Fic Naruto : ปกรณัมภูตน้ำแข็ง

ตอนที่ 3 : Chapter 2 : ฝึกเอาชีวิตรอด (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    13 ส.ค. 62

CHAPTER 2

ฝึกเอาชีวิตรอด

 

 

          แม้ตอนนี้จะเป็นปลายฤดูหนาวแต่นานทีจะมีหิมะตกที่หมู่บ้านโคโนฮะ


          ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ท้องนภาแต่งแต้มสีสันทั้งฟ้า เหลือง ส้มเป็นประกายริ้วตามรอยเมฆ ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมชิกามารุถึงชอบนอนดูก้อนเมฆนัก จินตนาการในเรื่องที่มองไม่เห็นสร้างความแปลกใจให้เราได้เรื่อย ๆ เสมอ เสียงนกขับร้องบทเพลงธรรมชาติ สายลมที่โอบล้อมอวยพรเรา ระหว่างที่กำลังชื่นชมผืนป่าอยู่คนเดียว เสียงท้องร้องของนารูโตะดังขึ้นกะทันหัน

 

         “สายโด่งขนาดนี้แล้วนะ!” เขาโอดครวญพลันลูบท้อง “แบบนี้มันแกล้งกันชัด ๆ”


          “นั่นสิ” เฮียวกะดึงกระติกน้ำออกมาจิบเล็กน้อย “อันที่จริงผมก็สงสัยตั้งแต่เมื่อวานที่เขามาสายแล้วล่ะ ไม่นึกว่าวันนี้ก็ยังจะมาสายเหมือนเดิมเลย แกล้งกันแน่ ๆ”


          “แล้วฉันจะรีบตื่นเช้าไปทำไมกันนะ” ซากุระบ่นบ้างพลางจับปลายผมหงิกงอ เนี่ย ขนาดผมฉันยังไม่ได้ไดร์มาเลยนะ!”


          ผมแอบมองซาสึเกะที่ยืนอยู่เฉย ๆ เขาไม่แสดงอารมณ์หงุดหงิดออกมาแต่เดาว่าคงคิดเหมือนกัน ซากุระที่มักกระโดดเกาะแกะซาสึเกะเสมอแต่คราวนี้กลับไม่แม้แต่สุงสิงกันเลยด้วยซ้ำ ผมว่าเด็กชายบ้านอุจิวะดูท่าจะพอใจพอสมควร ส่วนนารูโตะหลังจากโหวกเหวกโวยวายจนหมดแรงก็มาขอแบ่งก้อนหินที่ผมนั่งอยู่ครึ่งหนึ่ง ผมแบ่งน้ำให้เขา ถึงจะกินหมดก็ไม่ว่าอะไรเพราะหลังจากนี้ไปผมคงไม่กินอะไรอีกแล้ว

 

         พวกเรารอจนแสงแดดอุ่นเริ่มร้อนระอุ


          “ไง อรุณสวัสดิ์ทุกคน” เขาทำเสียงยานคาง เสียงเอื่อยเฉื่อยของอาจารย์ทักทายพวกเราตอนที่ผมกำลังงอกรากฝังหินก้อนนี้ “ขอโทษทีนะ พอดีว่าครูหลงทางสายชีวิตน่ะ….


          เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย


          พวกเราบ่นกระปอดแปดอย่างไร้เรี่ยวแรง อาจารย์คาคาชิเลือกจะเมินเฉยทีมเจ็ด เขาเดินไปตรงตอไม้ที่ห่างจากลูกทีมเล็กน้อย วางกระเป๋า รูดซิป หยิบนาฬิกาตั้งโต๊ะเรือนใหญ่วางไว้ตรงกลางตามด้วยข้าวสามกล่อง นารูโตะที่ยืนข้างผมปาดน้ำลายอย่างหิวโหย หัวหน้าทีมวางสัมภาระทิ้งไว้ตรงนั้นด้วยแล้วเดินมาหาเราตัวเปล่า ส่วนทางเราก็ส่งเสียงหิวกระหายโอดโอยแข่งกันจนหาผู้ชนะไม่ได้ว่าใครกันแน่ที่ท้องร้องดังที่สุด


          “เอาล่ะ ตั้งเวลาไว้ 12 ชั่วโมง”


          ผมได้ยินเสียงกระดิ่ง อาจารย์คาคาชิชูเจ้าก้อนโลหะกลวงกลมให้พวกเราดู ผมรู้สึกเหมือนถูกสะกดจิต มันเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเกิดเสียงสะท้อนไปทั่วบริเวณ


          “ฉันมีกระดิ่งอยู่สองอัน แบบทดสอบคือแย่งเจ้านี่จากฉันให้ได้ก่อนเที่ยง” เขาเว้นช่วงแล้วพูดต่อด้วยเสียงทุ้มต่ำกว่าเดิม “ใครที่แย่งไม่ได้ก่อนเที่ยง ก็อดข้าวเที่ยงไปซะ แล้วฉันก็จะกินข้าวยั่วด้วย”


          อาจารย์เป็นคนที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ


          “กระดิ่งคนเดียวอันเดียวก็พอ มีอยู่แค่ 2 อันเพราะงั้นจะต้องมีสองคนโดนจับขึง แล้วคนที่แย่งไม่ได้จะถือว่าปฏิบัติภารกิจล้มเหลว ต้องสอบตก! นั่นคือพวกเธอสองในสี่จะต้องกลับไปเรียนซ้ำชั้นใหม่อีกรอบ”


          ผมสัมผัสได้ว่าบรรยากาศหนักอึ้งขึ้น ผมสงสัยคำพูดของเขาจึงรีบแย้ง


          “แต่กฎของหมู่บ้านสมาชิกทีมเกะนินบังคับขั้นต่ำสามคนไม่ใช่เหรอครับ? ถ้าอาจารย์คัดออกสองคนก็ทีมไม่ครบสิครับ”


          “คิดในทางกลับกันสิ” เขาสวนกลับ “ถ้าสมาชิกที่มากเกินไปแล้วยังอ่อนปวกเปียกเป็นภาระมาร่วมทีมกัน แค่ภารกิจง่าย ๆ คงไม่รอดเลยมั้ง” คำโต้เถียงเผ็ดร้อนที่ตั้งใจกล่าวถูกกลืนลงง่ายดาย เขาเอียงคอ ทำไม้ทำมือแล้วพูดต่อ “จะใช้ชูริเคนก็ได้ ถ้าไม่เข้ามาแบบกะเอาฉันให้ตายละก็ไม่มีทางแย่งได้แน่นอน”


          “แต่ว่ามันอันตรายนะคะครู!” ซากุระท้วง


          “ใช่ ขนาดที่ลบกระดานยังหลบไม่พ้น เซ่อซ่าตายชักเดี๋ยวก็ถึงตายจริง ๆ หรอก!” นารูโตะเสริม แต่ผมเห็นเขาปาดเหงื่อกังวลบนหน้า พวกเราทุกคนรู้สึกกลัวรวมถึงผมด้วย ผู้ชายคนนี้ไม่ไว้หน้าใครเลยแม้แต่สมาชิกทีมตัวเองก็ตาม


          “มนุษย์เนี่ยน้า ทำไมพวกไร้ฝีมือมันถึงชอบเห่าใบตองแห้งกันจริง เออช่างหัวคนโหลยโท่ยมันเถอะ พอฉันให้สัญญาณ


          ฟุบ! นารูโตะพุ่งเข้าไปทันทีอาจารย์ยังพูดไม่จบประโยค เขาควงคุไนอย่างเชี่ยวชาญด้วยปลายนิ้ว หันคมมีดไปด้านหน้าด้วยความรวดเร็ว แต่ยังช้ากว่าอาจารย์คาคาชิ อาจารย์กดหัวเพื่อนผมทองไม่ให้เคลื่อนไหวได้ดั่งใจ แขนถูกพลิกกลับไปอีกข้างจนผิดรูปฝืนบังคับปลายมีดคุไนให้ทำร้ายเจ้าของแท้จริงของมัน ทุกอย่างใช้เวลาไม่ถึงห้าวินาที คมแหลมของมันกำลังจะทิ่มแทงผู้เป็นเจ้าของจากด้านหลังคอ


          “จะรีบร้อนไปไหน ยังไม่ได้บอกให้เริ่มเลย” อาจารย์คาคาชิว่า


          พวกเรามองภาพนั้นด้วยหลากหลายอารมณ์ สำหรับผมแล้วความกังวลตั้งแต่เมื่อคืนมันพุ่งสูงกว่าเดิมในเช้าวันนี้ ผมก้าวถอยหลังไปครึ่งฝ่าเท้า มุมปากของนารูโตะยกยิ้มไม่แยแสแม้เข้าใกล้ความตาย สุดท้ายในทีมก็รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นเมื่อเตรียมใจในชั่วพริบตา อาจารย์คาคาชิกระตุ้นสูบฉีดเลือดในใจเราให้เต้นแรงขึ้นด้วยถ้อยคำท้าทายเชิญชวน


          “คงอยากเข้ามาแบบต้องการฆ่าฉันแล้วสิ ยอมรับกันบ้างแล้วใช่ไหม--ฉันเองก็ชักจะชอบพวกเธอขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ”


          พวกเราต่างเงียบ ฝีเท้าไร้เสียงลากไปคนละทิศละทาง รอฟังสัญญาณครั้งแรกและครั้งสุดท้าย


          “งั้นเริ่มล่ะนะ ระวัง!—START!


          ผมซ่อนอยู่บนต้นไม้ ในทุ่งหญ้าโล่งเล็ก ๆ ไม่มีใครเลยนอกจากร่างสูงของอาจารย์หนุ่ม ซากุระแอบใต้พุ่มไม้ส่วนซาสึเกะหลบตรงกิ่งไม้ใหญ่ถัดไปสองสามเมตร ผมไม่เห็นนารูโตะตั้งแต่สัญญาณเริ่มต้น แอบกวาดตามองไม่ขยับเขยื้อนมากนักเพราะมันทำให้ใบไม้พลิ้วไหวผิดธรรมชาติ และอาจารย์จะรู้ว่าเราซ่อนตัวอยู่ตรงไหน


          “ผู้ที่จะเป็นนินจาเบื้องต้น คือ การซ่อนกายพรางร่องรอย”


          เสียงทุ้มต่ำพูดถึงบทแรกของการฝึกวิชานินจา เขาเดินวนไปรอบราวกับสำรวจอะไรบางอย่าง ผมคิดว่าเขาอาจจะรู้ว่าเราอยู่ตรงไหนแค่อยากทดสอบพวกเราก็ได้ ชายหนุ่มยืดเส้นยืดสายแล้วเอื้อมมือไปหยิบสิ่งของในกระเป๋า ผมไม่รู้ว่าเขาจะหยิบอะไรอาจจะเป็นอาวุธสักชิ้น หรือพวกอุปกรณ์สำหรับใช้ฝึกพวกเรา ตอนที่ผมกำลังเพ่งสมาธิ เสียงนารูโตะก็ดึงผมออกจากภวังค์


          “ซ่อนทำเตี่ยเหรอ!? เจอกันซึ่งหน้าสิ ลุยแหลกไปเลย! บอกว่าลุยเป็นลุย!!


          ผมเอามือก่ายหน้าผาก เสียงพุ่มไม้ขยับไม่เป็นจังหวะ ซากุระอาจจะทำท่าเดียวกับผมอยู่ก็ได้ ส่วนซาสึเกะให้เดาว่าเขาต้องแอบสบถในใจเช่นกัน


          “นี่เธอ จะไม่แหกคอกไปหน่อยเหรอ” อาจารย์คาคาชิถาม


          “ที่มันแหกคอกมันทรงผมของครูต่างหากเล่า!


          นารูโตะเตรียมตัวกระโจนโจมตีแต่หยุดไว้ก่อน ตอนที่สังเกตเห็นว่าอาจารย์คาคาชิซึ่งค้นอะไรในกระเป๋าตั้งแต่เมื่อสักครู่ เขาดึงคุไนจากกระเป๋าอาวุธขึ้นมาตั้งการ์ด แต่แล้วพวกเราก็เหมือนไร้เรี่ยวแรงกะทันหัน เพราะสิ่งที่เขาหยิบขึ้นมาเป็นสิ่งที่ไม่คาดฝัน โจนินเดี๋ยวนี้เขาใช้หนังสือโจมตีกันแล้วเหรอผมถามตัวเองในใจ


          “กลยุทธ์ของนินจาที่ต้องจำใส่ใจไว้ข้อที่หนึ่ง ท่วงท่า! เอาล่ะ ฉันจะทำให้เธอรู้เอง”


          ผมเพ่งสายตาที่หน้าปกหนังสือสีส้มแล้วร้องอ๋อในใจ หนังสือสิบแปดบวกที่ได้รับความนิยมในช่วงนี้ มันปักป้ายขายดีอันดับหนึ่งไว้ที่ร้านหนังสือที่ผมไปซื้อประจำ ได้ยินพวกนินจาวัยเดียวกับอาจารย์พูดถึงบ่อย ๆ ว่าเป็นนิยายสยิวที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาอะไรทำนองนี้ ผมคิดว่าไม่แปลกหรอกที่วัยประมาณชายหนุ่มตรงหน้าจะอ่านอะไรแบบนี้ มันทำให้ฮอร์โมนพุ่งพล่าน เขาน่าจะอายุยี่สิบกว่าเอง แถมไม่น่าจะมีแฟนด้วย


          “เป็นอะไรล่ะ บอกให้ลุยเข้ามาไง” อาจารย์คาคาชิเร่ง


          “อ่า เอองั้นครูอ่านหนังสือทำไมอ่ะ?” นารูโตะถามกลับ


          “ทำไมน่ะเหรอ ก็แค่อยากรู้ตอนต่อไปของหนังสือไง ไม่ต้องสนใจมันหรอกน่า ต่อให้อ่านหนังสือไปด้วยอย่างพวกเธอก็ทำอะไรฉันไม่ได้อยู่ดี”


          คำพูดค่อนขอดทำเอานารูโตะฉุนติดต่อกัน เขาพุ่งเข้ามาพลันเหวี่ยงหมัด อาจารย์หลบอย่างง่ายดายด้วยการเคลื่อนไหวยากจะคาดเดา อีกฝ่ายทั้งเตะตั้งต่อยแต่กลับโจมตีไม่ได้เลยสักครั้ง ชายหนุ่มรับหมัดเอาไว้ นารูโตะรีบสะบัดมือแล้วประสานอินคาถาแยกเงาพันร่างคาถาชั้นสูงซึ่งได้จากเหตุการณ์คราวก่อนช่วงสอบจบการศึกษา ร่างแยกเงาพุ่งโจมตีเขาคนละทิศละทางด้วยการจับล็อกเล็งเป้าไว้ หัวหน้าทีมยอมให้จับอย่างง่ายดายแล้วใช้คาถาสลับร่างเอาหนึ่งในร่างแยกมาแทนตัวเอง นารูโตะจึงต่อยนารูโตะเต็มเป้า


          อาจารย์คาคาชิอ้อมด้านหลังผมมองไม่กะพริบตานารูโตะคลายคาถาแยกเงาพลันยืนเงอะงะกลางทุ่งโล่งเพราะหาเป้าหมายตัวเองไม่เจอกัน สร้างช่องว่างมากมายจนน่าหวาดเสียว ชายหนุ่มประกบมือสองข้างจนเหลือเพียงนิ้วชี้และนิ้วกลางประสานอินขาล อินเริ่มต้นของจำพวกคาถาเพลิง ผมรีบปิดตาตัวเองเพราะทนเห็นภาพต่อไปไม่ได้ แต่ผิดขาดที่เขาร้องตกใจออกมานารูโตะที่โดนแยงจุดอ่อนกระเด็นลงน้ำไปทันทีจนเกิดเสียงตู้ม! ชายหนุ่มลุกขึ้นราวกับคาดเดาบางอย่างได้ นารูโตะใช้คาถาแยกเงาแล้วพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง สุดท้ายก็โดนอาจารย์สกัดการโจมตีได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะทำอย่างไรเข้าใกล้ไม่ได้เลย


          เรื่องดำเนินอยู่เช่นนั้นราวสองสามนาที ทุกคนแยกออกจากจุดซ่อนตัวไปตามทาง ผมเองก็พยายามหาลู่ทางให้ตัวเองต่อไป



          หลังจากนั้นผมแอบสะกดรอยตามอาจารย์ เขาเริ่มที่ซากุระก่อน ผมรีบหลับตาแล้วฟังเสียงแทนจนได้ยินเสียงร้องของหล่อน มันคือคาถาลวงตาอย่างแน่นอนและยังจงใจใช้ต่อหน้าด้วย ซากุระสลบไปพักใหญ่แล้วก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง อาจารย์ไม่ทำอะไรเลยนอกจากมองดูหล่อนอยู่อย่างนั้น กระทั้งเขาเหมือนจะหมดความสนใจแล้วก็หายไป ผมเดาว่าเขาต้องหาซาสึเกะเพราะไม่มีทีท่าจะสนใจผมเลยแม้แต่น้อย


          ที่จริงผมก็ไทป์คนหลังห้องที่ถูกลืมอยู่บ่อย เลยชินแล้ว


          ก่อนหน้านั้นเห็นซาสึเกะหาลู่ทางของตัวเองอยู่ไม่ไกล ผมรีบตามติดไปด้วยความอยากรู้ ซาสึเกะรับมือทั้งหมัด ลูกเตะได้อย่างสมน้ำสมเนื้อผิดกับนารูโตะโดยสิ้นเชิง แล้วเด็กชายอุจิวะก็ประสานอินขาลด้วยคาถาเพลิง เคยได้ยินจากท่านโฮคาเงะว่าตระกูลนี้เป็นหนึ่งในด้านคาถาไฟมานานตั้งแต่อดีต สมกับคำเยิ่นยอคาถาลูกไฟที่ซาสึเกะใช้ลูกใหญ่มากจนไม่คิดว่าแค่เกะนินจะทำได้ ผมกลืนน้ำลายแล้วตัดสินใจออกไปจากตรงนี้ ผ่านจุดที่ซากุระยังสลบอยู่ เพื่อครุ่นคิดแผนการสำหรับแย่งชิงกระดิ่งจากหัวหน้าทีมให้ได้


          ผมไม่รู้ว่าเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ หลังจากพยายามสร้างกับดักเล็ก ๆ น้อย ๆ ล่อลวงให้อาจารย์ติดกับสักครั้งหนึ่งแม้จะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม เขาเดินเข้ามาในเขตของผมแล้ว ผมเห็นร่างสูงโปร่งเดินทอดน่องเข้าในวงล้อมราวกับรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ ผมไม่รู้ว่าเขาจงใจหรือเปล่าแต่เหยียบกับดักเต็มเป้า คุไนเล่มหนึ่งทิ้งตัวลงจุดที่เขาเคยเหยียบพร้อมยันต์ระเบิดขนาดเล็กสีขาว ควันคลุ้งบดบังทัศนวิสัยอีกฝ่าย เขากระโดดถอยหลังโดยที่แขนฟาดเส้นเอ็นขนาดเล็กเข้าเต็ม ๆ ระเบิดห่าใหญ่พุ่งมาเกิดเป็นแสงสีส้มแล้วมอดดับไปทันที


          ผมพุ่งไปด้านหลังของเขา ชายหนุ่มรู้ทันเอี่ยวหลบตัวผมทันท่วงที จึงทำได้แค่แตะกระดิ่งเรียวเล็กที่ห้อยอยู่ที่เอว ผมดึงคุไนของเขาตอนที่เข้าใกล้ได้มากที่สุดหวังเหวี่ยงใบไม้ตัดเส้นด้ายที่มัดกระพรวนโลหะเอาไว้ เขาพุ่งมือจับแขนผมไว้อย่างรวดเร็ว ผมพยายามสลัดจนหลุดแล้วใช้คาถาสลับร่างพาตัวเองออกไปจากการต่อสู้


          เธอแอบดูฉันตอนต่อสู้กับซาสึเกะ ก่อนหน้านั้นก็อยู่ตอนที่ฉันใช้คาถาลวงตาด้วย


          ดวงตาสีแดงเบิกโพลงไร้การควบคุม


          “แต่ไม่คิดจะเข้ามาช่วยพวกเขาแม้แต่นิดเดียว” เขาพูดกับผมด้วยเสียงที่ไร้เยื่อใย เหมือนที่ผมทำกับเพื่อนร่วมทีมตัวเอง


          ตอนนั้นเองที่การ์ดผมตกลง เขาชกแก้มผมได้ทีหนึ่ง


          “ผมก็เดาอยู่แล้วว่าอาจารย์ต้องรู้” ผมพูดเสียงสั่น “ตั้งแต่ผมซ่อนตัวครั้งแรก ตอนที่ผมแอบดูซากุระ หรือซาสึเกะก็ตาม อาจารย์คงเดาออกอยู่แล้วว่าผมวางกับดักไว้ แล้วก็เดินเข้ามาทั้ง ๆ แบบนั้น”


          เขาหรี่ตาลง


          “จะบอกว่าเธอช่างสังเกตก็คงไม่ถูกหรอก” เขาสวนหมัดกลับมาอีกครั้งหนึ่งแล้วผมก็หลบได้แบบเฉียดฉิว


          “ผมก็ไม่ได้ช่างสังเกตอะไรขนาดนั้นหรอก ถ้าอาจารย์ไม่จงใจตั้งแต่แรกน่ะ”


          เขาแข็งแกร่งมากตอนที่พยายามจับล็อคผมเอาไว้ ถ้าพลาดไปอีกนิดเดียวผมจบเห่แน่


          อาจารย์คาคาชิพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่ผมไม่ทันตั้งตัว ผมแลกหมัดกับเขาสองสามครั้งเท่าที่จะทำได้ เขาสวนลูกเตะอัดท้องผมอย่างแรงทีหนึ่งจนกระเด็นออกไปไกล มือขาวซีดกุมท้องเอาไว้แล้วใช้ศอกยันตัวเองขึ้นมา ผมหลบเขาได้อย่างฉิวเฉียดอีกครั้งตอนที่เขาขว้างคุไนหมายจะให้เข้าจุดตาย ก่อนจะล้มกลิ้งไปอีกรอบ เขาไม่ผ่อนปรนให้ผมเลยแม้แต่น้อย ผมหลบแล้วก็หลบพลันหยุดการโจมตีของเขาไว้ได้ ตอนนี้ผมล้มนอนแต่ก็กลิ้งไปกลิ้งมาสู้กับเขาจนชุดเปื้อนดินไปหมด


          ร่างกายพยายามหอบเอาลมหายใจเข้าไปให้ได้มากที่สุด แต่ก็ฝืนลุกขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่เขาจะพุ่งเข้ามาแบบเอาจริง ผมกระโดดหลบครั้งสุดท้ายหลังจากนั้นน้ำหนักบางอย่างก็กดลงบนหลังคอ ผมพยายามดีดดิ้นเพื่อหลุดจากการจับกุมจากปลายเท้าที่คล้ายจะฆ่าผมให้ได้ เขาไม่พูดอะไรเลยนอกจากโจมตีผมไปเรื่อยจนเหนื่อยล้า


          “อึก! อ๊าก” ผมร้องทั้งที่แทบไม่มีเสียง มองจากตรงนี้ผมมองไม่เห็นใบหน้าเขาเลย เขาอาจจะหมั่นไส้ผมชิงชังหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เขารุนแรงได้ขนาดนี้ เอาเป็นว่าผมพยายามทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้หมดสติ ผมได้ยินเสียงเขาบอกว่าอย่าขยับไปมากกว่านี้ หลังจากนั้นก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย



          ครั้งสุดท้ายผมฝันเห็นอะไรบางอย่าง เป็นฝันชั่วพริบตาแต่เหมือนน้ำเย็นที่ปลอบประโลมผมยามพ่ายแพ้ยับเยิน

 



++++++++++++++

 

 

          ผมตื่นมาพบความอัปยศเร็วกว่าที่คาดไว้


          ทุกถ้อยคำดูถูกผมได้ยินทั้งหมด ผมหลับตานิ่ง สัมผัสได้ถึงความเย็นชุ่มฉ่ำของพื้นดินซึ่งปกคลุมด้วยต้นหญ้าเล็ก ๆ ได้ยินเสียงซากุระที่พยายามปลุกผมแล้วช่วยดึงขึ้นมานั่งพัก หลังผมสัมผัสท่อนไม้แข็ง ๆ ไม่ได้ถูกตรึงเอาไว้เหมือนนารูโตะตามคำบอกเล่าของอาจารย์คาคาชิ ผมนั่งฟังโดยแสร้งหลับสนิทต่อไป เขาด่าผมอะไรสักอย่างที่ไม่อยากใส่ใจ ผมได้กลิ่นคาวเลือดตรงที่น่าจะมีรอยถลอก ซึ่งผมไม่ใส่เลยแม้แต่น้อย


          “ให้เล่นกันเป็นทีมเวิร์คแล้วทำไมถึงมีกระดิ่งแค่ 2 อัน ต่อให้ช่วยกันสี่คนแย่งมาแทบตายแต่สุดท้ายก็ต้องมีคนแห้วอยู่ดีไม่ใช่รึไง? ทีมเวิร์คอะไรกันชวนให้แตกคอชัด ๆ!


          ซากุระเถียงเสียงดัง


          “ก็แหงอยู่แล้ว” อาจารย์คาคาชิตอบ “นี่เป็นข้อสอบที่คิดขึ้นมาเพื่อให้พวกเธอแตกคอกันเองไง!” เขาอธิบายเพิ่มเติมอีก “ข้อสอบนี้สร้างสถาการณ์ขึ้นเพื่อคัดเอาเฉพาะคนที่ไม่นึกถึงประโยชน์ส่วนตน แต่คำนึงประโยชน์ของทีมก่อนนั่นแหละ แล้วดูพวกเธอทำกันสิ!


          สิ่งที่ผมตีความตั้งแต่เมื่อวานเกี่ยวกับการฝึกเอาตัวรอดนี่ไปคนละทางกับที่เขาเฉลย ผมเจ็บใจมากจนแทบอยากจะสบถออกมา ผมลืมตาขึ้น ไม่มีใครสนใจผมที่ตื่นขึ้นมาแล้ว ซาสึเกะพุ่งเข้าไปหาอาจารย์หมายจะลอบโจมตีแต่สุดท้ายก็กินแห้ว เขาหยุดซาสึเกะไว้ท่าเดียวกับที่ผมโดนจนคอระบมไปหมด อาจาร์ยสบตาผมครั้งหนึ่งแล้วเมินหนีไปทั้งอย่างนั้น ออกคำสั่งให้ซากุระฆ่านารูโตะซะไม่งั้นเขาจะฆ่าซาสึเกะเพื่อข่มขู่คุโนอิจิ เธอกรีดร้องด้วยความกลัว เรื่องเหมือนจะจบลงแค่นั้น


          สิ่งที่เขาพล่ามไม่เข้าหูผมแม้แต่น้อย แม้จะพร่ำรำพันถึงเพื่อนเก่าที่ตายไปแล้ว ผมกลับรู้สึกโมโหจนพาลทุกสิ่ง กัดฟันแน่นราวกับระบายความหงุดหงิดใส่ตัวเอง อาจารย์เดินกลับมาที่เดิมอีกครั้ง


          “ฉันจะให้โอกาสพวกเธอเป็นครั้งสุดท้าย หลังเที่ยงไปจะเป็นการต่อสู้แย่งกระดิ่งที่ดุเดือดกว่านี้! เฉพาะคนที่อยากสอบต่อให้กินข้าวกล่องได้แต่ห้ามนารูโตะกินเด็ดขาด!” หัวหน้าทีมประกาศกร้าว


          “ทำไมละคะ?” ซากุระถามไม่เต็มเสียง


          “เขาฝ่าฝืนกฎคิดจะกินข้าวเที่ยงคนเดียว ใครให้เขากินข้าวฉันจะปรับให้สอบตกทันที!” เขาบอก “เพราะที่นี่ฉัน คือ กฎ!


          หลังจากทิ้งท้ายไว้แล้วก็หายไปกับสายลม ผมกดหลังคอที่ปวดหนึบจนเผลอร้องโอดโอ๊ยออกมา ซากุระถามว่าผมเจ็บมากมาย ผมรีบตอบทันทีโดยไม่ปิดบัง ซาสึเกะเดินกลับมานั่งที่เดิมแล้ว พวกเราเปิดข้าวกล่องโดยที่มีเสียงท้องร้องของนารูโตะซึ่งโดนจับขึงไว้กับท่อนไม้ดังอยู่ข้าง ๆ


          “เชอะ! ผมไม่กินข้าวไม่เห็นเป็น” นารูโตะหยุดพูดตอนได้ยินเสียงท้องร้องตัวเองดังลั่น


          “หลับอย่างกับคนตาย” ซาสึเกะจงใจขอดค่อนผมแน่ “ไหวหรือเปล่า?


          “เป็นคำถามที่ไม่น่ามาจากปากคุณเลยนะ แต่ก็ได้อยู่”


          “ครูคาคาชิเขาทำอะไรบ้างเนี่ย” ซากุระถามผมแล้วมือจับแก้มที่รอยถลอก “เละสุดแล้วนะนายเนี่ย”


          “ก็สู้กับเขาแหละ แล้วก็โดนท่าเดียวกับซาสึเกะตะกี้” ผมบอก “อาจารย์ปรานีนายมากนะซาสึเกะ มาลองโดนแบบผมสิ นึกว่าตายแล้วเกิดใหม่”


          พวกเราสามคนเปิดข้าวกล่องพร้อมกัน ด้านในเป็นเบนโตะอย่างง่ายที่หน้าตาคล้ายกัน ผมมองอาหารมื้อแรกของวันพลางถอนหายใจ เวลาได้กลิ่นอาหารคนเรามักจะสบายใจขึ้นทุกครั้ง ผมหยิบตะเกียบคลุกข้าวกับงาดำ จนเป็นสีเทาเท่ากันทุกส่วน หลังจากคีบก้อนข้าวหนึ่งคำเข้าปาก ผมก็คีบไส้กรอกรูปปลาหมึกยื่นให้นารูโตะ


          เป็นเวลาเดียวกับที่ซาสึเกะก็ยื่นข้าวหนึ่งคำให้เพื่อนร่วมทีมเช่นกัน


          “ดะเดี๋ยวสิซาสึเกะคุง! เฮียวกะด้วย! ครูเพิ่งบอกไม่ใช่เหรอว่า


          “ไม่เป็นไรน่า ฉันไม่เห็นหมอนั่นเลย หลังเที่ยงเราจะแย่งกระดิ่งด้วยกันทั้งทีม ขืนหมอนี่ไม่มีแรงกลายเป็นตัวถ่วงฉันก็แย่” ซาสึเกะบอกเร็วจี๋ก่อนจะยัดข้าวใส่ปากนารูโตะ


          “ไม่ให้ไม่ได้หรอก นายท้องร้องเสียงดังมากเลยนะนารูโตะ” ผมแกล้งหยอกเพื่อน “ขืนปล่อยให้ท้องร้องแบบนี้เดี๋ยวตอนซ่อนตัวก็โดนจับได้พอดี”


          ท้ายที่สุดพวกเราก็ผลัดกันป้อนข้าวนารูโตะทีละคำสองคำและช่วยกันเฝ้าระวังครูคาคาชิด้วย บรรยากาศเคร่งเครียดบรรเทาลงหลายส่วนจนกระทั่งข้าวเกือบหมดกล่อง ผมเหม่อมองท้องฟ้าดำมืดโดยไร้สาเหตุก็สะกิดเพื่อนที่เหลือ ซาสึเกะเบิกตาโพลงสั่งให้พวกเรารีบปิดข้าวกล่องทันที ผมได้ยินเสียงเหมือนระเบิดดังตู้ม! ควันขาวโขมงอยู่ด้านหน้า


          “พวกเธอ!”


          อาจารย์คาคาชิ!


          สอบผ่าน


          ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูกแม้แต่น้อย


          “เพิ่งมีพวกเธอนี่แหละ เท่าที่ผ่านมามีแต่พวกสมองนิ่ม ฉันสั่งอะไรก็ก้มหน้าก้มตาทำกันหมด นินจาน่ะต้องอ่านเบื้องหลังของเบื้องหลังให้ออก ถึงแม้ว่าในโลกนินจาการทำแบบนี้จะผิดแล้วถูกตราหน้าว่าเป็นสวะ”


          ผมบรรจงวางกล่องข้าวลงอย่างเบามือทั้งยังอ้าปากค้างอยู่


          “แต่ว่านะ คนที่ไม่เห็นความสำคัญของเพื่อนน่ะ เลวยิ่งกว่าสวะซะอีก”


          ผมสารภาพว่าปรับอารมณ์ตามเขาไม่ทันแล้ว


          “เอ้า! ทีมเจ็ดพรุ่งนี้เตรียมรีบภารกิจได้!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

73 ความคิดเห็น

  1. #70 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 20:27
    ชอนการบรรยายฉากต่อสู้มากเลย
    #70
    0
  2. #52 ✿ Red_Tsubaki ✿ (@Red_Tsubaki) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 02:34
    ทำน้องเป๋นเเผลได้ไง ใจร้ายจิงๆเซนเซย์

    ฉากต่อสู้สนุกค่าาาส มาต่อไวๆนะคะไรท์
    #52
    0
  3. #35 『Mindeulle Sarang』 (@BBlu_BLURin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 15:48
    เซนเซย์อย่าโยนน้อง แงงง้ 55555

    มีส่วนที่สำนวนดูห้วน ๆ ก็จริง แต่อ่านแล้วไม่ขัดนะคะ กระชับแล้วก็เข้าใจเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเราว่าคุณเขียนฉากสู้ได้เห็นภาพกว่าคราวที่แล้วด้วย

    จะรอติดตามนะคะ สู้ ๆ น้า
    #35
    0
  4. #13 Purple-glasses (@ntg69) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 23:31

    คาคาชิอย่ารุนแรงกับน้องงงงง

    #13
    1
    • #13-1 บุ๋งบุ๋งคลุง (@Nninxxx) (จากตอนที่ 3)
      23 พฤษภาคม 2562 / 21:35
      เขาชอบทำรุนแรงกันค่ะแม่--- เดี๋ยวเซนเซก็ถนุถนอมน้อง ขอเวลาเขาหน่อยย
      #13-1
  5. #12 คนโรยเกลือ (@voranan46) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 20:10

    น้องงงงงงงง555
    #12
    1
  6. #11 PureCrow (@nightmaregirl) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 17:40
    รอออ รออ่านตอนต่อไปปป
    #11
    1
    • #11-1 บุ๋งบุ๋งคลุง (@Nninxxx) (จากตอนที่ 3)
      23 พฤษภาคม 2562 / 21:34
      แงง จะพยายามไม่ดองนะะ ขอบคุณที่ติดตามค้าบ
      #11-1