ลำนำรักจิ้งจอกสวรรค์ (yaoi )

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    21 ธ.ค. 59

บทนำ

          'ถ้าเราตายไปแล้ววิญญาณของเราจะไปอยู่ที่ไหน สวรรค์หรือนรกหรือเร่ร่อนไปเรื่อยกันนะ' ชื่อของเขาคือ อ้ายเยว่ แปลว่าพระจันทร์แห่งความรัก แต่น่าแปลกเขากับไม่เคยมีความรักเลยสักครั้ง อายุอานามก็ปาไปสามสิบกว่าแล้วแท้ๆ อาจจะเป็นเพราะเขามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการสอน วิจัย และการสร้างเนื้อสร้างตัว จนไม่มีเวลาจะได้ไปพบปะสังสรรค์กับใครมากนัก แต่ด้วยความที่เป็นลูกกำพร้าจึงไม่แปลกอะไรที่เขาจะต้องปากกัดตีนถีบมากกว่าคนอื่น จนเมื่อคิดได้ช่วงเวลาอันหอมหวานของวัยก็ได้ล่วงเลยมานานเสียแล้ว แล้วสุดท้ายชีวิตที่เขาสร้างมาแทบตายก็จบลงง่ายๆเสียอย่างนั้น

        ถ้ารู้ตัวว่าจะต้องตายตั้งแต่อายุยังน้อยเขาคงไม่ไปหมกมุ่นกับเรื่องน่าเบื่อพวกนั้นจนชีวิตต้องขาดอะไรไปมากมาย เขาคงจะเล่นดนตรี วาดรูป ออกไปท่องเที่ยว สังสรรค์กับเพื่อนฝูง แต่ก็นั่นละนะถ้าเขารู้ แต่บังเอิญว่าเขาไม่รู้ไง 

          ชายหนุ่มทอดสายตามองงานศพตัวเองอย่างเศร้าสร้อย ซึ่งมีคนในมหาวิทยาลัยช่วยจัดงานศพให้เขาอย่างเรียบง่าย มีคนมาร่วมงานไม่กี่คนส่วนใหญ่เป็นคนที่ทำงานอยู่คณะเดียวกัน ชายหนุ่มทอดสายตาอาลัยอีกครั้ง พร้อมกับเดินหันหลังจากมา
หลังจากเดินไปเรื่อยอย่างไร้จุดหมาย คิ้วเรียวก็เริ่มจะขมวดมุ่นเหมือนจะพึ่งคิดอะไรได้ แล้วนี่เขาจะต้องไปไหน? สีหน้าเศร้าสร้อยเมื่อครู่แปลเปลี่ยนเป็นตะลึงงัน 

'นี่เขาตายแล้วนี่หน่า แล้วคนตายควรจะไปที่ไหนหรือไปทำอะไร ทำไมไม่เห็นมียมทูตมารับเขาเลย หรือนี่เขาต้องเป็นวิญญาณล่องลอยแบบนี้ไปเรื่อยๆ' ชายหนุ่มคิดอย่างหวาดผวา 

นี่มันเลวร้ายยิ่งกว่าตอนเป็นคนสะอีก ได้แต่ล่องลอยอย่างไร้จุดหมาย ไม่มีใครมองเห็น ไม่มีใครได้ยิน อยู่อย่างเงียบเหงาวังเวง ร่างโปร่งเริ่มหันมองซ้ายขวาเผื่อจะเห็นเพื่อนผีสักตน แต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่รอบกายกลายเป็นความว่างเปล่าและเงียบงันไม่มีสิ่งใด ทุกอย่างตกอยู่ในหมอกอันมืดมัว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจางเบิกกว้างอย่างตกใจ พลันสองขาก็ออกวิ่งอย่างไร้จุดหมาย น่าแปลกที่คนตายแล้วกลับยังรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นถี่ระรัวอยู่ภายในอก จากวิ่งก็เปลี่ยนมาเป็นเดินเมื่อความตื่นตระหนกเริ่มหายไปตามประสาคนผ่านอะไรมามาก เขาจึงรู้ว่าคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการมีสติ ทุกอย่างมันต้องมีจุดสิ้นสุดสิน่า

ร่างโปร่งเดินมาไกลเท่าไหร่หรือนานแค่ไหนก็สุดจะรู้ได้ อาจเป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี เป็นชั่วกัปชั่วกัลป์ หรือจริงๆแล้วอาจเป็นเพียงเสี้ยววินาทีเดียว แต่เบื้องหน้าชายหนุ่มก็ปรากฏแสงสีทองอันอ่อนละมุน เขาเดินเข้าไปหาแสงนั้นอย่างช้าๆหัวใจที่สงบราบเรียบกับเต้นถี่รัวขึ้นมาอีกครั้ง เขาค่อยๆยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อจะสัมผัสแสงนั้น แต่ก่อนที่มือเรียวบางจะทันได้แตะต้องสิ่งใด พลันแสงสีทองนั้นก็สาดแสงจ้าจนกลืนเมฆหมอกที่อยู่โดยรอบ รวมทั้งตัวตนของชายหนุ่ม ร่างโปร่งสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่เข้ามาล้อมรอบ เขาค่อยๆหลับตาลงในอกพลันล้นปรี่ไปด้วยความรู้สึกที่เขาเองก็แยกไม่ออก เขารู้เพียงสิ่งเดียวการรอคอยได้สิ้นสุดลงแล้ว


---------------------------------------------------


ลำแสงสีทองปรากฏอยู่บนฝากฟ้า ก่อนจะพุ่งหายไปตรงสุดปลายฟ้ายามรัตติกาลอันมืดมิด ดวงตาสีเทาหม่นมัวจ้องมองท้องฟ้าอยู่เพียงครู่ มือเหี่ยวย่นยกขึ้นลูบเคราสีเทาเป็นประกาย ก่อนจะทอดถอนใจเบาๆ

"ท่านอาจารย์ เหตุใดจึงทอดถอนใจเช่นนั้นเล่า เหตุการณ์เมื่อครู่มิใช่นิมิตรหมายที่ดีหรืออย่างไร ขอรับ" เลี่ยงหลิ่ง เด็กหนุ่มเอ่ยถามอาจารย์อย่างแปลกใจ ตัวเขาเป็นเด็กกำพร้าอาจารย์เก็บมาเลี้ยงตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ และนอกจากตัวเขาแล้วอาจารย์ก็ไม่เคยรับศิษย์อีกเลยทั้งๆที่ท่านเป็นปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียง มีคนนับหน้าถือตา เคารพยกย่องมากมาย ในทั่วทั้ง4ทวีปผู้ใดบ้างจะไม่รู้จักท่านปรมาจารย์ชงอวี้ แต่ท่านกับรับเขาเป็นศิษย์เพียงคนเดียว ไม่ใช่ว่าเขาเกียจคร้านในการปรนนิบัติอาจารย์เพียงผู้เดียว เขาเพียงแต่สงสัย พร้อมทั้งเสียดายความรู้ความสามารถอันประมาณมิได้ของอาจารย์ ที่ต่อให้เขาเพียรพยายามเพียงใดก็รับมาได้ไม่เกิน7ใน10ส่วน เมื่อถามออกไปท่านก็เพียงแต่ยิ้มน้อยๆบอกว่าเมื่อถึงเวลาเจ้าจะรู้เอง. และหลังจากที่อาจารย์เข้าฌาณมาเป็นเวลาถึงครึ่งปีท่านก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับเปรยว่า ถึงเวลาแล้ว คลาดว่าคงถึงเวลาที่อาจารย์เคยพูดไว้กระมัง ทำให้เขาอดรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้  แต่หลังจากเห็นดวงไฟสีทองเมื่อครู่ใยท่านอาจารย์จึงถอนหายใจเช่นนั้นกันเล่า ตัวเขาจึงอดไม่ได้ที่จะถามออกไป

"ย่อมเป็นนิมิตรหมายอันดียิ่ง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีสองด้าน" อาจารย์เอ่ยแต่เพียงเท่านั้น 
เมื่อดวงตาสีเทาหากแต่ลึกล้ำมองมาทีเขาสายตาก็อ่อนแสงลงที่เห็นเด็กหนุ่มทำหน้ายุ่ง อาจารย์น้ออาจารย์ก็รู้อยู่ว่าเขาปัญญาทึบยังมาชอบพูดจาให้เขาต้องมานั่งตีความอีกต่อนึงอยู่เรื่อย

"เดี๋ยวข้าจะออกไปข้างนอกสักหน่อย เจ้าก็รออยู่ที่นี่ล่ะ" อาจารย์สั่งเสียเสร็จก็แตะปลายเท้าเหินจากไป 


-----------------------------

เมื่อแรกที่ลำแสงสีทองเข้าครอบคลุมร่างกายนั้นมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและความรู้สึก แต่เพียงครู่ความอบอุ่นนั้นก็แผดร้อนราวกับจะหลอมละลายดวงวิญญาณของชายหนุ่มให้มอดไหม้ เขารู้สึเจ็บปวดรวดร้าวอย่างที่สุด แต่ก็อีกเช่นกันเพียงพริบตาเดียวทุกสิ่งทุกอย่างก็ดับไปเขาไม่รับรู้สิ่งใดๆอีก

'ทำไมหนาวจังนะ เมื่อกี้ก็ร้อนจนแทบตาย ตอนนี้กลับมาหนาวอีก ทำไมมันถึงได้ทรมานขนาดนี้ นี่เขากำลังชดใช้กรรมอยู่ในนรกอเวจีหรืออย่างไร?' ชายหนุ่มคิดอย่างขมขื่นอยู่ในใจ 

ตอนมีชีวิตถึงจะไม่ค่อยได้เข้าวัดทำบุญ แต่ก็ไม่เคยทำบาปอะไรนี่นา เปลือกตาบางขยับไหวน้อยๆพยายามจะฟืนความหนักอึ้งขึ้นมาจนเปลือกตาค่อยๆเปิดขึ้นเผยให้เห็นลูกแก้วสีแดงวาวแววอยู่ภายใน เขาค่อยๆขยับร่างกายพยายามยันตัวลุกขึ้นเมื่อสัมผัสได้ว่าตนเองนอนอยู่บนน้ำแข็งอันเย็นเชียบ สายตาที่เริ่มแจ่มชัดขึ้นนั้นกวาดไปรอบกายอย่างงงงัน จับต้นชนปลายไม่ถูก

'นี่มันที่ไหนกัน แล้วเขามานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไง?' ลูกแก้วสีแดงเงางามกวาดไปรอบๆตัว รอบด้านปรากฏเป็นป่าทึบ ต้นไม้แต่ละต้นล้วนสูงใหญ่ ที่ๆเขาอยู่นี่มีลักษณะเหมือนสระน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง 

'นี่เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน'

แต่เมื่อรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แทรกเข้ามาอีกระลอก จึงคิดได้ว่าสมควรที่เขาจะพาตัวเองออกไปจากตรงนี้เสียก่อน ชายหนุ่มจึงพยายามจะลุกขึ้น และเมื่อนั้นเองที่เขาเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างอย่างตกใจ จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงเมื่อมือที่เขาใช้เพื่อจะผยุงตัวขึ้นนั้นกับแทนที่ด้วยอุ้งเท้าสีขาวเล็กจ่อย ชายหนุ่มพยายามตั้งสติพร้อมขยับอุ้งเท้าเล็กๆนั้นไปมา

พระเจ้า!!!นี่มันมือ เอ่อ..หรือสิ่งที่เคยเป็นมือของเขาจริงๆเหรอเนี่ย มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากัน หรือว่านี่คือการเกิดใหม่ แล้วทำไมเขายังจำเรื่องราวต่างๆในชาติที่แล้วได้เล่า อนิจจาชีวิตของเขามันช่างน่าอนาถนัก ชาติก่อนก็ต้องเป็นลูกกำพร้า อายุก็สั้นนึกว่านั้นเลวร้ายแล้ว แต่นี่พอมีโอกาสได้เกิดใหม่แม้มนุษย์ก็ยังไม่มีโอกาสจะได้เป็น ต้องมาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ชายหนุ่มคิดอย่างหดหู่ ดวงตารียาวคลอคลองไปด้วยหยาดน้ำตา
 
เมื่อจัดอารมณ์ให้เข้าที่เข้าทางได้ชายหนุ่มก็ถอนหายใจอย่างปลงๆ ตามประสาคนไม่ชอบคิดอะไรมาก อย่างน้อยก็ได้มีชีวิตอยู่ล่ะน่ะ ถึงจะเกิดเป็นอะไรก็ช่าง ว่าแต่เขาเกิดเป็นตัวอะไรล่ะเนี่ย แมว สุนัข หรืออะไร

ลูกแก้วสีแดงแวววาวเริ่มกวาดสำรวจร่างกายของตนเอง แล้วพบว่าเขาเป็นสัตว์ที่มีขนสีเงินเงางามแลดูอ่อนนุ่ม อุ้งเท้าข้างหนึ่งยกขึ้นปัดป่ายไปตามส่วนที่เป็นหน้าและศีรษะ เขามีปากยื่นยาวมีหูเล็กๆสองข้าง เมื่อมองเลยลงไปด้านล่างจึงพบหาง แต่พระเจ้าช่วย มันมีหางถึงเก้าหาง นี่เขาเป็นตัวอะไรกันนี่??

ในระหว่างที่กำลังตกตะลึงกับหางทั้งเก้าอยู่นั้น ก็ปรากฏคลื่นพลังสายหนึ่งกำลังมุ่งตรงมายังที่ที่เขาอยู่ ถามว่ารู้ได้ยังไงน่ะรึ แน่นอนว่าเขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน มันสัมผัสขึ้นมาได้เอง เอนี่คงเป็นสัญชาตญาณของสัตว์ละมั้ง. และยังไม่ทันจะได้คิดสิ่งใดต่อ บุรุษผู้หนึ่งก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาเสียแล้ว

บุรุษที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นชายชราที่ดูภูมิฐาน สวมใส่อาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์ไม่มีลวดลายใดๆ รอบๆร่างดั่งเหมือนมีรัศเรืองรองออกมา ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ในดวงตาสีเทาอ่อนจางดูใสกระจ่างและลึกล้ำจนไม่อาจหยั่งถึง ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยน

"อย่าได้กลัวข้าเลยเจ้าจิ้งจอกน้อย ข้าไม่ได้มาเพื่อทำร้ายเจ้า" โอ้ ที่แท้เขาเกิดมาเป็นจิ้งจอกนี่เอง แล้วนี่เขาเป็นจิ้งจอกที่เกิดการกลายพันธุ์หรืออย่างไร ถึงได้มีหางตั้งเก้าหาง อ้ายเย่ได้แต่มองชายชราตรงหน้าตาปริบๆ ด้วยไม่รู้จะกล่าวสิ่งใด หรือถึงอยากจะพูดเขาก็คงจะพูดไม่ได้ ก็เขาเป็นสัตว์นี่นา

ฉับพลันนั้น เขาก็เห็นชายชราผู้นั้นสะบัดแขนหนึ่งครั้ง พลันรอบตัวก็เกิดแสงสีทองสุกสว่าง อ้ายเย่ถึงกับสะดุ้งตกใจด้วยยังเข็ดขยาดกับความร้อนที่เคยสัมผัสเมื่อก่อนหน้าที่จะมาเกิดใหม่ แต่ปรากฏว่าคราวนี้กับไม่ได้รู้สึกสิ่งใดเลย เมื่อนั้นจึงค่อยรู้สึกผ่อนคลายลง เมื่อลำแสงสีทองสุกปลั่งจางหาย ก็ปรากฏร่างเด็กน้อยผู้หนึ่ง อายุราวๆ7-8ปี ผิวกายขาวผ่องนวลลออไร้รอยไฝฝ้าราคีใดๆ เส้นผมสีดำขลับเงางามดั่งรัตติกาล ใบหน้ารูปไข่เรียวยาว ดวงตาสีแดงแวววาวก่อนจะค่อยๆจางหายไปกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน ปากจิ้มลิ้มสีแดงระเรื่อ  บนหน้าผากปรากฏรูปพระจันทร์เสี้ยวสีแดง 

ปรมาจารย์ชงอวี้มองประติมากรรมมีชีวิตตรงหน้าอย่างพึงพอใจ สมแล้วที่เป็นจิ้งจอกสวรรค์ งดงามเป็นหนึ่งในใต้หล้า แต่แววตาชื่นชมเมื่อครู่นี้กับหม่นแสงลงอย่างกระทันหัน เมื่อคิดได้ว่าความงามนี้อาจนำไปสู่สิ่งใด

"เอ่อ ท่านผู้เฒ่า" น้ำเสียงใสกังวาล ที่เอ่ยขึ้นมาอย่างลังเลใจ ทำให้ปรมาจารย์ชงอวี้ปัดสิ่งที่อยู่ในใจทิ้งไป ในใจพลันคิดขึ้นมาว่า บางทีลิขิตฟ้าก็ใช่ว่าจะแน่นอน  เมื่อนั้นสายตาหม่นมัวเมื่อครู่จึงกลับมาใสกระจ่างอีกครั้ง

"เรียกข้าว่าอาจารย์เถิด ข้ามีนามว่าชงอวี้ ต่อแต่นี้ไปจะเป็นอาจารย์ของเจ้า คงมีหลายสิ่งที่เจ้ายังงุนงงสงสัย แต่ให้ใจเย็นๆก่อนเถิด แล้วข้าจะค่อยๆอธิบายให้เจ้าฟังเอง"

"เจ้ามีนามหรือไม่จิ้งจอกน้อย?"

เปลือกตาบางหลุบลงอย่างใช้ความคิด หากใช้ชื่อเดิมคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง 

"ผม เอ่อข้ามีนามว่าอ้ายเยว่ ขอรับ"    

อืมมม ดีนะที่ชาติก่อนพอจะเคยได้ดูหนังจีนกำลังภายในกับเขาอยู่บ้าง ชายหนุ่มคิดอย่างขบขัน รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแสดงหนังจีนกำลังภายในยังไงยังงั้น

"อ้ายเยว่เอ้ยย ตัวตนเจ้านั้นคือจิ้งจอกสวรรค์ พันปีจึงจะปรากฏขึ้น ทุกครั้งที่จิ้งจอกสวรรค์ปรากฏ ย่อมหมายถึงแผ่นดินจะเกิดความเปลี่ยนแปลง ส่วนจะดีหรือร้ายนั้นสุดจะคลาดเดา พลังในตัวเจ้านั้นมากมายมหาศาล หากใครได้ครอบครองเจ้าย่อมได้รับพลังนั้นด้วย แต่ในตอนนี้ข้าได้สะกดพลังเจ้าเอาไว้ เมื่อใดที่เจ้าพบคนที่เจ้าจะทำพันธะสัญญาพลังนั้นจึงจะถูกปลุกขึ้นมาทั้งหมด ส่วนในตอนนี้เจ้าจงกลับไปกับอาจารย์เพื่อขัดเกลาจิตใจ และฝึกฝนตนเองเถิด เพื่อให้ในอนาคตเจ้าจะสามารถเลือกในเส้นทางที่ถูกต้อง"

เอ่อ ผมว่าผมก็ยังงงกับคำบอกเล่าสั้นๆของท่าอาจารย์อยู่ดี แต่เอาเถอะต่อไปคงเข้าใจเองละมั้ง ช่างเรื่องที่ยังมาไม่ถึงเถอะน่ะ 

แต่ตอนนี้เขาหนาวมากอะ เมื่อกี้ตอนเป็นจิ้งจอกยังมีขนให้ความอบอุ่นอยู่บ้าง แต่พอกลายเป็นคนกับเหลือเสื้อผ้าเพียงบางเบา เหลือบมองอาจารย์ที่ใส่เสื้อผ้าบางเบาเช่นเดียวกัน แต่ไม่ยักกะมีท่าทีว่าหนาวเลยสักนิดเดียว

ปรมาจารย์ชงอวี้เมื่อเห็นเด็กน้อยตรงหน้าเริ่มจะสั่นหงักๆ ก็ตรงเข้าไปช้อนตัวมาอุ้ม พร้อมเหินขึ้นไปบนยอดไม้มุ่งหน้ากับสำนักทันที

ชายหนุ่มในร่างเด็กน้อยถึงกับอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ นี่คนที่นี่เขาเหาะเหินเดินอากาศได้หรือเนี่ย พร้อมกับหมายมั่นปั้นมือในใจว่าสักวันตนต้องทำแบบนี้ให้ได้บ้าง



**ไม่มีอะไรค่ะเพียงแต่มาเพิ่มเติมเนื้อหาขึ้นนิดหน่อย รวมถึงรวบตอนเข้ามา

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านและติดตามผลงานเรื่องนี้ อ่านแล้วอย่าลืมติชมกันบ้างนะคะ คนเขียนจะได้มีกำลังใจบ้าง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

201 ความคิดเห็น

  1. #194 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 18:39
    คาดเดา ตัวเอกของเรื่องคงจะเป็นนายเอกแน่ๆ ดูจากลักษณะการบรรยาย ตัวเอกน่าจะผมสีเงิน เหมือนขนจิ้งจอกนะ คึคึ
    #194
    0
  2. #163 Bassjung23 (@Bassjung23) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 11:22
    บทนำน่าสนใจคะ
    #163
    0
  3. #160 Drizzleinwinter (@Drizzleinwinter) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 11:33
    ดีงามค่ะ แต่แก้คำว่า กับ--->กลับ ด้วยนะคะ
    #160
    0
  4. #137 yukihana (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 16:37
    แก้คำผิดหน่อยนะ คำว่า คลาดเดา คลาดว่า แก้เป็น คาดเดา คาดว่า คำว่า คลาด มีความหมายว่า คลาดเคลื่อน หรือ miss ส่วน คาดเดาหรือคาดว่า สื่อถึงการหวังว่า
    #137
    0
  5. #107 riva0 (@Riva) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 01:25
    ดี ติดตาม
    #107
    0
  6. #55 แกงส้ม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 10:01
    ติดตาม
    #55
    0
  7. #34 Rucha (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 09:37
    O0O กรี้ดดด !! ชอบมากๆ

    ติดตามๆ เข้ามาอัพบ่อยนะคะ

    เป็นกำลังใจ ค้าาา
    #34
    0
  8. #13 Hunhan8899 (@Hunhan8899) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 05:19
    เย่น้อยน่ารัก-///-
    #13
    0
  9. วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 16:46
    เจอนิยายที่น่าสยใจแย้ววว*0*
    #5
    0
  10. วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 09:18
    สวยล่มเมืองหรอท่านอาจารย์?5555 สุ้ๆอ้ายเยว่น้อยยย รีบแต่งนะไรท์ชอบเรื่องนี้มากกกก
    มีความหวังอยากให้เป็นฮาเร็ม(?)555
    #1
    0