Spin off #เด็กทะเล ll ขวัญเอ๋ยขวัญมา [Yaoi]

ตอนที่ 22 : Sea Spec : บทที่ 12 : ชีวิตอีกด้าน [2] [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,773
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 608 ครั้ง
    24 เม.ย. 60

 

บทที่ 12

ชีวิตอีกด้าน [2]

 

 

 

  

แก๊งเด็กแสบพากันกลับมาหลังจากทยากรวางสายจากเพื่อนได้แค่สิบห้านาที ใบหน้าแต่ละคนอิ่มหมีพีมัน เบิกบานกันถ้วนหน้า เมื่อสอบถามได้ความว่าไปฟาดขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้กันมาคนละจาน เว้นไอ้หน่อยผู้หิวโหยที่ล่อไปเสียตั้งสาม พอสปอนเซอร์แกล้งถามหยอกๆ ว่าทำไมไม่ซื้อกลับมาให้บ้าง เจ้าเด็กโย่งก็กวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำหน้าตาเหมือนเหยียดหยามความแข็งแกร่งของกระเพาะอาหารในร่างกายเขา

“คนป่วยกินอ้วกหมาน่ะดีแล้ว” ว่าแล้วคนพูดก็ชูถุงข้าวต้มขึ้นมา

นั่นปะไร...ไอ้พวกนี้ซื้อมาจริงๆ แถมยังเรียกซะน่ากลัวจะกลืนไม่ลง

“ขนมจีนเผ็ดมากครับ กลัวพี่กินไม่ไหว” น้องขวัญ เด็กน่ารักของเขาช่วยอธิบาย

ชายหนุ่มถอนหายใจ บอกขอบใจอย่างเสียไม่ได้แล้วรับอาหารกลางวันของเขามา พวกเด็กๆ ไม่ได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมือมามาก นอกจากน้ำอัดลมขวดใหญ่กับน้ำแข็งหนึ่งถุง ดูท่าคงกินขนมกันนอกบ้านจนสาแก่ใจ ไอ้พวกกำลังโตทั้งหลายจึงค่อยได้ฤกษ์คลานกลับมาตายรัง

“พี่เลจ๊ะ เงินที่เหลือจ้ะ”

แบงก์ห้าร้อย กับธนบัตรสีแดงสองใบถูกยัดใส่มือเขา มีเศษเหรียญห้าเหรียญบาทอีกนิดหน่อย คนเก่งคำนวณบวกลบในใจปราดเดียวก็ขมวดคิ้ว “เหลือเยอะจัง ใช้ไปแค่นั้นเองเหรอ”

“ตั้งเกือบสามร้อยนะ!” เด็กตัวสูงตกใจ ก่อนกลับมาพวกเขากลัวแทบตายว่าถลุงเงินไปขนาดนี้ เจ้าของเงินจะดุเอาไหม ตั้งแต่จำความได้... เขาไม่เคยได้รับอนุญาตให้ถือเงินมากมายเท่านี้มาก่อน เด็กบนเกาะทุกคนคุ้นเคยกับเหรียญโลหะมากกว่าธนบัตรกระดาษ ขนาดแม่ค้าขายขนมจีนยังมองหน้าพวกเขาตอนที่ยื่นแบงก์พันให้ ป้าแกคงนึกล่ะมั้งว่าไปขโมยใครเขามา

หนุ่มกรุงเทพฯ หัวเราะร่า มองเงินในมือที่เหลือมา เห็นหน้าตาเจี๋ยมเจี้ยมของแต่ละคนแล้วส่ายหัว  

สามคนสามร้อย ตกหัวละร้อยพอดี...เป็นบุฟเฟ่ที่ราคาถูกจะตาย...

“ก็เห็นก่อนไปถามพี่ซะดิบดีว่าให้จริงไหม”

“พวกฉันก็พูดไปงั้นแหละจ้า เงินตั้งพัน ซื้อข้าวกินได้หลายวันนา...” ไอ้เด็กดำรีบจ้อ “ว่าแต่พี่เลเอาเงินมาจากไหนเหรอจ๊ะ แบงก์ใหม่เรียบกริ๊บเหมือนเพิ่งออกมาจากตู้เหล็กเลยจ้ะ”

ตู้เหล็ก? อ่อ...เด็กมันคงหมายถึงตู้เอทีเอ็ม

คนถูกถามชักหนาวๆ ร้อนๆ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้จะบอกยังไง เจ้าพวกนี้... อยู่ดีๆ ก็ช่างสงสัยกันนัก เล่นเอาชายหนุ่มสมองหมุนคว้าง คิดคำตอบแทบไม่ทัน

“เอ่อ...”

“ถามอะไรของมึงไอ้โง่ ก็ต้องเอามาจากลุงชาญสิ เขาอยู่บ้านเดียวกัน” ยังดีที่มีฮีโร่โผล่มาช่วยคิดให้ ทยากรรีบเออออตามไอ้หน่อยไป

“เออ ใช่ๆ เงินนายหัวให้พี่ไว้”

“เห็นไหม ลุงชาญเขาเลี้ยงเด็ก” พวกตัวแสบมันกระซิบกระซาบกัน

ก็ไม่รู้ทำไมคำพูดพวกนั้นถึงได้ฟังดูทะแม่งๆ

ยิ่งพูดยิ่งพากันออกทะเลจนน่าเวียนหัว ทยากรเลือกหาทางจบบทสนทนาอย่างเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัย ขืนปล่อยให้ถกประเด็นกันต่อไป ประเดี๋ยวก็พากันสงสัยอีกว่า เขากับนายหัวชาญเป็นอะไรกัน คิดแล้วน่ากลุ้มเข้าไปใหญ่ เขาออกปากกวาดต้อนเจ้าพวกนี้ให้ไปทำรายงาน ส่วนตัวเองก็นั่งว่าง ไม่มีอะไรจะทำอยู่พักใหญ่

บ่ายคล้อยล่วงเลยไปใกล้สี่โมงเย็น คนนั่งเล่นนอนเล่น จนหมดปัญญาจะหาอะไรเล่นผุดลุกขึ้นจากโซฟา พวกเด็กๆ ยังคงเฮฮากันอยู่ที่เดิม เสียงโทรทัศน์ฉายภาพหนังจีนกำลังภายในดังลั่นไปทั่วทั้งบ้าน ทยากรเดินเข้าห้องน้ำ ชำระร่างกายออกจากคราบคาลาไมล์สีชมพูหวานแหวว หยดน้ำเกาะพราวทั่วร่าง ความสดชื่นเหมือนชุบชีวิตให้ฟื้นคืน สายตาของชายหนุ่มมองเงาสะท้อนในกระจกเบื้องหน้า

ยากินสองเม็ดกับยาทาของพวกเด็กๆ ท่าทางจะได้ผลเกินคาด...

ผิวขาวๆ สะอาดสะอ้านกลับมาเรียบเนียนเหมือนเก่า ทว่ารอยแดงบางแห่งก็แสนดื้อด้าน ยาขนานไหนก็ทำให้มันหายไปจากลำคอและแผ่นอกของเขาไม่ได้ ภาพความฝันเมื่อคืนฉายกลับเข้ามาในหัวซ้ำๆ... อารมณ์วาบหวามที่ตามรบกวนทั้งกลางคืนกลางวัน ปลายนิ้วไล่แตะต้องตามรอยแดงพวกนั้น แปลกเหลือเกินที่ร่างกายเขาเหมือนจดจำการถูกสัมผัสได้

เหมือนถูกกอด ถูกก่อกวนโดยไม่ถามความสมัครใจ

เหมือนไม่ใช่แค่ความฝัน

ที่แย่คือดันรู้สึกโอนอ่อนไปกับมัน... อย่างที่ไม่ควรเลย...

คนคิดทุกอย่างไปไกลรีบส่ายหน้า มองคนในกระจกแล้วบอกตัวเองตามประสาคนมองโลกในแง่ดี บางทีเวลาแค่ครึ่งค่อนวันอาจไม่มากพอที่จะทำให้ร่องรอยพวกนี้หายขาด คงต้องใช้เวลามากกว่านี้อีกนิด หากมันเป็นแค่ผื่นแพ้หรือลมพิษ ไม่เกินสองวันเขามั่นใจว่ามันต้องหาย

หนุ่มเมืองกรุงสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ ดูดีกว่าชุดเดิมที่เขาเอาของพ่อมาใส่เล็กน้อย เสื้อยืดตัวใหญ่ที่สุดในกระเป๋ากับกางเกงผ้าร่มสีเทา ปกติแล้วของพวกนี้เป็นชุดใส่เล่นอยู่กับบ้าน แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่ดันกลายเป็นชุดที่ดูดีกว่าชาวบ้านชาวเมืองไปเลย

“เด็กๆ เดี๋ยวพี่จะออกไปท่าเรือ พวกเราเฝ้าบ้านไปก่อนนะ” เขาเดินไปบอกทั้งสามคนอย่างนั้น มีเพียงเด็กตัวดำที่สนใจหันมามอง

“อ้าว! แต่พี่เลไม่สบายนี่จ๊ะ ลุงนายให้มาเฝ้า...”

“พี่หายแล้ว ขอออกไปเดินเล่นหน่อย อยู่บ้านเฉยๆ มันน่าเบื่อ”

“แต่ว่า...”

“เอาน่า เกิดอะไรขึ้นมาเดี๋ยวพี่รับผิดชอบเอง นายหัวไม่ตีพี่หรอก” มากสุดก็แค่ด่า...

เจ้าเมฆทำท่าจะค้าน แต่เขาชิงดักทางเอาไว้ แปลกใจอยู่นิดๆ ที่ไม่มีใครขอตามไปด้วยแม้แต่คนเดียว หากเมื่อหันไปมองตาแป๋วๆ ที่จ้องหนังจีนกำลังภายในกันเขม็งก็พอจะเข้าใจ ท่าจะอินกันเข้าเส้น

“แล้วรีบกลับมาให้ทันข้าวเย็นนะจ๊ะพี่เล”

คนถูกสั่งพยักหน้า เดินออกจากบ้านมาด้วยรอยยิ้ม

สี่โมงกว่าๆ ณ ท่าเรือใหญ่ ลมทะเลพัดเส้นผมปลิวไสวปะทะผิวหน้า ให้ความรู้สึกดีกว่าความเย็นจากพัดลมหลายร้อยเท่า แต่ไหนแต่ไรเขามันหนุ่มเอาท์ดอร์ ชอบการออกมาเห็นโลกภายนอกมากกว่าถูกจำกัดอยู่ในที่คับแคบ แม้แดดยามบ่ายแก่ๆ จะยังรุนแรงไปนิด แต่ทยากรพอใจแล้วกับการได้ออกมานอกบ้าน

วันนี้วันอาทิตย์... คนงานส่วนใหญ่หยุดงานกัน ท่าเรือวันนี้จึงดูเงียบเหงา โดยเฉพาะเมื่อไร้เงาทั้งนายหัวและนายช่าง คนหลังนั่นอาจนอนตีพุงอยู่บ้าน ไม่มาทำงานเหมือนคนอื่นๆ ก็เป็นได้ แต่นายหัวชาญออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้า ทั้งที่คิดว่าพ่อน่าจะอยู่ที่นี่ แต่ดูเหมือนทยากรจะคิดผิดไปไกล

หนุ่มต่างถิ่นยืนคว้างอยู่กลางแดดจัด เหลียวมองรอบกายหาเรื่องน่าสนใจให้ตัวเองทำ สายตามองไปเห็นเรือลำหนึ่งจอดเทียบอยู่กลางท่า เงาร่างของคนงานกลุ่มย่อยๆ ประมาณห้าหกคนเดินขึ้นเดินลง ขนของขึ้นไปไว้ในเรือลำนั้น ลักษณะคล้ายกำลังจะเตรียมออกทะเล

“ลุง! ลุงครับ” ร่างสูงโปร่งเดินรี่เข้าหา ชายชรารูปร่างสูงใหญ่ผิวคล้ำ ท่าทางเหมือนเป็นไต้ก๋งคุมเรือจึงหันมาตะโกนถาม

“มึงเรียกกูทำไมวะ”

ทยากรสะดุ้ง แอบกลืนน้ำลาย กิริยาไม่น่าผูกมิตร บวกกับหน้าตาประหนึ่งมหาโจรของลุงแกเล่นเอาคนหาเรื่องเข้ามาทักชักหวาดผวา

“จะเอาเรือออกเหรอลุง” ชายหนุ่มทำใจดีสู้เสือถามกลับ สองขาขยับเข้าใกล้เรือมากขึ้น ศีรษะทุยแหงนเงยขึ้นมองคู่เจรจาที่ยืนจังก้าอยู่บนเรือ ขณะที่อีกฝ่ายก็หยุดงานในมือ คุยกับเขาเป็นเรื่องเป็นราวอยู่เหมือนกัน

“เออ! จะออกเย็นนี้ล่ะ นายหัวสั่ง”

คนฟังขมวดคิ้ว อดคิดไม่ได้ว่าพ่อสั่งออกเรือถี่เกินไปไหม นี่ก็ยังไม่หมดช่วงมรสุมดี แถมยังจะออกช่วงกลางคืนเสียด้วย

“แล้วจะมีคนงานพอเหรอ วันอาทิตย์อย่างนี้” เพราะเคยเห็นภาพตังเกนับสิบในเรือลำใหญ่ที่กลับมาจากออกทะเลไกลๆ แม้เรือลำนี้จะไม่ได้ใหญ่เท่านั้น แต่ขึ้นชื่อว่าต้องออกทะเล ชายหนุ่มก็เกรงว่าใครที่ไหนมันจะอยากจากลูกจากเมียไปในวันหยุดแบบนี้กัน

“ไอ้โง่เอ๊ย!” คนสูงวัยกว่าหัวเราะเยาะ “นี่มันเรืออวนลากกุ้ง ไปวันนี้พรุ่งนี้เช้ามืดก็เข้าท่าแล้ว คนงานไม่กี่คนก็พอถมถืด”

นั่นสินะ!

วันก่อนที่เรือใหญ่เข้า พ่อบ่นอยู่หยกๆ ว่าได้กุ้งมาน้อยไป...

ทยากรกวาดสายตามองเรือขนาดกลางค่อนไปทางเรือใหญ่ ตอนนั้นเองช่วงเวลาที่คุยโทรศัพท์กับการันต์ก็แทรกเข้ามาในใจ

อยากทำอะไรก็รีบทำ...

ไอ้กายว่าอย่างนั้น เวลาของเขาบนเกาะนี้เหลือน้อยเต็มที นี่เป็นโอกาสอันดีกับการได้ลองออกท่องโลกกว้าง แถมยังเป็นการทดลองในชั่วเวลาสั้นๆ แค่หนึ่งวัน ไม่สิ! ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ ช่างเป็นการผจญภัยที่เย้ายวนใจเป็นที่สุด แม้จะแหกกฎของพ่อไปสักนิด แต่จะผิดอะไรในเมื่อเขาไปแค่แป็บเดียว หลังจากกลับมาแล้วค่อยมาสารภาพบาปกับบุพการีก็ยังไม่สาย

ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวา เจ้านายสายตรงของเขาคือนายช่าง ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือนายหัว ปัญหาคือไม่มีใครสักคนอยู่ให้เขาได้ขออนุญาต ในเมื่อไม่มีเสียงคัดค้าน ทยากรขอเหมาเอาเองว่าสามารถทำตามที่ปรารถนาได้เลยก็แล้วกัน

“ผมขอไปด้วยคนสิลุง”

“มึงน่ะเหรอวะ” ไต้ก๋งวัยชรากวาดสายตามองเขาอย่างเคลือบแคลง เห็นสภาพไอ้หนุ่มแปลกหน้านี่แล้ว เกรงมันจะเมาหัวตายกลางทางเสียเปล่าๆ “นายหัวสั่งมารึ?

“ชะ...ใช่ ผมเป็นคนงานใหม่ ยังไม่เคยออกเรือ นายหัวเลยอยากให้ลอง” ก็บอกแล้วว่าชื่อพ่อมีประโยชน์เสมอเมื่อถูกยกเอามาใช้ พอได้ยินเขารับสมอ้างลุงแกเลยทำหน้าเชื่อถือขึ้นมาบ้าง

“ไหวแน่เหร๊อ... ปวกเปียกอย่างมึงเนี่ยนะ อย่ามาตายกลางทางให้กูติดคุกหัวโตนะโว้ย”

“ไหวสิลุง เห็นอย่างนี้ผมอึดอยู่นะ”

อึดมากกก... ได้ข่าวว่าผื่นบนตัวเพิ่งหายไปหมาดๆ

ทยากรยิ้มแหย ไว้อาลัยให้กับคำโกหกคำโตของตัวเอง หนุ่มเมืองกรุงมองเรือด้วยดวงตาพร่างพราว นาทีนี้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อาจหยุดเขาไว้ได้ ชายหนุ่มชะเง้อมองคนงานคนอื่นๆ ที่จะร่วมเดินทางไป เผื่อว่าจะมีใครที่เขาเคยคุ้นหน้าคุ้นตา น่าเสียดายที่คนพวกนั้นก้มหน้าขนของกันลูกเดียว เลยมองเห็นเพียงแผ่นหลังของพวกเขาเท่านั้น

“ถ้าเป็นคำสั่งนายหัวมึงก็รีบๆ ขึ้นมา อย่าชักช้า...เสียเวลาทำมาหาแดกคนอื่นเขา”

สองเท้าขยับก้าวขึ้นเรือไป ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความลังเล

ไปคราวนี้ถ้าได้กุ้งกลับมามากๆ บางทีนายหัวชาญอาจจะพอใจ ถึงตอนนั้นพ่อคงไม่โกรธเขาหรอก... มองโลกในแง่ดีเข้าไว้...

คนรักการผจญภัยให้กำลังใจตัวเองอย่างนั้น

 

 

 

 

นายช่างใหญ่แห่งชาญทะเลมีความเห็นตรงกับนายหัวชาญอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นคือ...วันอาทิตย์ไม่ใช่วันหยุดงานสำหรับทุกคนเสมอไป ตั้งแต่ลูกเมียตาย วันหยุดวันไหนก็ไม่มีความหมาย ในเมื่อไม่มีคนให้อยู่พร้อมหน้า ไม่มีใครให้ใช้เวลาร่วมกัน การทำงานหามรุ่งหามค่ำให้หมดไปวันๆ ดูเป็นวิธีที่ทำให้ชีวิตไม่สูญเปล่าขึ้นมาบ้าง 

คนตัวโตเหมือนยักษ์ยืนปักหลักท้าทายแดดจ้า ใบหน้าภายใต้หนวดเคราบึ้งตึง ดวงตาแข็งกร้าว ใต้ตาลึกโบ๋ ราวกับคนอดนอนมาเนิ่นนาน สองเท้าหยาบกร้านก้าวข้ามเรือลำแล้วลำเล่า หากสติของเขาอยู่ในสภาวะเกินๆ ขาดๆ น่าประหลาดที่คนบ้างานคนหนึ่ง เมื่ออยู่ในเวลางานไม่เคยคิดถึงสิ่งใดนอกจากเครื่องยนต์ทั้งหลายที่อยู่ตรงหน้า ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นภาพสิ่งมีชีวิตตัวขาวๆ น่าหมั่นไส้ ลอยวนไปเวียนมาในหัวเขาทั้งวี่ทั้งวัน

ตั้งแต่ตอนนั้น...

ความเมามายทำลายสติ เผลอทำเรื่องผิดต่อไอ้เด็กนั่น นายช่างใหญ่ไม่รู้เลยว่าเมื่อตื่นขึ้นมามันจะจำเรื่องพวกนั้นได้ไหม หากจำได้... จะเป็นอย่างไรต่อไป และหากจำไม่ได้ เขาจะกลับไปใช้ชีวิตปกติได้อย่างสบายใจเหมือนเดิมหรือ...

มีแต่คำถามที่ไม่สามารถหยั่งรู้ถึงคำตอบ

สิ่งที่น่าตกใจสำหรับชายฉกรรจ์ผู้จำศีลมานานปี คือการที่ในซอกใจลึกๆ เขาปรารถนาให้มันจำได้มากกว่าจะลืมกัน

อยากให้มันมาหา มาโวยวาย ตีโพยตีพายเรียกร้องให้รับผิดชอบ ทำยังไงก็ได้ให้เขากับมันมีอันต้องมาเกี่ยวข้องกัน แทนที่จะตัดขาดกันไปทางใครทางมัน

กูต้องบ้าแน่ๆ

เป็นบ้าอย่างไม่ต้องสงสัย...

จำเลยที่ไหนอยากจะให้โจทก์เอาความจนตัวสั่น!

เป็นความคิดพิลึกพิลั่น สับสนกับตัวเองจนมือไม้สั่น ประแจในมือใหญ่งัดโครมลงไป น็อตเล็กๆ ทนแรงเหวี่ยงไม่ได้ กระเด็นหายตุ๋มลงน้ำ...

ไม่มีคำไหนอธิบายความจัญไรได้ดีเท่ากับ เหี้ยแท้ๆ

วันนี้ทั้งวันเหมือนถูกสาป ทำห่าอะไรก็ไม่เป็นดั่งใจเลยสักอย่าง หงุดหงิดงุ่นง่าน ใครเข้าหน้าไม่ติดสักคนเดียว ไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีหรือเปล่าที่วันนี้เป็นวันหยุดงาน ไม่มีใครมายุ่งย่ามกับเขามากนัก ไม่งั้นคงได้เผลออัดใครระบายอารมณ์แน่แท้

ไททั่นตัวใหญ่ถอนหายใจแล้วโยนอุปกรณ์ในมือเก็บเข้าลัง

ยิ่งทำยิ่งฉิบหาย... อย่าทำมันเลยแล้วกันงานการ ในเมื่อใจไม่ได้จดจ่ออยู่กับซากเหล็กพวกนี้ จากที่จะซ่อมแซมให้ดีคงกลายเป็นพังทิ้งเสียมากกว่า ร่างสูงพาตัวเองขึ้นมาบนฝั่ง หันหลังให้เรือลำน้อยใหญ่ มุ่งหน้าพาตัวเองไปเจอ คนในใจไอ้ตัวต้นเหตุที่ทำให้ความฟุ้งซ่านเล่นงาน

เอาแค่ไปดูหน้ามันเท่านั้น... ดูทีท่าว่ามันจะเอายังไง...

คนทำผิดคิดร้ายตั้งใจแบบนั้น

 

 

 

“ทำไมพวกมึงมาอยู่นี่!” เสียงทุ้มกดต่ำเอ่ยถาม 

ทันทีนายช่างใหญ่สาวเท้าเดินมาถึงหน้าบ้านนายหัวชาญ เสียงจอแจของแก๊งป่วนประสาทกลายเป็นอย่างแรกที่เขาสัมผัส โต๊ะเล็กๆ หน้าโซฟามีซากอะไรต่อมิอะไรเกลื่อนกลาด กระดาษ ปากกา ข้าวของวางกองระเกะระกะ ชายหนุ่มมองสภาพเละเทะภายในบ้านแล้วนิ่วหน้า สงสัยนักว่าพี่ชาญคนหวงบ้าน ร้อยวันพันชาติไม่เคยพาใครมาค้าง กล้าปล่อยไอ้พวกนี้มาละเลงกันพังได้อย่างไร

“พวกฉันมาอยู่เฝ้าพี่เลจ้ะ”

“มันเป็นอะไร” คนถามหน้าตึง ไม่กระจ่างกับคำตอบ...

“พี่เลไม่สบายจ้ะ ลุงชาญว่าแพ้ยาดอง ผื่นงี้ขึ้นเต็มเลย แดงเทือกไปทั้งตัว” ไอ้มืดมันว่าอย่างนั้น คนมีชนักปักหลังจึงเริ่มกระสับกระส่าย นายช่างใหญ่กังวลเหลือเกินกับคำว่า แดงเทือกนั่น เกรงว่ามันจะไม่ใช่เพราะอาการป่วยธรรมดา ชะรอยว่าจะเป็นอานิสงค์ของ ปากกับ มือเขาเสียมากกว่า

“แล้วตัวมันไปไหน” ตาดุๆ กวาดไปรอบบ้าน พยายามมองหา

หรือว่าจะอยู่ในห้อง...

“ไปข้างนอกจ้า” เจ้าเด็กช่างจ้อตอบเสียงแผ่ว คล้ายกลัวโดนด่า “เพิ่งไปตะกี้เอง สงสัยสวนกับพี่เม่นพอดี”

กลายเป็นว่าคนที่ตั้งใจมาเจอกลับไม่พบ แต่ไอ้พวกเวรตะไลดันเสนอหน้ามาให้เห็นครบทีม...

ที่น่าโมโหคือไอ้เด็กพวกนี้ นายหัวเขาให้มาเฝ้าคนป่วย แต่กลับปล่อยไอ้ทะเลไปไหนต่อไหนเพียงลำพัง คบเด็กสร้างบ้านแท้ๆ ไว้ใจอะไรไม่ได้สักราย

“แล้วพวกมึงก็ปล่อยมันไปคนเดียว? เกิดมันไปเป็นลมเป็นแล้งตายห่าที่ไหน มึงจะรับผิดชอบกันไหวไหมหา!

คนหน้าดุ เสียงตะคอกก็ดุเช่นกัน เขามองไปยังนอกหน้าต่าง พ้นชายคาบ้าน...แดดแผดเผาจะเป็นจะตาย ด้วยตอนนี้เป็นยามบ่าย คนร่างกายแข็งแรงเป็นปกติดี บางทียังวูบเพราะแดดเอาได้ง่ายๆ แล้วไอ้คนสุขภาพคุ้มดีคุ้มร้ายจะพาสังขารไปรอดสักกี่น้ำ คิดแล้วก็พาให้กลุ้มใจ

“มันไปทางไหน พวกมึงรู้ไหม”

“ไม่รู้จ้า พวกฉันมัวแต่ดูทีวี” ให้มันได้อย่างนี้สิวะ... “ตะ...แต่พี่เลบอกจะกลับมาก่อนมื้อเย็น ก็คงอยู่แถวนี้แหละจ้า”

ไอ้คนตอบตัวหดเหลือสองนิ้ว ขณะที่อีกสองหน่อทำได้แค่กระพริบตาปริบๆ แล้วเหลือบมอง ต่างคนต่างกลัวโดนของหนักสาดซัดเข้ากบาล นายช่างใหญ่ในความคิดของเด็กๆ ตอนนี้ดูโหดอำมหิตคล้ายกินรังแตนเข้าไป แม้แต่ไอ้หน่อยเด็กเกรียนก็ยังซุ่มเงียบเฝ้าระวังภัย ไม่ต้องพูดถึงไอ้ขวัญ...ไอ้ตัวนั้นหากละลายกายเนื้อกลืนไปกับโซฟาได้ มันคงทำไปแล้ว

คนตัวใหญ่กวาดตามองปากเบะๆ กับหน้าซีดๆ ถอนหายใจกับความไม่ได้เรื่องของเด็กอายุน้อยทั้งสาม ก็อย่างที่ว่า...ไอ้พวกนี้มันเด็กกว่า จะไปห้ามไปปรามคนโปรดของนายหัวชาญยังไงไหว ความผิดทั้งหมดควรต้องโทษความซุกซนของไอ้หนุ่มเมืองกรุงคนนั้น ไม่รู้เกิดมาแม่งเคยอยู่นิ่งๆ เป็นกับชาวบ้านเขาบ้างไหม ทำไมจะต้องวิ่งโร่ไปทางนั้นทีทางนี้ให้คนอื่นเขาปวดหัว

“เก็บกวาดไอ้ที่พวกมึงทำรกเสียให้เรียบร้อย ก่อนที่เจ้าของบ้านจะกลับมาแพล่นกบาล” คนอาวุโสสุดสั่งการ

ร่างสูงใหญ่เดินดุ่มๆ ออกจากบ้าน หลังไอ้พวกหมัดหมาตัวกระจิ๋วรับปากรับคำด้วยอาการลนลาน นายช่างใหญ่แห่งชาญทะเลกำลังใช้งานสมองอย่างหนัก ครุ่นคิดถึงสถานที่ที่ไอ้ตัวปัญหานั่นจะไป อันที่จริงก็ไม่ได้เดายากเย็นอะไรนัก ไอ้เด็กนั่น...เพิ่งมาอยู่เกาะได้ไม่เท่าไหร่ นอกจากบ้านนายหัว โกดัง และท่าเรือ มันก็ยังไม่เคยไปที่ไหนอีก

ชายหนุ่มออกเดินเลียบชายฝั่ง หมายมั่นในใจว่าอย่างไรเสียก็คงเจอมันที่ท่าเรือ

ก็คงไปหา ไปประจบสอพลอนายหัวที่นั่น...

แต่มันคงผิดหวังกระมัง คนอื่นๆ ยกเว้นมันรู้ดีอยู่แล้วว่านายใหญ่ไม่ค่อยอยู่ติดท่าเท่าไหร่ในวันอย่างนี้ คนขยันทำมาหากินอย่างนางหัวชาญ ป่านนี้คงอยู่ในตัวเมืองกลางเกาะ สำรวจแผงปลา เจรจากับลูกค้ารายใหญ่รายย่อย ไม่มีเวลามาให้ใครตามติดได้ทั้งวัน

“แปลกโว้ย! วันนี้มาคนเดียว ไม่มีหมาเดินตามหลัง”

เสียงตะโกนแว่วมาไกลๆ พอหันไปก็เจอไอ้หนุ่มตังเกตัวคล้ำ สักยันต์เต็มตัวเต็มหลัง ท่าทางยังกะคนเพิ่งออกจากคุก

“ไอ้ดำ...”

โจทก์เก่าเจ้าของชื่อยืนพิงสะพานไม้ กอดอกเหยียดปาก สายตากวนตีนของมันกวาดมองเขา

“ไม่หยุดงานกะเค้าบ้างเหรอนายช่าง จะขยันไปถึงไหน...เก็บเงินแต่งเมียใหม่รึ” ไอ้เดนคนหัวเราะชอบใจ ขณะที่คนสูงกว่าทั้งวัยและหน้าที่การงานพยายามไม่เล่นไปตามเกมยั่วประสาท

“มึงนั่นแหละ มายืนเตร่อะไรแถวนี้”

“ก็อยากจะนอนตีพุงอยู่บ้าน หิ้วอีสาวมาเอาให้สะใจเหมือนกันล่ะโว้ย แต่โดนจิกหัวใช้งานเสียได้”

ดูท่าทางไอ้คนพูดจะหัวเสีย มันถ่มน้ำลายลงพื้นแล้วฟึดฟัด “นายหัวว่าจะให้ออกเรือกุ้ง เดือดร้อนกูต้องไปตามลูกน้องมาอีก”

“ออกเมื่อไหร่” ชายหนุ่มนิ่วหน้า ไม่รู้มาก่อนว่าจะมีเรือออก

“แม่เจ้าโว้ย! ขนาดนายช่างใหญ่ยังต้องมาถามเอากับกุลีขี้ข้าอย่างกู นายหัวไม่ได้บอกไว้หรอกเรอะ ชะรอยจะโดนปลดออกจากมือขวาแล้วกระมัง” ไอ้คนพูดลอยหน้า กระตุกยิ้มร้าย ตั้งใจเย้ยหยันเต็มที่ หากคนตัวใหญ่ไม่สนใจฟัง

คำยุยงเสี้ยมสั่ง วาจาถากถางเทือกนั้น... เขาไม่เห็นเป็นสำคัญสักนิดเดียว

“กูถามว่าเรือจะออกตอนไหน!

“ป่านนี้ก็คงเตรียมกันแล้วล่ะมั้ง” หัวหน้าคนงานจับกังตอบ “บ่ายแก่ๆ ใกล้จะเย็น ก็เหมือนทุกที...”

“ใครเป็นไต้ก๋ง”

“หึ! จะใคร...ก็ไอ้แก่ผาดจอมขี้เกียจน่ะสิ ไอ้นี่...หัวหงอกจนจะหมดหัว แต่สันดานนิ่งเป็นหลับขยับเป็นแดกนี่เลิกไม่ได้ตั้งแต่หนุ่มยันแก่ ระวังเถอะ... ขยันอู้ ขยันนอนใช้ให้เด็กๆ มันทำงานแทนอย่างนั้น สักวันจะโดนยำตีนเข้าให้”

 ไอ้ดำบ่นระงม ขณะที่คนฟังไม่โต้แย้งอะไร เพราะก็เห็นเป็นจริงตามมันว่า

“แล้วมึงไม่ไปกับเรือหรือ”

“ไปให้โง่หรือวะ” คนสักยันต์เต็มตัวเงยหน้าหัวเราะลั่น “งานแค่นี้กูไม่จำเป็นต้องถึงมือกูหรอก ส่งไอ้พวกลูกกระจ๊อกขี้ตีนไปสามสี่คนก็พอแล้ว”

ว่าแต่เขา ตัวมันเองกลับระยำหนักเสียกว่า

หนีงานในรับผิดชอบซึ่งๆ หน้า มันน่าให้นายหัวหักเงินเสียให้หลาบจำ

“ครั้งนี้กูจะปล่อยมึงไปก่อน” จะไม่รายงานนายหัวว่ามึงทิ้งงาน... “แต่ถ้ามีคราวหน้า กูไม่เอามึงไว้แน่”

เขาไม่รอฟังว่าหลังจากนั้นไอ้ดำมันว่าอย่างไร ร่างสูงใหญ่ของไททั่นหันหน้าหนีจากหัวหน้าจับกัง เขาเดินเร็วๆ ไปทางท่าเรือใหญ่

ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ ก็นึกร้อนใจโดยไม่มีสาเหตุ...

ลางสังหรณ์บางอย่างเหมือนมาเตือนให้เขาก้าวเดินไม่หยุด เริ่มแรกไอ้เด็กนั่นไม่อยู่บ้าน ต่อมาเรือหาปลาก็ถูกสั่งให้ออกทะเลกะทันหัน ทุกเหตุการณ์ดูสอดคล้องกัน ราวกับโชคชะตาขีดเส้นความเป็นไป คงเพราะเขารับมันมาเป็นลูกน้อง ให้คอยเดินตามทุกฝีก้าว ชายหนุ่มจึงพอรู้ว่าไอ้เด็กชอบผจญภัยนั่นมันหมายมั่นปั้นมือจะทำอะไร

มันอยากออกทะเลใจจะขาด

อยากไป... ทั้งที่ไม่เคยรู้ถึงความอันตรายของมัน!

ท่าเรือใหญ่เมื่อตอนเขามาถึงแทบร้างผู้คน ไม่มีกระทั่งหมาสักตัวโผล่มาให้ใจชื้น เรือลำหนึ่งมุ่งหน้าออกจากฝั่ง เคลื่อนตัวห่างออกไปทุกที ดวงตาดุดันเหมือนเหยี่ยวเพ่งมองตาม นึกรู้แน่ว่าคงเป็นเรือลำที่ไอ้ดำมันว่าไว้ ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าใกล้ริมน้ำ และแล้วสายตาก็ปรากฏภาพที่ไม่อยากเห็นเลยสักนิด

หัวใจกระตุกรุนแรง เหมือนหล่นวูบจากที่สูง

แม้จะห่างไกล... แม้เห็นเพียงเศษเสี้ยวแผ่นหลัง... ทว่าเขาไม่มีทางจำมันไม่ได้!

ไอ้เด็กเวรนั่น!

มือใหญ่กำหมัด ความกังวลท่วมท้นในแววตา... มึงนี่มันแส่หาเรื่องตายให้ตัวเองไม่เว้นแต่ละวัน!

เลวร้ายยิ่งกว่านั้น...

มันจะรู้บ้างไหมว่ากำลังอยู่ท่ามกลางคนที่คิดจะขย้ำมันเสียด้วย!

 

 

 

 

-----------------

100%

เกือบละค่ะ เกือบต่อไม่ติดแล้วอ่ะ งมนานมากกว่าจะต่อได้

เป็นผลพวงของการเว้นจากการเขียนไปนาน (มาก) T^T 

ใครคิดถึงกันบ้าง ยกมือส่งพลังให้กันโหน่ยยยย

อากาศร้อน คนเขียนจะละลาย ไฟมอดไปหมดแย้ว ฮือออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 608 ครั้ง

14,330 ความคิดเห็น

  1. #14322 Fun_Hyoyeon (@funny16) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 02:12
    อันตรายแท้ๆลูกกกก
    #14322
    0
  2. วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 14:47
    นั่งงงในดงศัตรูโดยแท้เลยลูกเอ๊ยย
    #14304
    0
  3. #13404 Golden23 (@niyay123) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 02:03
    นี่ทะเลหรือลูฟี่ จะไปแกรนด์ไลน์หรอลูก
    #13404
    0
  4. #13318 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 04:41
    ทำไงๆๆๆ
    #13318
    0
  5. #13225 PNM_มมม (@panimew04) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 15:56
    เอาแล้วนายช่างงง ดีแค่ไหนที่เจอก่อนจะโดนทำอะไรรรรรร โอยน้องทะเล หนูจะทำอะไรโดยพลการไม่ได้นะ น่าจับกักบริเวณ หนูเอ้ยย
    #13225
    0
  6. #13052 Hunbears (@hunbears) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 00:46
    ทะเลลลูกกกกกไปยังงั้นอันตรายมั้ยล้ะเนี่ยยยย
    #13052
    0
  7. #12890 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 21:41
    น้องแค่อยากผจญภัย แต่ไม่รู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเจอแค่นั้น
    #12890
    0
  8. #12572 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 20:38
    น้องทะเลลลลล หาเรื่องให้คนแก่หัวใจวายอีกแล้วลูกกกกกก
    #12572
    0
  9. #12255 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 17:03
    น้องเอ้ยยย พี่เม่นตามไปเลยยย
    #12255
    0
  10. #11670 MomoLoveKk (@momolovekk) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 02:32
    ไปจับคนดื้อมาตีเลยพี่เม่น 555+
    #11670
    0
  11. #11618 milkc (@P_PlooY) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 15:08

    5555555555555555555 ตลกลุง

    เด็กวัยกำลังอยากรู้ อยากลองอะะะะ

    ลุงต้องเข้าใจสิ แต่ใครจะคิดไม่ดีกับน้อง !

    ลุงจัดการ!

    #11618
    0
  12. #11328 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 23:50
    ทะเลนี่ดื้อจริง ตามน้องให้ได้เลยนะพี่เม่น
    #11328
    0
  13. #11210 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 17:09
    ตามไปเลยค่าาาาาาาา เร็วๆค่ะพี่เม่น
    #11210
    0
  14. #11176 ni_ky (@ni_ky) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 20:59
    วิ่งเว้ยยพี่ ตามไปปปป ออกเรือด่วนๆ นั่น(ว่าที่)เมียพี่นะ เร็วววววไปช่วยน้องง
    #11176
    0
  15. #10975 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 05:41
    พี่เมนวิ่งโว้ยยยยย ไปช่วยน้องให้ได้!!
    #10975
    0
  16. #10294 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 00:53
    พี่เม่นตามไปปปปปปแปปแต่แหม่ถึงกับทำงานไม่ได้เลยนะคะ
    #10294
    0
  17. #10226 Faraide (@myohnamfa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:04
    ตามไปเลยพี่เม่นนน
    #10226
    0
  18. #8692 zton9397 (@zton901) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 19:47
    เเหมมมคนไรเนี่ยยย555ในหัวมีเเต่เขาตลอดเวลาเผลอๆเข้าไปในใจละอะ5555
    #8692
    0
  19. #8420 ang_9potion (@ang_9potion) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 14:40
    ทำไมทะเลทำอย่างนี้ หายไปไม่บอกใครแล้วกว่าจะได้กลับก็เช้ามืด ไม่คิดถึงพ่อว่าจะห่วงบ้างเลยรึไง
    #8420
    0
  20. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 09:50
    น้องงงงทำไมดื้ออย่างนี้//ถือก้านมะยม
    #7007
    0
  21. #6700 เพอซิโฟเน่ (@bowtest) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 21:24
    ซนไม่รู้จักเวล่ำเวลาเลยลูกเอ้ยยยยย
    #6700
    0
  22. #5407 LOTGRACE (@benz391) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 14:04
    นุ้งทะเลลลล ทำไมซนอย่างนี้
    #5407
    0
  23. #4743 Cha_Yok (@yoksari) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 16:14
    โอ้ยยยย ทะเลลูกแม่ ทำไมหนูซนแบบเนร้
    #4743
    0
  24. #4219 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 17:34
    กรี๊ดดดดดด จากตอนแรกที่กังวลว่าทะเลจะเมาเรือตาย มาเจอคำพูดนายช่างว่ามีแต่คนจ้องขย้ำนี่ขอกรี๊ดอีกที นายช่างตามไปสิ ไม่งั้นแย่แน่ๆเลย
    #4219
    0
  25. #4187 Natawat Ketthongchan (@natawat42n) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 01:33
    กลัวอะะะะะ ฮือออ ลุ้นเอาใจช่วยนะทะเลที่รัก ฮืออ
    #4187
    0