พี่ติวยุนกิ [BTS: KOOKGA]

ตอนที่ 15 : Chapter 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 142 ครั้ง
    2 ก.พ. 61








#พี่ติวยุนกิ

14






หลังจากสอบเสร็จ จอนจองกุกเดินหิ้วอุปกรณ์ออกมาในสภาพไร้วิญญาณ



ไม่พูดไม่จา ออกมาถึงก็เดินลากเท้าไปโรงอาหาร ทิ้งตัวนั่งข้างพี่ติวตัวเองแล้วเอาหัวปักไหล่ หน้าตาคล้ายจะร้องไห้เต็มทน ถึงจะไม่ได้ขมวดคิ้วหรือแหกปากโวยวายแต่ก็น้ำตาคลอ เรียกได้ว่าหมดสภาพซ้ำยังดูไม่ได้ คนพี่เห็นก็ไม่กล้าถามถึงได้ยกมือลูบหัวลูบบ่าไม่หยุด



“พี่อะ ทำไม่ได้”



ยุนกิเลิกคิ้ว



อันที่จริง เด็กขี้กังวลน้อยคนจะบอกว่าตัวเองทำได้



ในห้องสอบมันไม่เหมือนตอนเรียน สภาพแวดล้อมไม่คุ้นเคย ไหนจะจับเวลา เจอโจทย์ทีก็หัวตื้อคิดอะไรไม่ออก เพราะอย่างนั้นต้องแยกให้ได้ระหว่างทำไม่เต็มที่กับทำไม่ได้ และในกรณีของจองกุก...คิดว่าอาจจะทำไม่เสร็จสมบูรณ์เหมือนภาพในหัวเสียมากกว่า



“ไม่ได้ยังไง”



“ไม่เสร็จ” มันพูดงึมงำอยู่ในคอทั้งที่ยังไม่ยกหัวออก เอียงซ้ายทีขวาทีไถไปกับบ่า “ทำทุกข้อ แต่ข้อสุดท้ายได้ประมาณหกสิบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์มั้งครับ แต่ดรออิ้งคิดว่าไม่น่าเกลียดมาก”



ก็ไม่ได้แย่



เท่าที่ฟังเวลามันอธิบายงานตัวเองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จองกุกค่อนข้างติดมาตรฐานมาจากเขาว่าต้องเก็บเนี๊ยบ ต้องตั้งใจให้สมบูรณ์งู้นงี้งั้น แต่อย่างไรเสียสอบไปแล้วก็แล้ว หมดเวลาก็คือจบ ก็ได้แต่ลุ้นว่าสกิลกับความคิดสร้างสรรค์จะเข้าตาอาจารย์ผู้ตรวจรึเปล่า



หลังจากนี้ไม่ใช่ส่วนที่เขาเข้าไปยุ่งด้วยได้แล้ว



นับเวลาดูก็คงใช้เวลาอีกราวๆ อย่างต่ำหนึ่งเดือนครึ่งกว่าจะประกาศผลคนมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ ระหว่างนี้คงเห็นคนนั่งไม่ติดเก้าอี้ไม่ก็เดินเป็นหนูติดจั่นเพราะอยากรู้เสียที แต่คิดไปคิดมาเด็กขยันแบบจองกุกอาจจะนั่งวาดต่อสำหรับสอบสนามต่อไป ไม่ก็เบนเข็มกลับไปอ่านหนังสือเผื่อไว้กรณีอยากเข้ามหาวิทยาลัยเดิมแต่คนละคณะล่ะมั้ง



“แล้วข้อสอบให้วาดอะไร”



มันย้ายมาเอาหัวโขกโต๊ะ



“ถุงขนม แก้วพลาสติก หลอด” ยุนกิกรอกตามองบน เป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากสำหรับเขา หมายถึงดีกว่าให้กระจกมาส่องหน้าตัวเองอะไรทำนองนั้น แต่ถ้านับจริงๆ คนที่ไม่ได้เรียนหรือฝึกซ้อมมาจะได้คะแนนหลักหน่วยก็คงไม่แปลกเท่าไหร่ 



ตาเหลือกตั้งแต่ให้จัดหุ่นเองแล้วมั้ง 



อาจเพราะจองกุกรีบวิ่งออกมาอ้อนพี่ทันทีที่หมดเวลาเลยมาถึงก่อนเด็กมัธยมคนอื่น จนตอนนี้ถึงได้มีเดินเรียงแถวหิ้วกระเป๋ากระดานเข้ามาซื้อข้าวกลางวันกินจนโต๊ะเกือบเต็ม พอลองกวาดตามองก็เห็นสภาพแต่ละคนไม่สู้ดีเท่าไหร่ ไม่ได้ถึงกับห่อเหี่ยวหมดหวังในชีวิต แต่ก็ติดไปทางเสียดายนู่นนี่



“แล้วตั้งหุ่นยังไง”



เด็กกระต่ายยกหัวขึ้นมา ทำมือเป็นไซส์แก้วพลาสติกไปด้วยพูดตอบด้วย “ก็ตั้งแก้วไว้ เทขนมลงไปครึ่งถุง ละที่เหลือก็กระจายๆในถุงนอกถุงครับ หลอดก็ปักไว้ ไม่รู้วางตรงไหนดี”



นึกภาพตามแล้วก็ปวดหัว เจ้าเด็กนี่ขยันหาวิธีให้ตัวเองเดือดร้อนเก่งนักล่ะ ถ้าจะเอาวิธีคนขี้เกียจก็ยัดถุงลงไปในแก้วจะได้ไม่ต้องวาดรายละเอียดเยอะ ปาดขาวแสงสะท้อนได้ก็ปาดจะได้ทำเสร็จไว 



“แล้วได้คุยกับคนอื่นบ้างมั้ยเนี่ย ก่อนสอบหลังสอบ”



มันเงยหน้าช้อนตามอง ส่ายซ้ายทีขวาที “ไม่อะ เครียด คนอื่นก็ดูเครียด”



ยุนกิส่ายหน้า เดินไปหยิบไวท์มอลต์ปั่นที่สั่งก่อนมันสอบเสร็จแป๊ปเดียวมายื่นให้ “กินเข้าไป สอบเสร็จแล้วก็แล้ว รอผลไปซักเดือนสองเดือนเดี๋ยวก็รู้ ระหว่างนี้อ่านหนังสือไปก่อน”



“โหพี่ คนข้างหน้าผมนั่งร้องไห้ตอนหมดเวลาอะ เหมือนยังไม่ได้ทำข้อสุดท้าย”



แสดงว่าไม่ติดชัวร์



พี่ติวตัวขาวคิดในใจแล้วพยักหน้าเออออตาม ไม่กล้าพูดตัดกำลังใจเท่าไหร่เพราะยังไงซะก็มีเด็กชุดนักเรียนเริ่มมานั่งล้อมหน้าล้อมหลังกันแล้ว ดีที่เป็นวันเสาร์เลยไม่ต้องไปแย่งที่กับนักศึกษาทั่วไป ไม่งั้นคงวุ่นวายเสียงดังแย่



แก้วน้ำปั่นถูกคว้าไปดูด มันบ่นงุ้งงิ้งเรื่องลงสีพลาดอย่างงู้นกระดาษเปื้อนอย่างงี้อยู่เป็นสิบนาที พูดไปกินไปจนหมดแก้วก่อนค่อยลุกขึ้นเตรียมเดินทางไปห้าง ปล่อยให้ยุนกินั่งยิ้มค้าง ร้อนๆ หนาวๆ กับสายตาของคนอื่นที่มองตรงมา เชื่อเถอะถ้าจองกุกสอบติดจริงๆ ต้องมีผู้หญิงจำได้ ไม่ว่าจะเพราะรูปร่างหน้าตาหรืออาการติดพี่ยังกับลูกหมาก็ตามที



นึกแล้วก็หวงหน่อยๆ



เพราะตาโต ปากเล็ก ดูสะอาดสะอ้านแถมยังยิ้มได้สดใสเป็นก้อนพลังงานบวก คงได้ทำกิจกรรมเยอะไม่ก็เป็นศูนย์กลางกลุ่มเพื่อนพอๆ กับปาร์คจีมิน แต่ก็ไม่แน่เท่าไหร่ถ้ามันยังขี้อายขี้กลัวไม่กล้าชวนเพื่อนคุยน่ะนะ







∞  ∞  ∞









หลังจากกินข้าวมื้อกลางวันด้วยกันวันนั้น จองกุกก็เหมือนหายสาบสูญไปจากชีวิต นับนิ้วดูแล้วก็ประมาณสามสัปดาห์ที่เด็กกระต่ายไม่ได้โผล่มาให้ช่วยสอนหรือทักมาว่าอยากเจออยากกินข้าว อย่างมากก็คือข้อความกับโทรมาบ่นง้องแง้งเกี่ยวกับการสอบปฏิบัติของมหาลัยอื่น 



ซึ่งเขาก็ได้แต่รับฟัง



เด็กม.หกจะวุ่นวายเรื่องนี้เสมอ เดี๋ยวก็ยื่นเอกสาร สมัครสอบ จ่ายเงินค่านู่นนี่นั่นสารพัดไปหมด ทั้งที่ยังต้องไปเรียนกับสอบกลางภาคปลายภาคเหมือนเดิม ไม่นับเรียนพิเศษนอกเวลา ดังนั้นยุนกิคิดว่าถ้ามันเลิกติดเขาเหมือนลูกเป็ดตามแม่แล้วออกไปทำหน้าที่ตัวเองได้เต็มร้อยก็คงจะดี



และเชื่อว่าทำได้อยู่แล้ว



ยุนกิแบกคอมพิวเตอร์กับกระเป๋าเป้เดินเข้าตึกคณะ ตอนนี้อยู่ปีสี่แล้วถึงได้หัวหมุนเรื่องทำโปรเจคจบ ไม่ได้มีเวลามาตามติดชีวิตเด็กติวเท่าก่อนหน้านี้ พอมองนาฬิกาเห็นว่าอีกสิบห้านาทีจะเข้าเรียนคาบบ่ายก็รีบเปิดเล่มวิทยานิพนธ์ขึ้นมาพิมพ์ต่อ แน่นอนว่าเพื่อนในสาขาคนอื่นที่มาแล้วก็ทำอย่างเดียวกัน



“อังคารหน้าอาจารย์เรียกไปช่วยดูงานน้องนะ” กีฮยอนเข้ามาถึงปุ๊ปเปิดประเด็นปั๊ป ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เหมือนทุกวิชาที่เรียนด้วยกันตั้งแต่ปีหนึ่ง มันขยี้ตานิดหน่อย หันไปอีกทีก็ฟุบลงกับโต๊ะ คิดว่าคงทำงานโต้รุ่งไม่หลับไม่นอนเลยหมดสภาพ



“ปีไหน กี่โมง”



“สาม บ่ายหนึ่ง"



คนฟังพยักหน้า ใส่หูฟังอินเอียร์จะได้ไม่เสียสมาธิ “เค”



ทว่าจู่ๆ เพื่อนสนิทก็โงหัวขึ้นมา หันขวับจ้องเป๋งเหมือนจะสำรวจหัวจรดเท้า คนตัวขาวถึงเลิกคิ้วมอง รีบจัดผมสีดำสนิทของตัวเองให้เข้าที่เผื่อมันจะฟูเกินรับได้ มืออีกข้างก็จับเสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาวให้เรียบร้อย “อะไร มองไม”



“แล้วจองกุกเป็นไงมั่ง”



ไอ้นี่ก็อวยเด็กจัง



เรื่องข้อตกลงของสองคนนั้น เขารู้ตั้งแต่วิ่งแจ้นไปหากีฮยอนงวดก่อน พอติดใจสงสัยแล้วเค้นถามอยู่ไม่กี่นาทีมันก็ยอมบอกจนหมด แถมกำชับว่าน้องมันดี ผ่านการตรวจสอบคุณภาพเรียบร้อย ก็เข้าใจว่าคงเป็นห่วงที่เขาวันๆ ไม่สุงสิงกับใครเลยสนับสนุนให้มีแฟนหรือหัดเข้าสังคมบ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจองกุกจะยอมรับมาหลายเดือนว่าคิดยังไง เลวสุดคือเพื่อนสนิทเป็นคนเชียร์โดยที่เขาไม่รู้เรื่องซักนิด



“ไม่รู้ ก็ไปสอบหลายคณะ รอผลออก ไม่ได้เจอตั้งแต่วันสอบสกิลแล้ว”



ยูกีฮยอนเท้าคาง เปิดปฏิทินในโทรศัพท์มานับจำนวนวันอยู่แป๊ปนึง “ปกติมันรอผลกี่เดือนนะ ในใบกำหนดการว่าไง”



“น้องบอกว่ายี่สิบห้า ก็อีกสามอาทิตย์”



“สามอาทิตย์...” เสียงนุ่มๆ เว้นระยะไปหลายวิ “งั้นก็น่าจะตรวจงานใกล้เสร็จแล้วมั้ง วิชาสามัญมันใช้คอมตรวจน่าจะได้นานละนี่ บางที่เดือนเดียวก็รู้ผลละ”



ประตูถูกเปิดออกพร้อมอาจารย์ผู้สอนที่เดินยิ้มร่าเข้ามา ถึงปกติจะทำงานส่งแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิชาเรียนแบบคณะอื่น ยุนกิหาวหวอดจนน้ำตาเล็ด มือรีบพับฝาคอมพิวเตอร์เก็บ อีกข้างก็ควักสมุดเลคเชอร์ขึ้นมาวางแทน ในหัววนเวียนอยู่กับเรื่องงานตัวเองกับคะแนนสอบของเด็กกระต่าย



ยังไงก็ต้องอยากให้ติดอยู่แล้ว



ใครบอกว่ามีแต่คนสอบที่ลุ้น คนสอนที่คาดหวังซ้ำยังปั้นมากับมือก็ตื่นเต้นพอกันนั่นแหละ







∞  ∞  ∞









จอนจองกุกกลับมาอีกครั้งพร้อมแล็ปท็อปราคาแพงกับกระเป๋าใส่กระดานที่ดูแน่นเอี๊ยดหนักกว่าปกติ มองจากภายนอกก็เห็นว่าสภาพโทรมลงไปกว่าเจอกันครั้งล่าสุดเยอะ นับนิ้วดูก็ไม่ได้เห็นหน้าไปห้าสัปดาห์ สามวันก่อนมันส่งข้อความมาบอกว่าอยากให้ช่วยจัดพอร์ทให้หน่อย เลยตอบตกลงแล้วนัดเจอที่คณะแทนเพราะน่าจะสะดวกกว่า



แน่นอนว่าแม้จะเป็นวันเสาร์ เพื่อนสนิทก็ไม่พลาด



งานชิ้นไหนที่คิดว่าดีถูกหยิบออกมาซ้อนกันไว้เป็นกอง คัดเลือกโดยพี่ติวกับเพื่อนพี่ติว ยุนกิบอกว่าจะมีพวกบ้าพลังที่เอางานจริงไซส์เอสองไปให้อาจารย์ดูถึงห้องสอบ มันก็ดีตรงที่เห็นชัดแผ่นใหญ่ แต่สำหรับที่นี่แค่จัดมาเป็นรูปเล่มไซส์เอสามเอสี่ก็โอเคแล้ว ชิ้นใหญ่มากเดี๋ยวคนสัมภาษณ์ยกฟาดหน้ากันเองคงไม่ดีนัก



พอเช็คดูอีกรอบก็เลือกงานดรออิ้งมายี่สิบงานกับที่วาดลงสีทั้งหลายอีกยี่สิบ บอกว่าถ่ายเผื่อเอาไว้ก่อนแล้วอันไหนไม่ชอบค่อยตัดทิ้งอีกที ส่วนใบประกาศกับกิจกรรมอื่นๆ ที่เด็กกระต่ายทำก็หนาเป็นปึ้ง 



ต้องคัดออกบ้างล่ะมั้ง



กีฮยอนดูร่าเริงกว่าปกติ เลยหยิบงานลงสีที่ขนาดเล็กกว่าไปจัดการคนเดียว ส่วนเขาก็ให้จองกุกหนีบงานไว้กับผนัง แสงไม่มีทางสวยเท่าในสตูดิโอแต่ถ้าเจ้าตัวใช้ไลท์รูมเป็นอยู่แล้วก็ให้ไปปรับเอาเอง 



นัดเจอกันตอนสิบโมงเช้า ถ่ายอยู่ชั่วโมงกว่าก็เสร็จ จะเหลือก็แค่เอาไปจัดรูปเล่มให้เรียบร้อยซึ่งจองกุกจะติดสอยห้อยตามเขากลับหอพักไปด้วย บอกว่าอยู่ห้องคนเดียวแล้วฟุ้งซ่าน เพื่อนแต่ละคนในกลุ่มก็หัวหมุนสภาพยับเยินไม่ต่างกัน โดยเฉพาะยูคยอมที่บอกว่าอยากเข้าสถาปัตย์ รายนั้นหายเงียบไม่รู้เป็นยังไงบ้าง



กล้องถูกเก็บเข้ากระเป๋า ระหว่างรวบของอย่างอื่นก็ถามปัญหาโลกแตก



“มื้อเที่ยงอยากกินอะไร”



เด็กกระต่ายหน้าว่างเปล่า ดูหมดหวังชอบกล “เนื้อย่าง...”



คนในคราบแฮมสเตอร์เห็นดังนั้นก็รีบยกมือลูบหัวลูบหาง บอกโอ่เอ๊เหมือนกล่อมเด็กอนุบาล ถ้าทำได้คงตบตูดแล้วจับเข้ารถเข็น ทว่าในความเป็นจริงเป็นเด็กยักษ์สูงนำพี่ไปหลายเซนติเมตร พอเล่นกีฬาเยอะก็มีกล้ามเนื้อแข็งแรง ส่วนพวกเขาอะเด็กมหาลัยตัวเหี่ยวๆ ลีบๆ “ได้ๆ อยากกินร้านไหนบอกเลย เดี๋ยวพี่กับไอ้กิเลี้ยง ดูดิผอมลงไปเยอะ ต้องขุนบ้าง”



อ้าว



ไม่ถามสุขภาพการเงินเขาซักคำ



จองกุกหันกลับมาหาพี่ติว สายตาเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นนิดหน่อย มือก็ยื้อกระเป๋ากล้องมาถือเองทั้งที่ตัวเองแบกกระดานหนักมากพออยู่แล้ว “เนื้อย่างได้มั้ยครับ”



“ได้ อยากกินไรก็กิน”



แท็กซี่ถูกโบกเรียกให้ไปศูนย์การค้าใกล้ๆ ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่าว่าโดนเว้นระยะห่างมากกว่าปกติพอตัว ทุกทีต้องเข้ามานัวเนียอ้อนเกาะไหล่เกาะแขน มาวันนี้เหมือนคนอมทุกข์ไม่ค่อยยิ้มกว้างๆ เท่าไหร่ นั่งเบาะหลังด้วยกันยังเขยิบไปชิดประตูอีกฝั่ง ใจนึงก็คิดว่าอาจจะเครียดกลัวสอบไม่ติด แต่ก็อดกลัวไม่ได้ว่าหรือมันจะเลิกชอบเขาแล้ว



เอาเถอะ รอกลับไปหอพักเดี๋ยวก็รู้



สามชีวิตเดินเข้าร้านบุฟเฟ่ต์ สั่งเนื้อกับหมูเซ็ตแรกมาหลายถาด ลงเตาแล้วโยนเข้าจานน้องไม่หยุดตั้งแต่แรกยันจบ ถึงจะโดนปรามว่าเดี๋ยวย่างเองหยิบเองก็ได้แต่มากับกีฮยอนน่ะฝันไปเถอะ รายนั้นเชี่ยวทั้งทำอาหารและงานบ้าน ขนาดยุนกิตอนแรกยังอยากทำเองสุดท้ายก็ทันแค่ช่วยพลิกเนื้อบนเตา เหมือนเป็นสามจังหวะเอาลง พลิก แล้วโยนเข้าจานกระต่ายกินเนื้อ



“กินเยอะๆ”



แก้มตุ้ยตาใสขึ้นขนาดนั้นคงโอเคแล้วมั้ง



ยุนกิเหลือบตามอง คีบเนื้อเข้าปากตัวเองแล้วเนียนยิ้มไปเคี้ยวไป จากที่หน้าหมองๆ ก็ดูสดใสขึ้น เชื่อแล้วว่าล่อได้ด้วยของกิน ไม่รู้ว่าซัดไปกี่ถาดแล้วแต่มองจากกองพะเนินก็คงเยอะอยู่ “เริ่มอิ่มยัง”



“นิดหน่อยครับ”



พี่ติวตาเหลือก



บอกว่านิดหน่อย ทั้งที่เขาอิ่มจนขี้เกียจเคี้ยวเนี่ยนะ “ได้กินข้าวเช้ามารึเปล่า?”



“เปล่าครับ รีบออกจากบ้านเลยกินไม่ทัน”



พูดจบ เนื้อร้อนๆ อีกห้าชิ้นก็ถูกส่งตรงเข้าจาน แถมด้วยการเขียนสั่งเพิ่มลงกระดาษอีกสองถาด แรกสุดคิดว่าตัวเองโอ๋เด็กจนเกินพอดีแล้วนะ คิดไปคิดมาถ้าเรียนกับกีฮยอนมีหวังตัวอ้วนตุ้บ เรียนหนึ่งวันต่อสัปดาห์อาจหมดกับค่ากินข้าวกินขนมปีนึงหลายหมื่น ดีไม่ดีจะสอนแบบถนอมสุดชีวิต



ราวบ่ายสองก็กลับมาถึงหอพัก ยุนกิเก็บที่วางกระดานไว้นอกระเบียง ประยุกต์มาแขวนตากถุงเท้าตั้งแต่สัปดาห์แรกหลังวันสอบ เก้าอี้ก็กลายเป็นที่วางของแทนเสร็จสรรพ พอแขกวางกระเป๋าลงพิงกำแพงก็ต้องรีบรื้อโต๊ะทำงานให้โล่งพอจะวางคอมพิวเตอร์ได้ เขาเมินความรู้สึกดีใจแปลกๆ แล้วจดจ่อกับการเปิดโปรแกรมสำหรับจัดหน้าหนังสือ



“อยากได้ไซส์เล่มเท่าไหร่”



จองกุกขมวดคิ้ว เป็นอันรู้กันว่าไม่เคยทำ “เอสี่ก็ได้ครับ”



“แนวตั้งแนวนอน”



“แนวตั้ง...” คนช่วยพยักหน้า จัดการกรอกขนาดเล็กกว่าเอสี่ไปนิดหน่อยแล้วเคาะตัดตกสามมิลลิเมตรตามมาตรฐาน อันที่จริงเขาชอบแนวนอนมากกว่าแต่เรื่องแบบนี้หากยุ่งเกินพอดีอาจารย์ก็มองออกไม่ยากว่าให้คนอื่นทำ “นี่มันโปรแกรมอะไรอะพี่”



“อินดีไซน์ ไว้จัดหน้าหนังสืออะ จริงๆ ทำในอิลลัสจัดได้เยอะกว่าแต่อันนี้มันหลายหน้า” 



เสียงห้าวๆ เอ่ยตอบ จองกุกทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แล้วจ้องตาแป๋ว ในคอมพิวเตอร์เขาลงโปรแกรมอันนี้ไว้ก็จริงแต่ก็ของเถื่อนแถมยังไม่เคยแตะ ตอนยุนกิถามถึงก็ยังงงอยู่ว่ามันคืออะไร 



รูปงานทั้งหมดถูกวางลงหน้ากระดาษคร่าวๆ ยุนกิไม่ได้สอนอะไรมากนอกจากบอกว่าลงรูปทำยังไง วิธีเพิ่มหน้ากระดาษ สร้างนู่นสร้างนี่เล็กน้อยพอเป็นพิธี ที่จะเน้นหน่อยก็แค่บังคับโหลดฟ้อนท์ แนะวิธีจัดวางตัวอักษรให้ดูน่าอ่านขึ้น เว้นระหว่างบรรทัดหรืออะไรทำนองนั้น อย่างไรเสียเด็กกระต่ายนี่ก็จะมาค้าง เขาคงไม่ทำให้ทั้งหมดแต่อย่างน้อยก็อยู่ช่วยได้จนกว่าจะเย็นวันอาทิตย์



“อ่า... อันนี้ทำลิ้งค์กับรูปไว้นะ ถ้าจะไปปรับที่อื่นมันจะเปลี่ยนในโปรแกรมให้เลย”



“ครับ”



เพราะไม่ได้เจอกันเดือนกว่าเลยไม่รู้จะพูดอะไร บวกเข้ากับคนขี้อ้อนที่ไม่อ้อน ครั้นจะชวนคุยก็เปิดประเด็นไม่ถูก จะถามว่าดูหนังรึยังก็คงไม่เหมาะ แต่จะสอบสวนเรื่องสอบเข้าก็กลัวจะทำให้เครียดหนักกว่าเดิม 



“แล้วเป็นไงมั่ง หายไปนานเลย”



“ก็งงๆ ครับพี่ ยังไม่รู้เลยจะติดมั้ย”



“ติดดิ”



จองกุกโอดครวญ ได้ยินแบบนี้แล้วกดดันกว่าเดิมอีก “โห่ พี่อะ ผมเครียดนะ กลัวด้วย”



“เอ้า จะกลัวอะไร” คนสอนหัวเราะ คลี่ยิ้มกว้างทันทีที่บรรยากาศกลับมาผ่อนคลายเหมือนเดิม “ขนาดนี้แล้วก็มั่นใจหน่อย บอกว่าติดก็ติด เครียดจนหน้าโทรมหมดแล้ว”



คนเด็กกว่าไม่ตอบอะไร



จนผ่านไปหลายวิถึงได้ยินประโยคสั้นๆ ดังแผ่วเบา 



“กลัวไม่ได้จีบพี่อะ”



ยุนกิสำลักน้ำลายตัวเองค่อกแค่ก หน้าเห่อร้อนขึ้นมาทั้งที่ไม่ได้หันไปสบตา ตอนนั้นเขาก็เครียดจนพูดดักเอาไว้ก่อนมันเข้าห้องสอบ ไม่คิดเหมือนกันว่าจะโดนย้อนกลับมาดื้อๆ แบบนี้ “เอางั้นเลยนะ”



“ผมจริงจังเหอะ”



หมอนอิงคุมะมงยันเข้าหน้าแขก เจ้าของห้องรีบจัดวางรูปให้เข้าที่เข้าทาง ตีเนียนทำเป็นไม่เห็นรอยยิ้มทะเล้นของเด็กติว หงุดหงิดนิดหน่อยที่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังซึมเป็นกระต่ายป่วย พอได้พูดความคิดในหัวออกมาหน่อยก็ดูโล่งอกขึ้น “เอาเป็นว่า พี่เชื่อว่าติดแน่ๆ แต่นี่พูดจากงานวาดนะไม่เกี่ยวกับหน้าห้องสอบ”



“ปกติพี่ไม่ค่อยฟันธงอะไรงี้ไม่ใช่เหรอครับ?”



ไม่ว่าจะรายละเอียดเล็กน้อยขนาดไหน ถ้าไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์จะได้คำตอบประมาณว่า มีโอกาสสูง อาจจะ น่าจะ แต่ครั้งนี้กลับพูดเต็มปากเต็มคำทำนองแบบเชื่อว่าติด แต่คิดไปคิดมาก็คงเป็นการให้กำลังใจเพราะเห็นว่าสภาพเขาเยินกว่าที่ผ่านมา ทั้งน้ำหนักลดบ้างล่ะ ตอหนวดนิดหน่อยที่ไม่ได้โกนสม่ำเสมอเหมือนก่อนหน้านี้บ้างล่ะ 



ยังรู้สึกเองเลยว่าเฉาๆ ไงไม่รู้



เมื่อไหร่จะสอบติด



พี่ติวตัวขาวละสายตาจากหน้าจอ หันมาเจอสีหน้าเหมือนลูกหมาสงสัยแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ “ไม่ได้ฟันธง ก็บอกอยู่ว่าพี่เชื่อ งานเราอะถ้าทำได้ระดับนั้นในห้องสอบคะแนนควรจะโอเค อยู่ที่ว่าถูกโจทย์มั้ย ทำครบข้อรึเปล่า ถ้าผ่านหมดด้วยมาตรฐานปกติก็ดีแล้วนี่”



“แต่ในห้องสอบผมก็ทำไม่ได้เท่าตอนเรียนอะ”



“เรื่องปกติ อย่างน้อยก็ลองสนาม มันต้องติดซักที่แหละน่า” มือขาวๆ ยื่นมายีหัวด้วยความเอ็นดูปนมันเขี้ยว ไม่ปล่อยให้เปิดช่องว่างถามอะไรต่อก็รีบไถเก้าอี้ออกจากโต๊ะ ชี้บอกให้เรียงงานตามแบบที่ชอบ ส่วนตัวเองก็กลิ้งหลุนๆ ขึ้นไปกางโต๊ะตัวเล็กบนเตียง จัดการพิมพ์รูปเล่มสำหรับส่งอาจารย์ในสัปดาห์หน้าต่อ



จองกุกมองตามแบบไม่กล้าพูดอะไร ก็ได้แต่นั่งย่อขยายรูปตามใจฉัน เท่าที่ตกลงกันไว้คือให้ทำแบบที่ตัวเองชอบก่อนจากนั้นพี่ปีสี่ถึงจะมาเคาะแก้เลย์เอาท์ให้นิดหน่อยพอเป็นพิธี ซ้ำยังกำชับอีกว่าพอร์ทของเด็กมัธยมปลายน่ะให้มีแหว่งบ้างขาดๆ เกินๆ บ้างอาจารย์จะได้เชื่อว่าทำเอง อย่างน้อยก็ได้คะแนนความพยายามนิดนึง



เวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมง



จู่ๆ เจ้าของห้องลุกพรวด เดินมาที่โต๊ะแล้วไขกุญแจลิ้นชักด้านบนสุด ดึงออกมาเป็นของสำคัญอย่างพาสปอร์ทหรือสมุดบัญชีอะไรทำนองนั้น เพราะเห็นว่าเป็นของส่วนตัวเลยไม่กล้าหันไปหา ได้ยินแต่เสียงกุกกักเหมือนรื้ออะไรซักอย่าง ครู่เดียวกล่องกระดาษสีเทาตุ่นๆ ขนาดพอดีมือก็วางให้ตรงหน้า



“อะ ให้”



เด็กกระต่ายตาโต เงยหน้ามองเหมือนไม่เชื่อเท่าไหร่ว่านี่เป็นเรื่องจริง แอบเห็นมันหยิกขาตัวเองแรงพอตัว “เนื่องในโอกาสอะไรอะพี่ ติดแล้วค่อยให้ดีกว่ามั้ง”



“เรียนมาตั้งปีกว่าก็อยากให้เฉยๆ ถือว่าของขวัญจบคอร์ส”



ยางรัดกลางกล่องถูกดึงออก เปิดฝาออกมาถึงเห็นดินสอกดสีเหลืองอ๋อยที่ตัวเองชอบ หัวดินสอกับเส้นแถบบางๆ รอบที่กดเป็นสีดำสนิท ที่หนีบด้านข้างเป็นเส้นสีเงินเงาวับใหม่เอี่ยม



“แน่ใจนะครับ?”



“อือ” พอเห็นสีหน้าง่วงๆ กับการพยักหน้ารับประกอบเสียงก็ยิ้มร่า กดกึ้ดๆ จนไส้ดินสอไหลออกมาแล้วขูดขีดลงสมุดโน้ต ที่ดีใจอย่างแรกก็คือได้ของมาจากคนที่ตัวเองชอบ อีกอย่างคือพี่ยุนกิชอบสีดำ มีสีดำบนสีเหลืองแบบนี้เหมาะจะตาย “จำได้ว่าชอบสีเหลือง พี่ว่ามันแสบตาไปหน่อยแต่ก็หยิบๆ มา”



“ชอบมากเลยครับ ขอบคุณครับ” ฟันกระต่ายเห็นชัดเต็มซี่จนแทบเฉาะตา จองกุกดูเห่อกว่าที่คิดเพราะใส่กลับเข้าไปในกล่องแล้วรัดยางกลับคืนแบบถนอมสุดขีด ถ้าทำได้คงใส่กรอบขึ้นหิ้งบูชา 



“ประกาศผลวันไหนนะ?”



“ยี่สิบห้า ก็... อีกหกวันอะ โห่พี่ถามทำไมเนี่ย เครียดอีกแล้ว”



พี่ติวนับนิ้ว อันที่จริงตอนปีเขาประกาศก่อนถึงวันจริงเพื่อป้องกันเว็บล่ม เอกสารของมหาวิทยาลัยมักจะทำเสร็จล่วงหน้าเป็นสัปดาห์แล้วดองเข้าระบบเอาไว้รอวันอัพจริงเสียมากกว่า เพราะงั้นเป็นไปได้สูงกว่าอีกสองสามวันคงประกาศ คิดแล้วก็ลนจนยืนได้ไม่เต็มฝ่าเท้า ย่ำไปย่ำมาให้คนมองสงสัยเล่น



“ไม่ต้องเครียดๆ ตอนนี้ไม่มีผลไรแล้ว ตรวจข้อสอบเสร็จหมดแล้วมั้ง”



เหมือนจะให้กำลังใจ แต่ก็ไม่



คนรอผลเอนตัวพิงพนัก เหี่ยวหมดเรี่ยวหมดแรง “แล้วประกาศวันธรรมดา อยู่ที่โรงเรียนอีกอะ ได้แอบดูในห้องเรียนชัวร์” 



“ยังไงก็บอกด้วยแล้วกัน”



จองกุกหันกลับมายิ้ม รับปากว่าจะบอกถึงผลจะเป็นติดหรือไม่ติด “แต่ถ้าได้ขึ้นมาก็กลัวตกรอบสัมภาษณ์อยู่ดีอะ” 



“ตอนปีพี่มีบอกนะว่าคนนี้ติดตัวจริงหรือตัวสำรอง มีคนสละสิทธิ์อยู่สี่ห้าคนมั้ง ถ้าคะแนนสอบออกมาดีแล้วคุยกับอาจารย์รู้เรื่องก็ไม่โดนคัดออกหรอก อย่าไปง้องแง้งมากก็พอ” เสียงห้าวๆ ตอบไปหาวไป พอเหลือบตามองหน้าจอก็เห็นว่าเด็กกระต่ายเพิ่งจัดไปได้ห้าหกหน้าเพราะงงกับระบบ 



สงสารแต่ก็อยากให้ฝึกใช้โปรแกรมไว้บ้าง



จนหนึ่งทุ่มถึงได้ชวนไปซื้อข้าวเย็นที่เซเว่นในซอย มื้อกลางวันเป็นบุฟเฟ่ต์เนื้อเน้นๆ เลยยังจุกอยู่ ถึงซื้อมาแล้วจะไม่ได้กินทันทีก็คงดีกว่าปล่อยให้ท้องว่างแล้วเดินออกไปตอนดึกๆ แถมจองกุกดูเป็นเด็กอนามัยกินข้าวตรงเวลา บางทีถึงจะไม่ได้หิวขนาดอยากกินเป็นมื้อกระเพาะก็คงทำงานอัตโนมัติ



เขามองคนที่ดูจะอารมณ์ดีขึ้นกว่าตอนเที่ยงมากโข ทั้งเริ่มกลับมาหัวเราะเหมือนเดิม แกล้งหยอกหรือกลายเป็นเด็กติดสกินชิพอ้อนพี่ นี่ล่าสุดคือดันหลังเขาให้เดินไปไวๆ เพราะอยากซื้อนมกล้วย 



“หายเครียดแล้วรึไง”



“เครียด?”



“ก็ตอนเที่ยงไม่พูดไม่จา”



มันยิงฟัน ตอบแบบอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียง “ไม่ได้เจอพี่นาน เครียดเรื่องสอบด้วย”



“คิดว่าพี่จะกลับไปดุเหมือนตอนแรก?”



“เปล่า แต่ผมจริงจังที่พี่พูดอะ ไม่คิดว่าจะรู้”



ไม่รู้ก็แย่แล้วโว้ย



คล้ายจะมองออก ถึงได้ยิ้มแห้งแล้วเปลี่ยนเป็นออกแรงบีบนวดบ่าให้แทน “มันหลายอย่างอะพี่ อยากสอบติดอะแน่อยู่แล้ว กลัวคะแนนน่าเกลียดแล้วพี่จะผิดหวังด้วย ถ้าไม่ติดขึ้นมาเหมือนพังหมดเลย”



“ทำไมต้องกลัวพี่ผิดหวัง?”



จากสายตาที่ตวัดกลับมามองบวกกับน้ำเสียงห้วนขึ้นก็พอรู้ตัวว่าใกล้โดนด่า จองกุกสะดุ้งโหยง เบี่ยงตัวหลบอีกทางแม้จะคลี่ยิ้มเจื่อนๆ สู้ “ก็...พี่ตั้งใจสอนมากอะ”



กะแล้วว่าต้องมีความคิดแบบนี้ เหมือนเจ้าจีมินไม่มีผิด



“ก็คงผิดหวัง แต่อีกประเด็นคือพี่สอนแล้วเราวาดรูปเก่งขึ้นรึเปล่า ผลตรงนี้พี่พอใจไง” เพราะโดนล็อคบ่าไว้ทั้งสองข้างจากด้านหลังแถมออกแรงผลักเดินไปข้างหน้าเลยพูดเสียงดังกว่าปกตินิดหน่อย จะหันกลับไปก็กลัวคอเคล็ด จะพูดเบาก็กลัวไม่ได้ยิน 



เรื่องสำคัญทำไมต้องมาพูดริมถนนด้วยวะ 



“ห่วงอนาคตตัวเองก็พอแล้ว”



เสียงประตูดังขึ้น ยุนกิเดินตรงไปหยิบขนมปังตัดขอบ ส่วนเด็กกินเยอะก็รีบคว้านมกล้วย แซนด์วิช แล้วก็ข้าวโพดอบกรอบหนึ่งถุง บทสนทนาถูกปล่อยทิ้งไว้ทั้งที่คำพูดทั้งหมดยังลอยอยู่ในหัว



จนกลับถึงหอพัก เด็กโข่งทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตำแหน่งเดิม ทว่าแทนที่เจ้าของห้องจะกลับไปจุ้มปุ้กบนเตียงกลับลากเก้าอี้กลมๆ ที่เคยนั่งตอนเรียนมาข้างๆ แทน ซ้ำยังพูดเปิดประเด็นเหมือนถามเรื่องดินฟ้าอากาศซะอย่างนั้น “อย่าบอกนะว่าที่ตอนเที่ยงไม่ค่อยคุยเพราะเรื่องนี้”



เหมือนเห็นคนฟังสะดุ้งหน่อยๆ มือที่พยายามจัดหน้ากระดาษก็ชะงักไปหลายวิ ตากลมโตเพ่งอยู่กับหน้าจอไม่กล้าหันกลับมาอย่างที่เคย อาการแบบความผิดติดตัวดูจะชัดเจนเกินไปหน่อย อาจต้องเพิ่มบทเรียนว่าควรเก็บความคิดตัวเองไว้บ้าง ไม่ใช่โดนชาวบ้านชาวช่องดูออกกันทั้งประเทศ



“จองกุก”



“อ่า... ครับ ก็ส่วนนึง”



ว่ากันตามตรงยุนกิไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ อะไรคือการไม่กล้าคุยเพราะกลัวสอบไม่ติด นี่เขาใจแคบขนาดนั้นเลยเรอะ "อย่าลืมว่าเราจ้างให้พี่สอน เรื่องติวถือว่าเป็นงานของพี่ แต่นอกจากนั้นพี่ทำเพราะเอ็นดู เต็มใจทำ เพราะงั้นผลจะยังไงเราก็เป็นเด็กติวของพี่อยู่ดี ไม่ต้องคิดมาก”



เหมือนจะชมแต่ก็ด่าอีกแล้ว



จอนจองกุกนั่งเงียบไปอีกพักใหญ่ สีหน้าลำบากใจส่งออกมาชัดเจนจนไม่กล้าพูดอะไรขัด มือทั้งสองข้างกระชับกันอยู่บนตัก พอบวกกับการนั่งก้มหน้าก็ดูตัวลีบๆ หงอยๆ บอกไม่ถูก “เข้าใจครับ... แต่ผมไม่ได้อยากเป็นแค่เด็กติวพี่นี่”



พัดลมก็เปิดนะ ทำไมร้อนๆ



“นี่เครียดขนาดนั้นเลย?”



“ครับ”



พี่ติวตัวขาวพยักหน้ากับตัวเองสองสามครั้ง ลุกขึ้นเดินกลับไปประจำที่บนเตียงตัวเองแล้วนั่งเท้าคางมอง ไม่ได้เจอกันแค่เดือนกว่าแต่ดูโตขึ้นเยอะ งอแงน้อยลง อาจเพราะกำลังเครียดด้วยเลยกล้าพูดกล้าทำ คงคิดไปเองนั่นแหละว่าถ้าสอบไม่ติดแล้วไม่มีสิทธิ์สู้หน้า เขาจะโกรธหรือดุ จากมุมคนเรียนก็คงจะอย่างงั้น 



แต่ฝั่งคนสอนน่ะไม่ใช่ 



“พี่บอกว่าถ้าสอบติด ให้ทำที่ตกลงไว้กับกีฮยอนด้วย”



“ใช่ครับ”



“แต่ไม่ได้บอกนี่ว่าถ้าไม่ติดจะทำไม่ได้”



คล้ายมีเสียงระเบิดดังอยู่ในหัว 



เพราะตกใจจนอ้าปากค้างโชว์ฟันกระต่าย กว่าจะได้สติก็ตอนเห็นก้อนขาวๆ บนเตียงนั่งก้มหน้าก้มตาพิมพ์อะไรไม่รู้ยิกๆ ถ้าเป็นตอนเพิ่งรู้จักกันเดือนแรกๆ ก็คงคิดแหละว่าเจ้าตัวพูดเฉยๆ แล้วกลับไปนั่งทำงาน แต่ตอนนี้ก็พอเดาออกว่าเจ้าตัวประหม่าสุดขีดจนต้องหาอะไรทำให้หายลน



จู่ๆ ฝาคอมก็ถูกพับปิด เจ้าของห้องเงยหน้าขึ้นมารีบพูดรัวๆ จนฟังแทบไม่ออก “หมายถึง... เรื่องนี้กับเรื่องเรียนมันไม่เกี่ยวกันนี่ ไม่ใช่ว่า... เออ นั่นแหละ ทำพอร์ทถึงไหนแล้ว”



จองกุกฉีกยิ้มกว้าง ตาหยีโค้งเป็นสระอิ เริ่มได้ใจก็ตอนเห็นอีกคนลนจนทำตัวไม่ถูก จะบอกว่าควบคุมตัวเองไม่ได้ดีเหมือนปกติก็ไม่ผิดเท่าไหร่ ทั้งมือสั่น พูดตะกุกตะกัก หลบตา ไม่เหลือคราบคนไม่แคร์โลกภายนอกอย่างตอนเพิ่งรู้จักกันซักนิด “พี่อย่าเปลี่ยนเรื่องดิ”



“ไม่ได้เปลี่ยน”



“งั้นพี่หลบตาผมทำไมอะ” ตัวโตๆ ของเด็กม.หกหมุนเก้าอี้กลับไปหา แค่มองแบบล้อเลียนก็ทำให้อีกคนค่อยๆ เขยิบจนสุดขอบอีกฝั่ง ก้มหน้าจับแล็ปท็อปของตัวเองแน่น แก้มร้อนฉ่าจนต้องมุดหนีหนักกว่าเดิม



เพิ่งเคยเจอสถานการณ์แบบนี้นี่หว่า



ปกติไม่ได้สนใจ ไม่คิดว่าเด็กนี่จะเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังตีน



“ปกติขี้อายไม่ใช่เหรอวะ ทำไมทีงี้กล้าพูด”



มันหัวเราะเบาๆ รอยยิ้มสดใสยังคงประดับอยู่และดูจะมีความสุขมากกว่าเดิม สายตาจับจ้องมาแบบไม่คิดว่าจะเสียมารยาท ยิ่งแกล้งกระเถิบไถเก้าอี้เข้าไปใกล้แล้วมองปฏิกริยาลนลานของพี่ติวก็พองฟูบอกไม่ถูก



“อายสิครับ แต่ชอบเห็นพี่เขินมากกว่า น่ารัก”



ถ้ารู้ว่าระยะปีกว่าๆ มันจะโตมาแบบนี้ เขาจะไม่ตามใจจนเป็นเด็กนิสัยเสียหรอก “กลับไปทำพอร์ทเดี๋ยวนี้ หมดเวลาเล่นแล้ว ผลสอบออกเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกที”



“ไม่ได้เล่นซะหน่อย” ถึงจะเริ่มกลับมาง้องแง้งสมวัยแต่ก็ยอมหมุนกลับไปจัดวางเลย์เอาท์ต่อแบบไม่ปริปากบ่น คุยกันไม่กี่นาทีก็ดูอารมณ์ดีขึ้นหลายเท่า ดูจากการนั่งทำพอร์ทไปยิ้มไปเหมือนคนบ้า



ยุนกิยกมือขึ้นนวดขมับ ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือผิดที่พูดออกไปแบบนั้น ในหัวเขาเรื่องรักๆ ชอบๆ กับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมันแยกส่วนกันชัดเจน จริงอยู่ว่าถ้าทำตามเป้าหมายไม่ได้อาจจะรู้สึกแย่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะโฟกัสว่าเป็นคนล้มเหลวไม่น่าคบหรืออะไรทำนองนั้น



ทำแบบนี้เหมือนเปิดทางให้จองกุกก็ใช่



แต่ก็คงดีกว่าเห็นมันนั่งหงอยเครียดนู่นเครียดนี่จนสภาพยับเยิน







∞  ∞  ∞









จู่ๆ ยูคยอมก็แหกปากลั่นกลางห้องเรียนว่าประกาศผลแล้ว



คนนั่งรอจนยุกยิกเครียดแรมเดือนก็รีบควักโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า ไม่สนใจเสียงหัวเราะของครูกับการหยุดสอนห้านาทีให้เด็กหลายๆ คนในห้องได้ลุ้น เพราะหลายคณะประกาศวันเดียวกันเลยวุ่นวายกันมากพอตัว จะดุก็ไม่ถูกเพราะนี่เป็นอนาคตเด็ก อีกอย่าง...ห้ามได้ที่ไหนล่ะ



จองกุกรีบกดเข้าเว็บ กดชื่อคณะผิดๆ ถูกๆ เพราะตื่นเต้นจนมือสั่น เผลอตัวกลั้นหายใจจนเพื่อนข้างหลังต้องบอกให้ใจเย็นๆ ยิ่งทั้งห้องเงียบกริบก้มหน้าก้มตาลุ้นของตัวเองบ้างเพื่อนบ้างก็กดดันจนพิมพ์ผิดไปหลายรอบ



เสียงเพื่อนสนิทโห่ร้องลงไปนอนกลิ้งกับพื้นยิ่งทำให้ลนกว่าเดิม จองกุกไม่แม้แต่จะเหลือบตามองด้วยซ้ำ ตาโตๆ จดจ่ออยู่กับแถบโหลดหน้าเว็บ ภาวนาให้มันถึงขอบเร็วๆ เสียทีแต่ก็ค้างอยู่อย่างนั้น



กระดาษหน้าแรกค่อยๆ โผล่ขึ้นมาเป็นตรามหาวิทยาลัย



เขาก้มลงจนหน้าแทบชิดโทรศัพท์



นิ้วไถหน้าจอขึ้นเพื่อหาชื่อตัวเอง



เหมือนทุกอย่างรอบตัวหยุดชะงักก็ตอนเห็นรหัสที่ท่องจนขึ้นใจตอนฝนกระดาษข้อสอบ ไหนจะชื่อนามสกุลที่ต่อท้ายมาในบรรทัดเดียวกัน พอไถกลับขึ้นไปดูจำนวนนักศึกษาที่รับ คำว่าผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ กับหมายเลขหน้ารหัสสอบ ก็ค้างอยู่อย่างนั้นจนสายตาพร่าไปหมด



“ยูค”



ตัวโตๆ ที่นอนกอดมือถือบนพื้นหยุดดิ้น โงหัวขึ้นมามอง พยายามลุกขึ้นมองหน้าจอโทรศัพท์ของเพื่อนทั้งที่ตัวเองยังสติไม่กลับเข้าร่าง พอเห็นชื่อเพื่อนอยู่ในประกาศของอีกคณะก็ลงไปนอนดิ้นปัดๆ เป็นปลาขาดน้ำอีกรอบ



จอนจองกุกลุกพรวด ขออนุญาตอาจารย์ไปห้องน้ำแล้วหลบนั่งยองๆ อยู่มุมตึก มือกำโทรศัพท์พร้อมกดโทรออก แต่ก็กลัวพี่ติวเรียนอยู่เลยตัดสินใจไลน์ไปถามก่อนว่าตอนนี้สะดวกคุยรึเปล่า ตามด้วยโทรไปรายงานแม่เป็นคนแรก พอได้คำตอบจากยุนกิกลับมาว่านอนปั่นงานที่ห้องทั้งวันทั้งคืนก็กดเบอร์ที่จำได้แม่นแล้วโทรออกทันที



‘ว่าไง’



“พี่ ได้สอบสัมภาษณ์แล้ว”



‘ดีใจด้วย’



ฟังแค่เสียงก็รู้ว่าคนนึงต้องยิ้มจนเห็นเหงือก อีกคนคงฟันกระต่ายเฉาะนู่นเฉาะนี่ 



“พี่”



‘หือ?’



“เดี๋ยวเลิกเรียนแล้วผมไปหาได้มั้ยครับ”







ø



#พี่ติวยุนกิ





ตอนแรกว่าจะแต่งให้จบก่อนค่อยทยอยลง

แต่คิดตอนต่อไปไม่ออก เลยมาลงขอกำลังใจ55555555 /นั่งพับเพียบถือขัน


ปล.กรอกแบบสำรวจรวมเล่มแล้วอย่าเทกันนะ ฮึก หยอดปุกวันละสองบาทนะคะอย่าลื----


ตอนที่แล้วเม้นต์เยอะจนตกใจ ขอบคุณนะคะ T T อ่านเพลินเลย555

สงสัยดองนานไปหน่อย แหะ(...) สำนึกผิด



เจอกันตอนหน้าาา



สัญญาว่าจะหวานนนนนนนน... มั้ง




ขอบคุณมากค่า <3 เลิ๊บ




2 FEB 2018








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 142 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #852 pgg∞ (@playgroundgirlz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 10:00
    อ่านแล้วเครียดไปกับน้องด้วยเลย พอรู้ว่าติดแล้วก็ดีใจมากๆ เก่งมากคับน้องงงง &#128152;
    #852
    0
  2. #842 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 22:57
    ดีใจไปกับน้องด้วยเลยค่า
    #842
    0
  3. #821 SNW ...Kya ing (@vasuntara-ink) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 23:30
    ใจฟู ใจฟูมากค่ะ อ่านตอนช่วงสอบไฟนอลมหาลัยปี4 แล้วหวนนึกถึงตอนประกาศผลสอบเข้ามหาลัยของตัวเองเลย โมเม้นนั้นมันดีที่สุดเลย ส่วนพี่ยุนกิ พี่ก็ร้ายน้า หยอดน้องเหมือนกันนะนั่น
    #821
    0
  4. #813 Capriccioso (@june-j) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 14:34
    ลุ้นกับน้องมากเลย ทั้งๆที่รู้ว่าตืดอยู่แล้วบะก็พยายามมาซะขนาดนี้แล้ว เก่งมากนะครับบบ
    #813
    0
  5. #805 aqua11 (@aqua11) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 01:24

    ลุ้นประกาศผลไปกับน้องเลยค่ะ แต่ตลกยูคไม่ไหว ถึงกับลงไปนอนดิ้น 55555555 แน๊ พี่กิคะ อะไรคือการพูดเอง เขินเอง ลนเอง สุดท้ายเลยโดนเด็กแกล้งหยอกคืนเลย

    #805
    0
  6. #764 Mew (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 17:29

    จองกุกเก่งมากเลย

    #764
    0
  7. #747 หนงหน่ง (@moonong750) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 22:39
    เขิลมากเขิลค่ตคือแบบค่ตๆเขิลๆ ใจบางงิน้องน่ารัก พี่ก้น้าฟัด
    #747
    0
  8. #719 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 02:55
    อินมากกกกกกกกกก งุ้นเหมือนไปนั่งติวข้างๆ
    #719
    0
  9. #711 prawarin_png (@prawarin_png) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 22:06
    อ่านตอนนี้แล้วอินเนอร์แม่มาเต็มมาก ลุ้นไปกับจองกุกเลย น้องติดแล้วก็ไปทำตามสัญญาได้แล้วววว
    #711
    0
  10. #697 Tairo - Rene (@yming) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 14:27
    ตอนสอบเข้าศิลปากรเราโดนวาดมือตัวเองถือกระจก //โคตรพ่อค่ะ โยนข้อสอบทิ้งแล้วเรียนวิศวะจุฬา
    #697
    0
  11. #694 lookpangg (@lookpangg) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 11:37
    ลุ้นตามเลยอะฮื้อออออออออออออ
    #694
    0
  12. #692 som-_-moment (@som-_-moment) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 10:05
    โอ๊ยลุ้นไปกับน้องด้วยเลยอ่ะ ยิ้มจนแก้มปริ
    #692
    0
  13. #565 Mie_Sorata (@Poramapon) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 13:58
    เป็นตอนที่เขินที่สุดในเรื่องล่ะอ่ะ55555
    #565
    0
  14. #559 Mellow_quinn (@Mellow_quinn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 14:39
    พี่กิเราโดนแร้ว-3-
    #559
    0
  15. #542 ilyyy (@krinigt88) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:15
    โอ้ยยยยยยลุ้นไปกับน้องเลยอะ ดีใจด้วยยยติดสัมภาษณ์แล้วววววว อีกนิดเดียวนะจองกุกอีกนิดเดียว
    #542
    0
  16. #521 myOwπ (@aOnw) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:04
    ฮือ

    ยุนกิแบบ โอ้ย อ่อยป้ะ ถามสั้นๆ 5555555555
    แง นี่ลุ้นกับน้องกุกเนี่ย ฮือ
    #521
    0
  17. #483 DTsuga_ (@Yug-) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:35
    //ปูเสื่อแล้วนั่งพับเพียบ// หม่อมฉันจะรอตอนต่อไปเพคะ ทรงโปรดอย่าทำการหมักดองหรือบ่มฟิคนานเลย ฟีลตอนรอฟิคอัพนั้นดุจเราคือเนื้อบนบาร์บีคิวที่กำลังถูกย่างบนดวงอาทิตย์ มันช่างทรมาน โปรดอย่าให้บาร์บีคิวไม้นี้ต้องหลอมละลายไปกับดวงอาทิตย์ หรือไหม้จนเสวยมิได้เลยนะเพคะ โปรดเห็นใจหม่อมฉันด้วย //กราบ
    #483
    0
  18. #482 ann_ddee (@ann_dukdik) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:00
    เนี่ยยยยย ตอนแรกติดจอย จนไปเจอเรื่องนี้ ก็มาตามอ่านตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้สองวันติด จากที่นอนตีหนึ่งรู้ตัวอีกทีเมื่อวานก็นอนหกโมงเช้า เขินมากอ่าาาาา แบบ ชอบมาก เออ มันมีความเรียลอ่ะ เห็นภาพ ภาษาน่ารัก ไม่มีคำผิดเลยอ่ะ ตัวละครก็น่ารักทุกตัวเลย นึกย้อนไปสมัยตัวเองเรียนติวเตอร์ตัวต่อตัวแบบนี้เลยแบบ เออ มันใช่อ่ะ มันจะมีความเขิน เกร็งๆ หน่อย พอติวไปนานหลายเดือนเข้ามันก็จะสนิทถึงขั้นไปไหนมาไหนด้วยกันงี้ โคตรน่าร้ากกกกก มองในภาพคนติว ตอนเราเข้ามหาลัยเราก็กลายเป็นพี่ติวต่อ ก็เข้าใจเห็นภาพชัดเลยค.คิดยุนกิอ่ะ คิดว่าพี่ติวหลายคนต้องคิดแบบนี้แหละ โคตรชอบเลยอ่ะ ชอบในความใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อย มันทำให้ดูแล้วน่ารักมากเลยอ่ะ เจ้ากระต่ายยักษ์กินดุ กับแมวดุงี้ งื้ออออ//หอมหัววว จะรอติดตามต่อไปเรื่อยๆนะ &#10084;&#10084;
    #482
    0
  19. #480 grumpyboy (@romeojojo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:37
    อ่านแล้วนึกถึงตอนตัวเองตระเวนสอบเลยค่ะ
    ลุ้นไปกับน้องกุกด้วยนะเนี่ย55555555555555
    ฟีลนี้เลยนะ ฟีลโล่งอะ แบบเออเหมือนยกภูเขาออกจากอกงี้
    พี่ยุนกิน่ารักจังตอนเขินน้องเนี่ย เดี๋ยวต่อไปนี้ก็จะได้เขินกันแบบเต็มๆเลยสินะ
    เจ้ากุกต้องรุกคืบเต็มที่ ฮือ 
    #480
    0
  20. #479 Mintarisreal (@Mintarisreal) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:00
    น้องงงงงงงงง ฮื่อ เก่งมากเจ้ากาตุ่ย ลุ้นตาม555555555555 ส่วนเก่งกว่าเรื่องสอบก็เรื่องทำคนพี่เขินนี่แหละ555555555
    #479
    0
  21. #478 wellxwhale (@wellxwhale) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:54
    โอ๊ยย ใจบ่ไหวแล้ว จองกุกโตแล้วจะทำอะไรก็ได้งี้หรอ ฮืออออ เต๊าะพี่จนเราเขินแทนไปหมดแล้ว;-; อ่านไปแอบลุ้นแทนจองกุกเหมือนกัน เหมือนเหมือนนั่งรออยู่ในเหตุการณ์จริงด้วยเลย ฮืออ ลุ้นทากTT
    #478
    0
  22. #477 -- Wayo -- (@chotiga7181) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:56
    ฮือออออออออใจบางไม่ไหวแล้วววว
    #477
    0
  23. #476 ZAYO_O (@ZAYO_O) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:25
    อื้ออออหืออออออออ นี่แบบอือหืออออออออโอ้ยปมพยาแพสห ดีใจโว้ยยยยยยยยยยย รู้แหละว่ายังไงก็ต้องได้แต่ใจมันก็ลุ้นอยู่ดี แง ดีใจอ่ะ นี่ก็ยิ้มอยู่ไม่ต่างกับพี่ติวเลยคับ ฮือๆๆ ช่วงนี้อะไรๆก็ดีไปหมดเล้ย

    ตอนนี้ก็เป็นตอนที่ไม่คาดคิดอีกแล้ว ไม่คิดว่าคุณพี่ติวจะเขินเลย แล้วเขินแบบ โอ้ยน่าแกล้งมากๆๆ มองจากดาวพลูโตยังรู้เลยว่าเขิน วางตัวไม่ถูก ไงอ่ะโดนเอาคืนเลย ดีใจ55555555555555 ชอบๆ ชอบให้แกล้งยุนกิเยอะๆค่ะ เด็กติวโดนแกล้งมาเกินครึ่งเรื่องแล้วหลังจากนี้ได้เวลาเอาคืนแล้วจองกุก จัดให้หนักก555555555555 จริงๆก็ไม่คิดว่ายุนกิจะพูดไรอย่างงั้นด้วย แถมพูดเองเขินเองอีกว้อย น่ารักกกกTT

    เห็นยุนกิเขินแล้วหายเครียดเลยค่ะ ถึงจริงๆหายตั้งแต่คนน้องบอกกลัวไม่ได้จีบพี่แล้ว55555555555555

    รอต่อนะคะ ขอบคุณคับ จะรอดูฟามหวานตอนหน้าเด้อ ฉู้ๆๆๆ
    #476
    0
  24. #475 lilac sky (@Lilacs-Sky) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:17
    ตื่นเต้นแทนเหมือนเห็นลูกตัวเองค่อยๆเติบโต จากอยากเรียนอะไร หาที่ติวคนติว ตั้งใจอ่านหนังสือ ฝึกบ่อยๆ แอบรักคนติว(ไม่ใช่ล่ะ55555) ถึงเวลาสอง รอวันประกาศผล แล้วผลก็ออก เย้! กุกในที่สุดนายก็ได้เตรียมตัวรุกพี่เขาแบบจิงจังและรุนแรง(?) เสียทีนะ โอ๊ยยย แค่เห็นพี่กิเขินแค่นี้ก็น่านักแล้ว ถ้ามีบทหวานมาอีก ตายๆ เด็กมันหยอดไม่ปล่อยแน่นอน 555
    #475
    0
  25. #474 Skwxx (@Chaichana1428) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:25
    กร๊ากกกกกกกกกกกก เขิน>\\<
    #474
    0