ตอนที่ 4 : Engineering Children 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 207 ครั้ง
    1 พ.ย. 61

Engineering Children 4


ดรอป...งั้นเหรอ


ผมเลื่อนกระจกรถลงอีกรอบก่อนจะสังเกตเห็นว่าเขาขับรถมอเตอร์ไซค์กลับมาหรือว่าลืมอะไรไว้รึเปล่า ไม่น่าจะใช่เพราะผมไม่ได้ฝากอะไรไว้กับดรอปสักอย่าง ดรอปเองก็ไม่ได้ฝากอะไรไว้ด้วย อ่า จะฝากได้ยังไงในเมื่อวันนี้เราไม่ได้คุยกันสักคำ


“มีอะไรเหรอ” ผมถาม เขาเลยก้มหน้ามามองนิ่งๆ


“ทำไมไม่กลับบ้าน”


“เอ่อ กลับแล้วจะกลับเดี๋ยวนี้” ผมบอกและทำท่าจะเลื่อนกระจกขึ้นแต่ดรอปเอามือมากดกระจกรถไว้เสียก่อน ใบหน้าหล่อคมเข้มตอนนี้ขมวดคิ้วมุ่นคล้ายไม่ชอบใจอะไรสักอย่าง


“ขับรถไม่ไหวก็อย่าโง่”


ทำไมชอบด่ากันล่ะ


“ออกมาแล้วไปนอนด้วยกันก่อน”


ผมอ้าปากค้างทันทีเพราะไม่คิดว่าเขาจะชวนก่อนแบบนี้ ไม่คิดเลยว่าดรอปจะเป็นฝ่ายเข้ามาคุยด้วย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่หยิ่งหรอก เลือกที่จะเปิดประตูออกไปและล็อครถให้เรียบร้อย แน่นอนว่าคงต้องจอดรถคันนี้ไว้ที่นี่ ไม่น่าจะมีใครมาลักขโมยหรอกกล้องวงจรปิดก็มีนี่


เมื่อออกมาได้แล้วก็ปีนขึ้นไปนั่งเบาะหลัง ขานี่สั่นพับๆ เลย สงสัยการลงโทษวันนี้จะทำร้ายขาตัวเองมากซะเหลือเกิน พอดรอปขับรถเข้ามาภายในคอนโดผมก็เดินตามหลังอีกฝ่ายจนมาถึงห้องชุดนั่นแหละถึงรีบนั่งลงที่โซฟา อยากจะนอนหลับใหลซะเดี๋ยวนี้


“ไปอาบน้ำสิฝัน”


“ดรอปไปอาบก่อนเลย” ผมบอกทั้งที่ยังหลับตาอยู่


เหนื่อยว่ะ


ผมนอนหลับตาไปสักพักก่อนจะลืมตามองไปทั่วห้องนั่งเล่น ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนเลยแม้กระทั่งดรอป เขาคงไปอาบน้ำก่อนนั่นแหละ ในระหว่างที่กำลังสำรวจไปทั่วห้องอยู่นั้นสายตาดันเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะหน้าทีวี ผมจึงขยับตัวไปหยิบมาดู


หนังสือ...แอบรักเพื่อน


ดรอปอ่านอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ ผมอ่านสารบัญไปเรื่อยเปื่อยก็เปิดมาดูข้อดีของการมีแฟนเป็นเพื่อนสนิท ในหนังสือบอกว่าถ้าเราได้เพื่อนเป็นแฟนจะช่วยลดเวลาในการศึกษาจิตใจของกันและกัน ประมาณว่ารู้จักนิสัยใจคอกันดีแบบเนี่ย แล้วเราก็สามารถเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องพยายามปรับตัวให้มากมาย อืม ได้เจอกันบ่อยๆ และข้อดีอีกมากมาย


ผมอ่านไปคร่าวๆ มันก็ดีจริงแหละแต่ถ้าเกิดเลิกกันแบบเนี่ยจะไปมองหน้ากันได้ยังไง คำว่า ‘เพื่อนสนิท’ เนี่ยในความคิดของผม ผมคิดว่ามันต้องรู้จักกันมากระดับหนึ่ง สนิทกันพอสมควร รู้นิสัยกันดี


หือ?


ผมขมวดคิ้วเมื่อเจอหัวเรื่องสัญญาณบ่งบอกว่าคุณตกหลุมรักเขาแล้ว ผมรีบเปิดไปอ่านทันที ข้อแรกแอบมองทุกครั้งที่มีโอกาส อ่า ผมก็เผลอแอบมองดรอปอยู่บ่อยครั้งนะ เอ๊ะ! แล้วทำไมต้องไปเปรียบเทียบกับดรอปด้วยวะ ข้อต่อไปไม่กล้าสบตา


อยากพิสูจน์จังเลยแฮะ


ข้อต่อไป อารมณ์ดีทุกครั้งที่ได้เจอ มันจริงเหรอแล้วผมเป็นแบบนั้นรึเปล่า พอได้ยินเสียงเท้าคนเดินเข้ามาผมจึงรีบวางหนังสือไว้ที่เดิม ดรอปเดินมาพร้อมถ้วยมาม่าถ้วยใหญ่และนมอุ่นสองแก้ว


“เหลือมาม่าซองเดียว กินไปก่อนนะ”


“ไม่เป็นไร” ผมบอกก่อนที่ดรอปจะวางถ้วยลงตรงหน้า


กลิ่นหอมดีแฮะ


“กินอะไรรึยัง”


“เอ่อ ไม่หิว”


“หิวแน่นอน กินด้วยกันสิ” ผมบอกและใช้มือขยับถ้วยมาม่าไปทางเขาเล็กน้อย ดรอปนั่งลงข้างๆ ก่อนจะใช้ช้อนส้อมตักเส้นมาม่าขึ้นมา กลิ่นหอมจนท้องเกือบร้องเลยแฮะ


ผมใช้ช้อนส้อมตักเส้นมาม่ามาพร้อมกับดรอป เรากินมาม่ากันไปเรื่อยๆ และบังเอิญว่ามันเป็นเส้นเดียวกัน ทำไมภาพแบบนี้มันเหมือนในหนังจังวะ อ้าปากงับเส้นมาม่า สายตาสบกันจนผมเริ่มเคอะเขินกับความหล่อเหลาของอีกฝ่าย ไม่รู้อีกคนจะรู้สึกแบบไหน


นี่เราเป็นอะไรไปวะ


ไม่รู้ว่าเราสบตากันนานแค่ไหนแล้ว ยิ่งมองดวงตาสีสวยของอีกฝ่ายก็เขินจนหน้าร้อนมากจึงต้องเลี่ยงไปมองริมฝีปากของเขาแทน ให้ตายสิ ผู้ชายตรงหน้าสร้างมาจากรูปปั้นรึไงทำไมพ่อแม่ถึงออกแบบลูกชายได้ดูดีขนาดนี้ แอบอิจฉาพี่หยุดฝน อิจฉาผู้ชายทุกคนรวมถึงดรอปด้วย ทำไมพวกเขาถึงหน้าตาหล่อ


เหอะ แล้วทำไมผมต้องหน้าหวานปานผู้หญิงเยี่ยงนี้


ไม่ชอบเลยแฮะ


“จะจ้องอีกนานไหม กินไปสิ” ดรอปบอกและผละตัวออกไป อ้าว เขาไม่กินแล้วเหรอ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีท่าทีอึดอัดแปลกๆ เหมือนอยากพูดอยากทำอะไรบางอย่างแต่ไม่กล้าทำ


“ไม่กินแล้วเหรอ”


“ไม่ รีบกินรีบไปอาบน้ำเถอะ”


“อือ” ผมตอบรับและกินมาม่าคนเดียว


ใช้เวลาประมาณห้านาทีผมก็เดินเอาถ้วยไปล้างและเข้าห้องไปอาบน้ำ ซึ่งดรอปยังคงนั่งดูหนังไม่ไปไหนเลย เมื่ออาบน้ำเสร็จก็หยิบเสื้อผ้าของดรอปมาใส่แบบไม่ขอคำอนุญาตใดๆ ทั้งสิ้น ไม่นานดรอปก็เข้ามาอีกครั้งเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง อืม เรื่องที่นอนเหรอ


“ดรอปนอนในห้องตัวเองเถอะ ฝันไปนอนที่โซฟาได้” ผมบอก ถึงแม้ว่าเมื่อคืนตัวเองจะนอนบนเตียงก็ตาม แน่นอนว่าดรอปเสียสละด้วยการนอนโซฟา เพิ่งสำนึกได้ว่าตัวเองไม่น่าทำแบบนั้น


“ไมต้อง จะเดินมาบอกให้นอนในห้องนี้ไป”


ว่าแล้วเจ้าตัวก็รีบเดินหนีราวกับผมเป็นของร้อน อยู่ใกล้นานๆ อาจจะตายได้ ทำไมเขาถึงมีท่าทีเหินห่างไม่เหมือนเพื่อนทั่วไปเลย เบ็ดกับทินยังโอเคกว่าตั้งเยอะแน่ะ แบบนี้มันต้องมีอะไรแน่นอนถ้าสงสัยต้องหาคำตอบให้ได้ อยากจะรู้นักว่าผมมันน่ารังเกียจตรงไหนกัน


เมื่อคิดได้แบบนั้นจึงเดินออกจากห้องนอนแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องนั่งเล่น ซึ่งดรอปกำลังนอนอยู่ เขาเอาแขนเกยบนหน้าผากตัวเองราวกับหนักใจนักหนา ถ้าไม่ชอบให้ผมมาอยู่ด้วยแล้วจะชวนทำไม


“ดรอป”


“ทำไมไม่ไปนอน มันดึกแล้ว ไปนอนสิ” ดรอปบอกโดยไม่ยอมขยับตัวไปนอนในห้องตนเอง ผมเป็นผู้อาศัยจะมานอนในห้องเจ้าของได้ยังไง


“ดรอปนั่นแหละไปนอนห้องตัวเอง”


“อย่าดื้อได้ไหม”


“ดรอปไปนอนบนเตียงเถอะ”


“ฝันแหละไปนอน ปวดขาไม่ใช่...เฮ้ย!” ดรอปร้องเสียงหลงเมื่อผมแกล้งล้มตัวใส่หน้าอกเขาพลางเอาใบหน้าตัวเองซบอกแกร่งด้วย เสียงหัวใจอีกฝ่ายเต้นแรงจนน่าตกใจ เขากำลังตื่นเต้นงั้นเหรอ


“ฝันปวดขา คงต้องนอนเบียดบนโซฟากับดรอปแล้วแหละ”


“หา? ลุกสิเดี๋ยวอุ้มไปส่งก็ได้”


“ฝันตัวไม่หนักหรอก นอนบนตัวดรอปก็สบายดี” ผมบอกแล้วเอาแขนกอดรัดกายหนาใต้ร่างตัวเอง เขาพยายามจะแกะมือผมออกให้ได้แต่มีหรือที่มันจะสำเร็จ ถ้าดรอปไม่กลับมาเป็นเพื่อนที่ดีเหมือนเคยจะแกล้งเขาอยู่แบบนี้แหละไม่ก็พูดมาตามความจริงเลยว่าอะไรทำให้เขาเกลียดผม


“ฝัน ลุกไปได้ไหม”


“รังเกียจเหรอ บอกมาสิว่า ‘เกลียด’ รับรองว่าหากดรอปพูดมันออกมาฝันจะไม่เข้าใกล้อีกแน่นอน” ผมร่ายยาวจนร่างสูงชะงักไป ไม่รู้เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่


“...”


“บอกฝันได้ไหมว่าทำไมถึงรังเกียจกัน”


“ไม่เคย...คิด แบบนั้น” เขาบอกและนอนนิ่งเป็นหุ่นไร้ชีวิต มือก็ไม่ยอมยกมาแตะตัวผมสักนิดเดียว ทำไมเหรอการกระทำมันชัดเจนขนาดนี้แล้วยังบอกว่าไม่เคยคิดอีก


“แล้วทำไมถึงไม่แตะตัวฝันบ้าง”


“จะให้แตะยังไง กอด จับมือ ลูบหัว ลูบหลังแบบนั้นนะเหรอ”


“ก็...ใช่”


“ไอ้การกระทำแบบนั้นมันควรเอาไปใช้กับแฟนมากกว่า” เขาบอกจนผมเริ่มคิดหนัก การกระทำของตัวเองในตอนนี้มันมากกว่าคำว่าเพื่อนไหม นั่นสิผมอยากให้ดรอปนอนกอด จับมือ ลูบหัว เพิ่งคิดได้ว่าไอ้สิ่งพวกนี้มันต้องใช้คำว่าแฟน แต่...เพื่อนกันไม่ควรคิดใช่ไหม


“แล้วถ้าเพื่อนสนิทล่ะ”


“ก็ไม่มีใครเขาทำกันหรอก”


“แล้วถ้าสมมุติว่าฝันกับดรอป เป็นแฟนกัน แล้ว...”


“นอนเถอะ ง่วงนอนแล้ว” เขาตัดบทจนผมทำปากคว่ำไม่พอใจ ขนาดพ่อ แม่ หรือพี่ชายยังไม่เคยแทรกบทพูดแบบไร้เยื่อใยมาก่อน พูดแทรกแบบนี้ต้องการหาเรื่องเหรอ


“ดรอปเกลียดฝัน”


“บอกว่าไม่เคยคิด”


“ดรอปเกลียดฝันใช่ไหม”


“บอกว่าไม่ใช่”


“เกลียดกันทำไม” ยิ่งผมพูด คนใต้ร่างยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น


“ตรงกันข้ามมากกว่า”


หา!?


ผมอ้าปากค้างทันทีและเงยหน้ามองคนพูดที่เหวอไปเลย เขาคงอึ้งกับคำพูดของตัวเองไม่น้อยจึงใช้มือกดหัวผมให้ซบกับหน้าอกตัวเองตามเดิม พอนอนแบบนี้ยิ่งได้ยินเสียงหัวใจดรอปชัดเจนขึ้น มันแรงกว่าเดิมหลายเท่าจนพาลทำให้หัวใจผมเต้นแรงตาม


อะไรคือตรงกันข้าม?


เขา...ชอบผมเหรอ


ไม่ๆ ผมกลายเป็นไอ้บ้าที่คิดหนักจนนอนแทบไม่หลับอยู่บนร่างของดรอป ไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอหลับไปตอนไหน รู้แค่ว่าเสียงหัวใจของเขากล่อมผมนอนได้เป็นอย่างดี มันหลับไปพร้อมกับความรู้สึกจั๊กจี้ในหัวใจด้วย






 

เวลา 07.11 นาฬิกา


“ฝันลุกได้ไหม จะไปอาบน้ำแล้ว”


“อื้อ หอมจัง” ผมส่งเสียงพอใจในลำคอและกอดกายใหญ่ด้วยความชอบใจ ร่างที่นอนกอดอยู่มันอุ่นมากเลยแล้วผมก็รู้สึกเหมือนมีมือของใครบางคนกำลังลูบหัวตัวเองอยู่ รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก


ฝันเรามีเรียนเช้า ไม่ลุกตอนนี้เดี๋ยวจะทำอะไรไม่ทัน”


“เหรอ ไม่ทันก็โดดไง โอ๊ย!” ผมร้องเสียงหลงทันที


ใครเอานิ้วมาดีดหน้าผากวะ!?


“ใครวะ”


“พูดวะเลยเหรอ”


หา?


ผมลืมตาแล้วเงยหน้ามองก่อนจะเบิกตาโตจากนั้นก็ขยับตัวลุกไปยืนข้างๆ โซฟา ดรอปมองผมพลางส่ายหน้าเล็กน้อยไม่นานจึงลุกขึ้นนั่งบ้าง เจ้าตัวไม่มีท่าทีปวดเมื่อยเลยสักนิดทั้งๆ ที่ผมนอนทับมาทั้งคืน อ่า เห็นผมตัวเล็กแบบนี้น้ำหนักมันก็ล้ำหน้านะเออ


“เมื่อยรึเปล่า ฝันขอโทษ”


“เปล่า ไปอาบน้ำเถอะ”


สุดท้ายผมจึงเดินไปอาบน้ำและแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาตามเดิม ดรอปก็เข้ามาอาบน้ำต่อ พอเราสองคนแต่งตัวอะไรเรียบร้อยแล้วก็รีบไปกินข้าวและเข้าเรียนตามปกติ เฮ้อ วันหนึ่งดรอปดี วันหนึ่งดรอปห่างเหิน ไม่รู้เลยว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นยังไง เอาเถอะสู้ตายเว้ย


และแล้วเวลาก็ล่วงเลยมาไกลถึงตอนเย็น ใกล้เวลาว้ากสุดโหดแล้ว ทำไมตาขวากระตุกถี่ยิบๆ ราวกับว่าวันนี้จะมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจมาเล่นงานถึงที่ ยังคิดไม่ทันขาดคำก็เห็นร่างพี่ชายสุดหล่อเดินเข้ามาในคณะ ท่าทางคล้ายไม่มั่นใจเท่าไหร่ด้วย มาหาผมรึเปล่าเนี่ย ผมรีบเดินไปหาและจูงมือพามานั่งในกลุ่มเพื่อนทันที


“มาทำไมอ่ะ”


“คือพี่อยากเข้าว้ากน้องด้วย”


“อะไรนะ!!?”


ผมตะโกนถามเสียงดังและถามซ้ำรอบที่สองและสามติดต่อกัน ผลที่ได้คือคำตอบเดิมจนในหัวเริ่มหวิวแปลกๆ ลางสังหรณ์บางอย่างบอกว่าวันนี้ไม่ใช่วันดี มันต้องเจอบทลงโทษโหดๆ แล้วพี่หยุดฝนที่ไม่ค่อยชอบออกกำลังกายจะไปเหลือเหรอ


“เอาน่า ผมชื่อเบ็ด”


“ผมชื่อทิน ส่วนไอ้หล่อหน้านิ่งชื่อดรอป”


เพื่อนๆ แนะนำตัวเสร็จสรรพ ผมว่าพี่ชายต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างแน่หรือจะคิดถึงว่าที่แฟนในอนาคตอย่างพี่กล มันจะใช่เหรอปกติก็ไปมาหาสู่กันตลอด สายตาพี่หยุดฝนกำลังสำรวจเพื่อนผมทีละคนจนหยุดสายตาลงที่ดรอป สายตาจับผิดนั่นเอง


“เออ พี่จะเข้าไปด้วย ไปรับน้องด้วย”


“ไม่ได้ คณะผมมันโหด เดี๋ยวสั่งทำโทษนั่นนี่ น้องเป็นห่วงพี่นะเว้ย” ผมบอกด้วยใบหน้าจริงจัง พี่หยุดฝนขยับตัวมาออดอ้อนจนผมเหนื่อยใจ


ผมเริ่มหัวเสียมากกว่าเดิมเพราะพูดยังไงพี่หยุดฝนก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจสักที จนพี่ผมบอกว่าขอวันนี้วันเดียวจนเริ่มลังเล กลัวว่ามันจะไม่ใช่วันเดียวนะสิ


“อย่าเครียดสิ หน้าซีดหมดแล้ว” ดรอปบอกและจับมือผมเป็นเชิงบอกว่าปล่อยๆ ไปเถอะ เชื่อไหมว่าสายตาพี่หยุดฝนเป็นประกายราวกับเจอของดีงั้นแหละ ว่าแล้วว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ


“อือ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่า”


“สนิทกันเหรอ” สายตาจับผิดมาเต็มที่


“โอ๊ยหยุดฝน มันโคตรของโคตรสนิทกันเลย ไปไหนทำอะไรด้วยกันตลอด แถมไอ้หยุดฝันยังไปนอนค้างห้องไอ้ดรอปตั้งหลายคืนแล้ว”


“พูดเยอะแล้วเดี๋ยวพี่กูคิดมาก”


“เฮ้ยๆ เปล่า ไม่เป็นไร ‘เพื่อน’ กันอ่ะเนอะ” พี่ชายเน้นคำว่าเพื่อนจนผมรู้สึกสะอึกเบาๆ ส่วนดรอปเขาก็มองพี่หยุดฝนด้วยสายตานิ่งมากคล้ายไม่พอใจเท่าไหร่ นั่นสิเพื่อนก็เพื่อนสิ


“อ่า ใช่”


“เฮ้ยๆ ไปเถอะ รับน้องเว้ย ถึงเวลาแล้ว”


“ปีหนึ่งรวม!!!


นั่นไง พวกเราวิ่งกันไปเป็นแถวและหาที่นั่งผมพยายามมองพี่ชายตัวเองด้วยสายตาเป็นห่วง กลัวว่าวันนี้เฮดว้ากจะสั่งทำโทษและมันก็เหมือนจะเป็นความจริงเมื่อเพื่อนบางกลุ่มมาช้ากว่าเวลาที่นัดหมายกันไว้ คนพวกนั้นถูกเฮดว้ากตะโกนใส่เสียงดังจนขาสั่นพับๆ หน้าซีดกันเชียว


เฮดว้ากกลตะโกนใส่ไม่หยุด มือก็ไขว้หลังกันไว้ด้วยท่าทางน่าเกรงขาม ถึงเขาจะเป็นเดือนมหาลัย หน้าตาหล่อลากแต่เวลาทำหน้าโหดคือน่ากลัวไม่น้อย เขาถามไปเรื่อยๆ จนพวกนั้นทำท่าจะนั่งลงเฮดว้ากจึงสั่งให้ยืนขึ้นตามเดิม


เชื่อเลย!


อีกไม่กี่นาทีต้องเจอทำโทษแน่นอน


“พวกคุณมาช้าดังนั้นปีหนึ่งทั้งหมดลุกขึ้น!


มันมาแล้วครับ


“ผมจะให้พวกคุณวิ่งรอบสนามสิบรอบตามจำนวนคนที่มาช้าปฏิบัติ!!!


สิ้นเสียงเฮดว้ากกลปีหนึ่งก็คร่ำครวญดังลั่น แน่นอนว่าพี่ชายผมอ้าปากพะงาบๆ เหมือนโลกจะแตกในไม่ช้า ผมมองก็อยากจะปลอบใจแต่ไม่รู้จะทำยังไงเลย พี่หยุดฝนไม่น่าดื้อเลยจริงๆ จะเนียนมาเป็นเด็กวิศวะบอกเลยว่าไม่ผ่านตั้งแต่หน้าตาแล้ว


“ใครสั่งให้พวกคุณพูดเงียบ!


เงียบกริบเลยทีนี้


“ไปวิ่งรอบสนามสิบรอบถ้าช้าจะถูกเพิ่มเป็นยี่สิบรอบปฏิบัติ!!!


ผมวิ่งตามเพื่อนและเหลือบสายตามองพี่ชายตลอดหวังว่าจะไม่เป็นลมนะ ให้ตายสิวะ ตอนนี้ใบหน้าพี่ชายผมซีดเกินครึ่งแล้ว ดรอปที่มองตามก็ถอนหายใจใส่เหมือนจะตำหนิทางสายตานั่นแหละ


“พี่ไหวไหม” ผมถามขึ้นพี่หยุดฝนเลยชูสองนิ้วให้


“ไหมสิ แค่สิบรอบเอ๊งแฮ่กๆ”


“ถ้าไม่ไหวบอกน้องนะ”


“อือ...”


สี่รอบผ่านไป แค่สี่รอบเท่านั้น


ผมวิ่งนำพี่ชายและสังเกตอาการไปด้วย บางคนวิ่งมาตีคู่กับเราแล้วเพราะพวกเราวิ่งช้ากว่าชาวบ้านมากกก เอาเถอะช้าก็ยังดีกว่าพี่ชายเป็นลมแหละ อย่างน้อยแฝดพี่ก็ไม่เป็นอะไรแน่...รึเปล่า


“ไหวไหมครับ น้องว่าพี่ไม่น่าไหวแล้ว” ผมถาม เขาวิ่งเหยาะๆ ช้าๆ คล้ายคนหมดแรง


“ไม่ไหว เอ๊ย ไหวสิ แฮ่กๆ”


“หน้าซีดมากเลยอ่ะหยุดฝน” ทินบอก


“พักได้ไหม ไม่ไหวแล้ว เอ๊ย หายใจไม่ทัน ฮือ ทำไงดี” ผมมองไปที่พี่ว้ากที่กำลังมองมาทางนี้ แน่นอนว่าเขาคงรู้แล้วว่ามีคนจะเป็นลม เพื่อนเขาก็มองมาที่กลุ่มเราเช่นกัน


“ผมจะพาพี่ออกไปเอง”


“ไม่ๆ เดี๋ยวโดนจับได้”


“อย่ามาเป็นน้องหมอเนียนอีก ผมว่าไม่เวิร์ก” ดรอปบอกเสียงเข้มและมองด้วยสายตาตำหนิชัดเจนจนพี่หยุดฝนเบะปากใส่ด้วยความไม่ชอบขี้หน้าสุดๆ ดูแล้วสองคนนี้คงต้องทะเลาะกันแน่นอน


“วันอื่นไม่เห็นสั่งลงโทษ วันนี้ดันสั่งแบบจัดเต็มซะงั้น”


“หยุดวิ่งก่อนได้ไหมอ่า แฮ่กๆ หายใจไม่ทัน” พี่ชายผมหยุดวิ่งทำให้ผมหยุดตามก่อนจะมองเฮดว้ากกล ซึ่งเขาก็ไม่เคยละสายตาไปจากกลุ่มพวกผมเลย ไม่ได้มองด้วยสายตาจับผิดแต่มองเพื่อคอยช่วยเหลือต่างหากแต่แล้วผมก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าใบหน้าหล่อใสเริ่มเปลี่ยนสี ความร้อนรนก็ผุดขึ้นมา


“พี่หยุดฝน พี่กำลังทำให้น้องกลัวนะ ฮือ”


“จะร้องทำไม แฮ่กๆ ยัง ไม่ ตาย”


“หน้าซีดขนาดนี้ น้องเป็นห่วงนะ”


“ตรงนั้นทำอะไรกันครับผมสั่งให้พวกคุณหยุดวิ่งเหรอ!” เฮดว้ากกำลังเดินมาทางนี้ พร้อมกับพี่ว้ากคนอื่นๆ เช่นกัน เอาเถอะถึงแม้ว่าตัวเองอาจจะถูกลงโทษก็ไม่กลัวหรอกขอแค่ให้พี่ปลอดภัยก็พอ


“เฮดว้ากเดินมาเว้ย วิ่งต่อไหม”


“มึงจะวิ่งก็วิ่งคนเดียวเลยไอ้อ้วน พี่กูจะเป็นลมแล้ว” ผมบอกและจับแขนพี่ชายที่เริ่มยืนไม่ตรง หน้าซีดมากจนใจเต้นแรงอย่างลุ้นระทึก


“พวกคุณทำอะไรครับปีหนึ่ง!


“พี่ผมหน้าซีดมาก พี่ช่วยหน่อยนะ”


“หลบหน่อยสิ”


น้ำเสียงเฮดว้ากอ่อนลงมาก เพื่อนๆ ในสนามพากันหยุดวิ่งและมองร่างสูงที่ยืนอยู่ด้วยความตกใจ เขารีบเดินมาหาทันที คราวนี้แหละตายผมเนี่ยแหละตายแน่นอน


“หยุดฝน!


เฮดว้ากอุ้มพี่ชายผมในท่าอุ้มเจ้าสาวแล้วพาออกไปทันที พี่ว้ากคนอื่นๆ ตะโกนบอกให้ทุกคนหยุดวิ่งและเลิกรับน้องในวันนี้ แน่นอนว่าผมต้องวิ่งตามไปแต่ถูกพี่ว้ากคนหนึ่งจับไว้ ถ้าจำไม่ผิดเขาน่าจะชื่อพี่ไข ผู้ชายคนนี้ไม่น่าเป็นพี่ว้ากหรอกเพราะเขาค่อนข้างเฮฮาบ้าบอไปตามหน้าตา


“พี่ชายเราไม่ต้องเป็นห่วง ไอ้กลดูแลไหว”


“แต่ผมเป็นห่วงนี่ครับ”


“ให้มันได้ทำคะแนนบ้างเถอะ เนอะ”


อ่า พูดไม่ถูกเลยแฮะ สุดท้ายก็ต้องเดินคอตกไปหาเพื่อนที่นั่งเก็บของของตัวเองอยู่ ได้เลิกเร็วแบบนี้ก็ดีเหมือนกันแฮะแต่ใจหนึ่งมันห่วงพี่ชายตัวเองมากๆ ไม่รู้จะโดนพี่กลกระทำชำเรารึเปล่า เอาเถอะคู่กันแล้วก็คงไม่แคล้วกันหรอก


“เป็นไงบ้าง”


“เฮดว้ากพาไปดูแลแล้ว” ผมบอกเบ็ดก่อนจะเอากระเป๋ามาสะพาย ดรอปเงยหน้ามองก่อนจะหันไปทางอื่นโดยไม่พูดอะไรสักคำ


“เลิกเร็วแบบนี้ไปร้านเค้กเปิดใหม่กันไหม” ผมชวนเพื่อนก่อนที่เบ็ดกับทินจะพยักหน้ารับแต่คนตัวสูงที่สุดในกลุ่มดันไม่ยอมพยักหน้าตาม ไม่อยากไปด้วยกันหรอกเหรอ


“ไม่ไปเหรอวะดรอป”


“พวกมึงไปกันเถอะ กูไม่อยากไป”


“แต่ดูเหมือนหยุดฝันอยากให้นายไปนะ”


หา?


ผมทำหน้าเหลอหลาเมื่อทินโยนเรื่องมาให้เฉยเลย เพื่อนทั้งสองยักคิ้วกวนๆ ให้จนดรอปต้องเสตามองไปทางอื่น เบ็ดเดินมาใกล้ก็เขย่าแขนให้ผมเป็นคนชวน อ้าว ทำไมโยนมาให้แบบนั้นวะ


“ชวนดิวะ ชวนดิเฮ้ย”


“ดรอป ไปด้วยกันเถอะนะ”


“...ไม่” เขาตอบจบก็หมุนตัวเดินไปทางลานจอดรถ


ผมทำปากคว่ำใส่ทันทีก่อนจะถูกเพื่อนอีกสองคนพาไปยังลานจอดรถและขับรถมุ่งหน้าไปร้านเค้กเปิดใหม่ ร้านนี้ตกแต่งได้หวานมากแต่โชคดีที่ไม่ได้มีแค่เพศหญิงอย่างเดียว ถ้ามีผู้หญิงเยอะคงอายชัวร์ เราสามคนเดินไปยืนหน้าตู้กระจกใสใส่เค้กพร้อมกับชี้นิ้วบอกพนักงาน


“เอาก้อนนี้ นี้ นี้”


“นั่นด้วย นี่ด้วย นู่นด้วย”


แม่งจะแดกกันหมดไหมนั่น


“เอ่อ เอาเค้กส้มอันเดียวครับ” ผมบอกพนักงานและเดินไปหาที่นั่ง พวกเราเลือกนั่งโต๊ะริมกระจกเพื่อมองวิวข้างทาง วิวตรงนี้มีสวนดอกไม้ให้ดูด้วยไหนจะสระน้ำ ก็สวยดีแฮะ


“เมื่อวานไปนอนค้างห้องดรอปเหรอ” เบ็ดถามขึ้นผมเลยพยักหน้าลง


“ใช่”


“ถามอะไรหน่อยสิ”


“ว่า?”


“ชอบดรอปรึเปล่า ชอบแบบแฟนอะไรประมาณเนี่ย”


!!” ผมทำหน้าช็อกทันทีก่อนจะรีบส่ายหน้ารัวๆ เพื่อปฏิเสธความคิดของเบ็ด ทินไม่พูดอะไรนอกจากอมยิ้มเท่านั้น สายตาเพื่อนทั้งสองคนดูจะไม่เชื่อแฮะ จะให้ชอบได้ยังไงในเมื่อเราเพิ่งเจอกันเอง ยังไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ด้วยซ้ำไป แล้วคนอย่างดรอปเนี่ยผมไม่คิดว่าตัวเองจะชอบนะ แฮะๆ ไม่มั่นใจว่ะ


...หรือจะแอบชอบเขาดีวะ


“กู...”


“ค่อยตอบก็ได้ เพราะสุดท้ายคำตอบมันต้องชอบแน่นอน”


“มั่นใจ?” ผมถามพลางเลิกคิ้วขึ้น


“ใช่”


“แต่เชื่อไหมหยุดฝัน เราเห็นว่าดรอปแอบมองมึงบ่อยนะเว้ย ถึงแม้ท่าทางจะนิ่งเฉย ไม่ค่อยยิ้มก็ตาม ลึกๆ แล้วคงเขินจนตัวแทบแตก อยากจะบอกว่าเวลามึงยิ้มเนี่ยโคตรน่ารักเลย” คำพูดของทินทำให้ผมนิ่งไป เริ่มจะมีความมั่นใจในรอยยิ้มเล็กน้อย เพื่อนอุตส่าห์ชมว่าน่ารักเชียวนะเว้ย


“จริงเหรอวะ แต่กูคิดว่ารอยยิ้มของกูก็ดูดี”


“หลงตัวเอง”


“เอ้า!


“ใครบอกมึงวะหยุดฝัน”


“กระจก...ที่บ้าน”


“...”


เพื่อนพากันกรอกตานิดหน่อยกับคำตอบที่น่าหมั่นไส้ กระจกอยู่บ้านใครเจ้าของบ้านย่อมบอกว่าตัวเองคือราชาหรือราชินีอยู่แล้ว กระจกเอ๋ย จงบอกข้าว่ารอยยิ้มนี้งดงามเพียงใด กระจกก็จะตอบว่าเจ้านั่นแหละงดงามที่สุด โฮะๆ ประสาทว่ะ หมายถึงผมเนี่ยแหละประสาทสิ้นดี


กรุ๊งกริ๊ง ~


เสียงกระดิ่งหน้าประตูดึงความสนใจจากพวกเราไปจนเจอกับร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่ง ไหนเขาบอกว่าไม่มาไงแล้วสุดท้ายก็มาจนได้ ดรอปเดินผ่านสายตาของผู้หญิงเข้ามาแล้วนั่งลงข้างๆ ผม อยู่ๆ ก็รู้สึกดีใจเฉยเลย


“แหม กลัวคนแถวนี้น้อยใจเหรอ”


“กิ้วๆ”


ผมรู้สึกเขินจนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแต่เบ็ดกับทินยังคงส่งสายตาแซวตลอด ดรอปเองก็นิ่งมากไม่คิดจะตอบอะไรสักคำเลย เขาควรจะพูดอะไรบ้างสิปล่อยให้เพื่อนแซวกันอยู่ได้


“หยุดแซวได้ล่ะพวกมึง” สุดท้ายผมก็ต้องบอกเอง


“แล้วจะหน้าแดงทำไมว้า ~”


“ไอ้ดรอปมึงคิดยังไงกับหยุดฝันวะ ชอบก็บอกสิ”


“ชัดเจนหน่อย”


“อะไรของพวกมึง” ดรอปถามเสียงห้วนโดยที่สายตามองไปทางอื่น ผมมองตามแล้วรู้สึกหงุดหงิดที่เขามองไปที่โต๊ะผู้หญิงพวกนั้น จะมองทำไมเล่า ใช่ซี้ ~ พวกเธอทั้งสวยและน่ารักในเวลาเดียวกัน ผมมันเป็นผู้ชายอกแบนไร้เสน่ห์


“เฮ้ยๆ มองผู้หญิงแบบนี้หยุดฝันหวงนะเว้ย”


“อะไร” ผมรีบหันหน้าหนีเมื่อดรอปหันมามอง


“ชอบก็จีบ ถ้าไม่อยากจีบก็ขอเป็นแฟนแม่งเลย ถ้าช้าหมาคาบไปแดกนะเว้ยเฮ้ย” เบ็ดพูดขึ้นจนผมหน้าร้อนผะผ่าว พนักงานนำเค้กมาเสิร์ฟพวกเราก่อนจะช่วยกันกินจนรู้สึกว่าท้องค่อนข้างแน่นมาก ไม่เคยกินอะไรเยอะขนาดนี้มาก่อน ผมกินเค้กส้มเสร็จก็ยังต้องช่วยทินกับเบ็ดกินอีก สั่งเยอะแยะไปหมด เปลืองเงินว่ะ


เมื่อเรากินเค้กเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน วันนี้ผมคงต้องขับรถกลับบ้านนั่นแหละ มาค้างคอนโดของดรอปบ่อยแล้วเกรงใจ เมื่อผมเข้ามานั่งในรถได้ดรอปก็จับขอบประตูไว้เหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง


“มีอะไรเหรอ”


“คือ...พูดยังไงดีวะ” เขาเหมือนถามตัวเองก่อนจะเอามือยีหัวด้วยท่าทางหงุดหงิด ผมเองก็มองท่าทางนั้นด้วยความขบขัน มีอะไรก็พูดมาเลยสิ


“มีอะไรก็พูดมาสิ ตรงๆ เลย”


“ชะ ชอบว่ะ”


!!


หา!


ดรอปพูดว่าอะไรนะ?


“ชอบฝันว่ะ”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 207 ครั้ง

256 ความคิดเห็น

  1. #167 jingjunt (@jingjunt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 17:33
    ***สรุปแมนๆไปเลย
    รักวันนี้ต้องพูดวันนี้
    รักวันนี้ให้พูดวันไหน
    ไม่เข้าใจทำไมต้องกัก**
    #167
    0
  2. #150 Kimpuaypark (@jubjubsj) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 17:28
    เออแมนๆไปเลยพี่ดรอป ชอบก็บอกว่าชอบ
    #150
    0
  3. #124 AM LAZY (@BOBlove) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 21:09
    <p>ชิบหายทำไมฉันเขิน</p><p><br></p>
    #124
    0
  4. #57 KanittaSittisena (@KanittaSittisena) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 18:30
    ไรท์ค้างมากกกก ไรท์ใจดีๆต่อหน่อยคร๊าฟฟฟ
    #57
    0
  5. #56 MOOKMARIN (@marin2222) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 23:50
    รีบมาต่อพลีสสสสส ใจจะขาดรอนๆๆ
    #56
    0
  6. #55 ++karnse it++ (@karnandexofan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 22:39
    ได้โปรดดดกลับมาต่อ เรารอไรท์เสมอ ด้วยรัก
    #55
    0
  7. #54 PiNcHaTs (@PiNcHaTs) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 16:19
    มาต่อๆ
    #54
    0
  8. #53 Alone1006 (@Alone1006) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 09:30
    รอๆๆ ชอบมากๆๆๆเลย
    #53
    0
  9. #50 nariskkara (@kamjongieie) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 16:38
    อ๊ากกกกกกกกดีใจจจจจ ฮืออออ
    #50
    0
  10. #47 atom190023 (@atom190023) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 14:31
    อ๊ากกกกกกกบอกชอบกันแย้วววว
    #47
    0
  11. #46 minminmel007 (@minminmel007) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 13:07
    บอกแล้ววววว
    ชอบมากกก รอเรื่องนี้สุด มาบ่อยๆนะคะ??
    #46
    0
  12. #45 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 23:44
    พ่อปากหนักเอ้ย
    #45
    0
  13. #44 MonnPK (@MonnPK) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 20:29
    ออมม่าาาาเขาบอกชอบกันแล้ววววววววว
    #44
    0
  14. #43 นิจิคาตะ K.S.P (@sandy4869) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 17:11
    เอาเลยลูกเดินหน้ากันให้เต็มที่ ทำดีมากเจ้าอ้วนเจ้าผอม
    #43
    0
  15. #42 Jamjungjammy (@jamjungjammy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 16:10
    แม่คะ เขาบอกชอบกันแล้ว ฮรือออ
    #42
    0
  16. #41 MayHunnie (@sommapa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 13:27
    บอกแล้วววววววว ><
    #41
    0
  17. #40 WilawanTothiab (@WilawanTothiab) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 12:12
    เห้อกว่าจะบอก
    #40
    0
  18. #39 Kanokon981 (@Kanokon981) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 09:06
    เออดี บอกกันซะที
    #39
    0
  19. #38 viewweeyong (@viewweeyong) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 06:20
    เป็นการบอกชอบที่ฮาร์ดคอมากก
    #38
    0
  20. #37 bv12046 (@bv12046) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 05:21
    ไปเดทกันนนน
    #37
    0
  21. #36 oilairr (@oilzsay) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 23:40
    กรีสสสสสสสสชอบๆๆ
    #36
    0
  22. #35 I am Tur L (@JaRuTanL) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 22:24
    โอ๊ยยยยย ยอมว่ะ!!! บอกชอบได้ฮาร์ทคอมาก
    #35
    0
  23. #34 pyw_kpm2 (@pyw_kpm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 21:49
    อ้ากกกกกกก เขินง่าาาาาาาาาาาาาาาาา-///////-
    #34
    0
  24. #33 Skyzui (@suthammaklangnet) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 21:47
    ดรอป เป็นผู้ชายที่มีคาเรคเตอร์ที่น่าหยิก พูดเลยยยย เขินนนนนแรงงงงงงงงงงงง
    #33
    0
  25. #32 Skyzui (@suthammaklangnet) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 21:45
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด แดดิ้นนนนน ฉันตายอย่างสงบแล้วละค่ะ โอ๊ะ!! ไรท์ขอบคุณมากก อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวจะหมดลมหายใจแล้ววว 555 แล้วในที่สุดไรท์ก็มาอ่ะะ แบบระฆังช่วยชีวิต ประหนึ่งน้ำเลี้ยงร่างกาย.. รอติดตามอยู่นะคะ สู้ๆๆๆๆๆ เยิฟฟฟฟฟฟฟหฟฟฟ
    #32
    0