[ ปรมาจารย์ลัทธิมาร ] ยามดอกไม้ร่วงโรยบนเมฆา (ซือจุย x OC)

ตอนที่ 22 : ความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    21 ต.ค. 62


  



ความจริง

  



  บรรดาศิษย์ตระกูลหลานเดินกรูเข้ามาหา พวกเขาเข้าใจทันทีเมื่อซือจุยและฉันเล่าเหตุการณ์และพิธีที่เกิดขึ้น ฉันมองพวกเขาที่เดินลัดเลาะเข้าไปภายในป่าประจวบเหมาะกับที่เด็กหนุ่มใบหน้าคุ้นตาวิ่งมาหา



  "พวกเจ้าบอกกล่าวมาตั้งแต่แรกก็มิได้เสียหายอะไรนี่!" จิ่งอี๋ยืนกอดอกมองมาที่ซือจุยและฉันด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ


  "ข้าจำเป็นต้องปิดบังเรื่องนี้ อาจจะทำให้พวกเจ้าเกิดอันตรายเอาได้" ฉันยกมือจับไปที่แก้มของตนด้วยความประหม่า จิ่งอี๋ถลึงตามองฉันด้วยสีหน้าประหลาดใจ



  "ปิดบัง? เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะขอรับศิษย์พี่!ท่านอบรมสั่งสอนข้าตั้งแต่ยังเด็ก แล้วท่านบอกว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องปิดบังข้าอย่างงั้นรึ" จิ่งอี๋เพ่งมองฉันจนฉันรู้สึกเหงื่อตกอย่างเห็นได้ชัด


  

  "เหตุผลที่ศิษย์พี่ไม่บอกเรื่องนี้กับพวกเจ้าเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของศิษย์พี่หลี่อี้กับศิษย์พี่ฟางฮัวมันเป็นเรื่องของพวกท่านทั้งสอง" ซือจุยแย้งขึ้นแทนฉัน


  "เราคือครอบครัวมิควรปิดบังกัน เฮ้อ..ก็ได้ๆๆข้าไม่เซ้าซี้แล้ว!" จิ่งอี๋เชิดหน้าเดินออกไป




  ก็อย่างว่าจิ่งอี๋พูดถูก ฉันทำตามสิ่งที่เว่ยอิงบอกแต่อย่างน้อยจิ่งอี๋..จินหลิงและจื่อเจินก็คือเพื่อนสนิทของฉันอย่างน้อยฉันก็ต้องบอกพวกเขา














  ฉันสำรวจตัวเองในกระจกเมื่ออาบน้ำขจัดสิ่งไม่พึงประสงค์ออกไป เด็กสาวใช้ตระกูลเจินยืนรอฉันอยู่ก่อนแล้ว


  "ขอบคุณเจ้ามาก..มีอีกเรื่องที่ข้าอยากจะขอ..ข้าขอไปที่ห้องของหลี่อี้ได้รึไม่?" ฉันมองเธอ













  ฉันสำรวจมองห้องของเธอที่สว่างขึ้นเมื่อสาวใช้จุดเทียนภายในห้อง ดูท่าแล้วยังคงได้รับการทำความสะอาดอย่างดี ฮูหยินคงมีความหวังว่าหลี่อี้จะกลับมาสินะ... ฉันเดินไปที่เตียงนอนของเธอพลางหันไปมองเครื่องไม้ที่มีลักษณะเป็นรูปกล่องขนาดเล็ก ฉันมองมันอยู่นานตัดสินใจเปิดออกดู


  

  มันคือจดหมายที่จ่าหน้าซองด้วยชื่ออักษรจีนที่เขียนชื่อ.. ฟางฮัว


  

  "เด็กน้อย ข้าฝากเจ้าไปบอกกับพวกเขาหน่อยนะว่าให้รอข้าซักเดี๋ยว" ฉันหันไปยิ้มให้กับเธอ เด็กหญิงดูสีหน้าลังเล ฉันจึงบอกกับเธอว่าฉันไม่ทำห้องรกหรือทำอะไรให่ยุ่งแน่เธอพยักหน้าแล้วเดินออกไป



  


  ฉันไม่รอช้า รีบเปิดอ่าน




  ' ข้าเขียนจดหมายฉบับนี้ให้กับเจ้า เมื่อเจ้าเปิดอ่านมันแล้วก็แสดงว่าเจ้าเข้ามาในห้องของข้า! ข้ามิเคยให้เจ้ามาที่บ้านของข้ามาก่อน! มาได้อย่างไรกันนะ ... ข้าอิจฉาเจ้า ข้าโกรธเจ้า วันนี้ข้าต้องกลับมาที่บ้านแพ้ประลองก็เพราะเจ้า! ในอนาคตข้าคงไม่ได้เป็นประมุขแน่...... '



  ฉันขมวดคิ้วอ่านลายมือที่ดูชุ่ยๆของหลี่อี้ หมึกพู่กันลากยาวมาเรื่อยๆจนสุดกระดาษ ดูเหมือนว่าจดหมายฉบับนี้เธอดูไม่ได้ตั้งใจเขียน เหมือนว่างจากการแพ้ประลองแล้วมานั่งเขียนระบายความในใจอะไรแบบนี้
- - ;


  ถึงเธอจะอิจฉาฟางฮัวแต่ก็ตั้งใจเก็บจดหมายฉบับนี้หวังว่าจะให้ฟางฮัวมาอ่านอย่างงั้นเลยนะ ?














  




  ฉันโค้งคำนับซีเฉิน ใบหน้าคมพยักหน้าพลางส่งรอยยิ้มเล็กๆให้ ฉันรายงานสถานการณ์ที่สำนักตระกูลเจินให้เขาฟังรวมถึงมีคนสกุลจินไปที่สำนักก่อนที่พวกฉันจะไปทีหลัง ซีเฉินดูไม่สบายใจทันทีเมื่อฉันบอกเขาว่าพิธีสับเปลี่ยนวิญญาณอาจจะมีคนในสกุลจินเสนอ



  "ฟางฮัว..เจ้าอย่าพึ่งตระหนักว่าสิ่งที่เจ้าคิดจะเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้น ข้ามีภารกิจที่จะเดินทางไปหลันหลิงเอาเป็นว่าข้าจะช่วยสืบให้เจ้าได้" เสียงนุ่มคมเอ่ย ฉันกล่าวขอบคุณเขาก่อนจะขอตัวออกไป










  


  "ไปกินข้าวกันขอรับศิษย์พี่!ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว!" จิ่งอี๋เดินมาทักฉันอย่างร่าเริง ฉันมองเขาที่เดินมาคนเดียว


  "พวกซือจุยล่ะ?" ฉันถามเขา


  "พวกเขาไปรอท่านกันหมดแล้วขอรับ—"



  "จิ่งอี๋ ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า" ฉันมองอีกฝ่ายที่เลิกทำท่าทีสบายก่อนจะมองฉันด้วยสีหน้าที่สงสัย













  "ตามที่ซือจุยกล่าวเลยขอรับ ไม่มีผู้ใดรู้นอกเหนือจากนี้แล้วว่าทำไมท่านถึงกลัว" เขาตอบหลังจากที่ฉันถามเกี่ยวกับปมของฟางฮัว


  "ท่านดูแปลกๆนะศิษย์พี่ ความทรงจำของท่านน่าจะกลับมาสมบูรณ์แล้ว ท่านบำเพ็ญเพียรไปมาก!" จิ่งอี๋มองฉันอย่างสงสัย


  "เอ่อ..เราจะไปกินข้าวกันมิใช่หรอกรึ ไปกันสิ เดี๋ยวพวกเขารอนาน" ฉันเบี่ยงประเด็น












  เสียงหัวเราะของบรรดาเด็กหนุ่มที่นั่งกินข้าวไม่ทำให้ฉันสบายใจขึ้นสักนิด ซือจุยและจิ่งอี๋ดูท่าจะเริ่มสงสัยฉันแล้วไม่แน่พวกเขาอาจจะรู้ในเร็ววัน



  "ศิษย์พี่ขอรับ.."




  ฉันจะทำยังไงดีไม่แน่อาจจะพูดตรงๆยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าร้ายแรงสุดก็อาจโดนขับออกจากสกุลหลาน?



  

  หมับ!




  ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อความอบอุ่นจากนิ้วมือเรียวจิ้มตรงกลางระหว่างคิ้วเบาๆ เขายกยิ้มให้กับฉัน


  "เจ้าทำอะไรน่ะ!เกือบโดนผ้าคาด—" ฉันเงียบทันที มีสิทธิ์ไปว่าเขาได้ด้วยหรือไง...


  "ท่านคิดอะไรอยู่รึขอรับ? คิ้วขมวดเชียวหนา" เด็กหนุ่มหัวเราะสดใส ฉันย้ายสายตาไปมองจื่อเจินและจินหลิง


  "มะ ไม่มีอะไร ข้าแค่รู้สึกเหนื่อย" ฉันหลบตาพวกเขาก่อนจะหยิบตะเกียบคีบกับข้าวเข้าปาก


  "ทานเยอะๆนะขอรับศิษย์พี่" จื่อเจินสลับจานกับข้าวที่ฉันชอบมาวางใกล้ๆฉัน ฉันขอบคุณเขา


  "พรุ่งนี้ให้ข้าสอนท่านยิงธนูดีรึไม่!" จินหลิงถามฉันด้วยสีหน้ากระตือรือร้น ฉันแค่ยิ้มและพยักหน้าให้




  เฮ้อ..รู้สึกแย่จังเลยแฮะ















  "ศิษย์พี่!ช่วยไปตามซือจุยและจิ่งอี๋ที่ห้องหนังสือได้รึไม่ขอรับ พวกเขาต้องไปเขียนกระดาษและธงยันต์กับข้าน่ะ" ศิษย์ชายตระกูลหลานโค้งคำนับให้กับฉัน ฉันที่พึ่งเดินออกจากสำนักศึกษาเรือนกล้วยไม้พยักหน้าเบาๆก่อนจะหันตัวเดินไปห้องหนังสือ














  



  "ซือจุย" จิ่งอี๋มองเด็กหนุ่มด้านข้างที่ดูหนังสือบนชั้นวาง

  

  "ว่าไง" เสียงนุ่มตอบเขา จิ่งอี๋ผ่อนลมหายใจก่อนจะถามในสิ่งที่เขาค้างคาใจ

  

  "เจ้าว่าศิษย์พี่ดูแปลกไปรึไม่?" เมื่อคนที่ได้ยินคำถามก็ขมวดคิ้วทันที


  "อะไรทำให้เจ้าคิดเช่นนั้น"


  


  จิ่งอี๋เงียบเมื่อมีศิษย์จากสำนักอื่นเดินผ่านพวกเขาไป



  

  "เมื่อคืนศิษย์พี่มาถามเกี่ยวกับความกลัวของนาง เจ้าไม่สงสัยบ้างรึว่าความทรงจำของนางน่าจะกลับมาได้แล้ว"


  

  "สงสัยสิ" ซือจุยตอบก่อนจะหยิบหนังสือจากชั้นวางย้ายมาอยู่ในอ้อมแขน


  

  "นางดูเงียบๆเหมือนแต่ก่อนก็จริง..แต่นางดูยิ้มง่าย และดูใจดีเกินไป?" จิ่งอี๋พูดต่อ


  

  "ข้าคิดว่า..เอ่อ..อาจจะเป็นความคิดที่แปลกไปสักหน่อย นางอาจไม่ใช่ศิษย์พี่ฟางฮัวก็ได้ เรื่องศิษย์พี่หลี่อี้ยิ่งทำพิธีเปลี่ยนวิญญาณตามที่โม่เสวียนอี่กล่าวก็เป็นเรื่องที่พอดิบพอดี!" จิ่งอี๋ร่ายยาวมองเพื่อนสนิทด้านข้างที่มีสีหน้าที่เรียบนิ่ง



  "จิ่งอี๋" ซือจุยหันมามองทางเขา


  "ถ้านางผู้นั้นมิใช่ศิษย์พี่ฟางฮัวก็ต้องมีจุดประสงค์ว่าเหตุใดนางถึงมาอยู่ในร่าง.. ถ้าถามความรู้สึกข้า ข้าคงเสียใจมากแต่ข้าก็จะ.." ซือจุยหยุดพูดกะทันหันเขาเม้มปาก


  

  "อะไรรึ" จิ่งอี๋ถามอย่างร้อนรน


  

  "ข้าก็จะรักนาง" ซือจุยพูดสร้างความฉงนให้กับจิ่งอี๋


  

  "แต่นางมิใช่ศิษย์พี่ฟางฮัว!นางเป็นหญิงอื่นจากที่ใดก็มิรู้!เจ้ายังจะรักนางอยู่อีกรึ!!" จิ่งอี๋เริ่มขึ้นเสียง ซือจุยยื่นมือไปปิดปากอีกฝ่าย


  

  "มีสิ่งหนึ่งที่ข้าคิดว่านางเหมือนกับศิษย์พี่ฟางฮัว.."



  "คือความอ่อนโยน.."










  

  "พวกเจ้า!กระซิบกระซาบอะไรกันรึ" เสียงหวานเอ่ยทัก พวกเขาทั้งสองสะดุ้ง ซือจุยผละมือออกจากปากจิ่งอี๋พลางมองใบหน้าของอีกฝ่าย


  

  "ศิษย์พี่..มีอะไรรึขอรับ" ซือจุยถามมองร่างบาง



  "มีคนตามพวกเจ้าไปช่วยเขียนยันต์น่ะ" ฟางฮัวตอบ



  

  คน? ก็คงจะเป็นศิษย์สกุลหลาน เธอจำชื่อศิษย์สกุลหลานได้ทุกคนเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นศิษย์สำนักอื่นมาตามพวกเขาให้ไปเขียนใบยันต์ ทำไมเธอถึงไม่บอกชื่อคนที่เรียกพวกเขาไปล่ะ


  

  "ศิษย์พี่.." เขามองใบหน้าที่ดูสงสัยเมื่อเขาเรียกเธอ


  "ท่านมิใช่ศิษย์พี่ฟางฮัวใช่รึไม่ขอรับ" ซือจุยมองหญิงสาวที่ตาโต ริมฝีปากเล็กสีชมพูกัดปาก มือเรียวกำมือแน่นข้างลำตัว จิ่งอี๋ร้องเหวอตกใจ


  "เจ้า..หมายความว่าอย่างไรหรอกรึ?" ซือจุยมองอีกฝ่ายที่ดูก็รู้ว่าเธอแสร้งขำ



  เขาคว้าข้อมือหญิงสาวให้เดินออกจากห้องหนังสือ











TALK

มาต่อแล้วว~ ติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ!

ยีงไงก็ขอฝากแท็กในทวิตเตอร์ #เอ็นดูหนูซือจุย 

ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ! ไปเล่นกันเยอะๆ ><



 



 




  




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

166 ความคิดเห็น

  1. #139 เด็กหลงทางในกูซู (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 21:18

    ไม่น้าาาาาาาาา!! โป๊ะแล้ว ;-;

    #139
    1
  2. #138 cream16984 (@cream16984) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 19:10

    ยังไม่อยากกินมาม่า

    #138
    1
  3. #137 Frostendzx (@08110608) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 16:41
    ขอให้ไม่ม่าเถอะสาธุ ซือจุยหนูต้องเข้าใจศิษย์พี่นะลูกกกก ;---;
    #137
    1
  4. #136 ฟองนที2546 (@Fongnathi2546) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 14:59

    ตินิดนึงนะคะ คือบรรยายดูไม่ลื่นเท่าไรเลยค่ะ บางทีเว้นวรรคในการบรรยายก็ผิดอยู่หลายส่วน เวลาอ่านดูดรอบลงไปเล็กน้อยอยากให้อ่านทวนหรือลองให้เพื่อนหรือใครก็ได้ช่วยตรวจทานก่อนอัปลงหน่อยค่ะ แต่ว่าเนื้อเรื่องก็ดีแล้วค่ะ เราติดตามอยู่นะคะ
    #136
    1
    • #136-1 RAY MII (@Nareesophit) (จากตอนที่ 22)
      21 ตุลาคม 2562 / 15:16
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ :)
      #136-1
  5. #135 pakphum126354 (@pakphum126354) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 14:38
    ว้าววววววว
    #135
    1
    • #135-1 RAY MII (@Nareesophit) (จากตอนที่ 22)
      21 ตุลาคม 2562 / 15:14
      ว้าวว >[]<
      #135-1