ลำนำรักจิ้งจอกสวรรค์ (yaoi )

ตอนที่ 7 : ลำนำที่ 6 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    9 ม.ค. 60






ลำนำที่ 6

 



            หลังจากขับพิษออกจากร่างจนหมดและได้พักอีกหลายชั่วยาม อี้เฟยหลงก็มีอาการดีขึ้น ร่างสูงนั่งโคจรพลังเพื่อฟื้นฟูร่างกาย  คนตัวบางที่ไม่รู้จะทำสิ่งใดจึงได้แต่นั่งเฝ้าคนที่หลับตาเดินพลังนิ่งดั่งคนนอนหลับมาหลายชั่วยาม ในใจจึงลอบก่นด่าร่างสูงตรงหน้าที่บังคับให้เขาต้องมาเป็นนกฮูกนั่งถ่างตาเฝ้ายามโดยอ้างว่าอาจมีพวกคนร้ายที่ติดตามมาพบเข้าก็เป็นได้ ไอ้บ้านี่มันเจตนาแกล้งเขาใช่ไหม? ให้คนอื่นต้องอดตาหลับขับตานอนทั้งคืน แต่ตนเองกลับอ้างว่าเดินพลังแต่แอบหลับหรือเปล่า?  และเหมือนคนที่โดนด่าจะรับรู้เปลือกตาที่ปิดอยู่จึงพลันค่อยๆเปิดขึ้นมาเผยให้เห็นลูกแก้วสีดำคมวาวลึกล้ำอยู่ภายในแม้มันจะเจือด้วยความอ่อนล้าอยู่บ้าง และถึงแม้จะไม่ค่อยอยากยอมรับเท่าไหร่ก็อดลอบชมอยู่ในใจไม่ได้ว่าช่างเป็นดวงตาที่ดูมีเสน่ห์น่าค้นหายิ่งนัก บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่หากถูกจดจ้องด้วยดวงตาคู่นี้คงต้องคลั่งใจตายเป็นแน่

 

“เจ้ายังอยู่?” เพราะอาการบาดเจ็บที่ยังมีอยู่จึงทำให้ดวงตาทั้งสองข้างยังมองไม่เห็นสิ่งใด เมื่อสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวจึงทำให้ทราบได้ว่าคนยังอยู่ จึงอดเอ่ยขึ้นมาคล้ายเก็บงำความแปลกประหลาดใจไว้ไม่อยู่

 

“นี่คือคำถาม คำประชด หรืออะไร?”

 

ร่างโปร่งอดจะมองค้อนคนตรงหน้าไม่ได้ ที่ถามอะไรแปลกๆ ก็ตัวเองบอกให้นั่งเฝ้าแท้ๆยังมาถามอีก นี่ตั้งใจจะยียวนกวนประสาทคนหรืออย่างไร เล่าจื๊อหาใช่เพื่อนเล่นของเจ้าใช่หรือไม่ คนยิ่งอดนอนยังมากวนอารมณ์ นี่ต้องการให้ข้าคนนี้ลุกขึ้นมาอาละวาดหรืออย่างไรกัน คนอดนอนได้แต่คิดอย่างพาลๆมองคนเอ่ยคำตาขวาง

 

“ข้าเพียงแปลกใจ คิดว่าเจ้าจะฉวยเอาโอกาสนี้หลบหนีไปเสียแล้ว”

 

“นี่ท่านเห็นข้าเป็นคนเช่นใดกันจะได้ทิ้งคนเจ็บใกล้ตายไว้ได้ ข้ามิได้ใจจืดใจดำเยี่ยงพวกท่าน นี่คงคิดว่าคนอื่นเขาจะเหมื่อนตัวเองกระมัง” แม้น้ำเสียงที่เอ่ยคำนั้นเรียบนิ่งไม่มีวี่แววของการประชดประชัน แต่ก็ยังส่งผลให้คนฟังต้องหรี่ตามองอย่างเคืองๆ จึงอดปากที่จะกล่าวกระทบอีกฝ่ายไม่ได้

 

“มนุษย์เราทุกคนย่อมเห็นแก่ตน จะมากหรือน้อยแล้วแต่จะแสดง หรือเจ้าหาใช่มนุษย์?” ใบหน้าคมยกยิ้มหยัน ก่อนเบนสายตาคมปลาบขึ้นมาจ้องจนคนตัวบางสะดุ้งโย่งอย่างร้อนตัวว่าตนไม่ใช่มนุษย์ เมื่อเห็นดวงตาคู่นั้นเพียงมองผ่านเลยไปไม่ได้จับจุดที่สิ่งใดจึงค่อยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก

 

“ใช่จริงอยู่มนุษย์ทุกคนย่อมเห็นแก่ตนเอง แต่มนุษย์ทุกคนก็มีสิ่งที่เรียกว่าความดีคอยค้ำจุนจิตใจ จะมากน้อยย่อมปะปน แต่จะเหมารวมนับว่าใจคอคับแคบยิ่งนัก”  ว่าแล้วก็เหน็บแหนมคนตบท้ายเป็นของแถม

 

เรื่องอื่นเขาอาจไม่มั่นใจ แต่เรื่องประชันฝีปากปลุกโทสะชาวบ้านนี่เขามั่นใจเต็มที่ แม้ชาติก่อนจะไม่ค่อยนิยมปะทะคารมกับผู้ใด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่เป็น แต่ด้วยหลายสิ่งหลายอย่างเขาจึงมักระงับปากตนเองไว้เสมอ และบางครั้งมันก็ทำให้ต้องเสียอะไรไปมากมายกับการยอมที่มากเกินไป และแน่นอนว่าชาตินี้เล่าจื๊อผู้นี้สาบานไว้เลยว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ผู้ใดทั้งสิ้นหากตนไม่ใช่ฝ่ายผิด แต่นั่นล่ะความผิดเพียงเล็กน้อยย่อมยกเว้น

 

“เจ้าคงมิเคยได้พานพบด้านมืดของมนุษย์สินะ จึงคิดเช่นนี้ได้ ช่างอ่อนต่อโลกไปแล้ว” มุมปากอิ่มหนารูปกระจับที่ตอนนี้ดูซีดเซียวยกยิ้มขบขัน เป็นรอยยิ้มที่ดุจจะเย้ยหยันทุกสิ่งในใต้หล้า ใบหน้าคมคายแลกระด่างเย็นชากว่ายามปกติขึ้นหลายส่วน ในแววตาปรากฏความปวดร้าวสายหนึ่งขึ้นแต่เพียงวูบเดียวก็เลือนหายไป

 

“เจ้าคงมิเคยได้พานพบด้านสว่างของมนุษย์สินะ จึงคิดเช่นนี้ได้ เจ้าช่างอ่อนต่อโลกไปแล้ว” ว่าแล้วก็ย้อนเอาคำพูดของอีกฝ่ายมาโต้กลับในทันที

 

“เช่นนั้นต้องมารอดูกันแล้วว่าผู้ใดที่อ่อนต่อโลกกันแน่” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเจือแววขับขัน

 

แต่หาใช่ว่าขบขันอีกฝ่าย แต่กลับขบขันตนเองมากกว่า นานมากแล้วที่ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับผู้ใดเช่นนี้ นานมากแล้วที่ไม่ได้พูดสิ่งใดอย่างตรงไปตรงมาและไม่ต้องเค้นหาความหมายใดจากถ้อยคำนั้น ยิ่งไปกว่านั้นการต้องมาพูดยืดยาวกับผู้อื่นในเรื่องไร้สาระเช่นนี้ก็ไม่ใช่วิสัยของเขาเลยเช่นกัน

 

“นี่ท่านขบขันอันใดมิทราบ” คิ้วบางขมวดเข้าหากัน อดเอ่ยถามไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายยิ้มร่าออกมาดังคนเสียสติ

 

 

“ข้ามิได้ขบขันเจ้าหรอก ข้าเพียงขบขันตัวข้าเอง”  ร่างสูงทิ้งคำพูดไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะหลับตาลง ทิ้งให้คนฟังงงงันหนักเข้าไปใหญ่ แต่ครั้นจะไปฉุดกระชากคนเจ็บขึ้นมาถามก็ทำไม่ลง ด้วยเห็นใบหน้าคมที่ยังซีดเผือด จึงได้แต่ระบายลมหายใจ ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อนเอาแรงเช่นกัน

 

 

เมื่อรุ่งสางมาเยือนอ้ายเยว่จึงได้ประครองร่างสูงลอบออกมาจากห้องเก็บฟืนอย่างเงียบเชียบแล้วจึงพากันหลบเร้นกายไปตามตรอกซอกซอยเพื่อไปสมทบกลับเล่าองครักษ์ที่ป่านนี้คงตามหานายเหนือหัวกันจ้าละหวั่น แต่ก่อนที่จะถึงตัวโรงเตี๋ยมอ้ายเยว่ก็สั่งให้คนเจ็บคอยตนอยู่ภายในตรอกใกล้ๆ ส่วนตนเองก็เข้าไปดูลาดเลาก่อนว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง

 

น่าแปลกที่เหตุการณ์ต่างๆกับแลดูสงบเงียบดั่งไม่เคยมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นเมื่อคืน  เขาจึงเดินเลยไปทางด้านหลังในส่วนของเรือนแยกเพื่อจะพบว่าสถานที่ที่เคยผ่านการต่อสู้อันดุเดือดและนองไปด้วยเลือดเมื่อคืนนี้ บัดนี้สะอาดเรียบร้อยดั่งไม่เคยเกิดเหตุอันใดขึ้นมา คิ้วเรียวงามดั่งกิ่งหลิวขมวดมุ่นอย่างประหลาดใจปนงุนงง ดวงตากวาดมองสภาพพื้นที่โดยรอบอย่างพิจารณา ข้าวของที่แตกหักเสียหายถูกแทนที่ด้วยของใหม่ ต้นไม้ในสวนที่หักโค่นก็ถูกปลูกแทนที่ ทุกอย่างถูกทำความสะอาดและจัดตกแต่งจนแทบจะเหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้วหากไม่สังเกตดีๆ ศพที่นอนเกลื่อนกลาดก็คงถูกกำจัดไปแล้วเช่นกัน ช่างทำงานได้เรียบร้อยหมดจดจนอดชมเชยไม่ได้จริงๆ แต่สิ่งที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือเหล่าองครักษ์มากหมายนั้นหายไปไหนหมด จะว่าถูกฆ่าตายจนหมดก็ไม่น่าจะเป็นไปได้

 

ใบหน้าคมคายผินหน้าไปตามเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามา ดวงตากลมโตดุจตากวางมองอีกฝ่ายอย่างพินิจพิจารณาเมื่อเห็นดวงตาคมที่ยังไม่จับจุดอยู่ที่ใด อดสงสัยไม่ได้ว่าอีกฝ่ายแกล้งหรือไม่ ในเมื่อพิษก็ขับออกมาจนหมดแล้ว ตัวเขาเองก็มิได้มีความรู้ทางด้านวิชาแพทย์จึงไม่สามารถรู้ได้ว่าอี้เฟยหลงยังมองไม่เห็นเพราะสาเหตุอันใด หากตอนนั้นเมื่อคราวอยู่บนเขา เขาสนใจศึกษาในวิชาการแพทย์สักนิดคงดี มาเสียใจเอาตอนนี้ก็สายเกินไปได้แต่ตั้งมั่นในใจว่าหากมีโอกาสได้กลับสำนักจะต้องศึกษาหาความรู้ทางด้านวิชาแพทย์เอาไว้ประดับรอยหยักในสมองเสียบ้างแล้ว และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้อดรู้สึกคลางแคลงใจไม่ได้นั่นคืออี้เฟยหลงดูจะไม่แปลกใจเลยที่เห็นเขานั้นมีวรยุทธแถมเจ้าตัวยังไม่ออกปากถามสักคำ ในเมื่ออีกฝ่ายทำเฉย เขาเองก็จะเฉย ก็ไม่ได้เคยพูดสักคำว่าตนเองไม่มีวรยุทธนี่นา ทำไม่รู้ไม่ชี้เช่นนี้ใครจะทำไม?

 







------------------------------------------------------------------------------------------------------



“น่าแปลกนักพวกองครักษ์ท่านหายไปไหนหมด แถมร่องลอยอื่นใดก็โดนเก็บกวาดไปจนสิ้น” ร่างโปร่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับนั่งลงเคียงข้างร่างสูง ดวงตาพิศมองใบหน้าคมที่ยังซีดเซียวอย่างกังวล

 

“นักฆ่าล้วนเป็นยอดฝีมือ ลงมือเฉียบขาดดุดัน ทั้งยังมีการตะเตรียมการมาอย่างดี ไม่แน่ว่าเล่าองครักษ์ทั้งหมดคงถูกฆ่าปิดปากจนหมดสิ้นแล้ว” คิ้วหนาขมวดมุ่นอย่างกังวล เล่าองครักษ์อื่นก็ช่างมันเถอะ ห่วงแต่ซื่อเสียนและซื่อจิ้นมิรู้จะเป็นตายร้ายดีเช่นไร คนร้ายล้วนวิทยายุทธล้ำเลิศ แม้ตัวเขาเองยังถึงกับเพลี่ยงพล้ำ ได้แต่หวังว่าทั้งคู่จะสามารถเอาตัวรอดไปได้ หากทั้งคู่มีอันเป็นไป เขาคงจะมีหน้ากลับไปพบท่านแม่นมแล้ว

 

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าคงต้องพึ่งเจ้าแล้ว”

 

ห๊า!!

 

“พึ่งข้า? พึ่งข้าเรื่องอันใด?”

 

“ข้าต้องการให้เจ้าพาข้ากลับเมืองหลวง เมื่อถึงเมืองหลวงข้าจะยินยอมปล่อยเจ้าไป”

 

อ้ายเยว่ได้แต่ร้อง เห๊อะ!! ในใจ ดวงตากลอกขึ้นฟ้าอย่างหมั่นไส้คน นี่เจ้าองค์ชายบ้านี่ยังคิดว่าตัวเองมีปัญญาอะไรมาสั่งคนอีกเนี่ย ตัวเองยังแทบเอาไม่รอดอยู่แล้ว หากเขาจะไปเสียเดี๊ยวนี้ ผู้ใดจะมีปัญญาขัดขว้างกัน? แต่เมื่อคิดถึงเป้าหมายที่ต้องการยังไม่บรรลุผล เช่นนั้นแล้วก็เออออตามไปก่อนก็แล้วกัน

 

“ก็ได้ แต่ว่า....” ดวงตาสีน้ำตาลส่องประกายเจ้าเล่ห์ มองร่างสูงตรงหน้าพราวระยับ น้ำเสียงที่เปล่งนั้นฟังดูไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่ง

 

 


เพื่อหลบเลี่ยงคนร้ายที่อาจจะตามมา อีเฟยหลงจึงเสนอให้เดินทางโดยการผ่านส่วนหนึ่งของป่าตะวันดับไปที่ชายแดนอาณาจักรซีเปียนแล้วจึงค่อยวกกลับเข้ามาที่เมืองซือเป่าที่เป็นชายแดนติดกัน และจึงมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงของเป่ยเปียน แม้เส้นทางที่ลัดเลาะไปจะเป็นเพียงชายป่าแต่ก็ยังนับว่าเป็นเส้นทางที่อันตรายแต่เมื่อเทียบกับนักฆ่าแล้วนับว่ายังดีกว่ากันมากโข

 

เมื่อตกลงเส้นทางกันได้แล้วร่างโปร่งที่ต้องออกไปจัดแจงซื้อเสบียงและของใช้ที่จำเป็นก็ถึงกับหัวเสีย  ลอบก่นด่าในใจอย่างเคืองขุ่นว่าอีกฝ่ายเป็นองค์ชายภาษาอะไรไม่มีเงินสักเก้เดียว เงินที่มีติดตัวเขาเองก็เหลือเพียงน้อยนิด ดวงตาวาววับจ้องคนที่นั่งหน้าเย็นอย่างพิจารณาก่อนจะโพล่งคำพูดที่อีกฝ่ายถึงกับสะดุ้งเฮือก

 

“ถอดออกมาให้หมด”

 

“ข้าหมายถึงของมีค่าในตัวท่านน่ะ ข้าจะเอาไปขายเป็นค่าเดินทาง”  เมื่อได้ยินเช่นนั้นร่างสูงจึงค่อยปลดเปลื้องของมีค่าที่อยู่ในตัวออกมาก่อนยื่นส่งไปทางที่อีกฝ่ายน่าจะยืนอยู่

 

อ้ายเยว่รี่ตามองกองสมบัติขนาดย่อมในอุ้งมือ ลอบระบายลมหายใจเมื่อในกองสมบัตินั้นไม่ได้มีลูกแก้วแสงจันทร์ปนอยู่ด้วย ใช่สินะใครมันจะเอาของสำคัญขนาดมาขายกินกันเล่าเจ้าบ้าเอ้ยยย  และตอนนั้นเองที่ดวงตาหวานเหลือบไปเห็นแหวนทองบนนิ้วแกร่งตัวแหวนถูกแกะสลักอย่างงดงามเป็นรูปเถาไม้เลื้อยพันอ่อนช้อยมีทับทิมเม็ดเขื่องประดับไว้อย่างงดงาม เอนั่นก็คงเป็นของสำคัญอีกอย่างนึงสินะ

 


เมื่อจัดการนำของมีค่าทั้งหมดไปขายและจัดซื้อสิ่งที่จำเป็นทั้งคู่ก็รีบออกเดินทางทันที และคนที่เร่งให้เดินทางโดยด่วยก็หาใช่อีเฟยหลงแต่กับเป็นตัวอ้ายเยว่เอง ส่วนเหตุผลน่ะเหรอก็เพราะหากไม่รีบศิษย์พี่อาจจะตามเขาเจอน่ะสิ!!

 

 

 

 

 

 

ย่างเข้าสู่วันที่สามแล้วที่ทั้งคู่รอนแรมเดินทางเข้ามาในป่าตะวันดับ แม้จะเจอพวกสัตว์วิเศษอยู่บ้างแต่ก็เป็นพวกที่อยู่ในระดับต่ำเนื่องจากเป็นเพียงชายป่า และด้วยอี้เฟยหลงยังมองไม่เห็น ทั้งคู่จึงค่อยๆเดินอย่างไม่เร่งรีบอันใด  เมื่อเห็นตะวันคล้อยลงต่ำทั้งคู่จึงหยุดพัก เนื่องจากในป่าตะวันดับนี้เมื่อค่ำมืดลงก็จะมืดสนิทการเดินทางในยามนี้นับว่าอันตรายยิ่งนัก 


เมื่อประครองร่างสูงไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งแล้วอ้ายเยว่จึงออกไปเก็บฝืนเพื่อนำมาก่อไฟ นำเนื้อแห้งออกมายัดใส่มือหนาก่อนจะเดินไปนั่งลงอีกด้านของกองไฟ โดยส่วนใหญ่แล้วทั้งคู่ไม่ค่อยได้คุยกันมากนัก แน่นอนว่าด้วยนิสัยคนตัวบางนั้นเจื้อยแจ่วอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่ร่างสูงกับถามสิบคำตอบคำหนึ่งพร้อมใบหน้าเรียบเย็น จนอ้ายเยว่ให้ฉายาใหม่จากองค์ชายบ้าอำนาจเป็นเจ้าก้อนหินแทน

 


“ท่านดูไม่รีบร้อนจะกลับวังเลยนะ” อดเอ่ยปากถามไม่ได้เมื่อร่างโปร่งสังเกตมาได้สักพักหนึ่งแล้วว่าอีกฝ่ายดูจะไม่เร่งรีบอันใดเลย

 

“ท่านไม่อยากกลับไปวังหลวง?” ลูกแก้วสีน้ำตาลลอบมองใบหน้าคมเมื่อจบประโยคคำถาม ใบหน้านั้นยังเรียบนิ่งเย็นชาดุจไม่รู้สึกรู้สาสิ่งใด มีเพียงดวงตาคมที่ไหวระริกอยู่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่มันจะสงบเรียบดังเดิมเห็นเพียงเปลวไฟที่สะท้อนในดวงตาและลุกโชติช่วงอยู่ภายในนั้น

 

“เจ้านอนเถอะ ข้าจะอยู่เวรยามในคืนนี้เอง” เมื่อเห็นเจ้าก้อนหินตัดบทเอาดื้อๆ อ้ายเยว่จึงอดจะยู่ปากใส่ไม่ได้ ก่อนจะล้มตัวลงนอนโดยไม่สนใจอีกฝ่ายเช่นกัน

 

อี้เฟยหลงเงี่ยหูฟังเสียงสวบเสียบก่อนทุกอย่างจะกลับมาเงียบสงบ ร่างสูงลอบระบายลมหายใจ ก่อนจะเอามือกอดอกเอนหลังพิงต้นไม้อย่างอ่อนล้า ดวงตาสองข้างคล้ายจะทอดมองไปไกลนั้นยังมืดมิด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาอนาทรร้อนใจอันใด บางทีอาจเป็นเพราะดวงตามองไม่เห็นหรือเปล่า เขาจึงได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของคนบางคนดังก้องอยู่ภายในชัดเจยขึ้นเรื่อยๆ นึกแล้วก็อดจะยิ้มออกมาไม่ได้ ร่างโปร่งบางนั้นดูเหมือนจะมีชีวิตชีวาอยู่ตลอด พลังงานในร่างเหมือนจะไม่มีวันหมดสิ้น ช่างเป็นบุคคลที่สดใสเริงร่าอยู่ตลอดเวลาดังไม่เคยมีเรื่องทุกข์ร้อนอันใด เขายอมรับว่า ชอบชอบในความสดใสและซื่อตรงนั้น สิ่งที่เขาไม่เคยได้พานพบมาตลอดชีวิต แม้จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆที่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็ไม่รู้เพราะเหตุใดเขากลับรู้สึกว่ามันเนินนานกว่านั้นมาก แม้ใบหน้านั้นจะไม่น่าดูชมเพียงไรเขาไม่เคยถือสา เพราะความงดงามที่เขาได้พานพบมาตลอดนั้นล้วนแล้วแต่เคลือบไปด้วยพิษสงแสนร้ายกาจ  แต่..ในตอนนี้เขาไม่ต้องการมีคนสำคัญมาเพิ่มในชีวิตไม่ว่าจะด้วยในฐานะใด  ช่วงเวลาเช่นนี้เขาจะมีจุดอ่อนไม่ได้เด็ดขาด เช่นนั้นแล้วจึงทำได้เพียงเว้นระยะห่างกับอีกฝ่ายเท่านั้นเอง

 

 

เมื่อรุ่งเช้ามาเยือน อาทิตย์สาดแสงส่องลอดลงมาตามแมกไม้ก่อให้เกิดเส้นแสงงดงามจับตา เหล่าสกุณาโผผินออกจากรัง สรรพพสัตว์ต่างออกหากิน ดวงตาคมค่อยปรือขึ้นอย่างง่วงงุนเมื่อรู้สึกถึงลำแสงที่ส่องเข้ามาตรงดวงหน้าดวงตาจึงกระพริบปริบเมื่อสู่แสงจัดจ้าไม่ไหว ก่อนจะค่อยๆลืมขึ้นอีกครั้งอย่างช้าๆ แล้วกวาดมองทัศนียภาพโดยรอบอย่างงุนงง นี่เขามองเห็นแล้วหรือนี่?

 

ดวงตาคมทอทอดมองไปยังกองไฟที่มอดดับแลเลยไปยังพรมใบไม้ที่ร่างโปร่งคงนำมาปูนอนเมื่อคืนแต่ปราศจากร่างคน  เมื่อนั้นจิตใจก็พลันนึกกังวลขึ้นมาก่อนจะลุกขึ้นออกตามหา ร่างสูงเดินลัดเลาะไปโดยรอบก่อนจะได้ยินเสียงลำธารน้ำไหลอยู่ไม่ไกล จึงเร่งฝีเท้าเดินไปตามเสียงนั้น เมื่อพบลอยเท้าคนในใจก็นึกยินดีว่าคนคงไม่ได้เป็นอันใด จึงลดฝีเท้าลงแต่ยังมุ่งตรงไปยังธารน้ำที่มองเห็นเบื้องหน้า

 

ยิ่งเข้าใกล้โสตก็สดับเสียงหวานร้องเพลงงึมงำในสิ่งที่เขาเองไม่ใคร่เข้าใจและไม่เคยได้ยิน แต่ก็ฟังเพลินแลไพเราะไปอีกแบบ อี้เฟยหลงจุดยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัวก่อนสาวเท้าเข้าใกล้เสียงแว่วหวานนั้นเรื่อยๆ จนมาโผล่ที่ลำธารเล็กสายหนึ่งกลางลำธารมีแอ่งหินเป็นหลุมลึกลงไประดับเอว ซึ่งมีร่างโปร่งบางขาวโพนอยู่ตรงกลาง กำลังเล่นน้ำอย่างเริงร่า เส้นผมดำขลับยาวจรดบั้นเอวแนบลู่อยู่กลางหลังขาวเนียน และเหมือนอีกฝ่ายจะรับรู้ได้ว่ามีผู้อื่นนอกจากตนเองอยู่ในสถานที่นี้  ร่างโปร่งบางนั้นจึงหันขวับมาทันที ก่อนที่ลูกแก้วสีน้ำตาลหวานระยับจะสบกับดวงตาคมวาวดุจดั่งเม็ดนิลที่มีแววตื่นตะลึง

 

“ท่านนั่นเอง ท่านตามหาข้าเจอได้อย่างไร?” อายเยว่ระบายลมหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นร่างสูงของอี้เฟยหลง เสียงหวานจึงเปล่งถามออกไปพร้อมกับเอียงหน้าอย่างงุนงงที่อีกฝ่ายนั้นยืนนิ่งดุจแข็งเป็นหินไปจริงๆเหมือนฉายาที่เขาแอบตั้งลับหลัง

 

“ใบหน้าเจ้า..” เสียงทุ่มเอ่ยออกมาบนราวเสียงกระซิบ แต่มีหรือที่หูระดับจิ้งจอกสวรรค์จะไม่ได้ยิน

 


ร่างโปร่งได้แต่ทำหน้าแหย่ 


แอบกรีดร้องในใจว่า ชิบหายแล้ววววว






-----------------------------------------------------------------------------





** ขอบคุณท่านผู้อ่านทุกคนที่ยังติดตาม แล้วก็ขอบคุณสำหรับคำติชมคำแนะนำต่างๆด้วยนะคะ



***เมื่อคืนก็ลืมรีบลงไปหน่อย ยังไงก็ขอสวัสดีปีใหม่เพื่อนๆนักอ่านทุกคนด้วยนะคะ ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง สุขสมหวังตลอดปีตลอดไปเลยจ้าา ❤❤




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

201 ความคิดเห็น

  1. #123 ROSALENE (@faketheway) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 18:39
    ชิบหายแล้วค่ะลูก555
    #123
    0
  2. #78 080863xxxx (@080863xxxx) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 00:07
    ชิบหายแล้ววว ถึงวังหลวงจากที่บอกว่าจะปล่อยคงต้องกลับคำ5555
    #78
    0
  3. #73 NT_EN (@PN-P) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 14:21
    ชิบหาย 5555 รู้ความจรองมันดีเสียนี่กระไร
    #73
    0
  4. #71 Muk Musa (@mukmusa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 06:08
    มัน มัน มัน... ค้างแรงค่ะ 55555 รอนะคะ
    #71
    0
  5. #69 94Pu[244] (@0918874584) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 12:40
    ชิบของบิบหาย 55555 ค้างแรงมาก
    #69
    0
  6. #68 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 12:36
    รอนะคะ
    #68
    0
  7. #67 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 11:13
    มีความชิบหาย5555
    #67
    0
  8. #66 Hunhan8899 (@Hunhan8899) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 06:45
    รอคะไรท์
    #66
    0
  9. #65 แมวดำ มุ้งมิ้ง (@46200311) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 05:50
    จะทำยังไงต่อดีล่ะ อ้ายเยว่
    #65
    0
  10. #64 Kornkanoklemsa (@Kornkanoklemsa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 05:08
    องค์ชายเห็นหน้าอ้ายเยว่แล้ววววว
    #64
    0
  11. #63 bassjeedjad (@bassjeedjad) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 02:11
    ค้างมากค่าาา อ้ายเย่วเกิดเรื่องแล้ว
    #63
    0
  12. #62 100943 (@100943) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 00:29
    ค้างค่าาาาาา 
    รอตอนต่อไป
    #62
    0
  13. #61 แกงส้ม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 10:35
    รอที่เหลือ และตอนต่อไป
    #61
    0
  14. #54 TherainStar (@xicrer1911) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 14:47
    สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ รอนะคะะะ
    #54
    0
  15. #53 แมวดำ มุ้งมิ้ง (@46200311) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 06:07
    สุขสันต์วันปีใหม่น้า~
    รอออ~
    #53
    0
  16. #52 bassjeedjad (@bassjeedjad) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 00:01
    ขอบคุณมากค่า เรารอน้า สุขสันต์ปีใหม่ค่า
    #52
    0
  17. #51 February Asce (@mira_asce) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 22:17
    ขอบคุณค่ะ
    #51
    0