ลำนำรักจิ้งจอกสวรรค์ (yaoi )

ตอนที่ 6 : ลำนำที่ 5 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    20 ธ.ค. 59

ลำนำที่ 5



            ดวงตาคมคุจเหยี่ยวจดจ้องลูกแก้วตรงหน้าอย่างใช้ความคิด หลังจากพบว่าลูกแก้วมีปฏิกิริยาขึ้นในวันนั้นก็ผ่านมาห้าวันแล้ว และมันก็ไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาอีก และนอกจากพบเจ้าอัปลักษณ์ในบริเวณนั้นแล้วก็ไม่พบสิ่งใดอีกเลยเช่นกัน ด้วยเหตุนั้นเองยิ่งทำให้เขาปักใจสงสัยในตัวตนของเจ้าอัปลักษณ์ยิ่งนัก แต่ไม่ว่าจะเพียรสอบถามเช่นไร เจ้านี่ก็ยืนยันว่าไม่รู้ไม่เห็นสิ่งใดเพียงอย่างเดียว ตนเพียงเดินหลงป่าสะเปะสะปะเข้าไปด้วยความบังเอิญเท่านั้น แต่ว่าสัญชาตญาณของเขามันกับร้องเตือนว่าเจ้าอัปลักษณ์นั้นต้องรู้ในสิ่งที่เขาไม่รู้เป็นแน่ เช่นนั้นแล้วเขาจะต้องจับตาดูเจ้านั่นไม่ให้คลาดสายตา

 

            “องค์ชาย” เสียงเรียกที่ด้านนอกปลุกร่างสูงให้หลุดจากภวังค์ความคิด ก่อนเสียงทุ่มน่าฟังจะเอ่ยอนุญาตให้ผู้ที่มารบกวนในยามวิกาลเข้ามา

 

            “ได้ความว่าอย่างไรบ้าง” ผู้ที่ก้าวเข้ามาในห้องคือซือจิ้น ร่างสูงค้อมคำนับก่อนรีบรายงานเรื่องที่ไปตามสืบ ใบหน้าคมแสดงสีหน้าหนักใจ

 

            “เรียนองค์ชาย ข้าน้อยไร้ความสามารถ เรื่องที่ทรงให้ไปสืบเกี่ยวกับสองพี่น้องนั้นไม่พบอะไรเลย แต่ว่าข้าพบคนผู้หนึ่งที่บอกกล่าวว่าเคยเห็นเจ้าคนพี่นั้นออกมาจากหุบเขาเทียมเมฆา ซึ่งเป็นที่พำนักของปรมจารย์ชงอวี้ หากข้าเดาไม่ผิดคนพี่นั้นน่าจะเป็นศิษย์ของปรมจารย์ชงอวี้พะยะค่ะ นอกจากเรื่องนี้แล้วปูมหลัง ประวัติความเป็นมาต่างๆของสองพี่น้องล้วนไม่พบทั้งสิ้น”

 

            ในขญะเดียวกันที่ห้องข้างๆ ร่างโปร่งที่นั่งฟังบทสนทนาของสองนายบ่าวถึงกับหูผึ่ง นี่เจ้าหน้าแหลมนั่นอุตส่าห์ไปสืบมาจนรู้ได้ยังไงว่าพวกเขาเป็นศิษย์ของปรมจารย์ชงอวี้  แต่ยังดีที่พวกนี้ไม่รู้เรื่องของเขา ก็แน่ล่ะ ในโลกภายนอกใครๆก็รู้แค่ว่าอาจารย์มีศิษย์คนเดียวคือศิษย์พี่เลียงหลิ่งถึงจะไม่เคยมีใครเห็นหน้าค่าตาก็เถอะ แต่ถ้าให้เดาแล้วไม่ว่าใครก็คงไม่คิดว่าเจ้าคนอัปลักษณ์ไร้ประโยชน์เช่นเขาจะเป็นศิษย์ปรมจารย์ผู้เลื่องชื่ออีกคนไปได้หรอก

 

“พวกเจ้าจงตามหาไปเถอะหาอย่างไรก็ไม่พบหรอก” ดวงตาสีน้ำเป็นประกายขึ้นอย่างพออกพอใจ แต่ฉับพลันมันก็นิ่งเรียบเมื่อจับได้ถึงไอสังหารรุนแรงที่แผ่พุ่งตรงมา

 

20 ไม่สิ 50 คน มีมือสังหารไม่ต่ำกว่า50คนกำลังล้อมรอบที่นี่อยู่ร่างโปร่งที่ยังนั่งอย่างสงบลอบคำนวณแขกผู้มาเยือนอยู่ในใจ เนื่องจากเรือนที่พวกเขาพักนั้นเป็นเรือนพักพิเศษที่แยกตัวออกมาจากตัวโรงเตี๋ยมเพื่อความสงบและความเป็นส่วนตัว เพราะอย่างนั้นไม่ต้องคิดให้เสียเวลาเลยว่าพวกนี้จะมาฆ่าใคร?

 

และเหมือนจะไม่ใช่เพียงเขาเท่านั้นที่รับรู้ได้ ห้องข้างๆก็คงจะรับรู้ได้เช่นเดียวกัน และชั่วกระพริบตาการต่อสู้ภายนอกก็เริ่มขึ้น คงเป็นพวกองครักษ์ละมั้ง แต่อย่าว่าดูถูกเลยเหอะ ฝีมือมันต่างกันเห็นๆ ไม่ว่าใครก็ตามที่ส่งมือสังหารมาย่อมหมายจะสังหารเป้าหมายให้ตกตายให้ได้ในคืนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะนักฆ่าแต่ละคนล้วนเป็นยอดฝีมือที่มีพลังปราณไม่ต่ำกว่าขั้น7 โอ๊ะโอ!! เห็นทีองค์ชายห้าจะสิ้นชื่อเสียแล้วกระมัง

 

เมื่อตัดสินใจได้ว่าใครจะฆ่าใครนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาทั้งสิ้น อ้ายเยว่จึงตัดสินใจรออยู่ในห้องอย่างสงบ มือบอบบางขาวผ่องเอื้อมไปหยิบถ้วยชาขึ้นจิบฆ่าเวลาอย่างสบายใจ หูก็เงี่ยฟังการต่อสู้ภายนอกที่เริ่มดุเดือดขึ้นอย่างเพลิดเพลิน แต่ยังไม่ทันทีจะวางถ้วยชาลงประตูห้องพักก็เปิดผ่างออกอย่างแรง ผู้ที่เข้ามาคือองค์ชายห้าอี้เฟยหลง ฉลองพระองค์สีเขียวเข้มเปื้อนเป็นด่างดวง คาดว่าคงจะเป็นคราบเลือด ในมือแกร่งกำกระบี่แน่นจนขึ้นข้อขาว ร่างสูงไม่พูดพร่ำทำเพลงตรงเข้ามาฉุดคนตัวบางขึ้นก่อนจะลากออกไปจากห้อง คนชุดดำจำนวนมากรีบกรูเข้ามาปะทะฟาดฟัน แต่ร่างสูงก็สามารถโต้กลับพร้อมกับปริดชีพนักฆ่าให้ตกตายราวใบไม้ร่วงในขณะที่ลากเขาไปด้วยตามทาง ก่อนที่สององครักษ์แฝดจะเข้ามาต้านพวกชายชุดดำ เพื่อให้อี้เฟยหลงได้หลบหนีไปก่อน ซึ่งร่างสูงก็ยังไม่วายลากเขาไปด้วยเช่นเดิม

 

เมื่อหลบหนีออกมาได้ไกลพอสมควร ร่างสูงที่วิ่งอยู่ด้านหน้ากระหยุดกะทันหันพร้อมตวัดตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้คนที่ถูกลากตามมาด้านหลังชนเข้าอย่างจังกับแผ่นอกกว้าง


            “เจ้ามัวทำบ้าอะไรอยู่ อยากตายหรือไงถึงนั่งบื้อรอให้คนไปฆ่าอยู่ในห้อง?” ดวงตากลมโตตวัดมองคนตรงหน้าอย่างขุ่นเคือง ยกมืออีกข้างที่ว่างอยู่ลูบจมูกที่ชนเข้ากับอกแข็งปรอยๆ


            “เจ้าพวกนั้นมาฆ่าท่าน ไม่ได้มาฆ่าข้า ทำไมข้าต้องทำอะไรด้วย? แล้วนี่ท่านมาลากข้ามาด้วย แทนที่มันจะตามฆ่าแต่ท่านกับกลายเป็นว่าตอนนี้พวกมันเลยตามฆ่าข้าด้วย!!

 

            อี้เฟยหลงมองคนตัวบางอย่างตกตะลึงราวกับเห็นสิ่งแปลกประหลาด เจ้าพวกนั้นมาฆ่าเขาก็จริง แต่แน่นอนว่าคนที่เกี่ยวข้องกับเขาก็ต้องตกตายไม่มีข้อยกเว้นเพื่อปิดปาก เจ้าอัปลักษณ์โง่เง่านี่ไม่รู้แม้แต่เรื่องง่ายๆนี้ได้อย่างไร เขาเองหรือสู้อุตส่าห์ยังเป็นห่วงเจ้าตัวอัปลักษณ์ไร้ประโยชน์นี่ ถึงกับเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเจ้านี่เพื่อหนีมาด้วย กับกลายเป็นว่าเขาเป็นคนผิดเสียอย่างนั้น ดวงตาคมลึกล้ำแปรเปลี่ยนเป็นโกรธขึง เช่นนั้นแล้วเขาจะทิ้งเจ้าคนโง่เง่านี่ไว้ที่นี่แระ ถ้าจะโดนฆ่าตายก็ไม่เกี่ยวอันใดกับเขาแล้ว

 

                        “ดี..ดียิ่งนัก” เสียงทุ้มคำรามในลำคอ ก่อนที่มือแกร่งที่กอบกุมมือเล็กไว้แน่นจะคลายออก ก่อนร่างจะหันหลังเตะปลายเท้าบินจากไป

 

            “อ้าววว คนอะไรขี้ใจน้อยจัง พูดความจริงแค่นี้ก็งอน” ใช่ว่าอ้ายเยว่จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์เช่นไร แต่เขาเองก็ไม่ได้คลาดคิดมาก่อนว่าเจ้าองค์ชายบ้าอำนาจนั้นจะคิดมาช่วยเขาออกมาด้วย เช่นนั้นแล้วจึงได้คิดเพียงว่าจะพรางกายอยู่ในห้องเงียบๆเหตุการณ์สงบเมื่อไหร่จึงค่อยออกมา

 

            ร่างโปร่งหลบวูบเข้าไปในเงามืดอย่างรวดเร็วเมื่อจับสัมผัสได้ถึงกลุ่มนักฆ่าที่ไล่ติดตามมา นักฆ่าไม่ต่ำกว่าสิบคนพุ่งผ่านหน้าเขาไป มุ่งหน้าติดตามร่างสูงไปอย่างกระชั้นชิด ด้วยความเร็วเช่นนั้นไม่นานก็คงทันอีกฝ่าย คนที่ไม่ค่อยอยากจะยุ่งเรื่องชาวบ้านถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างรำคาญใจกับความรู้สึกแปลกๆที่มาลบกวนจิตใจ ก่อนตัดสินใจติดตามอี้เฟยหลงไปอีกคน


-------------------------------------ต่อ----------------------------------------------

 

 

แหมๆ คนอย่างเรานี่ทำไมมันถึงได้เป็นคนดีขนาดนี้นะ ธุระกงการอะไรก็ไม่ใช่ ญาติโกโหติการึก็ป่าว จะต้องเดือดร้อนแกว่งเท้าเข้าไปแส่ทำไมก็ไม่รู้? อ้ายเยว่ได้แต่คร่ำครวญด่าทอตนเองอยู่ในใจ ในความช่างหาเรื่องใส่ตัวของตน ในขณะที่ร่างโปร่งก็รีบเร่งความเร็วไปข้างหน้า เมื่อได้ยินเสียงการปะทะกันอยู่ไม่ไกล

 

เพียงชั่วอึดใจก็พบกับกลุ่มชายชุดดำถึงจำนวนปริมาณไม่มากมาย แต่มากด้วยคุณภาพคับแก้ว แม้คนกลุ่มนี้จะพรางตัวด้วยชุดดำรัดกุม แต่ก็ไม่อาจปกปิดรูปร่างอันแข็งแกร่งบึกบึนเยี่ยงผู้ฝึกยุทธ แต่ละคนแผ่ไอสังหารออกมาชวนให้เย็นเหยียบไปถึงหัวใจ แต่ชายหนุ่มรูปงามที่โดนรุมล้อมอยู่ฝีไม้ลายมือก็มิได้อ่อนด้อยเช่นกัน นับได้ว่าแข็งแกร่งอย่างยิ่งที่ยังสามารถต่อกรกับนักฆ่ากลุ่มนี้ได้อย่างสูสีแม้จะเริ่มตึงมือเต็มทีแล้วก็ตาม ก็แน่ล่ะคนจ้างวานก็คงจะทราบเช่นเดียวกันว่าองค์ชายห้าอี้เฟยหลงนั้นหาใช่หมูในอวยดูถูกไม่ได้ มิเช่นนั้นคงไม่ทุ่มทุนสร้างจ้างนักฆ่ามากฝีมือเช่นนี้มาเป็นแน่

 

ลูกแก้วสีน้ำตาลแพรวพราวอยู่ในความมืดจับจ้องการต่อสู้อันดุเดือดด้านล่างอย่างสนใจ แต่ก็ยังไม่ได้ยื่นมือไปช่วยเหลือ กะว่าถ้าอีกฝ่ายไม่จนแต้มจริงๆก็ไม่คิดจะเข้าไปแส่หาเรื่อง จึงทำเพียงยืนกอดอกพิงกำแพงด้วยทวงท่าสบายๆพร้อมสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ

 

แต่ยิ่งเวลายืดยื้อไปเท่าใดร่างสูงของอี้เฟยหลงก็ยิ่งเสียเปรียบขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดร่างสูงสง่านั้นก็ทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น เมื่อสังเกตดูดีๆจึงพบว่าอีกฝ่ายโดนฟันเข้าที่แขน บาดแผลนั้นดูไม่ได้สาหัสอะไร แต่เลือดที่ไหลนองออกมานั้นกับเป็นสีดำคล้ำบ่งบอกว่าถูกยาพิษ เห็นทีว่าองค์ชายผู้หยิ่งผยองจะเสียท่าผู้ร้ายเสียแล้ว

 

ร่างโปร่งทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนระบายลมหายใจออกอย่างหน่ายๆ ที่สุดท้ายก็ไม่พ้นต้องสอดมือยุ่งเกี่ยว เจ้าองค์ชายขี้เก๊กนี่ดีแต่หน้าจริงเชียว แค่นักฆ่าไม่กี่คนก็จัดการไม่ได้ มือบางถอดหน้ากากหนังมนุษย์ออก แล้วซุกมือเข้าไปในสาบเสื้อดึงเอาผ้าขึ้นมาผูกปกปิดใบหน้า ครั้นจะลงไปทั้งหน้าผีๆก็คงโดนจดจำได้ รึต่อให้โพกผ้าปกปิดหน้า หน้าผีๆนี่ก็ยังสะดุดตาอยู่ดี แต่จะเอาหน้าเดิมลงไปยิ่งแล้วไปกันใหญ่ หรือจะให้ฆ่าคนทั้งหมดนั่นปกปิดความลับก็ไม่ไหวอีกเช่นกัน เขายังไม่ใจคออำมหิตถึงปานนั้น เอาเป็นว่าแค่ช่วยออกมาโดยไม่สะดุดตามากเป็นใช้ได้

 

ร่างสูงสง่าทรุดลงกับพื้นอย่างหมดท่า ใบหน้าเรียบเย็นกัดฟันกรอดอย่างอดกลั้นต่อความเจ็บปวด ไม่ทราบว่าพิษที่เจ้าพวกนักฆ่าใช้เป็นพิษชนิดใด แต่มันช่างส่งผลให้ร่างกายเจ็บปวดรวดร้าวราวกับถูกแล่เนื้อเถือหนังก็ไม่ปาน อวัยวะภายในร้อนลวกราวกับโดนต้มอยู่ในน้ำเดือด เห็นทีว่าครานี้แผ่นดินคงต้องร่ำไห้ด้วยเสียดายองค์ชายผู้หล่อเหลาและเปี่ยมด้วยความสามารถเช่นตนเป็นแน่แท้ มุมปากบางยกยิ้มเย็นชาอย่างไม่แยแสต่อความตายตรงหน้า ดวงตาทั้งสองข้างแดงกล่ำและค่อยๆมืดมิดลงจนไม่อาจแลเห็นสิ่งใด

 

แต่ในขณะนั้นเองก็ปรากฏลมสายหนึ่งพัดวูบมา เพียงกระพริบตาก็ปรากฏร่างโปร่งบางขึ้นตรงหน้าในชุดผ้าเนื้อหยาบสีขุ่นแสนธรรมดาอย่างชาวบ้านทั่วไป ใบหน้าถูกปกปิดไว้ด้วยผ้าสีดำสนิท จะเหลือไว้ก็เพียงดวงตาแวววาวเมื่อสะท้อนแสงจันทรา “หากรักชีวิตจงไปเสีย” เสียงนุ่มไม่บ่งบอกอารมณ์ใดถูกเอ่ยขึ้นมา

 กลุ่มชายชุดดำต่างมองหน้ากันไปมา พวกมันต่างตระหนักดีว่าบุรุษตรงหน้านั้นวรยุทธคงเลิศล้ำ เพราะแม้แต่พวกมันที่วรยุทธสูงยังไม่นับรวมถึงสัญชาตญาณนักฆ่าที่มี ยังไม่สามารถจับสัมผัสได้เมื่อคนผู้นี้ปรากฏตัว แต่เมื่อรับงานมาแล้วต่อให้บุกน้ำลุยไฟหรือตกตายก็จำต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ

 

เมื่อไม่อาจละทิ้งหน้าที่ก็คงมีแต่ต้องต่อสู้กันดูเท่านั้น เพราะถึงแม้องค์ชายห้าจะถูกพิษสาหัสเป็นแต่เท่ากับตาย แต่ในเมื่อยังไม่ตายก็นับว่างานยังไม่บรรลุ เมื่อคิดได้ดังนั้นกลุ่มชายชุดดำจึงพุ่งเป้ามาที่บุรุษปริศนาแทน แต่ยังไม่ทันจะได้ออกกระบวนท่าใดๆบุรุษปริศนาผู้นั้นก็ขยับเคลื่อนกายอย่างรวดเร็วจนเห็นเป็นเพียงภาพอันลางเลือน กลุ่มชายชุดดำต่างพยายามไล่สายตาตามเงาที่เคลื่อนไปมา โดยไม่ทันจะรู้ตัวกลุ่มคนทั้งหมดก็โดนสกัดจุดโดยสิ้น พวกมันต่างเบิกตากว้างด้วยความหวาดหวั่น ด้วยอาชีพนักฆ่าหากไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า และเมื่อเหตุการณ์ตรงหน้าพลิกกลับเช่นนี้ใยจะยังเหลือชีวิตรอด

 

ในขณะที่กลุ่มชายชุดดำกำลังหวาดหวั่นต่อชะตาชีวิตตน แต่คนตัวต้นเหตุกับหาได้ใสใจ เขาเพียงเดินผ่านเลยไปก่อนทรุดกายลงตรงหน้าอี้เฟยหลง ทอดสายตามองคนหายหอบถี่ เหงื่อกาฬไหลชโลมใบหน้าคมคายจนเปียกชุ่ม ดวงตาแดงกร่ำทอดมองมาข้างหน้าแน่วนิ่งแต่ไม่มีจุดหมาย ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างอดกลั้นต่อความเจ็บปวด

 

“เจ้ายังไหวหรือไม่?” เอ่ยถามออกไปเบาๆ ก่อนสองมือจะเอื้อมไปสอดประคองร่างสูงขององค์ชายห้าให้ยืนขึ้น ร่างโปร่งซวนเซเล็กน้อย เพราะคนเจ็บเอนกายทิ้งน้ำหนักมาที่เขาแทบทั้งตัว

 

เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่เอ่ยอันใด ดวงตาหวานเล่มองคนที่เอนกายซบตน ก่อนจะร้องเหอะและค่อนแคระอีกฝ่ายอยู่ในใจ ว่าเจ็บแล้วยังไม่เจียม จะตายแล้วยังมาเก๊ก แถมนี่ไม่คิดจะถามไถ่เลยรึไงว่าใครมาช่วย มาช่วยทำไม มีเจตนาอันใดแอบแฝงหรือไม่ ช่างทะนงตนจนน่าหมั่นไส้

 

แม้จะอดขุ่นเคืองอยู่นิดๆไม่ได้ แต่เจ้าตัวก็ขอเก็บบัญชีหนี้แค้นทั้งหลายไว้จัดคืนในภายภาคหน้า หาไม่แล้วอนาคตอาจไม่ได้เอาคืนเพราะเจ้าตัวคงตายเสียก่อนเมื่อดูจากสภาพ

 

หลังจากออกมาจากสถานที่แห่งนั้นโดยทิ้งกลุ่มชายชุดดำไว้เบื้องหลัง อ้ายเยว่ไม่ได้พาอี้เฟยหลงกลับไปที่โรงเตี๋ยมด้วยกลัวจะยังมีพวกคนชุดดำซุ้มอยู่ อีกทั้งที่นี่ก็ห่างไกลจากที่พักเดิมพอสมควร สิ่งที่ต้องรีบด่วนสุดคือการหาที่สงบและปลอดภัยเพื่อทำการรักษาขับพิษออก ดังนั้นร่างโปร่งจึ้งได้แอบพาชายหนุ่มลอบเข้าไปหลบในโรงเก็บฟืนของบ้านหลังหนึ่ง

 

หลังจากประคองคนเจ็บนั่งลง ร่างโปร่งก็รีบเดินพลังขับพิษทันที หลังจากเดินพลังอยู่หลายชั่วยามพิษที่แล่นอยู่ในร่างก็ถูกขับออกมา ร่างสูงกระเลือดออกมาเป็นสีดำคล้ำ มือบางค่อยๆประคองร่างคนเจ็บลงนอนที่พื้นอย่างนุ่มนวล

 

และก่อนที่สติสุดท้ายจะดับลง มือแกร่งก็เอื้อมมาควานหาบางสิ่งอย่างสะเปะสะปะ มือขาวเนียนจึงคว้าไว้ ก่อนจะถามว่าเจ้าตัวต้องการสิ่งใด

 

“ท่านต้องการสิ่งใด?”

 

“แล้วในที่สุดเจ้าก็ทนไม่ได้ ต้องมาช่วยข้าอยู่ดี...อ้ายเยว่”


“นี่ท่านจำข้าได้? ไม่ใช่ว่าท่านมองไม่เห็นหรอกหรือ??” ร่างโปร่งอดจะตกตะลึงไม่ได้เล็กน้อย ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเรียกชื่อเขาเป็นครั้งแรกแทนเจ้าอัปลักษณ์ แต่เป็นเพราะเจ้าตัวสามารถจดจำเขาได้ ละครที่เคยดูนี่มันแหกตาเขาใช่ไหม พระเอกปลอมตัวติดไฝเม็ดเดียวยังไม่มีใครจำได้เลย นี่อี้เฟยหลงมองไม่เห็นหน้าเขาด้วยซ้ำกับจดจำเขาได้ ได้อย่างไร

 

“หึๆ ข้ามองไม่เห็น แต่ใช่จะหูหนวก จมูกก็ใช่จะไม่ได้กลิ่น ประสาทสัมผัสอื่นนอกจากดวงตายังครบถ้วน คนเราอาจเสียงคล้ายกันได้ แต่เสียงคล้าย กลิ่นอายคล้ายย่อมเป็นไปได้ยาก”   ริมฝีปากบางจุดยิ้มมุมปาก ก่อนจะค่อยๆหลับตาลงจมสู่ห้วงนิทรา

 

ส่วนคนที่โดนกุมมืออยู่นั้นหมดคำใดจะเอื้อนเอ่ย นอกจากทำสีหน้ายุ่งยากใจ

 

“เพ้ยยยย ให้มันได้อย่างนี้สิน่า!!!


------------------------------------------------------------------------------------------------





อ้ายเยว่ถ้านางมีตัวตนจริงคงจะคล้ายๆอะไรประมาณนี้ว่ามั้ยค่ะ ^^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

201 ความคิดเห็น

  1. #147 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 18:53
    ชะนียอมค่าาาาา ฮื่อออออ เอามดลูกกรูปายยยยยยยยย
    #147
    0
  2. #102 my waffle (@wannisa22) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 23:07
    สวยแซ่บบบบบ
    #102
    0
  3. #60 แกงส้ม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 10:33
    ยังดีที่ฉลาดนะ เฟยหลง
    #60
    0
  4. #50 e_noo@beamnoi (@enoobeam) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 05:23
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากค่าา

    ติดอย่างเดียว ตรงคำว่า แระ มันต้องใช้ แหละ นะคะ
    #50
    0
  5. #49 Peem Netr (@pitnapat) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 12:23
    ย่าาาา อยากอ่านต่อแล้วว
    #49
    0
  6. #48 แมวดำ มุ้งมิ้ง (@46200311) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 06:55
    อ้ายเยว่สวยมากๆเลย~
    #48
    0
  7. #47 Hunhan8899 (@Hunhan8899) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 05:49
    มาต่อเร็วๆนะไรต์
    #47
    0
  8. #46 Zoul_Zap (@jane-1803) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 22:41
    อ้ายเย่ว
    จิ้งจอกน้อยของฉันนนนน
    #46
    0
  9. #44 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 20:52
    ไม่เนียน555
    #44
    0
  10. #43 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 15:09
    สุดท้ายก็ตามเขาไปจนได้เนาะ อิอิ
    #43
    0
  11. #42 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 13:13
    โอ้ยยยย ค้างงงงงง งือออ
    #42
    0
  12. #41 ploy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 00:06
    นางทำตัวสโลไลฟ์มาก
    #41
    0
  13. #40 สาวy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 23:32
    อยากอ่านต่อเร็วๆอ่ะ
    #40
    0
  14. #39 Devilnatt Sri (@devil123456) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 22:42
    น่ารักจัง. จิ้งจอก น้อย
    #39
    0