หึ! เกมจีบหนุ่มน่ะเหรอ? เเล้วไงล่ะทำไมตัวประกอบอย่างฉันจะเด่นไม่ได้ล่ะ!

ตอนที่ 86 : SS2 Route:Zero เปิดตัว ณ อาณาจักรอิมลูมิเนีย (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 535
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    16 ก.ค. 62

"เเกมันตัวสร้างปัญหาชัดๆ ให้ตายเถอะทำไม ผู้อำนวยการถึงต้องเอาคนอย่างเเกมากัน"
ริชาร์ตบ่นข้างหูผมตลอดเวลาในขณะที่ผมกำลังดูชุดฝึกอยู่ หลังจากที่ผมโยนสารท้ารบไป เจ้าชาย เเละเจ้าหญิงก็พาพวกเรามาที่สนามประลองภายในเวลาไม่นาน ตอนนี้ผมกำลังตรวจสอบชุดที่ได้รับมาในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่

(เสื้อในเป็นเกราะผ้าพัลงป้องกันสูงวึ่งใส่เเล้วพอเคลื่อนที่สะดวกอยู่ เเต่ดูเหมือนเสื้อคลุมพื้นผ้าจะยาวเกินความจำเป็น ดังนั้นฉีกทิ้งให้สั้นลงดีกว่า)
ฉีก
"เห้ย เเกทำอะไรน่ะ!"
ริชาร์ตตกใจที่ผมฉีกเสื้อคลุมป้องกันส่วนล่างออก เเต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกผิดอะไร เพราะมันเป็นของที่ได้มาฟรี อีกทั้งยังไม่มีนโยบายว่าห้ามฉีกเสื้อผ้าที่ได้มาอีกด้วย

"ดูเหมือนกระดุมจะไม่เข้าท่าด้วยเเหะ ดึงออกเลยละกัน"
กระดุมบนเสื้อคลุมมันอึดอัดเกินไปสำหรับการต่อสู้ ผมเห็นว่าไม่จำเป็นเหมือนกัน จึงดึงกระดุมสามเม็ดที่นาบบนเสื้อคลุมออก จากนั้นจึงค่อยสวมมันตามปรกติ

"เออ...เอลเดล นายไม่ทำเกินไปหน่อยเหรอ นี่ทรัพย์สินของอาณาจักรนี้เลยนะ"
"ฉันชักชอบนายมากกว่า เจ้าชายขยะเเล้วสิ เนลสัน ไม่ต้องเป็นห่วง เครื่องป้องกันที่สร้างจุดอ่อนให้ผู้ใช้ ถ้าเเก้ให้ดีขึ้นได้ถึงจะปลอดภัยที่สุด"
"งั้นเหรอ"
"เห้ย! เเกเรียกใครว่าขยะหะ!"
ผมเดินหูทวนลมเเล้วเปิดประตูออกจากห้องไป เพราะไม่มีสาระสำคัญถ้าจะฟังเจ้าชายขยะต่อ ผมไม่เข้าใจจริงๆ อย่างน้อยขยะไร้สมองที่มีค่าพอให้เรียกชื่อ ยังรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัว เเต่ไอ้เจ้าชายขยะนี่ปากยังไม่เคยมีคุณค่าเพิ่มขึ้นสักครั้ง ฟังเเล้วผมก็สมเวชเขาจริง

     หลังจากที่ผมเดินออกไปคนเเรก สองสหายพระเอกก็เดินตามติดผมมา สักพักพวกเราก็เดินมาถึงสนามประลองของโรงเรียนอิมลูมิเลีย จากนั้นก็พบลิเลียกับเฟอร์เรียที่เปลี่ยนชุดเสร็จยืนรออยู่

"พวกเธอเเต่งตัวเร็วจังนะ"
"ชุดของที่นี่นั้นใส่ง่ายคะ ฉันกับคุณเฟอร์เรียเลยใช้เวลาเเต่งตัวไม่มาก"
ชุดที่ลิเลีย เเละเฟอร์เรียใส่นั้นเหมือนกับพวกเราทั้งหมด ของผู้หญิงนั้นจะเป็นเสื้อคลุมทางการสีขาวยาวจนถึงต้นเท้าเหมือนกับผู้ชาย เเต่ต่างกันที่ของพวกเธอจะมีเข็มขัดรอบนอกทำให้เสื้อคลุมเเนบตัวชัดเจน

"วิเศษไปเลย ลิเลียเธอในชุดนี้สง่างามเหลือเกิน รวมทั้ง..."
"คะ?"
"เฟอร์เรีย...ด้วยนะ"
"ขอบคุณที่ชมคะ องค์ชาย"
(อนาถชะมัด)
ริชาร์ตก็ยังคงความหาเพศเมียเหมือนเดิม เขามักใช้โอกาสในการหว่านคำสวยหรู เเต่ก็น่าขำที่เหมือนเขาจะทำให้ตัวเองดูดีในสายตาทุกคนในกลุ่ม เมื่อเขาสบตาเฟอร์เรียที่ทำหน้าตาเย็นชา เขาก็กลับพูดติดขัดขึ้นมา ช่างน่าตลกเสียจริง

"อืม...ฉันสงสัยตั้งเเต่เห็นเเล้วค่ะ คุณโนวมอลได้ชุดชำรุดมาเหรอคะ ทำไมถึงสถาพดูไม่ค่อยดี"
"ไม่ใช่ ฉันเเค่กลบจุดอ่อนของชุดนี้เท่านั้น"
"จุดอ่อน?"
"เอาไว้รอดูในตอนจริงเเล้วกัน เพราะว่าคู่เเข่งกำลังมาเเล้ว"
หลังจากที่ผมพูดจบ ร่างของกลุ่มเอลฟ์ก็เคลื่อนผ่านเงามืดออกมา เอลฟ์ทั้งหมด 5 คนเดินออกมาด้วยการเเต่งชุดฝึกที่เรียบเนียน 2 ในห้าคนนั้นเป็นเจ้าชาย เเละเจ้าหญิงของอาณาจักร

"สู้ๆ นะ พวกเธอ พวกเราให้กำลังช่วย!"
"องค์ชาย องค์หญิงสู้ๆ ค่ะ! ชนะให้ได้นะค่าาาา!"
"ทุกคนจัดการพวกมนุษย์ให้คว่ำไปเลย พวกเราคอยเชียร์อยู่!"
"สู้ๆ พวกนายเเสดงความสามารถของพวกเราให้ได้เห็นเลย!"
เสียงเชียร์ส่วนมากตกไปอยู่ฝั่งนู้นเกือบหมด ไม่สิเอลฟ์ทั้งหมดให้กำลังใจเเค่ฝ่ายเดียวเท่านั้น สำหรับฝั่งมนุษย์เช่นเรา งั้นเงียบเหงาจนนับจำนวนคนไม่ได้เลย

"สวัสดี ประชาชน ท่านผู้มีเกียรติ เเละผู้เข้าประลองทั้งหลาย ขอต้อนรับเข้าสู่การประลองระหว่างสองเผ่าอันยิ่งใหญ่ ได้โปรดส่งเสียงให้กำลังใจดังๆ เเก่ผู้เข้าเเข่งด้วย"
"เฮ้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
การประสานเสียงเป็นหนึ่งเดียวของผู้เข้าชมดังขึ้นจนเกิดเป็นความฮึดเฮิมทั่วสนาม บ่งบอกได้เลยว่าการประลองในทุกปีระหว่างเผ่าเอลฟ์ กับมนุษย์มีความสำคัญมากเเค่ไหน

"กระผมผู้ซึ่งเป็นผู้ประกาศข่าวเเห่งเผ่าเอลฟ์  ขอใช้เกียรติจากพิธีอันสูงศักดิ์ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ขอเป็นกรรมการในการประลองครั้งนี้ด้วยความยุติธรรม เเละจะไม่เองเอียงให้ฝ่ายไหนก็ตาม"
ตามที่ผมเล่นเนื้อเรื่องมา ผมก็ทราบข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรนี้อยู่บ้าง เท่าที่สำคัญดูเหมือนว่าราชาของที่นี่จะดำรงตำเเหน่งในฐานะองค์ราชา เเละผู้อำนวยการโรงเรียนอิมลูมิเลียไปพร้อมกัน

"เพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลา เราจะขอเเนะนำผู้เข้าเเข่งขันกันเลย ผู้เข้าเเข่งขันทีมเเรกจากอาณาจักรอิมลูมิเลียได้เเก่"
"องค์ชาย ออดอร์ ดี มิเชล
 องค์หญิง ออดอร์ ดี เลน่า
 เหยี่ยวธนูพงไหร ฟอเรส รอร่า
 อัศวินมากพรสวรรค์ คริสโตเซียส คอรารัส
 เเละปราชน์วัยเยาวน์ ฟอเรส ลอร่า"
ผมทึ่งกับการนำเสนอเเต่ละคนมาก เทคโนโลยีของเผ่าเอลฟ์นั้นไม่เเพ้กับฝั่งมนุษย์เลย หน้าจอที่ใช้เวทมนตร์เป็นตัวก่อ สร้างภาพโปรไฟล์ เเละการนำเสนอสุดทันสมัยออกมาได้จนผมต้องประทับใจ ยกเว้นอย่างเดียว...

"อ้าย เจ้าชายสู้ๆ นะค่า"
"เลน่าจัง ต้องชนะพวกนั้นให้ได้น้า"
"เจ้าชาย เท่ที่สุดเลยค่าาาาาาา"
"เลน่าจัง น่ารักที่สุดเบยยยยย"
(เหอะๆ ไปที่ไหนก็เจอตลอด)
ผมหัวเราะให้กับความจริงที่พบบ่อยจนเคยชิน ขึ้นชื่อว่าเป็น เจ้าชาย เเละเจ้าหญิงหน้าตาก็ต้องไม่เเพ้ใครอยู่เเล้ว ถ้าสังเกตด้วยสายตาที่ไม่อัคติ ผมก็ไม่เถียงเหมือนกัน

     คนเเรก เจ้าชายมิเชล ตัวละครชายหน้าหล่อ ผู้มีผมสีเขียวอ่อนยาวดั่งกับสตรีกับดวงตาสีทองอันงดงาม ใบหน้าอัมหล่อคมที่บาดใจสาวๆ รูปร่างที่สูงกว่า 180 ซ.ม. กับร่างกายที่เเข็งเเรงสามารถปกป้องคู่ครองได้ อีกทั้งรอบตัวเขายังให้บรรยากาศของสุภาพบุรษเเบบสุดๆ

     คนที่สอง เจ้าหญิงเลน่า ตัวละครหญิงสาวน่ารัก จนเเฟนหญิงยังต้องจิกกัด เเละไม่ชอบหน้า เธอเป็นตัวละครที่มีผมสีเขียวอ่อนเช่นเดียวกับเจ้าชาย เเต่ความจริงก็มีผมสีเดียวกันทั้งครอบครัวนั้นเละ ขนาดราชาเอลฟ์ยังมีผมสีเดียวกันเลย เธอมีรูปร่างราวกับไปประกวดนางงามทุกปี หน้าตาสละสลวย เน้นความน่ารักมากกว่าความสวย ดวงตาสีทองที่เหมือนกับเจ้าชาย ซึ่งเป็นที่เเน่นอนว่าทั้งสองเป็นพี่น้องกัน โดยที่เจ้าชายเป็นพี่ชาย เเละเจ้าหญิงเป็นน้องสาว

"ต่อมาก็คือ ทีมที่สองจากอาณาจักรเอลฟาเรียได้เเก่"
"องค์ชาย เเกรนด์ลอร์ด ออฟ ริชาร์ต
 นักดาบพรสวรรค์ คริสเตียน เนลสัน
 ผู้บรรลุเเก่นเเท้เเห่งเวทมนตร์ เอเทียร์ ลิเลีย
 นักเวทย์ 5 ธาตุ ลูกสาวเเห่งดยุคฟาราเรียอันเลืองลือ ฟาราเรีย เรอ เฟอร์เรีย
 เเละ เอลเดล นอล"
(เอ๊ะ? ตูมีเเค่เองเรอะ?)
ผมติดสตั้นไปหลายวินาที ผมเเทบไม่เชื่อหูตัวเอง ไม่ไปได้ไง ทำไมชื่อผมมันเเสนธรรมดาเเท้ คนอื่นมีชื่อสุดเท่ ทำไมผมกลับโดนเรียกเเค่ชื่อจริง + นามสกุล 

(วอนเท้าเเล้วพวกเเก)
ไม่รู้ทำไมความริษยาเพียงน้อยนิด ถึงทำให้หัวของผมร้อนกรุนขึ้นมาได้ เส้นเลือดลุกผล่านกระตุกตามอารมณ์อันฉุนเฉียว ราวกับว่าผมตอนนี้ระงับอารมณ์เเห่งความไม่ยุติธรรมไม่อยู่เเล้ว

"เห้ย พวกเเก..."
ผมพูดด้วยเสียงโทนต่ำ เเล้วจากนั้นจึงเคลื่อนตัวไปข้างหลังเนลสัน เเละริชาร์ตที่ตัสติดกันอยู่เกือบตลอดเวลา ฝ่ามือทั้งสองค่อยๆ เคลื่อนไปอย่างเงียบเร้นสับเข้าที่ท้ายคอของทั้งสองจนสลบ

"หลับไปสักพักนะ"
ดวงตาของเนลสัน เเละริชาร์ตค่อยๆ ปิดลงจนสนิท ร่างของทั้งสองร่วงหล่นลงสู่พื้นท่ามกลางสายตาของผู้ชม ลิเลีย เเละเฟอร์เรียที่ได้เห็นก็ทำสีหน้าตกใจขึ้นมา

"นี่นายทำอะไร!"
"ก็เเค่ลดการโดนลูกหลงน่ะ"
"ลูกหลง!?"
ผมเดินผ่านเมินข้ามอาการตกใจของเฟอร์เรีย ผมก้าวออกไปอยู่ด้านหน้าสุดอย่างมั่นใจ จากนั้นจึงบิดตัว เเละขยับตัวเล็กน้อยเพื่อวอร์มอัพเตรียมพร้อมสู้

"ทุกคนดูนั้นสิครับ ผู้เข้าประลอง เอลเดล นอลได้ทำร้ายเพื่อนร่วมประลองของตัวเองจนสลบไปเเล้วครับ!"
"พวกเธอก็อยู่เฉยๆ เเล้วกัน"
(เอาจริง มันก็เป็นการเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่าเลยเเหะ เเต่ก็เอาเถอะ)
"งานนี้..."
(ถือว่าเป็นการทำตัวเองเเล้วกัน)
ทันทีที่ผมรู้ตัวว่าร่างกายพร้อมใช้งาน ผมก็กระโดดย่องๆ จากนั้นจึงสูดอากาศจนเต็มปอด สองเท้าเหยีบดินเเน่นจนมั่นคง สายตามองตรงไปยังกลุ่มเอลฟ์ที่อยู่เบื้องหน้า

"พี่ลุยเอง!"
(กายาฟ้าฟาด)
สิ้นสุดคำพูดผมก็ถีบเท้าเต็มกำลังพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เวทย์สายฟ้าสีเเดงอันตรายถูกปล่อยใช้งานอย่างรวดเร็ว ผมใช้โอกาสในยามที่ศัตรูไม่ทันระวัง พุ่งตัวเข้าใส่เข่ากับอัศวินที่เป็นตัวน่ารำคาญตัวเเรก

"อั๊ก!"
"เเกน่ะ ลงไปนอนก่อน"
เข่าอันเเข็งเเรงมาพร้อมกับความเร็วที่ผสานกับเวทมนตร์ทำให้เกราะที่เขาใส่ทับสวมคลุมเเตกออกเป็นเสี่ยงๆ เข่าของผมทำความเสียหายเข้าอย่างจังจนเข้าต้องสำลักเลือดออก เเต่เเค่นั้นยังไม่จบ ผมดึงเท้ากลับอย่างว่องไวปลิดหัวหมุนตัว เเล้วใส่ศอกสายฟ้าอัดหน้าอีกครั้ง

ตึก!!!!!!
อัศวินถูกเเรงปะทะกระเด็นไปชนกำเเพงข้างสนามประลองจนเเตกพังลง เขาได้ถูกผมจัดการจนสลบไปนอนคนเเรกเเล้ว ตอนนี้ผมได้ฉวยโอกาสจัดการคนป้องกันของฝั่งเขาไปหนึ่งเเล้ว 

"่ท่านพี่!"
"เข้าใจเเล้ว พี่จะหยุดเขาเอง!"
"ฝันไปเถอะ! กริม!"
[อ่า ข้ารอคอยออกกำลังกายนี้มานานเเล้ว!!!]
ผมเรียกกริมออกมาในพริบตา ทันทีที่ฝ่ายพี่ชายกำลังจะใช้เวทมนตร์ ผมก็ขว้างกริมใส่ทันที เมื่อฝ่ายน้องสาวเห็นว่าพี่ชายจะตกอยู่ในอันตรายจึงfyoเขาออก 

"Wind protection barrier"
[หนาจังเเหะ]
เธอใช้ม่านสายลมอันทรงพลังรับคมดาบของกริมไว้ได้ กริมที่ไม่ได้มีเเรงเสริมจากพละกำลังจากมือของผมก็ได้กระเด็นลงปักดินอย่างง่ายดาย

"องค์หญิงเลน่า!"
"ก่อนจะห่วงคนอื่นดูตัวเองก่อนมั้ย?"
ผมอ้อมหลังผู้ฆยิงที่ใช้ธนูด้วยความประมาทของอีกฝ่าย จากนั้นจึงจับขาเธอที่เปิดช่องว่าง เเล้วใช้กำลังอันเหนือชั้นเหวี่ยงเธอเข้าใส่อีกคนที่ใส่ชุดคล้ายจอมเวทย์อยู่

"พี่ทำอะไรของพี่นี่!"
"พี่ขอโทษลอร่า!"
"เอาไว้ไปขอโทษกัน นอกสนามเเล้วกัน อัศนีพิโรธ!"
ผมชี้นิ้วชี้ข้างขวาไปยังสองพี่น้องที่ทะเลาะกัน จากนั้นไม่นานสายฟ้าจากเมฆบนท้องฟ้าที่ก่อตัวเป็นสีดำก็ได้ผ่าลงมาใส่ทั้งสอง

"อ๊ากกกกกกกกกก!!!"
ทั้งสองใจกรีดร้องตรงกัน หลังจากนั้นก็สลบลงไปด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยไหมเกรียบเล็กน้อย เท่านี้ผมก็จัดการไปสามในห้าส่วนเเล้ว

"Great wind sword!"
ผมสัมผัสได้ถึงอันตรายโดยฉับพลัน ผมตอบสนองกระโดดหลบด้วยสัยชาตญาณทันที ดาบสายลมขนาดใหญ่อันน่าสะพรึงกลัวที่เเหวกอากาศฟันลงมาทำได้เพียงให้พื้นดินเเตกร้าว

[เกือบไม่รอดเเล้วนะ เจ้าหนู]
(ของเเค่นี้ ใครๆ ก็หลบได้)
ผมกระโดดถอยกลับไปหาจุดที่กริมปักไว้กับดิน จากนั้นจึงดึงเขาออก เเล้วกระโดดถอยออกมาตั้งหลักเเทน เพราะดูเหมือนว่าต่อไปจะเป็นงานที่ยากกว่าเดิม

"โอ้ ดูเหมือนมนุษย์ทรยศที่หักหลังเพื่อนพ้อง จะเข้าตาจนเเล้วละครับ เเถมยังเล่นขี้โกงโจมตีอีกฝ่ายทีเผลออีก ช่างเป็นมนุษย์ที่ไม่มีน้ำใจนักรบอะไรเช่นนี้!"
"เลน่าพวกเราต้องเอาจริงเเล้ว ไม่งั้นพวกเราไม่มีทางชนะเขาเเน่ๆ!"
"ตกลงค่ะท่านพี่!"
หลังจากทั้งสองพูดจบ พลังเวทย์ของพวกเขาก็เปลี่ยนไป มันเเปลกกว่าเดิม ไม่สิ มันไม่ใช่พลังเวทย์ซะด้วยซ้ำ มันเป็นสิ่งที่เหนือชั้นกว่านั้น

(มาเเล้วสินะ พลังของภูติ)
"วินดี้ ได้โปรดให้พลังกับฉันด้วย!"
"สตรอใ จงจุติในร่างภูติมาเเหล่งพลังให้ผมที!"
สายลมในตัวของผมเริ่มถูกดูดไปหาพวกเขาเรื่อยๆ พายุหมุนทรงกลมขนาดจิ๋วสองลูกถูกก่อตัวข้างทั้งสอง สักพักรูปลักษณืที่เเท้จริงก็ได้ปรากฏร่างของภูติจิ๋วสุดเเกร่งประจักษ์ขึ้นมาบนสนามประลอง

"น้อมรับคำสั่งค่ะ องค์หญิง"
"ตามประสงค์ครับ องค์ชาย"
ภูติที่อยู่ข้างเจ้าหญิงเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กน่ารักที่ใส่ชุดกระโปรงสีขาวอยู่ ส่วนข้างๆ เจ้าชายเป็นเด็กชายเเสนซนที่สวมชุดอัศวินอยู่ ผิวนอกของภูติทั้งสองมีออร่าสีเขียวที่บ่งบอกถึงพลังเวทย์อันมหาศาลของพวกเขา

"ตอนนี้ ดูเหมือนว่าองค์ชาย เเละองค์หญิงจะเผยพลังที่เเท้จริงเเล้ว ฝ่าบาทคิดว่าคู่เเข่งจะเป็นยังไงครับ!"
กรรมการที่เครื่องติดได้ยื่นไมค์ขยายเสียงไปให้กษัตริย์เเห่งเอลฟ์ที่นั่งดูอยู่ข้างๆ เขารับไมค์ก่อนที่จะทำหน้าจริงจัง

"เท่าที่ทุกคนทราบ ลูกของข้าทั้งสอง เมื่อพวกเขาปลดปล่อย พี่น้องมหาภูติเเห่งสายลมขึ้นมา นั้นก็หมายถึงศัตรูได้ถึงฆาตเเล้ว"
"งั้นก็เเสดงว่า ทั้งสองไม่เคยเเพ้ให้ใครสินะครับ!"
"ถูกต้องอย่างถึงที่สุด"
"อย่างที่ฝ่าบาทได้กล่าว เอาไงละครับทีนี้ เอลเดล นอล ผู้เล่นไม่ซื่อจะไหวหรือไม่!?"
เสียงบิวส์ของกรรมการทำให้สนามคึกครื้นกว่าเดิม ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าส่งเสียงให้กำลังใจกับเจ้าหญิง เเละเจ้าชาย หรือสะใจกับคำด่่าที่ผมโดนกันเเน่

"มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำให้เราสองพี่น้องใช้พลังของวินดี้ เเละสตอร์มในคราวเดียวกันได้ ดังนั้นการต่อสู้ไม่ว่านายจะพ่ายเเพ้ เเต่พวกเราจะให้เกียรตินายเเน่นอน"
"เอาชนะให้ได้ก่อนเถอะ ฟังดูเป็นคำสั่งเสียมากกว่านะ"
"งั้นเตรียมรับมือ! สตรอม infinite wind sword!"
"รับทราบ!"
เจ้าชายกวาดมือไปยังผมที่อยู่ตรงหน้า วงเวทย์ปรากฏอยู่ขนานรอบข้างเขา ดาบสายลมมากมายนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาโจมตีผม

"บทที่สอง สบัดเเหลก!"
ผมเคลือบสายฟ้ารอบกริมเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการต่อสู้เวทมนตร์มากขึ้น ไม่ว่าดาบสายลมจะดจมตีกระหน่ำเเค่ไหน ผมก็จะสบัดมือฟันไปรอบๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เเละเข้าใกล้เจ้าชายให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะฟันดาบสวนคืน

"เสร็จฉัน!"
"ฉันไม่ยอมให้เเตะต้องพี่หรอกค่ะ! วินดี้! great wind protection shield!"
"น้อมรับค่ะ!"
เป้ง!
โล่อากาศขนาดใหญ่สกัดการโจมตีของผมก่อนที่จะถึงตัวเจ้าชายได้ เนื่องจากผมโจมตีไม่สำเร็จจึงต้องรับกระโดดถอยออกมาตั้งหลักก่อนจะโดนสวนคืน

(เเข็งอย่างที่เเกว่าเลย)
[ใช่มะ]
ผมเริ่มเห็นด้วยกับความรู้สึกของกริม พอผมฟันมัน มันให้ความรู้สึกเหมือนกับตัวเองเอาไม้กระบองไปตีเหล็กที่ีไม่มีทางขาดได้เลย

"พี่คะ โจมตีอีกครั้งค่ะ! วินดี้! Wind synergy boost!"
"ฝากโจมตีด้วย องค์ชาย!"
"ขอบใจ เลน่า วินดี้ คราวนี้ผมไม่ประมาทเเน่ สตรอม! triple great wind sword!"
"รับทราบ!"
เจ้าชายเรียกสายลมใหญ่โจมตีใส่ผมอีกครั้ง เเต่ครั้งนี้นั้นไม่ง่ายเหมือนเดิม เพราะมันมีถึงสามเล่ม เเละเล่นมาดักทั้งบน ขวา เเละซ้ายให้ไม่มีทางหลบเลยทีเดียว อีกทั้งดูเหมือนพลังการทำลายของมันจะเพิ่มมากขึ้นด้วย!

(หลบไม่ได้ ถ้าอย่างงั้นต้องฝ่าไปเท่านั้น)
"บทที่1 ฟันทลาย!"
ผมจับดาบทั้งสองมือไว้ในด้านซ้าย เท้ากดลงพื้นตั้งฉากด้วยท่าที่มั่นคง สูดอากาศปริมาณมากเข้าปอดตั้งสมาธิให้สงบนิ่ง จากนั้นจึงเเกว่งดาบฟันดาบทั้งสามในเเนวนอนจนเเตกหักไปพร้อมกัน

"เเม้เเต่ท่านี้เขาก็ป้องกันมันได้เหรอ!"
(จังหวะนี้เเหละ!)
ทันทีที่ตัวพี่กำลังไม่เชื่อในสายตาตัวเอง ผมก็รีบกระโดดขึ้นไปในอากาศ จับดาบมือขวามือเดียว ใช้มือซ้ายเเกว่งตัวหมุน เเล้วสะกดเวทย์สายฟ้าใส่กริมเเล้วโจมตีออกไป

"บทที่3 ผสานเวทย์ เสี้ยวจันทราอัส--"
"ไม่ยอมหรอกค่ะ! วินดี้! wind misdirection way"
"ระวังร่วงน้า!"
ในขณะผมกำลังจะฟาดคลื่นดาบสายฟ้าขนาดกว้างโจมตีใส่พวกเขา เจ้าหญิงก็ได้ใช้เวทมนตร์บางอย่าง ทำให้ลมในอากาสไม่สงบ ผมถูกลมในอากาศพัดตกลงพื้นอย่างง่ายดาย

(เสร็จกัน!)
"พี่คะ!"
"ดีมาก เลน่า! เอาไปกิน! เดอะ ไซโคลน!"
ทันทีที่ผมกระเเทกพื้น เจ้าชายก็ได้ร่ายเวทย์สร้างพายุขนามย่อมตรางมาทางผม ผมรับรู้ได้ว่าผมอันตรายกว่าดาบลมขนาดใหญ่สามเล่มที่ผมเจอมา

"ชิ! หัตถ์สายฟ้ากัมปนาท!"
ตู้ม!
ผมกำมือซ้ายอย่างเเน่น ตั้งสมาธิเรียกสายผ้าให้มารวมกันในกำปั้นซ้าย ผมใช้ท่าที่ผมถนัดมากที่สุดในเวลารับมือกับเวทมตร์ที่รูปร่างไม่คงที่ ยังดีที่ผมยังพอสกัดไว้ได้

"อึก!"
"โอ้ ดูเหมือนเอลเดล นอลจะได้รับบาดเจ็บตามที่ฝ่าบาทคาดไว้เเล้วล่ะครับ!"
เเต่ว่าผมก็ป้องกันการโจมตีไม่ได้ทั้งหมด อานุภาพการทำลายของมันรุนเเรงกว่าหมัดสายผ้าสั่นสะเทือนของผมมาก ถึงผมจะทำให้มันหายไปได้ เเต่ก็ยังได้รับรอยเเผลบาดคมจากสายลมบน้้ขนซ้ายอยู่ดี

(โคตรโกงเลยปัดโธ่ น้องก็เป็นตัวซัพพอร์ท พี่ก็เป็นตัวดาเมจ อะไรจะลงตัวขนาดนั้น!)
ผมเริ่มรู้สึกว่าหนทางในการชนะมันยากขึ้น ไม่นึกเลยว่าสองพี่สองนี้จะประสานงานได้ดีกว่าที่คาด เล่นเอาผมต้องจนมุมเลยทีเดียว

(ช่วยไม่ได้ โกงมาก็ต้องโกงกลับ เฮลเคตได้เวลางานเเกเเล้ว!)
[เเบบนี้ เขาไม่เรียกว่าโกงนะ เจ้าหนู มันเรียกว่าเเพ้เเล้วพาลต่างหาก]
[ข้าก็คิดเช่นงั้น เเกสู้ไม่ได้อยากขอความช่วยเหลือก็บอกมาเถอะ ไอ้หนู]
(หยุดเเซะ! เเล้วออกมาได้เเล้ว! หรือจะให้ฉันบังคับเอง!)
[ครับๆ ข้าขอออกอย่างโดยดีดีกว่า]
ไม่ทันท่วงทีพลังเวทย์ในร่างของผมก็เอ่อล้นขึ้น ดวงตาส่องเเสนสีเเดงกลบสีคราม ออร่าทมิฬเเสนน่ากลัวมันให้บรรยากาศโดยรอบเลวร้ายขึ้น ความรู้หลายเเขนงที่เกี่ยวกับเวทมนตร์ได้หลั่งไหลเข้าหัวสมองผม

"พี่คะ นั้นมัน!"
"พี่ก็ไม่เเน่ใจ เพียงเเต่ต้องเป็นลางไม่ดีเเน่นอน!"
"วินดี้กลัว"
"สตรอมไม่ชอบ"
เจ้าหญิง เเละเจ้าชายต่างหวาดตะลึงกับชายตรงหน้ที่เปลี่ยนเเปลงไปอย่างได้ชัด ไม่เพียงเเค่นั้นภูติขิงทั้งสองยังรู้สึกไม่ดีกับออร่าอันชั่วร้ายนั้นอีกด้วย

"สายฟ้าหวนคืน!"
ไม่ทันไรโนวมอลก็ได้ปล่อยสายฟ้าสีเเดงจากมือซ้าย พุ่งตรงเข้าดจมตีทั้งสองในระยะไกล เมื่อเจ้าหญิงเห้นดังนั้นจึงรีบป้องกันตัวเองทันที

"วินดี้! great wind protection shield!"
"รับไม่ไว้เเล้ว!!!"
"อ๊าก!"
เจ้าหญิงร่ายเวทมนตร์สร้างโล่สายลมขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งถ้ามั่นใจว่ารับการโจมตีได้เหมือนทุกครั้ง เเต่ครั้งนี้นั้นไม่ใช่ มันกลับเเตกออกภายในพริบตาที่สัมผัสเเล้วสร้างเเรงระเบิดจนเธอกระเด็นไป

"เลน่า! หน่อยเเน่เเก! สตรอม!"
"จัดการเลย!"
เจ้าชายที่เห็นน้องสาวได้รับบาดเจ็บ จึงระเบิดอารมณ์ด้วยความโกรธ เขาสร้างดาบสายลมขึ้นมาในมือ เเล้วใช้ลมพลัดตัวเองพุ่งใส่ผมอย่างรวดเร็ว

"เเกต้องชดใช้!"
"หึ ถ้าเเกทำได้อ่ะนะ"
เป้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...
ผมยิ้มชั่วร้ายก่อนที่จะปะดาบกับเจ้าชาย เขาฟันผมต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง ซึ่งจัดได้เลยว่าเขาพอมีฝีมือด้านการใช้ดาบในระดับสูง เเต่ว่าต่อหน้าคนที่คอยผ่านเเสนดาบมาเเล้ว ผมไม่ได้สร้างความลำบากให้ผมเลย

"กระชับรัดดี เเต่ว่ายังอ่อนกว่าไอ้ขยะไร้สมองเยอะ!"
"อ๊าก!"
ผมสบัดข้อมือด้วยความเร็วสูง ฟันต่อเนื่องสวนคืนเขาด้วยความเร็วที่มากกว่าหลายเท่า เมื่อเขาไม่สามารถตามความเร็วผมได้ ผมก็ฟันดาบเขาซ้ำไปมาจนเเตก จากนั้นจึงหมุนตัวถีบเขากระเด็นชนกำเเพงจนสำลักเลือด

"เเค่กๆๆ!!"
"พี่คะเป็นไรไหมคะ!?"
"ไม่ต้องเป็นห่วง...พี่ยังไหว"
หลังจากที่น้องมาดูอาการของเขา เจ้าชายก็รีบพยุงตัวดันตัวเองขึ้นจากพื้น เขามองผมด้วยสายตาจริงจัง เเล้วหันไปสบตาน้องของเขา เเต่เเล้วเสียงของกรรมการที่หายไปเนินนานก็ดังขึ้น

"ดูนั้นสิครับท่านผู้ชม หลังจากที่เอลเดล นอลได้เปลี่ยตาสีเป็นสีเเดง พลังของเขาก็เหนือกว่า องค์ชาย เเละองค์หญิงเสียเเล้ว!"
หลังจากที่กรรมการประกาศเสร็จ สีหน้าของผู้เข้าชมก็เปลี่ยนไป จากสีหน้าที่ฉลองเฉลิมด้วยความมั่นใจ เริ่มกลายเป็นสีหน้ากังวล เเละเริ่มส่งเสียงกระซิบกัน

"ดูท่าไม่ดีเเล้วนะ หรือว่าองค์ชาย เเละองค์หญิงกำลังจะเเพ้"
"เดี๋ยวก่อนสิ พวดเขายังไม่เเพ้สักหน่อย"
"เเต่ว่าเห็นทำอะไรไม่ได้มาตั้งเเต่เมื่อกี้เเล้วนะ"
"ไม่จริงน่า เผ่าเอลฟ์จะเเพ้มนุษย์อย่างขาดลอยงั้นเหรอ"
"เอาจริงดิ เเบบนั้นพวกเราไม่ยอมนะเห้ย!"
เสียงซุบซิบที่ไม่ได้ปกปิดอย่างเงียบเบาดังเข้าหูกษัตริย์เเห่งเผ่า เมื่อเขาได้ยินก็เริ่มทำสีหน้าตรึงเครียดขึ้นมา เขารีบคว้าไมต์จากกรรมการออกมาพูดทันที

"มิเชล! เรน่า! พวกลูกห้ามพ่ายให้กับพวกมนุษย์เด็ดขาด! พวกลูกคือความหวังของเรา! ดังนั้นห้ามเเพ้เด็ดขาด! เข้าใจมั้ย!"
"ฝ่าบาทครับ ไมค์ผม..."
"ไม่ว่ายังไงก็ห้ามเเพ้เด็ดขาด! มิเชลถ้าลูกเเพ้ก็เลื่อนการครองบัลลังค์ไปได้เลย! เเล้วก็เรน่าพ่อก็จะไม่ยอมรับในการตัดสินใจของลูกด้วย!"
(น่าโสโครก)
ผมมองราชาเเห่งเผ่าเอลฟ์ด้วยความผิดหวัง เขาช่างน่าละอายใจเหลือจริง พอเข้าตาจนเเล้วก็ใช้อำนาของตนในการบังคับคนอื่น เห็นเเล้วผมรู้สึกไม่ชอบใจอย่างมาก

"เลน่า! เราต้องโค่นหมอนี้ลงให้ได้ ไม่งั้น...ทุกอย่างที่ทำมาต้องล้มเหลวหายไปจนหมด"
"พี่คะ...เข้าใจเเล้วค่ะ หนูจะช่วยพี่สุดกำลังเอง"
"ขอบใจ ถ้างั้นเรามาเผด็จศึกกันเถอะ"
"ค่ะ  พี่!"
"สายลมเอ๋ยจงก่อรูปเป็นพลังอันยิ่งใหญ่เเก่ผม..."
น้อยครั้งเหมือนกันที่ผมจะได้ยินคำร่ายที่ไม่ได้ฟังมานาน เจ้าชายกำลังร่ายเวทมนตร์ขั้นสูงสุดโดยดึงภูติของเขากลายเป็นส่วนหนึ่งกับสายลมนั้น ในขณะที่เขากำลังร่ายอากาศในชั้นบรรยากาศหายใจลำบากขึ้น

"สายลมเอ๋ยจงร่ายรำให้เเก่ผู้ถูกเลือก ได้โปรดชี้นำทางเขาผู้นั้น สู่ความพริ้วไหวเหนือชัยชนะ..."
"ผม ออดอร์ ดี มิเชล บุตรเเห่งกษัตริย์ ออดอร์ ดี อาร์เช่ ขอประกาศศักดิ์ดาด้วยทายาทเเห่งสายลม ขอโปรดอัญเชิญสุดยอดศาตราวุธ หอกที่ไม่มีวันพังทลาย ปลายหอกเเห่งการทะลวง เวทมนตร์ภูติ หอกเเห่งศักดิ์ดา อองดีเฟอก้า!"
เจ้าชายอัญเชิญหอดสายลมขนาดบิ๊กเบิมเหนือหัวออกมา หอกสีเขียวขาวอันมาจากพลังเวทย์อันบริสุทธิ์ของภูติ ลวดลายโบราณที่บ่งบอกถึงความดุดันจากโบราณที่ใช้สือทอดกันมา

"ฉัน ออดอร์ ดี เลน่า บุตรีเเห่งกษัตริย์ ออดอร์ ดี อาร์เช่ ได้โปรดบันดาลพรเเก้ผู้ถูกเลือก สร้างสายลมที่จะเปิดเส้นทางเเห่งชัยชนะขึ้นมา ขอโปรดพลังสถิตเเก่ผู้ถูกเลือก สายลมไร้พ่าย พลังเเห่งความหวัง เวทมนตร์ภูติ วิตเตอรีโอ้ เทมเพสท์"
ภูติของเจ้าหญิงกลายเป็นสายลมสีเขียวขนาดมหึมาครอบคลุมหอกโบราณ เมื่อหอกโบราณสัมผัสได้ถึงสายลมสีเขียวก็เกิดการหลอมรวมกัน กลายเป็นหอกพายุสีทองขึ้นมา

"รับไปซะ เวทย์ภูติผสานของพวกเรา วิตเตอริโอ้ อองเดเพอเรสต้า!"
ทั้งสองพูดออกมาพร้อมกัน จากนั้นพายุหอกสีทองก็ได้ถูกปลดปล่อย มันกินพื้นที่เกือบทั้งสนามพุ่งตรงมาทางผม 

[ไอ้หนู โดนไอ้นี่เข้าไปเต็มๆ เป็นเเกก็รูโหว่ได้นะ]
"ก็จริง เเต่ว่ามันก็ไม่ได้เร็วมาก ถ้ากระโดดสูงๆ ก็น่าจะหลบพ้น"
อย่างที่เอลเคตบอก ผมเอาร่างกายรับไอ้นี่ไปก็คงเละเป็นโจ๊ก เเต่เนื่องจากมันค่อยๆ เคลื่อนมาใกล้ผมด้วยความเร็วที่ไม่ได้เวอร์วัง ผมก็สามารถหลบได้ถ้าใช้กริมเป็นเเท่นเเล้วโดดถีบตัวขึ้นฟ้า

"เเม่ครับ...น่ากลัวจังเลย"
"ไม่ต้องห่วงหรอก องค์ชาย เเละองค์หญิงไม่ทำให้พวกเราบาดเจ็บอยู่เเล้ว"
"งั้นเหรอครับ!"
ด้วยความบังเอิญที่โชคดีมีหูดีหรือไม่รู้ว่าอะไร ผมกลับได้ยินเสียงของเเม่ลูกเอลฟ์ที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ขึ้นมา ซึ่งพอได้ยินผมก็ต้องหยุดความคิดชั่ววูป

(เชี้ยเเล้วไง ไม่บาดเจ็บก็บ้าเเล้ว! ไอ้นี้มันพังสนามประลองได้ด้วยซ้ำ!)
ถ้าใครที่ผ่านสนามรบมาก่อนจะดูออกเลยว่า เวทมนตร์มีพลังทำลายมากเเค่ไหน ซึ่งผมขอบอกตามตรงโดยว่า ไอ้เวทย์ภูติผสานนี้มันสามารถตัดเเยก 1 ส่วน 4 ของสนามให้หายไปได้ในพริบตา 

"เห้ย หยุดก่อน! ดูคนข้างหลังฉันก่อนสิวะ!"
ผมพยายามตะโกนบอกกรรมการที่อยู่ข้างบนให้รับรู้ เเต่ก็ไม่ได้ผล ราชาเอลฟ์ที่จับไมค์ไม่สนอะไรรอบข้างตัวเขาอีกเเล้ว สายตาเขามีเพียงหนึ่งเดียวคือความเป็นที่หนึ่ง

"จัดการมันเลย ลูกพ่อ!"
"ลุยเลยองค์ชาย องค์หญิง!"
"ปิดฉากมันเลย!"
(เวรเอ้ย!)
ความโกรธของผมทะลุถึงขีดสุด ตอนนี้ไม่ว่าใครก็เสพติดชัยชนะ ประชาชนเชื่อในสิ่งที่มาจากชัยชนะ โดยไม่รู้ว่าผลกระทบจะตามมา คือชีวิตของเผ่าตัวเอง

"ถึงจะไม่เคยใช้ เเต่ก็ต้องลอง!"
[ไอ้หนู เเกคิดจะทำอะไร!]
(ลองเอาเวทย์ที่เเกสร้างขึ้น มางัดใส่ไง!)
ผมหยุดการเคลื่อนไหว ตั้งท่าป้องกันอยู่กับที่ วางกริมในเเนวดาบจากนั้นจึงส่งพลังเวทยืในไปในมือซ้าย มือซ้ายของผมกลายเป็นมือสีดำขึ้นมา 

"จงหายไปซะ!"
ผมใช้มือซ้ายสีดำลูบกริมตั้งเเต่ต้นคมดามไปปลายคมดาบ คมดาบของกริมถูกเคลือบด้วยเวทมนตร์สีดำสนิทไม่มีเเสงสะท้อน จากนั้นผมก็จับดาบสองมือเหวี่ยงดาบใส่หอกพายุสีทอง

"Black hole blade!"
ดาบสีดำปะทะเข้ากับหอกพายุสีทองอย่างจัง ถึงเเม้เเรงปะทะทำให้ร่างกายผมได้รับความเสียหายจนกล้ามเนื้อเเถบฉีกขาด เเต่ผมก็ทนต่อไปจนกว่ามันจะสำเร็จ

"ย้ากกกก!!!"
ดาบสีดำได้ดูดกลืนหอกพายุสีทองเข้ามาในดาบ เพียงไม่นานพายุสีทองก็ถูกฟันหายไป ผมสามารถปกป้องผู้คนให้ไม่ได้รับความบาดเจ็บได้สำเร็จ

[โห เเกนี่นับหลัง ยิ่งจิกเวทมนตร์ข้ามาใช้บ่อยเหมือนกันนะ]
(ของมันดี ก็ต้องหมั่นใช้สิ)
เวทมนตร์ที่ผมใช้ไปเมื่อกี้ คือเวทมนตร์ที่เฮลเคตคิดค้น มันเป็นเวทมนตร์ธาตุมือที่ถูกประยุกต์มาเพื่อดูดกลืนเวทมนตร์ของฝ่ายตรงข้าม ข้อดีคือเอาเเล้วสามารถฟื้นฟูพลังเวทย์ตัวเองได้ ข้อเสียคือเป็นเวทมนตร์ที่ไม่เหมาะกับการรับมือกับสุดยอดเวทมนตร์ เพราะเสี่ยงไปที่จะรับไม่ไหว มันจึงเอาไว้รับมือกับเวทมนตร์ที่ไม่รุนเเรง เเต่ในสถานการณ์นี้เวทมนตร์นี้เป็นเวทมนตร์ที่สร้างความเสียหายน้อยสุด เเต่ต้องเเลกมากับตัวเองต้องบาดเจ็บสักเล็กน้อย

"ไม่จริงน่า สามารถรับเวทมนตร์ภูติผสานของผมกับเลน่าได้!"
(น่าหงุดหงิดโว้ย!)
"คลื่นสายฟ้า"
ผมกดมือซ้ายลงพื้นปล่อยสายฟ้างพื้นดิน สายฟ้ากระจายไปอย่างกว้างขว้างในเเนวลงกลม เกิดฝุ่นขึ้นั่วสนามอย่างรวดเร็ว

"เเค่กๆ พี่คะ ฝุ่นเต็มไปหมดเลย!"
"ใส่เกราะหนาๆ ให้พี่ชายเธอดีๆ ล่ะ ไม่งั้น..."
"wind blow!"
ภายในกลุ่มฝุ่นที่ปกปิดวิสัยทัศน์ ก็มีเเสงสว่างสีเเดงปรากฏออกมา ทันทีที่เจ้าหญิงใช้เวทมนตร์ขจัดลมออกก็ช้าไปเสียเเล้ว ผมอยู่ใกล้พี่ชายของเธอในระยะเผาขนเเล้ว

"พี่ชายเธอไม่มีชีวิตอยู่ต่อเเน่!"
"Great wind protection armor!"
"การเขนพิพากษา!"
"อ๊ากกกกกก!!!!!!!!"
ผมรวบรวมพลังเวทย์ในมือก่อเป็นรูปกางเขนซักเข้าที่ท้องของเจ้าชายที่ได้รับเวทมนตร์ป้องกันจากเจ้าหญิง เเต่ผลลัพธ์ก็เป็นที่ชัดเจน การเขนเเห่งสายฟ้าทะยายเหนือพื้นดินด้วยความสง่าก่อนที่จะระเบิดออกมา

     หลังจากเเรงระเบิดจากเวทมนตร์ของโนวมอล เจ้าชายมิเชล เเละเจ้าหญิงเลน่าก็ได้หมอบลงกับพื้น ทั้งสองได้พ่ายเเพ้ให้คำโนวมอลเป็นที่เรียบร้อย

"เหลือเเค่เเก"
ผมปัดกริมลงกับพื้น จากนั้นจึงกระโดดถีบดีดตัวขึ้นในอากาศ ผมกระโดดพุ่งตรงเข้าหาราชาเอลฟ์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้อันสูงส่ง เมื่อเขาได้เห็นผมก็ทำสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมา

"จ-เจ้าจะทำอะไร!"
"ก็ตามเก็บให้เรียบร้อยไง!"
"ว-หว้าาาา!!!"
ผมจับคอเสื้อของเขา เเละโยนเขาขึ้นลอยออกจากที่นั่ง ทันทีที่ทำเสร็จผมก็กระโดดถีบตัวโดยใช้ตรงที่นั่งเป็นฐานโดยเอาไมค์ติดตัวมาด้วย กระโดดเข้าพุ่งชนสนนามอย่างรวดเร็ว สักพักมือขวาก็เปล่งประกายสายฟ้าสีเเดงขึ้น

"เวทมนตร์ผสาน อัสนีสองวิถี!"
ตู้ม!!!
ผมใช้เวทมนตร์จากความทรงจำของเอลเคต ผสานเวทมนตร์ใหม่ขึ้นมา โดยการใช้ อัสนีพิโรธร่วมกับอัสนีหวนคือ กลายเป็นสายฟ้าจากพื้นดิน เเละท้องฟ้าโจมตีใส่เป้าหมายกลางอากาศพร้อมกันจนเกิดเเรงระเบิดสร้างเป็นควันไหม้

(เรียบร้อย)
ผมคำนวณเเล้วว่ายังไงราชาเอลฟ์ก็รับท่านี้ไม่ไว้เเน่ เมื่อผมเห็นราชาเอลฟ์ที่กำลังตกลงมา ก็กระโดดเข้าไปรับตัว ก่อนที่จะปล่อยลงพื้นให้ได้รับผลลัพธ์จากความโง่เขลา

"เอาล่ะ พวกเเกดูซะให้ดีไอ้ราชาที่ยิ่งใหญ่นักหนา มีไอ้จ้อนเท่าหนอนน้อยเพียงเท่านั้น ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"
ผมเป็นความตั้งใจของผม เเละการเอาคืนให้เคล็ดราบ ผมตั้งใจดจมตีให้เขาสลบพร้อมกับเผาเสื้อผ้าให้เกรียบไปด้วย ตอนนี้ผมโคตรสะใจเลย ในการที่จะได้เห็นราชาที่น่านับถือโชว์หนอนน้อยอยู่

"เเหม พวกเเกพูดว่าอะไรนะ มนุษย์จะเเพ้เอลฟ์งั้นเหรอ น่าขันวะ ไม่มีมนุษย์คนไหนจะชนะหรอก เพราะคนที่ชนะมันคือเจ้ามังกรอย่างฉันต่างหาก ฮ่าๆๆๆๆๆ"
ผมพูดจาโอ้อวดอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะของผมชั่วร้ายจนไปถึงความปลื้มปิติของผม ไม่มีอะไรจะบรรเทาใจได้ดีกว่า การเป็นผู้ชนะที่เเท้จริงอยู่เเล้ว

"จริงสิ ฉันอยากเห็นจังเลยว่า ลูกคตโตจะสือทอดบรรพบุรุษน้องมาด้วยกันเปล่า~"
ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ เจ้าชายที่นอนหมอบอยู่ จากนั้นจึงใช้ขาดันตัวเขาพลิกขึ้นมา เลื่อนกริมไปใกล้ชายกางเกงเตรียมตัวเผยประจักษ์ให้ประชาอาณาจักรเห็น เเต่ว่าผมก้ถูกขัดขวางซะก่อน

"ได้โปรด อย่าทำพี่เลย...ขอโทษได้โปรด..."
เจ้าหญิงที่ยังมีสติอยู่ เธอคลานมาจับขวาขวาผม ผมสีเขียวอ่อนของเธอยุ่งเยิง รอบตัวเต็มไปด้วยเเผลเผาไหม้ มือที่จับขาผมสั่นกลัวไปด้วยความทรมาน น้ำตาของผู้พ่ายเเพ้ไหลรินออกมา

ขอโทษ ได้โปรดอย่าทำเขาเลย! ขอร้องเถอะปล่อยเขาไปเถอะ!
ความทรงจำในสมัยวัยเด็กเข้าในหัวผมโดยฉับพลัน ในเย็นวันนั้น วันที่พี่ของผมต้องร้องไห้ มันเป็นวันที่ผมเสียใจที่สุดตั้งเเต่มีชีวิตอยู่มา...

"ลุกขึ้น..."
เสียงอันเเผดเบาของโนวมอลดังขึ้นในบรรยากาสที่ตรึงเครียด เจ้าหญิงเลน่าผู้ตามสถานการณ์ไม่ทันก็ได้เเต่จับขาโนวมอลด้วยความไร้ทางสู้ โนวมอลปล่อยไมค์ทิ้ง เเละเหยียบเละคาเท้า

"ฉันบอกให้ลุกขึ้น!"
โนวมอลจับเสื้อคลุมของเธอยกขึ้น เขสจ้องหน้าด้วยสายตาจริงจังเเบบไม่เคยมีมาก่อน เจ้าหญิงเลน่าตกใจกับการกระทำของเขาอย่างมาก

"ขอโทษ!? เธอคิดได้ไงถึงกับขอโทษฉัน! สิ่งที่เธอควรขอโทษไม่ใช่ฉัน! เเหกตาดูรอบๆ เเละคิดในสิ่งที่ตัวเองทำซะบ้าง! ยัยบราค่อน!"
"..."
"อย่าเอาเเต่ใจให้มากนัก! หัดดูซะบ้างว่าตัวเองทำอะไร! เเละหน้าที่ที่สำคัญคืออะไร!"
ผมปล่อยเธอทิ้งด้วยความโกรธ เเละเดินหันหลังไม่มองหน้า เธอทำสีหน้าค้างจนผมไม่มีอะไรอยากจะพูดต่อ ผมจะให้เธอไปรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองก่อเอง

"ตรงฝั่งฉันมีคนที่รักษาพวกเขาให้หายสนิทได้ ไปขอความช่วยเหลือกับพวกเธอซะ"
ผมชี้ไปยังลิเลีย เเละเฟอร์เรียที่กำลังมองผมอยู่ ถ้าเป็นลิเลียที่มีเวทย์เเสงติดตัวมาตั้งเเต่กำเนิด คงจะไม่มีปัญหาอะไรกับการรักษาบากเเผลให้พวกเขา

"เห้อ ยังไงซะฉันก็ทำเกินไป จะถือว่านี่เป็นการตักเตือนตัวเองละกัน"
เเคว๊ก!
ผมเพ้นสมาธิไปที่พลังเวทย์ในร่างกาย ผมใช้พลังเวทย์ที่เอ่อร้นในสถานะโหมดเฮลเคต ทำลายชุดสวมใส่ทั้งหมดทำให้ตัวผมมีร่างกายเปล่าไม่ต่างจากราชาเอลฟ์เลย

"คลื่นสายฟ้า"
หลังจากที่ผมพูดจบ ผมก็เตะพื้นสนามประลองสร้างฝุ่นกลุ่มดหญ่อีกครั้ง ครั้งนี้มันตั้งใจใส่พลังเวทยืมากกว่าเดิมเพื่อให้มันปกปิดทั้งสนามประลอง

"ขอโทษด้วย"
เสียงพูดอันเฉียบเบามีเพียงเจ้าหญิงเลน่าได้ที่ได้ยินคนเดียวเท่านั้น นั้นจากที่เจ้าหญิงเลน่าใช้เวทมนตร์ wind blow เสร็จ เธอ เเละผู้คนทั้งหมดก็ไม่ได้เห็นตัวของโนวมอลอีกเลย

-----
**โนวมอลนี่ความลับเยอะจริง ถึงใจจะร้ายเเต่ก็ร้ายไม่สุดเเหะ**

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

349 ความคิดเห็น

  1. #320 supachoke198 (@supachoke198) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 11:45
    ปักธง องหญิงเอลฟ์ ต่อเลย
    #320
    0
  2. #317 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 19:50
    เออ

    ขู่ราชาให้ขี้หดไปเลย สนับสนุน
    #317
    0
  3. #313 LENG555* (@5843430012) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 20:54

    รออ่านตอนต่อไปอยู่นะ

    #313
    0
  4. #310 akazeyujin (@akazeyujin) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 21:48

    เท่ห์มากเจ้ามังกร
    #310
    0
  5. #309 Unibas (@icekiller3) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 10:49
    ผมว่านี่ก็ร้ายมากๆแล้วนา
    #309
    0
  6. #307 mine poke (@Diefire) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 18:55
    โนวมอลคนที่หัวร้อนบอยที่สุดในปัตตพี
    #307
    0
  7. #306 CodeNamE (@codename-alpha) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 18:31
    ปักธงสาวเอลฟ์อีกหนึ่ง
    #306
    0