ตอนที่ 2 : Engineering Children 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6062
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 206 ครั้ง
    1 พ.ย. 61

Engineering Children 2


[หยุดฝัน]


อย่ายิ้มได้ไหม มันน่ารังเกียจว่ะ


เพราะคำพูดนี้มันแทงใจดำแปลกๆ ผมเลยต้องมายืนยิ้มเป็นคนบ้าอยู่หน้ากระจก ทำไมเหรอรอยยิ้มของเรามันน่ารังเกียจมากเลยหรือ ผู้ชายคนนั้นถึงได้ทำท่าทางและมองด้วยสายตาแบบนั้น ผมคิดว่าเราจะเป็นเพื่อนกันได้ซะอีก ที่ไหนได้ เหอะ ไม่ๆ ผมไม่มีทางยอมแพ้


ดรอป เขาจะต้องเป็นเพื่อนที่ดีของผมแน่ๆ


เมื่อเลิกยิ้มได้ผมก็หันไปหยิบเสื้อนักศึกษาสีขาวมาใส่และติดกระดุมช้าๆ จากนั้นก็ยิ้มให้กระจกอีกรอบ เฮ้อ ต้องยิ้มแบบไหนเพื่อนถึงจะชอบใจหรือว่าเราจะต้องทำหน้านิ่งแบบเขากัน


ก๊อก!


หือ?


แมวเดินชนประตู?


ผมได้แต่เดาก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องนอนก็พบว่าเป็นแม่นี่เอง พ่อคงไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว ส่วนพี่หยุดฝนคงอาบน้ำอยู่หรือไม่ก็กำลังแต่งตัว วันนี้มีเรียนเช้า พอตอนเย็นก็ต้องไปเข้าห้องเชียร์บ้าบอคอแตกนั่นอีก หูจะฟังก็เพราะพี่ว้ากนั่นแหละ


“ลูกรักของแม่ ไปทานข้าวเช้านะคะ แม่ทำข้าวต้มไว้ให้แล้ว”


ข้าวต้ม?


...อีกแล้วเหรอวะ


“ครับ แม่ทำอะไรก็อร่อย หยุดฝันชอบไปหมดเลย” ผมบอกแล้วกอดเอวแม่ตัวเองเพื่อออดอ้อน เฮ้อ แต่ทำข้าวต้มทีไรผมต้องไปหาแดกที่โรงอาหารคณะทุกที ไม่รู้เหรอว่าข้าวต้มมันย่อยง่าย ผมไม่ใช่พวกกินน้อยเหมือนพี่หยุดฝนสักหน่อย


“พูดจาดีมาก ไปลูกจะได้รีบไปเรียน”


ผมลงมาทานข้าวเช้า (ก็ข้าวต้มนั่นแหละ) จนหมด พอหมดก็ช่วยแม่ล้างจานต่อจนเสร็จจากนั้นจึงขับรถไปเรียน บ้านตั้งอยู่ค่อนข้างห่างไกลจากมอพอสมควร ถ้ากะเวลาไม่ถูกคงไปเรียนสายได้ เผลอๆ ไม่ได้เรียนด้วยซ้ำเพราะอาจารย์แกชอบปิดประตูใส่นักศึกษา


เมื่อมาถึงคณะวิศวะผมจึงรีบเดินไปหาเพื่อนทันที ผมมีเพื่อนแล้วชื่อเบ็ดคนอ้วนและทินคนผอม ส่วนอีกคนชื่อดรอปไม่รู้ว่าเขานับผมเป็นเพื่อนด้วยรึเปล่า เฮ้อ ทำใจครับ


“เฮ้ย! ทำอะไรวะ” ผมถามก่อนจะเห็นว่าเบ็ดกำลังลอกการบ้านทินอยู่


“ศึกษาดูว่าการบ้านเขาทำยังไง”


ศึกษา?


ควรจะใช้คำว่าลอกมากกว่านะเพื่อนเบ็ด ผมนั่งลงบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนคนเดียวเพราะตัวหนึ่งเบ็ดนั่ง ตัวหนึ่งทินนั่ง ส่วนอีกตัวพวกมันเอากระเป๋าวางไว้แล้ว คือมีที่เดียวนั่นเองครับ ว่าแต่ดรอปยังไม่มาอีกเหรอวะ ผมคิดว่าเขาจะเป็นผู้ชายที่กระตือรือร้นในเรื่องการเรียนเสียอีก


“ทิน เบ็ด”


“ว่าไง” ทินกับเบ็ดตอบพร้อมกัน


“ทำไมดรอปถึงไม่ชอบเราล่ะ”


“หือ?”


“ท่าทางของเขาบ่งบอกว่าไม่ชอบเรามากๆ มากที่สุด ทั้งสายตา การกระทำ เมื่อวานเขายังบอกว่ารอยยิ้มของเรามันน่ารังเกียจด้วย” ผมระบายความในใจให้เพื่อนใหม่ฟังจนทินขมวดคิ้วเป็นปม


“จริงเหรอวะ”


“จริง”


“ดรอปเนี่ยนะ ไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าตัวจะพูดจริง”


“ทำไมถึงบอกว่ารอยยิ้มมันน่ารังเกียจวะ”


“ไม่รู้” ผมตอบเสียงแผ่วเบา


“ไหน ลองยิ้มให้พวกกูดูสิ”


คำพูดของเบ็ดทำให้ผมส่งรอยยิ้มสดใสให้จนเพื่อนทั้งสองคนหลุดขำทันที แน่นอนว่าเจอแบบนี้ถึงกับไปไม่ถูก เพื่อนกำลังมองว่ารอยยิ้มของเรามันน่ารังเกียจแบบที่ดรอปคิดใช่ไหม ไม่นะ กระจก (ที่บ้าน) บอกว่ารอยยิ้มของผมดูดี ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มมุมปาก ยิ้มกว้าง หรือยิ้มยังไงก็น่ารัก


“ขำอะไร มันดูตลกเหรอ ไม่มั่นใจตัวเองเลยเนี่ย”


“คิดมากเว้ย”


“ใช่ๆ ดรอปอาจจะเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ ปากแข็ง พวกไม่ยอมรับความจริง” ทินร่ายยาวมาเป็นประโยคจนผมทำหน้างงไปใหญ่


“ยังไง”


“โง่หรือโง่กันแน่วะ”


!!


“ล้อเล่นเว้ย ฮ่าๆ” ทินบอกพร้อมขำปิดท้าย


“แล้วดรอปมาเรียนตอนไหนเหรอ”


“พวกกูจะรู้ไหมเนี่ย”


“ใช่ เพิ่งรู้จักกันเมื่อวานเอง”


เอ๊ะนั่นดรอปนี่นา


ผมยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างสูงเดินมาทางลานจอดรถ วันนี้เขาใส่ชุดนักศึกษาถูกระเบียบตามที่มหาลัยกำหนด ใบหน้าของดรอปหล่อคมคาย ถ้าไม่รู้จักกันหรือมองแบบผ่านๆ ก็ดูออกว่าเขาเป็นคนเหนือ เขาว่ากันว่าคนเหนือมักหน้าตาดี ครั้งแรกไม่เชื่อเต็มร้อยหรอก พอได้มาเจอตัวจริงขอบอกเลยว่าเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์


“ดรอป นั่งด้วยกันไหม” ผมบอกด้วยความหวังดีและเขยิบที่นั่งให้แต่ดรอปเดินไปหยิบกระเป๋าเบ็ดและทินไปวางบนโต๊ะและนั่งตรงนั้น เขา...ทำท่ารังเกียจเราอีกแล้ว เขาไม่ชอบผมเหรอ


“เอ่อ มึงไม่ชอบหยุดฝันเหรอ” ทินถามก่อนจะเอามือเกาหัว


“เฮ้ย ไม่ชอบอะไรวะ หยุดฝันน่ารักออก” เบ็ดช่วยพูดแต่ดรอปเลือกที่จะมองไปทางอื่น เขาแสดงชัดเจนว่าไม่อยากได้ผมเป็นเพื่อนเลย ทำไมล่ะเรามันน่าเกียจมากเลยหรือ


“...เปล่า”


เหอะ ปากบอกว่าเปล่าแต่การกระทำมันสวนทาง


“เพื่อนกันเว้ย ทำตัวห่างเหินไปได้”


“ใช่ๆ เรายังต้องคบกันอีกตั้งสี่ปี”


“เนอะ หันหน้าไปคุยกับหยุดฝันหน่อยสิดรอป”


“...ไม่รู้จะคุยอะไร” เขาบอกทั้งที่ใบหน้ายังมองไปทางลานเกียร์ แค่นี้มันก็โคตรจะชัดเจน คงลำบากใจมากสินะที่มีเราอยู่ในกลุ่มด้วย


“ถ้าไม่อยากเป็นเพื่อนเรา เราไปหาเพื่อนใหม่ก็ได้” ผมบอกจบก็รีบลุกเพื่อจะเดินไปทักเพื่อนกลุ่มใหม่แต่พอเดินไปได้แค่ก้าวเดียวก็ถูกมือหนาคว้าเข้าที่ต้นแขนเสียก่อน พอหันไปมองพบว่าเป็นมือดรอปนั่นเอง


ผมสบตากับเขาเพราะอยากรู้จริงๆ ว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่แต่เขาไม่ยอมสบตาผมเลย เอาแต่มองพื้นดินอยู่นั่นแหละ ถึงมือเขายื้อแต่ในใจนี่คงอยากไล่ใจแทบขาด การเป็นเพื่อนกับผมมันไม่ได้แย่มากนักหรอก ผมสามารถช่วยเหลือเขาได้หลายอย่าง หรือว่า...


ผมเตี้ย


เตี้ย!


...เขาก็เลยไม่อยากคบด้วย


“ไม่อยากคบกับเราก็บอก ปล่อยดิ” ผมบอกจนดรอปต้องเงยหน้ามามอง


ถ้าผมมองไม่ผิดในแววตาคมสวยของเขามีแววเคอะเขินเล็กน้อยแต่แวบเดียวเท่านั้นมันก็กลับมานิ่งตายเช่นเดิม มือหนายังจับต้นแขนผมไม่ปล่อย อ่า ยิ่งมองแบบนี้เขาดูหล่อมาก ขนาดมองไกลๆ ยังหล่อลากเลยพอมองใกล้ๆ ก็...จะไปเหลือเหรอ น่าเสียดายที่เขาเลือกคบเพื่อน


“ดรอปปล่อย”


“คือ...”


“มึงเขินหยุดฝันเหรอ”


“เฮ้ย!” ดรอปร้องเสียงตกใจและรีบปล่อยแขนผมออก คราวนี้ผมจ้องคนที่เคยจับแขนก่อนหน้านี้ทันที เขาเนี่ยนะจะเขินเราขนาดเป็นเพื่อนกันยังไม่ยอมเป็นเลย


“กูว่าชัวร์ เป็นธรรมดามีเพื่อนน่ารักก็แบบเนี่ย อย่าเครียดเลยหยุดฝัน ดรอปมันเขิน กิ้วๆ” ทินว่าพลางส่งสายตาแซวเต็มที่จนร่างสูงพลันส่ายหน้ารัวๆ


“ไม่ได้เขินเว้ย” ดรอปตอบทินทันทีแล้วหันไปมองทางอื่น


ผมยังคงยืนนิ่งไม่ขยับไปไหนจนเบ็ดต้องลุกมาแล้วจับแขนผมให้นั่งลงข้างดรอปจนรายนั้นรีบขยับตัวให้นิดหน่อยแต่ทินก็ลุกมาและจับไหล่ดรอปพร้อมดันมาทางผมเหมือนทั้งสองคนกำลังจะแกล้ง บ้าเอ๊ยแล้วผมจะเขินทำไมวะ


“พวกมึงอย่าดันดิวะ”


“เขินล่ะซี้ ~ ที่ไม่อยากเป็นเพื่อนเพราะอยากเป็นแฟนอ๋อ ~ ”


“น่อววว แรกพบสบตาก็ปิ๊งกันได้”


“รักนี้กระแทกใจน่าดู ฮิฮิ”


“จีบเลย หยุดฝันน่ารักขนาดนี้ ปล่อยไว้ระวังมีคนแย่งนะเว้ย”


เพื่อนสองคนผลัดกันพูดจนดรอปต้องมองด้วยตาโหดๆ เพื่อกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง ผมหันไปมองเขา เขาก็หันหน้าหนีจนเพื่อนโห่แซวทันที นี่เขาเขินผมจริงๆ เหรอหรือไม่อยากเป็นเพื่อนด้วยกันแน่


“ดรอปเขินเหรอหรือไม่อยากเป็นเพื่อนกับเรา” ผมถามจนเขาหันหน้ามามองแค่แวบเดียวแล้วรีบก้มหน้าลงแถมแก้มยังขึ้นสีอีกต่างหาก บ้าบอเถอะ ไอ้ท่าทางแบบนี้มันน่ารักน่าเอ็นดูเกินไปแล้ว


“...”


“...”


เขาคงไม่อยากตอบแหละ ผมเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร


“ก็ได้ เราไม่ไปหาเพื่อนกลุ่มอื่นแล้ว ไปรอเรียนกันเถอะ” ผมบอกก่อนที่เบ็ดจะคืนสมุดให้ทินเพราะลอกเสร็จแล้ว เฮ้อ โชคดีที่ผมทำเสร็จตั้งแต่ที่บ้านโดยไม่ต้องมาลอกใคร


เราสี่คนเดินเข้ามาในห้องเรียนได้ก็จับจองที่นั่งเป็นของตนเองและการนั่งแถวหลังสุดถือว่าดี เบ็ดนั่งริมประตู ถัดมาเป็นทิน แล้วก็ผม ปิดท้ายด้วยดรอปที่ดูนิ่งสนิท ดวงตาเรียวคมสวยมองหน้าจอไม่เปลี่ยนผมเองก็จดเนื้อหาสรุปแบบคร่าวๆ ลงไปก่อนที่จะหมดเวลา ซึ่งก็พักเที่ยงพอดี


หิว...คำนี้ลอยอยู่ในหัวนานแล้ว


“วันนี้เลิกคลาสได้ อย่าลืมทบทวนเนื้อหานะครับนักศึกษา”


อาจารย์ปล่อยนักศึกษาปีหนึ่งก่อนที่พวกเราจะรีบเก็บของเพื่อเตรียมตัวไปหาข้าวมื้อเที่ยงกิน เขาบอกกันว่าโรงอาหารคณะวิศวะมีคนแวะมากินข้าวเยอะมาก ไม่รู้ว่าจริงไหมเพราะวันนี้เป็นวันแรก เมื่อวานไปฝากท้องที่โรงอาหารคณะแพทย์มา เลิศหรูจนอยากแวะไปกินอีกแต่ไม่ไหว ไกลไป


“ไปกินข้าวกัน มีเรียนบ่ายอีก” ผมบอกเพื่อนก่อนที่ทินกับเบ็ดจะส่ายหน้าไปมา


“โทษที กูต้องไปเพื่อนทินที่ธนาคาร พวกมึงสองคนไปหาข้าวกินก่อนเลย”


“อ้าว งั้นเจอกันตอนบ่ายนะ”


“โอเค”


“แล้วกินข้าวเที่ยงกันไหม”


“เดี๋ยวฝากท้องที่เซเว่น”


“ฝากซื้อข้าวรึเปล่า”


“ไม่ต้องหรอก ไปกินข้าวกับดรอปเถอะ แล้วเจอกันเว้ย”


“เออๆ”


ผมโบกมือลาเพื่อนและหันไปมองร่างสูงที่ยืนด้วยท่าทางแปลกๆ เหมือนกำลังประหม่าอยู่ ไม่คิดเลยว่าผู้ชายหน้านิ่งแบบเขาจะมีท่าทีอึกอักเป็นด้วย เห็นแล้วน่าแกล้งดีแฮะ ผมจึงแกล้งยื่นมือไปกุมมือเขาไว้จนเจ้าตัวสะดุ้งเบาๆ แล้วก้มมองมือที่ผมจับอยู่


“ไปกินข้าวกัน เดี๋ยวเราเลี้ยง” ผมบอกและจูงมืออีกฝ่ายไปทางโรงอาหาร จะไปไกลก็กลัวกลับมาเรียนไม่ทัน ทางที่ดีกินที่คณะเนี่ยแหละ


แล้วทำไมคนที่ผมจับมืออยู่ถึงเกร็งจังวะ


“ไม่ต้องจับมือกันก็ได้มั้ง”


“รังเกียจสินะ”


“เปล่า” เขารีบตอบอีกแล้ว


“งั้นขอจับมือหน่อยได้ไหม”


“กะ”


“เราไม่ค่อยรู้ทางในคณะวิศวะเท่าไหร่ กลัวหลง”


“...”


ดรอปมองผมประมาณว่าเล่นมุขบ้าอะไรวะ ผมยังแอบขำกับมุขบ้าบอแถมยังตกกระป๋องของตัวเองนิดหน่อย คิดได้ไงวะเนี่ย แต่ผมก็เลือกที่จะกุมมือหนาไปทางโรงอาหารประจำคณะ ซึ่งบัดนี้มีคนมาซื้ออาหารเยอะมาก คาดว่ามีเด็กต่างคณะมากกว่าครึ่งชัวร์ ปกติคณะวิศวะมักมีเพศชายสิงสถิตเยอะที่สุด ตอนนี้บอกเลยว่าชายหญิงมีเท่าเทียมกัน คนจะเยอะไปไหนเนี่ย


“ดรอปกินอะไร”


“อะไรก็ได้”


“เมนูนั้นไม่มีขายหรอก” ผมตอบทันทีจนเขานิ่งลง


“...กินเหมือนฝัน”


หือ?


เรียกฝันเฉยๆ เหรอแต่ผมไม่ว่าอะไรหรอก ผมปล่อยมืออีกฝ่ายออกแล้วเดินไปสั่งก๋วยเตี๋ยวมาสองชามและจัดการปรุงรสให้ด้วยเลย ส่วนดรอปเดินไปซื้อนมเย็นมาสองแก้ว คิดยังไงเนี่ยถึงกินนมเย็น พอเห็นผู้ชายหน้านิ่งถือแก้วน้ำสีชมพูแล้วมันอดจะมองว่าน่ารักไม่ได้เลย


“ดรอป”


“...” เขาไม่ตอบแต่มองผมไม่ละสายตาไปไหน


“ไปนั่งตรงนั้นกัน คนไม่ค่อยมี” ผมบอกและเดินนำไปทางโต๊ะที่ไร้คนนั่งอยู่


เราสองคนนั่งกินก๋วยเตี๋ยวไปเรื่อยเปื่อย บางทีก็เงยหน้าส่งยิ้มให้อีกฝ่ายทั้งๆ ที่เขาก็ตีหน้านิ่งเสมอต้นเสมอปลาย และในจังหวะนั้นเองที่หูผมดันไปสะดุดอะไรบางอย่างเข้า บางอย่างที่รู้แน่ๆ ว่าแฝดพี่หน้าตาไม่เหมือนต้องมีแฟนเป็นเด็กวิศวชัวร์


“ไม่เจอกันตั้งนาน เป็นไงบ้างวะ”


“ก็ดี”


“แล้ว...”


“เข้าเรื่องเถอะ ให้มาหาไกลขนาดนี้มีอะไร”


“ปอนด์ มึงเป็นพี่รหัสหยุดฝนเหรอ” เสียงนี้น่าจะเป็นเฮดว้ากกล


“เออ ชอบน้องรหัสกูเหรอ”


“กูมีเรื่องอยากให้มึงช่วย”


“กูว่าแล้วว่ามึงต้องเรียกกูมาใช้งาน”


“เพื่อนกัน แค่นี้ช่วยไม่ได้?”


“เออๆ ให้ช่วยอะไร”


ผมนั่งกินก๋วยเตี๋ยวแล้วฟังไปเรื่อยๆ พี่กลสั่งให้พี่ปอนด์ไม่รับพี่หยุดฝนเข้าสายรหัสง่ายๆ เขาต้องการให้แฝดพี่เดินไปขออีกฝ่ายกอดและขอช็อปไปใส่ด้วยสามวัน ให้ใส่ร้ายป้ายสีว่าเขาโหดยังไงก็เชิญ เหอะ แค่ฟังดูก็รู้แล้วว่าพี่หยุดฝนไม่มีทางรอดพ้นจากเงื้อมมือเฮดว้ากไปได้แน่


แต่ก็ยังดีที่เป็นเฮดว้าก เพราะพี่กลเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง


“มึงนี่แม่งชั่วฉิบหายเลยไอ้กล” พี่ว้ากคนหนึ่งบอก ผมก็ฟังไปเรื่อยๆ


“คนนี้น่ารัก กูจริงจัง กูอยากได้”


“ฟันแล้วทิ้งรึเปล่าวะ”


“เข้าใจคำว่าจริงจังไหม”


แล้วพวกพี่เขาก็คุยกันไปเรื่อยๆ จนผมกับดรอปกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ จากนั้นเราสองคนจึงเดินไปนั่งรอที่ห้องเรียน นั่งรอไม่นานเบ็ดกับทินก็เดินกลับมา ใบหน้านี่เหงื่อท่วมเลย ไปธนาคารหรือไปออกกำลังกายวะ


“เหนื่อยว่ะ” เบ็ดบอกก่อนจะทิ้งตัวลงข้างๆ แถมยังหายใจโคตรแรง


“มึงอ้วนไง เดินมากก็บ่น เดินน้อยก็อ้วน”


“อ้วนก็ยังดีกว่าผอม...แบบมึง”


“กูทำไมฮะ”


“ผู้ชายอะไรตัวเล็ก ผอมแห้งจนแทบเห็นกระดูก ผิวก็ขาวซีด อี๋ อีผีเดินได้”


“ไอ้อ้วน!!


แล้วทั้งสองคนก็ทะเลาะกันแบบไม่เกรงใจใคร ผมเห็นแล้วเหนื่อยใจแทนจึงหยิบมือถือมาเล่นเฟซบุ๊กคั่นเวลา ดรอปที่นั่งข้างๆ ยื่นมือมากระตุกแขนเสื้อนักศึกษาเบาๆ โดยไม่พูดจาอะไร เจ้าตัวยื่นโทรศัพท์ตัวเองให้พร้อมกับหน้าจอที่โชว์ไลน์อยู่ จะขอไอดีไลน์ว่างั้นเถอะ


“ทำไมอ่ะ” ผมแกล้งถาม โดยไม่รับมือถือเขามากดให้


“ขอไอดีไลน์หน่อย”


“ได้ครับ” ผมยิ้มรับและพิมพ์ไอดีไลน์ให้ จากนั้นก็เข้าไลน์ตัวเองเพื่อรับเขาเป็นเพื่อน เจ้าตัวมองแล้วยิ้มมุมปากแวบเดียว ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ผมเห็นนะว่ามันหล่อมาก ทำไมไม่ยิ้มบ่อยๆ ล่ะ


“ขอเบอร์บ้างดิ” ผมยื่นมือถือตัวเองไปให้ เขาก็กดเบอร์ตัวเองโดยไม่พูดหรือแย้งสักคำ


“โอ๊ยผลัดกันขอเบอร์แลกไลน์มันเชย”


“แล้วต้องขออะไรครับพี่เบ็ด” ทินแกล้งถามก่อนที่เบ็ดจะหันมามองเราด้วยสายตาแซวๆ แซวบ้าแซวบออะไรแค่ดรอปยอมคุยด้วย ไม่ทำท่ารังเกียจใส่ก็ดีแค่ไหนแล้ว


“ขอ...เบอร์ห้องไปเลยเซ่!


“ฮ่าๆ”


เอาเข้าไป ~


“คืนนี้ไปแดกเหล้ากัน เนอะ” ทินถามเพื่อน พวกเราจึงพยักหน้าลง


“โอเค เจอกันหนึ่งทุ่มที่ผับพี่ปอนด์”


อ๋อ ผับพี่คนนั้นนี่เอง หึๆ


และแล้วเวลาเรียนก็เริ่มต้นขึ้น พอเรียนเสร็จก็ไปฟังรุ่นพี่ว้ากใส่ต่อ พอว้ากเสร็จจึงแยกย้ายกันกลับบ้านพอหนึ่งทุ่มก็ไปผับพี่ปอนด์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไหร่ พอไปถึงผมจึงรีบเดินไปหาดรอปที่นั่งอยู่ทันที คืนนี้เจ้าตัวเท่มาก เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงยีนส์สีดำและรองเท้าหนังสีน้ำตาล ผมก็เซตเป็นทรงเท่ๆ จนสาวในผับมองกันเป็นตาเดียว


“ดรอป”


“อืม” เขาตอบรับก่อนที่ผมจะนั่งลงข้างๆ เขา เบ็ดกับทินยังไม่มาเลย


“พี่ เอาเหล้าแรงๆ มาที่หนึ่ง”


“พี่ไม่ต้องแรง เบาๆ พอ”


ดรอปขัดก่อนที่พนักงานจะพยักหน้าลง ไม่นานเขาก็นำเครื่องดื่มสีหวานมาเสิร์ฟ ผมยกแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นมาจิบเบาๆ จนสายตาสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งของพี่ชายและเฮดว้ากที่กำลังยืนกอดกันอยู่ แหม จะเอาพี่ผมทำเมียให้ได้เลยใช่ไหม สีหน้านี่เจ้าเล่ห์มาก หึๆ


“ยิ้มให้ใคร!” ดรอปถามเสียงห้วนผมเลยหันไปขมวดคิ้วใส่ทันที ยิ้มเหรอ แล้วผมยิ้มให้ใครที่ไหนเล่า ผมชี้นิ้วไปทางพี่หยุดฝนก่อนที่ดรอปจะมองตาม


“นั่นแฝดพี่ของเราชื่อหยุดฝน เฮดว้ากนี่จ้องจะงาบพี่เราให้ได้เลยสินะ”


“อ๋อ”


“เมื่อตอนเที่ยงเราได้ยินพวกเฮดว้ากคุยกับเจ้าของผับด้วย พี่ปอนด์เป็นพี่รหัสของพี่หยุดฝน ไม่คิดว่าเลยเฮดว้ากจะใช้วิธีนี้จีบว่าที่คุณหมอ หึ!


“ผู้ชายสองคนชอบกัน ฝันคิดยังไง”


“เฉยๆ มันเป็นเรื่องของความรู้สึก” ผมตอบก่อนจะหยิบแก้วแอลกอฮอล์มาจิบอีกรอบ ไม่นานมือถือก็สั่นทันที ใครโทรมาตอนนี้วะ พอหยิบออกมาดูพบว่าเป็นทินนั่นเอง


(หยุดฝัน!)


“เออ ตะโกนทำไมวะ” ผมถามกลับก่อนจะได้ยินเสียงรถวิ่งบนท้องถนน


(รถเสีย กูกับไอ้เบ็ดคงไปไม่ได้แล้ว)


“อ้าว อยู่ไหน เดี๋ยวไปหา”


(ไม่ต้อง ช่างเอารถไปแล้ว แค่นี้นะ)


ตู๊ดๆๆ


“อ้าวเฮ้ย ทินๆ” ผมพยายามเรียกแต่ปลายสายตัดไปก่อนแล้ว ดรอปที่นั่งดื่มอยู่ข้างๆ หันมามองพลางเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อย เขาคงไม่ได้ยินที่ทินบอกนั่นแหละ เสียงเพลงในผับดังขนาดนี้นี่หว่า


“เป็นอะไร”


“ทินรถเสีย จะกลับหรืออยู่ต่อ?” ผมถามคนตัวสูงก่อนที่เขาจะก้มหน้ามองนาฬิกาข้อมือสีดำและหันไปมองรอบๆ ด้วยสายตาหงุดหงิด เป็นอะไรของเขาเนี่ย


“กลับ”


“ทำไมรีบอ่ะ”


“ผู้ชายมองฝันเต็มไปหมด ไม่เห็นเหรอ”


ดรอปมองด้วยใบหน้าจริงจังและลุกขึ้นยืน ผมมองไปรอบๆ ก็เห็นผู้ชายมองเยอะจริงๆ แต่ผู้หญิงก็มองเขาเยอะเช่นกัน ยังไม่ทันได้ประท้วงอะไรดรอปก็ดึงแขนผมให้ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากผับทันที แต่ยังไม่ทันได้ออกไปไหนก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาขวางทาง


“ขอโทษนะคะสุดหล่อ ชื่ออะไรเหรอ” เธอกรีดรอยยิ้มถามดรอปที่ยืนอยู่ตรงหน้า ผมเผลอบีบมือเขาด้วยความกังวล กลัวว่าคนตัวสูงจะไปกับเธอ


“ขอโทษ ผมรีบ”


“งั้นเอาเบอร์หวานตาไปนะคะ”


“ไม่ดีกว่า” ดรอปปฏิเสธทันทีจนเธอหน้าเสียเล็กน้อยแต่ก็กลับมายิ้มได้


“แหม ทำไมรีบปฏิเสธจังคะ”


“เมียหวง” เขาบอกและปรายตามามองผมที่ยืนอยู่ด้านหลัง เธอหันมามองผมก่อนจะเหวอไปเล็กน้อย ยังไม่ทันได้พูดอะไรดรอปก็รีบจูงมือผมออกมาทันที


เมื่อกี้เขาบอกว่าเมียหวงงั้นเหรอ แล้วเมียของเขา อ่า ใช่เรารึเปล่า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 206 ครั้ง

256 ความคิดเห็น

  1. #148 Kimpuaypark (@jubjubsj) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 16:15
    ไฟแรงมากกกพี่ดรอปปป
    #148
    0
  2. #122 AM LAZY (@BOBlove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 20:29
    <p>เค้าเป็นเมียเธอแล้วรึ</p><p><br></p>
    #122
    0
  3. #101 chanjao_jaokha (@chanjao_jaokha) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 14:30
    เมียหวงงง
    #101
    0
  4. #29 MonnPK (@MonnPK) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 23:15
    วรั้ยยยตัยแล้ววววว
    #29
    0
  5. #18 ++karnse it++ (@karnandexofan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 08:10
    น่ารรักกกกกกกกก
    #18
    0
  6. #17 Kanokon981 (@Kanokon981) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 16:36
    ดรอปนี่น่าเอ็นดู5555
    #17
    0
  7. #16 bv12046 (@bv12046) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 23:37
    ดรอปตอบได้ถูกใจเจ๊มาก55
    #16
    0
  8. #15 เกรียวเมฆ.W (@P_pare42) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 16:20
    ดรอปเป็นผู้ชายที่น่ารักมากอ่ะจุดนี้ ฮือ~~-//-
    #15
    0
  9. #14 mikana (@mikan_sm) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 13:15
    โอยนังดรอปบ้าา เมียหวงอะไร แกนั่นแหละหวงเมียย อิบ้าาา 5555555
    #14
    0
  10. #13 kliaomai (@kliaomai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 13:18
    เมียหวงง55555 โอ้ยยยย
    #13
    0
  11. #12 Pichaya Ngaosai (@ice-202456) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 23:41
    โอ้ยยย อยากอ่านต่อเร็วๆอ่าาาา
    ฮรื่ออออ TT
    #12
    0
  12. #11 Chadosmile (@Pichaho) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 20:26
    พี่กลนี่ร้ายยย555
    #11
    0
  13. #10 viewweeyong (@viewweeyong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 13:49
    ดรอปน่ารัก~~
    แล้วกลนี่ร้ายมากอะ
    #10
    0
  14. #9 MayHunnie (@sommapa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 13:22
    เชื่อเลยว่าพี่กลร้ายจริงๆ
    โอ๊ยย ดรอปปป ทำไมน่ารักอย่างนี้ละค้าบบบ ><
    #9
    0
  15. #8 bv12046 (@bv12046) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 07:27
    เมียเขาหวงด้วยแหละ55
    #8
    0
  16. #7 loognamfzt403 (@loognamfzt403) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 06:43
    อ้ายยยยย ดรอปน่ารัก น้องฝันจีบก่อนเลยลูก 555 รอนะคะ
    #7
    0
  17. #6 Skyzui (@suthammaklangnet) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 00:25
    เดี๋ยวนี้เค้าฮิตความตะมุตะมิหรอ ทำไมดรอปน่ารักขนาดนี้
    #6
    0
  18. #5 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 21:15
    ใช้เลยย
    #5
    0