พี่ติวยุนกิ [BTS: KOOKGA]

ตอนที่ 5 : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3663
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 162 ครั้ง
    16 ต.ค. 60












#พี่ติวยุนกิ

5




กระดานวาดรูปยังเกะกะเหมือนทุกที



จองกุกรีบพุ่งตัวก่อนจะโดนหนีบที่ช่องแตะบัตรรถไฟฟ้า เมื่อเช้าตื่นเจ็ดโมงก็ใช่ แต่พอนั่งอ่านหนังสือไปทวนการบ้านไปก็เกือบสายไม่รู้ตัว ถึงได้รีบยัดข้าวกลางวันลงกระเพาะแล้ววิ่งแจ้นออกจากบ้าน แทรกซ้ายแทรกขวารีบออกมาถึงที่นัดหมายตอนเที่ยงสี่สิบเป๊ะๆ 



พอกวาดตามองถึงเห็นว่าพี่ตัวเล็กกลับมาสวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นสีดำสบายๆ ยืนกดโทรศัพท์พิงรั้วอยู่ไม่ไกล มองจากมุมนี้ไม่ต่างกับเด็กมัธยมปลายเท่าไหร่แม้จะจบไปสามปีแล้ว ดีไม่ดีบอกว่าอายุสิบหกก็เชื่อ แต่ต้องไม่ใช่กับผมสีนี้ที่ถูกปล่อยฟูฟ่องเหมือนเพิ่งตื่นนอนหรอกนะ “พี่ครับ”



ตาตี่ๆ เหลือบขึ้นมอง ก่อนจะเก็บมือถือกลับเข้ากระเป๋ากางเกง



“กินข้าวมายัง”



“เรียบร้อยแล้วครับ”



ยุนกิพยักหน้า ปล่อยหูหิ้วถุงพลาสติกที่คล้องแขนมากำไว้แทน พอถือวิสาสะแอบดูค่อยเห็นว่าเป็นข้าวกล่องจากร้านสะดวกซื้อ มีไอน้ำเกาะพลาสติกนิดหน่อยเหมือนเพิ่งอุ่นร้อนเมื่อครู่ 



เพราะวันๆ กินแต่ของแบบนี้ล่ะมั้งถึงตัวเท่าลูกแมว



ใช้เวลาเดินไม่กี่นาทีก็ถึงทางเข้า ตอนแรกได้ยินว่าหอพักก็คิดว่าสภาพจะเหมือนหอของโรงเรียนประจำอะไรเทือกนั้น แต่พอมาเห็นกับตาก็ได้แต่ยืนเกาหัว สภาพภายนอกก็เหมือนอพาร์ทเม้นท์ทั่วไปย่านใจกลางเมือง ถึงจะดูเก่าไปบ้างแต่ด้านในยังสะอาดเอี่ยมมีร่องรอยทาสีใหม่ ระบบก็ดูปลอดภัยไม่อับไม่โทรม



เจ้าของห้องล้วงกุญแจออกมาไข มีการหันมากำชับนิดหน่อย



“แป๊ปนะ เช็คสภาพห้องอีกรอบก่อน”



หัวสีชมพูผลุบหายเข้าไปไม่ถึงสองนาทีก็โผล่ออกมาใหม่ งวดนี้เปิดประตูอ้ากว้างเป็นเชิงบอกให้เข้ามาได้ จองกุกมองสำรวจซ้ายทีขวาที ตื่นเต้นกับสภาพห้องของคนที่อาศัยอยู่คนเดียว น่าจะขนาดราวสี่สิบห้าถึงห้าสิบตารางเมตรรวมระเบียงเล็กๆไว้ตากผ้า มีประตูกระจกกั้นระหว่างห้องนอนกับด้านนอกชัดเจน 



สภาพชั้นวางของหรือเฟอร์นิเจอร์ในห้องถูกแบ่งเป็นระเบียบ ของที่ซื้อทีหลังถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำทึบไปหมด อ่างล้างจานมีแก้วกาแฟใส่น้ำวางแช่อยู่ ส่วนราวตากผ้าก็มีผ้าเช็ดตัวผืนเล็กผึ่งไว้ข้างเสื้อสีดำเป็นพรืด มองไปมองมาถึงเห็นลายคุมะมงเนียนๆ แจมๆ อยู่ตามหมอนอิงที่โซฟาหรือของใช้เล็กๆ น้อยๆ



ริมหน้าต่างมีที่วางกระดานกับเก้าอี้เล็กๆ ตั้งไว้ให้ ตรงข้ามมีโต๊ะตัวเล็กสีขาวกับชามดินเผาที่เห็นเมื่อคราวก่อน พอลองเดินไปนั่งถึงเข้าใจว่าอะไรคือแสงเข้าทิศเดียวจะวาดง่ายกว่า จองกุกรูดซิปกระเป๋าออกแล้วหยิบกระดานมาตั้งที่ตัก พาดไว้กับที่วางแล้วทดลองวางแขนดู



น่าจะหลับสบายกว่าที่คิด



“อย่านอน”



เท่านั้นแหละ นั่งหลังตึงตัวตรง หันไปยิ้มแหะ



เขาส่งแผ่นการบ้านไปให้พร้อมคืนงานตัวอย่าง ระหว่างที่อีกคนจัดการแก้แล้วตรวจเช็คทีละแผ่นก็บอกให้ลองวาดดู วาดตามแสงเงาที่เห็น กำชับว่ามันไม่หลุดออกจากที่สั่งให้วาดทรงเรขาคณิตนักหรอก 



ลูกศิษย์เด็กโข่งพยักหน้ารับ พอเริ่มลงมือขีดๆ เส้นก็มีถุงขนมข้าวโพดอบกรอบมาวางไว้ให้ข้างๆ พอหันกลับไปถึงเจอพี่ติวตัวน้อยนั่งขัดสมาธิตักข้าวเข้าปากมองมาจากปลายเตียง เคี้ยวตุ้ยๆ จนดันกระพุ้งแก้มออกมาเป็นก้อน บนตักมีหมอนเจ้าหมีแก้มแดงไว้รองข้อศอก สีทั้งผ้าปูทั้งเครื่องแต่งกายตัดกับสีผิวชัดเจน “โทษที ตื่นสายเลยกินไม่ทัน”



“อ่า ครับ”



เริ่มไม่มั่นใจแล้ว... ระหว่างไปนั่งวาดที่ที่คนพลุกพล่านแบบคณะ หรือมานั่งในพื้นที่ส่วนตัวที่มีแค่สองคน แบบไหนจะน่าอึดอัดกว่ากัน จริงอยู่ตอนนี้ความเกร็งลดลงจนแทบไม่เหลือหลังรู้ว่าพี่เขาไม่ได้ดุอย่างที่คิด แต่พอบุกเข้ามานั่งถึงในนี้มันก็ชวนรู้สึกกระอักกระอ่วนนิดหน่อย ยิ่งวันนี้อีกฝ่ายดูง่วงๆ งงๆ บอกไม่ถูกอีกต่างหาก



เหมือนยังไม่เปิดโหมดสอน



“พี่ยุนกิ”



“หือ?”



“เมื่อคืนนอนไม่พอเหรอครับ”



ยังถามไม่ทันจบ คนฟังก็ปิดปากหาวหวอด “นิดหน่อย แต่คงไม่หลับตอนนี้หรอก คิดว่านะ”



จองกุกพยักหน้า กำลังจะหันหลังกลับไปวาดก็ถูกเรียกให้รับการบ้านสเก็ตช์ของสัปดาห์ก่อนคืน “ที่ทำมามันรกไปหน่อย รายละเอียดถี่ๆ พวกนี้ไม่ต้องใส่ลงทุกจุดของงานก็ได้ แล้วก็ลดจุดรองให้เล็กกว่านี้อีกนิด อันนี้มันแข่งกันเด่นอยู่ หรือถ้าไม่ลดตอนลงสีก็ดรอปให้มันดูอ่อนกว่านะ”



เสียงห้าวๆ เรียกให้เขาหยิบโทรศัพท์มาถ่าย ก่อนมือขาวๆ จะหยิบยางลบมาตัดบางจุดออก จัดการแก้ให้เสร็จสรรพ พร้อมสั่งให้เอาอันนี้ไปลงสีโปสเตอร์มาให้เรียบร้อย ส่วนวิธีจะยังไม่บอกเดี๋ยวติดสไตล์งาน ให้ลองงมทำผิดๆ ถูกๆ เด๋อๆ มาซักสองรูปก่อน พร้อมบ่นอุบว่าอันนี้มันสอนยากแก้ยาก ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่



พอถ่ายรูปเสร็จก็วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะข้างๆ ชามดินเผา ระหว่างนั้นตากลมๆ เหลือบเห็นแจ้งเตือนข้อความยาวเป็นพรืดบนหน้าจอ กำลังจะหยิบขึ้นมาแต่ก็ตัดสินใจวางมันคว่ำลงแล้วตั้งสมาธิกับการเรียนตรงหน้าก่อน แม้ในหัวจะเริ่มรวนเพราะไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นก็ตามที 



จนมันสั่นแล้วสั่นอีก แทบจะทุกนาที



แถมยังนั่งยุกยิกไม่ติดที่นั่นแหละ...



“จองกุก”



“ครับ”



“มีธุระสำคัญรึเปล่า?” เสียงดังมาจากบนเตียงด้านหลังที่เดิม เจ้าของห้องหยิบคอมพิวเตอร์ขึ้นมานั่งทำงานเสียเรียบร้อย แถมยังดูหงุดหงิดกว่าปกติเสียด้วย “ถ้าใช่ก็ไปคุยให้เรียบร้อย พี่ไม่ชอบให้ยุ่งกับมือถือตอนเรียน”



“ไม่ครับ ไม่ใช่ธุระสำคัญ ขอโทษครับ” คนเด็กกว่าหันมาผงกหัวแล้วปิดกระทั่งระบบสั่น คว่ำมันลงบนโต๊ะเหมือนเดิมแล้วเป่าปาก ตั้งอกตั้งใจหยิบดินสอแหลมๆ ขึ้นมาลงน้ำหนักแสงเงาต่อจากเดิม 



แต่ดูเหมือนยิ่งลงจะยิ่งแย่



จากเส้นที่บรรจงขีดเรียบร้อยตอนนี้กลับถูจนกระดาษช้ำ ซ้ำยังกลับมาลงหนักมือเกินจนดำปี๋หมือนตอนฝึกลงครั้งแรกๆ แล้วโดนดุซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฝ่ามือชื้นเหงื่อจนกระดาษรองยุ่ยเป็นขุย พอหันกลับไปก็เจอสีหน้าไม่พอใจจับจ้องมาก่อนอยู่แล้ว และนั่นมันน่ากลัวกว่าตอนเขาทำพลาดหรือทำตามตัวอย่างไม่ได้เสียอีก



คนตัวขาวลุกขึ้นจากเตียง ก้มลงเปิดกระเป๋าหยิบปึกกระดาษที่วาดไปแล้วเมื่อสองสัปดาห์ก่อนออกมากาง วางเทียบกับสิ่งที่เด็กติวกำลังทำอยู่แล้วใช้ฝ่ามือตบลงไปบนกระดานเบาๆ “มันไม่ควรแย่ลง เพราะนี่ไม่ใช่โจทย์ใหม่หรือพื้นผิวที่ยากขึ้น แต่มันแย่เพราะไม่มีสมาธิจนขีดเส้นยังไม่ได้”



เสียงห้าวๆ กดต่ำกว่าทุกที 



เขากลืนน้ำลายลงคอ พอมีตัวอย่างให้เห็นว่างานออกมามาตรฐานต่ำกว่าที่เคยก็พูดไม่ออก



“มีธุระหรือปัญหาอะไรก็ไปคุยให้เสร็จ ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องมา เสียดายเวลา เสียดายเงิน”



สีหน้าบึ้งตึงบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้ล้อเล่น เพราะงั้นเขาถึงกล่าวขอโทษแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพลิกดู ขอตัวออกไปอ่านทั้งหมดแล้วคุยโทรศัพท์ด้านนอกระเบียง หากมองจากในห้องก็เห็นอยู่ว่าจากท่าทางเด็กน้อยเชื่องๆ ขี้กลัวขี้อายกลับกลายเป็นวัยรุ่นผู้ชายใจร้อนคนนึง เสียงดังแว่วมาผ่านหน้าต่างด้วยซ้ำ แค่จับใจความไม่ได้



และนั่นอาจเป็นจอนจองกุก นอกเหนือจากเวลาสามชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่เขาเห็น



ปัญหาคือไม่ว่าจะมีเรื่องที่บ้าน เรื่องเพื่อน หรือเรื่องแฟน เจ้าเด็กนั่นควรจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนมาเรียน อย่างที่รู้กันว่าการติวเดี่ยวหมายถึงเขามีหน้าที่สอนมันแค่คนเดียว และราคาค่าสอนจะแพงกว่าไปติวตามสถาบันเป็นคอร์ส หากไม่มีสมาธิก็ไม่ต่างจากการเสียเงินไปเปล่าๆ สามชั่วโมงโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย 



ผ่านไปราวสิบห้านาที เด็กกระต่ายนั่นถึงกลับมาพร้อมการขมวดคิ้วเป็นปม



ส่วนเจ้าของห้องก็นั่งมองตาม 



“เรียบร้อย?”



“อ่า... ไม่เชิง...มั้งครับ”



คนที่พูดด้วยสีหน้าหงุดหงิดเมื่อครู่ กลับมาเป็นเด็กมัธยมขี้กลัวเหมือนเคย “ผมก็ไม่รู้จะแก้ยังไง รวมสมาธิไม่ได้ด้วย แต่ไม่ใช่ไม่อยากเรียนนะครับ แค่กังวลนิดหน่อย”



ฟันกระต่ายกดลงบนริมฝีปากล่างเวลาใช้ความคิด จองกุกหยิบกระดานแล้วทิ้งตัวลงนั่งแล้วมองสิ่งที่ตัวเองทำ อดยกมือขึ้นนวดขมับไม่ได้เพราะรู้อนาคตว่าอีหรอบนี้ต้องขึ้นโครงเพื่อฝึกวาดใหม่แน่ๆ และการเรียนวันนี้ก็จะพังเละเทะไม่เป็นท่าเพราะตัวเอง หนักที่สุดคือทำมินยุนกิหงุดหงิด อีกนิดนึงคงได้อ้าปากด่า



พอได้ยินน้ำเสียงไม่มั่นใจจนเรียกได้ว่าประหม่าสุดๆ พี่ติวที่พัฒนาเป็นพี่เลี้ยงก็ได้แต่ถอนหายใจจนหมดปอด จัดการพับฝาแล็ปทอป พยายามทบทวนว่าเพื่อนซี้ของตัวเองเวลาปลอบน้องหรือเลี้ยงเด็กจะใช้น้ำเสียงยังไง 



…ใช่ เขาน่ะไม่ได้ชอบเด็กนักหรอก



แต่กีฮยอนจะก้าวไปไหนก็เด็กรักเด็กหลง ใครต่อใครก็รัก เพราะงั้นเลยได้ซึมซับมาบ้าง



“อยากบ่น เล่า หรือปรึกษาอะไรมั้ย?”



จองกุกยิ้มแหย มีเสียงแอร์ประกอบเป็นแบ็คกราวน์ เป็นอันว่าไม่



สงสัยจะไม่เป็นมิตรไม่พอ



งั้นคงต้องกลับเข้าโหมดเดิม



คนตัวขาวสูดหายใจเข้าลึกๆ เอาแต่ละเรื่องที่คุยกันรวมไปถึงลักษณะนิสัยของเด็กนี่มาเชื่อมโยง สัปดาห์ก่อนตอนมันจะช่วยยกกระเป๋าเลยแกล้งแย๊บบอกให้ไปช่วยแฟนถือ และจองกุกไม่ปฏิเสธ บวกเข้ากับที่คุยกันในไลน์ ไหนจะรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยก็พอจะมั่นใจได้ว่ามีแฟนแล้วตามประสาเด็กมัธยมทั่วไป



แต่จากการกระทำ ทั้งเล่นเกมยิงยาว ชอบวางโทรศัพท์บนโต๊ะแต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นข้อความเด้งขึ้น มันก็ชวนให้สงสัยเหมือนกันว่าอะไร เพราะดูจากคนใกล้ตัวนี่ติดมือถือกันยังกับอะไรดี พอบ่นก็ได้คำตอบกลับมาว่าคุยกับแฟน



พอรวบรวมสติเสร็จ ยุนกิถึงหันไปมอง จับหมอนคุมะมงมาวางบนตัก ตบทีสองทีให้น้องหันกลับมาตามเสียง



“ปกติวัยรุ่นจะมีปัญหาอะไรบ้าง นอกจากเรื่องเพื่อน เรียน แฟน ครอบครัว” มือขาวๆ ยกขึ้นแล้วนับนิ้ว ใช้สายตาทั้งง่วงทั้งเบลอมองแล้วค่อยๆ หักเก็บไป “เท่าที่รู้ครอบครัวก็ดูไม่มีอะไร แถมยังมาเรียนได้ตามปกติ...ตัดไป เรื่องเรียนก็เห็นบอกว่าอ่านหนังสืออยู่นี่ถูกมั้ย งั้นก็ไม่ใช่”



ปากเล็กๆ พูดงึมงำไปเรื่อย แต่สายตาดุๆ จับจ้องไปที่เด็กในความรับผิดชอบ “เด็กผู้ชายจะเห็นเรื่องเพื่อนสำคัญอันดับต้นๆ เพราะงั้นถ้าใช่คงวิ่งเตลิดหนีออกไปแล้ว แถมถ้าเป็นเพื่อนจะบ่นก็บ่นได้ เหลือแค่เรื่องแฟนเพราะเป็นผู้หญิง นิสัยนุ่มนิ่มงี้ต้องให้เกียรติไม่นินทาไม่พูดลับหลัง... พี่เดาถูกรึเปล่า”



เห็นเด็กม.ห้าหน้าเจื่อนกว่าเดิมหลายเท่า แถมยังเม้มปากกลืนน้ำลายเอื๊อกจนลูกกระเดือกขยับชัดเจน มือที่จับแท่งดินสอกำแน่นแล้วคลายออกมาเช็ดเหงื่อชื้นๆ กับกางเกงยีนส์ ตาก็หลุกหลิกไม่กล้ามองหน้าเหมือนทุกที



เป็นอันว่าใช่



และแน่นอน ยุนกิฟันธงกับตัวเองก่อนเจ้าตัวจะยอมรับเสียอีก



“อ่า... ครับ มีปัญหานิดหน่อย”



รอยยิ้มมุมปากกระตุกขึ้นนิดหน่อย ยุนกิหันตัวไปทางคู่สนทนาเป็นเชิงพร้อมฟัง แต่ก็ทำทีเป็นเปิดคอมเพื่อทำงานต่อในเวลาเดียวกัน ยักไหล่นิดหน่อยพอเป็นพิธีแต่ไม่พูดหรือย้ำบังคับอะไรเพิ่มเติม จากประสบการณ์เป็นพี่ติวมาสองปี เด็กที่เจอส่วนมากหากไม่ปริปากบ่นมาเองแล้วโดนวิธีนี้ก็จะเริ่มคันปากอยากเล่าหรือระบาย จะด้วยเหตุผลที่ว่าหงุดหงิดกับท่าทีกวนตีนหรือรู้สึกว่ามีคนรับฟังก็ตามแต่



และนี่อยู่ในห้องแค่สองคน ไม่ใช่ในร้านกาแฟ



เพิ่งเจอเหตุการณ์มาสดๆ ร้อนๆ ถ้าไม่เล่า ก็ตีความได้ว่าเด็กนี่เก็บเรื่องไว้กับตัวเองเก่ง 



ไม่ก็ยังไม่ไว้ใจ



“ก็ได้ครับ ทะเลาะกับแฟน”



นั่นไง



“แล้ว?”



“คือ... เธอเป็นเพื่อนในกลุ่ม ไม่เชิงว่าเพื่อนสนิทหรอกครับแต่เป็นกลุ่มใหญ่” พูดจบก็กลืนน้ำลายอีกรอบ เหมือนลำบากใจจนต้องควานหาขวดน้ำขึ้นมาเปิดดื่มให้หายกังวล “คบกันได้ไม่นาน ก็เหมือนจะโอเค แค่ช่วงนี้ปิดเทอมแต่ผมไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยบ่อย ไม่ค่อยตอบไลน์”



อื๋อ ปัญหาคลาสสิกนี่



แถมวันเสาร์ก็ต้องเอาตัวเองมาขลุกอยู่กับเขาสามชั่วโมง



“ผมไม่ชอบเวลาโดนโทรจิกหรือตามตัวอยู่แล้ว สี่วันก่อนก็บอกไปว่าไม่ชอบให้ทำงี้เลยทะเลาะกันครับ อ่า แต่ไม่ใช่ว่าเธอไม่ดีนะ นิสัยดี น่ารัก แค่บางทีก็จุกจิกไปหน่อย ช่วงหลังผมเป็นคนไม่ติดต่อกลับไปเองด้วย”



คนฟังทำปากเป็นเส้นตรง เหมือนเต่าบอกไม่ถูก แต่ยิ่งฟังก็ยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ ปกติปิดเทอมมันต้องอยากไปเที่ยวหรือเดินเล่นไม่ใช่รึไง ยกเว้นจะเป็นเด็กขยันใฝ่รู้ใฝ่เรียนไม่ออกนอกลู่นอกทาง ซึ่งก็ดูจะเร็วสำหรับม.ห้าอยู่พอตัว นี่เพิ่งปิดเทอมระหว่างภาคนะไม่ใช่ปิดเทอมใหญ่ แถมยังรู้ตัวอีกต่างหากว่าตัวเองไม่ตอบ



แต่ก็ยังทำ



ภาพลักษณ์เด็กเรียบร้อยน่ารักเริ่มโดนทำลายไปนิดหน่อย



คิดว่าจะเป็นประเภทเทคแคร์แฟนดีเสียอีก แต่ในขณะเดียวกันก็ดูเป็นน้องคนเล็กคอยอ้อนพี่



“อ้าว? แล้วทำไมไม่ตอบข้อความ”



จบคำถาม จากเท้าที่เหยียบขาตั้งวาดรูปอยู่กลายเป็นนั่งขาชิดกัน มือประสานกันอยู่บนกระดาน เม้มปากขมวดคิ้วทำหน้าแบบลำบากใจเสียเต็มประดา เห็นแล้วอยากจะตีปากตัวเองนิดหน่อย เกร็งตามจนเผลอบีบหน้ามะมงเสียจนเบี้ยวผิดรูป  ยกขานั่งเป็นท่ากอดเข่าจนเหลือตัวเป็นก้อนกลมๆ แทน



“ไม่รู้เหมือนกันครับ จู่ๆ ก็เป็น” จบประโยคก็ตามด้วยเสียงถอนหายใจ มือทั้งสองข้างบีบกันแน่นจนรู้สึกเจ็บแทน ก่อนเสียงนุ่มๆ จะพูดออกมาช้าๆ ทั้งที่ก้มหน้าต่ำ 



“ที่จริง ผม...ไม่อยากเสียเพื่อนหรือทำให้บรรยากาศในกลุ่มแย่ก็เลยตอบตกลงคบกับเธอไปครับ”



โอ้โห



ยุนกิคลายมือที่บีบหมอนอยู่โดยอัตโนมัติ ตาตี่ๆ เบิกกว้างกว่าปกตินิดหน่อยแม้กล้ามเนื้อมัดอื่นบนใบหน้าจะไม่ขยับซักนิด ความรู้สึกอยากหันไปด่าพุ่งทะลุขึ้นมาแทบทันที ปัญหาคือเห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกแบบคนมีความผิดติดตัวแล้วก็ด่าไม่ลง 



ถ้าไม่รู้สึกผิดอยู่บ้างคงไม่สภาพแบบนี้



ไม่ได้ชอบ แต่ตกลงคบ?



เพราะกลัวเสียเพื่อน?



แม่งเอ๊ย



“เธอเป็นคนดีจริงๆ ครับ เพราะงั้นเลยไม่อยากให้เสียใจ แต่ก็...”



พี่ปีสามฟังแล้วขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม ริมฝีปากบนเผยอออกแบบไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหนดี ที่แน่ๆ คือคนเล่าน่ะทำหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ มาอีหรอบนี้เดาได้เลยว่าฝืนแกล้งทำเป็นอยากคุยหรือไปตะลอนทัวร์แน่ๆ ยิ่งปฏิเสธคนไม่เป็นยิ่งแล้วใหญ่ ดีไม่ดีสาวเจ้าจะรู้สึกมานานแล้วค่อยระเบิดเอาพักหลังน่ะสิ



ถ้าเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ทำไมจะดูไม่ออก



ยุนกิค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก เงยหน้าสบตา 



“จองกุก”



“ครับ?”



“...จะคบกับคนอื่นเพราะรักษาน้ำใจไม่ได้นะ”



แค่ประโยคเดียวก็เหมือนเสยคาง เพราะคนฟังนิ่งไม่กระดิกตัวซักนิด ผ่านไปหลายวิจนก้มหน้าหลบตานั่นแหละถึงได้โอกาสพูดต่อ สายตาจับจ้องไปยังคนที่จับขอบกระดานแน่น ไม่รู้เพราะกลัวหรือโกรธกันแน่ “นี่ไม่ใช่เรื่องของพี่ และพี่ได้ฟังแค่นี้ แต่จะถามว่า คบกับคนที่ตัวเองไม่ได้ชอบ มีความสุขจริงเหรอวะ”



“…ไม่ได้แย่หรอกครับ”



“แต่ก็ไม่ดี ถูกมั้ย?” คนเด็กกว่าพยักหน้ารับ ยุนกิไม่อยากมองท่าทีเป็นหมาหงอยแล้วถึงลุกไปชงกาแฟดื่มแก้เครียด “ทำแบบนี้จะเสียเพื่อนหนักกว่าปฏิเสธตั้งแต่แรกอีก รู้สึกยังไงก็ควรตอบไปแบบนั้น ชอบก็คบ ไม่ชอบก็ไม่ต้องฝืน เป็นพี่พี่จะเสียใจหนักกว่าเดิมอีกถ้ารู้ว่าตกลงคบเพราะงี้”



ความเงียบคือคำตอบ



คนแก่กว่าส่ายหน้า ยกมือขึ้นกุมแก้วกาแฟมองเด็กที่ตัวลีบเหลือสองนิ้ว “อกหักตั้งแต่แรกยังดีกว่ามานั่งเครียดเพราะแฟนไม่รับโทรศัพท์ไม่ตอบข้อความนะพี่ว่า จะเลิกตอนไหนก็ไม่รู้”



จองกุกไม่รู้จะพูดยังไง ได้แต่ตอบรับสั้นๆ ทั้งที่ในตัวมันดิ่งลงเหวบอกไม่ถูก ที่ทะเลาะกันเมื่อครู่ก็เพราะอารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่ ฝ่ายหญิงอยากจะรีบเคลียร์เรื่องนี้ให้จบ อยากได้คำตอบที่ชัด แต่ก็เขาเองนั่นแหละที่ไม่กล้าพอจะตัด ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่อยากให้สถานการณ์ตอนเจอกันที่โรงเรียนมันย่ำแย่



ในห้องเรียน เธอเป็นรองหัวหน้าชั้น มีความรับผิดชอบสูงมากและเป็นที่รักของทุกคน เพราะงั้นถึงไม่อยากทำให้เสียใจหรือมีปัญหาอะไรตามมาทีหลัง ส่วนตัวแล้วเขาไม่ได้มีคนที่ชอบหรือคิดอะไรกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ วันๆ แค่เล่นกีฬา เล่นเกม เรียนกวดวิชาตามประสาวัยรุ่นทั่วไปก็พอแล้ว ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าไม่เคยมีใครมาบอกชอบ แค่เพราะไม่ได้เป็นเพื่อนหรือสนิทกันเลยกล้าปฏิเสธ



แค่เป็นคนนี้ ที่เพื่อนสนิทก็ดูจะเชียร์และไม่ได้ถามความคิดเขาเท่าไหร่



เธอไม่ใช่ผู้หญิงงี่เง่าเอาแต่ใจ เพราะงั้นตลอดระยะห้าหกเดือนที่ผ่านมาถึงไม่มีปัญหาทะเลาะไร้สาระ จะมีก็แค่ช่วงสองสัปดาห์ให้หลังที่เขารู้สึกว่าตัวเองใจร้อนขึ้นเรื่อยๆ เวลามีข้อความมาก็ไม่ได้อ่านไวตอบไวเหมือนเมื่อก่อน จงใจไม่รับโทรศัพท์เป็นบางครั้งหากทำการบ้านวิชาวาดเส้นอยู่ เริ่มหวงเวลาส่วนตัวมากกว่าที่เคย



ไม่รู้ว่าจะทนไม่ไหวอะไรตอนนี้



ทั้งที่ไม่เคยรู้สึกฝืนมาก่อน



และรู้ตัว ว่าเขานั่นแหละที่ไม่ได้สนใจอีกฝ่าย



เสียงห้าวๆ ของพี่ติวดังขึ้นข้างๆ จนเหมือนเรียกสติ จองกุกสะดุ้งนิดหน่อยแต่ก็ยอมหันไปมองหน้า เห็นอีกคนใช้ช้อนคันเล็กคนๆ กาแฟในถ้วย สภาพเหมือนมองคุณปู่กำลังจิบชายามเช้าหรืออะไรทำนองนั้น “เมื่อกี้ดูหงุดหงิด แสดงว่าทนไม่ไหวแล้วนี่ ไปจัดการเคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อย วันนี้ไม่ต้องเรียนแล้ว อย่าใจร้อนใส่ผู้หญิงล่ะ”



ผ้าสีขาวถูกวางคลุมชามดินเผาเป็นเชิงไล่กลับบ้าน



ก่อนเจ้าของห้องจะเดินหันหลังกลับไปซดอึกสุดท้าย เปิดน้ำแช่แก้วไว้ข้างๆ ใบที่อยู่ก่อนหน้านี้ มือขาวหยิบฟองน้ำขึ้นมากดน้ำยาล้างจาน จัดการล้างให้เรียบร้อยแล้วคว่ำตากไว้ ขณะกำลังเช็ดมือกับผ้าขนหนูก็หันกลับมาเจอสายตาจ้องเขม็งของกระต่ายยักษ์ซะอย่างงั้น



“มีอะไร?”



“พี่คิดว่าถ้าปฏิเสธจะดีกว่าจริงๆ เหรอครับ”



คนฟังตัวชาวาบ



“เฮ้ย ไม่รู้ อันนี้ไม่ใช่เรื่องของพี่ เรารู้สึกยังไงก็ทำแบบนั้น ชอบก็ชอบไม่ชอบก็ไม่ อย่าทำเหมือนพี่ยุให้เลิกกันดิ” เขาเหวลั่น เดินไปผลักหัวน้องจนโขกกระจก ได้ยินเสียงโป๊กก็ตาเหลือกรีบประคองคอมันกลับมาองศาเดิม 



เสียงร้องโอดโอยพอดีกับโทรศัพท์ที่ดังขึ้น จอนจองกุกหันมองหน้าจอแล้วโค้งเป็นเชิงขอออกไปคุยที่ระเบียงอีกรอบ เห็นแบบนั้นก็ได้แต่อวยพรให้โชคดีอยู่ในใจ



ไม่รู้งวดนี้จะเป็นยังไง



เวลาผ่านไปกว่ายี่สิบนาที



ครั้งนี้ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดเข้ามาแล้ว 



จะมีก็แต่คนที่ยืนเท้าแขนหันออกไปด้านนอก จากมุมนี้ไม่เห็นหรอกว่าสีหน้าเป็นแบบไหน แต่ดูสงบกว่าที่คิดจนเหมือนออกไปคุยเรื่องทั่วไปมากกว่าจะทะเลาะกันอย่างที่ปากพูด ได้แต่ส่ายหน้ากับตัวเองแล้วลงมือทำงานต่อ อีกประเดี๋ยวเดียวก็จะเปิดเทอมแล้ว คงไม่มีเวลามานั่งโอ๋หรือตามใจเจ้าเด็กนี่ขนาดนี้แน่นอน



มันเดินก้มหน้ากลับมาในห้อง ไม่พูดไม่จาตรงดิ่งมานั่งขัดสมาธิซ้อนข้างหลังบนเตียง เอาหัวปักลงกับบ่าเขาเหมือนเด็กประถมจะอ้อนพี่ซักคน แค่มันต้องก้มเยอะหน่อยแล้วพับคอลงมาเสียเก้าสิบองศา



เด็กก็คือเด็กนั่นแหละ



อาจจะดูเวอร์ไปหน่อย แต่ช่องว่างระหว่างมัธยม เด็กมหาวิทยาลัย กับวัยทำงานมันต่างกันเยอะกว่าที่คิด



เสียงนุ่มๆ พูดแผ่วเบาจนเหมือนกระซิบ ทว่าดังสะท้อนอยู่ในหัวแบบติดค้างสลัดไม่ออก



“ขออยู่นี่ก่อนได้มั้ยครับ”



…หา?



นอกจากตัวเองจะกลายเป็นพี่เลี้ยง หอพักก็กลายเป็นศูนย์พักพิงด้วยเหรอวะ



ยุนกิเลิกคิ้ว มองนาฬิกาแขวนผนังถึงเห็นว่านี่ยังไม่บ่ายสามดีด้วยซ้ำ



“…ไม่ได้ห้ามนี่”



ไม่รู้หรอกว่าต้นเหตุของบ่าเปียกๆ นี่มันมาจากอะไร



แต่จะยอมนั่งนิ่งๆ ไปก่อนก็ได้








ผ่านไปเกือบชั่วโมงจนปวดไหล่ไปหมด เผลอขมวดคิ้วแล้วขยับไหล่นิดหน่อย มันถึงลุกพรวดเดินไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ พอเขาเหลือบตามองบ่าตัวเองถึงเห็นเปียกเป็นวง ได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจแล้วนวดคลายปวด จนตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าถ้าไม่ได้ชอบหรือรู้สึกอะไรกับผู้หญิงโชคร้ายคนนั้นแล้วจะมานั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นเพื่ออะไร



รู้สึกผิด? สงสาร?



แต่ก็ไม่ได้สนิทขนาดจะเอ่ยปากถาม



และเชื่อว่ามันก็เล่าไม่หมด...



อย่างไรเสียความสัมพันธ์ก็แค่พี่ติวน้องติว ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ หรือเพื่อนที่เจอหน้ากันทุกวัน ว่ากันตามตรงเพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งที่ห้า เขาไม่คิดว่ามันจะปริปากจนหมดเปลือกหรอก แค่กล้านั่งน้ำตาไหลพรากๆ ก็ถือว่าเหนือความคาดหมายไปเยอะอยู่ ถึงจะไม่เห็นเพราะมันปักอยู่ตรงหลังตรงไหล่ก็เหอะ



ไม่ถึงสามนาทีก็เดินหน้าเปียกโชก ไรผมตามกรอบหน้าชุ่มน้ำออกมา เขาชี้มือไปทางตู้เสื้อผ้าเป็นเชิงให้ไปเปิด จองกุกค้อมตัวลงนิดหน่อยขณะหยิบเอาผ้าขนหนูผืนเล็กออกมาซับให้เรียบร้อย ดูไปดูมาเปียกไปถึงคอเสื้อ ไม่รู้หายไปล้างหน้าหรือเอาหัวจุ่มชักโครกกันแน่



ระหว่างใช้ผ้าเช็ดลำคอ มันก็พูดแบบหงอยๆ ยิ่งกว่าเรียกคะแนนความสงสาร



“ไม่น่ามีปัญหาแล้วแหละครับ”



ยุนกิเลิกคิ้ว ยังไม่ทันจะเอ่ยปากถามก็โดนชิงตอบก่อน



“เลิกแล้ว”



“…อ่า” ...ก็ดีแล้วนี่ 



หมายถึงดีต่อตัวผู้หญิง เจอคนแบบไอ้เด็กนี่เสียใจตายห่า 



แต่ไม่กล้าพูดหรอกนะ



พอจอนจองกุกทิ้งตัวลงนั่งที่ขอบเตียง ห่อไหล่แบบคนหมดอาลัยตายอยาก เขายกมือค้างไว้ตั้งใจจะตบบ่าหรือลูบหัว แต่สุดท้ายก็กลับมาวางบนคีย์บอร์ดเหมือนเดิม ไม่รู้จะปลอบทำไมเพราะมันทำตัวเองแท้ๆ 



ถึงจะมาจากนิสัยใส่ใจชาวบ้านมากเกินไปก็เถอะ 



จะว่าดีก็ดี เพราะชัดเจนเลยว่ามันห่วงความรู้สึกคนรอบข้างขนาดไหน แต่ปัญหาคือห่วงจนลืมคิดถึงตัวเองแบบนี้ถึงได้พาลย่ำแย่ไปหมด อยากจะด่าสั่งสอนซักยกสองยกแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขามีสิทธิ์เข้าไปจุ้นจ้าน ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย นับดูแล้วเขาไม่จำเป็นต้องให้มันมานั่งร้องไห้ในห้องก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรับรู้เลยด้วยซ้ำ



“เธอบอกว่ารู้อยู่แล้วว่าไม่ได้คิดอะไร ทำใจได้นานแล้ว แค่ผมไม่บอกให้มันชัดเจนเลยหงุดหงิดครับ”



ขอบคุณฝ่ายหญิงซะเถอะที่ดูจะมีสติแถมยังเด็ดขาดกว่าไอ้กระต่ายตัวนี้ ลองเจอประเภทเอาไปพูดให้ใครต่อใครฟังสิรับรองมีปัญหาตามมาเพียบแน่ ถึงตอนนั้นสัญญาเลยว่าเขาจะไม่นั่งนิ่งๆ ให้มันงอแงใส่หรอก จะเปิดปากด่าเรียกสติให้มันรู้ตัวว่าเห็นความรู้สึกตัวเองสำคัญขึ้นมาบ้างก็คงไม่ตาย



แค่ตอนนี้ เห็นสีหน้าหงอยๆ เลยพาลอยากโอ๋ขึ้นมานิดหน่อย



นั่งไหล่ตก คอตก หน้างอง้ำอยู่นั่นแหละ



ยุนกิระบายรอยยิ้มบางๆ ก่อนวางฝ่ามือลงไปบนหัวน้อง คาทิ้งไว้แบบนั้นพร้อมโปรโมชั่นบีบกะโหลกด้วยความเอ็นดูและหมั่นไส้ไปพร้อมๆ กัน นึกในใจว่าทำอะไรคิดน้อยขนาดนี้ยังมีคนรักนี่... ปกติต้องเป็นเด็กดีขนาดไหน



ว่าไม่ได้หรอก เขาเองก็เผลอตามใจอัตโนมัติมาตลอด



“จองกุก”



ไม่มีคำว่า ครับ ตอบกลับมาเหมือนทุกที



เลยเปลี่ยนจากวางมือบนหัวเป็นเล่นผมสีดำสนิทแทน



“ไปกินปังเย็นเป็นเพื่อนพี่หน่อยดิ”



แว่วเสียงหลุดหัวเราะออกมานิดหน่อย ตามด้วยเสียงสูดน้ำมูกอีกหนึ่งฟืด ปิดท้ายด้วยตาใสๆ ที่หันกลับมามองแม้จะยังแดงๆ อยู่นิดหน่อย รอยยิ้มโชว์ฟันกระต่ายที่คุ้นเคยกลับมาแล้ว ถึงจะดูหมองไปนิดหน่อยแต่ก็พอโอเค



“นี่คือปลอบใจถูกมั้ยครับ”



“เปล่า พี่อยากกินเอง”






เรียนครั้งที่ 5

- ไม่ได้เรียน

- โล่งไปเยอะเลย หวังว่าเปิดเทอมจะไม่เป็นไร 

- เนื้อย่างกับปังเย็นอาหย่อย 





ø


#พี่ติวยุนกิ





แต่งวันละนิดมาหลายวันแล้ว ตอนแรกว่าจะรออีกสองสามวันค่อยแต่งต่อ

แต่ที่1 TvT... ที่1...... อห ปั่นตาเหลือก5555555555 

ขอบคุณทุกๆคนนะคะ



กลับมาที่ฟิค

ทิ้งไว้สองประเด็น ของน้อง1พี่1 <3


อันนี้เป็นรูปที่วางกระดาน เผื่อใครนึกไม่ออก เส้นสีเขียวนะคะ เป็นแท่งเหล็กไว้วางพาด

(ใช่ค่ะ วาดเมื่อกี้ จะหลับแล้ว อมก)





ขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเม้นต์/เล่นแท็กค่ะ TvT 

ถ้าไม่ตามไปเฟฟคือไม่ขึ้นนะคะ ฮื่อ

/หมดแรง



16 OCT 2017



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 162 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #866 noonn2204 (@noonn2204) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 09:22
    แงงงง ชอบมากเลยค่ะ อ่านไปเขินไปยิ้มตามตลอด ติดตามผลงานอยู่นะคะ ????????????&#128077;&#127995;&#128077;&#127995;
    #866
    0
  2. #857 PandaPhung (@agisen4869) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 09:04
    โง้ยยยย พี่ยุนกิน่ารักจริงๆ มีอีกซักคนมั้ยจองกุก พี่ขอยืมก็ได้
    #857
    0
  3. #850 pgg∞ (@playgroundgirlz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 21:17
    ขอผู้ชายแบบพี่ยุนกิสักคนได้มั้ยคะ ฮือออออ น่ารักจริงๆ ตอนน้องเขียนไดอารี่เนื้อย่างกับปังเย็นอาหย่อยน่ารักจีงๆเลยย
    #850
    0
  4. #833 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 19:26
    น่ารักแบบมากๆเลยค่ะ
    #833
    0
  5. #809 Capriccioso (@june-j) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 18:12
    โอ๊ยยยยยยย น่ารักกกมากกกกก ;_____;
    #809
    0
  6. #796 aqua11 (@aqua11) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 08:49
    แง น่ารักมากเลยค่ะตอนนี้ คนพี่ก็ได้เห็นอีกมุมของน้องเพิ่ม ส่วนน้องก็น่าจะเปิดใจกับพี่มากขึ้น แต่ดีแล้วจริงๆ ที่บอกเลิกกับแฟนไปตรงๆ อย่างที่คนพี่บอก ยื้อไปนานกว่านี้อาจจะจบแย่กว่านี้ก็ได้ แต่ตอนท้ายที่ชวนไปกินปังเย็นน่ารักมากเลยค่ะ เอาของกินมาล่อให้น้องหายเศร้า แง น่ารักๆๆๆ
    #796
    0
  7. #790 Minmingi93_ (@NamwanJB_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 21:18
    พี่ยุนกิเป็นผู้ใหญ่มากๆ ในขณะที่จองกุกเองก็ดูเด็กมากๆเช่นกัน ทำไมน่ารักงี้อะ มินยุนกิคือเป็นคนใจเย็นมากคิดภาพตามง่ายมากเลยค่ะ5555555555
    #790
    0
  8. #779 taekook57 (@taekook57) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 14:04
    แงง รูปน่ารักมากเลย
    #779
    0
  9. #756 Mew (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 19:20
    อบอุ่นหัวใจ
    #756
    0
  10. #715 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 16:03
    มันดูมีความอบอุ่นลอยอยู่รอบๆอะ
    #715
    0
  11. #704 prawarin_png (@prawarin_png) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 17:45
    พี่ยุนกิน่ารัก น่ารักขึ้นทุกตอน น่ารักกกกก อยากเข้าไปแย่งพี่ยุนกิมาจากจองกุก//จะโดนตบมั้ย5555 ชอบวิธีปลอบพี่ยุนกิอะ พี่ชอบเอาอาหารมาล่อน้อง ส่วนน้องก็เห็นแก่กิน! ฉากซบไหล่พี่นี่แบบฮือ
    #704
    0
  12. #679 lookpangg (@lookpangg) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 11:50
    พี่ยุนกิน่ารักจังเลย ;-;
    #679
    0
  13. #567 etistz (@punfernn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:19
    เอ็นดูน้องกุกจังเลย ไรต์เขียนออกมาได้เจ้าถึงตัวละครมากๆ เก่งจังเลยค่ะ ฮือออออ รอเล่มอย่างตั้งใจ
    #567
    0
  14. #550 aImma98 (@aImma98) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 12:28
    น้องกุกนี่น่าเอ็นดูจริง ขนาดอ่านยังรับรู้ถึงความน่าเอ็ดดู ไม่แปลกที่พี่กิจะตามใจขนาดนี้
    #550
    0
  15. #358 iiamampere (@iiamampere) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 17:34
    ดีแล้วลูก เคลียร์ให้จบๆไป จะได้ไม่ลำบากใจเนอะลูกเนอะ เปิดเทอมมาก็ไม่มีอะไรหรอก น้องกุกเก่งอยู่แล้ว พี่กิทำหน้าที่ดีมาก ปลอบน้องบ่อยๆ ดูแลน้องด้วย
    #358
    0
  16. #344 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 10:30
    เจ้าหนูก็มีแฟนด้วยยย ไปร้องไห้ใส่พี่เขาด้วยอ่ะ ต้องไว้ใจขนาดไหนกันน้า พี่ยุนกิก็คือพี่ยุนกิ เอาของกินมาปลอบน้อง น่ารักมากเลยค่ะ ฮืออออ
    #344
    0
  17. #309 mttrow. (@minmin1632) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 03:43
    น่ารักกกก
    #309
    0
  18. #259 Sodium97 (@Sodium97) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 11:23
    วิธีการปลอบใจของยุนกิโคตรน่ารักปังเย็นกับเนื้อย่างอ่ะโหยๆ
    #259
    0
  19. #243 myOwπ (@aOnw) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 02:24
    ยุนกิใจดีจะตาย ใจดีมากด้วย 55555555
    ของกินจะเยียวยาทุกสิ่งค่ะรู้กกกก /ลูบหัวนกุก
    #243
    0
  20. #237 pinocchiwook (@pinocchiwook) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 20:05
    เด็กมันมีความน่าเอ็นดูอยู่ในตัว พี่กิเลยเผลอตามใจ/เอาใจน้องมันซะเยอะเลย 5555
    #237
    0
  21. #233 Milk-Chocolate (@mashi-maro) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 11:19
    จริงๆพี่เขาก็ใส่ใจนะ เหมือนพอมาโคจรรอบตัวแล้ว ก็จะดูแลแทคแคร์แบบมึนๆ
    #233
    0
  22. #232 Milk-Chocolate (@mashi-maro) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 11:19
    จริงๆพี่เขาก็ใส่ใจนะ เหมือนพอมาโคจรรอบตัวแล้ว ก็จะดูแลแทคแคร์
    #232
    0
  23. #135 SNW ...Kya ing (@vasuntara-ink) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 16:05
    โถ่น้อง แบบว่าโอะ เด็กนี่มีแฟน แต่เคลียร์ปัญหาในเรื่องดีนะคะ ชอบการผูกเรื่องและการแก้ปัญหา 

    นี่เหมือนพี่และน้อง ต่างก็เริ่มตกหลุมรักกันแล้วใช่มั้ย หืออออออ ดูค่อยเป็นค่อยไป ชอบจัง
    #135
    0
  24. #129 ZAYO_O (@ZAYO_O) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 15:23
    พึ่งมีเวลามาอ่านตอนใหม่ คิดถึงเรื่องนี้มากเลยยฮืออออ

    แอบผิดหวังในตัวจองกุกเหมือนกัน ดูจากที่ว่างก็ยุนกิ เรียนก็ยุนกิ เที่ยวก็ยุนกิ ก็นึกว่าแบบจะไม่มีแฟนไง ไม่คิดว่าจะเป็นคนแบบนี้ถึงจะเป็นเด็กผช.ที่นั่งตีป้อมข้ามคืนก็เหอะ ถ้านี่เป็นพี่ยุนกิก็คงด่าไปบ้างแล้วอ่ะ555555555

    แล้วก็ไม่เข้าใจฟีลทั้งที่ไม่รักเขาแต่ดันร้องไห้ตอนบอกเลิก คืออะไร จะไม่รื้อขึ้นมาตอนจิ๊จ๊ะกับพี่ยุนกิถูกไหมมมม กลัวทำพี่ยุนกิเสียจัยมากฮือ อย่าเป็นเด็กอย่างงั้นนะจองกุกรูกTT

    แอบใจเสียตอนจองกุกเหมือนจะไม่เล่าเรื่อง รู้เลยว่าถ้าไม่เล่าคือไม่เปิดใจรับแน่ๆ แต่วิธีช่วยให้คันปากของพี่ยุนกิคือดีมาก555555555555 เอออย่างน้อยจองกุกก็เปิดใจ ตอนฉากซบไหล่พี่แล้วร้องไห้นี่เหนือความคาดหมายมากจริง จองกุกเห็นพี่ยุนกิเป็นที่พึ่งแล้วถูกไหมมม

    ตอนจบนี่มีชวนไปกินหนมด้วย ตรงนี้สั้นๆแต่เราชอบมากกกกTT เหมือนยุนกิตัวจริงเลย การกระทำสำคัญกว่าคำพูดมากๆ ชอบคาร์พี่โคตรหล่ออออ อีสสาจองกุก ถ้ามีตัวร้ายน่าจะเป็นเรา เราจะไปแย่งพี่ยุนกิมา555555555555555555

    ขอบคุณที่แต่งมานะคะ เรื่องนี้น่ารักจริงๆ ฟอ.เตงก็น่ารักมากกกกแอบไปส่องมา สู้ๆนะคะ ติดตามผลงานสัมเหมอเยยย เลิ้บ
    #129
    0
  25. #116 WHTBNNY (@Usagin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 17:13
    โอ้ยชอบบบบบ อ่านแล้วทำให้เรามีกำลังใจเรียนเพิ่มขึ้นเยอะเลยย มาแต่งต่อบ่อยๆน้า
    #116
    0