What's up
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ My.iD

    Quick Message
รวมข้อความจากเพื่อนๆที่ส่งถึงเราบนหน้าเวบ
ข้อความ
2

 C O M M E N T    B o X

อยากบอกว่า :

ลงชื่อ:
พิมพ์ตัวเลข :

ทางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้ใช้ Qmsg ในการส่งลิงก์หรือฉากที่ไม่เหมาะสม (NC)
(หากตรวจพบนิยายเรื่องนั้นจะถูกแบนถาวร ในกรณีกระทำผิดซ้ำจะถูกแบน ID ทันที)


10 พ.ค. 60 / 20:20   [124.121.169.240]
LesMars77 บอกว่า :

ความรู้สึกต่างดึงรั้งไม่ให้เราออกห่าง จูบแล้วจูบเล่าที่เคยขมปร่ากับหวานร้อนขึ้นหลายเท่า หล่อนได้ยินเสียงลมหายใจที่ผสมปนเปกันอย่างแยกไม่ออก นั่นซานะ หรือโมโมะ?


เราจะจูบกันในฐานะอะไรอย่างนั้นเหรอ?


แม้จะมีคำถามแต่ไร้ซึ่งคนตอบ เราต่างไร้คำพูดเมื่อนั่งอยู่บนเตียงหลังเดิมในห้องที่เกือบจะมืดสนิท แสงสีส้มหรือเหลืองเข้มสาดเข้ามากระทบผิวกายที่เกือบจะเปลือยเปล่า เมื่อเสื้อคอเต่าสีชมพูอ่อนถูกถอดออกไปพ้นศีรษะ ฮิราอิไม่ได้สนใจมันนักในเมื่อหล่อนพอใจที่จะได้เห็นเนื้อกายขาวสะอาดจองคนตรงหน้า

เราโผเข้าหากันราวกับคนที่หนาวเหน็บ ดึงดูเหมือนกับแม่เหล็กที่ไม่อาจแยกจากกันได้ คำตอบของคำถามทั้งหมดถูกเอื้อนเอ่ยผ่านการกระทำโดยที่ไม่ได้เปล่งเสียงตอบ เมื่อเราสัมผัสไปทั่วร่างกายของคนตรงหน้า ซานะส่งเสียงฮือในลำคอเมื่อฮิราอิย้ายจูบลงมาที่ลำคอ และต่ำลงไปบนเนินอก

โมโมะที่เหมือนกับสีขาว บริสุทธิ์ และซื่อตรงกับความรู้สึก ทั้งสายตากับการกระทำของหล่อนไม่เคยโกหก   เธอจูบลงบนสีชมพูของเนื้อไม่ใช่ผ้า ทว่าคนถูกกระทำไม่ได้เอ่ยท้วง ที่จริงแล้วเราไม่เคยท้วงถามซึ่งการก้าวล้ำของอีกฝ่าย เพียงแค่ก้าวเดียว หรือมากกว่านั้นเราต่างก็รู้ว่าได้ทำมันลงไปแล้ว เส้นแบ่งบางๆของเพื่อนกับคนรักนั่นน่ะ ไม่มีใครสนใจมันอีกในเวลานี้

แสงสีส้มหรือเหลืองเข้ม โมโมะก็ยังแยกมันไม่ออก เธอเพียงแต่จ้องมองซานะ คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามหล่อนก็ทำอย่างนั้น ทอดสายตาและจ้องมองร่างกายที่เกือบจะเปลือยเปล่าของฮิราอิ มือข้างหนึ่งของซานะแตะลงบนอกด้านซ้าย เธอสัมผัสผิวกายอุ่นจัด ที่ใต้นั้นเต้นโครมครามไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง

หล่อนฝังจูบลงบนเนินเนื้อนั่น กดจูบให้แน่นขึ้นยิ่งขบกัดลงไปบนเนื้อนั่น หล่อนก็ยิ่งจะเกิดรอยแดงที่ไล่ความรู้สึกสับสนอยากปฏิเสธให้กระเจิดกระเจิง ฮิราอิประคองใบหน้าของเพื่อนสนิท ดึงรั้งหล่อนขึ้นมาเพื่อมอบจูบแสนหวานให้อีกระรอก

ไม่ใช่จูบแรก

ไม่ใช่จูบแบบ เพื่อน อย่างที่ปากว่าเลยสักนิด

คำว่าเพื่อนของเราช่างซับซ้อนเมื่อไม่มีใครเอ่ยปากว่า ‘รัก’ อย่างจริงจัง ได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนั้นโดยไม่จำกัดความรู้สึก ที่ในตอนแรกเริ่มช่างอ่อนหวานน่าหลงไหลเหมือนกับจุมพิตที่แตะค้างอยู่บนริมฝีปาก กลีบนุ่มขยับเพียงเล็กน้อยคล้ายกับคนไม่กล้า แต่กว่าจะรู้ตัวเราก็ต่างแลกรสความรู้สึกซาบซ่านในโพรงปากกันอย่างไม่หยุดหย่อน ฉกฉวย ไขว่คว้า แลกเอาทุกอย่างที่อยากได้จากคนตรงหน้าโดยลืมคำนึงคิดถึงความสัมพันธ์ที่จะต้องแหลกสลายหลังจากนี้

เราต่างรู้สึกมึนเมาจากแอลกอฮอล์ หรือพิษจากจูบไม่มีใครแยกออก เมื่อคนตรงหน้าโน้มเข้ามาใกล้ ซานะเริ่มก่อน ราวกับหล่อนไม่สามารถควบคุมความรู้สึกใดได้อีก

ไม่มีใครสามารถมอบจูบที่เหมือนกับโมโมะได้ ฮิราอิ โมโมะ เพื่อนสนิทของเธอ หล่อนช่างน่ารัก และซื่อตรง ยิ่งได้จูบกันอีกทุกอย่างก็ยิ่งย้ำให้ชัดเจนในความรู้สึก เสียงในอกกระทบเป็นจังหวะ ตึกตักดังลั่นอยู่ในกาย หล่อนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใดนอกจากเสียงลมหายใจของตนเอง เคล้าคลอกับเสียงจากจูบของเรา

ริมฝีปากสร้างคำถามมากมายบนเรือนร่างแม้ว่าเราจะไม่ได้เปล่งเสียงเพื่อถาม ยิ่งจูบลงบนเนื้อกายอุ่นร้อนก็ยิ่งเกิดรอยแดงไปทั่ว แม้ในหัวจะมีแต่คำถาม ทว่าเราไม่อาจจะห้ามใจได้อีกเมื่อจูบแล้วจูบเล่าถูกส่งต่อเพื่อปรนเปรอความรู้สึกที่ถูกเก็บซ่อน พึงพอใจ เมื่อซานะเคลื่อนมือบางลงไปตามหน้าท้อง ฮิราอิแทบหยุดหายใจ ทว่าไม่นานนักหล่อนก็ทำอย่างนั้นบ้าง

ชั้นในที่เป็นปราการสุดท้ายถูกถอดออก เราต่างไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยบนร่างกาย ยกเว้นแต่คำถามเหล่านั้น รอยแดงจ้ำกระจายไปทั่ว ทว่าไร้ซึ่งคำตอบ

ดวงตากลมใสฉายแววหวานจ้องมองเธอย่างไม่ละสายตาในขณะที่ปลายนิ้วลากไล้ต่ำลงมาเรื่อยๆ หล่อนเปียกชื้นไม่ต่างกัน ฮิราอิเห็นดวงตาของหล่อนไหวระริกเมื่อเธอแตะโดนมันเข้า กดสัมผัสให้รู้สึกขึ้นไปอีกเมื่อซานะก็ทำอย่างนั้น น่าแปลกที่เราต่างไม่ละสายตาออกจากกัน ไม่มีความเขินอายใดๆอีก ไม่มีเลย ก็คงจะเพราะเจ้าพวกนั้นที่กองอยู่บนพื้นพร้อมกับเสื้อผ้า

แม้ว่าเราจะเริ่มมีสติขึ้นมานิดหน่อย แต่ทุกอย่างไม่อาจะหยุดได้โดยง่าย จูบอีกครั้งเป็นคำตอบ เราต่างสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย โอบกอดความรู้สึก ขยับเข้าหาให้ร่างกายแนบชิด ซานะเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ เธอซ้อนร่างกายลงกับร่างของโมโมะ ยกเรียวขาข้างหนึ่งพาดลงบนเรียวขาของฝ่ายตรงข้าม โมโมะก็ทำอย่างนั้น เธอทำแบบเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน จนกระทั่งสองร่างแนบชิดไร้ช่องว่าง

เราใกล้เสียจนรู้สึกถึงอุณหภูมิอุ่นร้อนของอีกฝ่าย เรือนผมสีน้ำตาลถูกดัดเป็นลอนอ่อนสยายยาวเกือบถึงสะโพกกำลังพริ้วไหวเพราะหล่อนขยับโยกเสียดสีร่างกายนั้นเข้ากับเพื่อนสนิทที่ยิ่งกว่าเพื่อนสนิท

แนบชิดเสียจนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เราต่างกอดรัดและขยับกายเพื่อให้ได้เข้าใกล้กันมากกว่านี้ เสียงครางอื้ออึงดังขึ้นในลำคอ ไม่มีใครแยกออกว่านั่นคือใครกันนะ ทั้งจูบและจังหวะการเคลื่อนไหวต่างดึงดันผลักเราให้ตกลงไป ทั้งมืดและหนาว ทว่าร่างกายกับรุ่มร้อน

ฮิราอิโอบเอวบางของคนตรงหน้าเอาไว้ คนในอ้อมกอดกอดเกี่ยวเธอเอาไว้แน่น ฮือ เสียงของหล่อนว่าอย่างนั้นเมื่อถูกกระแทกกระทั้งขยับเข้าใกล้ เสียงกดลงและขยับถอยออก บางครั้งเชื่องช้าคล้ายกับจำแกล้งกดเพื่อดูสีหน้าของอีกฝ่าย แต่ก็เปล่า ทุกอย่างเป็นเพียงแค่ความรู้สึกไร้เหตุผล

ซานะกดกายลงอีก เธอขยับเร็วขึ้นเมื่อได้รู้สึกถึงอีกฝ่าย เป็นอีกครั้งที่อยากใกล้โมโมะให้มากกว่านี้ เธอไม่เคยโกหกหล่อนเลย ไม่เลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งหวงแหนทั้งรัก ทว่าความเปลี่ยนแปลงจะนำพาเราไปในทางไหนก็ไม่อาจรู้ได้

ริมฝีปากบางเชิดขึ้นอย่างเป็นเอกลักษณ์ เธอเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทอย่างลืมตัว

“โมโมะริง..”

น้ำเสียงของหล่อนสั่นพร่าไหวสะท้านไปด้วยปลายทางที่ใกล้เข้ามา ทว่ายิ่งไขว่คว้าก็ยิ่งเหนื่อยหอบ ราวกับคนที่วิ่งมาอย่างหนัก ลมหายใจร้อนเป่ารดลงบนใบหน้าของอีกฝ่าย ฮิราอิเรียกหล่อนไม่ต่างกัน “ซาตัง” เธอนึกชอบชื่อนี้ขึ้นมาหลายเท่าเลยทีเดียว

ยิ่งเข้าใกล้เราก็ยิ่งไขว่คว้าหาอากาศ ที่พึ่งเดียวคืออ้อมกอดแสนแน่นหนา ทั้งที่กอดกันแน่นอย่างนั้น น่าแปลกที่การขยับของเราต่างแรงขึ้น หล่อนทั้งอ่อนนุ่มและเปียกปอนไม่ต่างกันเลยซักนิด เสียงน่าอายพวกนั้นไม่ได้ทำให้เราหยุดเหวี่ยงความรู้สึกให้กระจัดกระจายไปรอบๆ

เหมือนปลายเท้าไม่ได้แตะอยู่บนที่นอนอีก ราวกับไร้ร่างกายและถูกยกให้ลอยขึ้น พุ่งทยานขึ้นไปจากที่มืดสู่ที่สว่าง ค่อยๆเคลื่อนเข้าใกล้อย่างเชื่องช้าในตอนแรก และกระแทกกระทั้งเพื่อพาขึ้นไปอีกใครคราวที่สอง สว่างไสวไร้สิ่งใดฉุดรั้งไว้ได้อีก ร่างกายสีชมพูสั่นสะท้ายกระตุกถี่ด้วยสิ่งที่หล่อนมอบให้

หน้าท้องชื้นชุ่มไปด้วยเหงื่อของฮิราอีกขยับอีกเพียงไม่กี่ครั้งหล่อนก็ตามมาถึง เรียวแขนแข็งแรงกว่าดึงรั้งร่างนั้นเข้ามาใกล้ ขบริมฝีปากลงบนหัวไหล่อย่างเก็บกั้นความรู้สึก หล่อนกดฟันลงบนเนื้ออย่างลืมตัว ลืมไปเสียสิ้นว่าเป็นหล่อนเองที่ได้สร้างคำถามที่ยากจะตอบ

กระทั่งเราเอาแต่หอบหายใจเมื่อทุกอย่างหยุดลง ทุกอย่างเงียบสนิทเหนือเพียงแค่เราในอ้อมกอด เมื่อได้จูบลงบนร่างกายตรงหน้าฮิราอิถึงได้รู้ว่าตนไม่ได้ฝัน เธอกับซานะ นั่นน่ะ ทั้งหมดคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ทั้งเรื่องก่อนหน้านี้ก็ด้วย

แม้ว่าหลังจากนี้เราคงจะต้องเหมือนเดิมอย่างนั้นหรือ เธอไม่คิดจะหาคำตอบในตอนนี้ เราต่างล้มลงในอ้อมกอดของกันและกัน ทิ้งให้ร่างกายเปลือยเปล่าโอบกอดความต้องการเพียงชั่วครู่แล้วหลับตา กอบเกี่ยวความรู้สึกแสนสุขเอาไว้เพียงชั่วครู่

แม้ว่าพรุ่งนี้จะต้องบุบสลายไปก็ตามที ทว่าถึงรู้อย่างนั้นเราก็ไม่อาจห้ามได้ ความรู้สึกที่แท้จริงน่ะ ยากที่จะควบคุม


แล้วก็จริงอย่างที่คิด เราต้องกลับมาทะเลาะกันด้วยเรื่องเดิมๆ แม้ว่าจะตื่นมาในอ้อมกอดของกันและกันเหมือนเมื่อวันก่อนๆ จูบทักทายอย่างไม่คิดอะไร อ้อมกอดที่มอบให้ด้วยใบหน้าไร้เดียงสา แม้ร่างกายของเราจะเปลือยเปล่า


“เราจะอยู่ด้วยกันในฐานะอะไรอย่างนั้นเหรอ?”


โมโมะยืนนิ่งหลังจากที่เธอโผล่พูดความในใจออกมา ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าหล่อนจะไม่รู้ แต่ซานะบ่ายเบี่ยงเลี่ยงที่จะไม่ตอบเหมือนอย่างเคย แม้ว่าจะเป็นอย่างนั้นไปแล้วทว่าทุกอย่างก็คงจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม เหมือนอย่างทีเ่กิดขึ้นก่อนหน้า


“เพื่อน…”


เสียงของหล่อนเบาหวิวเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก ทว่าคนพูดกลับก้มหน้า เธอไม่มีความกล้ามากพอที่จะเป็นไปมากกว่านั้น เพราะคำว่าเพื่อนคำนั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย ทั้งความสัมพันธ์และความรู้สึก ฮิราอิเข่นหัวเราะในลำคอ เธอรู้สึกสมเพชทั้งตัวเองเสียเหลือเกิน ทั้งที่เราต่างก็รู้ว่าอีกฝ่ายรัก


เพื่อน? เธอคิดว่าเพื่อนกันจะเลิกกันไม่ได้?”


หล่อนคิดว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อความรู้สึกบางอย่าง ฮิราอิตัดสินใจลุกขึ้น เธอไม่อยากจะเป็นเพียงเพื่อนอีกแล้ว หรือบางทีการเป็นเพียงแคคนรู้จัก หรือคนแปลกหน้าก็ยังจะดีกว่า

คำว่าเพื่อนของเราช่างซับซ้อนเมื่อไม่มีใครเอ่ยปากว่า ‘รัก’ อย่างจริงจัง ได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนั้นโดยไม่จำกัดความรู้สึก ในตอนแรกเริ่มช่างอ่อนหวานน่าหลงไหลเหมือนกับจุมพิตที่แตะค้างอยู่บนริมฝีปากนี่ ทว่าตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นรสขมปร่าไปด้วยหยดน้ำตา

แม้ร่างกายของเราจะเต็มไปด้วยคำถามจากกันและกัน ทว่าเธอไม่ได้สนใจมันอีก หล่อนหยิบของใช้ส่วนตัวในขณะที่อีกคนเอาแต่ยืนนิ่ง ซานะไม่ได้งี่เง่าดื้อรั้นที่จะห้ามปราบเหมือนกับทุกครั้ง จนกระทั่งเธออกมาจากห้องนั่นแหละ ยืนนิ่งอยู่ที่ด้านหน้า ทว่าภายในห้องกลับไร้ความเคลื่อนไหว น้ำตาของหล่อนถึงได้หยดออกมาจนได้

สนุกสนานเพียงชั่ววูบ ฉกฉวย ไขว่คว้า แลกเอาทุกอย่างที่อยากได้จากคนตรงหน้าโดยลืมคำนึงคิดถึงความสัมพันธ์ที่จะต้องพังทลาย


เซ็กส์ กับซานะน่ะ มันคงจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ ที่มอบให้เพื่อนอย่างเธอก็ได้ น่าหัวเราะ


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กลับไปกรี๊ดได้ที่หน้าฟิค ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

https://writer.dek-d.com/043annamado/story/viewlongc.php?id=1601370&chapter=12

10 พ.ค. 60 / 20:16   [124.121.169.240]
LesMars77 บอกว่า :

ความรู้สึกต่างดึงรั้งไม่ให้เราออกห่าง จูบแล้วจูบเล่าที่เคยขมปร่ากับหวานร้อนขึ้นหลายเท่า หล่อนได้ยินเสียงลมหายใจที่ผสมปนเปกันอย่างแยกไม่ออก นั่นซานะ หรือโมโมะ?


เราจะจูบกันในฐานะอะไรอย่างนั้นเหรอ?


แม้จะมีคำถามแต่ไร้ซึ่งคนตอบ เราต่างไร้คำพูดเมื่อนั่งอยู่บนเตียงหลังเดิมในห้องที่เกือบจะมืดสนิท แสงสีส้มหรือเหลืองเข้มสาดเข้ามากระทบผิวกายที่เกือบจะเปลือยเปล่า เมื่อเสื้อคอเต่าสีชมพูอ่อนถูกถอดออกไปพ้นศีรษะ ฮิราอิไม่ได้สนใจมันนักในเมื่อหล่อนพอใจที่จะได้เห็นเนื้อกายขาวสะอาดจองคนตรงหน้า

เราโผเข้าหากันราวกับคนที่หนาวเหน็บ ดึงดูเหมือนกับแม่เหล็กที่ไม่อาจแยกจากกันได้ คำตอบของคำถามทั้งหมดถูกเอื้อนเอ่ยผ่านการกระทำโดยที่ไม่ได้เปล่งเสียงตอบ เมื่อเราสัมผัสไปทั่วร่างกายของคนตรงหน้า ซานะส่งเสียงฮือในลำคอเมื่อฮิราอิย้ายจูบลงมาที่ลำคอ และต่ำลงไปบนเนินอก

โมโมะที่เหมือนกับสีขาว บริสุทธิ์ และซื่อตรงกับความรู้สึก ทั้งสายตากับการกระทำของหล่อนไม่เคยโกหก   เธอจูบลงบนสีชมพูของเนื้อไม่ใช่ผ้า ทว่าคนถูกกระทำไม่ได้เอ่ยท้วง ที่จริงแล้วเราไม่เคยท้วงถามซึ่งการก้าวล้ำของอีกฝ่าย เพียงแค่ก้าวเดียว หรือมากกว่านั้นเราต่างก็รู้ว่าได้ทำมันลงไปแล้ว เส้นแบ่งบางๆของเพื่อนกับคนรักนั่นน่ะ ไม่มีใครสนใจมันอีกในเวลานี้

แสงสีส้มหรือเหลืองเข้ม โมโมะก็ยังแยกมันไม่ออก เธอเพียงแต่จ้องมองซานะ คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามหล่อนก็ทำอย่างนั้น ทอดสายตาและจ้องมองร่างกายที่เกือบจะเปลือยเปล่าของฮิราอิ มือข้างหนึ่งของซานะแตะลงบนอกด้านซ้าย เธอสัมผัสผิวกายอุ่นจัด ที่ใต้นั้นเต้นโครมครามไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง

หล่อนฝังจูบลงบนเนินเนื้อนั่น กดจูบให้แน่นขึ้นยิ่งขบกัดลงไปบนเนื้อนั่น หล่อนก็ยิ่งจะเกิดรอยแดงที่ไล่ความรู้สึกสับสนอยากปฏิเสธให้กระเจิดกระเจิง ฮิราอิประคองใบหน้าของเพื่อนสนิท ดึงรั้งหล่อนขึ้นมาเพื่อมอบจูบแสนหวานให้อีกระรอก

ไม่ใช่จูบแรก

ไม่ใช่จูบแบบ เพื่อน อย่างที่ปากว่าเลยสักนิด

คำว่าเพื่อนของเราช่างซับซ้อนเมื่อไม่มีใครเอ่ยปากว่า ‘รัก’ อย่างจริงจัง ได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนั้นโดยไม่จำกัดความรู้สึก ที่ในตอนแรกเริ่มช่างอ่อนหวานน่าหลงไหลเหมือนกับจุมพิตที่แตะค้างอยู่บนริมฝีปาก กลีบนุ่มขยับเพียงเล็กน้อยคล้ายกับคนไม่กล้า แต่กว่าจะรู้ตัวเราก็ต่างแลกรสความรู้สึกซาบซ่านในโพรงปากกันอย่างไม่หยุดหย่อน ฉกฉวย ไขว่คว้า แลกเอาทุกอย่างที่อยากได้จากคนตรงหน้าโดยลืมคำนึงคิดถึงความสัมพันธ์ที่จะต้องแหลกสลายหลังจากนี้

เราต่างรู้สึกมึนเมาจากแอลกอฮอล์ หรือพิษจากจูบไม่มีใครแยกออก เมื่อคนตรงหน้าโน้มเข้ามาใกล้ ซานะเริ่มก่อน ราวกับหล่อนไม่สามารถควบคุมความรู้สึกใดได้อีก

ไม่มีใครสามารถมอบจูบที่เหมือนกับโมโมะได้ ฮิราอิ โมโมะ เพื่อนสนิทของเธอ หล่อนช่างน่ารัก และซื่อตรง ยิ่งได้จูบกันอีกทุกอย่างก็ยิ่งย้ำให้ชัดเจนในความรู้สึก เสียงในอกกระทบเป็นจังหวะ ตึกตักดังลั่นอยู่ในกาย หล่อนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใดนอกจากเสียงลมหายใจของตนเอง เคล้าคลอกับเสียงจากจูบของเรา

ริมฝีปากสร้างคำถามมากมายบนเรือนร่างแม้ว่าเราจะไม่ได้เปล่งเสียงเพื่อถาม ยิ่งจูบลงบนเนื้อกายอุ่นร้อนก็ยิ่งเกิดรอยแดงไปทั่ว แม้ในหัวจะมีแต่คำถาม ทว่าเราไม่อาจจะห้ามใจได้อีกเมื่อจูบแล้วจูบเล่าถูกส่งต่อเพื่อปรนเปรอความรู้สึกที่ถูกเก็บซ่อน พึงพอใจ เมื่อซานะเคลื่อนมือบางลงไปตามหน้าท้อง ฮิราอิแทบหยุดหายใจ ทว่าไม่นานนักหล่อนก็ทำอย่างนั้นบ้าง

ชั้นในที่เป็นปราการสุดท้ายถูกถอดออก เราต่างไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยบนร่างกาย ยกเว้นแต่คำถามเหล่านั้น รอยแดงจ้ำกระจายไปทั่ว ทว่าไร้ซึ่งคำตอบ

ดวงตากลมใสฉายแววหวานจ้องมองเธอย่างไม่ละสายตาในขณะที่ปลายนิ้วลากไล้ต่ำลงมาเรื่อยๆ หล่อนเปียกชื้นไม่ต่างกัน ฮิราอิเห็นดวงตาของหล่อนไหวระริกเมื่อเธอแตะโดนมันเข้า กดสัมผัสให้รู้สึกขึ้นไปอีกเมื่อซานะก็ทำอย่างนั้น น่าแปลกที่เราต่างไม่ละสายตาออกจากกัน ไม่มีความเขินอายใดๆอีก ไม่มีเลย ก็คงจะเพราะเจ้าพวกนั้นที่กองอยู่บนพื้นพร้อมกับเสื้อผ้า

แม้ว่าเราจะเริ่มมีสติขึ้นมานิดหน่อย แต่ทุกอย่างไม่อาจะหยุดได้โดยง่าย จูบอีกครั้งเป็นคำตอบ เราต่างสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย โอบกอดความรู้สึก ขยับเข้าหาให้ร่างกายแนบชิด ซานะเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ เธอซ้อนร่างกายลงกับร่างของโมโมะ ยกเรียวขาข้างหนึ่งพาดลงบนเรียวขาของฝ่ายตรงข้าม โมโมะก็ทำอย่างนั้น เธอทำแบบเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน จนกระทั่งสองร่างแนบชิดไร้ช่องว่าง

เราใกล้เสียจนรู้สึกถึงอุณหภูมิอุ่นร้อนของอีกฝ่าย เรือนผมสีน้ำตาลถูกดัดเป็นลอนอ่อนสยายยาวเกือบถึงสะโพกกำลังพริ้วไหวเพราะหล่อนขยับโยกเสียดสีร่างกายนั้นเข้ากับเพื่อนสนิทที่ยิ่งกว่าเพื่อนสนิท

แนบชิดเสียจนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เราต่างกอดรัดและขยับกายเพื่อให้ได้เข้าใกล้กันมากกว่านี้ เสียงครางอื้ออึงดังขึ้นในลำคอ ไม่มีใครแยกออกว่านั่นคือใครกันนะ ทั้งจูบและจังหวะการเคลื่อนไหวต่างดึงดันผลักเราให้ตกลงไป ทั้งมืดและหนาว ทว่าร่างกายกับรุ่มร้อน

ฮิราอิโอบเอวบางของคนตรงหน้าเอาไว้ คนในอ้อมกอดกอดเกี่ยวเธอเอาไว้แน่น ฮือ เสียงของหล่อนว่าอย่างนั้นเมื่อถูกกระแทกกระทั้งขยับเข้าใกล้ เสียงกดลงและขยับถอยออก บางครั้งเชื่องช้าคล้ายกับจำแกล้งกดเพื่อดูสีหน้าของอีกฝ่าย แต่ก็เปล่า ทุกอย่างเป็นเพียงแค่ความรู้สึกไร้เหตุผล

ซานะกดกายลงอีก เธอขยับเร็วขึ้นเมื่อได้รู้สึกถึงอีกฝ่าย เป็นอีกครั้งที่อยากใกล้โมโมะให้มากกว่านี้ เธอไม่เคยโกหกหล่อนเลย ไม่เลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งหวงแหนทั้งรัก ทว่าความเปลี่ยนแปลงจะนำพาเราไปในทางไหนก็ไม่อาจรู้ได้

ริมฝีปากบางเชิดขึ้นอย่างเป็นเอกลักษณ์ เธอเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทอย่างลืมตัว

“โมโมะริง..”

น้ำเสียงของหล่อนสั่นพร่าไหวสะท้านไปด้วยปลายทางที่ใกล้เข้ามา ทว่ายิ่งไขว่คว้าก็ยิ่งเหนื่อยหอบ ราวกับคนที่วิ่งมาอย่างหนัก ลมหายใจร้อนเป่ารดลงบนใบหน้าของอีกฝ่าย ฮิราอิเรียกหล่อนไม่ต่างกัน “ซาตัง” เธอนึกชอบชื่อนี้ขึ้นมาหลายเท่าเลยทีเดียว

ยิ่งเข้าใกล้เราก็ยิ่งไขว่คว้าหาอากาศ ที่พึ่งเดียวคืออ้อมกอดแสนแน่นหนา ทั้งที่กอดกันแน่นอย่างนั้น น่าแปลกที่การขยับของเราต่างแรงขึ้น หล่อนทั้งอ่อนนุ่มและเปียกปอนไม่ต่างกันเลยซักนิด เสียงน่าอายพวกนั้นไม่ได้ทำให้เราหยุดเหวี่ยงความรู้สึกให้กระจัดกระจายไปรอบๆ

เหมือนปลายเท้าไม่ได้แตะอยู่บนที่นอนอีก ราวกับไร้ร่างกายและถูกยกให้ลอยขึ้น พุ่งทยานขึ้นไปจากที่มืดสู่ที่สว่าง ค่อยๆเคลื่อนเข้าใกล้อย่างเชื่องช้าในตอนแรก และกระแทกกระทั้งเพื่อพาขึ้นไปอีกใครคราวที่สอง สว่างไสวไร้สิ่งใดฉุดรั้งไว้ได้อีก ร่างกายสีชมพูสั่นสะท้ายกระตุกถี่ด้วยสิ่งที่หล่อนมอบให้

หน้าท้องชื้นชุ่มไปด้วยเหงื่อของฮิราอีกขยับอีกเพียงไม่กี่ครั้งหล่อนก็ตามมาถึง เรียวแขนแข็งแรงกว่าดึงรั้งร่างนั้นเข้ามาใกล้ ขบริมฝีปากลงบนหัวไหล่อย่างเก็บกั้นความรู้สึก หล่อนกดฟันลงบนเนื้ออย่างลืมตัว ลืมไปเสียสิ้นว่าเป็นหล่อนเองที่ได้สร้างคำถามที่ยากจะตอบ

กระทั่งเราเอาแต่หอบหายใจเมื่อทุกอย่างหยุดลง ทุกอย่างเงียบสนิทเหนือเพียงแค่เราในอ้อมกอด เมื่อได้จูบลงบนร่างกายตรงหน้าฮิราอิถึงได้รู้ว่าตนไม่ได้ฝัน เธอกับซานะ นั่นน่ะ ทั้งหมดคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ทั้งเรื่องก่อนหน้านี้ก็ด้วย

แม้ว่าหลังจากนี้เราคงจะต้องเหมือนเดิมอย่างนั้นหรือ เธอไม่คิดจะหาคำตอบในตอนนี้ เราต่างล้มลงในอ้อมกอดของกันและกัน ทิ้งให้ร่างกายเปลือยเปล่าโอบกอดความต้องการเพียงชั่วครู่แล้วหลับตา กอบเกี่ยวความรู้สึกแสนสุขเอาไว้เพียงชั่วครู่

แม้ว่าพรุ่งนี้จะต้องบุบสลายไปก็ตามที ทว่าถึงรู้อย่างนั้นเราก็ไม่อาจห้ามได้ ความรู้สึกที่แท้จริงน่ะ ยากที่จะควบคุม


แล้วก็จริงอย่างที่คิด เราต้องกลับมาทะเลาะกันด้วยเรื่องเดิมๆ แม้ว่าจะตื่นมาในอ้อมกอดของกันและกันเหมือนเมื่อวันก่อนๆ จูบทักทายอย่างไม่คิดอะไร อ้อมกอดที่มอบให้ด้วยใบหน้าไร้เดียงสา แม้ร่างกายของเราจะเปลือยเปล่า


“เราจะอยู่ด้วยกันในฐานะอะไรอย่างนั้นเหรอ?”


โมโมะยืนนิ่งหลังจากที่เธอโผล่พูดความในใจออกมา ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าหล่อนจะไม่รู้ แต่ซานะบ่ายเบี่ยงเลี่ยงที่จะไม่ตอบเหมือนอย่างเคย แม้ว่าจะเป็นอย่างนั้นไปแล้วทว่าทุกอย่างก็คงจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม เหมือนอย่างทีเ่กิดขึ้นก่อนหน้า


“เพื่อน…”


เสียงของหล่อนเบาหวิวเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก ทว่าคนพูดกลับก้มหน้า เธอไม่มีความกล้ามากพอที่จะเป็นไปมากกว่านั้น เพราะคำว่าเพื่อนคำนั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย ทั้งความสัมพันธ์และความรู้สึก ฮิราอิเข่นหัวเราะในลำคอ เธอรู้สึกสมเพชทั้งตัวเองเสียเหลือเกิน ทั้งที่เราต่างก็รู้ว่าอีกฝ่ายรัก


เพื่อน? เธอคิดว่าเพื่อนกันจะเลิกกันไม่ได้?”


หล่อนคิดว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อความรู้สึกบางอย่าง ฮิราอิตัดสินใจลุกขึ้น เธอไม่อยากจะเป็นเพียงเพื่อนอีกแล้ว หรือบางทีการเป็นเพียงแคคนรู้จัก หรือคนแปลกหน้าก็ยังจะดีกว่า

คำว่าเพื่อนของเราช่างซับซ้อนเมื่อไม่มีใครเอ่ยปากว่า ‘รัก’ อย่างจริงจัง ได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนั้นโดยไม่จำกัดความรู้สึก ในตอนแรกเริ่มช่างอ่อนหวานน่าหลงไหลเหมือนกับจุมพิตที่แตะค้างอยู่บนริมฝีปากนี่ ทว่าตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นรสขมปร่าไปด้วยหยดน้ำตา

แม้ร่างกายของเราจะเต็มไปด้วยคำถามจากกันและกัน ทว่าเธอไม่ได้สนใจมันอีก หล่อนหยิบของใช้ส่วนตัวในขณะที่อีกคนเอาแต่ยืนนิ่ง ซานะไม่ได้งี่เง่าดื้อรั้นที่จะห้ามปราบเหมือนกับทุกครั้ง จนกระทั่งเธออกมาจากห้องนั่นแหละ ยืนนิ่งอยู่ที่ด้านหน้า ทว่าภายในห้องกลับไร้ความเคลื่อนไหว น้ำตาของหล่อนถึงได้หยดออกมาจนได้

สนุกสนานเพียงชั่ววูบ ฉกฉวย ไขว่คว้า แลกเอาทุกอย่างที่อยากได้จากคนตรงหน้าโดยลืมคำนึงคิดถึงความสัมพันธ์ที่จะต้องพังทลาย


เซ็กส์ กับซานะน่ะ มันคงจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ ที่มอบให้เพื่อนอย่างเธอก็ได้ น่าหัวเราะ


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กลับไปกรี๊ดได้ที่หน้าฟิค ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

https://writer.dek-d.com/043annamado/story/viewlongc.php?id=1601370&chapter=12



    Writer
งานเขียนที่อยากแนะนำ



Upd : -
Rating
0%
View :
Post :
Fanclub :

งานเขียนล่าสุดของฉัน



    Board


    Voice - ป่าวประกาศสถานะ
ยังไม่มี Voice


   Friends
มาทำความรู้จักเพื่อนๆของเรากันเถอะ
เพื่อนทั้งหมด
0

เรายังไม่มีเพื่อนใน List เลย
มาเป็นเพื่อนคนแรกของเรา คลิก!



    Gift Box
ส่งของขวัญหากันบ้างนะ
ของขวัญที่ได้
0 ชิ้น

ตอนนี้ Nui_PiKa
ยังไม่ได้รับของขวัญจากใคร

คลิก! ที่นี่เพื่อให้ของขวัญเป็นคนแรก

  


    Link

เว็บนี้ที่อยากแนะนำให้ลอง!

Link ที่แนะนำ
0


ดู Link ทั้งหมด