Spin off #เด็กทะเล ll ขวัญเอ๋ยขวัญมา [Yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 770,076 Views

  • 14,286 Comments

  • 21,017 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    7,788

    Overall
    770,076

ตอนที่ 39 : Sea Spec : บทที่ 20 : ปราสาททราย [2] [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33563
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 533 ครั้ง
    31 ต.ค. 60

บทที่ 20

ปราสาททราย [2]

 

 

 

ดวงอาทิตย์ซื่อสัตย์ ทำงานตรงเวลาทุกวัน

พระจันทร์ก็ขยัน คอยมาเปลี่ยนเวรกันไม่เคยห่างหาย...

เพราะแบบนี้ วันที่ในปฏิทินจึงเดินหน้า เมื่อเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา หาใช่เทวดาบนสรวงสวรรค์ จึงต้องทนเฝ้ามองการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งกาลเวลาได้สักคน...

คืนสุดท้ายในอาณาจักรของพ่อ คือช่วงเวลาที่ทำให้หัวใจวูบโหวง

ทยากรนั่งอยู่กลางวงสังสรรค์ งานเลี้ยงส่งเล็กๆ มีสมาชิกร่วมงานเพียงไม่กี่คน และทุกคนก็หน้าเดิมๆ กันทั้งนั้น  ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มบอกพ่อแล้วว่า ไม่ต้องการงานอำลาใดๆ ตอนมาเขามาแบบไม่มีพิธีรีตอง ครั้นจะกลับไป ก็ไม่ต้องทำเอิกเหริกนักก็ได้ สินเปลืองงบประมาณของนายหัวชาญเปล่าๆ แต่ชาติ หิน รวมถึงเด็กทโมนทั้งสามต้องการบอกลาอย่างมีอารยธรรม ใครสักคนจึงไปดิ้นเร่าๆ ใส่นายหัว บังเกิดเป็นงานวันนี้ขึ้นมาจนได้

คืนเดือนหงาย ในวันที่แสงจันทร์ส่องสว่าง แก๊งไอ้หนุ่มจับกังนั่งรวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะประจำตัวเก่า ขวดเหล้ากลิ้งเกลื่อนระเนระนาด บอกให้รู้ว่าคนกินชินชากับแอลกอฮอล์ขนาดไหน ชาติกับหินชนแก้วกันไม่ยั้ง จนทยากรไม่รู้ว่านี่มันงานเลี้ยงส่งเขา หรืองานฉลองมงคลสมรสของใคร พวกเด็กๆ เองก็ยัดขนมกันจนท้องจะรับไม่ไหว ทว่ามองไปทางใดก็ไร้ซึ่งเงาของผู้ชายคนนั้น...

นายช่างไม่มาร่วมวงกินข้าวด้วยกันอีกเลย นับตั้งแต่เขาเอ่ยตัดสัมพันธ์

ทยากรควรพอใจกับผลที่ตามมาแบบนี้ หากความรู้สึกที่มีคือ โหยหาเหมือนคนบ้า หรือนี่คือโทษทัณฑ์สำหรับคนเลวร้าย หลอกให้คนอื่นมีความหวังแล้วทิ้งเขามา ยิ่งไม่เห็นหน้า ความคิดถึงกลับยิ่งทวีคูณ

“เฮ้ย! นั่งนิ่งทำไมวะไอ้ทะเล มา...ชนแก้วสิวะ มึงจะกลับกรุงเทพฯ อยู่แล้ว มาๆ ชนแก้วกับกู”

ไอ้ชาติอ้อแอ้แต่หัววัน ด้วยไม่มีตัวหารช่วยกันผลาญเหล้าสักเท่าไหร่

พ่อน่ะอยู่บ้าน... นายหัวชาญมีงานสำคัญที่ต้องทำพรุ่งนี้ จึงอยู่หัวราน้ำกับไอ้พวกนี้ไม่ได้ ส่วนอีกราย... ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าตอนนี้นายช่างกำลังคิดหรือทำอะไร

“หายกันไปหมดทั้งนายหัวนายช่าง” ไอ้คนเมาคว้าคอเขา แขนยาวๆ รัดแน่นเหมือนงูเหลือม “เอิ๊ก! มึงนี่มันตัวกาลกิณีแท้ๆ ทำเจ้านายกูอกเดาะเป็นทิวแถว แล้วมึงก็จะหนีกลับบ้าน...”

คนฟังชะงักกับคำวิจารณ์ หน้าขาวๆ สลดลง กระทั่งหินยังสังเกตได้

“มึงเมาแล้วไอ้ชาติ หุบปากเสียบ้าง”

“มึงไม่ต้องมาห้ามกูไอ้หิน ไอ้เพื่อนเหี้ย! มึงเห็นไหมว่าไอ้ทะเลมันกำลังจะกลับกรุงเทพฯ พรุ่งนี้แล้ว กูไม่ชิงด่ามันตอนนี้ จะได้ด่ามันอีกตอนไหน” ชาติกระแทกแก้วเหล้ายกใหญ่ “กูหรือก็หลงนึกว่ามันจะเอาผัว เอ๊ย! เอาตัวมาเป็นชาวเกาะเหมือนพวกเรานี่ ที่ไหนด้ายยย... จะกลับไปหลงแสงสีเสียแล้ว”

คนเมาไม่รู้เรื่องรู้ราว พูดพล่ามไปตามประสา ทยากรยกแก้วเหล้าขึ้นจรดเรียวปาก ตามองหินกับชาติที่นั่งฝั่งตรงข้าม อยากพูดคุยเล่นหัวกับทุกคนได้เหมือนวันก่อน แต่ตอนนี้เขานึกคำพูดไม่ออกเลยว่าจะสนทนากับอีกฝ่ายด้วยคำไหนดี

“พี่เลอยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้หรือจ๊ะ” ไอ้มืดน้องรักหน้าละห้อย

เด็กน้อยสามคนรุมล้อมพี่ทะเลไม่ยอมห่าง ขวัญกับหน่อยนั่งขนาบอีกข้าง ทั้งสามยังคงมีความหวังว่าคนต่างถิ่นจะยอมเปลี่ยนใจ 

“ไม่ได้ครับ พี่มาอยู่ที่นี่ได้แค่สองเดือน หมดเวลาแล้วก็ต้องกลับ” หนุ่มเมืองกรุงยิ้มรับ เสียงนุ่มละมุนนั้นเหมือนจะปลอบใจ

“ไหนลุงนายว่าพี่เลจะมาอยู่นานๆ ไง”

“สองเดือนนี่ไม่นานเหรอ”

“ไม่เลยจ๊ะ” เจ้าเด็กดำส่ายหัวแข็งขัน “สองเดือนสั้นนิดเดียว”

มือขาวลูบหัวน้อง ใจหายไม่น้อยยามเมื่อมองหน้าน้องชายร่วมโลกแต่ละคน ตลอดเวลาที่อยู่บนเกาะนี้ มีวันไหนบ้างที่เขาไม่ได้คลุกคลีกับเจ้าตัวแสบทั้งหลาย เหมือนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันโดยไม่รู้ตัว ผูกพันเหมือนครอบครัว เหมือนพี่เหมือนน้อง เป็นความสัมพันธ์ที่ลูกคนเดียวอย่างเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยในชีวิตนี้ รู้สึกดีจนใจหายเหลือเกินเมื่อต้องเอ่ยลา

“พวกมึงจะเศร้ากันทำไมว้า... งานเลี้ยงมันต้องสนุก ต้องครึกครื้น ไม่ใช่ทำหน้าเหมือนพ่อมึงกำลังจะตาย” ไอ้ชาติโงหัวขึ้นมา ตวาดใส่หน้าเพื่อนร่วมวง “เลี้ยงส่งไอ้ทะเลมันทั้งทีต้องมีดนตรี ต้องร้องรำทำเพลงกันโว้ย”

ว่าแล้วไอ้คนเมาปลิ้นก็เดินโซเซ ลากเอาเครื่องดนตรีผุๆ พังๆ มากองตรงหน้า ฝาหม้อ ขวดเหล้า สารพัดเครื่องเคาะจังหวะ และกีตาร์ ถูกทยอยยกมาวางโครมอย่างไม่กลัวพัง

“เอ้า! พวกมึง... ไอ้พวกเด็กเปรตทั้งหลาย เอาไปคนละอัน ตีให้มันเข้าจังหวะกัน” ชาติชี้นิ้วบงการลูกกระจ๊อกของมัน ขณะที่คนรับคำสั่งตะบึงตะบอนฟาดกันไม่ยั้ง คงตั้งใจตีกันจนกว่าฝาหม้อจะแตกดับไป โชคดีที่ไอ้ชาติเมาหัวทิ่มหัวตำ เสียงเคาะโป๊กๆ หูแทบดับจึงฟังเป็นไพเราะ ถูกใจมันเสียได้

บรรยากาศกลับมาเอะอะโวยวายสมเป็นงานเลี้ยง เมื่อหัวเรี่ยวหัวแรงสร้างความบันเทิงเร่งเครื่องทำงานเต็มที่ คนกำลังจะกลับบ้านลืมเรื่องราวหดหู่ใจไปได้ชั่วขณะ เด็กทั้งสามปรับตัวตามสภาพบรรยากาศ เมื่อไอ้ชาติพาครื้นเครงก็เฮฮาไปกับเขา เหมือนลูกลิงเลียนแบบพฤติกรรมจ่าฝูงยังไงยังงั้น หนุ่มกรุงเทพฯ มองความพยายามสร้างความสนุกเพื่อให้งานเลี้ยงส่งเขาไม่ล่มกลางคัน มือขาวเอื้อมไปดึงอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งมาถือไว้กับตัว

“มึงเล่นเป็นไหมวะไอ้กีตาร์เนี่ย กูเห็นนักร้องในทีวีมันชอบเล่นกันนัก”

“ก็พอเล่นได้”

“ดีๆ เพราะว่ากูนี่...” คนพูดตบอกตัวเองปั๊กๆ “พี่ชาติคนนี้เล่นเป็นหมดทุกอย่างยกเว้นไอ้เครื่องเหี้ยนี่”

พูดจบมันก็หัวเราะเอิ๊กอ๊าก ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้หนุ่มสักยันต์มันขำอะไร

“แน่ใจนะว่านี่กีตาร์ ไม่ใช่ซากไม้สายเอ็นขึ้นสนิม”

ทยากรวิจารณ์ไม่เหลือดี เมื่อเห็นสภาพของเพียงชิ้นเดียวที่เป็นเครื่องดนตรีจริงๆ สภาพของมันเป็นอย่างที่ชายหนุ่มว่า ถ้าเป็นที่บ้านเขา เหล่าแม่บ้านคงไม่รีรอที่จะส่งไปร้านขายของเก่า โละทิ้งเป็นขยะไปนานแล้ว

“เล่นไปเถอะมึง มีให้เล่นก็ดีแล้ว” ไอ้ชาติมือไวที่สุด ตบผัวะจนหัวเขาลั่น โทษฐานที่ไปว่าเครื่องดนตรีของมัน “หรือมึงจะตีกลองแบบกู”

กลองของมันคือถังบุบๆ บี้ๆ สภาพแบบนี้ดูไม่น่าจะเป็นเครื่องดนตรีได้เลย

“จะเล่นอันนี้”

ว่าแล้วก็จัดการวางกีตาร์ให้เข้าที่เข้าทาง มือขาววางในตำแหน่งจับคอร์ดราวมืออาชีพ ดูไม่เหมือน พอเล่นได้อย่างที่ถ่อมตัวไว้

“เอ้า ไอ้ทะเล...มึงร้องซิ ร้องให้ฟังสักเพลงเป็นบุญหูพวกกูหน่อย” หัวโจกประจำวงยุยงพร้อมหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ “เฮ้ย! ใครอยากฟังไอ้หนุ่มกรุงเทพฯ ร้องเพลง ขอเสียงหน่อยโว้ย~

เหล้าเข้าปาก ทุกอย่างที่ขวางหน้าก็กลายเป็นความเฮฮา เป็นที่สนุกสนานกันไป

ทยากรถอนใจ เมื่อทุกคนต่างพร้อมใจรู้รักสามัคคี ส่งเสียงเชียร์เป็นหนึ่งเดียวขนาดนี้ เขาจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็ไม่ได้

“จะให้ร้องเพลงอะไร”

“ที่กรุงเทพฯ เค้าชอบเพลงอะไรกันวะ มึงจัดมาเลยไอ้น้อง”

ชายหนุ่มครุ่นคิด... ระดับคุณทยากร แน่นอนว่าการสถานศึกษาของเขาต้องคัดแล้วคัดอีก เขาอยู่โรงเรียนนานาชาติค่าเทอมแพงมาตั้งแต่เด็ก คุ้นเคยกับเพลงภาษาอังกฤษมากกว่าเพลงไทย แต่ขืนเอามาร้องให้พวกมันฟัง คงได้โดนขวดโดนไหเขวี้ยงหัวเอา

“กรีดยางอยู่ใต้ไม่ปลอดภัย มาขับวินมอเตอร์ไซค์อยู่ใน กทม. ไอ้ไข่นุ้ยลูกทักษิณรูปหล่อ ไม่ชอบเพลงฮาทคอร์ชอบเพลงคาราบาววว~

...

คาราบาวก็มาว่ะ...

ลูกทุ่งเสียงทองมาแบบไม่ได้รับเชิญ เด็กเมาโค้กลุกขึ้นทั้งร้องทั้งเต้น บันเทิงยิ่งกว่าหางเครื่องงานวัด

“ไอ้เหี้ยมืด! กูให้ไอ้ทะเลมันร้อง ไม่ใช่มึง!” ไอ้ชาติด่ากราด ตัวตั้งตัวดีเปิดวงมโหรีอารมณ์เสีย

บรรยากาศกำลังดี ดันมีหมามาเยี่ยวใส่สังกะสีให้ฟัง... ไอ้หนุ่มสักยันร่ำๆ อยากจะถีบมันลงทะเลให้รู้แล้วรู้รอด

“โธ่... พี่ชาติจ๊ะ ก็พี่เลช้านี่ ฉันก็กลัวจะขาดตอน”

“ถุย! เสียงยังกะควายออกลูก มึงก็กล้าร้อง” ไอ้ชาติผลักหัวมันอย่างหมั่นไส้ หันมาเร่งคนข้างกาย เห็นมันยังนั่งยิ้มอมภูมิอยู่ได้ ไม่ทันใจวัยรุ่น (?) เลย “ไอ้ทะเล มึงเร็วๆ เข้า กูอยากฟังเสียงคนนะ ไม่ใช่เสียงควาย”

คนถูกเร่งยิกๆ คิดหนัก

เด็กมันบอกว่าชอบเพลงคาราบาว เออ...ก็ได้วะ

เสียงกีตาร์ขึ้นคีย์เป็นจังหวะ แม้สภาพของมันจะยับเยิน ด้วยผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน แต่เสียงผ่านสายเอ็นดังกังวาน เป็นที่น่าพอใจ เพลงไทยไม่กี่เพลงที่ร้องได้ถูกขุดมาบรรเลงในยามนี้ แม้จะร้องถูกบ้างเพี้ยนบ้างก็ตามที เวลานี้ไม่มีใครใส่ใจ

ลมทะเลโบกพัดปะทะผิวหน้า ท่ามกลางเสียงคลื่นคืนสุดท้าย รายล้อมด้วยเพื่อนสนิทมิตรใหม่ๆ หากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป สิ่งเหล่านี้จะห่างไกล... หลงเหลือไว้แต่เพียงความทรงจำ

 

“เหมือนชีวิตได้ผ่านเลยวัยแห่งความฝัน

วันที่ผ่านมาไร้จุดหมาย

ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่เพียงตัวและจิตใจ

เป็นมิตรแท้ที่ดีต่อกัน...

 

เหมือนชีวิตผันผ่านคืนวันอันเปลี่ยวเหงา

ตัวเป็นของเราใจของใคร

มีชีวิตเพื่อสู้คืนวันอันโหดร้าย

คืนที่ตัวกับใจไม่ตรงกัน...”

 

สองท่อนเท่านั้น...

ถ้าแถวนี้มีอีสาวๆ มานั่งล้อมหน้าล้อมหลัง ชาติเอาหัวไอ้พวกเด็กเหี้ยเป็นประกันได้เลยว่า นังพวกนั้นต้องตาเยิ้มกันเป็นทิวแถว ถ้ากายเนื้อคนเราละลายไหลไปกองกับพื้นได้ หาดทรายคงกลายเป็นแอ่งน้ำไปหมดแล้ว ใครจะคิดว่าไอ้คนหน้าตาดีซ่อมเครื่องได้ ยังจะร้องเพลงได้เพราะราวกับนักร้อง ยิ่งมอง ไอ้คนเมาก็ยิ่งขัดข้องใจ

เสียดายแทน ไอ้ยักษ์บางตัวที่ดันไม่อยู่ ณ ที่นี้

เสียดายที่มันไม่มีวาสนาจะได้มานั่งมอง

ขณะที่ตัวคนร้องไม่ได้คิดถึงสิ่งใด คนที่อยู่ในใจตอนนี้คงมีแค่คนเดียว...

 

“คืนนั้นคืนไหน ใจแพ้ตัว

คืนและวันอันน่ากลัวตัวแพ้ใจ...

 

คงแพ้ไปแล้วตั้งแต่คืนนั้น คืนที่ตื่นขึ้นมาเพื่อพบกับเสียงหัวใจในรูปแบบใหม่ ละอองอ่อนหวานที่ซึมซาบทิ้งร่องลึกเอาไว้ แพ้พ่ายให้กับคนตัวใหญ่ หากความจริงใจของเขาใหญ่เสียยิ่งกว่าตัว

 

...รักกูบ้างไหม

นึกรักกูสักนิดบ้างไหม...

 

คำถามเหล่านั้นแม้ไม่ได้ตอบไป แต่หัวใจเขารู้คำตอบของมันดี

 

“...คืนนั้นคืนไหน ใจเพ้อฝัน

คืนและวันฝันไปไกลลิบโลก

ดั่งนกน้อยลิ่วล่องลอยแรงลมโบก

พออับโชคตกลงกลางทะเลใจ...

 

เขามันก็แค่คนคนหนึ่งซึ่งมีภาระหน้าที่

เมื่อเกิดมาเป็นปลาตัวเล็กๆ ท่ามกลางสายนที... ต่อให้อยากว่ายหนีฝูงอย่างไร สุดท้ายก็ไม่อาจย้ายไปอาศัยบนพื้นดิน...

 

(*เพลงทะเลใจ คาราบาว)

 

 

 




 

 

คนเล่นกีตาร์ร้องเพลงอยู่เมื่อครู่ ย้ายตัวเองออกจากงานเลี้ยงส่งเดินตรงกลับเข้าบ้าน เพราะรู้ว่าพรุ่งนี้จะต้องเดินทางไกล ทยากรจึงยั้งตัวเองไว้ ดื่มได้ไม่เท่าไหร่ก็ขอตัวออกมา

บ้านพ่ออยู่ไม่ไกลจากจุดที่นั่งดื่มกันเท่าไหร่ บางครั้งจึงได้ยินเสียงโวยวายดังแว่วมา ชาติกับหินคงนั่งกันต่อถึงเช้า เด็กไม่มีเรียนพรุ่งนี้ก็เช่นกัน เจ้าตัวแสบทั้งสามกลัวว่าหากกลับไปนอนบ้านจะตื่นไม่ทันมาส่งเขา เลยพากันอยู่ยาว หลับมันตรงวงเหล้านั้นเสียเลย

ชายหนุ่มมองแสงสลัวจากโคมไฟข้างโซฟา ใช้มันนำทางโดยไม่เปิดไฟดวงใหญ่

“กลับมาแล้วเรอะ”

ทยากรหันไปมองตามเสียง ย่นหัวคิ้วเมื่อเห็นนายหัวชาญนั่งตระหง่านอยู่กลางบ้าน

“ยังไม่นอนเหรอครับ”

“รอเอ็ง” เจ้าของบ้านตอบสั้นๆ “นึกว่าจะเมาแอ๋กลับมา”

“ไม่แล้วครับ เข็ดตั้งแต่ยาดองคราวนั้นแล้ว” คนไม่เมาหัวเราะ มองร่างสูงใหญ่เปลือยท่อนบน นุ่งผ้าโสร่งลายตาหมากรุกผืนเก่า สีซีดแล้วซีดเล่า แต่พ่อก็ยังไม่ยอมทิ้ง “ทำไมไม่แวะไปวงเหล้าสักหน่อยล่ะครับ พวกนั้นบ่นถึงนายหัวกันตลอด”

จบประโยคนั้น เสียงถอนหายใจก็ดังยาวเหมือนคนทำมีเรื่องหนักอกนักหนา

“ไม่ล่ะ ข้าไม่ชอบงานเลี้ยงส่งสักเท่าไหร่” ว่าแล้วคนพูดก็ผุดลุกจากโซฟา

เจ้าของท่าเรือใหญ่เดินดุ่มๆ ออกไปนอกชาน นั่งลงกับพื้น ทอดสายตามองผืนน้ำ ทยากรลุกขึ้นเดินตาม ทรุดตัวลงนั่งเคียงข้าง ก่อนเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัย

“ทำไมล่ะครับ”

“ไม่เลี้ยง ไม่ลา... ก็จะได้หลอกตัวเองได้ว่าเอ็งยังอยู่แถวๆ นี้ ไม่ได้ไปไหนไกล...”         

ท้องทะเลยามค่ำเหมือนกำมะหยี่สีดำ ผืนผ้านั้นปกคลุมยาวไกลสุดสายตา

สองพ่อลูกนั่งเงียบกันสักพัก ต่างคนต่างตกอยู่ในสภาวะไม่รู้จะพูดอะไร ทยากรหันไปมองพ่อ เข้าใจแล้วว่าตนไม่ได้เป็นคนเดียวที่วูบโหวงเหมือนทำหัวใจหล่นหาย พ่อเองก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ ในขณะที่เขาเศร้าใจ พ่ออาจใจหายมากกว่าเขาไม่รู้กี่เท่าตัว

“พ่อครับ...” เสียงเรียกนั้นอ่อนระโหยแผ่วเบา มือขาววางลงที่มือหยาบใหญ่

“ข้าก็พูดไปอย่างนั้น คนแก่มันก็บ่นอะไรไปเรื่อยเปื่อย เอ็งอย่าสนใจเลยวะ” นายหัวชาญทำเหมือนไม่มีอะไร แกล้งบอกปัดเปลี่ยนเรื่องไป ด้วยไม่อยากให้คนกำลังจะเดินทางไกลเป็นกังวล “ว่าแต่เอ็งเถอะ กลับกรุงเทพฯ แล้วจะทำอะไรล่ะ ไปช่วยงานแม่เอ็งหรือ”

ทยากรหันมองเสี้ยวหน้าคนถาม ยิ้มรับคำถามของพ่อก่อนส่ายหน้า

“เปล่าครับ ความจริง... ผมกำลังจะไปเรียนต่อโทที่อเมริกา”

ทั้งวีซ่า ทั้งหลักฐานการสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงของที่นั่น... ทุกกำหนดการถูกเตรียมไว้รอแล้วตั้งแต่ต้น คนหนีมาอย่างลับๆ จึงไม่อาจยืดเวลากลับออกไปได้ แม้อยากอยู่ต่อแค่ไหน ก็ทำไม่ได้ดังหวัง “กลับกรุงเทพฯ สักราวๆ อาทิตย์หนึ่ง ผมก็ต้องเตรียมออกเดินทาง...”

“ดีแล้ว เรียนสูงๆ กลับมาเป็นเจ้าคนนายคน เอ็งมันหัวดี ไปเรียนนั่นเรียนนี่เพิ่มเยอะๆ ต่อไปฝีมือซ่อมเครื่องของเอ็งคงมีแต่คนแย่งตัวกันไปทำงาน”

ชายหนุ่มถอนหายใจ ยิ้มเนือยๆ รับคำพูดนั้น รู้เต็มอกว่าคนฟังเข้าใจผิดไป

“ไม่ใช่หรอกครับ” ทยากรนอนราบลง หนุนแขนต่างหมอน “ไปคราวนี้... ผมจะเปลี่ยนไปเรียนบริหารฯ”

นายหัวชาญหันกลับมามอง แปลกใจไม่น้อยที่ได้ยินอย่างนั้น

“อ้าว ทำไมไม่เรียนต่อเครื่องกลที่เอ็งชอบล่ะ ฝีมือเอ็งก็ใช้ได้” เข้าขั้นดีเลยด้วยซ้ำ...

พิจารณาจากที่ไอ้เม่นเคยเปรยๆ ให้ฟัง มันเป็นเด็กมีพรสวรรค์ ประกอบกับความขยันซักขยันถาม ไม่นานก็เป็นการเป็นงาน หากได้มีโอกาสเก็บประสบการณ์อีกสักนิด มันคงเป็นช่างได้เต็มตัว สมความภาคภูมิใจ

“ต่อรองกับแม่ได้แค่นี้เองครับ แม่อยากให้ผมเรียนบริหารฯ ตั้งแต่แรกแล้ว จะได้มาช่วยดูกิจการ แต่ผมดันหนีไปเรียนวิศวะฯ เสียก่อน” แล้วก็เป็นความโชคดี มหาวิทยาลัยที่เขาสอบเข้าได้เป็นสถาบันมีชื่อเสียง อยู่ในระดับที่แม่พอใจ เอาไปอวดในวงสังคมไฮโซได้ไม่ขายหน้า คุณนายรตีจึงเลยยอมให้เรียนจบมาได้ราบรื่นในเวลาสี่ปี ทว่าในระดับการศึกษาที่สูงกว่านี้... “คราวนี้ถ้าหนีไปเรียนตามอำเภอใจอีก แม่คงไม่ยอมแน่”

คนฟังถอนหายใจ จากนั้นจึงพยักหน้า

ปัญหาของมันเป็นความจำยอมที่น่าเห็นใจ นายหัวชาญไม่ได้ถามต่อว่าบริหารฯ ที่มันพูดมา เจ้าตัวชื่นชอบมากน้อยแค่ไหน จะทนอยู่กับสิ่งที่ไม่ถนัด ไม่คุ้นเคย และไม่รักมันเลยเป็นนานสองนาน แล้วจะมีความสุขได้อย่างไร

จะว่าไป เขาก็เข้าใจการเลือกของผู้หญิงคนนั้น... คนเป็นพ่อแม่มีลูกชายคนเดียว ใครก็หวังอยากจะให้สืบทอดทุกสิ่งของตนต่อไป หากเขาเป็นพ่อที่ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรได้ แค่ความรักจากมันก็มากเกินฝัน... ไม่หวังให้มันต้องมาทำอะไรเพื่อเขาอีกแล้ว

“ทำเพื่อแม่เอ็งมันก็ดีอยู่หรอก แต่ยังไงก็อย่าลืมความสุขของตัวเอ็งด้วย”

“แน่นอนครับ ผมทำเพื่อแม่ แล้วก็จะทำเพื่อพ่อด้วย”

“หือ? ทำอะไรให้ข้าล่ะ”

“อ้าว ก็บ่อกุ้งไง” ไอ้เด็กไฟแรงอยู่ๆ ก็พรวดพราดลุกขึ้นนั่ง “บ่อกุ้งที่ทำไว้ ผมอยากให้ไอ้เจ้าเมฆ เจ้าหน่อย กับน้องขวัญช่วยกันดู เด็กพวกนั้น... ถ้าเราส่งให้เรียนสูงๆ ให้ค่าแรงน้องบ้าง เอาไว้เป็นค่าขนม เป็นค่ารถไปโรงเรียน ในอนาคตพวกเขาก็จะเป็นชาญทะเลรุ่นใหม่ๆ พ่อก็จะมีคนทำงานฝีมือดีมาช่วยตั้งหลายคน”

ทยากรเล่าแผนการที่เขาวางไว้ ไม่ทันได้หันไปมองคนฟังว่ามีสีหน้าทึ่งจัดแค่ไหน

“เรียนเมืองนอกจบกลับมา ผมก็รู้ว่าคงต้องเข้าไปช่วยกิจการของแม่ทันที ถึงอยากมาหาพ่อแค่ไหน ก็คงมาอยู่นานๆ เป็นเดือนสองเดือนไม่ได้เหมือนอย่างตอนนี้ เพราะฉะนั้นผมต้องหาคนมาช่วยพ่อไว้ก่อน เด็กสามคนนั้นจะเป็นตัวแทนผม แบ่งเบางานจากพ่อได้มากเลย...”  

“มาได้ไม่เท่าไหร่ เอ็งวางแผนอะไรได้ขนาดนี้เชียวเรอะ” 

“ก็ผมกลัวว่าพ่อจะถูกงานทับตายสักวัน ก็เลยต้องมีแผนรองรับเอาไว้” ไอ้คนพูดหัวเราะ นั่งชันเข่า เอี้ยวศีรษะมามอง

“อย่าห่วงข้าเลย... แค่กิจการของแม่เอ็งทางเดียวก็วุ่นวายจะแย่แล้ว เอาเวลาที่เหลือของเอ็งไปพักเถอะวะ ข้าอยู่ของข้าได้” นายหัวชาญเอ่ยอย่างอ่อนใจ คิดตามที่มันพูดแล้วก็เหนื่อยแทนขึ้นมา

คนเป็นพ่อเป็นแม่มันก็แค่นี้...

ที่ทำงานหนัก ตรากตรำความเหนื่อยยากมากมาย ถ้าไม่ใช่เพราะอยากเตรียมทุกอย่างไว้ให้เลือดเนื้อเชื้อไข แล้วจะทำไปเพื่ออะไร ความหวังของเขาก็เพียงแค่อยากให้ ลูกตัวเองได้อยู่สุขสบาย อย่างน้อยๆ ก็ขอให้สบายกว่าพ่อมัน เท่านั้นเขาก็วางใจ หากในวันนี้ ไอ้ตัวดีกลับประกาศลั่น จะช่วยทั้งทางเขาและทางแม่มัน เท่ากับว่าจะต้องแบกรับงานทั้งสองทาง นายหัวชาญไม่ต้องการเอาภาระของเขาไปเพิ่มให้

แค่มันไม่เกลียดพ่อที่ไม่ได้เลี้ยงมันมา หากว่าต้องตายวันนี้มะรืนนี้ เขาก็ไม่มีอะไรให้เสียใจ

“ผมเป็นลูกของพ่อกับแม่ทั้งสองคน ไม่อยากเลือกว่าจะต้องอยู่หรือทิ้งฝั่งไหน ผมอยากอยู่ช่วยทั้งสองทาง แต่ผมก็ไม่ใช่ยอดมนุษย์ แยกร่างไม่ได้...” คนพูดเหลือบตามอง ก่อนจะแกล้งถอนใจ “เฮ้อ... ก็อยากให้ผมเกิดมาเป็นลูกคนเดียวทำไมล่ะ ในเมื่อพ่อกับแม่ไม่ยอมมีน้องให้ ผมก็เลยต้องเหนื่อยอย่างนี้”

เสียงหัวเราะดังคลอเสียงคลื่นซัด แค่ฟังความคิดความอ่านของมัน คนเป็นพ่อก็รู้แล้วว่า เด็กที่นั่งอยู่ข้างๆ เติบโตขึ้นมาดีแค่ไหน ในอกของเขาพองฟู ทุกพื้นที่เต็มเปี่ยมด้วยความปลื้มใจ

เขาภูมิใจ... แม้จะไม่ได้มีส่วนหล่อหลอมมันขึ้นมาเลยก็ตาม

“แม่เอ็ง เลี้ยงเอ็งมาดีจริงๆ”

“พ่อก็เลี้ยงดีครับ” คนตอบยิ้มแก้มพอง “สองเดือนมานี้ผมกินอิ่มทุกมื้อ น้ำหนักต้องขึ้นแน่ๆ”

“หึๆ ตัวเท่าลูกหมา เอ็งยังกินได้อีกเยอะ”

ฝ่ามือใหญ่เอื้อมไปขยี้หัวคนนั่งข้างๆ ดึงร่างนั้นมาใกล้ จนมันถือโอกาสไถลตัวเอาหัวมาพาดบนตัก ทยากรยิ้มกว้างในความมืด หลับตาลงรับรู้ความห่วงใยที่หลั่งไหลมา นายหัวชาญก็เป็นอย่างนี้ เป็นบุพการีที่ส่งมอบความอบอุ่นมาถึงเขาได้ แม้จะใช้แค่ปลายมือสัมผัสเท่านั้น

“ผม... ขอถามอะไรพ่อสักอย่างได้ไหม”

เพราะบรรยากาศเป็นใจ ประกอบกับความรักของพ่อที่เต็มตื้นทุกพื้นที่ หัวใจดวงเล็กๆ จึงอาจหาญ เอ่ยถามในสิ่งที่ไม่กล้าเอ่ยปากมาตลอด

“ถามมาสิวะ”

“พ่อเคยคิดจะกลับไปคืนดีกับแม่บ้างไหมครับ”

นายหัวชาญชะงัก มองหน้าคนถาม แววตาของมันเสแสร้งเรียบเฉยเหมือนท่าทาง หากเขารู้ดีเบื้องหลังความสงบนั้น คือความคาดหวังในบางอย่าง เจ้าของท่าเรือใหญ่มองลูกชายด้วยความสงสาร เขานั่งเงียบอยู่นาน ในที่สุดจึงถอนหายใจ

“เอ็งเคยเห็นนาฬิกาเรือนไหนมันเดินถอยหลังไหมทะเล...” เสียงทุ้มอ่อนโยนนักเมื่อเอ่ยอธิบาย “เพราะเวลามันไม่เคยเดินถอยหลัง เรื่องของข้ากับแม่เอ็ง... มาถึงวันนี้ มันจึงไม่มีทางกลับไปเริ่มต้นใหม่ได้อีกแล้ว”

ทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่า คำตอบที่ได้มาต้องเป็นอย่างนั้น

ทยากรเตรียมการใจมาแล้วกับความผิดหวัง ทว่าความเจ็บลึกๆ ในอกนี้คล้ายเป็นเครื่องยืนยัน ว่าเขาหวังกับการมีพ่อและแม่อยู่พร้อมหน้ากันมากแค่ไหน

นายหัวชาญมองอาการของลูกชาย เข้าใจดีว่ามันคิดอย่างไร มือใหญ่ลูบไล้ศีรษะกลมๆ นั้นไปเรื่อย เหมือนปลอบเด็กเล็กๆ ยังไงยังงั้น แม้ว่าตอนนี้มันจะโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ในสายตาเขา ก็ยังเป็นแค่ไอ้ลูกหมาตัวเล็กๆ อยู่วันยันค่ำ ยิ่งมองหน้ามัน เค้าโครงทั้งปากทั้งตา ละม้ายคล้ายใบหน้าที่อยู่ในความทรงจำ นายใหญ่แห่งชาญทะเลนึกย้อนไปถึงหญิงสาวสะสวย เหมือนดอกไม้แรกแย้มบานสะพรั่ง

คนที่เป็นรักแรก... รักที่สุดในเวลานั้น...

รักกัน... จนมีพยานแห่งความสัมพันธ์ ยืนยันความรักนั้นอยู่ตรงหน้า

“พ่อรักแม่ไหมครับ”

คำถามของมันราวกับอ่านใจเขาได้...

“รัก...” ไม่เคยลังเลสักนิดกับคำตอบนี้ “รักมากจนมีเอ็งขึ้นมาได้”

นายหัวชาญยิ้ม ดวงตาดุดันเป็นนิจอ่อนแสงลง “ถึงความรู้สึกนั้นมันจะจางหายไปมากแล้ว แต่ในตอนนั้นข้ายืนยันว่ารักแม่เอ็งอย่างที่ไม่เคยรักผู้หญิงคนไหน”

แม้วันนี้ความรักนั้นจะเหลือเพียงเศษเสี้ยวเม็ดทราย แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า มันไม่เคยเกิดขึ้นจริง

“ผัวเมียพอเลิกกันมันก็กลายเป็นคนอื่น...” เหมือนความสัมพันธ์ของเขากับผู้หญิงคนนั้น “แต่สำหรับเอ็งกับข้า... ต้องตายจากกันเท่านั้นแหละโว้ย ถึงจะตัดขาดกันได้”

คนนอนฟังขอบตาร้อนผ่าว เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าความผูกพันระหว่างเขากับพ่อมากมายแค่ไหน

เพราะบุญกรรมในอดีตชักนำ จึงเกิดมาเป็นพ่อลูกกันได้

แม้ไม่ได้เจอหน้า ไม่ได้อยู่ในสายตาทุกๆ วัน แต่สายใยระหว่างกัน จะไม่มีวันหายไปไหน...

“ขอบคุณนะครับพ่อ...” ทยากรเสียงสั่น “ขอบคุณที่ดูแลผมอย่างดี”

ขอบคุณที่ทำให้ตลอดสองเดือนมานี้ เขามีความสุขเหมือนอยู่ในฝัน

“ข้าเองก็ขอบใจเอ็งเหมือนกัน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเบาแทบไม่ได้ยิน

“...”

“ขอบใจที่เอ็งเกิดมา...”

 

 

 

--------

100%

เรือผีโลดแล่นสู่น่านน้ำ 555555555

ฉากพ่อลูกอันนี้เป็นฉากที่ปักหมุดไว้ตั้งแต่แรกๆ เลย

ตั้งใจแน่วแน่มากว่าจะเขียนฉากนี้ใส่ไปให้ได้ 55555

นายหัวก็เศร้านะ ลูกชายจะกลับซะแล้ว TT_TT

ตอนนี้นายหัวมาแล้ว ตอนหน้าให้นายช่างเค้าบ้างเนอะ

โผล่หน้ามาก่อนค่ะ ทะเลจะไม่กลับถ้าพี่เม่นไม่มาเคลียร์

ดูซิว่าตอนหน้าเรือหลวงจะแล่น หรือเรือจะจม 5555555




FB : วันเวย์

TW : @Onewayy17




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 533 ครั้ง

305 ความคิดเห็น

  1. #13717 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 00:08
    ฮืออจะร้องไม่อยากให้ไปเรียนต่อเลยยย
    #13717
    0
  2. #13470 whitelava blue (@bluelavaland) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 18:08
    ฮือ จะร้องไห้ เขียนดีมากเลยค่ะ แม้จะมีเหตุทำให้ไม่ได้เลี้ยง แต่ตั้งแต่ใจกัน ก้อไม่มีเวลาไหนที่สงสัยความรักของนายหัวว รักลูกมาก ดีใจมาก เห่อลูกเว่อ 555 ซื้อแอร์ๆ ตอนนี้ก้อใจหายมาก ช่างห่างไกล อีกนานเรยกว่าจะได้พบกันอีกครั้ง นายช่างก็สงสาร โดนแบบเจ็บๆ ไมม่เห็นหนทางเรย
    #13470
    0
  3. #13422 Golden23 (@niyay123) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 03:49
    ร้องไห้อีกแล้ว
    #13422
    0
  4. #13364 Noud9970 (@Noud9970) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 19:59
    ฉากที่พ่อลูกคุยกันทำเราร้องไห้ บรรยายได้ดีมากคะ
    #13364
    0
  5. #13242 PNM_มมม (@panimew04) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 05:39
    น้ำตาไหลลล ไรต์บรรยายได้ดีมากอีกแล้ว ชอบบรรยายความรู้สึกพ่อลูกมากกก มันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ พ่อไม่ปฏิเสธที่จะแสดงความรัก แสดงความห่วงใหญ่ ทุ่มเทอย่างจริงจังให้กับเลือดเนื้อเชื้อไข ดีจังง แต่ว่าก็ไม่สมหวังไง เห้ออออ
    #13242
    0
  6. #13186 <N-O> (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 12:45
    เป็นพ่อที่น่ารัก และอบอุ่นมากมาย
    #13186
    0
  7. #13109 Hunbears (@hunbears) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 01:03
    ฉากพ่อลูกนี่ดีย์ทุกครั้งที่ออกมาเลยชอบบบรรยากาศมันดูอุ่นๆฟุ้งๆละมุนละไมความรักความห่วงใยของคนในครอบครัวคือดี~~
    #13109
    0
  8. #13094 yooji (@yooji) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 14:24
    จะมี spin off ดำขวัญ ไหมค่ะ please please
    #13094
    0
  9. #13079 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 20:13

    มมันซึ้งใจ

    #13079
    0
  10. #12940 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 00:11
    เรื่องระหว่างเมฆกับทะเลมันก็เป็นไปได้ยากจริงแหละ มองแทบไม่เห็นทางแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทาง
    #12940
    1
    • #12940-1 thejierh (จากตอนที่ 39)
      11 กรกฎาคม 2561 / 10:50
      เม่นค่ะ นายช่างชื่อเม่น

      เมฆนั่นชื่อน้องมืดนะคะ แก๊งเด็กสามแสบ
      #12940-1
  11. #12625 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 20:10
    ตื้นตันมาก
    #12625
    0
  12. #12281 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 23:43
    ความรักของพ่อมันอบอุ่นนะ
    #12281
    0
  13. #11721 MomoLoveKk (@momolovekk) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 22:40
    สงสารทั้งพ่อ ทั้งทะเลเลย
    #11721
    0
  14. #11640 milkc (@P_PlooY) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 22:58
    เราจะคิดถึงพ่ออ ;-;
    #11640
    0
  15. #11348 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 18:28
    เศร้าเลยย สงสารรร
    #11348
    0
  16. #11189 ni_ky (@ni_ky) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 00:42
    น้ำตาคลอเลยเด้ออ
    #11189
    0
  17. #10832 Angzaa (@Angzaa) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 17:45
    น้ำตาซึม
    #10832
    0
  18. #10768 mynameisD_N (@nutchanin_donut) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 16:40
    ร้องไห้แล้ว ฮือ
    #10768
    0
  19. #10728 Hello! It me~ (@0958915410) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 17:31
    ฮือออ~T0Tเรื่องมันเศร้าขอเหล้า1กลม
    #10728
    0
  20. #10315 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 00:12
    นายหัวแบบฮือออออออออบอุ่นมากอ่ะไม่ไหวแล้ว
    #10315
    0
  21. #10260 Faraide (@myohnamfa) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 21:59
    ร้องไห้เลยอ่ะ มันซาบซึ้งมากจนกลั้นไม่อยู่ ฮืออออ ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้นะคะ
    #10260
    0
  22. #10188 baekhoismysmile (@baekhoismysmile) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 01:52
    นายหัวอบอุ่นมากเลยอ่ะ ฮือ. จะร้องแล่วววว
    #10188
    0
  23. #9617 dlky (@plky) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 22:35
    แทนที่จะเศร้ากับฉากดราม่าพระนาย เราดันน้ำตาคลอกับฉากเรือบาป
    #9617
    0
  24. #9576 nichanannnn (@nichanannnn) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 13:39
    ฮือออ น่ารักจัง
    #9576
    0
  25. #9480 Exo_ppppp (@Exo_ppppp) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 13:15
    ฮื่อออ สงสารพี่เม่นของน้องง
    #9480
    0