จบ | Engineering หล่อร้ายเกินหัวใจจะต้านทาน [Yaoi]

ตอนที่ 38 : ต้านทานรัก ครั้งที่ 37

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,328
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 441 ครั้ง
    8 มิ.ย. 61

-37-


ฉึก!


“พี่นนท์!” ผมร้องด้วยความตกใจเมื่อร่างสูงถูกพี่ฟ้าเอามีดแทงที่หน้าอกด้านขวา หัวใจกระตุกวูบด้วยความหวาดกลัว เธอคิดจะทำอะไรกันแน่


“ฉันเคยรักเขามากแต่ตอนนี้ไม่รักแล้ว ในใจฉันมีแต่ความแค้น ความอับอาย! ฟ้าจะให้นนท์ตายช้าๆ และหมดลมหายใจต่อหน้าแฟนตัวเอง ดูสิไอ้เด็กปากดีนี่จะทำหน้ายังไง!


“อย่านะ ฮือ อย่าทำเขา ฮึก”


“ร้องไห้ทำไม ฮ่าๆ เพราะรายต่อไปที่ต้องตายคือแก!


“ฟ้าพอเถอะ พาไอ้นนท์ไปหาหมอดีกว่า”


“เก่ง! นายอยากให้ฉันติดคุกเหรอฮะ!?” ฟ้าถามด้วยความไม่พอใจ นายเก่งมองหน้าพี่นนท์ก่อนจะหน้าเสียและพยายามตบแก้มเพื่อน พี่นนท์หน้าซีดมากจนหัวใจหวาดกลัวไปหมด


“กูจะพามึงไปหาหมอเอง”


“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ถ้านายทรยศฉัน! ฉันจะฆ่านายอีกคน!


“ไหนบอกว่ารักฉัน ความจริงแล้วเธอรักไอ้นนท์มากกว่า! ไม่สิเธอไม่เคยรักฉันเลย ฉันไม่น่าไปหลงรักปีศาจในร่างนางฟ้าสักนิด ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอทำผิดมากกว่านี้แล้ว!” นายเก่งตวาดใส่ดังลั่นจนพี่ฟ้าทำหน้าบิดเบี้ยวไม่น่ามอง เธอกำลังโกรธนายเก่งใช่ไหม


“จะไม่มีใครได้ออกไปไหนทั้งนั้น ฉันเนี่ยแหละจะฆ่านายให้ตายพร้อมกัน”


“คงยากหน่อย เพราะพวกฉันไม่ยอมง่ายๆ ”


“พี่ฝุ่น พี่อัพ พี่พี ช่วยพี่นนท์ด้วยฮะ!


ผมดีใจมากจนไอ้ร่างยักษ์ผละตัวออกจากผมแล้วเดินไปยืนข้างหลังพี่ฟ้า เธอมองหน้าเพื่อนพี่นนท์แล้วทำท่าจะหนีแต่ดันถูกตำรวจวิ่งมาและล้อมรอบเต็มไปหมด ผมรีบวิ่งไปหาพี่นนท์ทันที ให้ตายสิ มือของเขาเย็นมากเลยล่ะ


“พี่นนท์อย่าเป็นอะไรไปนะ ฮือ”


“ขอทางหน่อยนะคะ ต้องรีบพาคนเจ็บไปรักษาด่วน”


พยาบาลรีบพาร่างพี่นนท์ขึ้นรถโรงพยาบาลไปทันที ผมมองร่างสูงแล้วแทบจะเป็นลม คนรักกำลังจะตายไปต่อหน้าต่อตาแต่ผมช่วยอะไรไม่ได้เลย พี่ฝุ่นเอามือจับไหล่ไว้แล้วมองตำรวจจับกุมคนร้าย พี่ฟ้าดูคลั่งมากแถมกรี๊ดร้องโหยหวนจนน่ากลัว


“แก! แกเป็นคนผิด!


ผมผิดอะไร พี่ทำตัวเองทั้งนั้น


“แก! แกทำให้ฉันโกรธจนต้องฆ่าเขา ไม่! ฮึก เก่ง เก่งช่วยฟ้าด้วยนะอย่าให้เขาจับฟ้าไป ฮึก เก่ง ฮือ” พี่ฟ้าร้องโหยหวนและถูกตำรวจลากขึ้นรถไป พี่เก่งถูกตำรวจจับเช่นกันโทษฐานที่สมรู้ร่วมคิดกับคนร้าย


โทษอาจจะไม่หนักเท่าพี่ฟ้าหรอก


ผมนั่งรถมาโรงพยาบาลกับเพื่อนของพี่นนท์ เรียกว่ายืนรอหน้าห้องฉุกเฉินนานมาก เขาถูกมีดแทงที่หน้าอกด้านขวาใกล้ตำแหน่งหัวใจเลย ผู้หญิงคนนั้นโหดร้ายที่สุดทำไมต้องทำร้ายพี่นนท์ด้วย ความรักมันทำลายทุกอย่างได้จริงๆ หากรู้ว่าหารพูดจาเยาะเย้ยเธอในตอนนั้นจะทำให้มันร้ายแรงเท่าตอนนี้


ผมจะไม่พูด


จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นด้วย


“ไม่เป็นไร ไอ้นนท์ต้องปลอดภัย”


“รถพังยับเยินมากแต่ส่งเข้าอู่ซ่อมแล้ว”


“น้องอย่าเครียดเลย มันอึดจะตาย มีดเล่มเล็กนิดเดียวไม่ฆ่าชีวิตมันได้หรอก”


จะพยายามคิดแล้วกันว่าพี่นนท์ตายยาก ผมยืนรอหน้าห้องฉุกเฉินหลายชั่วโมงจนท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ไม่นานหมอก็เดินออกมาและบอกว่าคนเจ็บพ้นขีดอันตรายแล้ว เฮ้อ ค่อยโล่งใจหน่อย ผมว่านะคนที่ผิดคือผมเอง ถ้าเราไม่ปากดีไปพูดแบบนั้นใส่พี่ฟ้าเธอคงไม่โกรธจนเผลอเอามีดแทงหน้าอกพี่นนท์หรอก


ผิดเอง


ตอนนี้หมอยังไม่ให้เยี่ยมเราจึงยืนมองผ่านกระจกหน้าห้องเท่านั้น ร่างของพี่นนท์มีสายพันเต็มตัวไปหมด หัวใจเจ็บร้าวมากเมื่อนึกถึงสาเหตุที่แท้จริง


แก! แกทำให้ฉันโกรธจนต้องฆ่าเขา


ใช่ พี่ฟ้าพูดถูก ผมพูดยั่วโมโหเธอเอง


ตอนนี้หน้าห้องมีพ่อแม่พี่นนท์ เพื่อนของเขา และพ่อแม่ผมด้วย ท่านคงเป็นห่วงเป็นใยนั่นแหละ ผมยืนมองร่างนั้นไม่ไปไหนถึงแม้ว่าพี่นนท์จะปลอดภัยแล้วก็ตาม เมื่อไหร่จะฟื้นสักทีนะ


“เดี๋ยวลูกแม่ก็ฟื้นแล้ว ไม่เป็นไรนะลูก” แม่ของพี่นนท์กอดร่างผมพลางโยกตัวไปมาจนต้องฝืนยิ้มให้ ท่านใจดีมากจนผมรู้สึกผิดไปเลยที่ปกป้องคนรักได้ไม่ดี


ผมไม่มีแรงมากพอจะต่อต้านใครได้สักคน


“กลับบ้านไปอาบน้ำก่อนเถอะจ๊ะ”


แต่ผมไม่อยากไปไหนเลย พี่นนท์ผมขอโทษนะฮะ


(อัพต่อ)


“หนูให้หมอเช็คร่างกายรึยังลูก” พ่อถามผมเลยพยักหน้าลง


“ให้หมอตรวจแล้วครับ”


“กลับบ้านก่อนนะลูก ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ดีกว่า”


“เอ่อ ครับแม่”


ผมเดินตามหลังพ่อแม่แล้วนั่งรถกลับบ้านใหญ่ เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จพ่อก็บังคับให้ไปเรียนทั้งที่ใจตอนนี้ไม่อยากไปสักนิด สุดท้ายผมก็ไปนั่งเรียนกับอาแจ้และแท่นด้วยสภาพไม่สู้ดี ส่วนพีนัทกับบิวตี้ไม่อยู่พีนัทติดธุระต้องไปตรวจสายตากับหมอ เห็นบ่นว่าปวดตา ส่วนบิวตี้เจ็บคอ ไปรักษาเช่นกัน


เพื่อนไม่มาตั้งสองคน ผมไม่มาบ้างก็ดี


เฮ้อ พอนึกถึงพี่นนท์ความรู้สึกผิดก็เล่นงานอีกแล้ว ผมจะต้องทำยังไงดีมันรู้สึกผิดไปหมด การเรียนทั้งวันของผมไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น มันย่ำแย่เกินจะบรรยายเชียวแหละ






 

สามวันต่อมา


ผมเดินลากขาเข้ามาในโรงพยาบาลช่วงเย็นด้วยความเหนื่อยล้าและความเครียดที่สะสมกันมานานหลายวัน ผมเดินเข้ามาในห้องพักของพี่นนท์ทุกวันเลยแต่เขาไม่ยอมฟื้นสักที เมื่อไหร่จะตื่นมาคุยด้วยเนี่ย


แอด...


“อ้าว คนไข้หายไปไหนแล้วครับ” ผมถามพยาบาลทันที


“คนไข้...”


“ไอ้นนท์มันหนีออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว”


“หา!” ผมหันไปมองหน้าพี่ฝุ่นทันที พยาบาลคนนั้นยิ้มให้เล็กน้อยประมาณว่าเขาพูดถูก บ้าบอเถอะ พี่ฝุ่นเป็นบ้าอะไรอีกทำไมต้องหนีออกจากโรงพยาบาลด้วย เพิ่งฟื้นไม่ใช่เหรอ เมื่อวานมาเยี่ยมยังหมดสติอยู่เลย


“เฮอะ! ก็ยัยพยาบาลพวกนั้นนะสิ เล่นเข้ามาในห้องเพื่อเช็ดตัวให้มันทุกหนึ่งชั่วโมง ไอ้นนท์รำคาญก็เลยหนีออกไปแต่พ่อแม่มันจ้างหมอไปดูแลที่บ้านแล้ว”


อ๋อ ผมพยักหน้าขึ้นลง อยากไปเยี่ยมแต่จำทางไปบ้านพี่นนท์ไม่ถูก สุดท้ายก็เดินคุยกับพี่ฝุ่นและลากลับบ้านตัวเอง ถ้าเจ้าตัวหายดีและย้ายกลับมาอยู่กรุงเทพฯ ค่อยไปถามอาการทีหลังก็ได้มั้ง


เมื่อกลับมาถึงหอผมก็อ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบมิดเทอม เกรดเทอมนี้ยังไงก็ต้องมีเอประดับให้มากที่สุด หากพ่อแม่เห็นเอต้องดีใจมากแน่ ช่วงนี้วงดนตรีเราไม่ไปเล่นที่ไหนแล้วเพราะไม่มีงานแสดงต้องซ้อม ที่จริงเฮียหมูก็ติดต่อมาแหละแต่พวกเราบอกว่าใกล้สอบ ไม่ค่อยมีเวลาไปเท่าไหร่


สุดท้ายก็ไม่รับงานกัน


ครืด...


เอ๋ ใครโทรมาตอนสามทุ่มวะ


“ว่าไง”


(วันเกิดมึงจัดที่บ้านเหรอ) อาแจ้ถามจนผมขมวดคิ้วทันที


“ใช่ รู้ได้ไง”


(แม่มึงโทรมาชวนครอบครัวกูไปร่วมปาร์ตี้กันทั้งหลังเลย)


“จะรีบชวนไปไหนเนี่ย ฮ่าๆ” ผมขำทันทีเพราะไม่คิดว่าพ่อกับแม่จะเริ่มโทรชวนคนอื่นล่วงหน้าเร็วขนาดนี้ แต่เดี๋ยวนะ ปกติฉลองวันเกิดทีไม่เคยชวนแขกมาเยอะแยะขนาดนี้นี่หว่า


(แล้วเซอร์ไพรส์ในงานคืออะไรวะ)


“มีด้วยเหรอ ทำไมกูไม่รู้วะ”


(เอ้า! นี่มึงเป็นลูกคุณน้าเขาจริงไหมเนี่ย ขนาดกูเป็นคนนอกยังรู้เลยว่ามีเซอร์ไพรส์แต่ไม่รู้ว่าเซอร์ไพรส์เป็นอะไรเท่านั้นเอง) อาแจ้บอกจนผมเริ่มสงสัย แปลว่าพ่อกับแม่จัดงานอะไรสักอย่างในวันเกิดผมด้วย เริ่มสงสัยแล้วสิ


“แค่นี้ก่อนนะ”


(เอ้าๆ อ้าว!)


ผมกดวางสายหนีเพื่อนทันทีและเริ่มใช้นิ้วไล่หารายมือแม่ตัวเอง คุยกับพ่อคงยากไปหน่อย ถามคำตอบคำมันไม่ค่อยชัดเจนหรอก แม่ผมคุยเก่งยังไงท่านต้องเฉลยเซอร์ไพรส์ให้ฟังแน่นอน เมื่อโทรออกก็รอสัญญาณไม่นาน


(ว่าไงจ๊ะหนู คิดถึงแม่เหรอ)


“แม่ชวนแขกอื่นมางานด้วยเหรอฮะ”


(ใช่จ้า แม่จัดงานวันเกิดให้หนูควบคู่ไปกับงานธุรกิจ มีไฮโซมากมายมาร่วมงานเพื่อ...อิอิ ไม่บอกดีกว่าค่า มันเป็นเซอร์ไพรส์รับรองว่าทุกคนจะต้องตะลึงอึ้งทึ่ง บอกเลยว่างานวันเกิดปีนี้ของหนูมันอลังการงานสร้างมาก) แม่บอกจนผมแอบกรอกตาเล็กน้อย ฟังดูวุ่นวายพิลึก


“แล้วทำไมต้องรีบชวนล่วงหน้าตั้งครึ่งเดือนครับ”


(แขกบางท่านมีงานต้องทำ มีธุระที่ต้องเคลียร์เราเลยต้องจองคิวล่วงหน้า เขาจะได้จัดตารางงานถูก ถ้าโทรวันนี้งานเริ่มพรุ่งนี้ใครจะมาล่ะจ๊ะ)


“เข้าใจแล้วครับ” ดูวุ่นวายมาก ไม่ชอบเว้ย!


(อัพต่อ)


(ดีจ้า แค่นี้ก่อนนะลูก ตั้งใจเรียนหนังสือด้วย)


“ครับๆ”


แล้วปลายสายก็วางไป


ผมวางมือถือบนโต๊ะหัวเตียงก่อนจะล้มตัวนอนพร้อมปิดไฟในห้องด้วย บอกเลยว่ามืดมากแต่ผมชินแล้ว ห้องนี้อยู่มานานหลายเดือนตั้งแต่เข้ามหาลัยใหม่ ผมนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยก่อนที่สมองจะหยุดทำงาน เปลือกตาปิดสนิทแล้วนอนหลับใหลเข้าสู่ห่วงนิทรา






 

เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้ว


หนึ่งอาทิตย์ที่ผมเดินมาคณะวิศวะเพื่อสอดส่องดูว่าพี่นนท์มาเรียนรึยัง เขาหายเงียบไปเลยราวกับก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเขาอยู่บนโลก เพื่อนของเขาพูดคุยปกติจนมาถึงวันพฤหัสบดี วันนี้ครบเจ็ดวันที่เจ้าตัวหายไป อ่า โรงอาหารไร้วี่แววของแฟนตัวเองเลย


เราเลิกกันไปรึยังนะ


เฮ้อ ติดต่อไม่ได้


พี่นนท์ไม่โทรมาและผมไม่คิดจะติดต่อไป ต่างคนต่างอยู่จนผมไม่กล้าเสนอหน้าไปถามเพื่อนเขาเลยว่าพี่นนท์เป็นยังไงบ้าง มาเรียนวันไหน ผมเดินลัดเลาะมาแถวตึกเรียนไฟฟ้าก็เห็นกลุ่มเพื่อนพี่นนท์อยู่ เฮ้ย! พี่นนท์มาเรียนแล้วเหรอรอยยิ้มบนใบหน้าปรากฏทันที


ครั้งแรกตั้งใจจะเดินไปหาแต่ผมกลับเลือกซ่อนตัวข้างตึกแทน เจ้าตัวขยับปากพูดน้อยมากแถมเวลาพูดยังเอามือทาบหน้าอกด้านขวาด้วย คงเจ็บแผลสินะ


ผมผิดเอง ผมทำให้เขาเจ็บ


สุดท้ายจึงทำเพียงแอบมองห่างๆ และถอยหลังกลับคณะดุริยางค์อย่างเงียบเชียบ บางทีการมองเขาจากที่ไกลๆ อาจจะทำให้อีกคนเจ็บน้อยลงก็ได้ ผมเดินเข้าห้องเรียนและคุยกับเพื่อนในกลุ่มเล็กน้อย ยังไม่ได้บอกสินะว่าบิวตี้มีอาการยังไงหลังจากอกหักครั้งที่สองติดต่อกัน เธอเงียบมากแถมขอบตาแดงกร่ำ ยามเห็นพี่ไนน์มาหาพีนัทเธอจะเบะปากอยากจะร้องไห้ทุกที พี่ไนน์คงเข้าใจความรู้สึกแต่เลือกที่จะเงียบและปล่อยให้เธอทำใจเอง


เศร้าแฮะ ความรักมักเป็นแบบนี้


“เรียนเสร็จแล้วไปไหนต่อวะ” เพื่อนแท่นถามขึ้น


“เราจะไปหาซื้อปลามาเลี้ยง” อาแจ้ตอบนั่นเอง


“โสดๆ เลยหาเพื่อนคุยเหรอ”


“แหม พูดเหมือนปลาตอบได้เนอะ”


“แล้วพีนัทล่ะ”


“อ๋อ เราต้องไปหาพี่ไนน์นะ” เขาตอบแล้วเอามือดันแว่นตานิดหน่อยเนื่องจากมันหล่นจากกรอบตา ส่วนใหญ่พีนัทไม่ค่อยถอดแว่นหรอก เขาสายตาสั้น อีกเหตุผลหนึ่งคือพี่ไนน์หึง ไม่ชอบให้ใครมาจ้อง


“แล้วบิวตี้ อะ อ้าว! ไปแล้ว”


ใช่ บิวตี้เดินไปทางลานจอดรถแล้ว


“ปล่อยให้เธอทำใจเถอะ แล้วคุณภูไทล่ะครับ”


“ไปเดินเล่นเรื่อยเปื่อย บาย”


“อ้าว! ไปกันหมดเลย”


ผมไม่สนใจเสียงเพื่อนนอกจากคร่อมรถมอเตอร์ไซค์แล้วขับมาจอดในห้างขนาดใหญ่ใกล้มอ เมื่อเดินเข้ามาก็ขึ้นบันไดเลื่อนมาชั้นสองและเดินขึ้นชั้นสาม เรียกว่าเดินดูแทบทุกร้านแต่ไม่ซื้ออะไรสักอย่าง


และแล้วก็มาหยุดหน้าร้านหนังสือ


“ไปซื้อหนังสืออ่านก็ได้วะ”


ผมเดินวนรอบร้านก่อนจะเห็นผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งกำลังยืนอ่านหนังสือ เอ่อ หน้าปกแบบนี้มันนิยายวายไม่ใช่เหรอ นิยายแบบนี้คือพวกชายชอบชายครับ ผมลองหยิบมาดูสักเล่มก็อ่านคำโปรยนิดหน่อยก่อนจะเปิดดูด้านใน โอ้โฮ! มีแต่ตัวหนังสือทั้งนั้น


เห็นแล้วปวดตาเลย


ขนาดหนังสือเรียนยังไม่ค่อยแตะแล้วหนังสือนิยายจะอ่านจบเล่มไหมเนี่ย ผมยืนดูสักพักก่อนที่ชายข้างตัวจะเอานิ้วสะกิดแขน เรารู้จักกันเหรอ


“คุณอ่านหนังสือแบบนี้ด้วยเหรอ”


“อ๋อ ผมเพิ่งจับมาดูเนี่ยแหละฮะ” เห็นเขาจับเลยจับตาม


“ผมอ่านมานานแล้ว สนุกดีนะครับ”


ตรงไหน มีแต่ตัวหนังสือเนี่ยนะ ใครจะไปจินตนาการออกวะหรือเราต้องใช้สมองในการนึกภาพตาม แค่คิดก็วิงเวียนศีรษะคล้ายจะง่วงนอน อยากรู้นักว่ามันมีอะไรดี


“คุณเป็นเกย์เหรอครับ”


“ฮะ?” ใคร...เขาหมายถึงผมใช่ป่ะ!


(อัพต่อ)


“ผมเป็นเกย์ ขอยอมรับตามตรงเลย ดีใจนะครับที่มีเพื่อนแบบเดียวกัน มันแย่มากเลยล่ะที่ต้องปกปิดความจริงแต่มันไม่มากเท่าไหร่ ผมไม่ใช่พวกเฮฮา บุคลิกจะนิ่งหน่อยเลยเดานิสัยไม่ค่อยออกเรียกว่าเดาได้ยาก” เขาบอกเหมือนเปิดใจกับคนแปลกหน้า ผมจึงยกยิ้มให้


“แล้วแฟนคุณเป็นผู้ชายเหรอครับ”


“ใช่ครับ นี่แฟนผมเอง”


หือ?


เฮ้ย! ผมเบิกตาโตทันทีเมื่อหน้าจอโทรศัพท์ของเขาโชว์ภาพของ...ของแท่น แท่นเนี่ยนะ! นี่ผมเพี้ยนจนตาฝาดไปใช่ไหม คนข้างตัวเลื่อนรูปภาพไปเรื่อยๆ จนผมเริ่มมั่นใจแล้วว่าใช่แน่ มีรูปภาพหลายอิริยาบถมาก


“แท่น คือชื่อแฟนคุณใช่ไหม”


“รู้ด้วยเหรอ คุณรู้จักแฟนผมได้ยังไงครับ”


“ผมชื่อภูไท เรียนดุริยางค์ปีหนึ่งแล้วก็เป็นเพื่อนแฟนคุณด้วย”


“อ๋อ มือกลองเองเหรอ ผมเคยไปดูแท่นเล่นดนตรีนะแต่ตอนนั้นผมของคุณเป็นสีทองนี่ ย้อมผมสีใหม่จนจำไม่ได้เลย” เขาบอกจนผมหลุดขำทันที แบบนี้ต้องเอาไปล้อแท่นบ้าง หึๆ


“คบกันนานรึยัง”


“เมื่อสามเดือนก่อนครับ อ้อ ผมชื่อกั้ง เรียนมหาลัยเอกชนปีหนึ่ง” เขาบอกผมเลยยิ้มให้ รอยยิ้มของเขาค่อนข้างจริงใจพอสมควร ทำไมเพื่อนแท่นไม่บอกกันบ้างว่ามีแฟนแล้ว เนียนเป็นหนุ่มโสดตั้งนาน ที่สำคัญมันมีแฟนก่อนผมตั้งหลายเดือน


ร้ายกาจ!


“แล้วแฟนคุณเป็นผู้ชายไหมครับ”


“เอ่อ ครับ” ผมตอบแล้วยกมือลูบท้ายทอยด้วยความเขิน ไม่อยากตอบเท่าไหร่แต่มันต้องตอบแหละ กั้งอมยิ้มเล็กน้อยพลางถามต่อจนผมขมวดคิ้วทันที


“แล้วแฟนคุณ ใช่คนด้านหลังไหมครับ”


“เฮ้ย! พะ พี่นนท์”


“โอ้โฮ แฟนคุณหล่อนะเนี่ย ผมไปดีกว่า อ้อ หนังสือที่คุณอ่านอยู่บอกเลยว่าดีมาก ถ้าคุณลองอ่านแล้วจะติดใจแน่นอน แล้วเจอกันใหม่นะภูไท” กั้งพูดจบก็บอกลาทันที


ผมยืนจ้องหน้าอีกฝ่ายก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย พี่นนท์ใส่ชุดนักศึกษาสีขาวถูกระเบียบทุกอย่างแต่เจ้าตัวดันเอาชายเสื้อออกนอกกางเกงนิดหน่อยทำให้ดูแบดบอย...รึเปล่า


“เอ่อ สบายดีไหม ไม่เจอกันนานเลยเนอะ”


“...”


“ขอโทษนะ ผมมันแย่เองที่ปกป้องพี่ไม่ได้แถมยังปากดีอีก”


“ขอโทษทำไม ทำไมต้องขอโทษ น้องเป็นคนเอามีดแทงพี่เหรอ” เขาถามพลางเดินมายืนตรงหน้าจนผมเผลอกำหนังสือนิยายไว้แน่น


“โกรธหรือ”


“โกรธ”


สีหน้าในตอนนี้คงสลดมากแน่นอน


“พี่โกรธที่น้องหายหน้าไปไม่ยอมมาเยี่ยมบ้างเลย”


“ก็เยี่ยมอยู่นี่ไง”


“เหรอ ถ้าพี่ไม่ตามเรามาน้องคงไม่ได้เห็นสภาพพี่แน่ ตอนเช้าก็มาหาไม่ใช่เหรอทำไมไม่เข้าไปทักทายบ้าง เราเป็นแฟนกันนะไม่ใช่คนแปลกหน้า พี่แค่อยาก...เห็นหน้าน้องเท่านั้นเอง”


“ขอโทษนะ เจ็บมากไหมครับ” ผมถามแล้วยกมือทาบตำแหน่งหน้าอกด้านขวาเบาๆ พี่นนท์ยิ้มมุมปากให้จนหัวใจแกว่งไปมา มันละมุนอ่อนหวานมากเลยล่ะ ไม่นานเขาก็ยกมือมาทาบมือผมจนหัวใจอบอุ่นไปหมด มือเขาไม่เย็นแบบวันนั้นแล้ว


“แค่รู้ว่าน้องยังห่วงใย พี่ก็ดีใจมากแล้ว”


“อือ”


“ว่าแต่...ไอ้ผู้ชายเมื่อกี้ มันมาจีบน้องใช่ป่ะ!?” เขาถามตามสไตล์ผู้ชายขี้หึง ผมส่ายหน้าไปมาทันทีแถมยังส่งรอยยิ้มสดใสให้ด้วย


“แฟนของแท่น เพื่อนผมไง”


“หือ?”


“เอาเถอะน่า เชื่อใจกันเถอะว่าผมไม่สามารถปันใจไปรักใครได้อีกแล้ว พี่เข้ามานั่งเล่นในนี้แล้วต้องอยู่ตลอดไปอยู่ไหม มีทางเข้าทางเดียวแต่ทางออกไม่มี พี่นนท์ครับหัวใจของผมเป็นของพี่แล้ว”


“...”


“ผมขอฝากหัวใจตัวเองด้วยนะฮะ”


ขอฝากหัวใจอย่างเป็นทางการ ต่อจากนี้ไปผมจะไม่หนีหรือหายหน้าไปอีก พี่นนท์ไม่ตอบอะไรนอกจากยกมือขึ้นแล้วใช้นิ้ววาดไปบนหน้าอกของผมช้าๆ เป็นรูปหัวใจ รอยยิ้มละมุนของเขายังคงหล่อเหลาน่ามองไม่เคยเปลี่ยน บอกเลยว่าจะรักและดูแลเขาให้ดีกว่าไม้กลองที่ชอบสะสมอีก


“พี่นนท์”


“พี่ขอรับฝากหัวใจไปตลอดชีวิตครับ”


---------------------------------------------------------------------------

อีกสองตอนก็จะจบแล้วนะ ใกล้แล้วๆ อีกนิดเดียว 5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 441 ครั้ง

1,236 ความคิดเห็น

  1. #1190 เจ้าบัว (@letcomic) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 20:16
    ภูไทฝากบอกเพื่อนแท่นหน่อย อยากกินกั้งจังเล้ยยย
    #1190
    0
  2. วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 20:20
    ณ จุดๆนี้เรื่องที่อยากรู้กว่าเซอร์ไพรซ์คือเรื่องเพื่อนแท่น...
    #1185
    0
  3. #1184 Chitthima (@Chitthima) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 17:42
    ต้องขอหมั่นขอแต่งงานแน่เร้ยเรื่องนี้
    #1184
    0
  4. #1183 AirrUtai (@AirrUtai) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 12:43
    งานวันเกิดพี่เค้าจะไปเซอไพร๊ทหรือเปล่าแบบขอแต่งงานงี้
    #1183
    0
  5. #1182 panprapa9 (@panprapa9) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 09:25
    เดี๋ยวงงอ้ะ อยู่ๆก็ดราม่า เกิดอะไรขึ้นตามใม่ทัน ปรับอารมณ์ใม่ทันจิงๆ
    #1182
    0
  6. #1181 Tanyaporn2537 (@Tanyaporn2537) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 00:49
    สงสารทั้งคู่พี่นนท์รีบหายนะคะ
    #1181
    0
  7. #1180 335360 (@335360) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 22:20
    งื้อออยุๆน้ำตาก็ไหลลลTT
    #1180
    0
  8. #1177 Nothing Without U (@kuanlinam) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 21:14
    ฮือออ พี่นนท์รีบฟื้นน้าา ก่อนที่ภูไทจะโทษตัวเองไปมากกว่านี้
    #1177
    0
  9. #1176 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 20:20
    สงสารภูไท พี่นนท์ต้องไม่เป็นไร
    #1176
    0
  10. #1175 pay_padsasing (@pp2539) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 20:14
    น้ำตาไหลลล
    #1175
    0