Overchant ค้าขายในโลกเเฟนตาซี

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 23 : ขายโพชั่นจะได้เท่าไหร่กันนะ? 4 จบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    4 ส.ค. 60

Overchant ตอนที่ 23

ขายโพชั่นจะได้เท่าไหร่กันนะ? 4 จบ

 

        “นี่ แล้วสรุปเธอคนนั้นเป็นใครอย่างงั้นเหรอ ? แนะนำหน่อยสิ”

“จริงสิ.. ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเธอเลยสินะ”

เด็กหนุ่ม ทำหน้าเหมือนนึกอะไรบางอย่างที่ลืมไปแล้วออก เขาเอามือลูบผมของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเรียกอาเซียให้มาหา พออาเซียเดินมาอยู่ข้างๆเด็กหนุ่มแล้ว เธอจึงมองไปที่เชียด้วยแววตาอันสงบนิ่ง สีหน้าไร้อารมณ์เหมือนกับครั้งแรกที่เธอพบกับเด็กหนุ่ม

“นี่อาเซีย เป็นหนึ่งในเจ้าของร้านนี้ร่วมกับผมและยูกิ นะ ส่วนหน้าที่ของเธอก็อย่างที่เห็นเธอนั่งนับเงินอยู่ตอนแรก อาเซียทำหน้าเป็นคนคิดเงินลูกค้าน่ะ”

“ชื่อ อาเซียงั้นเหรอจ๊ะ เป็นชื่อที่น่ารักจังนะ”

“นี่ เชียอย่าลูบหัวอาเซียสิ เธอไม่ค่อยชอบให้ใครมาลูบหัวของเธอซักเท่าไหร่หรอกนะ”

เด็กหนุ่มกล่าวหลังจากที่เห็นว่าเชียนั้นกำลังยื่นมือข้างหนึ่งมาลูบหัวของอาเซีย อาเซียที่กำลังโดนลูบหัวอยู่นั้น เธอมองเจ้าของมือข้างนั้นด้วยแววตาที่ดูน่ากลัวและดูเย็นชาผิดจากปกติ ซึ่งเธอไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนเลย อย่างน้อยก็ตอนที่อยู่ด้วยกัน

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เด็กหนุ่มบอกให้เชียหยุดการกระทำนั้นก่อนที่จะเกิดเรื่องอะไรซักอย่างที่มันไม่น่าจะดี อย่างการที่อาเซียไปคว้ามือของเชียมากัดเพื่อดูดเลือด ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า คนบนนี้ถ้าถูกแวมไพร์อย่างอาเซียกัดเข้าจะกลายเป็นบริวารของเธอหรือที่โชคร้ายที่สุด เชียอาจจะกลายเป็นแวมไพร์แบบเดียวอาเซียก็ได้ และก็คงไม่มีใครที่อยากจะเสี่ยง ถ้ารู้ว่าอาจจะเกิดเรื่องพวกนั้นขึ้นก็ได้หรอกนะ

“อ๊ะ! ขอโทษ! ขอโทษนะอาเซียจัง!

ทันทีที่เชียเอามือของเธอออกจากหัวของอาเซียแล้วรีบกล่าวขอโทษเธออย่างรู้สึกผิด แววตาของอาเซียเองก็กลับมานิ่งๆเหมือนกับปกติอีกครั้ง เด็กหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติแล้ว

(ดูเหมือนว่าจะกลับมาเป็นปกติแล้วสินะ…. ว่าแต่เมื่อกี้นี้มันอะไรกัน ลองอะไรดูหน่อยดีกว่า)

เขาคิดในใจก่อนจะตัดสินใจเอามือของเขาไปวางบนหัวของอาเซียแล้วเริ่มลูบหัวของเธอไปมาแบบเดียวกับที่เชียเพื่อสังเกตดูปฏิกริยาของอาเซีย ซึ่งผลที่ออกมานั้นทำให้เด็กหนุ่มยิ่งรู้สึกสงสัยปนความงงงวยเข้าไปอีก เพราะเธอกลับหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยแถมมองเขากลับด้วยสายตาที่ดูโมโหเขาไม่น้อยซะด้วย

“เอ๊ะ..? ไม่เห็นเหมือนเมื่อกี้เลยนี่น่า..” เด็กหนุ่มพูดกับตัวเองเบาๆ

“เดี๋ยวสิ! ไหนนายบอกว่าอย่าไปลูบหัวเธอไงเล่า! ทำไมนายถึงไปลูบหัวของอาเซียเองซะเล่า! เหมือนว่า

“นายเป็นโลลิค่อนงั้นเหรอ….” เชียพูดพลางมองไปที่เด็กหนุ่มแล้วทำท่าเหมือนกำลังมองอะไรที่ดูน่ารังเกียจอยู่กระมัง

“เอ๋…! อย่ามองผมด้วยสายตาที่เหมือนกำลังอะไรที่ดูน่ารังเกียจและขยะแขยงในเวลาเดียวกันอย่างนั้นสิ! แล้วผมก็ไม่ใช่โลลิค่อนอะไรพวกนั้นด้วย!!!

“ล้อเล่นน่า ว่าแต่ดูเหมือนว่าถ้านายไม่รีบเอามือของนายออกล่ะก็ อาจจะเจอเรื่องร้ายๆเข้าก็ได้นะ”

เชียพูดก่อนจะมองมาที่อาเซีย เด็กหนุ่มรู้สึกสงสัยในคำพูดของเธอจึงตัดสินใจมองตามเชียดูก็พบกับ อาเซียที่กำลังหน้าแดงก่ำเพราะตัวเองโดนทำเหมือนกับว่าเป็นเด็กตัวเล็กๆ ก่อนที่สิ่งที่เขากังวลที่สุดจะเกิดขึ้น…. กับตัวเขาเอง

งั่ม! เสียงกัดของฟันที่กระทบกับเนื้อของมนุษย์ดังขึ้น พร้อมกับเลือดสีแดงสดไหลรินออกมาจากบริเวณที่ถูกกัด ซึ่งก็คือ เสียงฟันของอาเซียที่คว้าเอามือของเด็กหนุ่มมากัดพร้อมกับดูดเลือดของเขาไปในตัว เด็กหนุ่มเอามืออีกข้างมาก่ายหน้าผาก

“อา ให้เถอะที่กังวลไว้ดันเกิดขึ้นกับตัวเองซะอย่างงั้นสิ!

“หวา…. ดูท่าจะเจ็บน่าดูเลยนะเนี้ย แต่ก็สมแล้วล่ะ ว่าแต่โหดจังนะอาเซียจัง”

……

“นี่อาเซีย พอได้แล้วมั้ง เดี๋ยวเลือดผมก็หมดตัวหรอก”

……

ทันทีที่เด็กหนุ่มพูดจบ อาเซียก็ดึงเขี้ยวที่เธอฝังไงบนมือของเด็กหนุ่มออก บาดแผลบริเวณที่เขี้ยวฝังลงไปกลายเป็นรูที่ขนาดใหญ่อยู่พอสมควรจากการกัดและดูดเลือดของอาเซีย ก่อนที่แผลเหล่านั้นจะสมานกันอย่างร่วมเร็วชนิดที่ว่าไม่มีร่องรอยของเนื้อเยื้อที่ฉีกขาดเหลืออยู่เลย

เชียที่เห็นเรื่องดังกล่าวนั้น ทำให้เธอเริ่มจะรู้สึกสงสัยแล้วว่า ทำไมแผลที่ถูกกัดของเด็กหนุ่มถึงสมานอย่างรวดเร็วขนาดนั้น รวมกับเรื่องที่ว่าทำไมอาเซียถึงต้องกัดและดื่มเลือดของเด็กหนุ่มไปด้วย มนุษย์ปกติเขาไม่ดื่มเลือดกันหรอก ข้อสงสัยเหล่านั้นต่างก็วนเวียนอยู่ในหัวสมองของเธอในสุด เธอก็ตัดสินถามเด็กหนุ่มออกไปว่า

“นี่ ขอถามอะไรหน่อยสิ….

“อะไรเหรอ…?

“นายเป็นใครกันแน่”

จู่ๆบรรยากาศรอบๆตัวของเชียก็พลันเปลี่ยนเป็นอะไรที่อึมคลึมและตึงเครียด ไม่เหมือนกับบรรยากาศปกติที่ดูสบายๆและเป็นกันเองของเชีย เธอเห็นมองหน้าเด็กหนุ่มด้วยแววตาที่จริงจังไม่หลงเหลือความขี้เล่นแบบก่อนหน้าเลยแม้แต่น้อย

มันตึงเครียดมากเสียจนเด็กหนุ่มคิดว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าของเขาในตอนนี้นั้นเป็นใครที่ไม่รู้จักไปเสียด้วยซ้ำ เม็ดเหงื่อเม็ดเล็กๆเริ่มผุดออกมาจากรูขุมขนบนใบหน้า คอเริ่มแห้งผาก เริ่มจะหายใจไม่ค่อยทั่วท้องซะเท่าไหร่นัก ความกดดันนี่มันเหมือนกับสัตว์ร้ายที่มีพลังมหาศาลยากเกินจะขนานับ ยิ่งทำให้ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าสิ่งที่สัมผัสได้เหล่านี้มาจากผู้หญิงคนหนึ่งที่ภายนอกดูไม่ได้ต่างอะไรจากผู้หญิงคนอื่นๆซักเท่าไหร่เลย

“นะ นี่ ทะ ทำไมอยู่ๆบรรยากาศก็เปลี่ยนไป….. ขนาดนี้ล่ะ..

(แค่จะอ้าปากพูดแต่ละคำก็ยังยากเลย…. แล้วยังความรู้สึกนี้อีก เริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของพวกตัวเอกที่เผชิญหน้ากับบอสใหญ่ตามเกมกับนิยายแล้วสิ รู้สึกอยากล้มลงไปนอนกับพื้นแล้วให้ความรู้สึกนี้หายไปชะมัดเลยแฮะ..)

“ไม่ต้องมาลีลา บอกมาได้แล้วนายเป็นใคร”

“กะ ก็ไม่ได้จะลีลาอะไร- โอ๊ะ! อันตรายนะ”

ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะพูดจบ ก็มีคมดาบสีทองอร่ามที่สักลวดลายอย่างวิจิตรสวยงามที่เชียเป็นคนชักออกมาจากฝักดาบตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้มาจ่อที่คอของเขา

“บอกมาได้แล้ว! ไอ้ความสามารถนั่นมันอะไร สามารถหยิบของจากช่องว่างที่ไม่มีอะไรเลยได้ แถมยังความสามารถในการฟื้นฟูนั่นอีก.. หรือว่า!

“หรือว่า นายเป็นลูกน้องของจอมมารที่ลอบเข้ามาเพื่อที่จะแก้แค้นให้จอมมารชั้นกำจัดไปแล้วอย่างนั้นเหรอ!

(เอ๋…!!! ตกลงที่โลกนี้มันมีจอมมารจริงๆเหรอ! งั้นไอ้ที่พระเจ้ามันสามารถจะให้เลือกเป็นผู้กล้าได้ จะเอามาทำซากอะไรในเมื่อจอมมารมันถูกกำจัดไปแล้วล่ะฟะ! ถึงว่าทำไมมันดูสงบสุขดีจัง!)

“ขะ เขาเป็น…. ผู้ที่.. ได้รับพรจากพระเจ้า…. ครับ”

อยู่ๆเสียงของยูกิก็ดังขึ้น ทำให้ทั้งเด็กหนุ่มและเชียต่างก็หันไปมองที่ยูกิ ซึ่งสภาพของยูกิในตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเมื่อก่อนหน้านี้นัก เขาพูดออกมาด้วยท่าทางไม่มีแรงเหมือนใกล้จะตายอยู่รอมร่อ

“จริงเหรอ”

เชียหันมาถามเด็กหนุ่มเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ยูกิพูดไว้เป็นความจริง แน่นอนว่าเด็กหนุ่มนั้นพยักหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อยืนยันว่าเป็นความจริง เชียมองเด็กหนุ่มด้วยท่าทางที่ดูเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก่อนจะพูดว่า

“หลักฐานล่ะ บอกอาชีพของนายมา”

“พะ พ่อค้า ส่วนหลักฐานก็รอแปบนะ!

เด็กหนุ่มเปิดหน้าต่างแสดงค่าต่างๆไม่ว่าจะเป็นชื่อ อายุ อาชีพ และทักษะต่างๆที่เขามีให้เชียดู เธอจ้องมันอยู่ซักครู่ก่อนจะเอาดาบที่จ่ออยู่ตรงปลายคอของเด็กหนุ่มออก

“รอดแล้ว…. สินะ?

“ต้องขอโทษเป็นอย่างสูงค่ะ! กระทำการเช่นนี้!

“ไม่เป็นไรหรอก..มั้งนะ แล้วก็ขอบคุณยูกิด้วยนะ”

“มะ ไม่เป็นไร….ครับ..

“ผมว่ายังไงก็ปล่อยยูกิก่อนดีกว่ามั้ง”

พอเด็กหนุ่มพูดจบเชียก็เหมือนกับจะนึกได้ว่ามือข้างหนึ่งของเธอนั้นกำลังกอดยูกิอยู่ เชียจึงตัดสินใจว่าจะไปวางยูกิไว้ที่เคาเตอร์ก่อนแล้วค่อยกลับมาคุยเรื่องพวกเธอก่อน

“แล้วเธอคนนั้นเป็นใครกันล่ะ?” เชียพูดออกมา ตอนนี้บรรยากาศรอบๆตัวของเธอนั้นกลับมาเป็นแบบเดิมแล้วทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกหายกดดันและเริ่มจะหายใจทั่วท้องมากขึ้นแล้ว

“อาเซียเหรอ คือว่า….

“จะบอกหรือไม่บอก”

จู่ๆบรรยากาศรอบๆตัวของเชียก็กลับไปตึงเครียดอีกครั้งทำให้เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกสับสนกับระบบกระบวนการคิดและความรู้สึกของเชียที่สามารถปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้ไวมากเสียจนเขาเริ่มจะตามไม่ทันเสียแล้ว นี่ยังไม่รวมกับคมดาบคมๆที่มาจ่อคอของเด็กหนุ่มอีกเป็นรอบที่สอง นี่สรุปหล่อนเป็นผู้กล้าหรือจอมมารกับแน่เนี้ย! เล่นหันดาบใส่คนไปทั่วเลย

“อา…! บอกก็ได้! อาเซียเป็นว่าที่ราชินีแวมไพร์พอแค่นี้ก็พใช่มั้ย!

“หลบไป!

ทันทีเด็กหนุ่มพูดจบเชียการพุ่งไปหาอาเซียก่อนจะฟาดดาบสีทองอร่ามของเธอลงไปที่อาเซีย ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่ามันช่างไวมากเสียจนเด็กหนุ่มมองตามไม่ทัน

เพล้ง! เสียงของเหล็กกระทบกันสะนั่นไปทั่วร้าน เด็กหนุ่มรีบหันไปมองตามเสียงด้วยความตื่นตระหนกก็พบกับภาพของเชียที่ฟันดาบใส่อาเซียโดยที่อาเซียเองก็มีดาบสีดำสนิทซึ่งโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้มารับดาบสีทองอร่ามของเชียเอาไว้

(อะไรเนี้ย! กลายเป็นเรื่องต่อสู้ไปแล้วเรอะ?!)

ทั้งสองต่างก็จ้องตากันเขม่งพยายามดันคมดาบของแต่ละคนไปใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ยอมใคร บรรยากาศตอนนี้ข่างแลดูตึงเครียดแบบสุดๆคนหนึ่งน่าจะเป็นผู้กล้าที่สามารถล้มจอมมาร(ซึ่งไร้ตัวตนในเรื่อง)ได้ส่วนอีกคนก็เป็นถึงว่าราชินีแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ซึ่งเด็กหนุ่มเองก็ไม่ได้รู้อะไรเธอเกี่ยวกับเธอมากนัก

เป็นสถานการณ์ที่พ่อค้าอย่างเขาไม่สมควรไม่สิ ไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปยุ่งด้วยซ้ำ แต่ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆอะไรคือสิ่งที่พ่อค้าอย่างเขาจะทำได้ในสถานการณ์อย่างนี้กัน

“ใช่แล้ว! ใช้ไอ้นั่นละกัน!

จู่ๆก็มีความคิดๆหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวสมองของเด็กหนุ่มขณะที่กำลังเค้นความคิดอยู่เข้าเอื้อมมือเข้าไปในช่องเก็บของที่เปิดขึ้นมาพร้อมกับหน้าต่างสถานะที่โชว์ให้เชียแล้วหยิบหนังสือเล่มหนาๆเล่มหนึ่งขึ้นมา นั่นคือ หนังสือที่ยูกิฝากเอาไว้นั่นเอง เด็กหนุ่มอาศัยช่วงเวลาที่ตอนหยิบออกมาแล้วจะอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนักใช้บริเวณสันหนังสือฟาดไปที่กลางหัวของทั้งสองคน ทำให้ทั้งเชียและอาเซียต่างก็ทิ้งดาบของตัวเองลงไปกับพื้น แล้วลงไปนั่งกุมหัวของตัวเองด้วยความเจ็บปวด

“งือ/งือ….

“เฮ้อ จบซะที.. อ๊ะ! หนัก!

ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะรู้สึกโล่งใจอย่างเต็มที่เขาก็ลืมไปว่าตัวเองนั้นถือหนังสือเล่มโตอยู่และน้ำหนักของมันก็ไม่ใช่น้อยๆเสียด้วยแถมตัวเองก็ไม่ได้มีแรงอะไรขนาดนั้นด้วย ทำให้ต้องจำใจปล่อยหนังสือลงไปกับพื้นอย่างช่วยไม่ได้

“ช่วยอะไรของนายเนี้ย!!!

“เจ้าบริวาร!!!

เชียและอาเซียต่างก็หันมาโวยวายใส่เด็กหนุ่มแทบจะพร้อมๆกันจนดูเหมือนว่าเรื่องที่เพิ่งจะประดาบกันเมื่อซักครู่นั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก็เล่นมาพร้อมเพรียงกันซะนี้ เด็กหนุ่มไปที่บริเวณหางตาของแต่ละคนที่มีหยดน้ำตาเม็ดเล็กๆก่อตัวอยู่แสดงว่าพวกเธอเจ็บจริงๆสินะ

“ก็หยุดการทะเลาะกันยังไงล่ะ”

“แต่มันเจ็บนี่น่า!

“ใช่ๆ!

“หยุดได้แล้วน่า อาเซียถ้ายังไม่เลิกล่ะก็งดดื่มเลือดหนึ่งวัน”

……..!!!

ดูเหมือนว่าจะได้ผลทันทีที่เด็กหนุ่มพูดจบอาเซียก็ทำหน้าไม่พอใจออกมาก่อนจะกลับไปหน้านิ่งเหมือนเดิมแต่แววตาของเธอยังคงแสดงถึงความไม่พอใจที่ปิดไว้ไม่มิดอยู่ดี

“ส่วนเชียก็ไม่ต้องเป็นห่วง ถึงอาเซียจะเป็นแวมไพร์ แต่เธอก็ไม่ไปทำร้ายใครหรอก ยกเว้นผมคนเดียวล่ะนะ”

ส่วนสุดท้ายเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เบามากๆเบาจนเหมือนกับไม่ได้พูดอะไร เชียหยักหน้าฟังสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดออกมาก่อนจะทำท่าเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจแล้วเธอจึงหันไปหาอาเซียแล้วโค้งตัวลงพลางกล่าวขอโทษที่จู่ๆก็ไปโจมตีเธอโดยไม่มีเหตุผล

“ดูเหมือนว่า เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นก็เพราะชั้นสินะ ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ”

“ก็นะ ดีแล้วล่ะที่ยอมรับ ใช่มั้ย..? อาเซีย”

…….

อาเซียทำเพียงพยักหน้าลงเล็กน้อยถึงแม้ว่าใบหน้าจะดูนิ่งไร้อารมณ์ก็ตามแต่แววตาของเธอนั้นยังคงแสดงความไม่พอใจที่เขาไปทำแบบนั้นกับเธออยู่ดี

“เดี๋ยวสิ! เมื่อกี้มันต้องพูดประโยคเท่ๆว่า ไม่ใช่ความผิดของเธอซะหน่อย สิ นายก็หัดทำตัวให้ดูเท่ๆหน่อยสิ”

(อารมณ์เปลี่ยนไวไปมั้ยเจ๊? แต่ก็นะ อย่างน้อยแบบนี้ก็ดีกว่าอีกแบบล่ะนะ)

เด็กหนุ่มคิดในใจพลางนึกถึงเชียอีกแบบที่เขาเพิ่งเคยเห็น เธอที่ดูเอาจริงเอาจัง และทำให้คนอื่นรู้สึกกดดันเมื่อได้เผชิญหน้าด้วย เขาทำได้เพียงแค่ยิ้มแหยงๆเมื่อนึกถึงเชียในเวอร์ชั่นนั้น

“จริงสิ! เชียจำยาที่ให้ดูได้มั้ย?

“อ๋อ! ยาที่มันสีออกเขียวๆใช่มั้ย”

เธอพูดพลางก้มลงไปเก็บดาบของเธอที่พื้นแล้วใส่มันกลับเข้าไปในฝักดาบที่อยู่ใต้ผ้าคลุมของเธอ

“ช่วยเอายานั่นไปประเมินราคาให้หน่อยสิ”

“ก็ได้นะ ว่าแต่เรื่องชื่อล่ะ?

“โพชั่น”

“ชื่อดาดๆนั่นมันอะไรกันน่ะ”

“ช่างเรื่องนั้นเถอะ! ยังไงก็ตามฝากด้วยนะ”

เด็กหนุ่มหยิบขวดยาออกมาหนึ่งขวดก่อนจะยื่นให้กับเชีย เธอรับมันไว้ก่อนจะใส่มันเข้าไปในกระเป๋าเสื้อที่อยู่ใต้ผ้าคลุมอันนั้นแล้วสวมส่วนที่เป็นฮู๊ดกลับเข้าไปอีกครั้ง

“อือ งั้นชั้นไปนะขอโทษที่สร้างความเดือดร้อนแล้วก็” เชียหันมาหาอาเซียก่อนจะพูดว่า

“ไว้คราวหน้ามาประดาบกันอีกนะ อาเซียจัง!

เธอพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเปิดประตูร้านแล้วเดินออกไป เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกโล่งใจขึ้นหลังจากที่เชียกลับไปโดยที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรอีก แล้วก็คำทิ้งท้ายนั่นเหมือนกับว่าเธอจะไม่คิดมากเรื่องอาเซียอีกแล้วด้วยสิ สงบสุขอย่างนี้แหละดีที่สุด!

“เอาล่ะพวกเราก็ไปพักผ่อนกันเถอะ”

งั่ม! เสียงฟันของอาเซียกัดลงไปที่เนื้อของเด็กหนุ่มดังขึ้นอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าคราวเธอจะไม่ได้ดูดเลือดของเขา อาเซียเงยหน้าขึ้นมามองเด็กหนุ่มด้วยแววตาหงุดหงิดที่เหมือนกับว่าหงุดหงิดอะไรซักอย่างมา เธอถอนเขี้ยวของเธอก่อนจะพูดกับเด็กหนุ่มว่า

“ที่ว่ายกเว้นตัวเองนั่นมันอะไรกัน…. เจ้าขี้ข้า”

“เอ๋ลดขั้นจากบริวารกลายแล้วเหรอเนี้ย ยังไงก็ขอโทษละกันนะ”

“เอาล่ะมาใช้เวลาครึ่งวันกับอีกหนึ่งวันของพรุ่งนี้พักผ่อนกับงานในวันนี้ให้เต็มที่กันเถอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

135 ความคิดเห็น

  1. #126 subper code (@natartnat) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 13:42
    นิสัย​นี้​ไม่น่า​เป็น​ผู้​กล้า​ได้​นะ​
    #126
    0
  2. #86 Gardena (@Gardena) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 10:47
    ขอบคุณค่ะ
    #86
    0