พี่ติวยุนกิ [BTS: KOOKGA]

ตอนที่ 12 : Chapter 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3645
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    27 ธ.ค. 60







#พี่ติวยุนกิ

12




หลังโดนสั่งพักมือสองสัปดาห์ ผลเป็นที่น่าพอใจเพราะจอนจองกุกขยันอ่านหนังสือขึ้นหลายเท่า ถามอะไรก็พอจะตอบได้คล่องขึ้นแม่นยำขึ้นเรื่อยๆ ถึงจะยังจำเนื้อหาเชิงลึกได้ไม่หมดแต่ก็น่าจะพอมีความรู้ไปเข้าห้องสอบแบบผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำสบายๆ ยิ่งวันเสาร์ที่โดนงดเรียนก็ยังงอแงบอกอยากมานั่งอ่านหนังสือด้วย ก็ต้องย้ายคอมไปนั่งทำงานที่ร้านพี่จินอยู่ดี



นั่นแหละ อ่านไปกินไป แดกดุเหมือนอดอยาก



ก็เข้าใจว่าถ้าใช้สมองจะอยากกินน้ำตาล แต่ก็ไม่ใช่กับปังเย็นสองถ้วยมั้ยล่ะ เค้กแมคคาเดเมียอีกครึ่งชิ้น



ช่วงนี้เป็นช่วงมหาวิทยาลัยปิดเทอม เพราะอย่างนั้นยุนกิถึงยุ่งหัวหมุนอยู่กับการฝึกงาน นับตามจริงคือไม่วุ่นวายเท่าการทำโปรเจคส่งหรอกแต่ก็สูบพลังงานชีวิตพอสมควร อย่างไรเสียตำแหน่งก็แค่เด็กมาทดลองหาประสบการณ์ หน้าที่ที่ได้รับจึงไม่เกินจากขอบเขตงานเบื้องต้นเท่าไหร่... ในช่วงสัปดาห์แรกน่ะนะ หลังจากนั้นก็ถาโถมเหมือนชีวิตจะหาไม่



ยุนกิยกกาแฟขึ้นจิบ ในหัววนเวียนอยู่กับเรื่องฝึกงานที่ดันลงไปเสียเต็มเวลาเกือบสองเดือน นี่ก็เหลืออีกไม่กี่วันจะครบกำหนด คิดว่าน่าจะผ่านแบบไม่มีปัญหาอะไรเพราะพี่เลี้ยงก็ดูจะแฮปปี้ดี พอนับนิ้วไปมาถึงตาเหลือกว่าอีกไม่ถึงสามเดือนจะถึงวันสอบของเจ้าเด็กกระต่ายยักษ์ เลยรีบเปิดเว็บของมหาวิทยาลัย แน่นอนว่ารายละเอียดคร่าวๆ ขึ้นมาหมดแล้ว



“จองกุก”



“ครับพี่”



พี่ติวตัวขาวจั๊วะชี้ไปที่จอคอมพิวเตอร์บนตักตัวเอง “ดูรายละเอียดเรื่องสมัครสอบรึยัง” 



เสียงเก้าอี้เลื่อนครืดคราดดังอยู่ไม่ไกล ครู่เดียวเจ้าเด็กม.หกก็ยื่นหน้ามาดู กลิ่นแชมพูแบบเดียวกับที่เขาใช้ลอยเตะจมูกแทบจะทันที ยุนกิยกมือขึ้นเล่นผมมันนิดหน่อย พอเหลือบตามองบนเตียงส่วนที่มันนอนเมื่อคืนก็ชักมือกลับแบบอัตโนมัติ 



มันละสายตาจากจอคอม เอียงคอกลับมาถาม “หยุดทำไมอะครับ กำลังเพลินเลย”



ได้แต่ถอนหายใจแล้วคีบหัวให้กลับไปมองจอเหมือนเดิม มือก็นวดๆ เกาๆ กะโหลกให้ ลามมาถึงบีบนวดต้นคอ ไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่าอ่านอยู่รึเปล่าแต่จากการไถหน้าจอลงไปเรื่อยๆ ก็คงมีเข้าสมองบ้างมั้ง 



“อ่านดีๆ อย่าลืมสมัครล่ะ”



“ครับ ผมขอพวกใบเกรดกับใบรับรองไปแล้ว เอกสารก็กรอกแล้วด้วย” จองกุกหันมายิ้มกว้าง เพราะเพื่อนในกลุ่มก็อยากเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันเลยสลับเข้าไปเช็ครายละเอียดเป็นระยะ ยิ่งเดี๋ยวนี้ช่องทางติดตามมันง่าย ประกาศปุ๊ปเห็นปั๊ปเป็นอันว่าวิ่งโร่ไปฝ่ายทะเบียนของโรงเรียนกันจนล้นห้อง



“ดี แล้วเพื่อนที่อยากเข้าสถาปัตย์เป็นไงบ้าง เรียนถึงไหนแล้ว”



คนเด็กกว่ามุ่นคิ้ว “ทำไมเหรอครับ”



“เปล่านี่ ถามเฉยๆ ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร”



“อ่า... ผมก็ไม่ค่อยเห็นงานมันหรอก แต่ก็ดูแฮปปี้ดี ไม่น่ามีปัญหาอะไร” กระต่ายยักษ์เดินกลับไปนั่งประจำที่ตัวเอง หยิบดินสอขึ้นมาลงมือวาดต่อจากที่ทำค้างไว้ หลังจากเจ็บนิ้วก็ผ่านไปราวสองเดือน แน่นอนว่าเขากลับมาวาดได้แบบติดขัดนิดหน่อยในวันแรก แต่พอผ่านมาถึงตอนนี้ก็โดนยัดโจทย์ให้ยากขึ้นเรื่อยๆ จนหัวหมุนไปหมด



ฟอยล์ห่ออาหารยับเป็นสิ่งที่นรกที่สุดยิ่งกว่าขวดแก้ว ตอนวาดอันแรกเผลอทำหน้าไม่เต็มใจเรียน เลยโดนซ้ำเพิ่มอีกรอบบอกว่าหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ไม่ชอบอะไรก็ต้องทำจนกว่าจะได้ ส่วนที่เหลือก็พวกขวดน้ำหรืออะไรที่ใกล้เคียงข้อสอบเก่าของปีก่อนๆ



วันอาทิตย์ที่แล้วได้ฝึกวาดหน้าคน เมื่อวานก็ซ้ำอีกรอบ มาตอนนี้โดนจับเวลาซ้อมทำข้อสอบสองโจทย์ ทั้งจัดหุ่นเองและกำหนดอุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้อย่างสีโปสเตอร์ มินยุนกิยื่นกระปุกแม่สีกับขาวดำให้พร้อมรอยยิ้มใจดี คนเรียนก็รับมางงๆ แล้วตาแทบถลนตอนโดนริบถาดสีทั้งหมดไป



‘ต้องผสมสีเองให้เป็น และเร็วด้วย’



เขาว่างั้นน่ะ...



ก็ไม่ขัดหรอกเพราะเป็นความจริง ก่อนหน้านี้เขาก็โดนเอ็ดเรื่องขี้เกียจมาแล้ว เลยใช้วิธีหาถาดที่เป็นหลุมสี่เหลี่ยมเยอะๆ แล้วผสมทิ้งเอาไว้เลยแยกตามโทน พอต้องมานั่งผสมเองใหม่จากแม่สีเพียวๆ ก็เหงื่อตกใช่ย่อย



เอาเป็นว่า... ทำตามพี่ยุนกิแล้วชีวิตจะดีเอง



∞  ∞  ∞






หลังสมัครสอบและจ่ายเงินเรียบร้อย จนประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าทดสอบทั้งหมดหลายหน้ากระดาษ ยุนกิคิดว่าเจ้าเด็กนี่มันกดดันตัวเองมากเกินไป ถึงจะบอกว่าให้มาค้างได้แค่คืนวันเสาร์ แต่เอาเข้าจริงมันก็ส่งรูปงานใหม่มาให้ดูแทบทุกวันอยู่ดี นี่มันอาการหนักกว่าคนที่แล้วพอสมควรเลยทั้งที่งานก็ดีกว่า พอนานวันเข้าเขากลัวว่าสุขภาพจะพังจนล้มป่วยน่ะสิ



อย่างเช่นตอนนี้...



เสียงคนโก่งคออาเจียนดังอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ ยุนกิยืนเม้มปากขมวดคิ้วมองเจ้าเด็กที่หมดสภาพอยู่ข้างชักโครก หน้าซีดปากซีดจนไม่รู้จะทำยังไง ตอนเช้าที่สะพายกระเป๋ากระดานเข้ามาก็เห็นอยู่หรอกว่าเดินเซๆ แล้วก็ท่าทางไม่สดชื่นเหมือนปกติ แต่ไม่คิดว่าพอกินข้าวกลางวันเข้าไปได้ไม่ถึงชั่วโมงก็ยกมืออุดปากตัวเอง วิ่งโครมครามปิดประตูห้องน้ำดังปัง



เจ้าของห้องก็ลนลานมือไม้สั่น ลุกพรวดจนโต๊ะเล็กๆ บนเตียงเกือบพัง เปิดตามเข้าไปเห็นสภาพแล้วก็พาลเครียดบอกไม่ถูก ปกติเจ้าเด็กนี่ถึงจะขี้อายแต่ก็ร่าเริงชอบหยอดชอบกวนประสาท ตอนนี้นั่งคอพับคออ่อนอยู่บนพื้น



พอเห็นแบบนั้นก็รีบไปหาแก้วมารองน้ำให้บ้วนปาก กดชักโครกทิ้งไปให้เรียบร้อย เอื้อมมือคว้าทิชชูชุบน้ำมาเช็ดคางเช็ดคอให้ ตามด้วยนั่งยองๆ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำแปะๆ ตามกรอบหน้า 



ตกใจซ้ำสองก็ตอนมันเลือดกำเดาไหล



“ไหวปะเนี่ย ไปนอนไป”



มันพยายามยิ้มแห้งๆ จับทั้งมือคนดูแลทั้งกระดาษทิชชู ซับๆ เลือดพอเป็นพิธี “ไหวครับ”



“ยกแขน” ยุนกิถอนหายใจ จับชายเสื้อคนป่วยแล้วถลกออกให้ทางหัว หยิบผ้าข้างๆ มาเช็ดคอให้อีกรอบจนมั่นใจว่าสะอาดก่อนค่อยหยิบเสื้อยืดตัวใหม่มาสวมเปลี่ยนให้ ส่วนที่เปื้อนก็โยนลงกะละมังแล้วเปิดน้ำแช่ผงซักฟอกไว้ก่อน ถ้าอาการดีขึ้นคงให้มาซักเอง แต่ถ้าไม่ก็คงไม่พ้นหน้าที่เขาอีกนั่นแหละ 



โคตรเกินหน้าที่



ราวๆ ห้านาทีจองกุกก็เดินกลับมานั่งที่ปลายเตียง ตาเบลอๆ นิดหน่อยแต่เริ่มมีเลือดฝาดกลับมาบ้างแล้ว มือทั้งสองข้างก็รับน้ำเปล่าที่พี่ติวยื่นมาจ่อปาก “ขอบคุณครับ”



“เออ ดูแลตัวเองด้วย ไม่ต้องเครียดมาก”



รอยยิ้มซื่อๆ กลับมาอีกครั้ง “โห่พี่ เรื่องแบบนี้มันห้ามได้ที่ไหน”



เออ ก็ใช่



“เอาเป็นว่าอย่าป่วยแล้วกัน ไม่เอาแบบตะกี้แล้วนะ” มินยุนกิยกมือขยี้หัวเด็กติวไปถอนหายใจไป อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองน่าจะอายุสั้นไปหลายปีเพราะช็อกกับเหตุการณ์เมื่อครู่ เลยบ่นอุบอิบเพลางเดินไปเปิดพัดลมระบายอากาศในห้องน้ำก่อนค่อยทิ้งตัวนั่งข้างๆ 



จัดการใช้หลังมือวัดไข้ให้เสร็จสรรพ แตะทั้งหน้าผากทั้งแก้ม ไม่ทันได้สนใจคนที่นั่งเกร็งตัวแข็งทื่อ “ดีขึ้นยัง”



“โอเคแล้วครับ อ้วกออกไปก็หายแล้ว”



…ฟังดูไม่ค่อยดี



“เครียดอะไร”



จองกุกเงียบกริบไปหลายวิ ไม่ใช่ว่าเมินหรือไม่อยากพูดหรอก เพราะสีหน้าคิดแล้วคิดอีกของมันแสดงออกชัดมากพอว่าพยายามหาคำตอบอยู่ “ก็น่าจะกลัวไม่ติดมั้งครับ แล้วก็ช่วงนี้ไม่ได้ไปไหนเลย นั่งอ่านหนังสือกับฝึกวาดตลอด”



ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเหมือนคนบ้าจริงๆ นั่นแหละ เขาพยายามทำทุกอย่างทั้งที่แม่พยายามบอกให้พักผ่อนบ้าง แต่ก็เหมือนตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้วว่ายังไงก็อยากจะเข้าที่นี่สาขานี้ให้ได้ ไม่อยากทำให้ตัวเองผิดหวังที่ไม่ตั้งใจมากพอ ยิ่งกว่านั้นคือไม่อยากทำให้คนสอนมาตั้งแต่วิธีเหลาดินสอต้องลำบากใจ



ถ้าไม่ติด คงไม่กล้าติดต่อหาอีก



นักศึกษาปีสามขึ้นปีสี่คนนี้น่ะทั้งขยันและบ้างาน พอเก่งอยู่แล้วก็เลยชื่อติดโผอยู่อันดับต้นๆ ตลอด เขาก็อยากจะเก่งแบบนั้นบ้างเลยพยายามวิ่งไล่ตามให้ทัน รู้อยู่หรอกว่าประสบการณ์ที่ห่างกันสี่ปีน่ะมันเยอะ แต่พอเห็นพี่คนนี้ตั้งใจทำงานแทบตลอดเวลา อดหลับอดนอนตาโหลก็ซึมซับมาไม่รู้ตัว



มันไม่ใช่แค่ชอบในฐานะรักๆ ใคร่ๆ แต่เขามองเป็นทั้งต้นแบบและเป้าหมาย



ถ้าคนคนนี้ชอบอยู่บ้านทำงาน เขาก็คิดว่าตัวเองจะทำได้ กะอีแค่การหมกตัวอ่านหนังสือในห้องน่ะเรื่องธรรมดาไม่ใช่รึไง เด็กเตรียมสอบส่วนมากก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น



จนกระทั่งได้ยินเสียงถอนหายใจ



“ไปเที่ยวกัน”



…อ่าว



จองกุกขมวดคิ้ว 



เงยหน้าอีกทีคือพี่ตัวขาวคว้าเสื้อยืดสีขาวมาเปลี่ยนเรียบร้อย จากกางเกงบาสก็ถอดแล้วพาดไว้แถวๆ นั้น คว้าเอายีนส์ฟอกสีมาสวมแทนจนดูสว่างไปทั้งตัว ทิ้งให้คนดูได้แต่ยืนงงว่าอะไรคือการชวนออกไปเที่ยว สายตาก็จับจ้องอยู่กับขาที่เผลอตัวมองบ่อยๆ เวลาอีกฝ่ายสวมบ็อกเซอร์นั่งขัดสมาธิบนเตียง “เอ่อ ตะกี้ว่าไงนะครับ เที่ยว?”



“ใช่ เที่ยว”



“แล้ว...ไม่ต้องวาด? เรียน? วันนี้ผมไม่ค้างนะครับ?”



ยุนกิฉีกยิ้มยิงฟัน ตบกระเป๋าผ้าตัวเองสองสามทีเป็นเชิงว่าพร้อมไปแล้ว “เครียดก็ต้องพักสมอง ขืนอยู่แต่ในห้องทั้งวันทั้งคืนก็เฉาตายพอดี งานก็จะไม่ดีตามไปด้วย เดินเล่นซักสองสามชั่วโมงไม่เป็นไรหรอก”



…เหมือนไอ้ที่คิดไว้ก่อนหน้านี้พังหมด



“แต่ผม...ไม่เคยเห็นพี่ไปเที่ยวเลยนะครับ?”



งวดนี้คนฟังทำหน้าเหวอ “ไปดิ ก็มีเดินเล่นบ้าง ไปกินข้าวห้องกีฮยอน แค่ตอนเราอยู่พี่ก็ต้องสอน จะให้หนีไปได้ไง” พูดไปมือก็เขย่ากุญแจห้องไป ร้อนถึงจองกุกที่รีบคว้าโทรศัพท์ ส่วนกระเป๋าเงินก็หย่อนลงกระเป๋าพี่แล้วแย่งมาถือเองเสร็จสรรพ 



หลังจากอาเจียนออกไปหมดท้องก็เริ่มหิวขึ้นมานิดหน่อย ขอแวะร้านสะดวกซื้อแล้วสั่งแซนด์วิชมากินพอประทังชีวิต เคี้ยวอยู่ไม่ถึงห้านาทีก็หมดชิ้น เป็นอันเข้าใจได้ว่ากินเร็วเคี้ยวเร็ว แถมเวลาเคี้ยวยังแก้มตุ่ยฟันกระต่ายเหมือนเด็กน้อยไม่มีผิด



ขึ้นรถไฟฟ้าไปไม่กี่สถานีก็ถึงย่านเดินเที่ยว แต่จะเข้าไปนั่งกินเค้กกินขนมในร้านเดิมก็เกรงจะน่าเบื่อไปหน่อย ยุนกิเลยหันซ้ายหันขวาหาอะไรก็ตามที่น่าสนใจ สุดท้ายก็ต้องกลับมาถามอยู่ดี



“จองกุก อยากไปไหนรึเปล่า”



“แล้วแต่พี่เลยครับ”



จริงๆ ก็พอมีอยู่บ้าง แต่เหมือนยังตั้งตัวไม่ทันมากกว่า ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาน่ะตั้งอกตั้งใจทำงานเต็มที่ กะว่าจะเก็บพอร์ทให้ได้เยอะๆ บ้างล่ะ อยากสอบให้ติดแบบคะแนนสวยๆ เหมือนคนสอนบ้างล่ะ แค่อ้วกก็ทำให้มึนพอแล้ว นี่ยังโดนลากออกมาเดินเที่ยวอีกก็ไม่รู้ว่าต้องตั้งสติยังไง




มือขาวจัดยกมาแตะวัดไข้อีกครั้ง ถามย้ำว่าไหวรึเปล่าทั้งที่จับแขนลากเลี้ยวทางนู้นทีทางนี้ที เปิดประตูเข้าร้านอะไรก็ไม่รู้ยังไม่ทันได้อ่านป้ายชื่อด้วยซ้ำ แถมแอลกอฮอล์ล้างมือยังถูกป้ายมาให้แบบไม่ต้องออกแรงกดเองซักนิด บริการถูๆ ล้างให้ม้วนเดียวจบ



“สองคนครับ”



เมนูถูกยื่นมาให้ ยุนกิเหลือบตามองคนที่ยังท่าทางเบลอๆ อยู่ก็ตัดสินใจสั่งทั้งของกินเล่นกับเครื่องดื่มที่เจ้าตัวชอบให้เสร็จสรรพ ส่วนของตัวเองก็เปลี่ยนจากกาแฟเป็นโซดาให้สดชื่นแทน หลังยื่นเงินจ่ายเสร็จก็รับใบเสร็จกับหมายเลขโต๊ะ คว้าแขนเสื้อแล้วลากให้เดินขึ้นไปชั้นบน



สีหน้าทั้งงุนงงทั้งอมทุกข์ของเด็กเตรียมสอบดูจะดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองซ้ายมองขวาระลึกชาติได้ว่าตัวเองอยู่ส่วนไหนของประเทศ พอทิ้งตัวลงนั่งกับโต๊ะตัวเล็กเสร็จก็หันกลับมามองคนพี่ที่ไม่รู้วันนี้อารมณ์ดีมาจากไหน ก้นยังไม่ทันแตะเบาะก็คุกเข่าหยิบของเล่นแมวมาแกว่งๆ พร้อมรอยยิ้มสดใสที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา



น่ารัก



ชั้นแรกของร้านจะเป็นเคาท์เตอร์กับครัวสำหรับทำอาหารเครื่องดื่ม พอขึ้นมาชั้นสองถึงมีโต๊ะตั้งกับเบาะนุ่มๆ กำแพงกับบันไดร้านจะมีทางเดินหรือที่นอนสำหรับแมวติดทั่วไปหมด แม้จะคนเยอะจนที่นั่งเกือบเต็มแต่ส่วนมากก็ไม่อยู่ติดโต๊ะกันเท่าไหร่นัก มีแต่ถือกล้องเดินถ่ายรูปแมวที่เล่นบ้างนอนบ้าง



สำคัญที่สุดคือมีทั้งแมวและลูกหมา จะบอกว่าเหมือนตัดขาดจากโลกภายนอกก็ไม่ผิดนัก



ถึงยุนกิจะบอกว่ามาเพื่อคลายเครียด ผ่อนคลาย สำหรับคนชอบสัตว์ก็คงจะเป็นแบบนั้นนั่นแหละ ขอแค่ได้เล่นได้จับขนนุ่มๆ ฟูๆ ก็เป็นการชาร์จแบตให้ตัวเอง แต่สำหรับเขา...การนั่งมองพี่ติวยิ้มไปเล่นกับแมวไปน่าจะได้ผลมากกว่า



ปกติจะเห็นแต่โหมดนั่งทำงาน หน้าเครียด สโลว์ไลฟ์กลิ้งไปกลิ้งมาไม่ค่อยขยับตัว พอมาเจอโหมดลัลล้ายิ้มกว้างๆ เสียงสองเสียงสามใส่หมาแมวก็แปลกตาใช่เล่น เหมือนมากับน้องมากกว่าคนแก่กว่าสี่ปี



จอนจองกุกเท้าคางมองคนที่ดูจะเข้ากับสัตว์ได้มากกว่ามนุษย์ด้วยกัน ถึงจะไม่ได้อุ้มเพราะเป็นกฏระเบียบของทางร้าน แต่การที่แมวขนปุยกระโจนขึ้นบนตักซ้ำยังมีตัวอื่นรุมเล่นของเล่นนี่ก็เหมือนหัวหน้าแมวมากกว่าจะเป็นคน ...คิดแล้วก็แอบยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปไว้ดูเล่นเวลาเครียด



ไม่ลืมแอบเบะปากใส่สัตว์โลกน่ารักไปหนึ่งที



ได้นอนตักยุนกิเนี่ยจำเป็นต้องหลับตาพริ้มขนาดนั้นเลยรึไง



“ไม่ชอบเหรอ? หน้างอแงมาก”



“อ๋อ เปล่าครับ ชอบๆ แค่ยังมึนอยู่นิดหน่อย”



มือทั้งสองข้างถูกยกมาโบกปัดๆ แล้วเอื้อมไปลูบหัวเกาคางตัวที่เดินมาทิ้งตัวนอนฟุบข้างๆ ถามว่าชอบมั้ยก็ชอบ ปกติรักทั้งหมาทั้งแมวอยู่แล้ว แค่จุดวางสายตาของวันนี้ไม่ใช่บรรดาสัตว์หน้าขนเสียหน่อย 



“จองกุกๆ” เสียงเรียกจากฝั่งตรงข้ามดังขึ้น เขาเลิกคิ้ว คลี่ยิ้มเชิงถาม ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือการแบมือกับพูดไปปากงุ้ยไป “ขอกล้องในกระเป๋าหน่อย ฟูจิ”



มินยุนกิท่าทางจะดี๊ด๊ามีความสุขกว่าทุกวัน เห็นแบบนั้นเขาก็หายเครียดไปด้วยอัตโนมัติ แค่มองเจ้าตัวดุ๊กดิ๊กขยับตัวทีละนิดหน่อยเพราะเกรงใจแมวขาวจั๊วะบนตักก็รู้สึกคุ้มแล้ว ขาวโพลนไปหมดทั้งเสื้อทั้งผิวแล้วยังมีสัตว์มาเป็นพร็อพเสริม จนเจ้าแมวขี้อ้อนลุกออกมานอนแหมะข้างๆ เขาแทนนั่นแหละ คนแก่กว่าถึงลุกไปเดินถ่ายรูปทั่วร้าน



ส่วนเขาก็ถ่ายยุนกิอีกที



มือขวากดชัตเตอร์ มือซ้ายจิ้มไก่ทอดเข้าปาก หยุดดูดไวท์มอลต์ปั่นเป็นพักๆ



ไม่มั่นใจว่ายุนกิรู้จักร้านนี้ได้ยังไง แต่ก็... ดีใจที่เจ้าตัวเลือกมากับเขาน่ะนะ



ผ่านไปราวสิบนาทีคนแก่กว่าถึงเดินกลับโต๊ะ ยื่นมือคว้าส้อมจิ้มไก่เข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยโหมดอารมณ์ดีสุดขีด ยิ้มกว้างให้แก้มกลมๆ ดันจนตาหยีไปหมด ยิ่งเห็นลูกแมววัยกำลังซนนอนอยู่บนตักจองกุกก็ยิ้มเยิ้มค้างไว้อย่างนั้น หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายแล้วถ่ายอีก “น่ารักอะ ตัวนี้น่ารักมากเลย”



ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยว่าสรุปพาเขามาหรือพาตัวเองมากันแน่



“โอเคมั้ยเนี่ย พี่ไม่น่าลากเรามาเลย ถ้าไม่ชอบรีบบอกนะ”



ถามทั้งๆ ที่ตัวเองดูมีความสุขขนาดนี้เนี่ยนะ “ถ้าพี่ชอบ ผมก็ชอบแหละครับ”



เลยโดนดีดหน้าผากดังปั้ก



“ไม่แพ้ขนสัตว์ใช่มั้ย”



“ไม่ครับๆ ไม่แพ้”



ยุนกิพยักหน้ากับตัวเอง คุ้นๆ ว่าตอนไปบ้านเด็กนี่น่ะเห็นชามข้าวชามน้ำวางอยู่ที่พื้นพร้อมเบาะนอน แต่ไม่เห็นตัวเลยไม่รู้ว่าไปหลบอยู่ไหน ได้แต่ทึกทักเอาเองว่าจองกุกน่าจะรักสัตว์... อันที่จริงก็ความผิดเขานั่นแหละ ตัวเองอยากมาด้วย แล้วก็เห็นว่าเด็กนี่ท่าทางซึมๆ เลยอยากพามาที่ที่เขาอยู่แล้วแฮปปี้ 



น่าจะถามย้ำอีกรอบก่อนจะได้ไม่นั่งจุ้มปุ้กทำตัวไม่ถูก



“เฮ้อ... โอเค คราวหลังพี่จะถามก่อนแล้วกัน ขอโทษที”



มือขาวจัดแทบจมหายไปกับขนแมวที่ปีนขึ้นโต๊ะ พี่ติวตัวน้อยดันให้มันกระโดดลงไปที่พื้นเหมือนเดิม สายตาแสดงออกชัดว่ารู้สึกไม่สบายใจทั้งที่คนมาด้วยก็นั่งมองเพลินๆ ดี “กลับเลยก็ได้นะ ถือน้ำออกไปด้วยก็ได้”



คนฟังหน้าเหวอ งวดนี้แหละรีบตะครุบแก้วโซดาไว้ไม่ให้หยิบออก “พี่ ผมชอบที่นี่จริงๆ นะครับ แค่นั่งกินอยู่เลยไม่ได้ลุกไปเล่น หัวโล่งขึ้นแล้วด้วย” พูดไปก็มองหน้าคนพี่ไป กะพริบตาปริบๆ ยิ้มยิงฟันใส่ มือก็ชี้ๆ ลงมาที่ลูกแมวบนตักตัวเองที่หลับปุ๋ยไปเรียบร้อยแล้ว “แล้วเจ้านี่ก็นอนอยู่ด้วย ไม่อยากขยับหรอกครับ”



มินยุนกิหรี่ตามอง ถ้ายืนยันขนาดนี้จะยอมเชื่อก็ได้ “ให้มันจริงเหอะ”



“ค้าบ มีพี่เต็มร้านขนาดนี้ทำไมจะไม่ชอบครับ”



น้ำผึ้งมะนาวโซดาแทบพ่นออกจากปาก ดีที่ตั้งสติทันเลยแค่สำลักค่อกแค่กนิดหน่อย “หมายความว่าไงวะ”



จองกุกแสร้งทำเป็นมองไปทางอื่น มือก็หยิบของเล่นมาสะบัดซ้ายขวา ผลคือมีแมวสก็อตติชโฟลด์จากอีกฝั่งวิ่งตุ้ยๆ มาตะครุบเสียเต็มรัก ปล่อยให้คู่สนทนานั่งทำหน้าหาเรื่องค้างอยู่อย่างนั้น



“อย่าเพิ่งเนียน ตอบมาก่อน”



“ก็ตามที่พูดแหละครับ”



ไอ้เด็กนี่...



“งั้นวันหลังไม่ต้องค้าง”



คำขู่สั้นๆ แต่ได้ผลเสมอ เพราะเด็กติวอ้าปากค้าง ทำหน้าเหมือนโดนโดนงดค่าขนมหรืออะไรทำนองนั้น มือที่จับส้อมจิ้มไก่ทอดอยู่ถึงกับเปลี้ยกะทันหัน วางลงบนจานแล้วเริ่มตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ “ก็ร้านนี้แมวขาวเยอะนี่ครับ พี่ตัวขาว ก็คล้ายๆ กันนั่นแหละ”



“คิดว่าพี่โง่?”



เจอกันวันแรกเป็นยังไง วันนี้ก็เหมือนเดิมเลยสิพับผ่า



“…พี่นิสัยเหมือนแมวนี่ครับ หน้าก็เหมือน” สีหน้าหงอยๆ ถูกงัดออกมาใช้เหมือนทุกที ก็ไม่เชิงว่าทำเป็นสลดหรอก แต่ก็พอเดาได้ว่าคนตรงหน้าจะใจอ่อนหรือยอมปล่อยผ่านกับเรื่องไหน ตราบใดที่ไม่ปีนเกลียวจัดๆ หรือทำตัวไร้มารยาทใส่ก็ไม่มีปัญหาอะไร รวมไปถึงห้ามดื้อแบบตอนเจ็บนิ้วด้วย



“ไม่เหมือน”



ยุนกิถลึงตาใส่ นิสัยเหมือนแมวนี่เหมือนจะดีแต่ก็ไม่ ผลคือเจ้าเด็กกระต่ายมองมานิ่งๆ แล้วค่อยยิ้มกว้าง ตากลมๆ ของมันยังระยิบระยับเหมือนทุกที 



     “เหมือนสิครับ ก็แมวน่ารัก”





กล้องถูกหยิบขึ้นจากโต๊ะพร้อมๆ กับเด็กปีสี่ที่ลุกพรวด เลือดไปเลี้ยงใบหูมากกว่าที่เคย ตีเนียนทำเป็นถ่ายแมวในร้านทั้งที่รูปหลุดโฟกัสแทบทุกรูป กดถ่ายอะไรไปบ้างก็ไม่รู้ ทิ้งให้คนเด็กกว่านั่งยิ้มจนตาหยี เท้าคางมองตามเสียเยิ้มไปทั้งหน้า



น่ารักจริงๆ นั่นแหละ









จองกุกกลับมาฟังคอมเม้นต์งานต่ออีกนิดหน่อยพอเป็นพิธี กว่าจะเดินเตร่กลับถึงห้องก็ปาไปเกือบห้าโมงเย็น ตอนแรกกะว่าจะไปแค่สองชั่วโมงแล้วกลับแต่ที่ไหนได้โดนลากไปซื้อกระดาษกับสีโปสเตอร์ขวดใหม่เพิ่ม ไม่รวมพู่กันอีกหลายขนาด เดินไปเดินมาก็รีบดิ่งกลับแทบไม่ทัน




วันนี้เขาต้องกลับไปกินข้าวมื้อเย็นที่บ้านญาติ เพราะอย่างนั้นเลยไม่ได้ค้างเพื่อวาดทั้งวันทั้งคืนเหมือนปกติ แต่ก็ถามยุนกิไว้เรียบร้อยว่าถ้าไฟติดก็อาจจะมาตอนดึกๆประมาณสามสี่ทุ่มหรือไม่ก็มาอีกทีเช้าวันอาทิตย์ เจ้าตัวพยักหน้ารับพร้อมกำชับว่าถ้ามาเช้าต้องโทรปลุกล่วงหน้า ไม่งั้นยืนรอไปเถอะไม่ตื่นหรอก



กระเป๋าใส่กระดานกับอุปกรณ์ทั้งหมดถูกฝากไว้ที่ห้องคนสอน พอใกล้หกโมงก็ขอตัวกลับไปก่อน มียุนกินั่งโบกไม้โบกมือลาอยู่กับกล้องตัวเอง มืออีกข้างก็กดดูรูปทั้งหมดที่ถ่ายมาวันนี้ ไม่รวมกับในโทรศัพท์มือถือที่อัพลงอินสตาแกรมไปแล้วหลังเด็กติวงอแงให้เขาถ่ายอะไรลงบ้าง



ก็คนมันขี้เกียจ... 



พอเปิดงานนั่งทำอีกซักพัก มือถือก็สั่นครืดคราดจนต้องยกขึ้นมากดดู เดิมทีไม่ใช่คนมีปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้านดีอยู่แล้ว แจ้งเตือนที่เปิดไว้ก็มีแค่ของครอบครัว อาจารย์ ยูกีฮยอน แล้วก็จอนจองกุก เพราะงั้นถ้าขึ้นว่ามาจากไลน์ก็เป็นความเคยชินว่ายังไงก็ต้องเปิดอ่าน



นั่นไง แม่ในร่างเพื่อน



พักหลังกีฮยอนดูจะชมเด็กติวเขาบ่อยกว่าปกติ อันที่จริงก็ไม่ใช่พักหลังหรอก ตั้งแต่ที่สอนมือแทนเขาคราวนู้นก็คล้ายจะสนิทกันเร็วแบบแปลกๆ ไม่ขนาดมีไอดีไลน์แต่ก็กดฟอลในไอจีเสียเรียบร้อยก่อนเขาอีก แต่คิดไปคิดมาเพื่อนเขาน่ะใจดี เด็กชอบเยอะ ถ้าจองกุกจะถูกชะตาก็ไม่แปลก



ประเด็นไม่ใช่เรื่องสนิทหรอก กับน้องคนก่อนที่นิสัยร่าเริงเข้ากับคนง่ายกว่านี้ ติดเขาน้อยกว่าจองกุกนิดหน่อย ก็ไม่เห็นมันจะแสดงออกว่าชมหรืออยากให้สอบติดอะไรออกนอกหน้า



เรื่องที่ทำให้ทักมาก็ไม่พ้นจองกุกอีกนั่นแหละ...



แค่ถามเกี่ยวกับท่าทีของน้อง ซึ่ง ไม่รู้ว่ามันจับสังเกตอะไรได้ เพราะเรื่องประมาณนี้เคยออกจากปากมันมาแล้วหลายครั้ง ในตอนแรกเขาไม่คิดอะไรเพราะท่าทางเหมือนเด็กติดพี่ปกติ แต่พักหลังอะไรต่ออะไรมันเริ่มชัดจนต่อให้ไม่อยากคิดก็ต้องมีเอะใจกันบ้าง 



‘กูแค่เห็นว่าน้องน่าจะชอบมึง’

‘แล้วมึงก็ดูแฮปปี้ดีเวลาน้องเวียนว่ายตายเกิดรอบๆ’

‘เลยมาสะกิดดูว่ารู้ตัวมั้ย’

‘และได้คำตอบแล้วว่าดูไปก่อน’



ใช่...



ดูไปก่อน



ไอ้คำพูดทั้งหมดที่พี่ติวน้องติวไม่พูดกันน่ะเขารู้ และทุกอย่างชัดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่หาจุดเริ่มต้นไม่เจอ จะโพสต์อิทที่มีชื่อเขาแปะกำแพงห้องมันไว้ก็ดี ป้วนเปี้ยนรอบตัวก็ใช่ ไม่มีหรอกเด็กเรียนพิเศษที่จะเอาชีวิตตัวเองมาผูกติดกับคนสอนขนาดนั้น โดยเฉพาะกับผู้ชายติดเพื่อนจนยอมสละเวลาแทบทั้งหมดของตัวเอง 



ยิ่งเคยสอนมาแล้วก็ต้องมีการเปรียบเทียบเกิดขึ้น



ทั้งตัวคนเรียน และตัวเอง



คนก่อนติดเขามาก แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ตามใจเท่าคนนี้อยู่ดี พอมันสอบติดก็เจอเพื่อนใหม่สังคมใหม่ ไม่ได้วุ่นวายรอบตัวเหมือนช่วงแรก อีกแง่คือใกล้จะก้าวข้ามเส้นแต่ไม่มีการตอบรับเลยถอยออกไปเอง



ยุนกิถอนหายใจ รู้ตัวอีกทีก็พิมพ์ข้อความตอบกลับกีฮยอนยาวเป็นพรืด ยอมรับว่าอึดอัดนิดหน่อยกับความสัมพันธ์คลุมเครือหาที่มาที่ไปไม่เจอ ว่ากันตามตรงตราบใดที่ไม่รู้สึกอยากหนีไปให้พ้นๆ เหมือนเวลาคนอื่นเข้าหาก็ถือว่าโอเค แต่ไอ้เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่ว่าจะเป็นไปตามความต้องการเสียหมดไม่ใช่รึไง



ให้ตาย...



มือสองข้างเผลอตัวจับโทรศัพท์แน่น ในหัวกลับมาคิดแค่ว่าหน้าที่คือต้องสอนให้จอนจองกุกสอบติดเข้าไปให้ได้ เขารับสอนพิเศษก็ต้องสอน จะคิดมากกับคำพูดพวกนั้นที่เหมือนจะชัดแต่ก็ไม่ชัดน่ะไม่ส่งผลดีกับตัวเองเท่าไหร่ ทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวอาจจะเป็นการปกป้องตัวเองที่ดีที่สุดแล้ว



อย่างที่กีฮยอนบอก ถ้าน้องคิดแบบนั้นและตั้งใจจะพูด เขาควรทำยังไง



คำตอบเดียวในหัวคือปล่อยไปก่อน...



เพราะไม่ชอบความสัมพันธ์ฉาบฉวย ซ้ำยังเป็นคนโลกส่วนตัวสูงไม่ค่อยยอมพบปะผู้คน ไอ้เรื่องปล่อยให้ใครเข้ามาในโลกของตัวเองน่ะไม่บ่อยนักหรอก ถ้าข้ามเส้นเร็วเกินไปก็พร้อมสร้างกำแพงกั้น ซึ่งกรณีช้าเป็นเต่าคลานนี่หากเป็นไปอย่างที่เพื่อนสนิทว่าจริง ทั้งจองกุกเดาทางเขาออกบ้างล่ะ ไม่ใสอย่างที่เห็นบ้างล่ะ 



...ทั้งหมดนั่นไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่ ก็ไม่มีเหตุผลให้รีบผลักออกหรือต้องเฟดตัวหนี



ยอมรับว่ามันโอเค



โอเคในแง่ที่ว่าไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัว เวลาคุยสัพเพเหระก็ความเห็นความชอบตรงกันไม่มีปัญหาอะไร การกระทำทุกอย่างแทบเป็นไปโดยสัญชาตญาณทั้งนั้น และนั่นก็ไม่ได้แย่นักหรอก แค่หลายอย่างมันยังไม่ชัดเจนมากพอสำหรับคนประสบการณ์น้อยแบบเขา



ไม่ใช่ไม่รู้ว่าต้องรับมือยังไง แต่เป็นไม่รู้ว่าต้องจัดการกับความรู้สึกยังไง



กระเป๋าคอมพิวเตอร์ถูกสะพายที่ไหล่เหมือนเคย ยุนกิจัดการปิดหน้าต่างปิดไฟ ล็อคประตูให้เรียบร้อยเตรียมออกไปกินข้าวกับกีฮยอนอย่างที่ตกลงกันไว้เมื่อครู่ ตั้งใจจะแวะซื้อเนื้อระหว่างทางไปให้เพื่อนทำแฮมเบิร์ก แต่จุดประสงค์หลักไม่ใช่แค่การไปฝากท้องหรือคุยเล่นแบบทุกทีหรอก



กีฮยอนหวังดีกับทุกคน



เป็นพวกใส่ใจคนอื่น จับสังเกตทุกอย่างรอบตัวได้ดีเยี่ยม



สำคัญที่สุดคือไม่ใช่คนพูดอะไรพล่อยๆ 



สีหน้ากับการยิ้มแห้งๆ ของมันตอนเปิดประตูห้องรับเขาเข้าไปก็แสดงออกชัดเจนว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น การนั่งกดดันให้มันเปิดปากเล่าออกมาให้หมดไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งตอนนี้มันกับแฟนไม่ได้ตัวติดกันเพราะเรื่องฝึกงานก็ทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้นอีกระดับ อย่างน้อยก็พอได้อะไรมาบ้างแม้จะเดาออกว่ากั๊กไว้บางส่วน



การกินมื้อเย็นเหมือนมีชนักปักหลังก็คงประมาณนี้



“ปากบอกปล่อยไปก่อน แต่หน้านี่อย่างเครียด”



ยุนกิแทบจะปาส้อมใส่หน้า “เออ แม่งอธิบายยากไง แล้วใกล้สอบ จะให้กูมาคิดอะไรงี้แม่งไม่ได้ปะ”



“ทำไมจะไม่ได้”



“มันควรตั้งใจเรียนตั้งใจอ่านหนังสือ ไม่ใช่เอาตัวเองมาติดกับกู แล้วถ้าสอบไม่ติดทำไงอะ จะให้กูลัลล้าเหมือนเดิมเหรอก็ไม่มีทาง รับเงินจากพ่อแม่น้องมาเท่าไหร่ ไม่รู้ดิ เหมือนไปทำเด็กเสียอนาคตเลยว่ะ”



คนฟังเลิกคิ้ว ตักมันบดเข้าปากแบบไม่แปลกใจเท่าไหร่ กระบวนความคิดของเพื่อนสนิทน่ะรู้ดีอยู่แล้วว่าต้องเครียดเรื่องนี้ นั่นก็เป็นเหตุผลนึงที่บอกจอนจองกุกไปว่าถ้าจะเริ่มก็หลังสอบติด เห็นทีเด็กมันจะไม่ฟังเลยปล่อยให้ยุนกิวิ่งโร่หน้าซึมมาถึงนี่ 




คงจะคิดแล้วคิดอีกมานานเลยเผลอระบายจนหมดเปลือก



ส่วนไอ้ที่โดนเค้นนั่นก็เรื่องนึง ระดับนี้แล้วพอจะแถหลบได้ด้วยวิชาบอกแต่บอกไม่หมด



“แต่มึงก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ เด็กมันเริ่มเอง”



“เออ” 



เริ่มเองทั้งหมด โดยคนไม่ชอบเข้าสังคมหรือไม่อยากเปิดใจรับใครรู้ตัวอีกทีก็ยอมไปซะทุกอย่าง ได้แต่ปล่อยเลยตามเลยเพราะไม่ได้อยู่ในจุดที่ควบคุมอะไรได้เลยซักนิด แถมไม่มีความชัดเจนพอจะตั้งคำถามด้วยซ้ำ



กีฮยอนยักไหล่ “ถ้ารู้สึกผิดเรื่องแดกเด็ก รอสอบติดก่อนไม่เห็นเป็นไร”



“ไม่เป็นก็เหี้ยละ”



“มึงอยู่เฉยๆ ไปไง ถ้าจองกุกชอบมึงจริง เดี๋ยวถึงเวลาก็มา” รอยยิ้มมุมปากนั่นไม่ค่อยน่าไว้วางใจเท่าไหร่... “ถ้าตอนนี้เด็กมันตั้งใจเรียนดี มีอนาคตของมันเองแล้วปัญหาอยู่ตรงไหนนอกจากสมองมึงเนี่ย”



“แต่...”



“เอาเป็นว่า ถ้ามึงบอกจะปล่อยก็ปล่อย ทำที่อยากทำก็พอแล้วมั้ง”



เป็นประโยคที่เหมือนจะไม่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น เพราะงั้นยุนกิถึงได้ชะงักมือที่กำลังจะจิ้มเนื้อเข้าปาก หรี่ตามองเพื่อนสนิทเล็กน้อยแล้วถอนหายใจจนหมดปอด ไม่รู้ว่าหรอกนะว่าอะไรทำให้มันมั่นใจขนาดนั้น แต่ถ้าเป็นจริงอย่างที่มันว่า...ก็ขอให้อยู่ในขอบเขตที่เขาจะไม่หนีแล้วกัน



คิดว่านะ





ø


ตอน 12.5 ในจอยลดา -> ตรงนี้



#พี่ติวยุนกิ




ปกติมีแต่ฝั่งน้อง งวดนี้มาฝั่งพี่บ้างนะคะ

ผลคือไม่มีอะไรคืบหน้า เพราะพี่ก็ไม่รู้ว่าอะไรคืออะไร5555555555555555

พี่เป็นห่วงน้องนะคะ รู้ว่าน้องหยอด แต่ฐานะพี่ติวมันค้ำคอ 

อาจจะได้แบ่งเป็นทีม #พี่ติวยุนกิ กับ #เด็กติวจองกุก 



ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์นะคะ *อ้าแขน* เราจะตามหลอกหลอนไปทุกคอมเม้นต์และทุกทวิต5555 เป็นกำลังใจให้จกุกแอ๊วพี่ติดหน่อยนะคะ55555555555555



ช่วงนี้หนาว ฝนตก ดูแลสุขภาพกันด้วยเน้อ (ส่วนเราป่วยไปแล้ว...)



ปล.บอกแล้วว่าเรื่องนี้ขาดพี่กีไม่ได้... สาทุบุนให้พี่ค่ะ



27 DEC 2017








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #840 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 22:10
    พี่กีช่วยด้วยยย
    #840
    0
  2. #811 Capriccioso (@june-j) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 13:33
    น้องเต๊าะพี่น่ารักมากกกก
    #811
    0
  3. #803 aqua11 (@aqua11) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 21:30

    มีโอกาสก็เต๊าะพี่เขาตลอดเลยน้าจองกุก คงทนไม่ไหวอย่างที่พี่กีคิดจริง ๆ นั่นแหละค่ะ ยิ่งคนพี่เขาตามใจขนาดนี้ จะชอบมากขึ้นทุกวันจนเก็บไม่อยู่ก็ไม่น่าแปลกใจแล้ว แง แต่พี่เขาเริ่มคิดมากแล้วนี่สิคะ /แต่เขินหนักมากตอนเต๊าะพี่ที่ร้านแมว ชมว่าน่ารักไม่หยุดจนพี่เขาถ่ายรูปหลุดโฟกัสเลยทีเดียว ฮื่อ ;-;

    #803
    0
  4. #762 Mew (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 12:26
    ยุนกิอย่าคิดมากเลยนะ โอ๋เอ๋ๆ
    #762
    0
  5. #411 ZAYO_O (@ZAYO_O) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 23:10
    ตอนนี้จองกุกก็น่าหมั่นไส้อีกแล้ว ขยันเต๊าะคนพี่จริงๆ ตอนนี้โดนไปหลายดอกมาก พี่คงพรุนหมดแล้ว55555555555 ตอนพี่เขาเล่นกับน้องแมวเป็นอะไรที่น่ารักมากก มากจนลืมมาดทุกอย่างในหัวไปเลย แต่เราขำคำพูดจองกุกที่บอกชอบที่นี่เพราะมียุนกิเต็มไปหมด 55555555555555 เราเคยเป็น บ่อยเลยเวลาเสิร์ชรูปลูกแมว นี่มันอาการคนขี้เห่ออ่ะ55555555555555 ขนาดยังไม่เป็นแฟนยังอวยเก่งขนาดนี้เลยน้องเอ้ยยย นี่นึกภาพคนน้องถือกล้องถ่ายรูปพี่แล้วยิ้มเอ็นดูก็น่ารักจะแย่แล่ว พี่แม่งน่ารักขนาดนี้ไม่แข็งแกร่งอย่างพี่กีทนไม่ได้เด้ออ55555555555 ขอบคุณนะคะ รักกก
    #411
    0
  6. #365 iiamampere (@iiamampere) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 21:38
    คิดมากไปมาจนปวดหัวแล้วเด้อ พี่กิอย่าคิดเยอะ น้องกุกลูกอย่าเครียดเนอะ เอาพอประมาณ อะไรที่มันใช่มันก็ใช่เนอะ ทำหน้าที่ตัวเองไปดีๆ เวลามันจะบอกเองแหละว่าอะไรใช่อะไรไม่ใช่ แต่อยากให้พี่กิ น้องกุกเป็นคนที่ใช่ของกันเร็วๆจัง 555555555555
    #365
    0
  7. #352 Mintarisreal (@Mintarisreal) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 03:41
    พี่ยุนกิคิดมากเรื่องจองกุก ส่วนจองกุกก็คิดมากเรื่องสอบ เครียดแทนละเนี่ยยย55555555
    #352
    0
  8. #351 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 23:26
    จองกุกอยากสอบติด ถ้าไม่ติดจะไม่มีที่เรียน ไม่ได้เรียนคณะที่อยากเข้า และสุดท้าย ก็จะไม่ได้อยู่กับพี่ยุนกิ แล้วก็กลัวจะไม่ได้จีบพี่เค้าด้วยใช่มั้ย เครียดจนอ๊อกเลยลูกกกก สงสารรร คนพี่เองก็เครียดไม่แพ้กัน ปล่อยให้อะไรมันเป็นไปตามธรรมชาติน้าา อย่าเครียดกันสิ กลัวคนพี่จะป่วยตามไปอีกคนเนี่ยย

    อ่านตามทันแล้วววว วันเดียว สนุกมากๆๆๆๆๆ เลยค่ะ ฮืออออ เป็นกำลังใจให้น้าาา เจอกันตอนหน้านะคะ
    #351
    1
    • #351-1 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 12)
      2 มกราคม 2561 / 23:28
      ลืมเม้นท์ไป จองกุกเค้าหยอดพี่เก่งมากเลยนะคะ เนียนๆ ไปเรื่อยๆ ชอบช็อตพี่เล่นผมแล้วหันมาถาม หยุดทำไมครับ กำลังเพลิน พี่เช็ดปากให้ก็คว้ามือถี่มาด้วย โอ้ยยย เขินนนนนนน
      #351-1
  9. #339 primroseismine (@minmin555) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 07:24
    พี่ยุนของเราต้องลักษณ์สี่แน่ๆเลย กระความคิดแบบนี้มันคุ้นๆๆ
    #339
    0
  10. #338 Sodium97 (@Sodium97) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 01:25
    พี่ยุนกิอย่าเครียดเรื่องเน้เลยใจเย็นๆน้องก็เครียดกลัวไม่ได้อยู่กับพี่สู้ๆทั้งสองคนเลยนะไรท์มาอัพเป็นของขวัญจากการสอบเลยมาอ่านแล้วเหมือนได้ฮีลตัวเองจากการอ่านหนังสือขอบคุณน้า
    #338
    0
  11. #337 suprw_ (@_suprw) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 23:30
    โอ้ยยยย แอบเครียดตามเลย พี่ก็ไม่รู้จะจัดการความรู้สึกยังไง ถถถถถ สงสารอ่ะ อย่าเครียดมากเกินไปนะคะพี่กิ ฮื่ออ ปล่อยไปก่อนเนอะ สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ ทั้งพี่ติวและน้องติว แล้วก็คุณไรท์ด้วยนะคะ
    #337
    0
  12. #336 pinocchiwook (@pinocchiwook) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 23:21
    พี่กิอย่าเพิ่งเครียดสิลูก หรือเพราะนกุกรุกคืบแบบเงียบ ๆ หนู.. ลูก.. ใจเย็น สอบก่อนนะลูก พี่เขาไม่หนีไปไหนหรอก ถ้าพี่เขาจะหนีนกุกก็รวบหัวรวบหางได้เลย อุ่ยยย 
    #336
    0
  13. #335 taetae_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 18:52
    ต่างคนต่างก็รู้ใจตัวเอง แต่ยังจัดการความรู้สึกไม่ได้ ฮื่อดีใจจัง หวีงว่าพี่กิอย่ากลัวอนาคตมากเกินไป น้องมันชอบพี่มากนะ รอหลังสอบติด รอน้องรุกอย่างเป็นทางการ เราต้องไปกรี๊ดลงโอ่งแน่ๆเลย ฮืออ เป็นกำลังใจให้พี่กีส่งลูกถึงฝั่งด้วยค่ะ #ทีมพี่กี
    #335
    0
  14. #334 Peemai_yts (@Peemai_yts) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 04:25
    ตื่นมาเจอว่าไรท์อัพ ตอนตี 3 กว่าๆ จะนอนต่อก็นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย 5555. ...อิน้องก้หยอดไปเรื่อย อิคนพี่ก็น้องทุกอย่าง โว๊ยย เป็นนี่ก้คิด/ยิ้มกริ่ม :)) สอบเสร็จไวไวนะจกุก ช้านรอแกแอ๊วยัยพี่อย่างใจจดใจจ่อ 5555
    #334
    0
  15. #333 mttrow. (@minmin1632) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 01:04
    สนุกมากกก อดใจรอตอนน้องกุกสอบติดแทบไม่ไหวว5555555
    #333
    0
  16. #332 APEANGS (@chaaimm) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 00:19
    #ทีมพี่กี แล้วกันค่ะพี่สำคัญมากเราต้องการพี่มาเป็นคนกระตุ้นค่ะ555555
    เรื่องสอบน้องต้องเครียดมากแน่ๆเลยทั้งอ้วกทั้งเลือดกำเดา ฮืออออลุ้นให้น้องติดไว้ๆสงสารรรรร
    #332
    0
  17. #331 `Youknowwho_ (@everytingforyou) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 00:17
    กุกลูกก หนูคะ หนูใจเย็นเนอะ เรื่องหยอดเรื่องไรเนี่ย ดูดิพี่เค้าหูแดงวิ่งไปแล้วน่ะ สงสารร 55555555555555 แต่นะะ น้องมันแอบเนียนตลอดอะ พออ้วกละพี่ส่งทิชชู่ให้นี่ก็คว้าหมับมันทั้งมือทั้งทิชชู่ คือแบบ อ่านไปแล้วก็แหมในใจไป แต่ที่แหมแรงมากก็ตอนที่น้องบอกว่านังมองขาพี่เค้าตอนที่พี่เค้าใส่บ็อกเซอร์นั่งบนเตียง .... ไอเด็กนี่! เชื่อแล้วค่ะว่าหนูไม่ใส 5555555555 ชอบความเป็นธรรมชาติของพี่ยุนกิและน้องมากอะ เหมือนแบบอยู่ด้วยกันบ่อยจนชิน แต่อยากบอกเลยว่า อิคนอ่านไม่ชินด้วยสุดๆ ยิ่งตอนที่พี่บอกให้ยกแขนแล้วจัดการถอดเสื้อให้น้องเสร็จสรรพนี่แบบ .... พี่คะะะ ซิกพ่งซิกแพคน้องนี่พี่เฉยชามากเลยเหรอคะะ หนูจะเลือดกำเดาออกแทนน้องมันแล้วค่ะพี่ ฮวือออ ส่วนพี่ยุนกิอยู่กับแมวแล้วแบบโครตของโครตของโครตน่ารักเลยอะ แบบเจอพวกเดียวกันเลยดีใจงี้ ? 55555555555 แอบจินตนาการเพิ่มไปเองแล้วตอนที่พี่เค้าเล่นกับแมวที่อยู่บนตักน้อง มันน่ารักมากกกกกกก ใจน้องจะพังง ฮวือออ
    ปล. ไม่ได้แอบคิดไปเองใช่มั้ยว่าพี่กีดูเชียร์น้องกุกอะ 55555555555
    #331
    0
  18. #330 piipu (@piipu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 00:10
    ทีมไหนดีล่ะ5555555 พี่ติว หรือ เด็กติว ว้อยยย!! มันเริ่มมมแล้ววว
    #330
    0
  19. #329 SNW ...Kya ing (@vasuntara-ink) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 00:08
    พี่กี พ่อสื่อตัวสำคัญ หื้อออออ อยากเป็นพี่กี้เลย คนอะไรน่ารักทำอาหารเป็น
    ส่วนน้องเสือในคราบหนังกระต่าย เจอโมเม้นในrun epล่าสุด นี่ก็วอแวเวียนว่ายตายเกิดรอบตัวพี่จริงๆ ฮ่ออลลลลลล
    พี่กินี่มาถึงจุดนี้ก็เปิดใจแล้วใช่ะมะะะ
    อ๋า ที่เราสงสัยตอนก่อนว่าโพสต์อิทเขียนคำว่าอะไร อิอิ
    ไม่รู้ว่าไรท์วางพลอตไว้ยังไง ถ้าน้องสอบติดก็คงจีบติด ถ้าน้องสอบไม่ติดแต่จีบติดจะเป็นยังไง
    รอต่อนะคะ ขอบคุณเรื่องนี้ฟิคเรื่องยาวที่อัพเร็วที่สุดในโลก
    #329
    0
  20. #328 KONYBANG (@runrara) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 00:08
    ชอบตรงที่บอกว่ายุนกิเหมือนแมว เพราะแมวน่ารักก แง่งง ฮือ อยากให้จองกุกสอบติดแล้วว ยังไม่คบกันยังดูแล ยังน่ารักกันขนาดนี้ ถ้าคบกัน เราคงง ฮรืออ สู้ๆนะไรท์
    #328
    0
  21. #327 powder (@powdersd) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 23:00
    แงงงงชอบตอนร้านแมวววววววววว ยุนกิโลกส่วนตัวสูงจริงแต่ก็ใส่ใจคนอื่นอยู่นะ โคตรชอบเลยอะ น้องกุกสอบติดสักเทททจาได้จีบพี่เขาได้ // คุงไรท์สู้ๆน้า
    #327
    0
  22. #326 ปลาวาฬ. (@juja_huangmeili) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 22:56
    เขินนนนนนนนนนกุกรุกมากกกกกกกกกก
    #326
    0
  23. #325 IGRAVITY (@fbmmmmmmmmmmm) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 22:46
    ได้แต่รอให้น้องสอบติดไวๆ แต่ไรท์อย่าสร้างความพีคด้วยการที่น้องสอบไม่ติดนะ น้ำตาเราแตกแน่ ฮือออ
    #325
    0
  24. #324 960615X (@960615X) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 22:35
    ทีมพี่กีนะคะ55555555555
    #324
    0
  25. #323 myOwπ (@aOnw) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 22:24
    จองกุกคงไม่ได้ตั้งใจจะรุกอะเราว่า น้องมันคงชอบมากขึ้นเรื่อยๆ จนเก็บไม่ไหวอ่ะ 555555

    แต่จกใจนิดนึงตรงคนพี่ก็รู้ คือเราไม่คิดว่สเค้าจะเจียดเวลามาคิดเรื่องนี้ 555555
    #323
    0