คลังเก็บfic yaoi ด้อม Kimetsu no Yaiba ของโปริ่ง

ตอนที่ 14 : Shortfic Rainy day (ทันจิโร่ X เก็นยะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    29 ก.ย. 62

Shortfic Rainyday

Pairing ทันจิโร่ X เก็นยะ



สำหรับคนสดใส ร่าเริงอย่าง คามาโดะ ทันจิโร่ ฤดูฝนช่างเป็นอะไรที่ต่างกับเขาอย่างสุดขั้ว เขาเกลียดบรรยากาศอึมครึม ชวนหดหู่ที่มาพร้อมกับพายุฝน แล้วก็ไม่ชอบเดินไปซื้อของเวลาพื้นแฉะๆ แต่ไม่ว่าจะเกลียดฝนมากแค่ไหน เขาก็ต้องยอมรับว่าเจ้าหยดน้ำจากฝากฟ้าบางทีก็นำพาสิ่งดีๆ มาให้ชายวัยสามสิบตอนต้นกระชุ่มกระชวยหัวใจได้เหมือนกัน



‘วันนี้จะมาไหมนะ’



บาริสต้าหนุ่มแอบอมยิ้มพลางมองออกไปที่นอกหน้าต่าง ใบหน้าของใครบางคนปรากฏขึ้นในความคิดของชายหนุ่ม วันนี้อุตส่าห์ได้ประเด็นชวนคุยเพิ่มมาแล้ว ก็เหลือแค่รอลุ้นว่าสายฝนจะช่วยพาเจ้าแมวตัวโปรดของเขามาเยี่ยมที่ร้านไหม



“วันนี้แมวไม่มาเหรอทันจิโร่” เซนอิทสึเอ่ยแซวอย่างมีเลศนัย เมื่อเห็นเพื่อนรักทำตัวเฟ้อฝันเหมือนสาวน้อยวัยแรกรุ่น



“คุณคามาโดะเลี้ยงแมวด้วยเหรอคะ” คนโดนแซวส่งสายตาดุ พอเปิดประเด็นแบบนั้นขึ้นมาบรรดาสาวๆ หน้าเคาน์เตอร์ก็พากันตื่นเต้นใหญ่ นึกว่าเจ้าแมวที่ว่าเป็นแมวจริงๆ



“อ้อเปล่าหรอกครับ แมวที่เซนอิสึว่าเป็นแค่แมวจรที่มาขอหลบฝนเฉยๆ ครับ”



ครั้นจะแก้ไขให้ถูกต้องก็ไม่รู้จะอธิบายความสัมพันธ์ที่คลุมเครือระหว่างเขากับเจ้าแมวนี้อย่างไร จึงได้แต่ยิ้มแหยๆ ให้ หากใครพอมีความรู้เรื่องแมวอยู่บ้างก็จะรู้เองแหละว่าแมวจรของเขา ไม่ใช่แมวทั่วไปที่บรรดาสาวๆ กำลังจินตนาการอยู่ ก็แมวน่ะ...กินโกโก้ได้ซะที่ไหนกัน...



“ว้าว มิตจังอยากเล่นกับแมวของคุณคามาโดะจังเลยค่ะ”



“ใช่ๆ นาโอะจังก็อยากเล่นด้วยเหมือนกัน”



“จะดีเหรอครับ แมวของผมไม่ค่อยเป็นมิตรหรอกนะ ถ้ามิตจังไปเล่นตาหนูของผมจะกัดมิตจังน่ะสิ”



“งั้นเหรอคะน่าเสียดายจัง”



“เอางี้ล่ะกัน ไว้ผมเลี้ยงเชื่องเมื่อไร จะพาตาหนูมาแนะนำให้ทุกๆ คนรู้จักนะครับ”



พูดพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้าอันเป็นเครื่องหมายทางการค้า โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าแมวของเขา จะเชื่องเมื่อไร ทุกวันนี้กว่าจะรู้ชื่อก็ต้องไปตามสืบเอาเอง ถ้าไม่มีฝนมาช่วยก็ไม่รู้ว่าจะต้องชงโกโก้เก้อไปอีกกี่วัน ชินาซึกาวะ เก็นยะ หรือน้องชายของยากูซ่าชื่อดัง ชินาซึกาวะ ซาเนมิ คือแมวจรที่เขากำลังจะพยายามตามจีบ



ไม่ใช่แมวคุณหนูที่หนีออกจากบ้าน

ไม่ใช่แมวตลาดที่มาอ้อนขออาหาร



หากเป็นเด็กชายวัยสิบหกปี สูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร หน้าตาไม่เป็นมิตร ไว้ทรงผมแนวพังค์ ต่างหูหัวเข็มขัดแพรวพราว เรียกได้ว่าเสื้อผ้าหน้าผมผิดระเบียบของโรงเรียนตั้งแต่หัวจรดเท้า คำพูดคำจาก็กระโชกโฮกฮาก ทว่าท่าทางที่ดูแข็งกร้าวนั้นพอเอามารวมกับนิสัยจริงๆ ที่นุ่มละมุนเหมือนฟองนม มันชวนให้คอกาแฟอย่างเขาใจเต้นอย่างบอกไม่ถูก



ในขณะที่พวกคนดีใส่ชุดสูทเมินเฉยต่อผู้ที่กำลังเดือดร้อน เด็กคนนั้นกลับทำให้โลกของเขาดูน่าอยู่ขึ้นด้วยการกระทำ ช่วยคนตาบอดข้ามถนน แอบเอาร่มมาให้ลูกแมวจรจัด ปกป้องคนอ่อนแอไร้ทางสู้ ความดีเล็กๆ น้อยๆ นั้นอาจไม่มีใครรู้แต่ทันจิโร่มองเห็นภาพเหล่านั้นทุกวัน จากแอบมองเขาเดินกลับบ้านก็เก็บเอามาฝันโดยไม่รู้ตัว วันนี้จะเดินกลับบ้านด้วยอารมณ์แบบไหน จะมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนที่โรงเรียนก่อนกลับหรือเปล่า นานวันเข้าจากความเพ้อฝันเล็กๆ น้อยๆ ก็กลายเป็นชอบมากขึ้นเรื่อยๆ และกลายมาเป็นหลงรักในที่สุด



หลังพวกเด็กสาวทยอยกลับไป ฝนชุดใหญ่ก็ตกลงมา คงใช้เวลาอีกสักพักกว่าฝนจะหยุดตก ทันจิโร่เลยตัดสินใจลองปิดร้านให้ช้าลงเกือบ แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่มีวี่แววของเจ้าแมวยักษ์ที่เขาเฝ้ารอ บาร์ลิสต้าหนุ่มจึงต้องตัดสินใจเก็บร้านอย่างเงียบเหงา



ดูเหมือนวันฝนตกวันนี้จะไม่ใช่วันของเขา

พอเอาบรรยากาศอึมครึมมารวมกับความผิดหวัง

พลังงานความสดใสยิ่งลดฮวบ



บางครั้งเจ้าน้ำจากฝากฟ้าก็นำพาเรื่องบังเอิญมากมายเข้ามาในชีวิตของเรา เพียงช่วงสั้นๆ ที่ได้ติดฝนอยู่กับใครบางคนอาจเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพและความรัก ทว่าจะคว้าสายรุ้งได้ทันหรือเปล่านั้นก็ขึ้นกับตัวเรา ถ้ามองแบบไม่ปลอบใจตัวเองเขาก็แค่คนโชคดีที่ยังไม่ดีพอเท่านั้นเอง



กรี๊ง



“ขอโทษนะครับว่านี้ผมปิดร้านแล้ว”



ไวกว่าความคิด พอเห็นเจ้าแมวตัวเปียกกำลังหันหลังกลับ เจ้าของร้านกาแฟรีบไปคว้ามือของลูกค้าคนพิเศษไว้ตามสัญชาตญาณ หยดน้ำไหลย้อนลงมาจากโคนผมถึงไหปลาร้า ชายรูปร่างสูงยืนตัวสั่นเทา



“คุณปิดร้านแล้วไม่ใช่เหรอ” แมวตัวใหญ่ทำหน้าหงอ ชวนให้ใจอ่อนระทวยไปกับลูกอ้อนโดยธรรมชาติ พอเห็นลูกแมวทำหน้าแบบนั้น ใครเล่าไม่อยากเก็บมาเลี้ยง แต่ติดก็ตรงที่เจ้าแมวไม่ยอมตกลงปลงใจกับเขาเสียที



“ผมเห็นไฟเปิดอยู่เลยแวะเข้ามา แต่ถ้าปิดร้านแล้วก็ไม่เป็นไร”



“วันนี้ผมขายดีน่ะครับ เลยอยากเปิดบริการนอกเวลาคืนกำไรให้ลูกค้า ไหนๆ ก็มาแล้วเข้ามาเช็ดผมหน่อยไหม คงอีกสักพักใหญ่เลยล่ะกว่าจะหยุดตก เดี๋ยวผมจะไปชงโกโก้ร้อนๆ มาให้ดื่ม”



“งั้น…ก็ขอรบกวนด้วยแล้วกันนะครับ”



‘คามาโดะ ทันจิโร่’



เป็นชื่อที่เก็นยะมักได้ยินอยู่บ่อยครั้ง เวลาเดินผ่านวงสนทนาของนักเรียนหญิง ตอนแรกเขาก็ไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ว่าทำไมพวกหล่อนถึงติดใจร้านกาแฟเล็กๆ ร้านนี้หนักหนา แต่หลังจากได้มาขอหลบฝนชั่วคราว เขาก็กลายมาเป็นลูกค้าขาจรโดยไม่ตัว ใจจริงเขาอยากมาเป็นลูกค้าขาประจำเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะรูปลักษณ์ของตนที่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับใคร ชายหนุ่มเลยต้องพยายามตัดใจ เพื่อไม่ให้ประทบยอดขายของทางร้าน แต่จนแล้วจนรอดความตั้งใจนั้นก็พังไม่เป็นท่า ขนาดวันนี้อุตส่าห์ทำใจแข็งเดินกลับบ้านอีกทางเพื่อห้ามใจ สุดท้ายก็สองขาก็พาวกกลับมาหลบฝนที่ร้านเดิม



แก้วโกโก้ร้อนสูตรขายดีของร้านถูกนำมาเสริ์ฟ พร้อมผ้าขนหนูอุ่น รสเข้มๆ ของโกโก้ผสานไปกับนมรสละมุน ทำให้ร่างที่เย็นเฉียบเริ่มกลับมากระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าสิ่งที่ทำให้แก้มของเก็นยะร้อนผ่าวขึ้นมาหาใช่ความร้อนจากเครื่องดื่ม หากเป็นแววตาที่จ้องมองอากัปกิริยาของเขาด้วยความเอ็นดู หัวใจของเด็กหนุ่มเริ่มเต้นแรง ถึงไม่ชอบฤดูฝนสักเท่าไหร่นัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าเพราะมีความเฉอะแฉะของฤดูฝน เราเลยรู้ว่ากองไฟตรงหน้าอบอุ่นแค่ไหน



“ทำไมวันนี้กลับบ้านดึกจัง มีอะไรรึเปล่า เล่าให้ผมฟังได้นะ” หลังทิ้งตัวลงนั่ง เจ้าของร้านเปิดหัวข้อสนทนาด้วยบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง



"ไม่มีอะไรหรอก แค่มาหาที่หลบฝนเฉยๆ ” เก็นยะหลุบตาลงต่ำ พลางยกแก้วโกโก้ขึ้นมาจิบเพื่อกลบความเขิน



หากเขาเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ น่ารัก เขาคงบอกอีกฝ่ายออกไปตรงๆ ว่าเขาก็แค่อยากมาหา แต่เพราะเขาเป็นเด็กผู้ชายวัยสิบหกปีที่สูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร เขาเลยต้องทำเฉกลบความรู้สึกของตนเอง



“จริงเหรอครับ” แม้ไม่ต้องเงยหน้ากลับไปก็รู้ว่าตัวเองกำลังถูกจ้อง



“พอดีมีปัญหาเรื่องทางบ้าน ก็เลยพลอยรู้สึกไม่อยากกลับบ้านไปด้วย”



“ถ้างั้นก็มานั่งเล่นที่ร้านบ่อยๆ สิครับ หรือไม่ก็เอาการบ้านมาทำก็ได้ เห็นแบบนี้ผมเรียนเก่งเลขพอตัว ถ้าไม่เข้าใจตรงไหน ก็ถามผมได้ ถ้าเป็นเด็กน่ารักๆ อย่างเก็นยะ ผมยินดีเป็นติวเตอร์ส่วนตัวให้เลย "



คนถูกเกี้ยวหน้าแดงจนไปถึงใบหู ทันจิโร่นึกอยากตบปากตัวเองสักสิบครั้งที่เผลอรุกเข้าไปไม่ดูตาม้าตาเรือ พยายามเร่งให้ร่างกายทำอะไรสักอย่างกับความเงียบที่โรยตัวลงมา แต่ระบบประสาทกลับขัดข้องไปหมดราวกับถูกไวรัสที่ชื่อเก็นยะโจมตีจนระบบรวน อยากหยอดมุขกลับให้เขาเขิน อยากดึงมือเขามากุม แต่สุดท้ายกลับทำได้แค่ยืนจับมือเจ้าเหมียวตัวโปรดไว้ เหมือนเด็กวัยรุ่นที่ยังไม่ประสีประสาเรื่องรักๆใคร่ๆ



เจ้าของแมวก็ช่างใจร้ายนัก

คิดยังไงเอาแมวน่ารักแบบนี้มาทิ้งได้ลงคอ

ถ้าไม่ต้องการเจ้าแมวยักษ์แล้ว

เขาขอเอามาเลี้ยงเลยได้ไหม



“แต่....ถ้าผมมาบ่อยๆ เดี๋ยวลูกค้าคุณทันจิโร่ก็หายหมดหรอก” คนถูกเกี้ยวชักมือกลับก่อนที่เจ้าของเนื้อในอกซ้ายจะระเบิดออกมา ใบหน้าที่มีรอยตำหนิแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก เก็นยะเหมือนได้ยินเสียงไอน้ำออกจากรูหูทั้งสองของข้าง อันตราย อันตราย อันตรายผู้ชายคนนี้อันตรายเหลือเกิน



“ไม่เป็นไรหรอกครับ รายได้หลักของผมคือการเป็นนักเขียน ส่วนร้านกาแฟก็แค่เปิดเล่นๆ ลูกค้าน้อยลงก็ดี เดี๋ยวผมปั่นต้นฉบับไม่ทันเลย”



“นักเขียน? คุณทันจิโร่เขียนเรื่องอะไรก็ครับ”



“ไม่บอกครับ”



“อ้าว” คนอายุน้อยกว่าเผลอเงยหน้าขึ้นมาขมวดคิ้ว



รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของบาริสต้าหนุ่ม ท่ามกลางละอองฝนที่ทำให้กายหนาวสั่น หัวใจของเก็นยะกลับฟองฟู่ขึ้นมาอย่างน่าประหลาด เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของผู้ชายที่เหมือนกับเตาผิง และในวินาทีที่สบตากัน เขาก็รู้เลยว่านับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เขาคงต้องกลายมาเป็นลูกค้าประจำแล้วล่ะ



“ไว้พรุ่งนี้ก็มาใหม่สิครับ แลกกันวันละเรื่องก็ได้ เล่าเรื่องของเก็นยะให้ผมฟัง แล้วผมเองก็จะเล่าเรื่องของผมให้เก็นยะฟังเช่นกัน”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

58 ความคิดเห็น