงเนื้อความภายในนั้น

"ขอให้ทั้งสองโชคดี ลาก่อน"
เธอโบกมือจากไปอย่างร่าเริงก่อนที่จะสลายหายไปจนไม่เหลืออะไร ผมดีใจที่อย่างน้อยเธอก็ได้ทำสิ่งที่ตัวเองอย่างทำก่อนจากไป มันหมายถึงเธอหมดอาลัยอาวรจากโลกนี้เเล้ว

"เป็นไง? เธอพูดอะไรบ้าง"
ด้วยความอยากสงสัย เเละความอยากรู้ ผมจึงถามเฟอร์เรียไปตรงๆ เเต่เธอไม่ตอบอะไรผมกลับเลย มีเเค่ใบหน้าอันเเดงเเจ๋ของเธอซึ่งเป็นคำตอบที่ไม่ใช่คำตอบ

"ป-เปล่าไม่มีอะไร เเค่เรื่องจิปาถะน่ะ ฮ่ะๆๆๆ"
เธอเเก้มเเดงหัวเราะน่าสงสัย เเต่ผมก็ไม่ได้คิดจะขู่หาคำตอบจากเธออะไรมาก เพราะยังไงผมก็ไม่ใช่เรื่องของผมอยู่ดี อีกอย่างถ้าขู่ถามไปอาจโดนว่า ละเมิอดสิทธิ์ส่วนตัวก็เป็นได้ ยิ่งจะทำให้ผมมีปากเสียงกับเธออีก เห็นภาพเเล้วก็ปวดหัวเลย

"ฉันขอยกเลิกการเเต่งงาน ณ บัดนี้!"
ผมได้ยินเสียงใหญ่คุ้นหูดังมาจากด้านบน เฟอร์เรียเอะใจก่อนผม เพราะนั้นเป็นเสียงที่เธอนั้นรู้จักมาเป็นอย่างดี

"นั้นมัน! เสียงของท่านพ่อ!"
เธอคงประหลาดใจที่ได้ยินเสียงของเธอที่ตามด้วยประโยคลับ เมื่อผมได้เห็นเธอทำสีหน้าตื่นตระหนก ผมก็ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

"เอาล่ะได้ เวลาเริ่มโชว์เเล้ว"
ผมจับด้ามดาบอย่างเเน่น ใช้กำลังเเขนยกตัวเองลอยขึ้นเหนือดาบ ปลายเท้าที่สัมผัสอากาสก่อนหน้านั้นตอนนี้กำลังมีข้างขวาข้างหนึ่งที่เหยียบด้ามดาบอย่างเต็มเเรง

"นายกำลังจะทำอะไร!"
เฟอร์เรียเเตกตื่นทันทีที่เห็นผมกำลังทำเรื่องหวาดเสียว เเต่ผมไม่ได้เห้นอกเห็นใจเธอ ผมกลับชอบท่าทีของเธอมากกว่า

"ทะยานสู่เวทีไงล่ะ!"
ผมใช้เเรงจากเท้าขวาถีบส่งตัวเอง พุ่งขึ้นไปยังดาดฟ้า ผมกระโดดโผล่ขึ้นมาข้างข้าวของเเถวจัดงานเเต่งพร้อมกับเฟอร์เรีย ดีที่สถานที่จัดงานมันกว้างจึงมีที่ให้ผมเดินสบายเหลือเผือ ไม่นานผมก็ปล่อยเธอลงสู่พื้นดาดฟ้าเธออย่างนุ่มนวล เเน่นอนว่าทุกคนต่างตกใจกับการมาของผม เเละคนที่มีอาการมากสุดคือดยุคพอร์ซิดอ

"ก-เเก! ทำไมเเกถึงมาอยู่ที่นี้ได้! เเกยังไม่ตกไปตายงั้นเรอะ!"
"จะตายได้ไงเล่า คนไม่จบ ตัวเองก็ลำบากสิ ถึงงี้ไงฉันจึงต้องลำบากอยู่ด้วยจนจบ"
"ไอ้เด็กเปรต!"
(ชื่นนนนนใจเว้ย)
ความจริงมันเป็นส่วนนึงในเเผนของผมอยู่เเล้วที่ต้องกลับมาบนที่นี้อีกครั้ง เเต่ผมอยากจะบลัฟเขาสักหน่อย เพื่อเห็นสีหน้าอันทุเรศของเขาเพิ่มเติม  ซึ่งมันก็ได้ผล โคตรสะใจเลยวุ้ย! นี้เเหละที่ฮีลผมได้เป็นอย่างดี

"อะเเห่ม...รีบจบดีกว่าไหม"
ดูเหมือนคุณพ่อของเฟอร์เรียจะเเอบเห็นความต้องการผมเเล้ว น่าเสียดายที่ผมอดปากสุนัขต่อ เเต่ถ้ายืดยาวก็เสียเวลาผมเหมือนกัน ดังนั้นรีบจบรีบกลับบ้านดีกว่า

"ก็ได้ครับ คุณพ่อ เฮ้ย ไอ้ขี้เเพ้!"
"ขี้เเพ้? ฉันเนี้ยนะ!"
"เออ เเกนั้นเเหละ!"
"เเกกล้าดียังไงมาเรียกฉัน ไอ้สามัญชน!"
ผมชี้ไปยังลูกของเขาที่อ้วนตุตะ ดูเหมือนเขาจะโง่เหลือเกิน ที่ชี้ตัวเองไป เเละหันไปมองคนรอบข้าง ถ้าผมไม่ย้ำมันคงไม่รู้สึกตัว ดูเหมือนมันจะโกรธที่ผม เเละเหยียดผมสวนคืน เเต่ผมขอบอกเลยว่า โคตรคำพูดเบสิคมาก

"ฉันจะบอกข่าวร้ายให้ฟังว่ะ"
"อะไรของเเก! ไสหัว เเละเอาปากพล่อยๆ กลับบ้านไป!"
"ทุกคนฟังนะคร้าบบบ ข่าวนี้เป็นข่าวเด่นประจำหน้าหนังสือพิมพ์ของวันนี้เลย"
"เฮ้ยเเกฟังฉันบ้างไหม ไอ้สามัญชน!"
ผมปล่อยให้หมาเฮ่า โฮ่งๆ ไปโดยไม่ต้องสนอะไร มันถึงเวลาที่ผมกำลังจะดึงม่านเปิดโชว์สุดอลังการที่จะทำให้ผู้ชมสนุกสนาน เเละบรรเทิงเเล้ว

"ต่อไปนี้..."
ผมเข้าไปใกล้เฟอร์เรีย เอื้อมมือไปจับไล่เธอทีเผลอ เเละดึงเข้าเเนบชิดตัว จากนั้นจึงยิ้มสนุกออกมา มือซ้ายที่ว่างได้หยิบเเผ่นกระดาษใบหนึ่งที่ม้วนอยู่ในเสื้ออกมา

"เธอคนนี้ ฟาราเรีย เรอ เฟอร์เรีย จะเป็นคู่หมั้นโดนทางการของผม เอลเดล นอลเป็นที่เรียบร้อย ตามสัญญาหมั้นเเผ่นนี้"
"ว-ว่าไงน้าาาาาาาาาาาา!!!!!!"
ไม่ใช่เพียงเเค่เฟอร์เรียที่ร้องตกใจ คนที่เหลือในงานก็ประสานเสียงร้องตกใจออกมาพร้อมกันด้วย ตอนนี้โชว์อันเเสนบรรเทิงได้เริ่มต้นขึ้นเเล้ว

-----
"เล่นบ้าอะไรของนาย! หา!"
ฉันผลักโนวมอลออกห่างจากตัวทันที นอกจากเขายังจะทำงานเเต่งงานพังเเล้ว เขายังประกาศเรื่องเป็นไปไม่ได้ออกมาอีกกด้วย เขาคิดจะทำอะไรกันเเน่!?

"รุนเเรงจังนะ เเต่ก็ช่างเถอะ ตามสัญญาหมั้นเเผ่นนี้ เธอกับฉันต้องเป็นคู่หมั้นกันเท่านั้น"
เขามองฉันด้วยเเววตามุ่งมั่น รอยยิ้มของเขานั้นเต็มไปด้วยความน่าเกลียดที่ทำให้ฉันขนลุก เขาคงไม่มีทางทำเท็จโดยไม่มีอะไรรับรองเเน่นอน

"เเต่ถ้าใครไม่เชื่อก็เชิญดูสัญญาหมั้นได้เลย มีใครสนใจอยากตรวจดูความถูกต้องไหม? เเต่เงื่อนไขก็คือห้ามเป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องกับเชื้อสายของทั้งเจ้าบ่าว เเละเจ้าสาว ถึงจะผ่านตกลงนะ?"
โนวมอลมีความฉลาดรอบคอบมาก เขาเลี่ยงการทุจริตจากสองฝ่ายโดยให้ตัวกลางมามีส่วนร่วม เพราะถ้าเกิดเขาให้ฝ่ายหนึ่งดูในนั้น เเน่นอนว่าฝ่ายนั้นจะตกเข้าข้างตัวเองเพื่อให้ได้ผลประโยชน์เเน่นอน

"ฉันขอเป็นคนดูเอง"
"ขอทราบได้ไหมว่าคุณคือใคร?"
"ฉันเป็นผู้อำนวยการของโรงเรียนเอลฟาเรีย วิริล โน อากูล มีสิทธิ์ผ่านใช่ไหม?"
"ท่านอากูล!"
"คนเป็นกลางยากเช่นคุณหาจับตัวได้ยาก ผมไม่มีข้อโต้เถียงกับกรรมการที่ทรงเป็นกลางเเบบนี้หรอกครับ"
โนวมอลเปลี่ยนวิธีการพูดจากเดิมเป็นสุภาพ เเต่ยังคงรอยยิ้มอันชั่วร้าย ฉันอยากรู้มากว่าทำไม เขาถึงชอบมีความสุขกับเรื่องเเบบนี้ รู้หรือไม่ว่าเขาคนนั้นมีอำนาจต่อเมืองนี้มากเเค่ไหน

"เชิญตรวจสอบความถูกต้องได้เลยครับ ท่านกรรมการ"
"ขอบใจ"
เขายื่นสัญญาหมั้นให้อย่างง่ายดาย ฉันรู้จักท่านอากูลเป็นอย่างดี ตั้งเเต่ยังเด็กว่าเขาเป็นคนมีเหตุผล เเละความยุติธรรมในการตัดสินใจ เขาต้องการพิสูจน์ว่าสัญญาหมั้นเเผ่นนี้เป็นของจริงหรือไม่อย่างไม่ต้องสงสัย

"น่าประหลาดใจยิ่งนัก สัญญาหมั้นเเผ่นนี้เป็นของเเท้โดยไม่ต้องพิสูจน์ หลักฐานก็คือลายเซ็นโลหิตของทั้งสามฝ่ายบนกระดาษเเผ่นนี้"
อากูลยื่นเเขนออกมาเเสดงสัญญาหมั้นให้ทุกคนได้ดู ผู้คนที่สงสัยก็ทยอยเข้ามาดูใกล้ๆ เเละพบว่าเป็นอย่างที่เขาพูด มีสามหลายเซ็นโลหิตในทั้งสามช่อง ได้เเก่ เจ้าบ่าวในฐานะตัวเเทนของครอบครัว เจ้าสาว เเละบิดามารดาของเจ้าสาว

(เป็นไปได้ยังไง เราไปเซ็นตอนไหนกัน!)
ฉันตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อได้เห็นลายเซ็นของตัวเองไปอยู่บนสัยญาเเผ่นนั้น ปรกติฉันเป็นคนรอบคอบ เเละอ่านอะไรละเอียดอยู่เสมอ ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ฉันจะเผลอไปเซ็นสัญญาโลหิตโดยไม่รัมัดระวัง

(หรือว่าจะเป็นตอนนั้น!)
เมื่อฉันรู้สึกตัวฉันก็หันไปมองพ่อในเเถว เขายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ฉันทันทีที่เห็นฉันมองหา เมื่อฉันได้เห็นดังนั้นความรู้สึกโกรธเคืองก็คึกตะนองขึ้นมา

(พ่อบ้า!)
ฉันกัดมันเเน่น กัดฟันกรอด เเค้นใจในความสะเพร่าของตัวเอง ฉันยังคงจำได้ท่าทีผิดปรกติเมื่อวาน ก่อนที่พ่อฉันจะหายจากการทำสีหน้าหดหู่ เเละยิ้มเเจ่มใสรับฉันในต้อนเช้า

-----
(หุ๊ๆ ดูเหมือนลูกสาวเราจะรู้ตัวเเล้วสิ)
อาเบลหัวเราะชอบใจออกมาเบาๆ เขารู้สึกสนุกสนานกับท่าทีเเค้นใจอันเเสนน่ารักของลูกสาว น้อยครั้งที่เธอจะโกรธเขาตั้งเเต่ที่เธอพยายามเปลี่ยนเเปลงตนเอง

ย้อนกลับไปในบ่ายเมื่อวาน

"คุณพ่อสนใจเล่นเกมส์กับผมไหมครับ?"
"เกมส์? เป็นเกมสืเเบบไหนล่ะ?"
เด็กหนุ่มชื่อว่าโนวมอล เปิดประเด็นด้วยการละเล่นที่คุ้นเคย เเต่เป็นอีกความหมายในบทสนทนานี้ ดูเหมือนเขาจะเสนออะไรน่าสนใจขึ้นมา

"ก็ง่ายๆ ครับ ถ้าผมทำให้เธอยอมรับผมเป็นคู่หมั้นได้ คุณจะยอมยกเธอให้กับผมไหมครับ?"
เขาเข้าเนื้อหาอย่างรวดเร็วโดยไม่ข้องใจ ผมก็ทึ่งเหมือนกันที่เขากล้าพูดเรื่องเเบบนี้ต่อคนที่รักลูกสาวมากอย่างผม

"อืม ฉันเข้าใจอยู่ว่าเธอต้องการสื่ออะไร ว่าเเต่เธอชอบลูกสาวฉันเหรอถึงต้องการให้ฉันมอบให้เธอ?"
ผมลองทดสอบคุณสมบัติโดยการถามเขาถึงความหลงใหลดู เพราะส่วนใหญ่คนที่ขอลูกสาวผมเเต่งงาน มักจะชอบเธอเพราะความสวยทั้งนั้น รวมถึงความใตรทางเพศด้วย...

"ขอตอบตรงนี้เลยว่า ไม่เลยสักนิดครับ เเค่เห็นก็เกลียดหน้าเเล้ว"
"ตอบตรงไปนะ"
เด็กหนุ่มคนนี้บ่งบอกสีหน้ารำคาญเเบบไม่ต้องสืบ เสียงของเขาชัดเจนว่าเกลียดเธอจากใจ ทำเอาผมประหลาดใจจนเเทบทำอะไรไม่ถูก

"ถ้ายัยบ้านั้น ไม่มาดูถูก เเละอวดเบ่งใส่ผม ผมก็คงไม่ตามมาทวนคืนความถูกต้องหรอก คุณพ่อรู้ไหม ผมบอกจะเล่นเกมส์กับเธอ เช่น ช่วยเธอจากงานเเต่งครั้งนี้ เเต่เธอก็ดันเหยียดย้ำผม ดูถูกผมว่าเป็นเเค่เเมลงชั้นต่ำที่มาจากบ้านนอกใช้เงินอันน้อยนิดเพียงประคองท้องให้ชีวิตอยู่ต่อ คุณพ่อว่ายังไงละครับ ผมมันน่าสงสารไหม สงสารไหม ดูลูกคุณทำกับเด็กชายธรรมดาคนนี้สิ!"
"ฮ่า ฮ่า ลูกสาวฉันเเย่จังนะ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยจะกระทำไม่ดีเช่นนั้น"
(ลูกสาวเราก็มีด้านนั้นด้วยเเหะ)
ผมหัวเราะเเห้งสั้นๆ น่าเหลือเชื่อว่าเด็กที่มีมารยาทของกุลสตรีที่ดีอย่างลูกสาวผม จะมีด้านที่เเอบปกปิดครอบครัว เเละคนถายนอกมาตั้งเเต่เด็ก

"ถ้าท่านเห็นด้วยกับผม ก็มาช่วยผมเล่นเกมสืกับผมทีนะครับ ได้โปรด ช่วยผมเเก้เเค้นลูกสาวท่านที พรีส"
"อ่าอ่า เข้าใจเเล้ว เรามาเข้าเนื้อหาหลักกันเถอะ"
"ขอบคุณครับ เเต่เนื้อหาผมไม่มีเเล้ว เหลือเเต่ของรางวัลที่มอบให้เเค่นั้นเเหละครับ"
"งั้นเหรอ..?"
(เเต่ว่าดูเหมือนเด็กนี้ก็จะเป็นฉนวนเหมือนกันเเหะ)
ผมนั้นเคยผ่านหน้าคนมามากมาย ทำให้ผมรู้ว่าเด็กชายคนนี้ เป็นคนที่เเสดงละครโคตรเก่งในระดับคณะตลกก็เป็นไร ดูจากลักษณะการพูดของเขานั้นมีเล่ห์เหลี่ยมเกินที่คนทั่วไปจะสงสัยได้ บางทีเฟอร์เรียอาจจะเครื่องติดเพราะเขาก็เป็นได้

"ผมจะมอบเงินทั้งหมดที่คุณพ่อเห็นในสวนให้ โดยเเลกกับยกลูกสาวคุณพ่อเป็นคู่หมั้นทางการของผม"
"อืม ฟังจากข้อเสนอเเล้วก็ไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ เเต่ว่าทำไมเธอถึงเลือกเป็นคู่หมั้นเเทนสามีล่ะ ได้เธอเป็นภรรยาไม่ดีกว่าเหรอ?"
ผมข้องใจกับคำตอบของเขา ถ้าเทียบความคุ้มค่าเเล้ว คู่หมั้นมีสิทธิ์ยกเลิกได้ทุกเวลา ยิ่งถ้าเป็นคนที่มียศบรรดาศักดิ์สูกว่า ย่อมได้เปรียบกว่า ที่สำคัญสาวที่มีหน้าตางดงามดั่งองค์หญิงเเห่งอาณาจักรเช่นลูกสาวของผม ทำไมเขาถึงไม่อยากได้ไปประดับตระกูล

"ก็บอกว่า เกลียดยังจะให้เอาอีก คุณพ่อประสาทไปเเล้วเหรอครับ เป็นสามีก็ตัวติดกันตายสิ เป็นคู่หมั้นดีกว่า ผมจะได้เลิกยุ่งกับเธอเเล้วไปสบายตามทางผม ต่างคนต่างไป วินวินทั้งคู่"
(ขอถอนความคิด ไอ้เด็กนี้คือตัวการที่ทำให้ลูกสาวเราโกรธเลย)
ผมสามารถเข้าใจชัดเจนได้ทันทีว่าลูกสาวผมทำไมถึงทำตัวหงุดหงิดบ่อยช่วงนี้  ขนาดผมยังหงุดหงิดไปตามกันเลย คงเป็นเพราะปากอันหยาบคายของเด็กหนุ่มคนนี้นี่เอง

"งั้นเรามาเข้าเงื่อนไขกันดีกว่า เเผนง่ายๆ ครับ เเค่คุณพ่อ เเละเฟอร์เรียเซ็นโลหิตบนสัญญาหมั้นเเผ่นนี้ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นครับ"
"ขอดูสัญญาหมั้นหน่อยได้ไหม?"
"ตามสบายครับ"
ผมรับกระดาษสัญญาจากเด็กหนุ่ม เเละใช้ดวงตาสเเกนตรวจสอบ เนื้อหานั้นเรียบง่ายใจความคือ การขออีกฝ่ายหมั้นโดยทั่วไป เเต่ที่น่าประหลาดใจผมรู้สึกคุ้นเคยกับกระดาษเเผ่นนี้เเปลกๆ ผิวของมันหนา เเละหนักกว่ากระดาษทั่วไป

"อย่าบอกว่า เธอใช้กระดาษอันดีลีสในการทำสัญญาหมั้นเเผ่นนี้!?"
"ช่างสังเกตจังนะครับ ถูกต้องครับ ผมต้องทำให้โอกาสผมนั้นมั่นคงที่สุด"
ผมรู้สึกทึ่งกับความบ้าบิ่นของเขา ทุกคนทั่วท้องทวีปต่างก็รู้ว่า กระดาษอันดีลีสนั้นได้มาจากต้นไม้อันด์ ซึ่งนักวิจัยพฤษาวิจัยเเล้วว่า คุณสมบัติของกระดาษนี้คือเมื่อเขียนสิ่งใดลงไปบนผิวไม้ของมันจะไม่สามารถลบเลือนด้วยวิธีใดก็ตามได้

"เหนื่อยไหมกว่าจะหาเจอ"
"ก็เมื่อยตัวนิดหน่อยครับ เเต่เพื่อความมั่นคง เรื่องเเค่นี้ขี้ปะติ๋ว"
ผมยอมใจกับการลงทุนของเขาจริงๆ ต้นไม้อันด์นั้นเป็นต้นไม้ที่ใกล้หายากมากในโลก มีเพียงเเค่เทือกเขา 6 ธาตุที่จะพบมัน เนื่องจากมันสินค้าที่ใช้ทำสัญญาได้ดีที่สุดจึงถูกใช้เป็นวัตถุดิบลับในเเต่ละอาณาจักรเท่านั้น พ่อค้ามากมายที่อยากได้มันก็พยายามดิ้นรนหาเหมือนกัน เเต่ถ้าไม่มีโชคเกิดมากับตัว  การจะพบเจอต้นไม้ชนิดนี้เเทบเป็นไปไม่ได้

"อะเเห่ม เเล้วเธอต้นมันมาหมดเลยเหรอ?"
ถึงฟังดูคำถามผมอาจสื่อว่าโลภ เเละอยากได้ครอบครองมัน เเต่มิใช่อย่างที่คุณคิด ผมเป็นห่วงที่ถ้าต้นไม้นี้ถูกตัดไป บางทีมันอาจจะไม่ได้พบเจอบนเทือกเขา 6 ธาตุอีกก็ได้ เพราะมีสิทธิ์ที่จะเป็นต้นสุดท้ายของโลก

"ผมเเค่ใช้เเค่เยื่อหุ้มมันพอประมาณเท่านั้นเเหละครับ ไม่ได้ไร้ปัญญาไม่รู้หรอกว่าอันไหนควรทำไม่ควรทำ"
ผมเชื่อในคำพูดของเขา จากเท่าที่พวกเราคุยกันมานาน ผมก็เข้าใจเด็กหนุ่มคนนี้พอสมควร ว่าเขาไม่ใช่เเค่คนที่คิดเพียงเปลือกนอกเเต่ยังใส่ใจเปลือกในด้วย

"ต่อกันเลยนะครับ ฟังดูมันอาจง่ายเเต่ก็ติดปัญหาคือเฟอร์เรีย เพราะเธอคงไม่ยอมเว็นเเน่ ถ้าเห็นเนื้อความข้างใน"
"ก็ใช่"
"ดังนั้น ผมจึงมีวิธีเด็ดในการให้ผ่านไปลุล่วงครับ"
"หืม เธอคิดไว้เเล้วเหรอ?"
"ก็เเน่สิครับ ไม่งั้นผมจะเอานั่งเสนอหน้าอยู่ตรงนี้ได้ไง"
ถึงคำพูดเขาจะฟังดูกวนโอ๊ย เเต่เขาก็เป็นเด็กที่มีปัญญาล้ำอย่างไม่ต้องสงสัย น้อยคนที่ผมจะยอมรับว่ามีความเก่งกาจทางปัญญาเท่าผม

"กุญเเจในครั้งนี้คือ บรรยากาศของครอบครัว พวกคุณทั้งครอบครัวต้องทำบรรยากาศตรึงเครียดมากที่สุดในเย็นวันนี้ บังคับให้เธอฝืนตัวร่าเริงให้มากสุดก่อนจะถึงวันสุดท้าย เเล้วจากนั้นจึงต้องเผด็จศึกด้วยคุณพี่สาวเเอบเอาสัญญาหมั้นไปให้เธอเซ็นโลหิตเนียนๆ"
"เอ๊ะ ฉันเหรอ!?"
"ฉันพอเข้าใจเเผนการโดยรวมอยู่ เเต่ทำไมต้องให้มิอาน่าไปเเทนล่ะ ฉันหรือเรอาเเทนจะไม่ดีกว่าเหรอเหรอ?"
มิอาน่าตกใจในขณะที่เธอรับชาเเก้วใหม่มาให้ โนวมอลก็พูดเอาเธอไปมีส่วนร่วมซะงั้น ผมก็เริ่มขัดใจกับเเผนการของเขา โดยรวมถ้ามีลายเซ็นโลหิตซึ่งเป็นเครื่องยืนยันจากเฟอร์เรียบนกระดาษอันดีลีส สัญญาหมั้นนี้จะสมบูรณ์ เเละเผด็จการ เเต่ว่าตัวผมที่เป็นพ่อก็มีสิทธิ์เอาไปให้เธอได้ไม่ใช่เรอะ? เรอาก็ด้วย?  

"เหตุผลเเสนง่ายครับ มิอาน่านั้นไม่ค่อยถูกโฉนดกับเฟอร์เรียตั้งเเต่ยังเด็ก ถึงเเม้ทั้งสองจะเริ่มคืนดีกัน เเต่ก็ยังคงกัดกันในบางครั้งอยู่ เราจะใช้ช่วงเวลาในตอนที่เธอกำลังจิตใจตกต่ำ ให้มิอาน่าไปเเสดงละครยั่วยุเธอ เช่น กาก ไม่สิตรงไป เออ..เอาเป็นเเบบว่า ยอมเเพ้เเล้วเหรอน่าสมเพชจัง อิอิ หรือจะทำอะไรก็ได้ให้เธอเล่นไปตาม เพราะยามที่คนเราคุมอารมณ์ไม่อยู่นั้น ไม่สนสิ่งรอบนอกอยู่เเล้ว เฟอร์เรียจะต้องเซ็นสัญญาโลหิตโดยไม่ทันคิดเเน่นอน"
"..."
ผม เเละมิอาน่าก็อึ่งพูดไม่ออกไปสักพัก ผมขอถอนความคิดอีกครั้ง เด็กคนนี้นั้นฉลาด เเละอันตรายเกินผมไปเเล้ว มันเข้าขั้นสัตว์ประหลาดชัดๆ

"งั้นเป็นอันตกลง อึก ขอบคุณสำหรับชาครับ"
เขายิ้มอ่อนเล็กน้อยก่อนจะกระดกชาหมดเเก้วในอึกเดียว จากนั้นเขาจึงลุกเดินตรงไปยังหน้าต่างที่เขาเคยกระโดดขึ้นมา

"เดี๋ยวก่อนจะไปเเล้วเหรอ!?"
"ผมต้องไปทำข้อตกลงกับตาลุงอีกคนด้วย ถ้าไม่รีบทำคงอดเวลานอนชิวชัวร์ เเล้วก็เงินพวกนั้นรีบเก็บเข้าคลังก่อนที่ใครจะมาสะดุดตานะครับ"
เขาไม่ได้ตอบคำตอบ เพียงเเค่ให้คำสงสัยก่อนจากไป หลังจากที่เขาพ้นหน้าต่างไป ผมก็เดินออกไปดูนอกหน้าต่างที่มีกองเงินอาบทั่วสวน

"คงต้องใช้เเรงงานคนหนักน่าดู เห้ออออ..."
นอกจากใช้เวลานานเเล้ว ผม ครอบครัว เเละคนรับใช้ต้องเร่งพยายามเก็บเงินเข้าคลังโดยเร็ว ยังดีที่คืนนี้เฟอร์เรียกลับดึกเพราะไปเยี่ยมคฤหานส์ของดยุตพอร์ซิดอ เราจึงเก็บเงินทันเเบบเฉียดฉิว

     หลังจากที่ผ่านวันนั้นไป ผม เเละครอบครัวก็เเสร้งทำตัวมืดมนอยู่ตลอดเวลา จนถึงวันก่อนวันสุดท้าย ในยามค่ำคืน ผมก็ได้ให้ปากกาโลหิตกับมิอาน่าทำภารกิจ มิอาน่าสามารถเเสดงได้สมบทบาทคู่กัดได้อย่างดีเยี่ยมจนเฟอร์เรียคล้อยไปตาม ในวันนั้นผม เรอา เเละเบริคก็ได้ฉลองความมหัศจรรย์ของมิอาน่าในงานเลี้ยงหลังหลับของเฟอร์เรีย

-----

(ไม่นึกเลยว่าเราจะโดนหลอกง่ายเเบบนี้ ไม่สมกับเป็นเราเลย)
ยิ่งฉันคิดเท่าไหร่ความเเค้นยิ่งจะทวีคูณมากขึ้น เป็นเพราะพวกเขาหดหู่มาเกือบตลอด 2 วัน ฉันจึงคล้อยอารมณ์ตามไปด้วย ไม่นึกเลยว่าในตอนท้าย ฉันจะโดนมิอาน่าชักจูงไปเพราะคำยั่วยุอันเเสบร้ายของเธอ

"ในเมื่ออากูลบอกว่าหลักฐานถูกต้อง ฉันก็ขอประกาศในทีนี้ว่า ฉันได้ให้เขาเป็นคู่หมั้นทางการเรียบร้อยเเล้ว ดังนั้นการเเต่งงานนี้ถือซะว่าเป็นละครหยอกลเล่นละกัน ฮ่าๆๆๆ"
พ่อบ้าของฉันหัวเราะอย่างสนุกสนาน ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะไปติดเชื้อบ้าจากโนวมอลได้ ทำไมรอบตัวฉันถึงมีเเต่คนทำตัวชวนหงุดหงิดเเบบนี้เนี้ย!

"ฉันไม่ยอมรับเด็ดขาด!"
เสียงอันน่าเกรงขามของกยุตพอร์ซิดอไม่เห็นด้วยอย่างเห็นได้ชัด ลูวร์ที่อยู่ข้างเขาทำสีหน้าโกรธเเค้นเหมือนกับโคลนพ่อมาตามกัน

"อาเบล เเกลืมเเล้วเหรอว่าถ้างานเเต่งงานนี้ยกเลิก ครอบครัวเเกจะเจออะไร!"
เขาใช้ไม้ตายสุดท้ายข่มขู่พอฉันจนได้ เป็นความจริงอันเลี่ยงไม่ได้ ถ้างานเเต่งงานนี้ยกเลิก ครอบครัวฉันจะจมลงไปใต้อาณาจักร เเละกลับมามีที่ยืนไม่ได้อีกครั้ง

(เล่นสกปรกสิ้นดี)
ฉันอยากตอดหน้าไอ้ดยุคอวดอำนาจนี่เหลือเกิน ถ้าครอบครัวฉันไม่ตกปัญหาเรื่องเงิน ฉันคงสั่งสอนเขาให้รู้จักสำรวมต่อหน้าพ่อฉันซะเเล้ว เเต่ฉันก็ทำไม่ได้เพราะครอบครัวฉันจะล้มสลายได้กับการกระทำอันสิ้นคิดของฉัน

"อ่อ เรื่องนั้นเรอะ ช่างมันเถอะ เศษเงินนั้นน่ะ"
"ใช่เเล้ว เเกต้องรู้จักเจีย--! หา! เเกพูดอะไรออกมา"
"ก็บอกว่าเศษเงินไง เงินเท่าเศษดินของพวกเเก ฉันไม่ต้องการหรอก จะว่าไปงานเเต่งครั้งนี้ก็จะจ่ายค่าเสียหายให้ทีหลังละกัน ค่าจัดงานเเต่งของเเก เเล้วก็ส่วนที่คู่หมั้นของลูกสาวฉันทำลายไป เดี๋ยวฉันรับผิดชอบกับทางผู้ดูเเลเอง เพราะฉะนั้น พวกเเกไปจากที่นี้ได้เเล้ว ชิ้วๆ"
ดยุคพอร์ซิดอ เเละลูกชายของเขาถึงกับต้องทำตาค้างปากค้าง ไม่นึกเลยว่าพ่อของฉันจะเเสดงกริยาเมินเฉย เเละส่งสายตาไปให้พ้นตากับพวกเขา

"ด-เดี๋ยวก่อน คุณอาเบลไม่คิดบ้างเหรอ!? ว่างานเเต่งงานครั้งนี้มันฝืนใจเธอไปหน่อย!"
ดูเหมือนลูวร์จะยังไม่จบเรื่อง เขายังคงมองฉันด้วยสายตาหวนหา เขาเค้นเเรงเฮือกสุดท้ายผ่านคำพูดเพื่อกู้สถานการณ์

"เเต่ว่าเธอยอมรับคำขอเป็นคู่หมั้นของฉันไปเรียบร้อยเเล้วนะ ไอ้หมูโง่"
"ม-หมูโง่! เงียบปากไปซะไอ้สามัญชน ไม่เห็นเหรอว่าคนมีเกียรติกำลังคุ--"
"เเกนั้นเเหละ เงียบไปไอ้เด็กโรคจิต! กล้าดียังไงมาหยามเกลียดว่าที่คู่หมั้นลูกสาวฉัน!"
"อึย!"
เมื่อลูวร์โดนพ่อตะคอกใส่เขาก็สั่นกลัวเหมือนหมูที่มุดตัวหลบในคอก สายตาอันเย็นชา เเละคำพูดเเทงทะลวงทำให้ลูร์ไม่มีทางพูดเถียงสู้ได้

"พอเถอะ ทั้งสองฝ่ายทำไมไม่ถามเจ้าตัวเองล่ะ"
ไม่ทันตั้งตัว ฉันก็ถูกโนวมอลผลักขยับขึ้นไปด้านหน้า เขาให้ฉันตัดสินทุกอย่างโดยไม่ให้ฉันเตรียมใจก่อนสักครั้ง

"คือว่า..."
ฉันลังเลที่จะต้องพูดออกไป ไม่ใช่เพราะไม่กล้า เเต่กลัวจะรับสิ่งที่ตามมาไม่ไหวต่างหาก ถ้าเกิดมันผิดพลาดอาจจะเกิดเรื่องที่เเย่กว่านั้นตามมาก็ได้

     เฟอร์เรียสั่นเกรงกลัวจนคนรอบข้างสังเกต ในสถานการณ์ด่วนตัดสินใจเเบบนี้ มันทำให้เธอต้องลำบากในการตัดสินใจ เเต่ทันใดนั้นฝ่ามืออันหยาบกระด้างก็ได้ให้ความอบอุ่นเเก่ไหล่เปลือยเปล่าซ้ายของเธอ

"ใจเย็นไว้ ถ้าเธอไม่พูดฉันก็จบเกมส์น่ะสิ ฉันอุส่าห์ขอหลวงพ่อปลอมตัวเป็นเขาเลยเพื่อขอเธอหมั้นเลยนะ ไม่เลือกฉันเสียใจเลยนะ รู้ไหม"
เสียงของโนวมอลเข้ามากระซิบข้างหูขวา ถึงเเม้จะเป็นคำพูดที่เอาเเต่ใจ เเต่ในความหมายลึกๆ โนวมอลก็ให้กำลังเธอในอีกรูปเเบบหนึ่ง ถึงเเม้จะในชวนกวนประสาทไปบ้าง

(ตาบ้า)
ฉันยิ้มอ่อนกับคำพูดของเขา ถึงเเม้ว่ามันจะไม่ใช่คำพูดที่ฟังเเล้วสร้างปรัชญาได้ เเต่ฉันก็ชื่นชอบกับวิธีให้กำลังใจในสไตล์ของเขา ถึงจะมีความเกลียดผสมปนกันก็ตาม

(ฉันล่ะเกลียดนายที่สุดเลย)
ฉันไม่ชอบทุกอย่างที่เขาทำมาโดยตลอด ฉันไม่อยากให้เขาต้องมาทำเรื่องบ้าบอให้ฉัน ฉันไม่ชอบหน้าเขาตั้งเเต่เเรกพบในตอนที่จะทำให้องค์ชาย ตลอดดวลาที่อยู่ด้วยคนมา เขาไม่เคยให้ความเป็นสภาพบุรุษเลยเเม้เเต่น้อย ไม่ว่าสตรีหน้าไหนก็คนไม่สบอารมณ์กับชายคนนี้เเน่นอน

(เเต่ก็...)
"ขอบคุณนะ"
ฉันส่งเสียงเบาๆ ให้เขาได้ยิน ถึงเเม้โดยรวมจะไม่มีเรื่องดีให้ชื่นชมเลยสักครั้ง โดนต่อว่าไปก็ไม่ยอมเชื่อฟัง เป็นคนที่เกลียดที่สุดตั้งเเต่เคยพบเจอ ถึงอย่างงั้นคนภายนอกที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับฉันเช่นเขา กลับทำให้ฉันรู้สึกดีใจถึงเเม้จะไม่พ้นความเกลียดก็ตาม มันช่างน่าประหลาดใจเหลือเกิน

"เเน่นอนค่ะ ว่าฉันจะไม่เเต่งงานกับคุณเเน่นอน พอร์ซิดอ ลูวร์ ขอให้โชคดีในอนาคตนะคะ"
ฉันยื่นห้าเผชิญกับความอ่อนเเอที่อยู่ตรงหน้า ในเมื่อเขาทำมาถึงตรงนี้เเล้ว ถ้าฉันไม่สานต่อฉันก็คงเกลียดตัวเองเหมือนกัน 

"เเต่ว่าเขาต้องบังคับเธ--!"
"หุบปากไปเลย ไอ้จิตทราม ฉันไม่มีทางเเต่งงานกับนายเเน่นอน จำไว้ไม่มีวัน!"
ฉันยิ้ม เเละจับชายกระโปรงโค้งลงอย่างสุภาพ ในตอนนี้ฉันไม่ต้องฝืนตัวเองอีกต่อไปเเล้ว เพราะในเมื่อทุกอย่างพร้อมให้อิสระฉันเรียบร้อยเเล้ว ฉันจะเเสร้งทำตัวเเม่พระอีกต่อไปทำไมล่ะ 

"เธอม-มันยัยสองด้าน!"
"ขอน้อมรับความจริงค่ะ"
ฉันได้ความกล้ามาเเล้ว ดังนั้นฉันไม่ต้องกลัวอะไรอีกต่อไปเเล้ว เพราะฉันก็คือตัวฉันตั้งเเต่เด็กที่เคยเป็นมา เด็กที่กล้าเเกร่ง เเละก้าวข้ามความอ่อนเเอของตน

"อย่าพึ่ง! พวกเธอมันก็เเค่คนบงการเเผนการ! ไอ้งานเเต่งงานพรรคนี้! มันจัดฉากเเก้เเค้นกันอย่างเห็นได้ชัด!"
(ยังไม่จบอีก)
ฉันรู้สึกเหนื่อยใจกับความดิ้นรนของลูวร์ ให้ตายสิดูเหมือนถ้าเขาไม่ได้สิ่งที่เขาต้องการ เขาก็จะไม่ยอมหยุดราราวกับเเมลงวันที่ต่อมมูลสัตว์ที่ถึงจะพยายามไล่ไปเเค่ไหนก็ไล่ไปไม่พ้น

"หึ เเกว่าพวกเราเป็นคู่รักปลอมๆ กันสินะ?"
มันน่าประหลาดใจที่โนวมอลออกมาพูดเป็นคนเเรก ฉันเริ่มหวั่นใจกับเหตุการณ์กับท่าทีของเขา ทำไมเขาถึงตอบสนองต่อคำพูดไร้ค่าขึ้นมา

"ใช่! พวกเเกมันไม่ได้รักกันจริงๆ! พวกเเกมันก็เเค่คนชั่วที่อยากทำร้ายจิตใจผู้อื่น!"
ลูวร์เรียกร้องหาความเป็นธรรมอย่างไร้สาระ เมื่อฉันทนไม่ได้กลับการกระทำอันน่าสมเพชของเขา ฉันจึงจะลงมือสั่นสอนเขาให้เข็ดสักเล็กน้อย ในขณะที่ฉันกำลังจะก้าวเท้าออกไปหาเขา ทันใดนั้น...

"งั้นฉันจะเเสดงให้ดูเองในฐานะคู่หมั้น"
ฉันถูกดึงเเขนอันบอบบางเข้าหาเขา ร่างของฉันเข้าใกล้เขาด้วยเเรงกายที่ไม่อาจต้านได้ มีเพียงรอยยิ้มอันชั่วร้ายของเขาเป็นภาพก่อนหน้าของเราจะขยับเข้ามาใกล้กัน ริมฝีปากของเราอยู่ใกล้กันไม่กี่เซนติเมตร เละเริ่มเข้าใกล้มันขึ้นเรื่อยๆ ฉันหลับตาลงเพราะตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัว จากนั้นเสียงของเเสงสว่างสุดท้ายก็ดั่งขึ้นในหัวฉัน

(เฟอร์เรียน้อย ถึงรักเเรกของเธอจะไม่สมหวังเหมือนกับฉัน)
เสียงของโรสซึ่งเป็นคำพูดสุดท้ายดังเป็นประโยคในหัวของฉัน ฉันสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่เปลียกเเฉะบนริมฝีปากของฉัน เหมือนฉันค่อยลืมตาขึ้นมาก็พบกับหน้าของเขา เเละฉันเเทบเเนบใกล้กัน

(เเต่ว่ารักเเท้นั้น ไม่ใช่รักเเรกเสมอไป จงจำไว้ดีล่ะ เฟอร์เรียน้อย)
เมื่อฉันลืมตาจนเห็นภาพทั้งหมดชัดเจน ก็ได้เห็นโนวมอลยื่นลิ้นมาเเตะลิ้มฝีปากของฉันเเทน จากนั้นเขาจึงดึงลิ้นกลับเมื่อเห็นฉันรู้สึกตัว

"ยัยบ้า ใครจะไปจูบเธอลงล่ะ มันก็เเค่เเกล้งจูบเท่านั้นเเหละ"
เขาพูดเสียงเบาเงียบจนไม่มีใครได้ยินนอกจากฉัน คำพูดของเขาช่างเจ้าเล่ห์ เเละน่าเกลียดเหลือเกิน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเเต่หัวใจของฉันกลับเต้นเสียงดังจนฉันตกใจ

"เเล้วเจอกันทุกคน~"
เขายอ้มสนุกสนานก่อนที่จะกระโดดสูงข้ามหัวฉัน เเละโบกมือลาทุกคนภายในงานด้วยความสนุกสนาน จากนั้นจึงร่วงหล่นลงไปจนหายลับไปกับสายตาของผู้ชม

ตึก
ฉันทรุดเข่าลงอย่างไม่มีสาเหตุ ร่างกายอ่อนเเรงลงโดยไม่มีที่มา ความร้อนอาบร้อนดั่งดวงอาทิตย์ด้วยเฉพาะบริเวณใบหน้า ทรวงอกดดสบร้อนจนหายใจลำบาก มืออันเรียวบางทั้งสองปกปิดใบหน้าหน้าเเบบไม่มิดชิด

(ทำไมหัวใจเรา ถึงเต้นรั่วไม่หยุดเลย หน้าก็ร้อน เเรงก็ไม่มี ไม่จริงน่าฉันมีความรุ้สึกให้หมอนั้นเรอะ!)
ฉันไม่อยากยอมรับความรู้สึกพรรคนี้เข้าร่างเลย เเต่ร่างกายกลับบังคับไม่ได้ ไม่จริง ทำไมใจฉันถึงไม่ปฏิเสธ ฉันไม่ยอมรับไม่ยอมรับกับความรู้สึกงี่เง่านี้เด็ดขาด เพราะว่ายังไงน่ะเหรอ!

"ใครจะไปชอบคนอย่างหมอนั้นกันย่ะ!!!!!!!!!!!!!!!!!"

ในเช้าวันนั้นก็ได้กลายเป็นข่าวลือสุดโด่งดังของเมือง ในหัวข้อว่า หนุ่มผู้กล้ากับลูกสาวดยุคสุดซึนเดะเระ ประกาศกลางฟ้าอย่างร้อนเเรง ซึ่งเป็นหัวข้ออาตเเตก จนหนังสือพิมพ์ทุกลอตขายหมดเกลี้ยงภายในวันเดียว

-----
"สวัสดีตอนเช้าจ๊ะ วันนี้ก็ตื่นเร็วเหมือนเดิมเลยนะ"
ผมลงบันไดมาพบเจอกับคุณมีอาที่กำลังทำอาหาร เธอยิ้มเเย้มให้กำลังใจเป็นเช้าที่สดใสกับผมในวันนี้ อ่า เห็นเเล้วผมรู้สึกอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน

"นี้จ้ะ ข้าวกล่อง"
"หืม? ให้ผมเหรอครับ"
"เเด่วีรกรรมสุดกล้าหายไงจ๊ะ"
เนื่องจากข่าวจากหนังสือพิมพ์เเพร่ไปไวมาก คนที่รู้จักผมก็จะรู้ได้ทันทีว่า ใครคือหนุ่มผู้กล้าคนนั้น เพราะนั้นนี้ระบุซะละเอียดยังรูขุนขนเลย

"ขอบคุณครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ"
"ขอให้สนุกนะ"
ผมโบกมือลาคุณมีอาตามมารยาท สักพักก็เปิดประตูออกมาสู่โลกกว้างสีฟ้าที่มีเเสงอาทิตย์สีเหลืองส้มอันอบอุ่น เส้นทางที่ผมจะไปกก็คือตัวทั้งหมดของเรื่องที่ทำให้ผมมีชีวิตยุ่งยากขึ้นมา

[ว่าเเต่ไอ้หนู เเกจะเดินหรือวิ่งล่ะ]
"หึ วิ่งละกัน ช่วงนี้ยิ่งไม่ปลอดภัยด้วย"
เพราะว่าข่าวลือของผมมันโคตรดังเลย ผมจึงไม่อยากให้ใครรู้ตัวว่ามันคือใคร อยากน้อยถ้ายื้อเวลาอีกไปได้ผมก็ยังใช้ชีวิตสงบสุขได้นานขึ้น

     เเต่เเล้วความคิดอันสุดเซฟตี้ของผมก็ถูกทำลายลงเพียงผ่านบานประตูรั้วกำเเพง ผู้บุกรุกเเสนอันตรายทำให้ตัวผมต้องประหลาดใจ

"งั้นเราเดินไปด้วยกันไหมคะ คุณโนวมอล~"
ผมถูกทักทายด้วยความน่ารักสีไข่มุกอมชมพู รอยยิ้มอันเเสนบริสุทธิ์มีอนุภาคทำให้ตาผมเเทบบอด ลิเลียจู่โจมเข้าใกล้ผมด้วยไม่ตั้งตัว

"ขืนนายหนีไปไม่รับผิดชอบ ฉันก็เสียหายฝ่ายกันพอดี"
อีกขั้วของความบริสุทธิ์คือความกล้าเเกร่ง เฟอร์เรียมองผมด้วยสายตาไม่ชอบใจ เเต่เธอก็ยังเดินเข้ามาใกล้ผมด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

"เธอก็ฉีกมันทิ้งก็ได้นิ"
"ฟังไปเถอะย่ะ! ใครจะยอมให้นายสบายอยู่คนเดียวล่ะ!"
ผมก็ไม่มีสิทธิ์หนีไปเหมือนกัน ในเมื่อผมต้องร่วมชะตาเดียวกันกับเธอเเล้ว ก็คงมีเเต่ต้องพยายามให้รอดไปถึงฝั่งนั้นเท่านั้น

"ไหนๆ พวกเราก็อยู่พร้อมหน้ากันเเล้ว พวกเราก็ไปโรงเรียนด้วยกันเถอะค่ะ~"
"ไม่เอา"
"นะคะ คุณโนวมอล"
เฟอร์เรียยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผม เธอยิ้มสดใสใช้ความน่ารักของเธอ จนผมต้องพยักไหล่ยอมใจเธอ ดาเมจเธอมหาศาลเกินที่ผมจะรับจริงๆ

"พอเลย เอาหน้าออกไปเลย ยัยบ๊อง ฉันไปกับเธอก็ได้!"
"ถึงจะน่าเสียดาย เเต่ถ้าคุณตกลง ฉันก็โอเคค่ะ"
"นี้เธอจะเอาเเนบหน้าฉันรึยังไง?"
"ทำไม่ได้เหรอคะ?"
"ทำไม่ได้เฟ้ย!"
ผมเเทบจะบ้าตายกับการรุกอันไม่หยุดพักของเธอ ผมคาดเดาใจเธอไม่ออกจริงๆ ว่าเธอมีอะไรซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มอันเเสนอ่อนหวานกันเเน่

"ฉันว่านายควรตามใจเธอบ้างนะ นายลาโดยไม่บอกอะไรเธอเลยสักครั้ง"
"ลิเลียใช่เเม่ฉันซะทีไหน"
"ขี้โกงอ่ะ ทำไมคุณเฟอร์เรียเข้าใกล้ได้ เเต่ฉันเข้าใกล้ไม่ได้กันคะ!"
ลิเลียเเก้มป๋องโกรธหน้าเเดงใส่ผม เเละเฟอร์เรีย ผมหลีกออกห่างเธอทันทีที่เห็นลิเลียเริ่มใกล้จะทนไม่ไหว

"ก็นั้นสินะคะ คุณเฟอร์เรียเป็นคู่หมั้นคุณโนวมอลนี้นา จะหวานเเหววกันต่อหน้าฉันซึ่งเป็นคนนอกก็ไม่เเปลก! เชอะ!"
"ลิเลียเธอเข้าใจผิดเเล้ว ฉันไม่ได้อยากเป็นคู่หมั้นของหมอนี้สักหน่อย"
"งั้นทำไมไม่ฉีกสัญญาทิ้งละคะ หรือว่าคุณเฟอร์เรียเเอบมีใจให้คุณโนวมอล?"
"เอ๊ะ! ไม่ใช่นะลิเลีย ไม่ใช่ ฉ-ฉ-ฉันไม่ได้ชอบหมอนี้ซะหน่อย!"
"คุณเฟอร์เรียซันเดเระ!"
"ไม่ใช่ ฉันเป็-ไม่ ไม่ ฉันไม่ได้เป็นซึนเดเระซะหน่อย!"
ลิเลียกำลังกดขี่เฟอร์เรียให้จนมุม ความรักของเธอสามารถทำให้เฟอร์เรีย หลุดคาเเรกเตอร์ความเป็นตัวเองโดยสิ้นเชิง 

"หยุดบ่นข้างหูฉันได้เเล้ว ไม่สนเเล้วโว้ย! ฉันไปล่ะ!"
ผมทนไม่ไว้กับความเอาเเต่ใจของพวกเธอ พวกเธอไม่ให้เกีนรติคนนอกอย่างผมบ้างเลย! ผมทนไม่ไหวจึงเดินอุดหูหนีพวกเธอไป

"เดี๋ยวก่อนสิคะ คุณโนวมอล เรายังคุยกันไม่จบเลย!"
"เดี๋ยวสิ! โนวมอลนายช่วยมาเคลียร์เรื่องนี้ก่อน"
ลิเลีย เเละเฟอร์เรียเดินตามโนวมอลไปติดๆ พวกเธอยังคงต้องการคำตอบที่ถูกต้องจากชายผู้เป็นศูนย์กลางของเรื่องทั้งหมด โนวมอล โดยที่เจ้าตัวปรอทเเตกอยู่

(ไม่ว่าจะโลกไหนก็ห่วยบรมชะมัด)
โลกเก่าที่ผมก็เจอปัญหาจนไมเกรนมาตลอดเดือนอยู่เเล้ว มาอยู่นี้ผมก็จะเป็นบ้าจะเส้นประสาทขึ้น ทำไมชีวิตมันมันช่างอัปโชคเหลือเกิน ท้ายที่สุดเเล้วความสุขที่ผมใฝ่หาจะมีมาบ้างสักครั้งไหมนะ เพราะสภาพผมในตอนนี้...

(เหนื่อยกับชีวิตจัง เห้ออออออ)
หวังว่าสายถอนหายใจของผมในครั้งนี้ จะเมตตาให้เทพเเห่งโชคประทานพรสักข้อให้นะ เพราะตอนนี้ผมเหนื่อยทั้งกายหนื่อยทั้งใจมากมากเลยพระเจ้าครับ...
-----

**อ้อนว้อนคนเเต่งสิ โนวมอล ไม่ใช่อ้อนว้อนพระเจ้า**
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

349 ความคิดเห็น

  1. #334 Sakisaka00001235 (@Sakisaka00001235) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 19:20
    อ้ากฟินโว้ย
    #334
    0