ลำนำรักจิ้งจอกสวรรค์ (yaoi )

ตอนที่ 4 : ลำนำที่ 3 (อัพ 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,560
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    21 ธ.ค. 59




ลำนำที่ 3

 

 

        บุคคลที่เยื้องย่างออกมาจากรถม้านั้น มีดวงตาเรียวดุจเหยี่ยวที่บรรจุไว้ด้วยลูกแก้วสีดำทอประกายคมกล้าแต่กับเย็นชาดุจทะเลน้ำแข็ง คิ้วหนาพาดเฉียงไปกับดวงตา จมูกโด่งรับกับริมฝีปากอิ่มหนาสีแดงธรรมชาติ สรุปแล้วจัดว่าเป็นบุรุษที่มีหน้าตาหล่อเหลาคมคายเป็นอย่างยิ่ง  แต่เนื่องจากอ้ายเยว่นั้นถือว่าเป็นคนที่เคยใช้ชีวิตมาในสถานที่ที่มีคนหน้าตาดีมากมายอย่างเช่นมหาวิทยาลัย แถมยังไม่รวมดารานักร้องที่มีเกลื่อนทีวี เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วใบหน้านี้จึงจัดว่าธรรมดาเป็นที่ยิ่งในความรู้สึกของเขา ตรงกันข้ามกับผู้คนโดยรอบที่พากันตะลึงตาค้างกับความหล่อเหลาอย่างร้ายกาจนั้น

 

        "เรียนองค์ชาย เจ้าคนหน้าตายนี่บังอาจยืนขวางรถม้าพะยะค่ะ" เจ้าองครักษ์ที่ขี่ม้านำขบวนรีบเอ่ยฟ้องทันที ด้วยกลัวความผิดจะมาตกที่ตน ใครบ้างจะไม่รู้ว่าองค์ชายผู้นี้ลมเพลมพัดเพียงใด ในใจคิดสิ่งใดไม่มีใครเคยล่วงรู้ บทจะดีก็ดีใจหาย บทจะร้ายก็โหดเหี้ยมอำมหิตอย่างคาดไม่ถึง

 

        "ไอ้ทหารปากพล่อยใครขวางรถม้าพวกเจ้ากัน ข้าเดินของข้าอยู่ดีๆ พวกเจ้าต่างหากที่ขี่รถม้าไม่ดูตาม้าตาเรือ ในตลาดคนพลุกพล่านยังกล้าใช้ความเร็วขนาดนั้น ไอ้พวกไม่มีจรรยาบรรณในการขับขี่ร่างโปร่งรีบเถียงทันทีที่ไอ้ทหารต๊อกต๋อยพูดจบ ใบหน้าเรียวงามใต้หมวกปีกกว้างบัดนี้แดงก่ำด้วยความโมโห

 

เดี๊ยวแม่อาละวาดจับกินให้หมดเลยนี่!!!

 

        คิ้วคมเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาไปจับจ้องร่างที่ยังนั่งจุ่มปุกอยู่บนพื้นอย่างแปลกใจ ในอาณาจักรนี่ใครบ้างจะไม่รู้จักเขาองค์ชายห้า อี้เฟยหลง หรือถึงจะมีคนไม่รู้จักจริงๆแต่ด้วยรูปลักษณ์แล้วก็บ่งบอกว่าเป็นชนชั้นสูงใครมองก็คงเดาได้ว่าไม่เป็นขุนนางก็คงเป็นเชื้อพระวงศ์ แล้วใครเหล่าจะอยากมีเรื่องกับชนชั้นสูงกัน นี่มันคนโง่เง่าประเภทไหน?

 

        "บังอาจ!! ต่อหน้าองค์ชายห้า เจ้ายังกล้าเสียมารยาท สมควรนำมันไปตัดหัว" อี้เฟยหลงยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามเมื่อองครักษ์ทำท่าจะกรูกันไปจับไอ้คนปากกล้า ดวงตาสีดำแสนเย็นชาทอประกายความพึงพอใจขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

 

        "เจ้าจงถอดหมวกออกให้ข้าดูหน้า" ร่างสูงเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และเมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่ยังชักช้าจึงเดินเข้าไปทำท่าจะถอดหมวกนั้นออกเสียเอง แต่ก่อนที่จะทันถึงตัว ก็มีชายหนุ่มที่ไม่รู้โผล่มาจากที่ใดมายืนกางกั้น ชายคนนั้นคือเลี่ยงหลิ่งนั้นเอง เขายืนรอดูท่าทีอย่างกังวลอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นว่าอ้ายเยว่ทำท่าจะแย่ จึงรีบเอาตัวเข้ามาขวาง ขาทั้งสองรีบทรุดลงคุกเข่าสองมือประสานกันด้านหน้าพร้อมค้อมตัวลงอย่างนอบน้อม

 

        "ขอองค์ชายได้โปรดประทานอภัยให้แก่น้องชายของข้าด้วยพะยะค่ะ น้องข้ายังอายุน้อยไม่รู้ที่ต่ำที่สูงจึงล่วงเกินองค์ชายไป"

 

        ดวงตาเหยี่ยวหรี่ลงมองประเมินชายหนุ่มตรงหน้าที่ขวัญกล้าไม่กลัวตายอีกคน ที่สำคัญเขาสัมผัสตัวตนของอีกฝ่ายไม่ได้เลยว่าเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด หากเป็นมือสังหารน่ากลัวว่าเขาคงสิ้นชื่อแล้วเป็นแน่ คนที่มีวรยุทธระดับนี้มาทำอะไรที่นี่ หรือว่าจะได้ยินข่าวเรื่องนั้นเช่นเดียวกัน ทั้งๆที่ยังไม่น่าจะมีคนรู้?

 

       "ถอดหมวกน้องเจ้าออกเดี๊ยวนี้" แม้ใจจะยังสงสัย แต่อี้เฟยหลงก็ยังคงดำรงไว้ซึงเจตนาเบื้องต้น

 

        "เรียนองค์ชาย น้องข้าใบหน้าอัปลักษณ์ไม่น่าดู เกรงว่าองค์ชายจะตกพระทัยได้"

 

       "ข้าบอกให้ถอดหมวกออกได้ยินหรือไม่น้ำเสียงทุ่มในตอนแรกเริ่มเย็นเหยียบลงจนคนรอบข้างต่างสะท้านกลัว ตรงกันข้ามกับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าที่ยังคงไว้ด้วยท่าทางอันสงบเงียบและสง่างามแม้จะคุกเข่าอยู่ก็ตาม

 

        ถอดก็ถอดสิ กลัวอะไรล่ะท่านพี่

 

        ไม่พูดเปล่ามือเรียวพลันถอดหมวกปีกกว้างออก โยนทิ้งไปข้างๆอย่างไม่ใยดี ก่อนจะลุกขึ้นก้าวออกมายืนประจันหน้ากับไอ้องค์ชายบ้าอำนาจซึ่งเป็นชื่อที่อ้ายเยว่แอบตั้งให้อยู่ในใจ

 

        ทุกผู้คนที่อยู่ในบริเวณโดยรอบต่างตะลึงงั้นอยู่กับที่อย่างไม่สามารถจะหาคำใดมาเอื้อนเอ่ย ใบหน้านั้น...ใบหน้านั่นมันช่างอัปลักษณ์อะไรเช่นนี้!!

 

        อี้เฟยหลงหรี่ตามองจับจ้องร่างโปร่งบางตรงหน้า ใบหน้านั้นด้านหนึ่งขาวใสกระจ่างดุจดวงจันทร์ แต่เมื่อมองไปอีกด้านกับต้องทอดถอนใจ เมื่อใบหน้าอีกครึ่งซีกนั้นกับเป็นสีน้ำตาลไหม้เกรียมแถมมีแผลเป็นตะปุ่มตะป่ำชวนให้หวาดผวาจนต้องเบือนหน้าหนี แต่สิ่งซึ่งสะกิดใจอี้เฟยหลงจริงๆนั้นกับเป็นดวงตางามระยับแวววาวสีน้ำตาลหวานซึ้งจับใจนั่น แม้มันจะอยู่บนใบหน้าที่แสนจะอัปลักษณ์สุดแสนก็ตาม อี้เฟยหลงปัดความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อได้สบดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นทิ้งก่อนจะหันหน้าหนีใบหน้าแสนอัปลักษณ์นั้นก่อนสะบัดตัวกลับขึ้นรถม้า

 

        "เห็นแก่ความอาภัพของน้องเจ้าข้าจะไม่เอาความสักครั้ง พวกเจ้าไปได้"

 

        "ขอบพระทัยองค์ชาย!!"




-----------------------------------------------------------------------------------------



        "ไอ้องค์ชายบ้าอำนาจเอ้ยยยยยย ใหญ่มาจากไหนนักหนาหะ ไอ้องค์ชายเต่าล้านปี ไอ้คนน่าตาย น่าจับเชือดมันให้หมดดดอ้ายเยว่นั่งจิบน้ำชาดับอารมณ์ พร้อมกับเอ่ยอย่างฮึดฮัดขัดเคือง มือบางกำจอกน้ำชาที่ดื่มจนหมดแน่น  เลียงหลิ่งที่เห็นคนอารมณ์ไม่ดีก็รีบเลื่อนจานขนมไปตรงหน้าอย่างเอาใจ  มือบางคว้าขนมเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ แต่ก็ไม่วายยังบ่นงึมงำๆ คิ้วเรียวขมวดเป็นปมจนร่างสูงนึกขำ

 

        กว่าที่อ้ายเยว่จะสงบจิตใจได้ก็กินขนมไปแทบจะหมดร้าน เมื่อเห็นว่าร่างโปร่งคงไม่จำเป็นต้องกินข้าวแล้วเพราะกินขนมมากมายขนาดนั้นที่ไม่รู้ว่าเอาไปยัดไว้ตรงไหน ทั้งสองจึงแยกย้ายกลับไปห้องพัก ร่างโปร่งลากสังขารอันเหน็ดเหนื่อยเพราะโมโหมากไปขึ้นไปนอนบนเตียง เมื่อพอจะสงบสติอารมณ์ได้สมองก็เริ่มทำงาน เขาสังเกตมานานแล้วว่าตัวเองดูจะทำอะไรหรือรู้สึกอะไรตามสัญชาตญาณกว่าเมื่อก่อนชนิดเกือบจะหน้ามือเป็นหลังมือ  การแสดงออกทุกอย่างล้วนตรงไปตรงมาตามอารมณ์ ไม่เหมือนกับที่โลกก่อนหรือตอนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ที่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องถูกวางกรอบไว้อย่างงดงาม เขาที่เป็นนักเรียนดีเด่น นักเรียนทุน อาจารย์ผู้ทรงภูมิ ทุกอย่างเขาวางตัวเองไว้อย่างไร้ที่ติจนแทบจะไร้ชีวิต แต่ตอนนี้เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกปลดปล่อยออกไป เหมือนได้รับอิสระ เหมือนได้มีชีวิตจริงๆ เขาอยากจะเป็นตัวของตัวเอง ทำทุกอย่างให้เต็มที่เพื่อจะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลังเหมือนชาติก่อน เปลือกตาบางค่อยๆหรี่ลงก่อนจะปิดสนิทเมื่อความเหนื่อล้าเข้าครอบคุม แล้วดำดิ่งลงสู่ความฝันที่มีขนมหวานละลานตามากมาย ริมฝีปากบางจุดยิ้มที่มุมปากอย่างแสนสุขในห่วงฝันอันแสนหวาน






--------------------------------------------------------------------



อี้เฟยหลงไม่สามารถที่จะหาคำตอบให้กับตนเองได้จริงๆว่าเหตุใดคนที่ไม่เคยสนใจสิ่งใดเช่นเขานั้นจึงไม่สามารถลืมเลือนดวงตาแวววาวสีน้ำตาลคู่นั้นได้ อย่าว่าแต่จะพูดถึงใบหน้าอัปลักษณ์สุดแสนนั่นเลย แม้แต่สตรีหรือชายหนุ่มที่งดงามล้ำเลิศเพียงใดก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาด้วยซ้ำ แต่นี่กระไรเผลอเมื่อไหร่เป็นต้องหวนนึกไปถึงดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นอยู่ร่ำไป ให้คิดอย่างไรก็แปลกประหลาดจนอดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจจะถูกคุณไสยหรือเปล่า สองพี่น้องนั่นก็ดูน่าสงสัยเสียด้วย ถึงแม้คนน้องจะดูอัปลักษณ์แถมปากเปาะไม่รู้ที่ต่ำที่สูงแต่พลังปราณก็อยู่ในระดับต่ำ แต่คนพี่นี่สิรูปลักษณ์นับว่างดงาม ทวงท่าสง่างาม พลังปราณสูงส่งนับว่าน่าสงสัยยิ่งนัก อี้เฟยหลงเก็บสองพี่น้องขึ้นบัญชีดำไว้ก่อน เมื่อภายนอกได้ยินเสียงองครักษ์คู่ใจมาขอเข้าพบ

 

"เข้ามาได้ ได้ความว่าอย่างไรบ้างร่างสูงสง่าเอ่ยพร้อมกับย้ายตัวเองจากริมหน้าต่างมานั่งลงบนเก้าอี้ มือหนึงรินน้ำชาดอกท้อขึ้นจิบ ก่อนทอดสายตาคมกริบไปมองร่างผู้ที่เดินเข้ามาน้อมกายลงคำนับเบื้องหน้า

 

"เรียนองค์ชาย ไม่เคยมีใครพบสองพี่น้องนั้นมาก่อน ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป บัดนี้ทั้งคู่พักอยู่ที่โรงเตี๋ยมหยุนไหลพะยะค่ะ"

 

ผู้ที่เข้ามารายงานนั้นคือองค์รักษ์คนสนิทขององค์ชายห้าอี้เฟยหลง นามซือเสียนนอกจากนั้นยังมีแฝดคนน้องนามซือจิ้น ทั้งสองคนนี้นับเป็นได้ทั้งองครักษ์และเพื่อนผู้รู้ใจหรืออาจนับเป็นพี่น้องได้ด้วยซ้ำ ด้วยทั้งสามล้วนเติบโตขึ้นมาพร้อมกันดื่มนมจากอกสตรีคนเดียวกัน ที่พูดเช่นนั้นก็เพราะว่าพระมารดาของอี้เฟยหลงซึ่งเป็นอดีตฮองเฮานั้นเมื่อตอนคลอดอี้เฟยหลงก็ร่างกายอ่อนแอล้มป่วยอยู่ถึง 5 ปี จากนั้นจึงได้สิ้นใจจากไป ฮ่องเต้จึงได้ให้คนคัดสรรสตรีที่พึ่งคลอดบุตรเพื่อจะให้มาเป็นแม่นมและดูแลองค์ชายแทนฮองเฮา ซึ่งก็คือแม่ของสองแฝดซือเสี้ยนและซือจิ้นนั่นเอง ไม่ว่าอี้เฟยหลงจะคิดสิ่งใดในใจทั้งสองล้วนรู้ใจหมดสิ้น สิ่งใดที่เป็นความต้องการของเจ้านายแฝดทั้งสองล้วนไม่เคยขัดข้อง เป็นความภักดีและไว้เนื้อเชื่อใจที่ให้ได้แม้ชีวิต

 

"พวกเจ้าคิดว่าสองพี่น้องนั่นจะมาตามหาสิ่งนั้นหรือไม่?" อี้เฟยหลงวางจอกชาในมือลง คิ้วคมขมวดเข้าอย่างใช้ความคิด ไม่น่าจะมีผู้ใดล่วงรู้นี่น่าว่าสิ่งนั้นมีตัวตนจริงๆ

 

"จงตามจับตาดูสองพี่น้องนั่นต่อไป หากมีสิ่งผิดปกติให้รีบมารายงาน"

 

"ข้าน้อยรับคำสั่ง"

 

ลับร่างของสององครักษ์คู่ใจ ดวงตาคมกริบก็เลื่อนออกไปจับที่ท้องฟ้าสีครามนอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด บรรพบุรุษของอี้เฟยหลงนั้นมีความลับที่ส่งต่อสืบทอดกันมานานนับพันปี หากจะให้กล่าวตามจริงบรรพบุรุษต้นตระกูลอี้คือผู้ที่ได้ทำพันธะสัญญากับจิ้งจอกสวรรค์เมื่อพันปีที่แล้ว เหตุการณ์ต่างๆได้ผ่านมาเนินนานจนผู้คนส่วนใหญ่เริ่มจะลืมเลือนจนคิดไปว่ามันเป็นเพียงนิทานเรื่องเล่าปรัมปราเพราะหลักฐานทุกอย่างได้ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น แม้แต่ในตระกูลอี้เองก็มีเพียงผู้นำตระกูลเท่านั้นที่จะได้รับการบอกเล่าความลับ ถึงการมีตัวตนจริงของจิ้งจอกสวรรค์และลูกแก้วแสงจันทร์ซึ่งเป็นของวิเศษที่ใช้ในการตามหาจิ้งจอกสวรรค์ อี้เฟยหลงได้ล่วงรู้ความลับนี้ด้วยความบังเอิญ และตลอดเวลาหลายปีมานี้เขาก็ได้ออกตามหาลูกแก้วแสงจันทร์แทบพลิกแผ่นดินจนได้มันมาไว้ในกำมือ

 

มือหนาเอื้อมเข้าไปในสาบเสื้อหยิบเอาลูกแก้วขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ขึ้นมายกขึ้นทาบทับกับแผ่นฟ้านอกหน้าต่าง สายตาคมกริบจับจ้องที่ลูกแก้วใสอย่างค้นหา ภายในลูกแก้วนั้นบรรจุไว้ด้วยเส้นใยสีทองงดงามแต่นอกจากนั้นแล้วก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ เหมือนเป็นเพียงลูกแก้วธรรมดาที่ไม่ได้พิเศษอะไร "เจ้ามีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่กันนะ?" ร่างสูงถอดทอนหายใจอย่างหนักหน่วงก่อนจะเก็บลูกแก้วเข้าไว้ในอกเสื้อเหมือนเดิม

 

 

 

 

เมื่อนอนเต็มอิ่มแถมยังได้หลับันหวานอ้ายเยว่จึงได้ตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสยิ่ง ร่างโปร่งลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า และไม่ลืมจะใส่หน้ากากหนังมนุษย์ที่เลียงหลิ่งให้มาเมื่อวานก่อนที่จะเข้าหมู่บ้าน ตอนนั้นเขาบ่นกระปอดกระแปดที่เลียงหลิงทำตนเป็นตาแก่ขี้บ่นคิดมากให้ใส่หมวกไม่พอยังบังคับให้ใส่หน้ากากหนังมนุษย์อีก แต่มาตอนนี้เมื่อนึกย้อนกลับไปกับต้องขอบคุณความรอบครอบของศิษย์พี่เสียแล้ว คงเพราะอีกฝ่ายรู้จักนิสัยของตนเป็นอย่างดีกระมังถึงได้ทำเช่นนั้น เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ก็ต้องหย่นจมูกจิ๊ปากอย่างเคืองนิดๆไม่ได้ นี่ศิษย์พี่คงคิดว่าเขานั้นชอบรนหาเรื่องล่ะสิ!!

 

เลี่ยงหลิ่งที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วทอดสายตามองร่างโปร่งที่กำลังเดินทอดน่องลงบันไดมา วันนี้อ้ายเยว่อยู่ในชุดสีฟ้าสดใสที่แขนเสื้อและชายชุดปักด้วยไหมสีขาวเป็นรูปเกลียวเมฆงดงามอ่อนช้อย แต่เมื่อเหลือบขึ้นไปมองใบหน้าก็ต้องอ่อนใจ เพราะเจ้าตัวใส่หน้ากากหนังมนุษย์แสนอัปลักษณ์นั้นไว้แต่ไม่นอมใส่หมวกปกปิดเช่นเมื่อวาน ผู้ที่นั่งกินข้าวและเดินเข้าออกโรงเตี๋ยมต่างหยุดชะงักแล้วรีบเบียนหน้าหนีไปอย่างรวดเร็ว คนที่นั่งกินข้าวอยู่ก็ก้มหน้าลงกินข้าวกินปลาชนิดไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาอีกเด็ดขาดจนกว่าจะกินข้าวเสร็จ เลี่ยงหลิ่งมองตัวต้นเหตุที่ทำตัวสบายใจเฉิบยิ้มหวานเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกลับนั่งลง คิ้วเรียวเลิกขึ้นเป็นเชิงถามว่ามีอะไรไหมเมื่อเห็นหน้าจืดเจื่อนของเขา ไอ้ตัวเขานั้นไม่เป็นไรหรอก แต่ผู้คนรอบข้างในโรงเตี๋ยมนี่เล่าจะกินข้าวลงไหมนี่!!

 

        และเพราะระดับพลังปราณของเลี่ยงหลิ่งที่จัดว่าอยู่ในระดับสูงจึงไม่มีผู้ใดกล้าออกมาต่อว่าต่อขานชายอัปลักษณ์ที่เป็นพิษต่อสายตาและการเจริญอาหารผู้นี้ มีเพียงชายหนุ่มที่นั่งตรงกันข้ามที่ทนต่อสายตาอ้อนวอนที่ทุกคนส่งมาในโรงเตี๋ยมไม่ไหว จนต้องเอ่ยปากขึ้น

 

"ข้าว่าเจ้าใส่หมวกเถอะ สงสารคนอื่นบ้าง ไม่ต้องมาทำตาใสเหมือนไม่รู้เรื่อง อย่าแกล้งพวกเขาอีกเลย" ไม่ว่าป่าวยังหยิบหมวกขึ้นมาสวมลงบนหัวร่างโปร่งตรงหน้า เรียกสายตาขอบคุณจากผู้คนรอบข้างได้อย่างล้นหลาม โดยเฉพาะเถ้าแก่โรงเตี๋ยมที่แทบจะต้องหลั่งน้ำตาเมื่อเห็นลูกค้าหลายคนเดินออกไปและคนที่จะเข้ามาก็เปลี่ยนใจหันหลังกลับ

 

"ข้าว่าเราคงออกเดินทางต่อได้ในวันพรุ่งนี้ วันนี้ข้าจะออกไปธุระ พร้อมกับซื้อข้าวของจำเป็นเสบียงและม้าสักคู่ เจ้าก็เดินเล่นอยู่แถวนี้รอ อย่าซนจนเกินไปล่ะ" ร่างสูงกล่าวสั่งเสียเมื่อทั้งคู่กินอาหารเช้าเรียบร้อย ก่อนจะปีกตัวออกไปจัดการธุระอย่างรวดเร็ว


เมื่อเห็นร่างของศิษย์พี่หายลับไปแล้ว อ้ายเยว่ก็เตรียมจะลุกไปเดินเที่ยวบ้าง แต่ยังไม่ทันที่จะลุกขึ้นก็มีมือดีมาผลักเขาแต่ร่างโปร่งเบี่ยงตัวหลบไปได้อย่างสบายๆ คนที่เขามาผลักจึงเสียหลักล้มคะมำไปแทน ก็แค่พวกกระจอก บังอาจจะมาลอบกัดเขาหรือนี่??

 

ชายที่เข้ามาทำร้ายอ้ายเยว่นั้นเป็นนักเลงที่คุมอยู่แถวนี้ มันสุดแสนจะขยะแขยงไอ้ตัวอัปลักษณ์นี่เต็มทน แต่ติดอยู่ที่เมื่อกี้มีผู้ที่มีวรยุทธสูงอยู่ด้วยพวกมันจึงไม่กล้า แต่เมื่อชายหนุ่มคนนั้นลุกออกไป พวกมันจึงกะจะเข้ามาสั่งสอนไอ้ตัวอัปลักษณ์นี่ให้หายขัดเคืองใจเสียหน่อย ด้วยตรวจดูแล้วไม่เห็นว่าไอ้นี่จะมีวรยุทธอะไรพลังปราณก็ไม่มี รูปร่างก็บอบบางผอมแห้งมันจึงไม่รอช้าที่จะเข้ามารังแก แต่เมื่อกี้จะด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็สุดรู้ได้ไอ้ตัวบัดซบนี่กลับหลบมือมันได้ จนเป็นเหตุให้ตัวมันล้มหน้าคะมำทั้งเจ็บตัวและเสียหน้า ความโกรธจึงทบทวีคูณ

 

        ‘ไอ้ตัวอัปลักษณ์ นี่ อยากตายหรือไง!!’ ร่างหนาคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนจะลุกขึ้นพุ่งไปหมายจะหักร่างบอบบางนั่นให้หักคามือ  แต่ที่ไหนได้กับเป็นว่ายังไม่ทันที่มันจะได้แตะต้องร่างตรงหน้าก็พลันทรุดฮวบหมดสติทันทีโดยไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

 

        "ช่างทำเสียบรรยากาศยิ่งนัก" ร่างโปร่งเปรยออกมาเบาๆก่อนจะก้าวข้ามร่างที่นอนสลบไปอย่างไม่ใส่ใจ

 

        ซือเสียนที่นั่งหลบมุมแอบสังเกตการณ์อยู่นั้นต้องลอบอุทานในใจ แววตาทอแววระแวงระวังขึ้นในทันที ในตอนแรกนั้นเขาและซือจิ้นได้รับคำสั่งให้มาจับตาดูสองพี่น้อง ซือจิ้นได้แอบติดตามคนพี่ออกไป ส่วนเขารับหน้าที่เฝ้าคนน้องซึ่งตอนแรกนั้นเขาคิดว่าไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร เพราะดูแล้วคนผู้นี้ไม่มีพลังยุทธ ร่างกายรึก็บอบบาง ดูแล้วไม่น่ามีพิษภัยอะไรได้ แต่จากเหตุการณ์เมื่อครู่เขาคงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนกว่านี้เสียแล้ว ทั้งๆที่ไม่สามารถจับพลังของร่างโปร่งนั้นได้ แต่เมื่อกี้เจ้าตัวใช้วิชาอะไรล้มเจ้าอันธพาลนั้นเข้ายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ เขายอมรับว่ามองไม่เห็นสิ่งใดทั้งสิ้น คนผู้นั้นเพียงยืนเฉยๆเท่านั้น หรือจะเป็นเข็มพิษกันเขาก็ไม่มีเวลาจะไปตรวจสอบ นอกจากรีบลุกตามร่างโปร่งออกไป




องครักษ์แฝดขององค์ชายห้าอี้เฟยหลง ชื่อซือเสียนกับซือจิ้นจ้า






***มาแล้วค่ะครบ 100 อย่าลืมเม้นให้กำลังน้องเยว่ด้วยนะคะ รักใครชอบใครก็อวยกันได้ตามสบาย


วั้นนี้เลยนำความหมายของชื่อตัวละครแต่ตัวและสถานที่มาฝากค่ะ

อ้ายเยว่ แปลว่า ดวงจันทร์แห่งความรัก

เฟยหลง แปลว่า มังกรทะยาน

ชงอวี้ แปลว่า เกียรติของความฉลาด

เลี่ยงหลิ่ง แปลว่า วาโยแห่งแสงสว่าง

ซือเสียน แปลว่า ความสุขที่เป็นเกียรติ

ซือจิ้น แปลว่า ความสุขและการภักดี

เป่ยเปียน แปลว่า ทิศเหนือ

หนานเปียน แปลว่า ทิศใต้

ซีเปียน แปลว่า ทิศตะวันออก

ตงเปียน แปลว่า ทิศตะวันตก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

201 ความคิดเห็น

  1. #188 Benayummy (@Benayummy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 09:50
    สนุกมาก ชอบเย่วเออร์จังเลย~
    #188
    0
  2. #153 pon2517 (@pon2517) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 19:56
    สนุกจังรอออ
    #153
    0
  3. #97 THE DO (@tabbydororo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 11:42
    สรุปว่าพระเอกโผล่มาแล้วเหรอคะ5555
    #97
    0
  4. #58 แกงส้ม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 10:11
    แหม่ ถ้าเห็นหน้าจริงแล้วจะ ตะลึงๆๆๆๆ
    #58
    0
  5. #37 ญ่าหรัญ (@YaRun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 10:04
    โชว์ เมพกันสักเล็กน้อย ...555
    #37
    0
  6. #16 Hunhan8899 (@Hunhan8899) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 05:47
    เย่วน้อยยยย
    #16
    0
  7. #11 แมวดำ มุ้งมิ้ง (@46200311) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 17:19
    สนุกมากเลย
    อย่าลืมมาต่อน้า~
    #11
    0
  8. #10 Junk Friend (@darkzon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 16:16
    รอๆๆๆ สนุกมากค่าาา
    #10
    0
  9. #9 แฟนคลับ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 22:39
    ต่อฟๆๆ
    #9
    0
  10. วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 16:58
    รออยู่นะคะ
    #8
    0
  11. #4 แฟนคลับ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 10:16
    รอๆๆๆๆ
    #4
    0