Spin off #เด็กทะเล ll ขวัญเอ๋ยขวัญมา [Yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 768,643 Views

  • 14,276 Comments

  • 20,984 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,355

    Overall
    768,643

ตอนที่ 3 : Sea Spec : บทที่ 2 : ชาญทะเล [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31049
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 715 ครั้ง
    25 ส.ค. 59

บทที่ 2

ชาญทะเล

 

ท่าเรือบนเกาะใหญ่โตกว่าที่คิด...

คนกรุงเทพฯ มองเรือหลายลำที่จอดเทียบท่า ตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเมื่อเห็นกิจการของพ่อไม่ใช่แค่ พออยู่ได้อย่างที่เจ้าตัวเคยบอกเอาไว้ เรือลำใหญ่...แม้ไม่โอ่อ่าเท่าเรือเฟอร์รี่ล่องแม่น้ำเจ้าพระยาที่เขาเคยนั่ง แต่ทุกลำมีเครื่องไม้เครื่องมือครบ แถมอยู่ในสภาพเกือบใหม่ บ่งบอกสถานะของเรือว่าได้รับการดูแลและตรวจสอบคุณภาพสม่ำเสมอ ตัวอักษรสีทองตัดขอบดำประกอบเป็นคำว่า ชาญทะเลปรากฏที่หัวเรือทั้งสองข้าง

ทยากรมองชื่อเรือทุกลำของพ่อด้วยหัวใจพองฟู ไม่รู้ว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือว่าคนตั้งชื่อจงใจ ทะเลที่ตามหลังคำว่าชาญจะหมายถึงทะเลธรรมดาหรือว่าตัวเขา...สุดจะเดาใจนายหัวคนนี้ได้ ลูกในไส้แต่ไม่เคยใกล้ชิดพ่อได้แต่ถอนหายใจ บอกตัวเองว่าอย่าสำคัญตนมากเกินไป กระนั้นความดีใจก็นำหน้าไปแล้วหลายช่วงตัว

“โน่น...ลำใหญ่ที่เอ็งเห็น” คนเดินนำชี้มือไปให้มองตาม ชายหนุ่มนับเรือที่ว่านั่นได้ถึงสาม “เรือพวกนี้เอาไว้ออกทะเลไกลๆ ข้ามีอยู่ห้าลำ ออกทะเลไปซะสองตั้งแต่ก่อนเอ็งจะมา”

นายหัวชาญอธิบาย สายตาสังเกตลูกชายอยู่ตลอด เห็นอาการมองซ้ายมองขวาเหมือนเด็กอยากรู้อยากเห็นก็นึกขำ “เดี๋ยวมันเข้าฝั่งมาเมื่อไหร่ เอ็งจะได้กินกุ้งกินปลาตัวใหญ่ๆ ยิ่งหมึกเนี่ย ตัวเท่าหัวเอ็งเชียวล่ะ”

เจ้าของเรือคุยโวมาอย่างนั้น คนฟังจึงยิ้มรับ

ทยากรสวมเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงเลผ้าฝ้ายของนายหัวชาญ เป็นเครื่องแบบพระราชทานจากพ่อทั้งสิ้น เจ้าถิ่นเอาเสื้อผ้าพวกนี้โยนให้พร้อมให้เหตุผลว่า เสื้อผ้าของเขาทุกชิ้นดูแพงเกินไป พ่อไม่ต้องการให้เขาดูแปลกแยกจากคนงานคนอื่น คิดสภาพตัวเองใส่เสื้อเชิ้ตอามานี่ยืนอยู่ท่ามกลางเหล่ากุลีจับกัง...นึกขอบคุณคนมากประสบการณ์ขึ้นมาเสียเดี๋ยวนั้น ขอบคุณที่ไม่ทำให้เขาเป็นตัวประหลาดตั้งแต่วันแรกของการมาเป็นคนงาน

ชายหนุ่มก้มมองรองเท้าแตะหูหนีบสีขาวฟ้า...หัวเราะในลำคอกับมันอย่างไม่มีเหตุผล ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเดินด้วยรองเท้าแบบนี้มาก่อน จนเมื่อลองใส่จึงรู้ว่าสบายกว่ารองเท้าผ้าใบมาก

“แล้วเรือสองลำนั้นจะเข้ามาเมื่อไหร่ครับ” เขาถามขณะเดินตามไปติดๆ ท่าเรือใหญ่ที่เห็นอยู่ไกลลิบ ชัดเจนขึ้นทุกทีเมื่อสองเท้าเคลื่อนเข้าใกล้

“คงอีกสักสองสามวัน”

“พะ...เอ้อ!

ลืมเสียสนิท...เขาจะหลุดปากเรียก พ่อออกมาไม่ได้

เมื่อตัดสินใจเลือก ทางที่สอง อย่างลูกผู้ชาย สองเดือนที่ใช้ชีวิตร่วมกัน เขาจึงปฏิญาณว่าจะเก็บงำความสัมพันธ์ของเขากับพ่อไว้เป็นความลับ

“นายหัวครับ”

“ว่าไง”

“ลำอื่นมันเสียเหรอครับ ทำไมจอดไว้เฉยๆ”

เขาหมายถึงเรือไม้ลำเล็กติดเครื่องยนต์ที่จอดเรียงเป็นแพ แค่กวาดสายตามองคร่าวๆ ก็รู้เลยว่ามีจำนวนกว่าสิบลำ

“ช่วงนี้มรสุมเข้า ทางการประกาศห้ามเรือเล็กออกจากฝั่ง พวกมันเลยต้องจอดแช่อย่างนี้ล่ะ”

“แล้วแบบนี้เราไม่เสียรายได้แย่เหรอ” ทยากรมุ่นหัวคิ้ว มองเห็นหนทางสูญเสียทรัพย์สินของเจ้าของกิจการ น่าแปลกที่นายหัวชาญดูไม่มีความกังวลใด

“ถึงคราวจะเสียมันก็ต้องยอมเสีย” คนเดินนำหน้าตอบแม้ไม่ได้หันกลับมามอง “ทุกปีก็จะเป็นอย่างนี้ ปีหนึ่งมีหลายช่วงที่ต้องงดออกทะเลไป แต่เมื่อไหร่ที่ฟ้าโปร่ง ท้องทะเลเป็นใจ รายได้ก็ไหลเข้ามามากอยู่”

ขอบเขตน่านน้ำ มรสุมคลื่นลม ฤดูวางไข่... และอีกหลายปัจจัยที่กำหนดชีวิตความเป็นไปของชาวประมง ลูกทะเลที่แท้จริงจะรู้ว่า เมื่อไหร่ ทำได้และเมื่อไหร่ ไม่ได้โดยสัญชาติญาณ

นายหัวชาญไม่หวังให้ลูกชายคนเดียวเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดทั้งหมดในตอนนี้ คนกรุงเทพฯ ที่โตมาเห็นแต่ตึก เดินเหินบนถนนคอนกรีต วันดีคืนดีต้องมามีชีวิตอยู่กับน้ำและฟ้า ทางเดินทุกก้าวมีแต่ผืนทรายใต้ฝ่าเท้า ให้เก่งแค่ไหนก็ต้องใช้เวลาปรับตัวกันสักหน่อย...ค่อยเป็นค่อยไป ยัดเยียดทุกอย่างให้มันคราวเดียวเดี๋ยวจะหัวแตกตายไปเสียเปล่าๆ

“รู้แบบนี้ผมน่าจะทำบัญชี” เสียงคนด้านหลังบ่นเบาๆ “จะได้รู้ว่านายหัวชาญมีรายได้มหาศาลแค่ไหน”

ไอ้คนพูดทำหน้าทะเล้น เห็นรอยยิ้มขี้เล่น คนเป็นพ่อก็นึกอยากเขกกะโหลกมันสักครั้ง

“หึ อยากดูก็ได้ ข้าก็ไม่ได้หวง”

“ไม่กลัวผมยักยอกเอาหรือไง”

“คนอย่างนายหัวชาญไม่ให้ใครมาปล้นง่ายๆ หรอกโว้ย”

มันหัวเราะ ไอ้เด็กอารมณ์ดีดูจะถูกอกถูกใจที่แกล้งพูดกวนตีนพ่อมันได้ ว่ากันตามจริงทรัพย์สินของแม่มันมีมากกว่าที่เขาหามาทั้งชีวิตไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ หน้าตาทางสังคม และเงินตรา...ต่อให้ชาญทะเลถูกมองว่า รวยที่สุดในเกาะนี้ ก็ยังไม่ได้ขี้เล็บของตระกูลแม่มัน

“เอ้า! ถึงแล้ว” คนนำทางหยุดเดินเมื่อถึงที่หมาย นายหัวชาญกวาดสายตามองอาณาจักรของตน มองสิ่งที่เขาสร้างมันมาด้วยเลือดเนื้อ ด้วยสองมือ และจิตวิญญาณ วันนี้โลกของเขาจะมีโอกาสเปิดประตูต้อนรับ คนสำคัญซึ่งไม่เคยคาดฝันว่ามันจะลดตัวลงมา...

“นี่แหละ ท่าเรือหลักของชาญทะเล”

ทยากรรับรู้ถึงอะดรีนาลีนในร่างกายที่ปั่นป่วนอย่างร้ายกาจ ภาพตรงหน้าคือแพไม้ขนาดใหญ่สร้างยื่นออกไปในทะเล มีคนงานขนเข่งแบกลัง เดินสลับสับเปลี่ยนกันไม่ขาดสาย ท่าเรือขนาดใหญ่กินพื้นที่กว้างขวางสมฐานะขาใหญ่ประจำเกาะ ชายหนุ่มไล่มองเรือเล็กมากมาย...มากกว่าที่เขาเห็นเมื่อตอนเดินมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ พวกมันจอดเทียบท่าเป็นระเบียบ และเกือบทุกลำเป็นของชาญทะเล

“เรือเล็กของเรามีอยู่สิบแปดลำ ส่วนฝั่งนั้น...ที่เอ็งเห็นอีกสิบกว่าลำเป็นของชาวบ้านแถวนี้แต่มาแชร์ระบบสหกรณ์ร่วมกับเรา ช่วยเหลือเกื้อกูลกันไป เวลาเราขาดคนก็ไหว้วานให้มาช่วยกันได้ บนเกาะนี้เขาอยู่กันด้วยน้ำใจมากกว่าน้ำเงิน...”

เจ้าของกิจการใหญ่อธิบายให้ลูกชายฟัง ขณะที่หนุ่มเมืองกรุงรับข้อมูลพวกนั้นเข้าสมองด้วยความชื่นชม ทยากรมองไปรอบด้าน เห็นคนงานหลายคนหันมามองเขากับพ่อเป็นระยะจึงคิดว่าได้เวลาอันสมควร

“ผมต้องเริ่มทำอะไรครับ”

“คนใหม่เข้ามาแรกๆ ส่วนมากก็โน่น...แบกปลาลงเรือ”

คนถามมองตามมือที่ชี้ไปยังกลุ่มคนงานซึ่งทำหน้าที่แบกหาม “สองลำนั่นจะเอาไปส่งที่ตลาดปลาบนฝั่ง...ตรงท่าเรือที่เอ็งมาคืนที่ข้าไปรับนั่นแหละ ส่วนอีกลำจะไปไกลกว่านั้น บางครั้งเราก็ขึ้นไปถึงประจวบฯ”

“เคยส่งไปถึงกรุงเทพฯ บ้างไหมครับ”

“เคย แต่ไม่คุ้มค่าน้ำมัน หลังๆ เลยส่งไกลแค่ประจวบฯ แล้วก็มีนายหน้ามารับไปอีกที”

เพราะอย่างนี้อาหารทะเลสดของภัตตาคารในเมืองหลวงถึงได้แพงนัก บวกราคาค่าขนส่ง ค่าต้นทุนกันไปไม่รู้ตั้งกี่ทอด

“ให้ผมเริ่มงานเลยไหม” คนพูดตาเป็นประกาย รู้สึกท้าทายกับการจะได้ใช้พละกำลังวัยหนุ่ม

“ใจเย็น...เอ็งไม่ต้องลงไปแบกของหนักๆ กับเขาหรอกไอ้ทะเล”

“อ้าว! แล้วจะให้ผมทำอะไร”

“คัดปลา”

“หา?

“ข้าให้เอ็งไปเริ่มที่คัดปลา โน่น...พวกตรงโน้นมันกำลังทำ” พ่อพยักพเยิดไปทางซ้าย ตรงนั้น...ทั้งผู้หญิงผู้ชายกำลังคัดปลาในเข่งใหญ่แยกใส่กระบะพลาสติกของใครของมัน ความเร็วของมือไม้ที่ทำงานนั้น ทยากรมองไม่ทันว่าคนพวกนี้คัดปลากันด้วยหลักเกณฑ์อะไร “เดี๋ยวข้าจะพาเอ็งไปโยนไว้แถวนั้น...เอ็งก็ไปดูว่าเขาคัดกุ้งคัดปลากันยังงะ...”

ตูม!!

คำพูดของพ่อถูกรบกวนด้วยเสียงกัมปนาท...ไอ้หนุ่มกรุงเทพฯ สะดุ้งเฮือก แต่แล้วก็อุ่นใจเมื่อมีมือของคนข้างกายจับแขนเขาไว้คล้ายให้การปกป้อง ทยากรงุนงง มองความวุ่นวายผิดกับเมื่อครู่ราวนรกกับสวรรค์ หูได้ยินเสียงร้องแลกแหกกระเชอของพวกคนงาน แต่ละคนละทิ้งการทิ้งงานพากันวิ่งหนีจ้าละหวั่น ท่าเรือที่เคยสงบเข้าสู่สภาวะคับขัน ระหว่างความโกลาหลนั้น ร่างเล็กขะมุกขะมอมก็วิ่งผ่านหน้าเขาและนายหัวชาญพอดี

“เฮ้ย...ไอ้มืด!” พ่อดึงคอเสื้อเด็กนั่นไว้ ดูจากสรีระร่างกายผ่ายผอมเก้งก้าง คงยังเป็นวัยรุ่น...ยังไม่พ้นคำนำหน้าว่าเด็กชายแน่นอน “บอกกูมา มันเกิดอะไรขึ้นวะ”

นายหัวชาญตะโกนถาม ไอ้มืดลูกหลานคนงานที่เห็นกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย จนเมื่ออีกฝ่ายหันมาเห็นว่าใครเป็นคนดึงไว้ มันจึงหยุดดิ้นรน

“ละ...ลุง...ลุงนาย!” สายตามันดีใจล้นพ้น “เรือระเบิดจ้ะลุงนาย ไฟลุกพรึ่บเลยจ้ะ”

ไอ้มืดรีบฟ้อง ใบหน้าดำๆ ดูตื่นกลัว แต่เมื่อมันเห็นนายตัวยืนอยู่ด้วย ความกลัวก็ลดลงเกือบครึ่ง

“เวรเอ๊ย! แล้วมีใครเป็นอะไรหรือเปล่า”

“พี่ชาติหัวแตกจ้ะ ตอนระเบิดพี่ชาติกับลุงอินอยู่ในเรือข้างๆ กัน กำลังคุมคนขนปลาลงเรือกันอยู่ พอเสียงดังตู้ม เศษอะไรไม่รู้กระเด็นไปโดนหัวพี่ชาติ”

ความเครียดขึงยึดพื้นที่หมดทั้งสมองของนายหัวชาญ

ไอ้ที่ระเบิดน่ะลำไหน

ลูกรักลุงนายเลยจ้ะ” คนพูดสีหน้าโศกสลด “ควันงี้โขมงท่วมเรือเลย

ได้ยินคำว่า ลูกรักนายหัวชาญก็แทบทะยานไปจากตรงนี้ ในนาทีที่ทยากรคิดว่าจะถูกทิ้งไว้ เสียงตะโกนเปี่ยมอำนาจก็ตะโกนสั่งการเฉียบขาด

“พวกมึง! หยุดแตกตื่นได้แล้ว” คำเดียว...ประหนึ่งประกาศิต

ทุกชีวิตที่แตกตื่นหยุดฟังคนเป็นนาย หลายคนยังตกใจจนตัวสั่น ทว่าไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งนายหัวชาญ “แค่เครื่องยนต์เรือมันเสีย ไม่ต้องตกใจ กลับไปทำงานของตัวเอง”

สถานการณ์ค่อยดีขึ้นตามลำดับ อย่างน้อยก็ไม่เห็นภาพฝูงคนวิ่งหนีตายอีก

ร่างสูงใหญ่ของชายวัยสี่สิบหันมามองคนงานใหม่ เห็นมันยังหน้าซีด อยู่ในอาการตกใจก็ตัดสินใจไม่ให้มันตามมา

“ไอ้ทะเล เอ็งรอนี่!” จากนั้นจึงหันไปสั่งอีกคน “ไอ้มืด! มึงอยู่ตรงนี้เป็นเพื่อนมัน”

“จ๊ะลุงนาย” ไอ้เด็กดำรับคำ ร่างสูงใหญ่ของนายหัวชาญจึงค่อยๆ ห่างออกไป

ทยากรชะเง้อมองตามหลังพ่อ ทันเห็นแว็บเดียวว่าอีกฝ่ายกระโดดลงเรือไม้ลำไหนสักลำ ชายหนุ่มมองไม่ชัดเนื่องจากควันโขมงท่วมลำเรืออย่างที่คนส่งข่าวบอกจริงๆ

“พี่จ๊ะ...” แรงสะกิดยุกยิกที่หัวไหล่ทำให้ต้องหันกลับไปมอง “พี่มาใหม่เหรอ”

แววตาซื่อ เหมือนลูกหมาเชื่องๆ ทำให้ชายหนุ่มยอมมอบมิตรภาพแต่โดยดี

“อืม พี่มาจากกรุงเทพฯ มาขอนายหัวทำงานที่นี่”

“ฮ้าาา~ มาจากกรุงเทพฯ” อุทานเสร็จก็จ้องหน้าอีกฝ่ายเหมือนเห็นสัตว์ประหลาด “แล้วคนกรุงเทพฯ ตัวขาวจั๊วะ จะมาตากแดดให้ตัวดำทำไม”

ไอ้มืดไม่เข้าใจ ใครๆ ก็บอกว่าเมืองกรุงอยู่แล้วสบ๊ายสบาย พี่สาวที่รู้จักกันเคยไปเที่ยวที่นั่น กลับมาก็มาเล่าอวดให้ฟังยกใหญ่ กรุงเทพฯ มีรถไฟฟ้า มีรถไฟใต้ดิน มีห้างติดแอร์เยอะแยะ แล้วทำไมหนอคนๆ นี้ถึงต้องดั้นด้นมาอยู่ที่นี่ มันอยู่มาตั้งแต่เกิดยันป่านนี้ เกาะนี่ไม่เห็นมีอะไรเทียบกรุงเทพฯ ได้สักนิด

ทยากรไม่ตอบคำถาม เขาสนใจกับความเป็นไปรอบตัวมากกว่า จนเมื่ออีกฝ่ายพยายามชวนเขาคุยอีกหลายครั้ง ชายหนุ่มจึงหันไปตอบรับ

“แล้วพี่ชื่ออะไรจ๊ะ”

“พี่ชื่อทะเล”

อ๋อ...มิน่าล่ะ เพราะชื่อทะเลเลยต้องหาทางกลับมาสู่ทะเล

ไอ้มืดพยักหน้าหงึกหงึก พอใจกับไอเดียของมัน

“ฉันชื่อเมฆจ้ะ แต่ไม่มีใครเรียกชื่อนี้เลย” คนพูดโอดครวญแล้วเปลี่ยนเป็นฟึดฟัด “เรียกแต่ไอ้มืดๆ อยู่นั่นแหละ เรียกกันอย่างนั้นหมดทั้งเกาะ ฮึ่ย!

เหลียวมองผิวคล้ำดำเมี่ยม จวนจะแยกไม่ออกว่าอันสีผิวอันไหนสีตา ทยากรไม่สงสัยว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ชายหนุ่มยิ้มให้เพื่อนใหม่ต่างวัย ก่อนเอ่ยปากเอาใจ

“งั้นพี่จะเรียกเมฆเอง ไม่ต้องน้อยใจ”

อืม...เมฆ...

ก็คงจะเป็น เมฆฝนล่ะมั้ง ตั้งเค้ามืดครึ้มเสียขนาดนี้

“ขอบคุณจ้ะ พี่ใจดีจัง” ไอ้เมฆมองคนเดียวในเกาะที่ยอมเรียกชื่อจริงของมันด้วยความปลื้มอกปลื้มใจ ยิ่งเพิ่งพิศ พินิจพิเคราะห์รูปร่างหน้าตาของอีกฝ่าย ไอ้มืดยิ่งบังเกิดความสงสัย “พี่เป็นดารา มาถ่ายหนังหรือเปล่าจ๊ะ”

พอนึกถึงประเด็นนี้ขึ้นได้ คนขี้สงสัยก็ทำตาถลน เจ้าเด็กดำมองคนแปลกหน้าของเกาะด้วยดวงตาเป็นประกาย มองซ้ายมองขวาหากระดาษสักแผ่น หากอีกฝ่ายตอบรับว่าใช่ จะได้ขอลายเซ็นไปให้ยายที่บ้าน เพราะแกชอบดูละคร

“เปล่า พี่เป็นคนธรรมดา” ทยากรหัวเราะ นึกเอ็นดูเด็กตรงหน้า ได้พูดคุยกับเจ้านี่ทำให้คลายความกังวลลง ชายหนุ่มเชื่อว่านายหัวชาญคงจัดการเรื่องวุ่นๆ พวกนี้ได้ ทุกอย่างคงเริ่มกลับมาดี

มันจะดีมากกว่านี้...

หากไม่มีอาฟเตอร์ช็อกตามหลัง


เสียงตูมที่สองดังมา...ทยากรไม่ขอเป็นฝ่ายเฝ้ารอเฉยๆ อีกต่อไป ไอ้หนุ่มเมืองกรุงวิ่งสวนทางกับคนงานมากมาย ผิดกันที่พวกเขาวิ่งหนีตาย แต่ชายหนุ่มพยายามเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ

“เฮ้ย! พี่...พี่! ลุงนายให้รอ...” เด็กเมฆนั่นร้องเรียกเขาเสียงหลง หากคนใจร้อนไม่หยุดฟัง มันเลยต้องวิ่งตาลีตาเหลือกตามเขามาอย่างไม่มีทางเลือก

“เมฆ! นายหัวอยู่เรือลำไหน” เขาตะโกนถาม

“ลำ...ลำนั้นจ้ะ”

ไอ้คนตอบชี้ไปยังเรือลำหนึ่ง ตัวเรือทาสีน้ำทะเลตัดสีขาวตลอดทั้งลำ เป็นลำเดียวที่ขนาดของมันไม่เหมือนกับเรือลำไหนๆ “สีฟ้านั่นเหรอ”

“ใช่จ้ะ เรือลำแรกในชีวิตลุงนาย แกเลยรักมาก”

ทยากรกระโดดลงเรือทันทีเมื่อได้รับการยืนยัน ควันดำคละคลุ้งหายใจลำบาก หนุ่มกรุงเทพฯ เดินไล่หาจากกาบเรือด้านซ้าย ไม่นานก็เห็นเป้าหมายยืนหน้าเครียดอยู่หน้าเครื่องยนต์เรือ

“นายหัว!

“เอ็งมาทำไมวะ!” คนหันมามองตวาดลั่น สีหน้าใกล้คลุ้มคลั่งอยู่รอมร่อ “ไอ้มืด! กูสั่งแล้วใช่มั้ยให้อยู่กับมันตรงนู้น”

“เอ่อ...” เด็กดำทำหน้าหวาดผวา กลัวอาญาลุงนายของมันจนเยี่ยวจะราด “คือ...คือ พี่ทะเลวิ่งมาจ้ะลุงนาย ฉันเลยวิ่งตาม”

“อย่าว่าเด็กมันเลยครับ ผมเป็นห่วง...”

ได้ยินคำสุดท้ายจากปากลูกชาย นัยน์ตาเริงไฟก็ดับไปเสียเฉยๆ

“เอ็งมันดื้อ!

มือใหญ่ผลักหัวทยากรจนเซแล้วดันตัวมันออกห่าง ร่างกายของเขาคลุกฝุ่นไปทั้งตัว เกรงว่าจะพาลเปรอะเปื้อนไปถึงมัน

ทยากรเพิ่งสังเกตตอนนี้เองว่า นอกจากตัวเขา พ่อ และเด็กเมฆ ในเรือยังมีคนอื่นอีกตั้งสาม...

“ใครวะนาย” ผู้ชายผิวคล้ำรูปร่างสูงใหญ่ มีรอยสักลายพร้อยเต็มแขนขวาหันหลังมา ลูกตาดำปี๋ของมันจ้องเขาแปลกๆ คนกรุงเทพฯ ไม่ชอบใจนัก

“มึงอย่าเสือกไอ้ชาติ” ผู้ปกครองของเขาตวาด “กูบอกให้มึงไปหาหมอตั้งแต่เมื่อกี้ เดี๋ยวบาดทะยักก็แดกหัวเอาหรอก”

คนมาใหม่เหลียวมองมันกลับ เพิ่งเห็นว่า ไอ้ชาติหัวแตก แผลใหญ่เอาการ เลือดแดงฉานไหลอาบซีกหน้าด้านหนึ่ง ทว่าเจ้าตัวทำราวกับโดนมดกัด

“แผลแค่นี้เองนาย ไอ้ชาติไม่รู้สึกอะไรหรอก ไกลหัวใจ”

“เออ มึงมันอึดเหมือนควาย ตายขึ้นมาอย่ามาเบิกค่าทำศพกับกูแล้วกัน” นายหัวชาญส่ายศีรษะเอือมระอา ก่อนจะหันหน้าไปหาผู้อาวุโสกว่าที่ตั้งหน้าทำงานเพียงอย่างเดียว “แก้ได้มั้ยลุงอิน”

ลุงอินคือชายวัยกลางคนระยะปลาย คล้ายจะเข้าสู่วัยเลขห้าเข้าไปแล้ว รูปร่างอ้วนท้วมผิวค่อนข้างคล้ำทำให้ทยากรนึกถึงลุงหมีในการ์ตูนสมัยเด็กที่เคยดู

“จนปัญญาแล้วนายหัว เครื่องนอกแบบนี้ไม่ไหวจริงๆ” ลุงอินถอนหายใจ ไม่อยากจะให้นายผิดหวัง แต่ชาวบ้านต็อกต๋อยอย่างแก ให้มาแก้เครื่องยนต์แพงๆ อย่างนี้ ความรู้ที่มีไม่พอจะทำให้ “ท่อน้ำมันก็รั่ว...น่ากลัวจะติดไฟอีกรอบซะละมั้ง”

พูดยังไม่ทันขาดคำประกายไฟก็ประทุวาบ ส่อสัญญาณอันตราย

“ฉิบหาย! เฮ้ย...พวกมึงทุกคน รีบออกไปเลย”

“ไม่ซ่อมแล้วเหรอนาย” ผู้ชายอีกคนเงยหน้าขึ้นจากใบพัด เห็นได้ชัดว่ากำลังไล่เช็คส่วนอื่นๆ ของเรืออยู่ เขาเป็นคนเดียวในบรรดาคนงานที่ผิวไม่คล้ำ แม้ไม่ขาวจัดเหมือนคนกรุงเทพฯ อย่างเขา แต่ก็จัดว่าดูแปลกตา

“ถ้ามันไม่อยากจะอยู่กับกูก็ปล่อยมันจมทะเลไป” นายหัวชาญกวาดตามองลูกรัก รอยอาลัยปรากฏบนใบหน้า “รีบไป! ไปซะตอนนี้...ไอ้หิน มึงพาลุงอินกับเด็กออกไป ไอ้ชาติ...มึงด้วย ไปหาหมอ!

ทุกคนที่ถูกขานชื่อทำตามอย่างเคร่งครัด เด็กเมฆพอเห็นประกายไฟก็ตกใจสีหน้าหวาดหวั่น มือผอมแห้งดำคล้ำกระตุกชายเสื้อเขาเหมือนอยากให้ตามทุกคนไป แต่ความสนใจของทยากรไม่ได้อยู่ที่ คนเขากำลังมอง เครื่องยนต์ตรงหน้า

“ไอ้ทะเล แล้วเอ็งจะยืนบื้ออยู่ทำไมเล่า!” พ่อสบถเสียงดัง ตามมาด้วยมือใหญ่ดึงคอเสื้อเขาไว้เตรียมจะลาก...

“เครื่องยุโรป...หกสูบ ห้าร้อยแรงม้า...”

“เอ็งว่าไงนะ”

“เครื่องยนต์เหมือนดัดแปลงมาจากรถ ผมว่าผมพอทำได้”

ตอนเรียน...เขาไม่ได้เรียนเครื่องยนต์ของเรือมาก เพราะความสนใจในรถมีมากกว่า นายทยากรแห่งวิศวะเครื่องกลจึงคุ้นเคยกับทุกส่วนของเจ้าสี่ล้อมากกว่ายานพาหนะชนิดไหนๆ ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าใกล้เครื่องยนต์เรือ ตั้งใจจะตรวจดูวงจรการทำงานของเครื่อง ทว่ากลิ่นน้ำมันและประกายไฟไม่เป็นใจให้เขาลงมือทำ

“เอ็งต้องไปกับข้าก่อนที่มันจะระเบิดอีก” และคราวนี้คงเสียงดังกว่าสองครั้งแรก...

นายหัวชาญมองคราบน้ำมันที่ค้างอยู่ภายในท่อส่ง พวกมันไหลออกมามากขึ้น เมื่อเจอเข้าไปประกายไฟ คงคร่าชีวิตใครก็ได้ทั้งนั้น “ไป!

ร่างสูงใหญ่กระชากลูกชายออกมาจากเรือลำนั้น ชั่วกระพริบตาเดียวเสียงดังสนั่นก็ไล่หลังมาราวกับอยู่ในฉากหนังแอคชั่น ทยากรหันไปมองเรือขนาดกลางสีฟ้า บัดนี้ส่วนท้ายของเรือพังยับ

พ่อเสีย ลูกรักไปเกือบทั้งลำ...

ตัวเรือทำจากไม้ เศษซากของมันจึงลอยฟ่องเหนือผืนน้ำ เขาไม่อยากคำนวณเลยว่าเครื่องยนต์บางชิ้นที่จมก้นทะเลนั้นมีมูลค่าเท่าไหร่

“เสียดายว่ะ เยินขนาดนี้จะซ่อมได้อีกไหมวะ” ไอ้ชาติบ่นพึมพำกับไอ้หิน ทั้งคู่ยืนมองหายนะของเรือลำนั้นด้วยความหดหู่

ทยากรถอนหายใจหนัก รู้สึกแย่ที่ทำใจเย็นยืนรออยู่เฉยๆ ทั้งที่เขาอาจช่วยอะไรได้ หากชายหนุ่มยืนกรานเดินตามนายหัวชาญมาตั้งแต่แรก บางทีเรือลำนี้อาจยังอยู่รอดปลอดภัย ทว่าตอนนี้ทุกอย่างสายไปเสียแล้ว

“ขอโทษทีนะนายหัว อุตส่าห์ขอให้มาดูแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เล้ย”

“ช่างเหอะลุง เสี่ยงลงมาดูให้ก็ขอบใจมากแล้ว”

นายจ้างบอกปัด นึกเปรียบเทียบหัวใจสิงห์ของคนเก่าคนแก่กับไอ้พวกคนงานวัยกำยำ...ยังหนุ่มยังแน่นกันก็หลายคน เจอเสียงระเบิดดังเข้าหน่อยดันวิ่งกันป่าราบ

“นี่ถ้า ไอ้เม่นมันอยู่ก็คงดี มันคงแก้ของมันได้” ชายชราบ่นพึมพำ

ชื่อของใครบางคนถูกยกมา นายหัวชาญจึงเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ เครื่องยนต์เรือในนามชาญทะเลทุกลำเป็นความรับผิดชอบของ นายช่างใหญ่ แต่เกิดระเบิดตูมตามสามสี่รอบปานนี้ ยังไม่มีแม้แต่เงาหัวของมันมาเฉียดกราย

“แล้วมันไปไหน” นายใหญ่เค้นเสียงถาม “นายช่างของพวกมึงน่ะ มันหายหัวไปไหนวะ!

นายหัวชาญฉุนจัด ดวงตาดุดันวาววับ

สิ่งที่เขาชิงชังนักคือการละทิ้งหน้าที่ของตน คนงานคนใดมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างนี้ เขาไม่นิยมเลี้ยงไว้ให้เปลืองข้าวเปลืองน้ำ แต่นี่กลับเป็น มันไอ้คนที่นายหัวชาญกล้าใช้คำว่า ไว้ใจ

“ไม่เห็นหน้าพี่เม่นตั้งแต่เมื่อเย็นวานแล้วจ้ะลุงนาย” ไอ้เมฆอาสาเป็นหน่วยกล้าตายตอบให้ ใบหน้าดำๆ ช้อนตามองลุงนายกล้าๆ กลัวๆ

“เมื่อวานมันไม่มาทำงานเหรอ”

“มาตอนเช้าจ้ะ แล้วก็หายไปเลย”

เด็กขยันพูดเล่าให้ฟังจ้อยๆ เสียงแหลมเล็กเหมือนยังไม่แตกหนุ่ม ฟังแล้วปวดหูพิกล “ฉันเห็นพี่เม่นสีหน้าไม่ค่อยดีเลยจ้ะ แถมเดินโซเซด้วยนะจ๊ะลุงนาย ไม่รู้ไม่สบายหรือเปล่า”

พูดไป ไอ้เด็กดำก็ทำหน้าเป็นห่วง ในขณะที่คนฟังไม่ได้เข้าใกล้ความรู้สึกนั้นสักนิด

โซซัดโซเซ โงหัวมาทำงานไม่ได้...

ไม่สบายห่าอะไรล่ะ นั่นมันอาการคนเมา

“วันนี้วันที่เท่าไหร่”

นายใหญ่หันไปถาม ลางสังหรณ์ของเขาวิ่งพล่านชอบกล ปกติไอ้เม่นไม่ใช่คนเหลวไหล มันทำงานกับเขามาตั้งแต่ชาญทะเลเริ่มต่อตั้ง ตั้งแต่เรามีเรือเพียงไม่กี่ลำจนกระทั่งมีเป็นสิบยี่สิบลำอย่างทุกวันนี้

“ยี่สิบห้าเดือนแปดแล้วนาย” ไอ้หินตอบสั้นๆ

คนฟังทั้งหมดยกเว้นทยากรมีสีหน้าครุ่นคิด

เดือนแปด...วันนั้น...

วันที่คนทั้งเกาะจำมันได้...

“หรือว่า...นาย! ไอ้ชาติร้องโวยวาย

สีหน้าของนายหัวชาญดูดุร้ายยามเมื่อเขาคาดเดา เรื่องออก

ไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ ร่างสูงใหญ่ก็จ้ำพรวดไปทางบ้านพักคนงานหลังสุดท้ายของท่าเรือชาญทะเล...



100%


-------

นายช่างญ่ายยย...ออกยากออกเย็นแท้น้อ ค่าตัวแพงเหรอ! (ฮาา)

แต่ตอนหน้านี่ต้องออกค่ะ ไม่ออกก็แย่แล้วนะ เค้าปักธง #ทีมนายหัว กันหมดแล้ววว

ตัวละครเริ่มออกมากองกันละ อย่าสับสนนะ :D

ตอนหน้า ทุกคนจะได้พบกับ...ไททันแห่งอันดามัน 55555+ โปรดติดตาม~~

ปล. ขอบคุณทุกคอมเม้นต์เลยค่า น่าร๊ากกก 

(ไม่ดองเพราะมีคนทวงเนี่ยแหละ 5555) <3



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 715 ครั้ง

57 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 01:03
    เราจะ #ทีมนายหัว แล้วนะ คือแบบ ดีมากเลย แต่จะบาปนี้สิ 5555555

    พระเอกเราเป็นไททันแห่งอันดามันเลยหรอ ต้องตัวใหญ่มากแน่เลย
    #14060
    0
  2. #14043 Sasithorn Sadsang (@sasithorn_bb) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 22:02
    ปมมาแล้ววว
    #14043
    0
  3. #13708 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 09:10
    มีเรื่องอะไรกันนนนน
    #13708
    0
  4. #13683 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 14:25
    อดโชว์สกิลเลยน้องง
    #13683
    0
  5. #13467 Nitchaboom1 (@Nitchaboom1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:22
    พึ่งมีโอกาสได้มาอ่าน เริ่มมาน่าสนใจมากค่ะ
    #13467
    0
  6. #13454 Jube-Roj (@Jube-Roj) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 00:41

    สนุกมาก

    #13454
    0
  7. #13383 Golden23 (@niyay123) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 00:05
    พระเอกค่าตัวแพ้งงงงงแพง
    #13383
    0
  8. #13213 PNM_มมม (@panimew04) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 02:46
    เอาแล้วเอาแล้ววว นายหั้วววววววว ตื่นเต้นๆ
    #13213
    0
  9. #12970 Hunbears (@hunbears) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 01:18
    เรื่องไหนเรื่องอะไรกันนายหัวบอกนุก่อนนนนน55555555
    #12970
    0
  10. #12864 Sutamas Amarin (@capsutamas) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 13:04
    ตื่นเต้นดีค่ะ
    #12864
    0
  11. #12861 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 12:30
    มีหยังน้ออออ
    #12861
    0
  12. #12757 HunAunSun (@Som_KNK) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 08:23
    เกิดอะไรขึ้นนน
    #12757
    0
  13. วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 21:19
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #12704
    0
  14. #12505 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 09:08
    เกิดอะไรขึ้นกับนายช่างนะ แต่นี่ชอบน้องทะเลมากกกก มีความน้อนนนน นึกภาพน้องขาวๆ ต้องมาเป็นตังเกอยู่ทะเล เอ็นดูเด้อ
    #12505
    0
  15. #12078 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 09:41
    เกิดอะไรขึ้นในวันนั้น
    #12078
    0
  16. #11706 Sket-D (@day-life) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 14:44
    โอ๊ยน้องเมฆฆฆ นั่ลล้ากกกก แล้ววันที่25เดือน8 นี่มันยังไงทำให้นายช่างใหญ่ไม่มาทำงานได้นี่ต้องมีเงื่อนงำบางอย่างแหล่ววว
    #11706
    0
  17. #11649 MomoLoveKk (@momolovekk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 00:56
    แต่ละคน 555+
    #11649
    0
  18. #11311 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 15:39
    เมฆน่ารักกก 5555555 รอนายช่างใหญ่เลยย
    #11311
    0
  19. #11192 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 20:44
    รอนายช่างใหญ่ค่ะ กรี๊ส
    #11192
    0
  20. #10274 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 03:24
    นายช่างใหญ่จะมาแร้วววววววว
    #10274
    0
  21. #9985 baekhoismysmile (@baekhoismysmile) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 22:26
    รอนายช่างใหญ่ๆๆๆๆ กี้ดๆ
    #9985
    0
  22. #8835 Fun_Hyoyeon (@funny16) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 17:43
    ช่างใหญ่จะมาแล้วววว
    #8835
    0
  23. #8632 NXME_🍂 (@859781) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 13:01
    ตัวละครเยอะจนจะจำสลับไปหมดแล้ว55555555
    #8632
    0
  24. #8372 MindGmini (@mind654mind) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 19:55
    ขำเมฆ555555
    #8372
    0
  25. #8370 MindGmini (@mind654mind) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 19:16
    กี่ตอนๆก็ชอบโมเม้นพ่อลูกจริมๆ55
    #8370
    0