หึ! เกมจีบหนุ่มน่ะเหรอ? เเล้วไงล่ะทำไมตัวประกอบอย่างฉันจะเด่นไม่ได้ล่ะ!

ตอนที่ 84 : SS2 Route:Zero เปิดตัว ณ อาณาจักรอิมลูมิเนีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 413
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    1 พ.ค. 62

"เด็กดีๆ หิวไหมเอ่ย~"
อุ้งๆ
ผมกำลังนั่งเกาคางด็อกกี้ที่อยู่นอนบนตักอยู่ มันอ้อนผมน่ารักวะจนอดใจไม่ไหวจึงต้องเล่นกับมันด้วย ซึ่งผมพอเข้าใจสาเหตุดี เพราะในนี้มันน่าเบื่อมาก

     ตอนนี้มันอยู่ในรถม้าของโรงเรียนซึ่งกำลังเดินทางไปอาณาจักรอิมลูมิเลีย ผ่านมา 4 ชั่วโมงเเล้วที่ผมไม่มีอะไรทำในรถม้า ปรกติการเดินทางไปอาณาจักรอิลูมิเลียต้องใช้เวลาอย่างต่ำอย่างน้อย 2 - 3 วัน เเต่มันก็สำหรับม้าทั่วไป ถ้าใช้มังกรดินจะหย่นระยะเวลาเดินทางได้ไปมาก 

     มังกรดิน นั้นมีรูปร่างคล้ายไดโนเสาร์ขนาดม้าเต็มวัย ร่างกายมันมีความอดทน เเละเหนื่อยล้าช้ากว่าม้าหลายสิบเท่า ความเร็วของมันได้ฉายาว่า เจ้าลมกรด มันอาศัยอยู่บริเวณที่มังกรพื้นโลกปกครองอยู่ เนื่องจากมังกรดินเป็นสัตว์ที่ส่งคุณค่าเเก่การเป็นพาหนะ ในอดีตหลายอาณาจักรจึงร่วมมือให้ทานเเก่มังกรพื้นโลกเพื่อขอเเบ่งลูกหลาน

     จนถึงปัจจุบันต่างอาณาจักรย่อมมีมังกรดินไว้ในการครอบครองของตนเอง น่าเสียดายที่มังกรดินเป็นสัตว์ที่เลี้ยง เเละฝึกให้เชื่องยาก อีกทั้งยังมีนิสัยก้าวร้าวที่มาพร้อมกับร่างกายอันทรงพลัง เเต่ละอาณาจักรจึงเลี้ยงพวกมันให้จำนวนจำกัดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งทางโรงเรียนเอลฟาเรียก็มีเเหล่งเพาะพันธุ์มังกรดินอยู่เช่นเดียวกับฝนราชวังศ์ พวกเราจึงได้ใช้มันอย่างไม่ต้องเสียอะไร

"นายช่วยระวังเจ้านั้นหน่อยได้มั้ย?"
โบราณกล่าวกันมาว่า สุขสักพักทุกข์ก็มา เสียงอันไม่ไพเราะขัดหูขัดตาเข้ามารบกวนเวลาของผม ชายผมสีเงิน ออร่าสูงสง่า เเละหน้าตาอันหล่อเหลาบาดใจสาวนับรากำลังจ้องผมด้วยสายตาน่ารังเกียจยนที่นั่งตรงกันข้าม 

"ทำไมฉันต้องฟังตามเเกด้วย"
"ก-เเก! เเกไม่รู้เหรอ! ว่าไม่ควรนำมอนเตอร์สกปรกขึ้นมาบนรถม้าอันสูงส่ง!"
ไอ้หน้าหล่อที่เห็นคือ ริชาร์ตเอง ช่างน่าเศร้าที่ผมต้องมาอยู่ในรถคันเดียวกันกับขยะสองชิ้น ในขณะที่อีกคันมีมนุษย์สองคน ชิ้นหนึ่งก็เจ้าชายขยะ (ริชาร์ต) เเละอีกชิ้นผมน้ำตาลหน้าหล่อลากไส้ เเต่สมองเท่าธุลี คือ ขยะไร้สมอง (เนลสัน)

"น่าสงสารเนอะ ด็อกกี้ ในโลกนี้ยังมีคนจิตใจอำมหิต ไม่เห็นคุณค่าของสัตว์เลี้ยงเลย"
อุ้ง...
"อำมหิตบ้านเเกดิ! ใครเขาเลี้ยงมอนเตอร์เเทนหมากัน!"
"เอาน่าๆ ริชาร์ตถือว่ามองมันเป็นสัตว์เลี้ยงเถอะ"
ผมกอดด็อกกี้ในอ้อมเเขนด้วยความเป็นห่วง มันออกจะเป็นสุนัขเเสนเชื่องตั้งเเต่ผมได้มาจากดันเจี้ยน ถึงเเม้รูปร่างภายนอกจะเป็นเช่นหมาป่าอันโหดทารูณ เเต่จิตใจของมันนั้นซื่อสัตย์ดั่งสุนัขตัวหนึ่งในบ้าน ผมตั้งชื่อมันเหมือนกับสุนัขตัวเก่าในโลกเดิมของผม

"เห้อ...ฉันจะไม่พูดมากในฐานะเจ้านายอันเเสนอบอุ่น เเกน่ะควรระวังปากไว้จะดีกว่านะ เพราะหมาฉันกัดคนตายได้นะ"
"งี่เง่า ใครจะไปเชื่--!"
เเฮร่!
ในขณะที่ริชาร์ตกำลังจะเเสดงความถูกต้องของเขาต่อไป เขาก็ได้หยุดมันโดยชะงัก เสียงอันดุร้ายเสียงหนึ่งที่มาพร้อมกับจอตสังหารทำให้ตัวเขาต้องหยุดสนทนาต่อ ดวงตาสีม่วงของมอนเตอร์กำลังจ้องเขาด้วยสายตาฆ่าฟัน 

     โนวมอลนั้นกล่าวความจริง เขายังคงจำได้ดี ถึงภาพของขโมยชั่วที่เเอบเข้ามาบ้านเข้าโดยที่เขารู้ตัว ด็อกกี้ได้เเสดงศักยภาพกัดขย้ำเนื้อของขโมยอย่างดิบเถื่อนโดยไม่เว้นความเมตตาให้ โชคยังดีที่โนวมอลห้ามทัน ขโมยจึงกลับไปเกือบครบสามสิบสองส่วนได้

"ริชาร์ตพอเถอะ..."
"....ชิ!"
ยังดีที่มีขยะไร้สมองที่ยังหลงเหลือสติปัญญษในการอันตอนรอด ช่วยเหลือเจ้าชายขยะที่มีตรรกะป่วยเข้าขั้นโคม่า ริชาร์ตจึงสงบอารมณ์ เเละรอดจากความตายไปได้อย่างเฉียดฉิว

"ถึงที่หมายเเล้วครับทุกท่าน"
เสียงเเทรกของลุงขับรถม้าดังขึ้นมา เมื่อผมได้ยินสิ่งน่าสนใจมากระทบหู เเขนอันกระคือรือร้นของผมก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ผมเปิดหน้าต่างทางซ้ายมือออกไปยื่นหน้าออกไปดูสถานที่นัดหมาย

"อลังการจัด!"
ภาพที่ผมได้เห็นคือ ความสวยงามอันหาที่สุด กำเเพงสีขาวเรียบเนียบขนาดใหญ๋ตั้งล้อมเมืองอย่างยิ่งใหญ๋ ม่านสีเขียวปกคลุมเมืองตั้งเเต่พื้นจรดท้องฟ้าเป็นครึ่งทรงกลม ประตูบานยักเอลฟาเรียเเล้วษ์ที่คอยเปิดทางผ่าน ใจกลางของมันเป็นอัญมนีสีมรกตเขียวอ่อนงดงาม เมื่อเทียบความสวยงามเเล้ว เมืองเอลฟาเรียบเเทบชิดซ้ายเลย

"รอสักครู่นะครับ ทุกท่าน"
สักพักลุงคนขับรถม้าก็ได้จอดรถม้าไว้หน้าประตูบานยักษ์ เขาเดินย้อนกลับไปหารถม้าที่เหลือที่ตามมา เเล้วคุยกับคนขับคนอื่น หลังจากนั้นเขาจึงเดินตัวเปล่าออกไปอยู่ข้างหน้าประตู ไม่นานอัญมนีที่อยู่ตรงกลางประตูก็เปล่งประกายเเสงสว่างออกมา


"เจ้าเป็นใคร"
"ผมเป็นคนขับรถม้าจากทางโรงเรียนเอลฟาเรียครับ"
"เเสดงหลักฐานยื่นยันตัวตนออกมา"
"จดหมายฉบับนี้เพียงพอไหมครับ"
ประตูบานยักษ์ที่อยู่ตรงหน้าผมคือ ประตูภูติอารักษ์ ในตัวประตูจะมีภูติธรณีสถิตอยู่ มันคอยทำหน้าที่ป้องกัน เเละตรวจสอบคนคิดผิดที่จะลับลอบเข้ามาในอาณาจักรอิมลูมิเนีย

"ตราถูกต้อง รายละเอียด วัสดุ เเละพื่นผิวชัดเจน พวกเจ้าเข้าไปได้"
"ขอบพระคุณอย่างสูงครับ"
ลุงคนขับรถพยักหัวขอบคุณ จากนั้นจึงเดินตรงกลับขึ้นมาที่นั่งอีกครั้ง หลังจากนั้นประตูบานยักษ์ก็ได้เปลี่ยนจากประตูหินกลายเป็นประตูเเสงสีเขียวอ่อนสว่าง

"เราจะเข้าอาณาจักรอิมลูมิเนียเเล้ว ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวไว้นะครับ"
หลังจากที่เขาพูดจบ เชือกหลายเส้นของเขาในมือก็ได้ถูกสะบัดสั่งมังกรดินหลายตัวออกตัว รถม้าเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วตรงดิ่งเข้าประตูเเสง ทันทีที่ขับผ่านเเสงสว่าง เราก็ได้มาถึงตัวเมืองที่ซ่อนอยู่ภายใน

(อะเมซซิ่ง!)
ผมทึ่งอย่างมาดเมื่อได้ตัวเมือง มันมหัศจรรย์เกินกว่าที่ผมคาดเอาไว้ บ้านเรือนที่มีรูปร่างคล้ายเห็ด ไม่ก็สร้างติดกับต้นไม้ใหญ๋ ธรรมชาตฺิอันสวยสดเเบบไม่เคยพบมาก่อน เเละความเเตกต่างระหว่างเผ่าพันธุ์อย่างชัดเจน

"โฮ่ง!"
(อากาศสดชื่นจังเว้ย!)
ดูเหมือนด็อกกี้จะมีความสุขเหมือนกับผม นานเเล้วเหมือนกันที่ผมจะได้เห็นอะไรพักผ่อนย่อนตาเเบบนี้ ที่สำคัญในเมืองที่มีต้นไม้เขียวขจีรอบล้อมเเบบนี้ มันให้บรรยากาศสดชื่นจนเต็มปอด นี้มันยอดเยี่ยมไปเลย

-----

"หน้าที่ของผมสิ้นสุดเเล้ว อีกสองสัปดาห์พวกผมจะกลับมารับ ดังนั้นขอให้เป็นการเยี่ยมชมที่สนุกนะครับ"
คุณลุงคนขับรถม้าตวัดเชือกเเล้วขับรถม้ากลับไป ไม่นานเขาก็ได้จากสายตาเราไปอย่างเรียบร้อย เขาทำหน้าที่มาส่งพวกผมที่สถานที่นัดหมายเสร็จเเล้ว

"พวกเราก็เดินเข้าไปกันเถอะ พวกนั้นคนรอนานเเล้ว"
"อืม"
รู้สึกดีที่ขยะสองชิ้นนี้ยังมีความคิดเห็นพ้องด้วย ผมจึงจะได้ไม่ต้องออกเเรง (บังคับ )เพิ่มเติม ตอนนี้พวกเราอยู่ที่หน้าพระราชวังศ์ของอาณาจักรอิมลูมิเนีย ตามกำหนดการพวกเราต้องเข้าพบกษัตริย์ของเผ่าเอลฟ์ก่อนที่จะเยี่ยมชมโรงเรียนซะก่อน

"เดี๋ยวก่อนพวกท่าน มาทำอะไรที่นี่"
ก่อนที่จะเข้าไปในสถานที่สำคัญของทกุที่ เเน่นอนว่าต้องมียามสุดเครงขรึมมาดักรอซะก่อน ซึ่งมันก็เป็นเรื่องตามความปลอดภัยที่ควรมี พิเศษหน่อยคือที่นี่ยามใส่ชุดเกราะไม่เหมือนกับของอาณาจักรเอลฟาเรีย เเละจากคนเป็นเอลฟ์เเทน

"พวกเรา มาเข้าพบฝ่าบาทครับ"
"งั้นท่านคงต้องรอฝ่าบาทคุยธุระหน่อย ตอนนี้ฝ่าบาทกำลังใช้เวลากับเเขกคนสำคัญอยู่"
"ใช่ครับ พวกเราก็เป็นหนึ่งในเเขกคนสำคัญเหล่านั้นครับ"
"ข้ายังไม่มั่นใจว่าพวกเจ้าใช่รึไม่ ต้องได้รับการยืนยันจากปากของฝ่าบาทเท่านั้น"
"เเต่ว่า--"
"ยังไงก็ไม่อนุญาติ!"
เจ้าชายขยะเปิดคำประเด็นโดยทันที เเต่ทว่ากลับโดนยามเอลฟ์ไม่ยอมอนุมัติให้เราเข้าไปข้างใน เขาไม่ยอมเปิดประตูกรงเหล็กที่ร่ายเวทย์ป้องกันหลายชั้นไว้ เพราะทางเดียวที่เราจะเข้าไแได้คือต้องให้เขาเปิดประตูจากด้านในให้

(รู้สึกเเปลกๆ)
ผมเริ่มคิ้วขมวดเมื่อมิงไปที่ยามเอลฟ์ ช่วงนับที่เถียงเสียงเขาเริ่มดุดันขึ้นจนมันเกินไปสำหรับเเขกที่จะมา เเถมยังตะคอกในตอนท้ายด้วย อีกทั้งสายตาที่เขามองพวกเรากลับไม่ให้ความต้อนรับเลยสักนิด

"เกิดอะไรขึ้น? เลด"
"เรฟ พวกมนุษย์ พวกนี้พยายามจะเข้าพบฝ่าบาททั้งที่ฝ่าบาทยังคุยกับเเขกคนสำคัญไม่เสร็จละสิ"
"เดี๋ยวก่อน! พวกนายไม่เห็นเหรอ!? ว่าพวกเราเป็นมนุษย์! เเขกก่อนหน้านั้นก็มนุษย์เหมือนกัน! เราก็ตามกันมาเเต่ฝั่งเราติดปัญหาเลยมาช้ากว่าเวลา!"
"ขอโทษด้วย พวกเราต้องทำตามระเบียบเวลา ดังนั้นพวกท่านต้องรอเท่านั้น"
"เเต่เรา--!"
"ในเมื่อท่นมาช้า ท่านก็จงสำนึกผิดเถิด"
"ริชาร์ต เขาพูดความจริง พวกเรารอเถอะ"
"เข้าใจเเล้ว..."
สุดท้ายเนลสันก็ได้ห้ามปรามริชาร์ตอีกครั้ง ดูเหมือนเจ้าชายขยะที่ร้อนรนไปก็เสียประโยชน์ เขาจึงทำได้เเค่ใจเย็น เเละเดินถอยห่างไป เเน่นอนยามเอลฟ์กลับทำสีหน้าเเปลกๆ อีกครั้ง

(ถือเเก่ความอดทนละกัน จะช่วยให้หน่อยก็ได้)
ผมตบมือเรียกความสนใจสักเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินฝ่าทั้งสองขยะไป ความจริงผมก็อยากอยู่ข้างนอกเลาะเที่ยวเล่นในเมืองมากกว่าเฝ้าตาเเก่หรอก เพียงเเต่ผมชักไม่ชอบการกระทำของยามพวกนี้ขึ้นเรื่อยๆ ตั้งเเต่

"ขอถามหน่อย เเขกสองคนที่เข้าไปเป็นผู้หญิงสองคนใช่มั้ย?"
"ใช่ ตามที่พวกท่านรู้นั้นเเหละ"
"งั้น..."
ผมอยากพักมือจากสนามพลังความคิดไปซะจริง เเต่ในเมื่อมันเลี่ยงไม่ได้ มันก็มีเเต่ต้องทำ ผมจะทำให้พวกเขารู้เองว่า ถ้าเกิดทำให้ผมลงมือเเล้ว เรื่องมันจะจบไม่สวย

"พวกเราขอกลับ..."
หลังจากที่ผมพูดจบ สายตาอันว่องไวของผมก็ตรวจจับทุกการเเสดงออกทันที หน้าอันเเสนเเปลกที่พวกเขาเเสดงออกมาได้รับผมพิสูจน์เเล้ว รอยยิ้มขอ
พวกเขาทั้งสองปรากฎออกเป็นความหมาย ซึ่งนั้นก็คือรอยยิ้มที่ผมรู้จักดี 

(ไอ้พวกเหยียดหยาม!)
ผมรู้เเจ้งเเรกพบเมื่อได้เห็น มันคือ รอยยิ้มเชิงดูถูกอย่างไม่ต้องสืบ เป็นเรื่องปรกติที่สองเผ่าพันธุ์จะอยากมีอะไรเหนือกว่ากัน ซึ่งในความคิดของพวกนั้น คงคิดว่าตัวเองเริดหรูที่ไล่ต้อนพวกมนูษญ์หน้าโง่ให้จบมุม เเละอยู่ในกำมือได้ เเต่มันไม่ใช่สำหรับเทพสงครามของผมน่ะสิ

"คำเเละบุกเข้าไปเลยละกัน!"
ตู้ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
กำปั้นข้างขวาของผมส่องเเสนสว่าง สายฟ้าสีเเดงโอบล้อมพลังเวทย์อันทรงพลัง ผมจึงเเถมคำพูดผ่านกาย โดยทำลายประตูทิ้งเพื่อเป็นของตอบเเทน
-----

**เเต่งอยู่ต่างจังหวัด (เที่ยว) เลยถือโอกาสว่างเเต่งให้ตอนหนึ่งก่อนกลับเลย (อีกไม่กี่วันก็กลับละ)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

349 ความคิดเห็น

  1. #300 linkzhang (@linkzhang) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 08:34
    มีสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องขึ้น......
    #300
    0
  2. #299 CodeNamE (@codename-alpha) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:54
    โนวมอลเนี่ย ลูกระเบิดนิวเคลียร์เดินดินชัดๆ
    ไปไหนก็พังเป็นแถบ
    #299
    1
    • #299-1 NamChickz (@NamGoz001) (จากตอนที่ 84)
      1 พฤษภาคม 2562 / 00:55
      53 วิ เร็วเวอร์!!!
      #299-1