ตอนที่ 7 : Engineering Children 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2797
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 304 ครั้ง
    5 พ.ย. 61

Engineering Children 7


เวลา 06.30 นาฬิกา


“ฝัน”


“อือ” ผมส่งเสียงตอบเบาๆ พลางซุกใบหน้ากับบางอย่างมากขึ้น กลิ่นหอมละมุนเหมือนเคยได้กลิ่นมาก่อน มันหอมมากเลยนะแต่แรงเขย่าที่แขนทำให้แอบขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ผมเอามือปัดไปมา อ่า เหมือนกำลังลูบหน้าท้องคนผ่านเสื้อผ้าเลยแต่ชายคนนี้มีกล้ามหน้าท้องเป็นลอนด้วย ร่างกายดีชะมัด


แต่เฮ้ย! นี่มันร่างกายใครวะเนี่ย


เฮือก!


ผมสะดุ้งและลืมตามอง คนที่ผมลวนลามอยู่ค่อยๆ ใช้แขนยันตัวลุกด้วยสภาพใบหน้ามึนๆ เขายกมือขยี้ผมนิดหน่อยแต่ขอบอกว่าเท่มาก ขนาดตอนตื่นตอนยังหล่อเลย ผมยิ้มนิดหน่อยจนร่างสูงชะงักคล้ายคนไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่


“มองอะไรฝัน ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว”


“ไปอาบน้ำด้วยกันไหม”


“ไม่ได้”


“ทำไมล่ะ ตอนเรียนลูกเสือต้องเคยอาบน้ำกับผู้ชายบ้างแหละ” ผมบอกแต่ดรอปส่ายหน้ารัวๆ ประมาณว่ายังไงก็ไม่ยอมหรอก จะอายทำไมในเมื่อเราเป็นผู้ชายทั้งคู่


“ฝันไปอาบน้ำไป”


“ไปอาบน้ำด้วยกันเถอะ เดี๋ยวฝันขัดหลังให้”


“ไม่ต้อง”


เอ้า ผมมองร่างสูงที่ลุกจากเตียงด้วยความรวดเร็ว เขารีบเดินเข้าห้องน้ำก่อนทำให้ผมรีบเดินตามแต่พบว่าอีกฝ่ายลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา ถ้าถามว่าการอาบน้ำกับคนอื่นทำให้รู้สึกอายไหมขอบอกตามตรงว่าอายมาก! แต่ความอยากแกล้งมันมีมากกว่า


ก๊อกๆ


“ขออาบน้ำด้วยสิ”


“...” เงียบกริบ!


“ทำไมล่ะ หรือดรอปคิดอะไรกับเราเลยไม่กล้า?” ผมถามต่อจนในที่สุดประตูห้องน้ำก็เปิดออกพร้อมกายใหญ่ที่มีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวไว้เท่านั้น ถึงแม้ว่าจะเคยเห็นรูปร่างกำยำมาแล้วแต่มันไม่ชินเว้ย มองกี่ทีกี่รอบเป็นอันเขินตลอด ดรอปกดสายตามองผมก่อนจะเดินเข้าไป


เอ๋ ไม่ปิดประตูแบบนี้แปลว่าอนุญาตใช่ไหม


ผมรีบแทรกตัวเข้าไปก่อนจะเดินไปยืนด้านข้างเขา ดรอปกำลังยืนแปรงฟันอยู่ เจ้าตัวส่งแปรงสีฟันแถมยังบีบยาสีฟันให้ด้วย ใจดีชะมัด สุดท้ายเราสองคนก็แปรงฟันพร้อมกันจนเสร็จและต่อไปคืออาบน้ำ เขาจะยอมไหมเนี่ย ทำไมอยู่ดีๆ ผมถึงหน้าร้อนเป็นไฟ ไม่น่าเผลอจินตนาการว่าอีกฝ่ายดึงผ้าขนหนูออกจากเอวเลย


แต่ผ้าขนหนูผืนนั้นมันพันไว้แทบจะหลุดอยู่รอมร่อ


โอ๊ย! เลิกคิดเว้ย


“จะอาบน้ำด้วยจริงๆ ใช่ไหม”


“คะ คือ...” ทำไมเกิดอาการอึกอักวะ


“ว่าไง”


“...” พูดไม่ออกเว้ย


“ถ้าไม่อาบก็ออกไป เรามีเรียนเช้าด้วยนะฝัน ต้องไปกินข้าวก่อน” เขาบอกเหมือนเร่งคำตอบจนผมต้องพยักหน้าลง เฮ้ย! พยักหน้าลงงั้นเหรอ คิดถูกหรือคิดผิดวะเนี่ย


“คือ คือ...อาบด้วยได้เหรอ”


“อืม เราก็ไม่มีอะไรต้องอายหรอก”


“เฮ้ย! ดรอปอ่า ฮือ ทำไมทำแบบนี้!” ผมแอบโวยวายเมื่อดรอปดึงผ้าขนหนูออก โชคดีที่หมุนตัวเดินหนีทันไม่อย่างนั้นหน้าคงระเบิดกระจุยกระจาย ถึงเราจะเป็นผู้ชายเหมือนกันแต่เขาไม่ควรแก้ผ้าสิ


“หึ!


“หะ หัวเราะอะไร”


“อายทำไม ฝันอยากเห็นไม่ใช่เหรอ”


เฮือก!


ผมสะดุ้งทันทีเมื่ออยู่ๆ ร่างสูงก็เดินมายืนซ้อนหลังพลางเอาแขนกอดรัดเอวไว้ ส่วนมืออีกข้างเลื่อนไปแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวทีละเม็ด ทำไมใจกระตุกวูบวาบ ทำไมหน้าร้อน ทำไมผมถึงตื่นเต้นแปลกๆ วะ ดรอปถอดเสื้อผมออกและโยนใส่ตะกร้า แต่พอเขาจับขอบกางเกงขาสั้นผมก็รีบจับมือเขาไว้


“ใส่กางเกงอาบน้ำได้ไหม”


“ปกติใส่เหรอ”


“คือ...”


“ไม่ต้องใส่หรอก ฝันอยากเห็น เราก็อยากมอง”


“ดรอป แกล้งกันอยู่ใช่ไหม”


“ไม่แกล้งหรอกน่า แค่ผู้ชายสองคนอาบน้ำด้วยกันเอง” เขากระซิบข้างใบหูแล้วค่อยๆ เลื่อนกางเกงลงจนผมต้องดึงไว้ อยากจะบอกว่าเราโป๊ เราไม่ได้ใส่กางเกงในนะเว้ย


“แต่เราอาย”


“แล้วอยากรู้ไหมว่าเราอายรึเปล่า ไม่ยุติธรรมเลย ดูเราโป๊คนเดียวได้ไง” เขาบอกจนผมแทบจะกลั้นลมหายใจ สุดท้ายก็ดึงมืออีกฝ่ายออกพร้อมหมุนตัวเพื่อเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย


“อ้าว ไหนบอกว่าโป๊ไง”


“...”


ดรอปไม่ตอบอะไรนอกจากก้มหน้ามองกางเกงบ็อกเซอร์ของตัวเอง เขาเงยหน้ามามองนิดหน่อยก่อนจะดึงแขนผมไปยืนใต้ฝักบัวและเปิดน้ำทันที น้ำเย็นมาก อ๊ากกก อยากจะเดินหนีแต่อีกคนไม่ยอม เขาใช้มือลูบผิวกายผมเบาๆ จนเกิดอาการร้อนวูบวาบ มันร้อนผิวไปทั่วยามมือลูบไล้ไป


เกิดอะไรกับร่างกายเราวะเนี่ย


“เป็นอะไร ทำไมตัวสั่น”


“คะ คือ เรา...ไม่รู้”


“ไม่สบายเหรอ”


“เปล่า”


ผมแค่ร้อนตามร่างกาย ร้อนไปทุกส่วนเลย ดรอปเอามือจับปลายคางผมให้เงยหน้าสบตาเขาก่อนที่อีกฝ่ายจะมองด้วยความตกใจ ดรอปปล่อยมือและผละตัวออกห่าง เขาเป็นอะไรไปเนี่ยหรือเขาแสดงหน้าตาแปลกๆ ผมก้มหน้ามองพื้นพร้อมเม้มปากแน่นด้วย


“เรา...”


“ฝันอาบน้ำไปก่อนเลย จะ...เอ่อ จะทำอะไรก็ทำนะ ไม่ต้องรีบหรอก เดี๋ยวเราค่อยมาอาบทีหลัง เอ่อ เรา เราไปทำอาหารเช้าให้” ดรอปบอกด้วยอาการร้อนรนแล้วรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว


ปึง!


เขาปิดประตูห้องน้ำแล้ว ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรจึงค่อยๆ เดินไปยืนหน้ากระจกก่อนจะตกใจบ้าง ทำไมหน้าแดงกร่ำแถมตาเยิ้มขนาดนี้ เหมือน...เหมือนคนมีอารมณ์เลยว่ะ หรือเรากำลังมีอารมณ์จริงๆ ผมเดินไปยืนใต้ฝักบัวและพยายามใช้น้ำเย็นเพื่อชโลมร่างกายให้หายร้อน


ไม่หาย ไม่หายเลย


จะ...เอ่อ จะทำอะไรก็ทำนะ ไม่ต้องรีบหรอก


อยู่ๆ ประโยคของดรอปก็ดังเข้ามาในความคิด ทำอะไรก็ทำงั้นเหรอ เขารู้ใช่ไหมว่าผมเป็นอะไรแล้วท่าทางเร่งรีบคือกลัวผมจับเขาปล้ำ เอาน่า ลองดูก็ได้เผื่ออาการร้อนวูบวาบจะหายไป


(เบนกล้องไปทางอื่น ><

จินตนาการเอาเนอะว่าฝันช่วยตัวเองอยู่)



ผมใช้เวลาจัดการตัวเองนานพอสมควรพร้อมอาบน้ำจนเสร็จ จากนั้นก็เดินออกมาและชะงักทันที ดรอปกำลังนั่งรอที่เตียงเหมือนเขาจะรู้ว่าผมออกมาแล้วจึงหันมามอง เขายังดูตกใจไม่น้อยจนผมต้องยกมือลูบใบหน้าตัวเอง เมื่อกี้ดรอปจะได้ยินไหมเนี่ย เราเผลอครางชื่อเขาออกมาด้วย


“เอ่อ เป็นไงบ้าง”


“เราขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจ”


“ปกติน่า”


“รังเกียจเราใช่ไหม เราขอ...”


“หยุดพูดได้แล้ว เราไม่ได้รังเกียจ”


ถึงเขาจะบอกแบบนั้นแต่ผมไม่รู้สิ ผมรีบเดินไปทางตู้เสื้อผ้าและหยิบชุดนักศึกษามาสวมเงียบๆ ดรอปไม่ได้ชวนพูดอะไรต่อนอกจากเดินเข้าห้องน้ำไป บอกเลยว่าตอนนี้ไม่พร้อมสู้หน้าอีกฝ่าย ผมอายเว้ย ก่อนหน้านี้ดรอปต้องได้ยินเสียงเราครางชื่อเขาชัวร์


รับไม่ได้เว้ย


ผมรีบเดินออกจากห้องโดยไม่สนใจอาหารเช้าสักนิด พอเดินลงมาชั้นล่างก็รีบโบกมือเรียกรถแท็กซี่เพื่อไปมอก่อน พอมาถึงคณะวิศวะก็นั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนข้างลานเกียร์ ป่านนี้ดรอปจะสงสัยไหมว่าเราหายไปไหน เขาจะรังเกียจรึเปล่า บ้าจริง ต่อไปนี้ผมจะไม่อาบน้ำกับดรอปอีกแล้ว


ฮือ น่าอายว่ะ


ครืด...


โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นทำให้ผมหยิบออกมาดู อ่า ดรอปโทรมางั้นเหรอ ครั้งแรกเลยแต่ผมไม่อยากรับเว้ย ผมปล่อยให้สายตัดไปเขาก็ดันโทรเข้ามาซ้ำ อ๊ากกก ให้เราควบคุมสติและหยุดความอายก่อนได้ไหม อยากรู้ชะมัดว่าแค่มือคนเนี่ย แค่ลูบไล้ร่างกายก็เกิดอารมณ์ได้แล้วใช่ไหม


เราเป็นคนเดียวรึเปล่า พี่หยุดฝนจะเป็นด้วยไหม


ไม่กล้าถามๆ ใครจะถามเรื่องแบบนี้กัน


“เอ่อ ขอโทษนะครับ แฮะๆ”


อยู่ๆ ก็มีผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งเดินมาทางโต๊ะม้าหินอ่อนที่ผมนั่งอยู่ ชายคนนี้สวมชุดนักศึกษาถูกระเบียบแถมยังเซตทรงผมได้เป๊ะเว่อร์ เขายิ้มให้ผมพลางส่งกระดาษบางอย่างมาตรงหน้า ผมก้มหน้ามองพบว่าเป็นแผนที่คณะวิศวะนั่นเอง อย่าบอกว่าเขาเรียนวิศวะเหมือนกัน


“ผมอยากถามหน่อยนะครับว่าตึกเครื่องกลอยู่ตรงไหน รู้แค่ว่าอยู่ใกล้ลานเกียร์ ผมเรียนวิศวะเอกคอมครับแต่อาจารย์บอกว่าให้มาเรียนรวมกับเพื่อนต่างเอก มันเป็นวิชารวมด้วย”


“อ๋อ ตึกนี้ไง”


“อ๋อ ขอบคุณครับ”


“เรียนวิชาเดียวกันเลย เราเรียนวิศวะเครื่องกล” ผมบอกก่อนที่ชายตรงหน้าจะรีบยิ้มให้ราวกับเจอเพื่อนใหม่ ท่าทางเขาเหมือนคนที่ไม่เคยมาเหยียบวิศวะเลย


“ดีใจจัง มีเพื่อนต่างเอกสักที ผมชื่อโอทีครับ”


“เราชื่อหยุดฝัน”


“งั้นผมขอนั่งด้วยได้ไหม ขอไปเรียนพร้อมกันได้รึเปล่า ยังไม่มีเพื่อนเลยครับ” เขาบอกจนผมขมวดคิ้วทันที เปิดเรียนมาจะครบอาทิตย์แล้วยังไม่มีเพื่อนอีกเหรอ


“ไม่มีเพื่อนเลยเหรอ”


“ครับ ผมย้ายคณะมา จริงๆ แล้วผมเลือกเรียนคณะศึกษาศาสตร์ แต่พอเรียนเข้าจริงๆ พบว่าตัวเองไม่อยากเป็นครู ถึงจะชอบคอมพิวเตอร์แต่ไม่อยากเป็นครูเลย แม่ผมจึงแนะนำให้ย้ายมาเรียนวิศวะคอมแทน”


“อ๋อ ดีแล้ว เลือกในสิ่งที่ชอบดีกว่า”


“ขอบคุณครับ ขอเป็นเพื่อนด้วยนะ”


“ได้สิ”


ผมยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนที่เขาจะชวนคุยสารพัด โอทีเป็นผู้ชายคุยเก่ง เรียกว่าเก่งมาก มีเรื่องมากมายมาเล่าสู่กันฟังแถมเขายังรู้จักรุ่นพี่หลากหลายคณะ โอทีบอกว่าเขามาเข้าค่ายตอนมอปลายกับมหาลัยนี้บ่อย รุ่นพี่จึงรู้จักเขาเป็นธรรมดา อืม ดีแฮะ ตอนมอปลายผมไม่เคยสมัครค่ายไปไหนเลย


เหตุผลคือ...แม่หวง แม่ไม่ให้ไป


“แล้วหยุดฝันกินข้าวยัง”


“ยัง เราไม่หิวหรอก”


“เรามีขนมปังด้วย แบ่งกันกิน”


“ไม่เป็นไรหรอก โอทีกินเถอะ”


“เราอยากแบ่ง...”


“ฝัน!” เสียงทุ้มดังขึ้นก่อนจะกระชากแขนผมให้ลุกขึ้น โอทีมองเราสองคนก่อนจะสะดุ้งนิดหน่อยเมื่อเห็นสายตาดุดันจากดรอป พอผมเห็นเขาก็แอบหน้าร้อนวูบวาบอีกแล้ว ก่อนหน้านี้ยังไม่เป็นอะไรเลยนี่หว่า


“แฟนดุจังเลย”


“นี่ดรอป แล้วเราก็ไม่...”


“มานั่งกับใครเนี่ย หนีเรามาทำไม” ดรอปขัดขึ้นจนผมรีบก้มหน้างุด ริมฝีปากเผลอเม้มเข้ามาหากันเบาๆ บรรยากาศค่อนข้างเงียบมากจนผมต้องทำใจเงยหน้ามอง


“เรากลัวดรอปไม่ชอบ เรากลัวดรอปเกลียดนี่”


“คิดมาก”


“ก็...”


“ไปกันเถอะ แล้วอย่ามานั่งกับคนอื่น มันไม่ดี”


ผมกำลังจะถามว่ามันไม่ดียังไงในเมื่อโอทีคือเพื่อนใหม่ โอทียกมือเกาหัวตัวเองด้วยท่าทางงุนงงแต่เขาก็โบกมือลา ผมเดินตามแรงลากของดรอปมาจนถึงใต้อาคารเครื่องกล ชั้นล่างมีเก้าอี้นั่งเล่นด้วย ดรอปให้ผมนั่งลงโดยเขานั่งด้านข้าง อีกฝ่ายหายใจฮึดฮัดคล้ายไม่ชอบใจบางอย่าง


“มันเป็นใคร”


“ใครเหรอ”


“ผู้ชายคนเมื่อกี้ไง”


“อ๋อ เขาชื่อโอที เรียนวิศวะคอม เขาย้าย...”


“มันมาจีบเหรอ” ดรอปถามผมเลยส่ายหน้าไปมานิดหน่อย


“ไม่ใช่ เขามาขอเป็นเพื่อน”


“ช่างเถอะ เราทำข้าวกล่องมาให้กินตอนเช้าด้วย กินก่อนแล้วค่อยไปเรียนกัน” ดรอปส่งข้าวกล่องมาให้ผมเลยรับมาและเปิดออก


“...”


เอ่อ หน้าตามันคล้ายเจ้าของคนทำไหมนะ อยากจะขำแต่ขำไม่ออก ข้าวกล่องนี้หน้าตาบึ้งตึงมาก เขาเอาพริกสีแดงคว่ำลงจนคล้ายคนทำหน้าไม่พอใจอยู่ เพิ่งรู้ว่าดรอปทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย ยิ่งเห็นใบหน้านิ่งตายของอีกฝ่ายจึงเงยหน้าขึ้นพร้อมใช้นิ้วสะกิดเบาๆ


“ดรอป ฝันขอโทษนะ”


“บอกว่า...”


“เราขอโทษที่ครางชื่อดรอปออกมา”


“...” ดรอปหุบปากสนิทแถมใบหูยังแดงระเรื่ออีก เขาหันใบหน้าหนีราวกับคนเขิน ผมก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะตักข้าวขึ้นมาพร้อมจ่อที่ปากดรอปด้วย


“ถ้าไม่โกรธ ต้องกินคำนี้ก่อน”


“เราทำให้ฝันกินนะ”


“แต่ฝันอยากป้อนดรอปไง คิดว่าดรอปคงไม่ได้กินข้าวมาหรอก กินนะ ถ้าไม่กินแปลว่าโกรธฝัน โกรธมากด้วย” ผมบอกด้วยใบหน้าขึงขังจนดรอปยอมพยักหน้าลง บอกเลยว่าดีใจมาก


ผมป้อนข้าวดรอปแถมเขายังยอมกินด้วย เราสองคนทานข้าวกล่องกันจนหมดแล้วค่อยเข้าไปนั่งรอเรียน แอร์เย็นมากแต่ผมไม่มีเสื้อแขนยาว ถึงแม้เสื้อนักศึกษาจะแขนยาวแต่มันบาง หนาวเลยเนี่ย ไม่นานเบ็ดกับทินก็เดินเข้ามาพร้อมทิ้งตัวนั่งลงด้านข้าง


“นี่ห้องเรียนหรือขั้วโลกเหนือวะ หนาวว่ะ”


“มาสายแล้วยังบ่นอีก”


“เพราะมึงไงทิน มัวเล่นกับลูกหมาอยู่ได้”


“ยุ่งอะไรด้วยเล่า”



“เลิกบ่นสักที ขอกอดหน่อยสิทิน เราหนาว” ผมบอกแล้วตวัดแขนกอดทินจนหนุ่มร่างผอมสะดุ้ง เขาเป็นเพื่อนคนเดียวที่ใส่เสื้อกันหนาวมา ถ้ารู้ว่าอากาศหนาวน่าจะแอบขโมยเสื้อของดรอป ฮือ พลาดอย่างแรง


“อ้อนทินมาก ระวังดรอปหึงนะ”


“หึงอะไร”


“หันไปกอดดรอปไป นี่ทินของเขานะ”


“เบ็ดเป็นแฟนกันทินเหรอ” ผมผละตัวออกพลางมองหน้าทั้งสองคนด้วยความตกใจ ทินกับเบ็ดส่ายหน้ารัวๆ แถมยังทำท่าขยะแขยงใส่กันอีกต่างหาก


“ถ้ามีแฟนเป็นไอ้ทิน ขอยอมโสดตลอดชีวิต”


“แหมเบ็ด มึงก็อ้วน ขาใหญ่ยิ่งกว่าช้าง กูคงไม่จับมึงมาเป็นแฟนหรอก”


“ไอ้ผอม มึงดีตายแหละ”


“ไอ้อ้วน!


“พอเถอะ ฟังแล้วปวดหัวว่ะ”


ผมบอกแล้วยกแขนกอดตัวเองเพราะอากาศหนาวมาก ภายในห้องเรียนนี้เป็นห้องเรียนใหญ่ แน่นอนว่าเพื่อนเลือกเปิดแอร์ด้วยอุณหภูมิต่ำ อ่า ขนลุกเว้ย อยากเดินออกจากห้องเรียนแต่อาจารย์เดินเข้ามาแล้ว วันนี้มีเรียนสามเอกด้วยกัน เอกเครื่องกล เอกคอมพิวเตอร์ และเอกไฟฟ้า เป็นวิชาพื้นฐานทั่วไปเนี่ยแหละ ง่ายๆ


ง่ายไหมไม่รู้ รู้อีกทีคือตอนเกรดออก


“หนาวเหรอ ไม่ได้เอาเสื้อมาด้วย”


“ไม่เป็นไรหรอก เราไหว” ผมบอกพร้อมชูสองนิ้วให้ดรอป


“แหมๆ เขาเป็นห่วงกันด้วย”


“ดรอปกอดหยุดฝันทีสิ เพื่อนหนาว ~ ”


“หยุดพูดกันได้แล้ว” ผมห้ามจนเบ็ดกับทินยอมหุบปากลง


“อ้าวหยุดฝัน!


เสียงเรียกชื่อดังขึ้นหน้าประตูทำให้ทุกคนหันไปมองทันที โอทียิ้มกว้างแล้วรีบเดินมาหาจนผมต้องยิ้มตอบเล็กน้อย เขาคงไม่มีเพื่อนจริงๆ เพราะเด็กคอมพิวเตอร์พากันทำหน้างงประมาณว่าไอ้นี่เป็นใคร สงสัยเพิ่งย้ายคณะมาเรียนวันแรกมั้ง ไม่มีเพื่อนก็น่าสงสารแฮะ


“ขอนั่งด้วยได้ไหม เรายังไม่มีที่นั่งเลย”


“อ๋อ งั้นข้าง...”


“เต็มแล้ว” เสียงทุ้มดังขึ้น ดรอปเอากระเป๋าวางบนเก้าอี้ด้านข้างและมองโอทีด้วยสายตานิ่งตาย คาดว่าเขาไม่ค่อยพอใจอีกฝ่ายเท่าไหร่


“แหม แฟนหวงอีกแล้ว”


“...”


“อะ เอ่อ เราไม่นั่งก็ได้ ไปหาเพื่อนใหม่ดีกว่า แฮะๆ” โอทีทำท่าจะหมุนตัวเดินหนีแต่เขาดันหันมามองผมอีกรอบพร้อมส่งโทรศัพท์ตัวเองให้ด้วย


“หือ?”


“เราขอไลน์หยุดฝันได้...”


“ไม่ได้”


“เราขอ...”


“กูบอกว่าไม่ได้” คนตอบไม่ใช่ผมหรอกแต่เป็นดรอปทั้งนั้น เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ และมองด้วยสายตานิ่งๆ ทุกอย่างนิ่งไปหมดแต่ทำไมแอบขนลุกซู่วะ ขนาดเบ็ดกับทินยังหุบปากฉับไม่คิดจะช่วยพูดอะไรสักอย่าง


“เอ่อ แฮะๆ เราไปดีกว่า บาย”


โอทีรีบเดินจากไปด้วยท่าทางรนๆ จนได้ยินเสียงเบ็ดกับทินถอนหายใจยาวเหยียด ผมหันไปมองดรอปเล็กน้อยแต่เขาไม่ได้มองตอบ เจ้าตัวทำเพียงก้มหน้าอ่านหนังสือเรียนเท่านั้น ส่วนเบ็ดกับทินดันยกยิ้มชอบใจอะไรสักอย่าง มีอะไรน่าพอใจงั้นเหรอ


“ดรอป ถ้าชักช้าระวังมีหมาคาบไปแดกนะเว้ย”


“ชอบก็จีบ รีบจองเป็นเจ้าของด่วน”


“ไอ้คนเมื่อกี้หน้าตาดีด้วยสิ นานไปต้องมีคนมาจีบอีกแน่”


“แล้วเมื่อกี้หวงหยุดฝันในฐานะอะไร”


“ใช่ๆ แฟนก็ไม่ใช่ แค่เพื่อนเอง”


“เตือนด้วยความหวังดี รีบจีบรีบจอง”


“ของดี...”


“พูดอะไรกันเนี่ย หยุดพูดเถอะ” ผมบอกทินกับเบ็ดที่ผลัดกันพูดราวกับแกล้งยั่วยุดรอปให้อารมณ์ขึ้น ดรอปไม่ตอบโต้อะไรสักคำนอกจากก้มหน้าอ่านหนังสือ


“ดรอปพวกกูจริงจังนะเนี่ย จะหวงหยุดฝันแบบนี้ไปตลอดไม่ได้ ถ้าจะหวงจะหึงต้องมีสถานะเว้ย” ทินยังไม่ยอมหยุดจนผมต้องถอนหายใจและสนใจอ่านหนังสือแบบดรอปบ้าง อยากพูดก็พูดไปเถอะ


“ดรอป กูว่า...”


“รู้แล้ว”


“...”


เงียบกริบเลยทีเดียวเมื่อดรอปขัดขึ้นด้วยประโยคสั้นๆ ผมหันไปมองดรอปเล็กน้อยประมาณว่าเขารู้แล้วในเรื่องอะไร หรือดรอปจะรำคาญทินกับเบ็ดที่พูดมากซ้ำซากไม่ยอมหยุด อ่า ต้องเป็นแบบนั้นชัวร์ ขนาดผมยังไม่เข้าใจเลยแล้วดรอปจะไปเข้าใจอะไรได้เล่า


การเรียนการสอนในช่วงเช้าจบไปพวกเราก็เดินออกมาด้วยสภาพหิวโซ อาจารย์ปล่อยช้าอีกแล้ว เลยเวลามาตั้งยี่สิบนาทีแน่ะ ผมและเพื่อนอีกสามคนเดินทางมายังโรงอาหารคณะวิศวะ ดรอปอาสาไปซื้อข้าวให้โดยเขาสั่งให้นั่งเฝ้าโต๊ะไป ส่วนทินกับเบ็ดนั้นไปซื้อก๋วยเตี๋ยว คงนานหน่อย แถวโคตรยาวเลย


ครืด...


อ่า แม่โทรมางั้นเหรอ ตาขวากระตุกแฮะ


“ครับแม่”


(ตอนเย็นว่างไหนจ๊ะ)


“ว่างครับ วันนี้พี่ว้ากไม่นัด”


(ดีเลยจ้า แม่มีเรื่องอยากจะคุยด้วยพอดี) แม่บอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ไม่นานดรอปก็วางจานข้าวลงพร้อมนั่งด้านข้าง สายตาเขาค่อนข้างสงสัยไม่น้อยจนผมต้องพูดเป็นภาษาใบ้ว่าแม่โทรมา รายนั้นก็พยักหน้าขึ้นลงเป็นเชิงเข้าใจ


“แม่มีเรื่องอะไรเหรอครับ”


(แม่อยากคุยอะไรนิดๆ หน่อยๆ งั้นตอนเย็นมาหาแม่ที่ร้านอาหารซอยสี่แถวบ้านเรา พาดรอปมาด้วยนะลูก) แม่บอกผมเลยพยักหน้านิดหน่อยก่อนจะชะงัก


“ฮะ!?”


(ตกใจอะไรจ๊ะ)


“พาใครไปนะครับ”


(ดรอปไง คืนนี้เขาต้องลักพาตัวลูกไปนอนกกที่คอนโดอีกแล้วใช่ไหม ถามเขาสิว่ายอมปล่อยให้ลูกมาเจอหน้าแม่ได้รึเปล่า) แม่ถามขึ้นแถมยังหัวเราะด้วยความชอบอกชอบใจ บอกเลยว่าหน้าร้อนผ่าวไปหมด


“วันนี้ผมนอนที่บ้านแน่นอนครับ”


(แม่ไม่เชื่อจ้า ยังไงต้องพาเขามาให้ได้นะ)


“แม่...”


(ถ้าไม่มา แม่จะให้ลูกเลิกคบกับเพื่อนคนนี้ ว่าไงจ๊ะจะยอมมาดีๆ ไหม)


“โธ่ แม่ครับ ดรอปไม่ว่างหรอก” ผมบอกขึ้นจนร่างสูงหันมามองทันทีเมื่อในประโยคมีชื่อเขาปรากฏ อ่า เราต้องพาดรอปไปหาแม่จริงเหรอเนี่ย


(อะไรกันหยุดฝัน แค่พาเพื่อนมาหาแม่เอง หรือว่า...พัฒนาจากเพื่อนจนกลายเป็นแฟนแล้ว) แม่ถามอีกจนผมหน้าร้อนวูบวาบ แค่เพื่อนครับยังไม่ได้พัฒนาอะไรทั้งนั้น


“เพื่อนสิครับ”


(จ้าๆ เพื่อน เนอะ อิอิ)


“แม่อ่า อย่าลืมผมสิ”


(ตอนเย็นถ้าพาแฟน เอ๊ย! เพื่อนมาไม่ได้แม่จะให้เลิกคบกันทันที แค่นี้แหละจ๊ะ บาย) แม่กดวางสายไปแล้วจนผมต้องถอนหายใจด้วยความปลง พอหันไปมองดรอปเขาก็เลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยเป็นเชิงถามว่ามีอะไรกันแน่


“มีอะไรรึเปล่าฝัน”


“แม่เราอยากเจอดรอป”


!!


“ถ้าดรอปไม่ไป แม่จะให้เราเลิกคบกัน”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 304 ครั้ง

256 ความคิดเห็น

  1. #202 atom190023 (@atom190023) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 12:46
    พูดเหมือนเป็นแฟน5555
    #202
    0
  2. #193 sichul (@hanjaheebum) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 23:31

    มาต่อเร็วๆน้าาา
    #193
    0
  3. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 09:19
    ว้ายๆๆ ทำไมต้องตกใจ
    #192
    0
  4. #191 นิจิคาตะ K.S.P (@sandy4869) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 07:24

    เลิกคบเลยน้า อย่างนี้ต้องเป็นแฟนแล้วละ
    #191
    0
  5. #190 1251212512 (@1251212512) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 21:54
    เลิกคบจากเพื่อนไปเป็นเมี- แค่ก แฟน555
    #190
    0
  6. #189 Barbie1865 (@JiraponrChamjoo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 21:44
    เลิกเป็นเพื่อนไปเป็นเป็นแฟน555
    #189
    0
  7. #188 pawi_pawinee (@pawi_pawinee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 19:06

    เอาอีกๆๆๆๆ
    #188
    0
  8. #187 vavannn (@string-henry) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 22:56
    ฝันนะ ป้อนข้าวนะแล้วก็ไปขอโทษเค้าแบบนั้นอีก คือเขินแล้วใช่ไหมมมมมท5555
    #187
    0
  9. #186 Sariei_va (@Aomna_na) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 21:40
    ดรอปปปปปปเขินอ่ออออ
    #186
    0
  10. #185 นิจิคาตะ K.S.P (@sandy4869) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 21:00

    มันดีต่อใจ ไรท์กลับมาด้วย เลิฟฟฟฟ
    #185
    0
  11. #184 piyaporn1111 (@piyaporn1111) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 02:28
    ไร๊มาต่อแล้ว ดีจัยยย อย่าหายไปอีกนะ ฮริ่อออ
    #184
    0
  12. #183 ampere2548 (@ampere2548) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 08:13
    คิดถึง~~~~
    #183
    0
  13. #181 PiNcHaTs (@PiNcHaTs) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 10:50
    ฮืออ ร้องไห้แล้ว ไรท์กลับมาแล้ว
    #181
    0
  14. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 21:52
    ดีใจในที่สุดไรท์ก็กลับมาา
    #180
    0
  15. #178 Tanyaporn2537 (@Tanyaporn2537) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 21:30
    คิดถึงเชื่อไหมรอมาตลอดเรายงื้อๆๆๆ
    #178
    0
  16. #177 Sariei_va (@Aomna_na) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 21:09
    กลับมาเเล้ววววว ดีจายยยยยย
    #177
    0
  17. #176 noname_prince2 (@Noname_prince) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 21:05
    คิดถึงงงง
    #176
    0