(Naruto) From the end. ( Minato x Kakashi )

ตอนที่ 8 : ในความมืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 549
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    4 พ.ย. 61


- ในความมืด - (Edit)

 

....................................

 

........

 

 

ในวันนั้นเป็นวันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ.... ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆที่แต่งแต้มประกายลงบนเส้นผมสีทองกระจ่างจนราวกับจะทำให้นัยน์ตาของเขาพร่าเลือนไปชั่วครู่ ฝ่ามืออันแสนอบอุ่นนั้นได้ลูบไล้ลงบนเส้นผมของเขาอย่างแผ่วเบา ขณะที่ตัวเขาในตอนนั้นที่ยังสูงไม่ถึงไหล่ของคนคนนั้นเป็นฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มที่เปล่งประกายไม่แพ้ท้องฟ้าสีครามที่แผ่กว้างอยู่ด้านหลัง....

 


“นี่.....คาคาชิ......”


 

น้ำเสียงทุ้มนั้นเอ่ยเรียกชื่อของเขาอย่างอ่อนโยนเหมือนเช่นเคย หากแต่สิ่งที่ต่างออกไปคงเป็นนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างที่สะท้อนอารมณ์อันหลากหลายจนกลั่นกรองออกมาเป็นรอยยิ้มในแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน.....


 

“ฉันน่ะ....กำลังจะแต่งงานล่ะ......”


 

 


พอมานึกดูแล้ว.....

 


บางทีเขาอาจจะรู้ตัวตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็ได้........

 


ถึงสาเหตุของความรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ได้สบกับนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างนั่น.......

 

 

............................................

 

.......

 

 

นัยน์ตาต่างสีคู่สวยค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเหม่อลอยไปกับภาพความฝันที่สะท้อนความทรงจำในครั้งอดีต ความฝันที่แม้ไม่ได้เป็นภาพอันโหดร้ายเหมือนที่เขามักฝันถึงอยู่เป็นประจำหากแต่ก็สร้างความรู้สึกว่างเปล่าข้างในอกได้ไม่แพ้กัน

เพียงชั่วครู่ความคิดเหม่อลอยก็ค่อยๆเลือนหายไปเมื่อสมองที่มึนงงค่อยๆถูกดึงกลับมาประเมินภาพที่อยู่เบื้องหน้า สัมผัสของพื้นเสื่อที่คุ้นเคยยืนยันว่าที่ที่เขาอยู่ในตอนนี้คือห้องของเขา ฝ่ามือเรียวถูกยกขึ้นมาประคองกายขึ้นในขณะที่ความคิดเริ่มวิ่งวนเรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้า จริงสิ....วันนี้เขาออกไปทำภารกิจ.....และหลังจากนั้นก็ไปเอายาที่บ้านของโมอิ.......

 


“อุ้บ!...”


 

ฉับพลันความรู้สึกคลื่นไส้จนแทบอาเจียนก็ก่อตัวขึ้นมาในทันทีที่ความทรงจำน่ารังเกียจนั่นย้อนกลับเข้ามาในหัว ร่างของเขาสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เมื่อสัมผัสที่ถูกยัดเยียดให้นั้นยังคงหลอกหลอนอยู่บนผิวจนต้องพยายามฝืนกลืนก้อนขมๆที่ตีย้อนขึ้นมาในลำคอลงไป.....

 


ในทันทีที่ยาหมดฤทธิ์เขาไม่ลังเลเลยที่จะคว้ามีดสั้นขึ้นจ่อคอนินจาแพทย์ที่น่ารังเกียจนั่น แต่ถึงอย่างนั้นคนที่กำลังจะเป็นฝ่ายถูกฆ่ากลับยังคงมีรอยยิ้มเย้ยหยันฉาบอยู่บนใบหน้าราวกับไม่ยี่หระต่อคมมีดที่เรียกเอาเลือดสีสดให้ซึมออกมาจากผิวซีดนั่น

 


ไม่เอาน่า....เธอก็รู้นี่ว่าถ้าฆ่าคนในหมู่บ้านด้วยกันจะต้องถูกสอบสวน

 


อยากจะให้อาจารย์ของเธอรู้เข้ารึไง...?

 


เพราะอย่างนั้นแม้อยากจะฆ่าคนตรงหน้าสักแค่ไหนแต่สิ่งเดียวที่เขาทำได้มีเพียงต่อยเข้าที่ใบหน้านั่นอย่างเต็มแรงก่อนจะรีบก้าวออกจากที่แห่งนั้นให้เร็วที่สุด และเมื่อรู้ตัวอีกทีเขาก็มาได้สติเอาที่นี่....ที่ห้องของเขาเอง......

 


อึก....


 

กลิ่นของยาและกลิ่นเหงื่อที่ติดอยู่บนผิวทำให้ความรู้สึกคลื่นไส้ย้อนกลับมาอีกครั้ง เมื่อเป็นดังนั้นปลายนิ้วที่ยังคงสั่นระริกจึงค่อยๆยันกายตัวเองขึ้นจากพื้นก่อนจะเดินตรงไปยังห้องอาบน้ำเพื่อหวังจะล้างเอาสิ่งน่ารังเกียจที่ติดอยู่บนผิวของเขาออกไปให้หมดโดยเลือกที่จะเมินเฉยต่อความเจ็บปวดที่แล่นขึ้นมาในแต่ละย่างก้าว.....

สายน้ำเย็นที่เฉียบตกกระทบลงบนผิวเรียกเอาความเจ็บปวดให้กลับมาเด่นชัดอีกครั้งแต่ว่านั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยสำหรับเขา ตัวเขาที่เป็นนินจาเคยชินเสียแล้วกับการถูกทำร้ายนับครั้งไม่ถ้วน ความเจ็บปวดแค่นี้เทียบไม่ได้เลยกับการบาดเจ็บที่เขาได้รับจากภารกิจเสี่ยงตายในแต่ละครั้ง แต่ว่า.....ทั้งๆที่เป็นแบบนั้น......ทั้งๆที่ร่างกายไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดขนาดนั้นแท้ๆ.......

 


แต่ทำไม....น้ำตานี้ถึงได้ไหลออกมาไม่หยุดกัน?.........

 


 

........................................................

 

.......

 

 

หลังจากนั้นไม่นานข่าวเรื่องการลงนามสงบศึกของอิวะงาคุเระและการสละตำแหน่งของท่านรุ่นที่สามก็แพร่สะพัดไปทั่ว ท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริงยินดีที่สงครามระหว่างแคว้นได้ยุติลง หากแต่ในใจเขานั้นกลับค่อยๆถูกทบถมด้วยความรู้สึกว่างเปล่าจนราวกับจะหายใจไม่ออก.......

 

ตอนที่ร่างกายสั่นเทาเพราะเสียงสะอื้นไห้จากเหตุการณ์อันเลวร้ายนั้น สิ่งที่เขาคิดวนเวียนอยู่ในหัวมีเพียงแค่อยากได้ยินเสียงนั่น อยากเห็นรอยยิ้มนั้น อยากให้ฝ่ามือที่แสนอบอุ่นนั้นลูบไล้ลงบนเรือนผมของเขาอีกครั้ง หากแต่ว่า....


นัยน์ตาสีถ่านเหม่อมองไปยังพิธีมอบตำแหน่งที่อยู่ไกลออกไป เสียงโห่ร้องยินดีที่มอบให้กับวีรบุรุษสงครามผู้ที่บัดนี้ได้กลายมาเป็นโฮคาเงะรุ่นที่สี่ของโคโนฮะงาคุเระ ช่วยยืนยันกับเขาว่าจากนี้ไปคนที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่โจนินผู้ดูแลที่จะคอยมาเป็นห่วงลูกศิษย์ของตนหากแต่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งโฮคาเงะที่ต้องคอยแบกรับภาระอันหนักอึ้งของทั้งหมู่บ้านเอาไว้.....

 


“สุดยอดไปเลย! ถ้าเป็นท่านรุ่นสี่ล่ะก็จะต้องทำให้ยุคสงบสุขของโคโนฮะมาถึงได้แน่!! ว่ามั้ยคาคาชิ?!

 


“....”


 

เสียงโหวกเหวกของไกที่อยู่ข้างๆฟังดูห่างไกลออกไปเมื่อห้วงความคิดของเขาหลุดลอยไปยังคนที่อยู่กลางพิธีเบื้องหน้า ตั้งแต่ตอนที่เขายังเด็กคนคนนั้นเคยพูดอยู่เสมอถึงความฝันที่จะได้เป็นโฮคาเงะ ตัวเขาที่คอยมองตามแผ่นหลังนั้นมาตลอดย่อมรู้สึกยินดีที่ความฝันของคนคนนั้นได้กลายเป็นจริง หากแต่ว่าลึกๆแล้วเขาเองก็คงจะชิงชังความฝันนั้นมาโดยตลอดเช่นกัน......



โดยเฉพาะในตอนที่เขารู้ตัวขึ้นมาว่า......



จากนี้ไปจะไม่มีอาจารย์คนเดิมที่คอยปลอบโยนเขาอีกต่อไปแล้ว.........



.............................................

 

.......

 

 

นัยน์ตาสีถ่านไล่ไปตามหนังสือที่เรียงรายอยู่บนชั้นวางหน้าร้านหากแต่เขากลับไม่มีความรู้สึกอยากที่จะหยิบมันขึ้นมาอ่าน น่าขำที่หนังสือเพียงเล่มเดียวที่เขาซื้อมาเมื่อไม่นานมานี้กลับเป็นหนังสือไร้สาระที่ชื่อว่า นินจาสมควรตายอย่างไรจนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าที่เขาเลือกซื้อหนังสือนั่นมาอาจเป็นเพราะถ้อยคำบนหน้าปกของมันสะท้อนสิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวของเขาตอนนี้ก็เป็นได้.....

 

ในตอนนั้นเองที่จู่ๆเขาก็รู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมาที่ตน และเมื่อลองมองกลับไปหาเจ้าของสายตาคู่นั้นนัยน์ตาที่เหม่อลอยของเขาก็แข็งกร้าวขึ้นมาทันทีเมื่อได้สบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทที่กำลังจับจ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตาพร้อมกับร่างอันซูบผอมของคนที่เขารังเกียจนั่นค่อยๆสาวเท้าเข้ามาใกล้....

 


“นึกแล้วเชียวว่าต้องเจอเธอที่นี่.....”


 

“.....”


 

น้ำเสียงที่เขาไม่อยากได้ยินเอ่ยทักราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่เขาเป็นฝ่ายขบกรามแน่นเพื่อข่มสติไม่ให้เผลอพลั้งมือฆ่าคนตรงหน้าไปเสียก่อน


 

“ชู่ว....อย่าปล่อยจิตสังหารขนาดนั้นสิ คนอื่นหันมามองกันหมดแล้วเห็นมั้ย?”


 

“มีธุระอะไร...?”



เขาเอ่ยถามห้วนๆพลางหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจหากแต่ก็ถูกตอบกลับด้วยรอยยิ้มยียวนที่ฉาบอยู่บนใบหน้าซีดเซียวนั่น


 

 “ก็แค่จะมาชวนคุยเฉยๆน่ะ.... ว่าไง? สนใจย้ายที่กันหน่อยมั้ย?”


 

“ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย?”

 


“แหม...จะให้คุยตรงนี้มันก็ได้อยู่หรอก แต่กลัวว่าถ้าพูดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ออกไปแล้วเธอจะลำบากใจเอาน่ะสิ


 

“แก...?!


 

เขาถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างเคียดแค้น หากแต่โมอิกลับเป็นฝ่ายเดินนำเขาออกจากย่านการค้าไปยังทางที่มุ่งสู่สวนสาธารณะที่มีผู้คนบางตาพร้อมพยักพเยิดให้เขาเป็นฝ่ายตามไป


 

“มีอะไรก็ว่ามา...”


 

เขากล่าวขึ้นอย่างตัดบทขณะคอยเว้นระยะห่างจากบุคคลตรงหน้าพร้อมกับจับตาดูท่าทีของอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง

 


“เอ้านี่.....”


 

ห่อกระดาษสีขาวถูกยื่นมาให้เบื้องหน้าขณะที่ปลายนิ้วของเขาเผลอยกขึ้นมาจ่ออยู่ที่กระเป๋าเก็บมีดสั้นของตนด้วยสัญชาตญาณ เมื่อเห็นดังนั้นริมฝีปากซีดเซียวนั่นจึงยกรอยยิ้มยียวนขึ้นมาอีกครั้ง


 

“ไม่ต้องระแวงขนาดนั้นก็ได้น่า นินจาแพทย์ฝึกหัดอย่างฉันเล่นงานโจนินฝีมือระดับเธอตรงๆไม่ได้หรอก เอ้า รับไปสิ”


 

ห่อกระดาษสีขาวในมือถูกโยนมาให้ในขณะที่เขาใช้ฝ่ามือรับมันได้อย่างแม่นยำ จากน้ำหนักของมันทำให้เดาสิ่งที่อยู่ข้างในได้ไม่ยากแต่เพราะความเคลือบแคลงจึงทำให้เขาเป็นฝ่ายเอ่ยถามออกไป


 

“นี่อะไร....?”


 

“เสบียงของเธอไงล่ะ...สบายใจได้นี่เป็นแค่ยานอนหลับธรรมดาไม่ได้ผสมอะไรแปลกๆลงไปเหมือนกับตอนนั้นหรอก”


 

นัยน์ตาของเขาแข็งกร้าวขึ้นอีกครั้งเมื่อเรื่องใน ตอนนั้นถูกยกขึ้นมาพูดถึงโดยคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องน่ารังเกียจทั้งหมด หากแต่ดูเหมือนว่าท่าทีต่อต้านของเขานั้นกลับทำให้อีกฝ่ายยกยิ้มออกมาอย่างพอใจ


 

“หืม? ดูท่าว่าเธอยังไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับเรื่องของเราสินะ”


 

“งั้นก็แปลว่าอาจารย์สุดที่รักของเธอยังไม่รู้เรื่องนี้ล่ะสิ? ไม่สิ... ตอนนี้ต้องเรียกว่าท่านรุ่นสี่แล้วสินะ?”


 

“.....”


 

รอยยิ้มเหยียดถูกวาดขึ้นบนริมฝีปากซีดยามที่เห็นว่าเขาเป็นฝ่ายเงียบไปก่อนนัยน์ตาสีดำสนิทที่วาววับราวกับงูพิษนั่นจะจ้องมองมาราวกับอ่านใจของเขาออก...


 

“แย่เลยนะคงเหงาน่าดูเลยสิ.... ถ้าเป็นอาจารย์กับลูกศิษย์ล่ะก็คงพอจะยังอยู่ข้างๆกันได้แต่ถ้าเป็นโฮคาเงะล่ะก็คงหมดสิทธิ์ล่ะนะ.....”


 

น้ำเสียงเย้ยหยันที่ถูกแอบซ่อนอยู่ในถ้อยคำที่ราวกับเห็นอกเห็นใจนั่นถูกส่งมาให้เขาพร้อมกับร่างซูบเซียวที่ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้....


 

“พอทางนั้นกลายเป็นโฮคาเงะไปแล้วเธอก็เป็นได้แค่โจนินในสังกัดธรรมดาๆคนหนึ่ง....น่าเศร้าเนอะว่ามั้ย?”


 

“ฉันไม่ได้คิดเรื่องแบบนั้น....”

 


เขาเอ่ยปฏิเสธออกไปด้วยท่าทีเย็นชาหากแต่น้ำเสียงทุ้มต่ำนั่นกลับเอ่ยแทรกขึ้นมาราวกับเฝ้ารอจังหวะนั้นอยู่แล้ว


 

“อย่าโกหกไปเลยน่า....ถ้าเธอไม่ได้คิดแบบนั้นจริงก็คงไม่เผลอครางชื่ออาจารย์ออกมาตอนถูกฉันกอดหรอก


 

“...?!


 

“ว่าแต่ยานั่นสุดยอดไปเลยว่ามั้ย? ถึงขนาดทำให้เธอเห็นคนอย่างฉันเป็นท่านรุ่นสี่ได้น่ะ”


 

แม้สมองของเขาจะพยายามอย่างหนักเพื่อค้นหาถ้อยคำมาปฏิเสธคำพูดนั่นหากแต่เขารู้ดีว่าทั้งหมดนั้นคือความจริง ทั้งความทรงจำอันเลวร้ายที่อยากจะลบทิ้งยังไงก็ไม่สามารถลบออกไปได้ และภาพของตัวเขาที่บิดเร่าอยู่บนฟูกนั่นพร้อมเอ่ยเรียกชื่อของคนคนนั้นออกมาราวกับเสียสติ.....



ทั้งหมดนั่น......คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง.........



 

“ไหนๆก็ไหนๆแล้ว.....ถ้าขาดอาจารย์แล้วเหงาขนาดนั้นล่ะก็ ให้ฉันกอดปลอบให้เอามั้ยล่ะ...?


 

“อย่ามาล้อเล่นนะ!”



เขาเผลอตวาดออกไปเสียงดังจนคนที่อยู่ในบริเวณนั้นหันมามองหากแต่นั่นไม่ได้ทำให้รอยยิ้มร้ายเลือนหายไปจากใบหน้าซีดเซียวแม้แต่น้อย....

 


ไม่ได้ล้อเล่นซะหน่อย....ถ้าใช้ยานั่นล่ะก็จะให้เธอฝันดีซักกี่ครั้งก็ยังได้นะ?" 



"พอได้แล้ว...."



"ตัวอย่างเช่น....ฝันว่าได้อยู่กับคนคนนั้นยังไงล่ะ....?"



"หยุดพูดซะที....."



"ยังไงซะ....เธอเองก็อยากได้ใครสักคนมาคอยอยู่ข้างๆอยู่แล้วไม่ใช่หรอ...?



"....."


 

ฝ่ามืออันซีดเซียวนั่นถูกยื่นมาข้างหน้าในขณะที่นัยน์ตาสีดำสนิทสบมองเขาด้วยแววตาที่เรียบนิ่งราวกับหุบเหวลึกที่หากว่าเผลอพลาดพลั้งตกลงไปแล้วจะไม่มีวันกลับขึ้นมาได้อีก.....

 


“มาสิ.....ทั้งความเจ็บปวดทั้งความเหงานั่นฉันจะช่วยลบมันให้เอง.......”

 


..................................................

 

....................





ชายเสื้อคลุมสีขาวพลิ้วไหวไปตามทางโถงเดินอันมืดสลัวของอาคารลับที่เป็นที่ตั้งของศูนย์บัญชาการหน่วยลับแห่งโคโนฮะงาคุเระ เส้นผมสีทองกระจ่างอันเป็นเอกลักษณ์สะท้อนกับแสงไฟสลัวจนเกิดประกายสีหม่น ก่อนแผ่นหลังที่ถูกประดับด้วยตัวอักษรสีแดงเข้มที่ถูกปักเรียงลงมาเป็นคำว่า 'โฮคาเงะรุ่นที่สี่' จะหยุดลงที่ด้านหน้าของห้องหนึ่งซึ่งอยู่ด้านในสุดของทางเดินนั้น....



"กำลังรออยู่เลยครับท่านรุ่นที่สี่..."



เสียงเอ่ยทักดังขึ้นจากชายผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในหน่วยลับ ใบหน้าที่ถูกแอบซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากหันไปจับจ้องผู้บังคับบัญชาคนใหม่ของตนก่อนจะยื่นเอกสารที่ได้รับมอบหมายไปให้



"นี่เป็นข้อมูลของหน่วยลับที่ฉันขอไปเมื่อคราวที่แล้วสินะ?"



"ใช่แล้วครับ...ผมรวบรวมข้อมูลจากสมัยของท่านรุ่นสามเอาไว้ด้วยเผื่อมีเรื่องที่คุณจำเป็นต้องรู้"



"อืม ขอบใจนะ...."



ฝ่ามือเรียวนั่นพลิกดูเอกสารในมืออย่างคร่าวๆ ขณะที่ชายผู้เป็นหัวหน้าหน่วยลับมีท่าทีลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนตัดสินใจเอ่ยสิ่งที่ตนคิดออกไป



"ขออนุญาตนะครับท่านโฮคาเงะ...."



"หืม?"



"ถ้าคุณอยากได้เอกสารเพิ่มเติมล่ะก็ผมจะให้คนในหน่วยเป็นคนเอาไปให้ แต่ถ้าว่ากันตามตรงแล้วคนระดับคุณไม่จำเป็นต้องมาเอาเอกสารนี่ด้วยตัวเองเลยนี่ครับ?"



นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างเงยขึ้นมาสบมองชายตรงหน้าด้วยแววประหลาดใจเล็กน้อยก่อนริมฝีปากอิ่มจะคลี่รอยยิ้มเล็กๆที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลายลง



"ไม่หรอก ฉันว่าจะแวะมาดูเอกสารลับบางฉบับด้วยน่ะ แล้วก็.....มีเรื่องอยากจะปรึกษากับคุณที่เป็นหัวหน้าของหน่วยลับเป็นการส่วนตัวด้วย"



ฉับพลันรอยยิ้มเล็กๆนั้นก็เลือนหายไปจากใบหน้าคมคายนั่นพร้อมกับนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างที่สบมองมาอย่างจริงจังราวกับจะบ่งบอกให้รู้ว่าเรื่องที่กำลังจะกล่าวนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างไม่ต้องสงสัย....



"มีเรื่องที่จะปรึกษาผมงั้นหรอครับ....?"



"อืม เรื่องของเด็กคนนั้นน่ะ....."



น้ำเสียงทุ้มนั้นเอ่ยออกมาสั้นๆแต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ชายตรงหน้าเดาได้ไม่ยากว่าผู้บังคับบัญชาของเขากำลังหมายถึงใคร......



"ฮาตาเกะ คาคาชิสินะครับ....?"




...........................................................



........




◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇


let's talk! 

ก่อนอื่นต้องขอโทษนักอ่านทุกคนอีกครั้งกับความล่าช้าในครั้งนี้ ขอโทษด้วยจริงๆค่ะ <(_ _)> (โค้งติดพื้น) ยิ่งพอได้อ่านคอมเม้นต์ให้กำลังใจจากนักอ่านหลายๆท่านก็ยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีก ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่อุตส่าห์รออ่านฟิคป่วยๆเรื่องนี้นะคะ (ร้อง) ในส่วนของเนื้อเรื่องในตอนนี้ค่อนข้างมีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นพอสมควร เลยมีซีนตัดไปตัดมาค่อนข้างบ่อย อ่านแล้วรู้สึกงงกันรึเปล่าคะ? ( ' ' )? ถ้าสับสนตรงไหนก็บอกมาได้เลยนะคะ

สุดท้ายนี้ ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคยาวเรื่องแรกในของไรท์ อาจจะมีส่วนที่ต้องแก้ไขอยู่(เยอะ)บ้าง ยังไงก็ขอฝากตัวกับนักอ่านทุกท่านอีกครั้งด้วยนะคะ m( _ _ )m



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

102 ความคิดเห็น

  1. #90 Sherlook207 (@sila-kawaichi8) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 21:36

    เจ้าบ้านั่น!!! มันทำคาคาชิ!!! ว๊ากกกกกกกกกก //ล้มโต๊ะ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-04.png

    #90
    0
  2. #70 namzaaloha (@namzaaloha) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 08:02
    คาคาชิคุงหนูลูก ไม่จริงใช่มั๊ยยยยยยยย จิร้องไห้////จะฆ่าม้านนนนน บังอาจมาก!!!
    #70
    1
    • #70-1 Natsumi-69 (@Natsumi-69) (จากตอนที่ 8)
      4 พฤศจิกายน 2561 / 22:04
      ใจเย็นๆนะคะ พระเอก(?)กำลังจะมาแล้ว /โบกพัด
      #70-1
  3. #63 Rinajang (@patsamon01) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 01:48

    ไม่งงค่ะ ไม่งงเลยเเต่ฮื่อ... บ้าเอ้ย บ้าจริง คาคาชิอ่ะๆ อืม... พูดไม่ถูกเลยค่ะ ทำร้ายกันได้ลงคออ่ะไรด์;;-;;;;;

    #63
    1
    • #63-1 Natsumi-69 (@Natsumi-69) (จากตอนที่ 8)
      4 พฤศจิกายน 2561 / 21:42
      ระ...ไรท์ผิดไปแล้วค่ะ...... /ส่งมินาโตะไปยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
      #63-1
  4. #31 Arashi no Hime (@Narahime) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 17:00
    คาคาชิโดนเปิด...โดนแล้วจริงนะเหรอ!!!!!!!//ล้มโต๊ะ!
    #31
    1
    • #31-1 Natsumi-69 (@Natsumi-69) (จากตอนที่ 8)
      13 มิถุนายน 2561 / 20:58
      แง /กลิ้งหลบโต๊ะ

      คุณ Arashi no Hime อย่าทำอะไรเราเลยนะคะ~! /วิ่งไปหลบหลังมินาโตะ
      #31-1
  5. #28 คนโรยเกลือ (@voranan46) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:09
    ว้ากกกกก อยากตื้บม้านนนน กล้าดียังไงย่ะ!!!! แม่จิฆ่าม้านนนน อุว้ากกกกกกก
    #28
    1
    • #28-1 Natsumi-69 (@Natsumi-69) (จากตอนที่ 8)
      4 มิถุนายน 2561 / 21:35
      /เดินไปแปะมือกับคุณคนโรยเกลือ เราไปฝึกกระสุวงจักรกันดีมั้ยคะ?
      #28-1