(Naruto) From the end. ( Minato x Kakashi )

ตอนที่ 15 : ความรู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    4 พ.ย. 61


- ความรู้สึก -

  

 ....................................

 

........




หลังจากวันนั้นช่วงเวลาส่วนใหญ่ของเขาก็หมดไปกับการวนเวียนอยู่รอบกายลูกศิษย์ตัวน้อยคนนี้ จากในตอนแรกที่เขาคิดเพียงแค่อยากจะแบ่งเบาภาระจากบ่าเล็กๆนั่นหากแต่มันกลับกลายเป็นว่าเขาอยากจะรู้จักเด็กคนนี้ให้มากขึ้นและมากขึ้น จนเมื่อรู้ตัวอีกทีโลกของเขาก็โคจรอยู่รอบตัวเด็กคนนี้ไปเสียแล้ว


ทั้งภาพของใบหน้าด้านข้างยามที่ออกไปทำภารกิจ หรือแม้แต่ภาพของแผ่นหลังเล็กๆที่สะท้อนกับแสงแดดในยามเช้าตอนพวกเขาออกไปฝึกซ้อมด้วยกัน ทั้งเรื่องราวไร้สาระที่ถูกยกขึ้นมาพูดคุยกันระหว่างทางกลับบ้าน ทั้งความอบอุ่นระหว่างมื้ออาหาร หรือแม้แต่ช่วงเวลาเงียบสงบในยามบ่ายที่มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและสัมผัสจากฟูกนิ่มยามที่พวกเขาเอนกายนอนอ่านหนังสือด้วยกัน ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่การมีเด็กคนนี้อยู่เคียงข้างกลายมาเป็นสิ่งที่แสนคุ้นชินสำหรับเขา....



หากแต่.....



ท่ามกลางช่วงเวลาอันแสนเงียบสงบที่พวกเขาได้ใช้ร่วมกัน หากจะมีเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เขาไม่อาจทำใจให้คุ้นชินได้นั่นคงเป็นเรื่องที่ว่า.....


 

เด็กคนนี้ไม่เคยแสดงสีหน้าใดๆออกมาเลยสักครั้ง.........


 

...................................................

 

..........


 

จากวันคืนแปรเปลี่ยนเป็นสัปดาห์จากสัปดาห์ล่วงเลยมาเป็นเดือนจนกระทั่งฤดูกาลหมุนผ่าน ท่ามกลางช่วงเวลาที่เวียนผ่านไปแม้ว่าเขาจะได้รู้จักตัวตนของเด็กคนนี้มากขึ้นหากแต่เด็กคนนี้กลับไม่เคยแสดงสีหน้าหรือแม้กระทั่งยิ้มออกมาสักครั้ง มีเพียงแค่นัยน์ตาสีถ่านคู่นั้นที่สะท้อนอารมณ์ออกมาในบางครั้งที่ทำให้เขารู้ว่าเด็กที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่ตุ๊กตาไร้จิตใจอย่างที่ใครหลายคนพากันกล่าวอ้างหากทว่า.....


 

ทั้งๆที่มีใบหน้าน่ารักขนาดนี้ถ้าลองยิ้มออกมาซักครั้งล่ะก็คงจะดีแท้ๆ.....


 

เขาได้แต่คิดแบบนั้นขณะเอื้อมมือไปเกี่ยวเอาเส้นผมสีเงินขึ้นทัดใบหูนิ่มเพื่อที่จะได้มองเห็นใบหน้าของเด็กที่กำลังนอนอ่านหนังสืออยู่ข้างๆเขาได้อย่างถนัดตา


 

อาจารย์....ทำอะไรน่ะครับ?


 

น้ำเสียงเรียบที่เอ่ยขึ้นออกจะแฝงแววรำคาญอยู่นิดๆเมื่อปลายนิ้วของเขายังคงหยอกล้อกับปอยผมสีเงินนั่นอย่างไม่เลิกราในขณะที่เขาแสร้งเมินให้กับท่าทีนั่นก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ตนกำลังคิดออกไป


 

นี่....คาคาชิลองยิ้มให้ฉันดูหน่อยสิ?


 

ครับ?


 

นัยน์ตากลมโตละจากหน้ากระดาษก่อนหันมาสบมองเขาด้วยแววประหลาดใจระคนงุนงงให้กับคำพูดที่เหนือความคาดหมายนั่น


 

ก็ฉันยังไม่เคยเห็นคาคาชิยิ้มเลยนี่นา....


 

เขาเคลื่อนตัวเข้าใกล้เด็กตรงหน้าพลางเท้าคางเข้ากับฟูกนิ่มเพื่อที่จะได้สบกับนัยน์ตาสีถ่านนั่นอย่างตรงๆในขณะที่เจ้าของนัยน์ตาคู่นั้นยังคงหรี่ตามองเขาด้วยสายตาที่แฝงแววไม่เข้าใจ


 

ถ้าไม่มีเรื่องที่ทำให้รู้สึกว่าอยากจะยิ้มแล้วจะยิ้มออกมาได้ยังไงกันล่ะครับ...?


 

“งั้นก็แปลว่าถ้ามีเรื่องที่ทำให้ดีใจมากๆคาคาชิจะยิ้มออกมางั้นหรอ?”


 

เขาสบมองนัยน์ตาคู่นั้นที่ฉายแววลังเลออกมาชั่วครู่ก่อนน้ำเสียงเล็กๆนั่นจะเอ่ยตอบด้วยโทนเสียงราบเรียบเหมือนเช่นทุกที


 

“......ก็คงงั้นมั้งครับ?”


 

“หืม...?”


 

นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างจับจ้องไปยังใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ตอนนี้หันกลับไปสนใจหนังสือตรงหน้าเช่นเดิมก่อนริมฝีปากของเขาจะเผลอคลี่รอยยิ้มน้อยๆเมื่อเขาบังเอิญนึกถึงเรื่องดีๆเรื่องหนึ่งออก


 

ดีล่ะ.......

 


 

................................................

 

..........

 

 

ร่างในชุดลำลองยืนพิงเข้ากับป้อมประตูบริเวณหน้าหมู่บ้านด้วยท่าทีสบายๆอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยต่ำ และแม้ว่าเส้นผมสีทองกับใบหน้าหล่อเหลานั้นจะเป็นที่สะดุดตาของใครหลายคนที่บังเอิญผ่านไปมาหากแต่นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างคู่นั้นกลับเลือกที่จะจดจ่ออยู่กับหนังสือเล่มเล็กในมือที่เจ้าตัวเลือกที่จะใช้มันเพื่อฆ่าเวลาระหว่างกำลังเฝ้ารอใครบางคน


 

“ดูเหมือนว่าจะกลับกันมาแล้วล่ะมินาโตะ....”


 

น้ำเสียงทุ้มถูกเอ่ยขึ้นจากชายร่างท้วมที่นั่งอยู่ในป้อมเรียกให้เขาละสายตาจากหน้ากระดาษตรงหน้าให้หันไปจับจ้องยังด้านนอกประตูหมู่บ้านที่เริ่มมองเห็นหน่วยย่อยกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งตรงมาทางนี้


 

“หืม? ดูเหมือนว่าจะกลับกันมาเร็วกว่าที่คิดนะครับ”


 

เขาหันไปเอ่ยกับชายร่างท้วมด้วยท่าทีแปลกใจเล็กน้อยหากแต่ริมฝีปากกลับยกรอยยิ้มบางยามที่เห็นร่างเล็กๆที่คุ้นตากลับมาอย่างปลอดภัย


 

“ออกไปรับซะสิ ถ้าเห็นเธอมารอเด็กคนนั้นคงจะดีใจน่าดู....”


 

“ไม่หรอกครับ คงจะทำหน้าตกใจแล้วถามว่า อาจารย์มาทำอะไรที่นี่น่ะครับ?มากกว่า....”


 

“ฮ่าๆ สนิทกันดีจังเลยนะ”


 

เขายกรอยยิ้มบางเป็นการตอบรับถ้อยคำนั้นก่อนจะเก็บหนังสือเล่มเล็กใส่กระเป๋าที่นำติดตัวมาโดยไม่ลืมที่จะหันไปโค้งอำลาชายร่างท้วมที่เฝ้าประจำอยู่ในป้อมตรงหน้า


 

“ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณโจสะ”


 

“โอ้....อย่าลืมเดินเที่ยวเผื่อฉันด้วยล่ะ!


 

อาคิมิจิ โจสะส่งรอยยิ้มกว้างพร้อมโบกมืออำลาอย่างเป็นมิตรในขณะที่เขาเตรียมออกไปต้อนรับลูกศิษย์ตัวน้อยที่เพิ่งกลับมาจากภารกิจนอกหมู่บ้าน เพราะด้วยตำแหน่งจูนินของเด็กคนนี้จึงทำให้มีบางครั้งที่จะต้องถูกเรียกตัวออกไปร่วมภารกิจกับหน่วยอื่น หากแต่ถ้าเป็นภารกิจระดับBขึ้นไปหรือภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงเด็กคนนี้จะต้องอยู่ในความดูแลของเขาที่ทำหน้าที่เป็นโจนินผู้ดูแลเท่านั้น


 

“ยินดีต้อนรับกลับนะคาคาชิ....”


 

รอยยิ้มอันอ่อนโยนถูกมอบให้กับเด็กชายตัวน้อยที่เพิ่งจะกลับเข้ามาในหมู่บ้านในขณะที่ร่างเล็กๆนั่นชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้เห็นเขาก่อนนัยน์ตาสีถ่านจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ


 

“อาจารย์มินาโตะ? มาทำอะไรที่นี่น่ะครับ?”


 

ท่าทีประหลาดใจที่ไม่ต่างจากที่เขาคิดเรียกเอารอยยิ้มบางให้วาดขึ้นที่มุมปากขณะที่ฝ่ามือของเขาลูบลงบนเรือนผมสีเงินนั่นด้วยความเอ็นดู


 

“ฉันก็มารอรับเธอไงล่ะ ภารกิจเป็นยังไงบ้าง? ไม่บาดเจ็บตรงไหนนะ?”


 

คำถามที่เจือไปด้วยความห่วงใยถูกส่งออกไปพร้อมๆกับนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างที่กวาดมองไปทั่วร่างเล็กๆตรงหน้าราวกับต้องการจะสำรวจให้แน่ใจ


 

“ครับ....ผมไม่เป็นไร......”


 

น้ำเสียงเล็กเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาด้วยความประหม่ายามที่ความใส่ใจถูกหยิบยื่นมาให้อย่างไม่ทันตั้งตัวในขณะที่เขาเป็นฝ่ายยกรอยยิ้มกว้างพร้อมกับฉวยคว้าข้อมือของลูกศิษย์ตัวน้อยเอาไว้


 

“ดีล่ะ ถ้างั้นก็ไปกันเลยนะ!


 

“ไปไหนหรอครับ? เหวอ?!


 

น้ำเสียงตื่นตระหนกอย่างหาได้ยากดังขึ้นพร้อมๆกับทิวทัศน์รอบกายพวกเขาที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันด้วยคาถานินจาที่ตกทอดมาจากผู้ดำรงตำแหน่งโฮคาเงะรุ่นที่สอง เพียงชั่วพริบตาพวกเขาสองคนก็ได้มาอยู่ในตำแหน่งที่เขาได้มาร์คกิ้งเตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้


 

“อาจารย์....ผมเคยบอกไปแล้วใช่มั้ยครับว่าถ้าจะใช้ เทพสายฟ้าเหินก็ให้บอกกันก่อนน่ะ?


 

สายตาแฝงแววตำหนิของเด็กตรงหน้าถูกส่งมาให้เขาโทษฐานที่ทำให้ตกใจ ในขณะที่เขาได้แต่คลี่รอยยิ้มเจื่อนกลับไปอย่างสำนึกผิด


 

“ฮะๆ ขอโทษด้วยนะ ฉันแค่อยากจะพาคาคาชิมาที่นี่เร็วๆน่ะ.....”


 

นัยน์ตากลมโตคู่นั้นจ้องมองมาที่เขาอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเป็นฝ่ายถอนหายใจออกมาเงียบๆพร้อมกวาดมองไปรอบๆเพื่อสำรวจสถานที่ที่เขาเป็นคนพามา


 

“ว่าแต่ที่นี่มันทำไมหรอครับ...?”


 

ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นฉายแววงุนงงเล็กน้อยเมื่อพบว่าสถานที่ที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้คือบริเวณด้านบนของหน้าผาสูงที่สุดในหมู่บ้านเหนือรูปสลักของเหล่าบุคคลที่ต่างถูกเล่าขานให้เป็นตำนานของโคโนฮะงาคุเระ


 

“อืม...เรื่องนั้นน่ะยังไม่บอกหรอก”


 

แทนที่จะตอบคำถามของเด็กตรงหน้าเขากลับยกปลายนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากพร้อมขยิบตาให้ร่างเล็กๆนั่นที่ตอนนี้ได้แต่ทำหน้างุนงงกว่าเดิมก่อนจะเดินไปนำยังผืนผ้าใบที่ถูกปูเตรียมเอาไว้อยู่ไม่ไกล


 

“เอาเป็นว่าวันนี้เรามากินข้าวเย็นกันที่นี่เถอะ ฉันซื้อข้าวกล่องจากร้านที่คาคาชิชอบมาด้วยนะ”


 

เขาตบลงที่ผืนผ้าใบนั้นเบาๆเพื่อเรียกให้เด็กตรงหน้านั่งลงตรงที่ว่างข้างๆเขาก่อนจะจัดแจงหยิบเอากล่องข้าวและข้าวของต่างๆออกมาจากกระเป๋าของตน


 

“จู่ๆก็นึกอยากจะปิคนิคขึ้นมารึไงครับ?”


 

 “ฮะๆ ก็คงประมาณนั้นแหล่ะ คาคาชิอยากดื่มชาก่อนมั้ย?”


 

“ขอบคุณครับ....”


 

แม้นัยน์ตาสีถ่านที่จับจ้องมายังเขาจะยังคงฉายแววกังขาอยู่เล็กน้อยแต่ฝ่ามือเล็กๆนั่นก็ยอมยื่นออกมารับแก้วชาที่เขาส่งให้แต่โดยดี


 

“ข้างล่างนั่นดูคึกคักกันจังเลยนะครับ......”


 

คำกล่าวลอยๆถูกขึ้นเอ่ยยามที่นัยน์ตาสีถ่านจับจ้องไปยังทิวทัศน์ด้านล่างที่แสงไฟจากร้านรวงต่างๆเริ่มสว่างขึ้นมาจนเห็นได้ชัดแม้อยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น


 

“อื้ม เห็นว่าวันนี้มีงานเทศกาลน่ะ”


 

เขายกรอยยิ้มบางยามที่มองตามสายตาของเด็กตรงหน้าไปยังร้านค้าที่ประดับไปด้วยโคมไฟหลากสีและเหล่าผู้คนที่เริ่มออกมาเดินเที่ยวกันอย่างขวักไขว่


 

“เทศกาลประจำปีน่ะหรอครับ? ปกติไม่เห็นจัดยิ่งใหญ่ขนาดนี้เลยนี่?”


 

น้ำเสียงเล็กๆเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจเมื่อดูเหมือนว่างานเทศกาลในครั้งนี้จะแตกต่างออกไปจากทุกที ไม่ว่าจะเป็นจำนวนของร้านรวงและผู้คนหรือแม้แต่การประดับตกแต่งก็จัดได้อย่างตระการตาไร้ที่ติ ในขณะที่เขาได้แต่มองไปยังภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เจือไปด้วยความรู้สึกเหงาเล็กๆ


 

“อืม....เพราะนี่จะเป็นงานเทศกาลครั้งสุดท้ายก่อนที่หมู่บ้านของเราจะเข้าร่วมสงครามอย่างเต็มตัวน่ะ”


 

“.....อย่างงั้นหรอครับ”


 

เสียงตอบรับอย่างแผ่วเบาดังขึ้นขณะที่นัยน์ตาสีถ่านจับจ้องไปยังทิวทัศน์ตรงหน้าด้วยท่าทีอ่อนลงเล็กน้อย แม้ไม่ต้องเอ่ยคำอธิบายใดๆเขาก็รู้ว่าเด็กตรงหน้าย่อมเข้าใจสถานการณ์ของหมู่บ้านในตอนนี้เป็นอย่างดี เมื่อสะเก็ดไฟเล็กๆที่ปะทุขึ้นมาจากการปะทะกันของเหล่าแคว้นใหญ่ได้โหมกระหน่ำจนกลายเป็นไฟสงครามที่กลืนกินไปทั่วทุกแคว้น จนในที่สุดก็ได้กลายมาเป็นมหาสงครามนินจาครั้งที่สามที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นเขาหรือกระทั่งเด็กคนนี้.....



"ถ้าหากว่าสงครามเริ่มขึ้นเราคงจะไม่ได้เห็นภาพแบบนี้แล้วสินะครับ...?"



น้ำเสียงเรียบถูกเอ่ยขึ้นพร้อมกับนัยน์ตาสีถ่านที่เหม่อมองภาพตรงหน้าราวกับจะซึมซับบรรยากาศของงานเทศกาลครั้งสุดท้ายเอาไว้ในขณะที่เขาได้แต่ยกฝ่ามือขึ้นลูบลงที่เรือนผมสีเงินนั้นอย่างแผ่วเบา



"นั่นสินะ....แต่เพราะอย่างนั้นช่วงเวลาเหล่านี้ถึงได้มีค่าไม่ใช่หรอ?"



เขายกรอยยิ้มบางให้กับเจ้าของนัยน์ตากลมโตที่หันมาจ้องมองเขาก่อนน้ำเสียงเล็กๆนั่นจะเอ่ยตอบรับว่า 'นั่นสินะครับ...' ด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย



"เอาล่ะ! ตอนที่ยังพอจะร่าเริงได้ก็ต้องสนุกให้เต็มที่ล่ะนะ คาคาชิอยากจะลงไปเดินเที่ยวบ้างรึเปล่าล่ะ?"



เขาเอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้นขณะหันไปจ้องมองใบหน้าอ่อนเยาว์ที่มีท่าทีลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยตอบโดยไม่ยอมหันมาสบตาเขา



"งานที่คนเยอะท่าทางวุ่นวายแบบนี้ผมขอผ่านดีกว่าครับ....."



"ฮะๆ ก็คิดเอาไว้แล้วล่ะนะว่าเธอต้องพูดแบบนี้....."



เขายกรอยยิ้มเจื่อนให้กับคำตอบที่ไม่ต่างจากที่คาดเอาไว้ขณะผู้เป็นเจ้าของคำตอบที่แสนเย็นชานั้นหันไปจ้องมองทิวทัศน์ตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย หากมองในสายตาของคนทั่วไปคงดูเหมือนว่าเด็กคนนี้ไม่สนใจอะไรนอกจากหน้าที่ในฐานะนินจา หากแต่เขารู้ดีว่าสิ่งที่เด็กคนนี้เกลียดยิ่งกว่าสถานที่ที่วุ่นวายก็คือสายตามาดร้ายจากพวกผู้ใหญ่บางกลุ่มด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของคุณซาคุโมะ และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่เขาเลือกที่จะพาเด็กคนนี้มายังที่แห่งนี้ เพราะอย่างน้อยเด็กคนนี้จะได้เฝ้ามองงานเทศกาลโดยที่ไม่ต้องคอยกังวลกับสายตาเหล่านั้น



"แต่ว่า....ไหนๆก็เป็นงานเทศกาลครั้งสุดท้ายทั้งทีจะให้นั่งดูเฉยๆก็น่าเหงาเหมือนกัน....."



เขายันกายลุกขึ้นด้วยท่าทีสบายๆก่อนจะหันไปส่งรอยยิ้มกว้างให้กับลูกศิษย์ตัวน้อยที่มองมาด้วยสายตางุงงง



"เพราะงั้นคาคาชิรออยู่ตรงนี้เดี๋ยวนะ....."



"อาจารย์จะไปไหนหรอครับ....?"



นัยน์ตาสีถ่านสบมองเขาด้วยท่าทีตื่นตระหนกเล็กๆจนเขาต้องยกรอยยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะย่อกายลงไปจนอยู่ในระดับสายตาเดียวกับเด็กขี้กังวลตรงหน้า



"ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวฉันมา....เป็นเด็กดีรอฉันนะ"



นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยขยิบตาทิ้งท้ายก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปจากสายตาของเด็กตรงหน้า และภายในเวลาเพียงไม่นานเขาก็กลับมาปรากฏกายต่อหน้าลูกศิษย์ตัวน้อยพร้อมกับข้าวของที่ซื้อมาจนเต็มสองมือ



"กลับมาแล้ว....รอนานรึเปล่า?"



น้ำเสียงร่าเริงถูกเอ่ยขึ้นในขณะที่คนที่เป็นฝ่ายเฝ้ารอเพียงแค่หันมาหรี่ตามองรอยยิ้มของเขาสลับกับข้าวของในมือด้วยสีหน้าเรียบเฉย



"อะไรกันครับของพวกนั้นน่ะ......?"



"หืม? ก็ทาโกะยากิ น้ำแข็งไส ที่เป่าฟองสบู่กับหน้ากากรูปจิ้งจอกไง...."



"ผมหมายถึงอาจารย์ซื้อมาทำไมน่ะครับ?"



เสียงถอนหายใจดังขึ้นเบาๆดังขึ้นจากคนที่เป็นฝ่ายเอ่ยถามยามที่มองเขาย่อกายลงข้างๆพร้อมกับเริ่มจัดแจงข้าวของที่ตนซื้อมา



"ฮะๆ ก็ถ้าเป็นงานเทศกาลก็ต้องนึกถึงของพวกนี้ใช่มั้ยล่ะ? ถึงจะขาดแอปเปิ้ลเคลือบน้ำตาลไปอีกอย่างเพราะคาคาชิไม่ชอบของหวานก็เถอะ"



เขายกรอยยิ้มกว้างพร้อมกับยื่นกล่องบรรจุทาโกะยากิร้อนๆให้กับลูกศิษย์ตัวน้อยโดยแสร้งเมินต่อคำบ่นอุบอิบที่ว่า 'ใช้วิชาเทพสายฟ้าเหินของท่านรุ่นสองเพื่อไปซื้อทาโกะยากิเนี่ยดีแล้วจริงๆหรอครับ?' ก่อนจะดึงเอากระบังหน้าผากของเด็กตรงหน้าออกแล้วแทนที่มันด้วยหน้ากากรูปจิ้งจอกที่ตนเป็นฝ่ายเลือกมา



"อื้ม! เหมาะมากเลยล่ะคาคาชิ"



เขายิ้มออกมาอย่างพอใจเมื่อหน้ากากจิ้งจอกสีขาวที่คาดเอาไว้ด้านข้างของศีรษะรับกับเส้นผมสีเงินและใบหน้าน่ารักนั่นอย่างที่คาดเอาไว้ไม่มีผิด



"กำลังสนุกอยู่ใช่มั้ยครับคุณน่ะ....?"



น้ำเสียงที่ฟังดูเย็นชาขึ้นทุกทีถูกเอ่ยขึ้นหากแต่เขาแสร้งที่จะเมินมันเหมือนเช่นเคยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายไปยังที่เป่าฟองสบู่รูปดาวที่อยู่ใกล้มือ



"นี่....คาคาชิ!"



ทันทีที่สิ้นเสียงเรียกฟองสบู่จำนวนนับไม่ถ้วนก็ลอยเข้าหาเด็กตรงหน้าจนร่างเล็กๆนั้นถูกรายล้อมไปด้วยฟองใสที่สะท้อนกับแสงแดดในยามเย็นจนเกิดเป็นแสงสีรุ้งส่องประกายอยู่บนฟองอากาศเล็กๆเหล่านั้น



"อาจารย์....เลิกเล่นเป็นเด็กๆซักทีเถอะครับ...."



"ฮะๆ โทษที......อ๊ะ?"



น้ำเสียงดุๆนั่นทำให้เขาต้องรีบเป็นฝ่ายเอ่ยคำขอโทษออกไป หากแต่กลายเป็นว่าเขาต้องเป็นฝ่ายประหลาดใจเสียเองเมื่อฝ่ามือเล็กๆนั่นฉวยเอาที่เป่าฟองไปจากมือของเขาก่อนจะแกล้งเป่าฟองสบู่ใส่เป็นการเอาคืน



"ฮะๆ โดนเล่นงานจนได้สิ"



เขาได้แต่ยกมือกันฟองสบู่ไม่ให้เข้าตาของตนเมื่อคนที่เป็นฝ่ายเอาคืนยังคงโจมตีใส่เขาอย่างไม่ลดละ ก่อนจะต้องแปลกใจเมื่อรับรู้ได้ถึงการโจมตีที่หยุดลงดื้อๆพร้อมกับนัยน์ตากลมโตคู่นั้นที่จ้องมองมาที่เขาอย่างเงียบๆ



"หืม? มีอะไรหรอ?"



ทันทีที่เขาเอ่ยถามออกไปนัยน์ตาสีถ่านที่ดูเหมือนจะเหม่อลอยคู่นั้นก็กลับมาสบสายตากับเขาอีกครั้งก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉยทว่าแฝงไปด้วยแววจริงใจ



"เปล่าหรอกครับ.....แค่คิดว่าสีผมของอาจารย์มินาโตะสะท้อนกับแสงแดดแล้วสวยดีน่ะ"



นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างเบิกกว้างให้กับคำชมที่แสนไร้เดียงสานั้น หากแต่ต้องประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเขาได้รับรู้ถึงภาพที่อยู่เบื้องหน้า เส้นผมสีเงินทอประกายกับแสงแดดยามเย็นจนราวกับได้เห็นหยาดหยดของแสงอาทิตย์อาบไล้ลงบนเรือนผมนั้น ในขณะที่รอบกายของพวกเขายังคงมีฟองสบู่เล็กๆที่ล่องลอยอย่างอ้อยอิ่งก่อนจะค่อยๆสลายไปในอากาศ ทิ้งเอาไว้เพียงละอองของหยาดน้ำที่สะท้อนกับแสงแดดจนเปล่งประกายเคล้าคลอไปกับใบหน้าอ่อนเยาว์นั่น....



"....."



ช่วงเวลาเพียงเสี้ยววิที่ราวกับจะทำให้ลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะทำให้เขาต้องเป็นฝ่ายยกรอยยิ้มออกมาอย่างลำบากใจเมื่อเขาเริ่มไม่แน่ใจว่าการถูกชมจากเด็กที่งดงามขนาดนี้เป็นเรื่องที่ควรจะดีใจดีรึเปล่า



"งั้นหรอ.....แต่ฉันชอบสีผมของคาคาชิมากกว่านะ"



เขาไล้สัมผัสลงบนเรือนผมนุ่มนั้นพลางจ้องมองประกายแสงระยิบระยับที่ตกกระทบลงบนเส้นผมสีเงินยามที่ปลายนิ้วของเขาลากผ่าน ในขณะที่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นเลือกที่จะหันหนีจากสายตาของเขาด้วยความประหม่าจนทำให้บทสนทนาระหว่างพวกเขาสิ้นสุดลงท่ามกลางแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆลับขอบฟ้าไป....


 

................................................

 

..........




"ว่าแต่....พวกเราจะนั่งอยู่ตรงนี้กันอีกนานมั้ยครับ? นี่ก็มืดแล้วด้วย....."



ในที่สุดน้ำเสียงเรียบก็ถูกเอ่ยขึ้นเมื่อรอบกายของพวกเขาเริ่มปกคลุมไปด้วยความมืดที่เข้ามาแทนที่แสงอาทิตย์ในยามเย็น ในขณะที่เขาเป็นฝ่ายจับจ้องไปยังท้องฟ้าเบื้องหน้าด้วยสีหน้าที่ไม่อาจแอบซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้



"เดี๊ยวก็จะเริ่มกันแล้วล่ะ....รออีกหน่อยนะ"



"รออะไรหรอครับ?"



เขาส่งรอยยิ้มให้เด็กตรงหน้าพลางชี้ไปยังประกายแสงเล็กๆที่แหวกว่ายขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างเงียบเชียบก่อนจะกระจายตัวเบ่งบานออกด้วยเสียงที่ดังก้องจนกลายเป็นดอกไม้ที่ส่องประกายอย่างงดงามอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าในยามราตรี



"ดอกไม้ไฟ......งั้นหรอครับ....?"



นัยน์ตาสีถ่านเหม่อมองประกายแสงที่ถูกจุดขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งเหล่าดอกไม้ที่เปล่งประกายนั้นแต่งแต้มไปทั่วผืนผ้าใบของท้องฟ้ายามค่ำคืน



"อืม วิวจากตรงนี้มองเห็นชัดที่สุดก็เลยอยากพาเธอมาดูด้วยกันน่ะ ถือว่าเป็นของขวัญจากฉันแล้วกันนะ"



"ของขวัญ.....?"



ใบหน้าอ่อนเยาว์นั่นหันมาสบมมองเขาอย่างงุนงงในขณะที่เขาเป็นฝ่ายยกรอยยิ้มบางพร้อมกับเอ่ยถ้อยคำที่เขาเฝ้ารอมาทั้งวันเพื่อที่จะได้เอ่ยออกมา



"อื้ม....สุขสันต์วันเกิดนะคาคาชิ"



"เอ๊ะ....??"



นัยน์ตาสีถ่านเบิกออกกว้างเสียจนเขามองเห็นประกายแสงจากดอกไม้ไฟสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น ในขณะที่ริมฝีปากเล็กๆนั่นยังคงอ้าค้างโดยไร้คำพูดใดๆจนเขาต้องเผลอหัวเราะให้กับท่าทีที่ดูประหลาดใจเกินคาดนั่น



"อะไรกัน? อย่าบอกนะว่าเธอลืมวันเกิดตัวเองน่ะ?"



"ครับ....ลืมไปซะสนิทเลย"



คำตอบเรียบๆนั้นเรียกเอาเสียงหัวเราะของเขาให้ดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่เขาจะชี้ไปยังกลุ่มดอกไม้ไฟหลากสีที่กำลังแข่งกันเบ่งบานอวดสีสันอยู่ท่ามกลางความมืดมิด



"ดูสิคาคาชิ ตรงนั้นสวยมากเลยล่ะ!"



"ครับ....สวยจริงๆนั่นแหล่ะ......"



น้ำเสียงที่ฟังดูแปลกไปของเด็กตรงหน้าเรียกให้เขาต้องหันกลับไปมองใบหน้าอ่อนเยาว์นั่นอีกครั้ง และในวินาทีนั้นเองที่เสียงอื้ออึงโดยรอบได้จางหายไปเช่นเดียวกับเสียงหัวใจของเขา เมื่อแสงจากดอกไม้ไฟที่กำลังเบ่งบานสะท้อนกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาอย่างเงียบงันจนหยาดหยดนั้นส่องประกายอยู่ชั่วครู่ก่อนจะร่วงหล่นหายไปในความมืดมิด



"คาคาชิ.....?"



เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเอ่ยเรียกเด็กตรงหน้าออกไปด้วยน้ำเสียงแบบไหน หากแต่ถ้อยคำของเขาก็ทำให้เจ้าของนัยน์ตาสีถ่านรับรู้ได้ถึงหยาดน้ำตาบนแก้มของตนพร้อมๆกับปลายนิ้วนั้นที่รีบปาดเช็ดมันออกด้วยสีหน้าประหลาดใจไม่ต่างจากเขา



"เอ่อ.....คือว่า....ตั้งแต่คุณพ่อเสียไปก็เพิ่งจะมีอาจารย์มินาโตะนี่แหล่ะครับที่มาอวยพรวันเกิดให้......."



เสียงเล็กๆนั่นพยายามเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบที่สุดหากแต่เขายังคงรับรู้ได้ถึงเสียงขึ้นจมูกนิดๆที่ทำให้ในอกของเขารู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้



"แปลกจังเลยนะครับ....ทั้งๆที่ไม่ได้รู้สึกเศร้าอะไรแท้ๆ แต่ทำไมผมถึงได้ร้องไห้ออกมากันล่ะ...?"



นัยน์ตาสีเดียวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนจ้องมองมาที่เขาทั้งๆที่ยังมีหยาดน้ำคลอหน่วงอยู่ในดวงตา ในขณะที่เขาได้แต่พยายามข่มซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดที่แล่นอยู่ข้างในอกด้วยรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน



"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก......รู้รึเปล่าว่าตอนที่คนเราดีใจมากๆก็ร้องไห้ออกมาได้เหมือนกันนะ...?"



เขาไล้ปลายนิ้วไปตามคราบน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่ขณะจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้นด้วยสายตาที่เจือไปด้วยความอบอุ่นทว่าแสนเศร้า



"เพราะงั้นคาคาชิร้องออกมาเถอะ......"



ทันทีที่ถ้อยคำนั้นสิ้นสุดลงร่างเล็กๆตรงหน้าก็โผเข้าหาอ้อมกอดของเขา สัมผัสอุ่นที่หยดลงบนเสื้อและแรงสะอื้นที่เขารับรู้ได้ในอ้อมแขนเจือไปด้วยความเหงาและโดดเดี่ยวจนเขาต้องเผลอกระชับอ้อมกอดของตนให้แน่นยิ่งขึ้น ทั้งๆที่ตัวเขาอยากจะเห็นสีหน้าที่แตกต่างออกไปของเด็กคนนี้มาโดยตลอด หากแต่หยาดน้ำตาที่ได้เห็นเป็นครั้งแรกกลับพร่างพรมความเจ็บปวดลงในใจของเขาจนแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างราวกับไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมๆกับความรู้สึกเจ็บใจที่เข้ามาย้ำเตือนว่าสิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้มีเพียงแค่กอดเด็กตรงหน้าเอาไว้ให้แน่นที่สุดเท่านั้น.....



.......................................


........



ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แต่ในตอนที่เขารับรู้ได้ถึงเสียงสะอื้นในที่ค่อยๆเงียบลงคือเวลาเดียวกับที่เสียงของดอกไม้ไฟค่อยๆเว้นจังหวะทิ้งห่างกันจนทำให้รู้ว่าการแสดงดอกไม้ไฟในครั้งนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายในไม่ช้า เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาจึงค่อยๆคลายอ้อมกอดตรงหน้าก่อนจะยิ้มออกมาอย่างลำบากใจเมื่อเห็นว่านัยน์ตากลมโตกับจมูกเล็กๆนั่นแดงก่ำจนเขาต้องช่วยเกลี่ยเส้นผมสีเงินที่เปียกชื้นกับเช็ดคราบหยาดน้ำตาที่อยู่บนแก้มใสอย่างเบามือ



"เอาเป็นว่า....พวกเรามาดูดอกไม้ไฟกันต่อเถอะนะ...."



เขาเอ่ยกับปอยผมนุ่มที่ซุกอยู่บนอกของเขาขณะเจ้าของเส้นผมสีเงินนั้นได้แต่พยักหน้าน้อยๆเป็นการตอบรับ เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาจึงจับให้ร่างเล็กๆนั่งลงบนตักก่อนจะกอดเอวนั่นเอาไว้หลวมๆหวังเพียงแค่จะส่งผ่านความอบอุ่นให้คนในอ้อมกอดรู้ว่าตนไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ในขณะที่นัยน์ตาสีเดียวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนยังคงเหม่อมองไปยังประกายแสงของดอกไม้ไฟที่อยู่เบื้องหน้าก่อนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา....



"อาจารย์มินาโตะ...."



"หืม?"



"ขอบคุณนะครับ....."



เขายิ้มให้กับถ้อยคำนั้นอย่างเงียบๆพลางกระชับอ้อมกอดเป็นการตอบรับ ขณะที่นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างจับจ้องไปยังดอกไม้ไฟขนาดเล็กที่เรียงรายราวกับช่อดอกไม้ก่อนจะค่อยๆถูกแทนที่ด้วยดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ที่ส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้าในยามค่ำคืน



"นี่....ดูสิดอกไม้ไฟอันนั้นเหมือนกับดาวกระจายเลยเนอะ"



"ไม่เห็นจะเหมือนตรงไหนเลยครับ....."



"ฮะๆ....งั้นหรอ?"



ถ้อยคำที่หวังจะสร้างบรรยากาศผ่อนคลายถูกเอ่ยขัดด้วยเจ้าของเสียงเรียบที่เริ่มกลับเข้าสู่โหมดนิ่งเฉยไร้อารมณ์เหมือนเช่นเคยจนเขาได้แต่ยกรอยยิ้มเจื่อน หากแต่ฝ่ามือเล็กๆที่กำลังชี้ไปทางดอกไม้ไฟสีทองสว่างที่กำลังเปล่งประกายอยู่เบื้องหน้าก็ทำให้เขาต้องเผลอเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ



"ผมว่า....ดอกไม้ไฟอันนั้นเหมือนอาจารย์มินาโตะเลยครับ"



"เอ๊ะ....เหมือนงั้นหรอ?"



เขาก้มมองร่างในอ้อมกอดอย่างงุนงงเมื่อไม่เข้าใจว่าตนเองเหมือนกับดอกไม้ไฟที่อยู่เบื้องหน้าตรงไหน หากแต่เจ้าของใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นยังคงเอ่ยต่อไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย



"ครับ...ก็ดอกไม้ไฟอันนั้นน่ะเป็นสีทองสว่างแถมยังฟูๆเหมือนผมของอาจารย์เลย"



"ที่ว่าฟูๆนี่หมายความว่ายังไงหรอคาคาชิคุง...?"



"ก็หมายความตามนั้นแหล่ะครับ...."



น้ำเสียงนั่นเอ่ยออกมาอย่างเรียบๆราวกับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ในขณะที่เขาได้แต่เกยคางของตนเข้ากับปอยผมนุ่มของเด็กแสบที่หลอกว่าเขาอย่างแนบเนียนพร้อมกับถอนหายใจออกมา



"พอมาเล่าตอนนี้มันก็น่าอายอยู่หรอก....แต่จริงๆแล้วตอนเด็กๆฉันไม่ค่อยชอบสีผมของตัวเองเท่าไหร่หรอกนะ"



"ทำไมล่ะครับ...?"



นัยน์ตากลมโตนั่นจับจ้องมาที่เขาด้วยท่าทีสนใจจนเขาต้องแสร้งหันไปมองทางอื่นยามที่เผลอนึกถึงเรื่องราวอันน่าอายในวัยเด็กของตน



"ก็เพราะว่า....สีกับทรงผมแบบนี้ตอนเด็กๆเลยโดนล้อว่าเหมือนดอกทัมโปโปะน่ะสิ"



"เอ๊ะ.....?"



"จริงๆนะ ถึงกับโดนเรียกว่า 'เจ้าทัมโปโปะ' แทนชื่อจริงไปช่วงนึงเลยล่ะ"



เขาคลี่รอยยิ้มเจื่อนๆออกมาขณะเผลอยกนิ้วขึ้นเกาแก้มด้วยความประหม่าเมื่อเห็นว่านัยน์ตาสีถ่านคู่นั้นยังคงจับจ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตา



"ฮะๆ นึกแล้วเชียวพอมาเล่าแบบนี้แล้วน่าอายจริงๆด้วยสิ......หืม?"



นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างเผลอก้มลงไปสบกับนัยน์ตากลมโตคู่นั้นยามที่เขารับรู้ได้ถึงปลายนิ้วที่สัมผัสลงบนเส้นผมของเขาอย่างอ่อนโยนก่อนที่ริมฝีปากเล็กๆนั่นจะค่อยๆคลี่รอยยิ้มที่เขาคาดไม่ถึงออกมา....



"หุ.....ดอกทัมโปโปะหรอครับ? ฮะๆ ผมก็ว่าเหมือนจริงๆนั่นแหล่ะ"



แสงสว่างจากดอกไม้ไฟอีกดวงหนึ่งที่ถูกจุดขึ้นสู่ท้องฟ้าส่องกระทบใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นจนทำให้ภาพที่อยู่ตรงหน้าสะท้อนเข้าสู่การรับรู้ของเขาอย่างชัดเจน ทั้งนัยน์ตาสีเดียวกับท้องฟ้ายามราตรีที่พร่างพราวไปด้วยประกายขบขัน ทั้งริมฝีปากสีสดที่กำลังคลี่รอยยิ้มออกมาอย่างงดงามจนทำให้ในอกของเขาบีบรัดเสียยิ่งกว่าตอนที่ได้เห็นหยาดน้ำตาเมื่อครู่เป็นครั้งแรก 


บางที.....แค่บางที.......ในช่วงเวลาอีกหลายปีให้หลังนับจากนี้ หากว่าเขาลองนึกย้อนถึงเรื่องราวในวันนี้ล่ะก็ บางทีเขาอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ว่าอากาศในวันนี้เป็นแบบไหน บางทีเขาอาจจะลืมไปแล้วว่าสีสันของดอกไม้ไฟในตอนนี้เป็นเช่นไร หรือแม้กระทั่งเรื่องราวไร้สาระที่พวกเขาพูดคุยกันในวันนี้สักวันหนึ่งก็อาจจะค่อยๆพร่ามัวเลือนหายไปตามกาลเวลา....



หากแต่......ถ้าหากจะมีสิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจว่าจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต.........



สิ่งนั้นคงจะเป็นภาพของรอยยิ้มอันงดงามที่เคล้าคลอไปกับแสงของดอกไม้ไฟเบื้องหน้า....กับความรู้สึกอบอุ่นจนราวกับจะแผดเผาข้างในอกที่เขาแสร้งทำเป็นไม่รับรู้ถึงมัน......




................................................



...............





  ◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇


let's talk! 


     สวัสดีค่ะ! ในที่สุดก็กลับมาอัพอีกจนได้ด้วยสปีดการปั่นฟิคระดับเต่าคลาน ทั้งๆที่รู้สึกว่าตอนนี้ก็ไม่ได้ดราม่าอะไรมากมายแท้ๆแต่กลับเขียนฉากบรรยายออกมายากมาก เรียกได้ว่ายากสุดๆ (T∇T) แต่ก็โล่งอกที่สุดท้ายออกมาค่อนข้างโอเคกว่าที่คิดค่ะ(คิดว่านะ?) และเพราะด้วยความอยากจะใส่ดีเทลในแง่ของความรู้สึกฝั่งมินาโตะลงไปให้ครบ พอรู้ตัวอีกทีฟิคที่ตั้งเป้าเอาไว้แค่20หน้าก็ลากยาวออกมาเกินครึ่งอีกจนได้ ( ̄▽ ̄;เอาเป็นว่าใครที่สงสัยว่านามิคาเสะคิดยังไงกับลูกศิษย์ก็ถือว่าเคลียร์แล้วนะคะ ก็.....ตามนั้นแหล่ะค่ะ *หัวเราะ* ส่วนใครที่กำลังแฮปปี้กับความสวีทนี้ หายใจเข้าลึกๆนะคะเพราะความดราม่ากำลังจะตามมาแน่นอนค่ะ /ขยิบตาแล้ววาร์ปหนีคนอ่าน

     อีกเรื่องนึงที่ตกใจมากๆตอนเข้ามาอัพก็คือ ฟิคเรื่องนี้มีคนติดตามครบ100คนแล้วค่ะ!สารภาพว่าตอนที่เริ่มแต่งด้วยความเมากาวก็ไม่คิดจริงๆว่าฟิคบาปๆแถมยังเป็นเรือผีไม้จิ้มฟันจะมาถึงจุดนี้ได้ ยังไงก็ขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยเอ็นดูว์ครูศิษย์และช่วยเข้ามาสร้างบรรยากาศคึกครื้นในนรกเอาไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ(?) ขอบคุณจริงๆจากใจเลยค่ะ!


ป.ล.1 ตั้งแต่เขียนพาร์ทของมินาโตะมาก็คงคอนเซปเต๊าะเด็กยังไงให้เหมือนไม่ได้เต๊าะมาโดยตลอด ในที่สุดตอนนี้ก็ได้เต๊าะเด็กอย่างโจ่งแจ้งแล้ว(?) รู้สึกแฮปปี้มากค่ะ~

ป.ล.2 นี่คือหน้าตาของเจ้าดอก 'ทัมโปโปะ' หรือ 'แดนดิไลออน' ค่ะ ในภาษาดอกไม้จะแปลว่าความสุข ความรักที่จริงใจ คำทำนายของความรัก และการพลัดพรากค่ะ


 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

102 ความคิดเห็น

  1. #100 KakaIru (@Toshishi) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 13:07
    ไรท์คะ คือไรท์อาจจะไม่รู้เเต่้ราจะบอกว่า ฟิคดีมากเลยค่ะ เราชอบบทบรรยายของคุณมากๆเลย ไม่รู้ว่าคุณจะมาเห็นไหมแต่เราอยากจะบอกว่า เราจะรอคุณอยู่นะ
    #100
    0
  2. วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 01:29
    ไรท์กลับมาเถอะนะคะ *พนมมือ* *กอดขาอ้อนวอนไรท์*

    สู้ๆนะคะ

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #98
    0
  3. #96 namzaaloha (@namzaaloha) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 09:00
    อ่านตอนเก่าๆวนไป ฮืออออออออ ไรท์กลับมานะคะ กลับมาเถอะค่ะ ได้โปรดดดดดดด🙏🙏🙏
    #96
    0
  4. #95 เมย์คุง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 20:17

    ไรท์คะ กลับมานะคะ กลับมาาาาาาาาาา

    #95
    0
  5. #94 AceSama_13 (@AceSama_13) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:06
    อ่านไปอิจฉาอาจารไป น้องจะน่ารักเกินไปแล้ว5555
    #94
    0
  6. #93 Yaoi_คือพระเจ้า (@nightartitaya3) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:57

    อยากอ่านต่อง่าาาา รอไรต์น้า เป็นกำลังใจให้ด้วย https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

    #93
    0
  7. #91 seimei (@isieeim) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:30
    พึ่งมาเจอเรื่องนี้ ไรท์เขียนดีมากเลยค่ะ😭แงงงง อยากอ่านต่อแล้วววว สู้ๆนะค้า
    #91
    0
  8. #89 jimmy0640477099 (@jimmy0640477099) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 17:24

    "อยากอ่านต่อค่ะ"
    #89
    0
  9. #87 .... (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 06:25

    อ่านตอนเก่ารอวนไปค่ะ ฮือออ---

    #87
    0
  10. #86 PlayBoyKoshi (@kirino2543) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 12:19
    เราจะบาปไปด้วยกันค่ะ เต๊าะน้องต่อไปน่ะค่ะอาจารย์
    ปล.รีทวิตนานแล้วพึ่งมาอ่าน
    #86
    0
  11. #85 namzaaloha (@namzaaloha) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 04:41
    มันดีต่อจิตใจ เป็นตอนที่อบอุ่นมากกกละมุนมากกกก คือนี่อ่านไปยิ้มไปไม่รู้จะบรรยายยังรู้แต่มันดี!!! // ยินดีต้อนรับกลับมานะคะ คิดถึงไรท์มาก ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆค่ะ สู้ๆนะคะ
    #85
    1
    • #85-1 Natsumi-69 (@Natsumi-69) (จากตอนที่ 15)
      7 พฤศจิกายน 2561 / 05:26
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์&กำลังใจเช่นกันนะคะ<3

      เย้ๆ กลับมาแล้วค่ะ~ ขอโทษนะคะที่ทำให้รอซะนานเลย ^^;
      #85-1
  12. #84 Ccartoon_627 (@cartoon-627) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 03:34
    เห็นไรต์หายไปนานคิดว่าจะไม่มาอัพต่อซะแล้ว &#128557; เราเพิ่งมาตามอ่านทีหลังแต่ชอบเรื่องนี้มากเลย ขอบคุณที่มาอัพต่อนะคะ &#128149;&#128149;
    #84
    1
    • #84-1 Natsumi-69 (@Natsumi-69) (จากตอนที่ 15)
      5 พฤศจิกายน 2561 / 23:04
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์เช่นกันค่ะ<3

      ขอโทษที่ทำให้ต้องรอนานนะคะ ; w ;
      #84-1
  13. #83 คนโรยเกลือ (@voranan46) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 21:20

    รีดจะชักตายก็วันนี้แหละค่าT^T คิดถึงไรท์มากๆเลยฮืออออออ
    #83
    1
    • #83-1 Natsumi-69 (@Natsumi-69) (จากตอนที่ 15)
      4 พฤศจิกายน 2561 / 22:41
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์นะคะ

      กลับมาแล้วค่ะ ( T w T )
      #83-1
  14. #82 maysa254918 (@maysa254918) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 21:07
    ในที่สุด! ในที่สุดก็มา...! //น้ำตาไหลด้วยความซึ้ง T^T
    #82
    1
    • #82-1 Natsumi-69 (@Natsumi-69) (จากตอนที่ 15)
      4 พฤศจิกายน 2561 / 22:40
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์และขอโทษที่ทำให้ต้องรอนานนะคะ T v T
      #82-1
  15. #81 lilinwasan (@lilinwasan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 20:53
    ขอบคุณสำหรับตอนใหม่ค่ะ สำหรับตอนนี้เป็นตอนที่มีแต่ฉากสวีทจริง ๆค่ะ นึกภาพมินาโตะทำแบบนั้นกับคาคาชิแล้วเขินแทนเลย ละมุนมากค่ะแต่พอคิดว่าอาจจะเป็นความสุขสุดท้ายก่อนสงครามเริ่มต้นก็ใจหายเหมือนกันนะคะ // สำหรับนักเขียนยินดีต้นรับการกลับมาค่า! เพราะเราตามคุณในทวิตตอนเห็นบ่นว่าปั่นฟิคอยู่ก็ดีใจค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคดี ๆ แบบนี้นะคะ สู้ๆนะคะ&#10084;&#10084;
    #81
    1
    • #81-1 Natsumi-69 (@Natsumi-69) (จากตอนที่ 15)
      4 พฤศจิกายน 2561 / 22:38
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์น่ารักๆทุกครั้งเช่นกันค่ะ<3 แล้วก็ขอโทษที่ทำให้ต้องรอนานนะคะ จากที่เคยทวิตไปว่าจะอัพตั้งแต่ตอนโน้นแต่เพิ่งจะมาอัพเอาป่านนี้ ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ ( ; w ; ) ยังไงก็ขอบคุณที่ยังอุตส่าห์รอกันอยู่นะคะ
      #81-1