ตอนที่ 32 : Sea Spec : บทที่ 17 : สอนวิชา [2] [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30283
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 577 ครั้ง
    29 ส.ค. 60

บทที่ 17

สอนวิชา [2]

 

 

 

ตกค่ำ... เหล่าตังเกทั้งหมดก็เข้าสู่กระบวนการสามัคคีชุมนุม รวมหัวกันกินข้าว วันนี้มื้อเย็นของชาวแก๊งอุดมสมบูรณ์กว่าทุกครั้ง ชาติกับหินก่อไฟย่างของทะเลสดๆ ไว้กินกัน ควันจากเตาถ่านพวยพุ่ง กลิ่นหอมของกุ้งและปลาหมึกปลุกน้ำย่อยในกระเพาะ ถึงกระนั้น... ทั้งหมดก็ยังเต็มใจหิ้วท้องรอประธานของงาน

ที่ว่างในตำแหน่งหัวโต๊ะ บ่งบอกว่านายหัวชาญยังไม่มา...

ทยากรไม่ได้เจอหน้าพ่อเลยนับตั้งแต่แยกกันเมื่อเช้า  ระยะนี้เขาเหมือนถูกทากาวติดไว้กับนายช่าง ดีหน่อยที่มีชาติกับหินมาวนเวียนทำงานอยู่ด้วยกัน แม้จะต้องเจอกับเสียงล้อเลียนตลอดวัน แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เขาอยู่ตามลำพังกับคนที่มองหน้ากันแทบไม่ได้

ชายหนุ่มนั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเด็กๆ เจ้าเมฆ หน่อย และน้องขวัญ มาพร้อมการบ้านกองพะเนินที่เจ้าตัวสุมไว้มาเนิ่นนาน ตั้งแต่ช่วยทำโครงงานวิทยาศาสตร์ในครั้งนั้น เด็กทั้งสามก็ดูจะติดอกติดใจ เรียกร้องให้ พี่เลสอนการบ้านให้ทุกที เนื่องจากคะแนนในช่วงนี้ดีวันดีคืน อย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน นานวันเข้าหนุ่มต่างถิ่นก็กลายเป็นติวเตอร์ส่วนตัวให้เหล่าเด็กแสบไปโดยปริยาย

“พี่ว่าจะถามตั้งแต่กลางวัน ทำไมวันนี้พวกเรากลับจากโรงเรียนเร็วจัง”

ปกติเด็กมัธยมต้นกว่าจะเลิกก็ตั้งบ่ายสามบ่ายสี่ สมัยตอนเขาเรียนนี่ทบชั่วโมงเรียนพิเศษไปด้วย กว่าจะได้กลับบ้านก็ฟ้ามืดไปเลยด้วยซ้ำ แต่เจ้าเด็กสามคนนี้ เที่ยงวันก็โผล่หน้ามาให้เห็นแล้ว น่ากลัวว่าจะโดดเรียนกันมา ถ้าเป็นอย่างนั้น ทยากรจะยุยงนายหัว หวดไอ้พวกนี้ให้ก้นลาย

“วันนี้เขาไล่กลับเร็วจ้า เขาว่ามีประชุม”

“ประชุมอะไรเหรอ”

“ไม่รู้เหมือนกันจ้า ครูบอกว่าจะใช้โรงเรียนเป็นที่ประชุม เลยให้กลับบ้านกันหมดตั้งแต่ป.หนึ่งถึงม.สามเลย ฉันล่ะอยากให้ประชุมกันทุกวัน จะได้เลิกเรียนเร็วๆ”

แล้วอย่างนี้จะได้วิชากันสักเท่าไหร่...

เรียนไปหยุดไป... แถมหยุดด้วยเหตุผลของผู้ใหญ่ เด็กๆ ไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่ต้องมารับผลกระทบไปเต็มๆ

เป็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของโรงเรียนต่างจังหวัด ยิ่งเป็นโรงเรียนเล็กๆ บนเกาะห่างไกลตัวเมืองอย่างนี้ บุคลากรทั้งหลายจะเข้มงวดกวดขันเด็กได้สักแค่ไหน ปล่อยให้เรียนไป สอนกันไป ตามมีตามเกิด เมื่อถึงเวลาที่จะต้องไปสอบแข่งขันในระดับการศึกษาที่สูงกว่านั้น เด็กๆ พวกนี้จะไปสู้ใครเขาไหว

ชายหนุ่มถอนหายใจยาว เพิ่งเข้าใจว่าตัวเขาโชคดีกว่าเด็กคนอื่นไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า เขาเรียนในโรงเรียนนานาชาติตั้งแต่เด็ก แนวคิดและการใช้ชีวิต ได้รับอิทธิพลมาจากเพื่อนหลายเชื้อชาติ ผลพวงจากการเรียนโรงเรียนแบบนี้คือเรื่องของภาษาอังกฤษ ทยากรสปีคอิงลิชได้เทียบเท่าเจ้าของภาษา แม้ว่าคุณนายรตีจะเป็นนักธุรกิจมือทอง กับลูกกับเต้าไม่ค่อยมีเวลา แต่หากเป็นเรื่องของการศึกษา แม่สรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้เขาเสมอ

“พี่เลจ๊ะ... วิชาเลขที่พี่เลสอนเมื่อวันก่อน พวกเราได้คะแนนเต็มเลยจ้า” ไอ้เด็กดำเบิกบานกว่าใครเพื่อน รีบเล่าข่าวดีนี้ให้เขาฟัง “มีแค่เราสามคนเลยจ้ะพี่ที่ได้เต็ม แม้แต่คนที่ได้ที่หนึ่งของห้องยังทำไม่ได้ ครูงี้ตะลึง อ้าปากค้างไปเลย เพื่อนในห้องก็ตกใจกันใหญ่”

“ดีใจด้วยนะ” คนฟังหัวเราะ

คณิตศาสตร์ม.ต้นสำหรับบัณฑิตวิศวะแล้ว คงเหมือนขนมหวานจานหนึ่ง ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลยก็แก้โจทย์ได้สบายมาก หากสำหรับเด็กๆ ดูจะเป็นเรื่องยากมากมาย เจ้าพวกนี้ถึงได้ยกย่องเขา ราวกับเป็นผู้พิชิตภูเขาเอเวอเรสต์

“ก็เพราะได้คะแนนดีเกินหน้าชาวบ้านเขาน่ะสิ ครูเลยหมั่นไส้ คราวนี้เลยให้การบ้านยากกว่าเดิมอีก” ไอ้เด็กโย่งบ่นอุบ เปิดหน้าสมุดเหมือนเคียดแค้นกันมาสามชาติ

“ไหนเอามาดูสิ อะไรที่ยากกว่าเดิม” ติวเตอร์นั่งเท้าคาง วางมือรับสมุดการบ้านมาจากน้อง สอดส่องดูครู่เดียวก็ร้องอ๋อ... “ระบบสมการนี่เอง”

“ทำได้ไหมจ๊ะพี่ มีแต่ตัวประหลาดเยอะแยะ”

“หือ? อะไรประหลาดนะ”

“ก็นี่ไงจ๊ะ เต็มไปหมด”

ทยากรหัวเราะ เมื่อตัวประหลาดของไอ้เจ้าเมฆคือ X และ Y ในสมการ

“เอาดินสอมา พี่จะสอนวิธีคิดแบบง่ายๆ”

เพราะเคยเรียนมาก่อน... ทั้งเรียนในห้อง รวมถึงจ่ายเงินเรียนกวดวิชา ทยากรทำโจทย์ที่เด็กๆ บอกว่ายากแสนยากเสร็จในพริบตา มือขาวจับดินสอขีดเขียนใส่กระดาษ พร้อมอธิบายที่มาที่ไป

“อย่างนี้นี่เอง” หลังปากเปียกปากแฉะไปรอบหนึ่ง ก็มีคนดวงตาเห็นธรรมปรากฏขึ้นหนึ่งราย

เป็นไอ้เด็กโย่งตัวร้ายที่เข้าใจเร็วกว่าใครเพื่อน หน่อยยื่นสมุดการบ้านของตัวเองมาให้เขาดู ครูจำเป็นกวาดตามองครู่เดียวก็เอ่ยชม

“หัวไวนะเรา สอนครั้งเดียวก็ทำได้เลย ท่าทางจะเก่งคำนวณ”

“ไม่เก่งหรอก แต่ชอบตัวเลข ชอบนับเงิน! ถ้ามีเงินเยอะๆ ให้นับก็ยิ่งชอบ” คนถูกชมถล่มตัวเอง หยักไหล่ให้รู้ว่าเป็นคนคูลๆ ก็แบบว่า... เซียนตัวจริงไม่ต้องพูดเยอะ

“ปีที่แล้วไอ้หน่อยได้ที่สี่ของห้องจ้ะพี่เล ไอ้ขวัญได้ที่สิบเก้า ส่วนฉันได้ที่ยี่สิบห้า...” คนพูดดูภูมิใจนักหนา ยิ้มร่าจนทยากรยิ้มตาม

“แล้วทั้งห้องมีกี่คน”

“ยี่สิบแปดคนจ้ะ”

คนถามหุบยิ้ม แทบยกมือกุมขมับ ปีนี้เด็กๆ อยู่ม.สาม ปีหน้าก็จะขึ้นม.ปลาย มองหน้าแต่ละคนแล้วคนเป็นพี่อดห่วงไม่ได้ กับไอ้เด็กตัวสูงนั่นคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ไอ้สองตัวกระเปี๊ยกนี่สิ อีกนิดเดียวก็จะกลายเป็นที่สุดท้ายของห้องอยู่รอมร่อ

“แล้วเราล่ะ เข้าใจที่พี่สอนไหม” เขาหันไปถามน้องขวัญที่นั่งใกล้สุด

เด็กพูดน้อยทำหน้าตาน่าสงสาร ตีความได้อย่างเดียวว่าไม่เข้าใจ ชายหนุ่มดึงเอาสมุดการบ้านของน้องมาเปิดดู ลายมือเด็กคนนี้เป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน อ่านง่าย สิ่งที่สะดุดใจเขา คงเป็นตัวการ์ตูนเล็กๆ ที่ถูกวาดแทรกเอาไว้ในแต่ละหน้าแต่ละหน้า

“ชอบวาดรูปเหรอครับ”

คนถูกถามพยักหน้าอายๆ “พอวาดได้จ้า”

ไม่หรอก... อย่างนี้ไม่เรียกว่า พอวาดได้ลักษณะลายเส้นชัดเจน เป็นตัวของตัวเอง แตกต่างจากการวาดเล่นทั่วไป หากได้รับการฝึกฝนดีๆ มีคนชี้แนะเทคนิคให้เสียหน่อย เด็กคนนี้อาจเอาดีทางนี้ได้เลยด้วยซ้ำ เขาถึงว่าพรสวรรค์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เด็กบางคนไม่เก่งวิชาการ แต่มีของในทางใดทางหนึ่ง ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ว่าจะมองเห็นคุณค่า พร้อมผลักดันเด็กๆ ได้มากน้อยแค่ไหน

“แล้วเราล่ะ ชอบอะไรหือ”

“ไม่รู้จ้ะ ไม่ชอบอะไรสักอย่าง” ไอ้ตัวแสบตอบหน้าตาเฉย “อันที่จริง ไม่ชอบเรียนด้วยจ้า แหะๆ”

หนุ่มกรุงเทพฯ แทบจะเขกกะโหลกไอ้เมฆ คำตอบของมันสมกับเป็นตัวป่วนประจำแก๊ง

“เป็นเด็กเป็นเล็กจะไม่เรียนได้ยังไง โตไปจะเอาอะไรกินหา”

“ก็มาทำงานกับลุงนายไงจ๊ะ หาปลาให้ลุงนาย ลุงนายก๊อจ่ายตังก์ให้ทุกวัน...ทุกวัน...” คนพูดทำหน้าแป้นแล้นตามประสา “พ่อฉันบอกว่าจบม.สามก็พอ ออกมาช่วยพ่อหาตังก์เลี้ยงน้องเลี้ยงแม่ดีกว่า”

ฟังน้องพูดถึงอนาคตตัวเองแล้วใจหาย ทยากรไม่เคยได้ยินเจ้าพวกนี้เล่าถึงครอบครัวตัวเองมาก่อน เมื่อได้ฟัง ความสงสารจึงตีรวนขึ้นในอก เพราะเห็นกันมานาน เล่นหัวคลุกคลีจนเกิดเป็นความผูกพัน จบแค่ม.สามเท่านั้น นอกจากงานแบกหามในท่าเรือแล้ว เขามองไม่เห็นอาชีพใดที่จะรับเข้าทำงานได้อีก ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น เด็กๆ จะไม่ได้รู้จักความสนุกของรั้วมหาลัย ไม่ได้สัมผัสแม้แต่ชีวิตของนักเรียนม.ปลายด้วยซ้ำ โลกมันหมุนเปลี่ยนไปทุกวัน หากวันไหนไม่มีนายหัวชาญ วุฒิม.สามของเจ้าเมฆจะลืมตาอ้าปากคงยากเต็มที

“แล้วพี่ล่ะ ชอบเรียนอะไร”

คำถามของเด็กโย่งดึงเขาออกจากภวังค์ เห็นสายตารอคอยคำตอบของมันแล้วเอ็นดู

“พี่เหรอ... ตอนเด็กๆ เท่าพวกเราพี่ก็ชอบคณิตศาสตร์ ก็เลยเลือกเรียนวิศวะฯ ตอนเข้ามหาลัย”

“มหาประลัยนี่ตัวอะไรจ๊ะ” พอจะจริงจัง ไอ้ตัวแสบก็ทำเขาหลุดขำอีกจนได้

“มหาลัย ย่อมาจากมหาวิทยาลัย ไม่ใช่มหาประลัย”

“อ๋อ มันเป็นยังไงจ๊ะ ครูที่โรงเรียนบอกว่า กรุงเทพฯ มีมหาประลัยเยอะแยะ”

หนุ่มเมืองกรุงยิ้มรับ ดีใจที่อย่างน้อยเจ้าพวกนี้ก็สนใจมหาลัยกับเขาเหมือนกัน

“มหาลัยก็เหมือนโรงเรียนนั่นแหละ แต่ใหญ่กว่ามาก มีนักเรียนเยอะกว่ามากๆ เวลาไปเรียนก็จะแยกกันเรียนเป็นคณะ แล้วแต่ว่าใครเป็นนักศึกษาคณะไหน อย่างหน่อย... ชอบตัวเลข ชอบนับเงิน เรียนคณะบริหารฯ การตลาด การบัญชี อะไรพวกนี้น่าจะเหมาะ ส่วนน้องขวัญ... เราวาดรูปเก่ง เข้าคณะศิลปกรรมคงรุ่งน่าดู”

เด็กๆ ทำหน้าเพ้อฝัน แม้จะเข้าใจความหมายของคณะบริหารฯ และคณะศิลปกรรมได้ไม่ถึงครึ่ง แต่คำพูดของพี่ชายคนดีก็ทำให้อยากเข้าไปเรียนตาม แม้จะยังเป็นเรื่องไกลตัวมาก แต่หนุ่มกรุงเทพฯ ถือว่านี่คือโอกาสทอง หากประสบการณ์ของเขา ทำให้เจ้าพวกนี้อยากเข้ามหาลัยได้ก็ยิ่งดี

เขาจะหาทางเคี่ยวเข็ญน้องทุกวิถีทาง!

ก่อนที่จะได้สาธยาย...

กลิ่นหอมยั่วน้ำลายคนทั้งวงก็วางแหมะลงตรงหน้า ชาติกับหินยกถาดกุ้งถาดปลามาประเคนให้เสียดิบดี แค่เห็นสีสันของอาหาร เรื่องที่คุยค้างไว้ก็กลายเป็นปราสาททรายโดยคลื่นซัด ทุกคนพร้อมใจกันปัดตก ด้วยถือคติเรื่องกินเรื่องใหญ่ มหาลัยเรื่องเล็ก... ไว้ทีหลังก็ได้

“ใครจะเรียนคณะไหน อะไรยังไง กูไม่สน... ตอนนี้กูสนแค่ว่าเลี้ยงพยาธิในท้องพวกมึงก่อนดีกว่าไหม นายหัวไม่รู้จะมาไม่มา แดกกันก่อนเลยแล้วกัน”

ไม่ต้องรอให้คะยั้นคะยออะไรมาก เด็กๆ ผู้หิวโหยพากันคว้าของกิน หยิบฉวยทุกสิ่ง เคี้ยวกันหนุบหนับ งานนี้มือใครยาวสาวได้เป็นต้องสาว ทยากรมองภาพอีแร้งลงทึ้ง นึกทึ่งในพลังการกินของเด็กกำลังโต หนุ่มกรุงเทพฯ กวาดตามองอาหาร ก่อนจะหยิบกุ้งทะเลตัวหนึ่งมาเป็นของตน

“พี่เลๆ แล้วคณะของพี่เลนี่เป็นยังไงจ๊ะ”

พอได้สวาปามกุ้งไปสามตัว กับปลาหมึกที่ลงไปนับไม่ถ้วน ไอ้เด็กช่างจ้อก็กลับมารบเร้าให้เล่าซ้ำในเรื่องเก่า ทยากรเงยหน้า วางมือจากการแกะกุ้ง หงุดหงิดนิดหน่อยที่แกะตั้งนานยังไม่ได้กินอย่างคนอื่นเขา คุณหนูลูกผู้ดีทำหน้าบึ้งได้ไม่ถึงครึ่งนาที กุ้งตัวหนึ่งถูกแกะเปลือกเรียบร้อยก็วางเสิร์ฟให้ถึงจาน

ชายหนุ่มหันไปมองคนนั่งข้างๆ

ร่างสูงของนายช่างนั่งเฉยราวกับไม่เกิดเหตุการณ์ใด มีเพียงมือใหญ่คู่นั้นที่ถือหลักฐานคาหนังคาเขา ชี้เป้าว่าเจ้าของกุ้งในจานใครเป็นคนทำให้

“พี่เลจ้ะ?” เสียงเร่งจากไอ้เด็กไม่อยู่สุขดังมาอีก

ทยากรหันมามอง มือฉวยกุ้งตัวนั้นเข้าปากไปด้วย

ก็คนมันหิว...

“อะ...อ๋อ คณะของพี่อ่ะเหรอ... ก็เป็นคณะที่มีผู้ชายเยอะสุดๆ มีหลายสาขาให้เลือก มีเสื้อช็อปให้ใส่ เรียนคณะนี้ใครๆ ก็ว่าเท่”

“โห ดีจัง...” คนฟังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก่อนจะตบโต๊ะดังปังเรียกร้องความสนใจ “งั้นฉันก็อยากเรียนวิศวะบ้าง จะได้เป็นเหมือนพี่เล มีพี่เลเป็นไอเด้า”

คนฟังแทบพ่นหัวกุ้งออกจากปาก “อะไรนะ!

“อ้าว ไม่ใช่เหรอ ในทีวีมันว่างี้แหละ เวลาดาราเขาตอบว่านับถือใครเป็นแบบอย่าง เขาก็บอกว่า...ไอเด้าาา...”

ทยากรหัวเราะ มองท่าทีมั่นใจของไอ้เด็กดำแล้วปวดหัว

“เขาเรียกว่าไอดอลไหม”

“ว้า~ พูดผิดอีกแล้ว” ไอ้ตัวแสบเกาหัว บ่นอุบอิบ ขณะที่คนเป็นพี่ส่ายหน้า เอ็นดูคนพูดผิดพูดถูกตามประสา แต่กว่าจะแก้ความเข้าใจ เล่นเอาเกือบสำลักกุ้งตายไปแล้ว

พูดถึงกุ้ง...

หนุ่มเมืองกรุงชะงัก เขาจำได้ว่าเมื่อกี้เขากินไปแล้วตัวหนึ่ง ตามหลักแล้วในจานก็ต้องว่างเปล่า แต่ปรากฏว่าเมื่อมองลงไป กุ้งตัวใหม่ (ใหญ่กว่าเดิม) แสตนบายพร้อมเสิร์ฟอยู่ในจาน หันไปมองคนข้างๆ ก็บังเอิญให้ฝ่ายนั้นหันมาสบตาเข้าพอดี ไม่มีบทสนทนาระหว่างกัน ทยากรเพียงอ่านความนัยได้จากสายตาคู่นั้น ...มีหน้าที่กินก็กินไป

มือขาวหยิบกุ้งเข้าปาก เคี้ยวหงับๆ จะไม่รับก็เดี๋ยวจะเสียน้ำใจ... เปล่าหรอก นั่นมันก็แค่ข้ออ้าง จริงๆ แล้วเขาก็แค่หิวแสบไส้

“แล้วไอ้ที่ที่มึงเรียนเนี่ย ผู้ชายมันได้กันเองเยอะไหมวะ”

แค่ก...

คนถูกซักสำลักจนหน้าดำหน้าแดง กุ้งคาปากจะติดคอตายแหล่มิตายแหล่ เดือดร้อนถึงคนแกะกุ้ง ต้องถลึงตามามองไอ้คนตั้งคำถาม

“ถามอะไรของมึง!

“อ้าว ก็มันบอกเองนี่ว่ามีแต่ผู้ชาย กูก็คิดน่ะสิวะ” ตาดุๆ ของนายช่าง สำหรับไอ้ชาติแล้วนั้น ไม่เคยสะเทือนเซลล์ผิว ไอ้ตัวเสี้ยมตอบกลับอย่างชิลล์ๆ “ว่าแต่พี่เม่นเถ๊อะ ที่แหกปากมาเนี่ย ไม่ใช่ว่าอยากรู้เหมือนกันหรอกเร้อ...”

คนถูกย้อนนั่งนิ่ง ปล่อยให้ความเงียบเป็นคำตอบ หากคนนั่งข้างกันรู้สึกร้อนวูบที่แก้มชอบกล

“หื้อ พี่ชาติถามไรอย่างง้าน หล่อๆ อย่างพี่เลต้องถามเรื่องผู้หญิงสิ ใช่ไหมจ๊ะพี่ พี่เลต้องมีสาวๆ เพียบเลยใช่ไหม”

เด็กแก่แดดว่าพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ ไอ้มืดจ้องหน้าพี่เลของมันตาเป็นมัน แววตาซื่อใสคู่นั้นรอคอยคำตอบใจจดจ่อ ทยากรมองหน้าน้องสลับกับไอ้ชาติ กระแอมนิดหน่อยแก้กระดาก เนื่องจากเรื่องที่ถูกถาม มีความเป็นส่วนตัวเสียเหลือเกิน

“ก็...มีบ้าง”

“ฮ้าาา~ เห็นไหมพี่ชาติ มีกี่คนจ๊ะพี่เล สิบคน? ถึงไหมๆ”

ไอ้เด็กบ้า! ...คนโดนไล่ต้อนสบถอยู่ในใจ

“ไม่รู้สิ...” เพราะไม่เคยได้นับ... “พี่ไม่ค่อยจริงจังกับใคร”

ประโยคหลังนี่ก็ไม่เข้าใจว่าจะพูดทำไม เหมือนเป็นการ แก้ตัวยังไงก็ไม่รู้

“โอ้โห เฮ้ย! ไอ้นี่แม่งไม่ธรรมดา กูก็นึกว่าเป็นลูกเจี๊ยบน้อย ไก่อ่อน นกกระจอกไม่มีน้ำยา ที่ไหนได้... แม่งซ่อนลายเสือไว้ในคราบลูกไก่เสียมิด”

ไอ้ชาติตบมือบันเทิงเสียยกใหญ่ ไอ้เรื่องแบบนี้ล่ะชอบนัก!

คนถูกซักไซ้ถอนหายใจแล้วถอนหายใจเล่า นึกถึงชีวิตของเขาตอนเป็นคุณทยากร ทายาทไฮโซที่คนครึ่งมหาลัย ใครๆ ก็รู้จัก อย่าว่าแต่ผู้หญิงจะมาห้อมล้อม เพศอื่นที่อยากลองดีก็มีอยู่เหมือนกัน  ก็ลองเกิดมาสวมแต่เสื้อผ้าแบรนด์ราคาหลักหมื่น นาฬิกาเรือนหนึ่งห้าหกแสน ถือบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงิน เดินเข้าผับเข้าบาร์หน้าตาแช่มชื่น... เท่านี้ก็ดึงดูดทุกความสนใจ ไอ้เรื่องขาดแคลนเพื่อนข้างกาย เงินในบัญชีของเขาทำให้เหตุการณ์แบบนั้นไม่เคยมี

อยู่ๆ ก็รู้สึกถึงไอเย็นปริศนา ที่มาไม่ชัดเจนปกคลุมไปทั่ว...

ทยากรเพิ่งรู้ตัวว่ากุ้งที่มาเสิร์ฟให้ไม่ได้ขาด ตอนนี้เริ่มไม่มาเสียแล้ว คนกรุงเทพฯ เริ่มยึกยัก อากาศตอนมืดค่ำเย็นสบาย แต่ร่างกายเขากลับมีเหงื่อซึมขึ้นมา

อัตตา หิ อัตตโน นาโถ... ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน (อันนี้ก็จำน้องขวัญมา)

ในเมื่อคนแกะกุ้งเขาเลิกแกะให้ ส่วนไอ้กระเพาะไม่รักดีก็ไม่มีท่าทีว่าจะอิ่ม ทางแก้ปัญหาก็คือต้องลงมือเองเท่านั้น มือขาวคว้าเอากุ้งมาใส่จาน เด็ดหัวไปทาง เอาหางทิ้ง เนื้อติดเปลือกไปอีกครึ่ง ก็ไม่รู้ว่ากินถึงพรุ่งนี้เช้าจะอิ่มท้องไหม

คนตัวใหญ่นั่งมองไอ้เด็กไม่เอาไหน เพลียใจเหลือเกินกับท่าทีของมัน ไม่รู้ว่าโตมายังไง แม้แต่แกะกุ้งก็ยังทำไม่ได้เหมือนชาวบ้านชาวเมืองเขา นั่งฟังเงียบๆ ถึงเรื่องที่มันเล่า ก็เคืองอยู่หรอกตอนมันยอมรับว่าตอนอยู่กรุงเทพฯ ก็ ไม่เบา

เราทุกคนมีอดีตกันทั้งนั้น...

ประโยคสั้นๆ ที่สลายความขุ่นเคืองในใจเขาลงได้

นายช่างใหญ่ถอนหายใจ มือหยาบขยับไปทำหน้าที่คนแกะกุ้งให้เหมือนเดิม

“กูว่า... คืนนี้มันต้องมีคนนอนท้องร้องโครกครากแน่ๆ ว่ะ” เจ้าเก่าเจ้าเดิม มือชงเข้มข้นที่สุด สามารถให้กินเนสบุ๊คบันทึกความชงเข้มของมันได้ ไอ้ชาติออกปาก อันที่จริงก็นั่งดูมาพักใหญ่ๆ เห็นปรนนิบัติพัดวีกันแล้วก็หมั่นไส้ แต่เมื่อกี้สนใจเรื่องเสือในคราบลูกไก่มากกว่าก็เลยยังไม่แซว หากตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว หึ...

พี่ชาติคนดี เห็นทีจะต้องออกโรง

“อะไรของมึง” หินหันไปถาม หารู้ไม่ว่าเข้าทางไอ้ผีเจาะปากพอดี

“เอ้า! ก็มัวแต่แกะกุ้งแกะปลาให้แต่ชาวบ้านกิน ตัวเองก็เลยแดกไม่อิ่มน่ะสิวะ”

“ใครแกะให้ใครเหรอจ๊ะพี่ชาติ” ไอ้เมฆตัวดีเสนอหน้าเข้ามาร่วมวง หนุ่มตังเกมือชงจึงด่ากลับ ข้อหาเป็นเด็กเป็นเล็กแต่มาเสือกเรื่องของผู้ใหญ่

“พ่อมึงล่ะมั้ง”

“อ๋อ! หมายถึงพ่อฉันนี่เอง” ไอ้เด็กซื่อบื้อเข้าใจไปอีกอย่าง เจ้าเมฆเสียงแจ๋วๆ ตอบรับหน้าชื่นตาบาน “ใช่จ้ะพี่ เวลากินข้าว พ่อก็แกะปูแกะปลาให้แม่เหมือนกัน มันเป็นหน้าที่ของผัวที่ดี...”

จบประโยคนั้น คนทั้งวงก็กลั้นขำกุกกัก เว้นเสียแต่ไอ้ชาติที่ปล่อยก๊ากจนแทบสำลัก ถูกอกถูกใจสายชงเป็นอย่างยิ่ง

“พูดดี... ไอ้เด็กเปรต! กูให้หนวดหมึกเป็นรางวัลเลย เอาไปๆ”

“ขอบคุณจ้ะพี่ชาติ”

เด็กแสบรับหมึกมาเคี้ยวตุ้ยๆ ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวใดใด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำพูดนั้นทำให้พี่เลของมันหน้าร้อนวูบวาบแค่ไหน ผิดกับคนเป็นผัว เอ๊ย! คนเป็นผู้ใหญ่... ไททั่นแห่งชาญทะเลกระตุกยิ้ม เบือนหน้าหนีจากไอ้พวกปากหอยปากปู ระอาใจอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะไอ้ตัวโตหรือตัวเล็ก สุมหัวร่วมกันเสี้ยม ร่วมกันชง ประสานงานกันเป็นทีมดีเหลือเกิน

บรรยากาศวงเม้าเต็มไปด้วยความอบอุ่น เหล่าตังเกไม่ว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้อง พูดคุยเล่นหัวกันได้หมด ไม่ต้องใส่หน้ากาก แบกความกดดันเข้าหากัน เสร็จจากงานหนักช่วงกลางวัน ตกกลางคืนก็สังสรรค์ ปล่อยวางความเหนื่อยล้ากันไป ชีวิตก็อย่างนี้ ไม่มีอะไรต้องคิดมาก

คนทั้งหมดเฮฮาสนุกสนาน จนกระทั่งเสียงทุ้มคุ้นหูดังมา...

“สนุกกันใหญ่เชียวนะพวกมึง”

ร่างสูงใหญ่เดินเข้าใกล้วงสังสรรค์ นายหัวชาญปรากฏตัวพร้อมกับลุงอิน หนึ่งในคนสนิทที่ร่วมบุกเบิกชาญทะเลมาด้วยกัน ใบหน้าคร้ามเข้มเหงื่อซึมเต็มหน้า ดวงตาอ่อนล้า เสื้อผ้าเปียกชื้นเป็นย่อมๆ บ่งบอกว่าวันนี้ทั้งวันเจ้าตัววิ่งวุ่นหนักแค่ไหน

“นาย! มาพอดี มาๆ กินข้าวกินปลา... ลุงด้วยลุงอิน แหม...ช่วงนี้หายหน้าหายตา หนีไปกินข้าวกับเมียทุกวันเลยนา...” ไอ้ชาติคนทั่วถึงจัดแจงต้อนรับอย่างดี มันลงทุนปัดๆ เก้าอี้ให้นายหัวกับลุงอินนั่ง เลื่อนถาดหอยถาดปลาวางตรงหน้าให้เสร็จสรรพ บริการทุกระดับประทับใจ

“เออสิวะ กูมันก็ปูนนี้แล้ว จะให้มานั่งสุมหัวกับคนหนุ่มๆ ทุกวี่ทุกวันได้ยังไง ประเดี๋ยวอีแก่ที่บ้านมันน้อยใจ คราวนี้ล่ะหูกูหนวกแน่ ต้องฟังมันบ่นสามวันแปดวัน”

ลุงอินนั่งลงข้างไอ้ชาติ ปล่อยที่ว่างหัวโต๊ะให้เป็นของนายหัวตามสมควร แม้ชายชราจะอาวุโสกว่ามาก หากคนเป็นนาย อย่างไรก็ถือเป็นนายวันยันค่ำ

“มีปัญหาอะไรหรือพี่ชาญ” เห็นสีหน้าคนมาใหม่ นายช่างใหญ่จึงออกปาก

นายหัวชาญมองคนถาม เห็นความห่วงใยจากมัน ตาคู่เดิมเหลือบมองไอ้คนนั่งถัดไป แววตาใคร่รู้จากลูกชายทำให้คนเครียดมาทั้งวันยอมระบายออกมา

“แม่ค้าตลาดในเมืองเขาเฉ่งหัวมาน่ะสิ ก็ทางเราดันส่งของผิด ไอ้พวกขนปลามันดันยกลังผิด ไปส่งผิดเจ้า อีกเจ้าเขาสั่งปลา เสือกเอาหมึกไปให้ คราวนี้เจ้าที่สั่งหมึกเอาไว้ก็ไม่มีของจะให้เขา” คนเล่า เล่าไปถอนหายใจไป “ไม่มีคนเช็คก่อนส่งก็ลำบากอย่างนี้ล่ะวะ คนงานมันก็สักแต่ขนกัน ไม่ได้ดูห่าดูเหวอะไรเลย”

“ไม่มีไอ้ดำสักคนก็ยุ่งเหมือนกันนะนายหัว” ลุงอินว่า คู่สนทนาจึงพยักหน้าเห็นด้วย

“นั่นล่ะ ถึงมันจะเกเรแต่ก็เป็นงาน มีมันอยู่ช่วยเป็นหูเป็นตาได้มากโข”

พอมีชื่อไอ้อดีตนักเลงโตคนนั้น เด็กตัวเล็กที่นั่งข้างเขาก็ทำหน้าจ๋อย ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด

ทยากรเลื่อนมือไปลูบหัวเจ้าขวัญ นับจากวันที่มีเรื่องมีราวกัน หัวหน้าคนงานอย่างดำถูกลดขั้นลงไปเป็นคนแบกหาม งานเหนื่อย งานหนัก ที่สำคัญไม่ได้ใช้มันสมอง ใช้แต่แรงงาน ไอ้ดำทำงานมานาน นอกจากไม่ได้เลื่อนขั้น ยังต้องกลับไปทำเหมือนคนเพิ่งเข้างานใหม่ เจออย่างนี้ไม่ว่าใครก็คงหมดกำลังใจเป็นธรรมดา มิหนำซ้ำเมื่อตำแหน่งงานลด เงินที่ได้ก็ต้องลดตาม... ถือเป็นการลงทัณฑ์ที่สาหัสสากรรจ์สำหรับคนหาเข้ากินค่ำไม่น้อย

“ให้กลับมาทำตำแหน่งเดิมก็ได้นี่ครับ ความจริงดำก็ไม่ได้ทำผิดอะไร”

เห็นแก่น้องขวัญ คนเคยมีคดีต่อกันเลยออกตัวให้

อันที่จริงทยากรไม่ได้ติดใจอะไรกับหัวหน้าคนงานเสียด้วยซ้ำ ลูกพี่กับลูกน้อง... เป็นความสัมพันธ์ที่แน่นเหนียว ขณะเดียวกันก็แสนเปราะบาง ลูกน้องทำเกินคำสั่ง ทำลูกพี่เดือดร้อนก็เห็นมานักต่อนักในชีวิตจริง  

“มันอยู่ในระหว่างถูกลงโทษ ถ้าละเว้นมันสักคน คนอื่นก็ต้องโวยวาย ถึงตอนนั้นใครมันจะยึดถือกฎที่ตั้งไว้” นายหัวชาญยืนกรานปฏิเสธหนักแน่น “เป็นเจ้าเป็นนายเขา เวลาจะปกครองคนก็ต้องให้มันเท่าเทียมกัน ถ้าเอาแต่เลือกที่รักมักที่ชัง สักวันเถอะ...คงฉิบหายกันทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง”

เหตุผลของพ่อ ไม่ว่าใครก็คงหาข้อมาโต้แย้งไม่ได้...

เจ้าของท่าเรือใหญ่หันไปคุยงานกับลุงอินต่อ คนทั้งหมดจึงนั่งฟังการสนทนานั้นเงียบๆ  

“พรุ่งนี้คงต้องไปขอโทษขอโพยเขาเสียหน่อย ขอแรงหน่อยแล้วกันนะลุงอิน ลุงเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ไปช่วยๆ กันพูดให้ทางนั้นเขาเห็นใจ จะเรียกร้องค่าชดเชยค่าเสียหายก็จะได้เกรงๆ กันบ้าง”

“ได้สินายหัว คนกันเองทั้งนั้น พูดจากันดีๆ ก็น่าจะตกลงกันได้”

“พรุ่งนี้ไม่ว่างหรอกเหรอ” เสียงพึมพำดังมาจากฝั่งไอ้พวกเด็ก

นายหัวชาญเหลือบตาไปมอง จำได้ว่าเป็นเสียงของลูกชาย คิ้วเข้มเหนือดวงตาเลิกขึ้น เอ่ยถามตามความเคยชิน

“ทำไมรึ เอ็งจะเอาอะไร”

“จะชวนเข้าตัวเมืองน่ะครับ ผมติดต่อปศุสัตว์จังหวัดเอาไว้ ว่าจะไปคุยเรื่องพันธุ์กุ้ง แต่ถ้านายหัวติดงาน ผมไปเองก็ได้”

หนุ่มกรุงเทพฯ ตัดสินใจบุกเดี่ยว ด้วยไม่อยากสร้างภาระให้คนงานหนัก วันนี้วันพฤหัส หากพลาดจากพรุ่งนี้ก็ต้องเป็นวันจันทร์ หน่วยงานราชการคงไม่มานั่งต้อนรับเขาในวันเสาร์อาทิตย์แน่ และถ้าเป็นอย่างนั้น เท่ากับว่าจะเสียเวลาไปเปล่าๆ ตั้งสองวัน ทยากรไม่อยากเอ้อระเหยขนาดนั้น เวลาของเขาบนเกาะนี้มันนับถอยหลังลงไปทุกที

“ไม่ได้ๆ” เจ้าของท่าเรือใหญ่ส่ายหน้า “เกิดเอ็งหลงเหมือนตอนขามาจะยุ่งกันใหญ่”

คราวนั้นเขาถือว่ามันดวงเฮง อุตส่าห์เอาตัวรอดจนมาเจอหน้าเขาได้ แต่คนเราจะโชคดีอย่างนั้นทุกครั้งเสียเมื่อไหร่ เกิดครั้งนี้มันไปหลงทางแล้วโดนใครทำร้าย พ่ออย่างเขาใจขาดตายแน่นอน

“จะเข้าเมืองหรือนาย...” ไอ้ชาติตาพราว กระเด้งตัวมาสะกิดแขนนายใหญ่ “ฉันว่างๆ อยู่นา ให้พาไอ้ทะเลไป...”

“ให้ไปกับมึง กูให้ไปกับไอ้มืดยังดีซะกว่า”

คนเสนอตัวหุบยิ้มฉับ ปากยังพ่นไม่ครบคำดันถูกนายตีแสกหน้า สกัดดาวรุ่งเข้าเสียได้

อดกันเลยของอยู่ของกิน เหล้ายาปลาปิ้ง อีกทั้งกิจกรรมเที่ยวซ่อง ท่องอาบอบนวด ทั้งหมดที่ว่า... อดแดกมันหมด! ใจเหลวไปเลยกู

นายหัวชาญถอนหายใจอย่างวิตก มองหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เห็นสายตามุ่งมั่น เป็นอันว่าให้ตายยังไง พรุ่งนี้มันก็จะไปให้ได้ ครั้นจะปล่อยให้ไปกับไอ้ชาติ... แค่คิดก็ดูน่ากลัวเหลือเกินว่าจะพากันไปเสียคน มากกว่าจะได้ทำประโยชน์อื่นใด นายใหญ่แห่งชาญทะเลคิดหนัก รู้ตัวว่าอย่างไรตัวเขาก็ติดธุระ ไม่อาจบ่ายเบี่ยงจากหน้าที่ได้ สายตาของคนงานท่วมหัวกวาดมองลูกน้องแต่ละราย จนกระทั่งดวงตาดุร้ายหยุดลงที่คนนั่งตรงข้าม

“ไอ้เม่น!

เห็นจะไม่มีใครวางใจได้เท่าไอ้คนนี้...

“มึงไปเป็นเพื่อนมันที”

...เป็นคำสั่งที่รอบวงอ้าปากค้างโดยทั่วกัน

 




-----------


100%

โอเค กลับมาอัพตามปกติค่ะ 

ขอโทษด้วยน้า ปิดตอนไว้แป็บนึงแต่เหมือนจะตกใจกัน 55555

หลังจากมีเสียงทักท้วงมา เราเลยต้องไล่อ่านใหม่หมดตั้งแต่ต้น

(เกือบสองร้อยหน้าแน่ะ ตาอักเสบไปเลย TT)

สรุปว่าเรายังพอใจกับที่เขียนไปอยู่นะคะ เลยจะยังคงทั้งหมดไว้

เดี๋ยวต้นฉบับเรื่องนี้จบค่อยมานั่งทวนกันใหม่ (อ่านวนไปสองร้อยรอบ XD)

อย่างที่บอกคือเรื่องนี้มันไม่ใช่แนววัยรุ่น รักเร็วรักแรงอะไรแบบนั้น

พี่เม่นเคยมีเมีย ทะเลเคยคบผญ ในชีวิตจริง 

การที่คนมีสตอรี่แบบนี้จะได้กันเนี่ย ยากกว่างมเข็มอีก 555555 

แต่ก็นะ นี่คือนิยาย และไม่ได้เป็นนิยายที่ใช้ความรักแบบคนรักเป็นตัวนำ

เราว่าคนอ่านเด็กทะเลส่วนใหญ่คงเข้าใจพ้อยหลักของเรื่องนี้

ยังไงก็อยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ นะคะ ^^ จนกว่าจะถึงบรรทัดสุดท้าย

เด็กทะเลจะพยายามมากๆ เพื่อที่จะเป็นนิยายที่ทำให้คนอ่านประทับใจ

นิดนึงก็ยังดี... :D รักกกกกก ~~~ <3



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 577 ครั้ง

200 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 เมษายน 2562 / 22:05
    55555555555 ขำแก๊งเด็กหมัดหมาจริงๆเลย เมฆคือซื่อมาก-หนู 5555555
    #13666
    0
  2. #13612 Midnight9302 (@Defenderking) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 01:32
    นายหัวเขาจะหวงอะไร นั่นลูกไง ไม่ใช่เมียยยยย
    #13612
    1
    • #13612-1 Midnight9302 (@Defenderking) (จากตอนที่ 32)
      21 เมษายน 2562 / 01:32
      ห่วงซะมากกว่า แต่ถ้ารู้ความคิดเม่นก็ไม่แน่...
      #13612-1
  3. #13415 Golden23 (@niyay123) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 03:06
    มีลูกรับลูกคู่เว้ยเดี๋ยวนี้เว้ย
    #13415
    0
  4. #13235 PNM_มมม (@panimew04) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 04:11
    หนูเมฆก็พูดได้ดี ซื่อแบบน่ารัก 555555555 ตลกอ่ะ เป็นหน้าที่ของผัวที่ดี สงสารทะเลเลย เอ็นดูจริงๆ นายช่างนี่ก็สายพูดน้อยต่อยหนัก เน้นการกระทำจริงๆ วี้ดดดด
    #13235
    0
  5. #13142 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 17:50
    เอาล้าวๆๆๅ
    #13142
    0
  6. #13068 Hunbears (@hunbears) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 18:26
    ให้ไปดับนายช่างก็ดีน้าาาจะได้พัฒนาคสพ.5555555555
    #13068
    0
  7. #12925 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 14:00
    ว้าววววววววว
    #12925
    0
  8. #12908 Jjaji (@Jajub16) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 12:52
    ไปกันสองคน หูยย สองต่อสองอีกแล้ว
    #12908
    0
  9. #12597 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 23:52
    หวานหมูสิคะแบบนี้
    #12597
    0
  10. #12268 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 10:29
    เข้าทางพี่เม่นเลยค่าาาา
    #12268
    0
  11. #11926 CcMΣW (@cute33cass) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 12:30
    ชอบแบบนี้นี่แหละค่ะ... ไปเรื่อยๆแต่มั่นคง
    #11926
    0
  12. #11711 MomoLoveKk (@momolovekk) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:01
    55+ ชงหนักสุดคือพ่อนี่ล่ะ
    #11711
    0
  13. #11356 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 20:00
    ฝากกุ้งไว้กับเม่น
    #11356
    0
  14. #11215 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 23:30
    ไปเรื่อยๆน่ะดีแล้วค่ะ แงงง ชอบแบบนี้
    #11215
    0
  15. #10986 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 19:29
    ทำไมต้องอึ้งกันนะ
    #10986
    0
  16. #10307 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 22:05
    เอาแล้วจ้าาาาาาาขำหน้าที่ผัวที่ดีมาก55555555
    #10307
    0
  17. #10248 Faraide (@myohnamfa) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 13:12
    อ่านเพลิน ภาษาสวยจังเลย ชอบพล็อตชอบทุกๆอย่างเลย
    #10248
    0
  18. #10198 chompu_y (@chompu_y) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 12:09
    ประทับใจอย่างว่าจริง อ่านจนกยุดไม่อยุ่ล่ะ ชอบทุกอย่างของเด็กทะเลอ่ะ มันดีนะ
    #10198
    0
  19. #10177 baekhoismysmile (@baekhoismysmile) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 00:11
    ชอบที่เป็นแบบนี้อยู่แล้วเหมือนกันค่ะ คุณนักเขียนแต่งดี แต่งเก่งมากๆเลย เป็นกำลังใจให้ค่ะ สนุกๆๆ
    #10177
    0
  20. #10176 baekhoismysmile (@baekhoismysmile) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 00:11
    ชอบที่เป็นแบบนี้อยู่แล้วเหมือนกันค่ะ คุณนักเขียนแต่งดี แต่งเก่งมากๆเลย เป็นกำลังใจให้ค่ะ สนุกๆๆ
    #10176
    0
  21. #10175 baekhoismysmile (@baekhoismysmile) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 00:11
    ชอบที่เป็นแบบนี้อยู่แล้วเหมือนกันค่ะ คุณนักเขียนแต่งดี แต่งเก่งมากๆเลย เป็นกำลังใจให้ค่ะ สนุกๆๆ
    #10175
    0
  22. #9797 gniycb (@gniycb) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 20:52
    เยส!!!!!!! โคตรลั่นตรงบอกว่าเป็นหน้าที่ของผัวที่ดี55555555555
    #9797
    0
  23. #8459 JRNXQ (@JRNXQ) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 22:40
    เราชอบให้เรื่องดำเนินแบบนี้นะคะ แบบเรื่อยๆอะถ้าเร่งรัดมันคงดูแปลกๆเนอะจากคนที่มีความหลังมาก่อน ไหนจะปมเข้าใจผิดอีก
    #8459
    0
  24. #8441 ChaneePreme (@ChaneePreme) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 20:50
    ชอบที่เป็นแบบนี้อยู่แล้วค่ะ คนแต่งไม่ต้องปรัยอะไรหรอก เราช่บบบบบบ
    #8441
    0
  25. #8404 MindGmini (@mind654mind) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 00:54
    นายหัวปล่อยปลาย่างไว้กับแมวครั้งแล้วครั้งเล่า55555
    #8404
    0