ตอนที่ 42 : Sea Spec : บทที่ 22 : ครึ่งดวงใจ [1] [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 533 ครั้ง
    16 พ.ย. 60

บทที่ 22

ครึ่งดวงใจ [1]

 

 

 

 

เสียงพระสวดนำถวายภัตตาหารเช้าดังแว่วมาจากศาลาเล็กๆ ในวัดประจำหมู่บ้าน เมื่อมองผ่านประตูไม้แกะสลักเข้าไป คือภาพผู้คนนั่งกันประปรายบนพื้นพรมลายไทยสีแดงสด โดยมากคือคนเฒ่าคนแก่ผู้ตื่นแต่เช้าเป็นกิจวัตร หมู่บ้านชาวประมงมีคนไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นเครือญาติ หรือครอบครัวของคนงานชาญทะเล เมื่อมาพบปะรวมตัว จึงคุ้นเคยกันถ้วนหน้า

ร่างสูงใหญ่ค้อมกายก้มกราบ ขั้นตอนการกรวดน้ำผ่านพ้นไปอย่างสงบ นานแล้วที่เขาไม่ได้เข้าวัดเข้าวา ทว่าวันนี้เป็นวันสำคัญ อย่างไรก็ต้องมาให้ได้

นายช่างใหญ่ถือชุดกรวดน้ำทองเหลืองของวัดเดินออกจากศาลา เทน้ำลงดินที่โคนต้นไม้ใหญ่ แล้วจึงเลยไปที่เจดีย์เล็กๆ บรรจุอัฐิของคนสำคัญ

วันนี้... ครบรอบวันตายของลูกชายและอดีตภรรยา...

เป็นปีที่สองติดต่อกันที่เขาเสริมสร้างสิริมงคล มาอุทิศส่วนกุศลให้กับคนที่ล่วงลับ นึกถึงปีก่อนๆ หน้า ไอ้ขี้เมาคนหนึ่งได้แต่กอดขวดเหล้า เมาหมดไปวันๆ ไม่ได้ประโยชน์อันใด หากวันนี้เขาเปลี่ยนเป็นคนใหม่ นายช่างใหญ่แห่งชาญทะเลกลายเป็นชายวัยสามสิบเจ็ดปี ผู้มีจุดหมายในชีวิตอย่างเต็มเปี่ยม

เวลามีคุณค่าเสมอเมื่อรู้ว่ามีเส้นชัยคอยอยู่ข้างหน้า การรอคอยใครสักคนเป็นได้ทั้งความสุขและทรมาน แต่ละวันของเขาผ่านไปอย่างเนิบช้า กลางวันทำงาน กลางคืนกลับบ้าน หมุนเวียนเช่นนี้ไม่ต่างจากเครื่องยนต์กลไก ลมหายใจเท่านั้นที่ทำให้รู้ว่ายังมีชีวิต ยังมีเลือดเนื้อและตัวตน...

คนอยู่ห่างจากของรัก หนึ่งวันก็ยาวนานเหมือนหนึ่งปี

มือใหญ่ลูบไล้เจดีย์อัฐิเบื้องหน้า ป้ายชื่อผู้ตายพร้อมระบุวันชาตะมรณะเป็นสิ่งที่คนสูญเสียไม่เคยลืม รูปประดับหน้าเจดีย์ส่งยิ้มมาให้ ใบหน้าเล็กกระจ้อยร่อยถูกกาลเวลากัดกร่อนจนซีดจาง กระนั้นมันก็ยังสว่างไสวชัดเจนอยู่เสมอในใจเขา

“พ่อคิดถึงเอ็ง” เป็นคำพูดที่บอกเล่าในทุกสิ่ง

ลูกชายตัวเล็ก เด็กน้อยน่าเอ็นดูที่ไม่เคยลบเลือนไปจากใจ เสียดายที่ชาตินี้มีบุญต่อกันน้อยนัก ได้ฟูมฟักดูแลมันไม่เท่าไหร่ หากชาติหน้าหรือชาติต่อๆ ไป ถ้ายังมีบุญหรือกรรมหนุนนำกันมา ขอให้เขาได้มีโอกาสอุ้มชูเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองอีกสักครั้ง

ร่างสูงใหญ่ยืนหยัดเต็มความสูง มองรูปหญิงสาวเคียงข้างเจ้าลูกชาย

หลายครั้งที่เห็นหน้า ใจเขาจะรุ่มร้อนขึ้นมา ความโกรธที่ยังหลงเหลือคล้ายมีปฏิกิริยา ก่อให้เกิดรอยบาดหมางในใจ แม้จะบอกตัวเองให้ปล่อยวาง ไม่ยินดีและยินร้าย แต่เพราะยังเป็นมนุษย์ธรรมดา จึงไม่อาจละความโลภ โกรธ หลงลงได้ กระทั่งวันนี้ที่เขาประสบผลสำเร็จ ใจเขามันจบสิ้นแล้วซึ่งความรู้สึกใดๆ

“พี่อโหสิให้...”

ความชิงชังทั้งหลายกลายเป็นความว่างเปล่า

เขาเหมือนได้หลุดพ้น ได้พบกับความปลอดโปร่งรูปแบบใหม่ ในอดีตที่เคยครุ่นคิดไม่เว้นแต่ละวัน สรรหาสาเหตุว่าทำไมกัน... ทำไมจึงถูกหักหลัง ทำไมผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาจึงทิ้งกันไป นึกโทษตัวเองอยู่เสมอว่าเพราะให้ความรักกับอีกฝ่ายน้อยไปหรืออย่างไร ต่อเมื่อได้เจอกับตัวจึงเกิดเป็นความเข้าใจ

เพราะหมดรัก...

หมดสิ้นซึ่งความผูกพัน หัวใจจึงเปิดรับใครใหม่เข้ามา สถานะมีชู้ที่อดีตภรรยาเคยถูกตราหน้า ไม่นึกเลยว่าในวันนี้จะเป็นเขาเสียเองที่ตกอยู่ในบ่วงกรรมนั้น

นี่ใช่ไหม... เหตุผลที่เธอยอมทำผิด ยอมทิ้งชีวิตครอบครัวที่กำลังจะสุขสันต์ เพราะว่ารัก คำเดียวสั้นๆ

คนเราเมื่อไม่รักกัน ฝืนดันทุรังเหนี่ยวรั้งตัวไว้ ความสุขก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้อยู่ดี

ไททั่นแห่งชาญทะเลถอนหายใจ มองภาพลูกชายและอดีตภรรยาอีกครั้ง ผัวเมียเมื่อเลิกกันมันก็กลายเป็นคนอื่น ทว่าสถานะ พ่อเท่านั้นที่จะติดตัวไปจนวันตาย แม้วันนี้ลูกชายเขาจะไม่ได้อยู่บนโลกอีกต่อไป แต่เขาจะยังคงทำหน้าที่พ่อจนลมหายใจสุดท้าย

ไม่ว่าวันครบรอบวันตายจะวนเวียนมาอีกสักกี่ครั้ง เขาก็จะมาทำบุญให้ทุกๆ ปี

นายช่างใหญ่ตัดสินใจเดินออกจากวัดเมื่อเริ่มสาย แดดแรงขึ้นมาก ไม่จำเป็นต้องดูนาฬิกาก็รู้ว่าจวนจะได้เวลาเข้างานตอนเช้า สองเท้าพาตัวเขาเดินเลียบไปตามชายหาด อากาศเจือกลิ่นเค็มเกลือจางๆ ความสงบและเดียวดาย คล้ายกับว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัว จิตใต้สำนึกจึงย้อนระลึกถึงวันคืนเก่าๆ ขึ้นมา

 

เรือลำนี้นายช่างซ่อมได้ไหม

คนตัวขาวนั่งยองๆ บนสะพานไม้ กอดอกมองเขาลงเรือมา อาจารย์หันหน้ากลับไปหาลูกศิษย์ ในมือถืออาวุธคู่กายของคนเป็นช่าง เรือลำที่มันว่าคือลำเดียวกับที่ระเบิดยับ เมื่อครั้งเขาทิ้งงานไปเมาหัวราน้ำ เรือลูกรักของนายหัวชาญ ที่เขาพยายามซ่อมให้กลับมาดี

พยายามอยู่

แล้วจะซ่อมได้ไหมเล่า

เอาแต่ใจ...

ไอ้เด็กดื้อด้านนิ่วหน้า ทำหน้าทำตาไม่พอใจ หลังๆ มานี่เมื่ออยู่ด้วยกัน พอรู้ว่าเขารักเขาหลงก็ชักเอาใหญ่ บทจะดื้อจะรั้น มันไม่เคยฟังใคร เหมือนรู้ว่าสุดท้ายเขาก็ต้องยอมให้ โกรธมันไม่ได้เสียที

หาอะไหล่มาเปลี่ยนได้ก็ซ่อมได้

ต้องหาอะไหล่นานแค่ไหน

จะไปกำหนดได้หรือ อาจจะสักเดือนหรือสักปี

เร็วกว่านั้นไม่ได้เหรอ

สีหน้าคนพูดร้อนรนจนคู่สนทนาข้องใจ

อันที่จริงเขาน่าจะเอะใจตั้งแต่ตอนนั้น ตอนที่มันแสดงท่าทีกังวล หากเขาสังเกตสักนิด คงได้รู้ความจริงที่มันต้องจากไปไกล คงได้มีเวลาเปิดใจกันนานกว่านี้

มึงมีปัญหาอะไรกับเรือนี่หรือ

ผมแค่อยากนั่งเรือลำนี้

ทำไมต้องลำนี้ ลำอื่นก็มีออกเยอะ

ก็ลำนี้เป็นลำโปรดของนายหัวชาญ...ถ้าซ่อมได้ นายหัวคงดีใจ

ทะเลพูดไปยิ้มไปเหมือนมันไม่ได้คิดอะไร หากเป็นเขาเองที่เจ็บแปลบ เหมือนถูกท่อนไม้กระแทกใจ สุดท้ายก็กลายร่างเป็นไอ้ยักษ์ตัวใหญ่ หึงจนหน้าดำ

งั้นกูจะไม่ซ่อม จะปล่อยให้มันพังคนพูดวางประแจในมือดังเคร้ง เล่นเอาไอ้เด็กต่างถิ่นงุนงง

คนอะไรทำเรือพังแล้วไม่รับผิดชอบ

แล้วคนอะไร ทำใจคนอื่นพังแล้วยังไม่รู้ตัว

...

เกิดเป็นความเงียบโรยตัว ฝูงนกบินผ่านเป็นฉากเบื้องหลัง คนสองคนจ้องหน้ากัน จากนั้นมันจึงถามเสียงใส

ผม... ทำอะไรให้เหรอถามอย่างเดียวไม่ว่า แต่นี่มายิ้มยั่วเข้าใส่

คนตัวใหญ่ย่างสามขุมอุ้มไอ้ตัวร้ายลงมาด้วยกัน ในที่สุดทะเลก็ได้นั่งเรือลูกรักของนายหัวสมใจ แต่เป็นการนั่งที่เสื้อผ้ามันออกจะกระจัดกระจายไปเสียหน่อย

มึงพูดถึงนายหัว

แล้วทำไม

กูหวง...

หลังจากนั้น... ปากมันก็ไม่ว่างพอจะพูดคำใดได้อีกเลย...

 

เสียงคลื่นกระทบหาดเรียกปัจจุบันหวนกลับคืน

คนตัวใหญ่ยกมือลูบหน้า ทอดสายตามองเส้นท้องฟ้ากับผืนน้ำบรรจบกัน เขาอยู่กับธรรมชาติเหล่านี้มาทั้งชีวิต ลืมตาตื่นมาทุกครั้ง ในดวงตาสะท้อนภาพทะเลก่อนสิ่งใด

ใช่... ทะเล...

ทะเลที่ไม่ใช่ผืนน้ำ

ไม่รู้เมื่อไหร่ที่คำว่า ทะเลสำหรับเขาไม่ได้ใช้แทนสถานที่อีกต่อไป มันกลายเป็นชื่อคนระบุอัตลักษณ์ไปเสียได้ คนตัวใหญ่หยุดยืนนิ่ง มองโขดหินใหญ่ที่เคยกอดจูบร่ำลากัน ในวันนั้นหินพวกนั้นมันสูงมากกว่านี้ เรียงรายเป็นกำบังพวกเขาจากสายตาใครต่อใคร มาบัดนี้ก้อนหินเรียบแบน จมลึกหายไปข้างใต้ แม้แต่ธรรมชาติก็ยังมีวันเปลี่ยนแปลง ใจคนแข็งแกร่งน้อยกว่านั้น ไฉนเลยจะไม่มีวันเปลี่ยนไป

เสียงถอนหายใจผสมผสานไปกับเสียงลม

ผ่านไปแล้วปีกว่าๆ ช่วงเวลาที่กลายเป็นช่องว่าง ไม่อาจรู้ได้เลยว่ามันไปทำอะไร กับใคร และที่ไหน ป่านนี้จะลืมเลือนกันไปแค่ไหนแล้วหนอ สิ่งที่ทำได้ก็มีแต่เพียง...รอ...

รอ...

รอหัวใจอีกครึ่งดวงกลับมาอยู่ด้วยกัน


“อ้าว! พี่เม่น มาแล้วเหรอพี่” ไอ้ชาติกวักมือหย็อยๆ เรียกให้เขาไปรวมกลุ่มแก๊ง “มาๆ กินข้าวกินปลารองท้องหน่อยไหม”

นายช่างใหญ่เดินเข้าไปหา แม้ไม่ทันรู้ตัวว่าสองขาพามาถึงตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เมื่อถูกเรียกขานจากคนคุ้นเคย จะเดินผ่านไปเลยก็ดูจะใจจืดใจดำ

“กินมาแล้ว พวกมึงกินกันเถอะ” เขาตอบกลับ และได้รับการพยักหน้ารับรู้จากไอ้คนถาม

นายหัวชาญเหลือบมองมือขวาคนสนิทของตน ใบหน้าคมคร้ามแดดสะอาดตา แม้จะมีไรหนวดเขียวครึ้มปรากฏอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ชวนสังเวชใจเหมือนแต่ก่อน เห็นสภาพมันในวันนี้ เขายินดีและโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก นายใหญ่แห่งชาญทะเลยังคงจดจำวันที่ต้องขุดเอาตัวมันออกมาจากขวดเหล้าได้ดี เขาไม่ปรารถนาที่จะเห็นคนดีมีฝีมืออย่างมันตกเป็นทาสความเจ็บช้ำ ทำตัวเป็นซากศพอีกต่อไป

“ไปไหนมาล่ะมึง” เสียงทุ้มเอ่ยถาม เมื่ออีกฝ่ายนั่งลงตรงข้ามเป็นที่เรียบร้อย

“ไปวัด”

คำตอบแสนสั้น แต่คนฟังทั้งหมดพยักหน้า

“ทำบุญให้ไอ้เดือนหรือ” หินถามเรียบๆ ขณะที่คนอื่นนั่งฟังด้วยอาการสงบ เห็นได้ชัดว่าแต่ละคนเลี่ยงที่จะพูดชื่อเมียเก่าเพราะกลัวเขาจะแสลงใจ

“ให้ทั้งแม่ทั้งลูกนั่นแหละ”

รอบวงทำหน้าโล่งใจเมื่อคนถูกถามไม่ได้มีอาการใดๆ อีกแล้ว ชาติกับหินนั่งกินข้าวอยู่ข้างกัน หันไปสื่อสารทางจิตกันตามประสา เจ้าของท่าเรือใหญ่มองลูกน้องทั้งหมด ก่อนจะหยุดสายตาไว้กับไอ้คนที่หลุดพ้นบ่วงกรรม

“ดีแล้วที่มึงคิดได้” มือใหญ่วางแก้วโอยัวะหลังยกซดหยดสุดท้าย “คนตายน่ะมันไปสบายแล้ว เหลือก็แต่คนยังอยู่อย่างกูกับพวกมึงๆ ทุกตัวนี่แหละที่ต้องดิ้นรนทำมาหากินกันต่อไป”

คนอาวุโสสุดในที่นั้นถือโอกาสสั่งสอน คนอื่นจึงคล้ายจมอยู่ในภวังค์ความคิดของตนไป ก็จะมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่อยู่นิ่งกับชาวบ้านเขาไม่เคยได้ ไอ้ชาติขาเม้าอดรนทนไม่ไหว หรี่ตาเหลือบมองนายช่างใหญ่ ปากคันยุบยิบจนต้องหาเรื่องเจรจา

“ไอ้เรื่องทำมาหากินนี่ไม่ต้องเป็นห่วงพี่เม่นมันหรอกนาย ทุกวันนี้ทำงานหาเงินงกๆ ขนาดวันอาทิตย์ก็ยังข้ามไปอู่ต่อเรือฟากกระโน้นนน...”

เป็นความจริงที่ชาติกับหิน รวมถึงคนงานชาญทะเลคนอื่นเห็นกันมาตลอดเกือบสองปี นับตั้งแต่ใครบางคนโบกมือลาจากเกาะนี้ ผู้ชายคนหนึ่งก็แทบเปลี่ยนตัวเป็นเครื่องจักร วิ่งรอกงานนั้นงานนี้สารพัด เหมือนไม่รู้ว่าเหน็ดเหนื่อยสะกดยังไง  

ดีที่พี่เม่นมันยังไม่แดกน้ำมันเครื่องแทนข้าว...

ไม่อย่างนั้น คนถือหางฝั่งนี้มาตลอดอย่างเขาคงล้มป่วยเป็นโรคเวทนาจนตัวตาย ทุกวันนี้มองหน้าไอ้หนุ่มตังเกรุ่นพี่แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ คนรู้เห็นเป็นไปตั้งแต่ต้นจนจบ ทำไมจะไม่รู้เหตุผลของการตะลุยงานหามรุ่งหามค่ำ

“ก็จริงของไอ้ชาติมัน...” แม้แต่นายหัวชาญยังเห็นด้วย “มึงทำงานหนักไปหรือเปล่าวะไอ้เม่น วิ่งหัวซุกหัวซุนทั้งวี่ทั้งวัน งานที่ท่าเรือกูก็หนักจะแย่ นี่มึงยังไปทำให้อู่ต่อเรือนั่นอีก”

“ถ้าพี่ชาญกลัวว่าฉันจะทำงานให้ชาญทะเลไม่เต็มที่ เดี๋ยวจะไปลาออกที่อู่นั้น...”

“เฮ้ยๆ ไอ้นี่! พูดหมาๆ แบบนี้ เดี๋ยวกูก็ยันโครมเข้าให้” นายใหญ่ทำท่ายกเท้า แต่คนถูกคาดโทษไม่ได้กลัวสักนิด เขาไม่แม้แต่จะขยับตัว “กูไม่ได้ห่วงหรอกว่ามึงจะทำงานให้กูได้ไม่ดี แต่กูห่วงว่ามึงจะน็อกตายเสียก่อน”

อู่ที่ว่านั่นมันก็ใหญ่โตดี กิจการมั่นคง นายทุนก็คงจะเงินหนา งานที่นั่นจึงมีแต่ช่างเก่งๆ เดินกันให้ควัก เป็นอุตสาหกรรมใหญ่โตที่รายได้ดี ไม่แปลกที่จะมีคนมาชักชวนมันไปทำ

นายหัวชาญหรี่ตา จ้องหน้าไอ้คนนั่งตรงข้าม

เขาเห็นมันมานาน กล้าพูดเต็มปากว่ารู้จักสันดานกันดีเสียด้วยซ้ำ โดยพื้นฐานไอ้เม่นเป็นคนขยัน แต่คนเราจะมุมานะจนเข้าขั้นตรากตรำ มันต้องมีเหตุปัจจัย

“โหมงานหนักขนาดนี้ กูถามจริงๆ เถอะ ช่วงนี้มึงเดือดร้อนเรื่องเงินเรื่องทองหรือเปล่า”

“เปล่า...” คนตัวใหญ่ส่ายหน้า รับเอาความห่วงใยนั้นไว้อย่างละอาย

ทุกวันนี้มองหน้าเจ้านายครั้งใด ความรู้สึกผิดท่วมท้นล้นใจทุกครั้ง นายหัวชาญเป็นคนดี... ดีจนบางทีก็ใจหาย เป็นเจ้านายที่ใส่ใจคนใต้อาณัติทุกคน พร้อมจะยื่นมือเข้าโอบอุ้มเสมอ ไม่ว่าจะตกทุกข์กันมาจากไหน ย้อนกลับมามองการกระทำของเขา ช่างแตกต่างกันราวเหวกับฟ้า

เขามันชั่วช้า... ลักลอบแทงมีดเข้าใส่ผู้มีพระคุณ ทั้งที่อีกฝ่ายหยิบยื่นความช่วยเหลือจนนับครั้งไม่ได้

หลายครั้งที่คิดจะเอ่ยปาก บอกเล่าความสัมพันธ์ของเขากับไอ้เด็กนั่นให้นายหัวแจ้งแก่ใจ หากทุกครั้งก็ลงเอยด้วยการปิดปากเงียบเอาไว้ สุดท้ายเขามันก็เป็นได้แค่ไอ้ขี้ขลาด หวาดกลัวการเผชิญหน้าและการสูญเสีย ลักกินขโมยกินไม่จบไม่สิ้น ไม่คู่ควรสักนิดกับความห่วงใยจากนายหัวชาญ

“งั้นก็แล้วไป” ได้รับคำยืนยันมาอย่างนั้น นายใหญ่จึงยอมปล่อยผ่าน “ตอนนี้ไม่มีอะไรก็ดี แต่ถ้าวันไหนมึงมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจอะไรให้รีบมาบอกกู พวกมึงก็เหมือนกัน... มีอะไรก็ให้บอก ไม่ใช่อมพะนำไว้ กูมารู้อีกทีก็ฉิบหายตายห่ากันไปแล้ว”

ว่าแล้วคนพูดก็ชี้หน้ารายตัว ทำเหมือนดุด่าทว่าก็เป็นไปในทางหยอกเย้า สำหรับเขา... ไอ้พวกนี้ก็เหมือนครอบครัว หากไม่นับลูกชายบังเกิดเกล้าที่คนเป็นพ่ออย่างเขายกไว้เหนือสิ่งอื่นใด ในชีวิตนี้ก็เห็นจะมีแต่พวกมันนั่นเองที่เป็นสีสัน ช่วยให้ทุกวันขับเคลื่อนตามวงจรไปได้

“อายุขนาดนี้แล้ว อยากจะมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันกับเขาบ้าง” คำพูดของไอ้เม่นทำให้เขาถอนหายใจ

ผู้ชาย... เมื่อผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้ขนาดนี้ ไม่แปลกที่จะอยากมีความมั่นคงเป็นของตัวเอง นายหัวชาญคิดย้อนไปตอนเขาอายุเท่ามัน ตอนนั้นชาญทะเลเป็นรูปเป็นร่าง เติบโตมากแล้วด้วยซ้ำ จากคนฐานะธรรมดา ลูกหลานตังเกหาปลา หาเช้ากินค่ำ ก้าวขึ้นมาสู่การเป็นผู้นำ เป็นนายใหญ่แห่งชาญทะเล ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการทุ่มเทจนสายตัวแทบขาด

มองมันตอนนี้ก็ยิ่งเหมือนส่องกระจกมองตน...

คนมีฝีมืออย่างมัน อย่างไรก็คงบรรลุเป้าหมายได้ไม่ยาก นายหัวชาญได้แต่เอาใจช่วยให้มันสำเร็จดังใจ

“กูเข้าใจ...” นายใหญ่พยักหน้า “ยังไงก็ระวังล้มตึงไปก็แล้วกัน มึงมันตัวคนเดียว เจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาก็ลำบาก ประเดี๋ยวก็จะตายห่าคาบ้านไม่มีคนรู้คนเห็น อันที่จริงมึงหาเมียใหม่สักคนมาคอยดูแลก็จะดีหรอก”

คนถูกแนะนำนิ่งค้าง อีกครั้งแล้วที่เขาเหมือนคนจมน้ำ อยากพูดอะไรสักอย่าง หากก็ทำได้แค่เงียบไว้

เมียใหม่...

ทำไมเขาจะไม่เคยคิด ติดก็ตรง เมียที่อยากได้ ไม่ง่ายเลยที่จะได้ตัวมันมา ความรักของเขามีคนตรงหน้าเป็นอุปสรรคสำคัญ นอกเหนือจากนั้นคือระยะทาง... นายช่างใหญ่หันหน้ามองสายน้ำ ทะเลกว้างไกล มีให้มองอยู่ตรงหน้า แต่ ทะเลในใจเขาอยู่ไกลคนละฟากฟ้า ทำได้เพียงรอมันกลับมา ระหว่างที่รอเขาจึงต้องตั้งหน้าตั้งตาทำตัวเองให้มันภูมิใจ

ไม่ต้องถึงกับร่ำรวย อาจไม่ดีเด่นเกินหน้าใครต่อใคร

อย่างน้อยๆ ก็ให้แน่ใจว่าจะมีปัญญาดูแลใครสักคนให้สุขสบายได้ ให้มันไม่อาย... ยามที่กลับมาหากัน

รอบวงเงียบลงเมื่อไม่มีใครกล้าแทรกแซงประเด็นอ่อนไหว แม้แต่ไอ้ชาติก็ไม่อาจหาเรื่องมาสรวลเสเฮฮาได้ กระทั่งเสียงแหลมแสบแก้วหูผ่ากลางขึ้นมา บทสนทนาอึมครึมจึงจบสิ้นไป

“ลุงนาย! สวัสดีจ้ะ พี่เม่นสวัสดีจ้ะ พี่ชาติพี่หินสวัสดีจ้า”

เด็กนักเรียนสามสหายสะพายกระเป๋าวิ่งเข้ามาหา ที่เสนอหน้ามาก่อนใครคือเด็กปากเปราะศิษย์เอกไอ้ชาติ ไอ้มืดยกมือไหว้รอบทิศ สวัสดีมันทั่วทุกตัวคน ดูเป็นเด็กดีน่าชื่นชม เสียก็แต่แต่ท่าไหว้ลุกลี้ลุกลน น่าเขกกะโหลกไปเสียหน่อย ด้านหลังของไอ้เด็กนั่นมีเพื่อนซี้อย่างไอ้หน่อยกับไอ้ขวัญตามมาไม่ห่าง

“เออ... ไอ้พวกนี้ มารยาทดีเป็นกับเขาด้วยหรือพวกมึง” นายหัวชาญเอ่ยทัก ดวงตาดุดันกวาดมองเจ้าพวกลูกกระจ๊อกทีละราย “แล้วนี่จะไปโรงเรียนกันแล้วเรอะ”

“ใช่จ้ะลุงนาย” ไอ้คนตอบเหลือบมองนาฬิกาเรืองแสงได้ในราคาเก้าสิบเก้าบาท อีกไม่เท่าไหร่ก็จะแปดโมง ใกล้เวลาโรงเรียนเข้าเต็มที เช้านี้คงไปสายกันอย่างแน่นอน

“ไปกันสายโด่งขนาดนี้ พวกมึงรอดจากไม้เรียวฟาดตูดกันได้ยังไงวะ”

“โธ่พี่ชาติ... ปกติก็ไม่ได้สายหรอก แต่วันนี้พวกฉันแวะมาหาพวกพี่ก็เลยสาย” ไอ้พวกเด็กแก้ตัวกันพัลวัน ไอ้ชาติคงจะหาเรื่องต่อความยาวมากกว่านี้ หากไม่มีคนใหญ่คนโตส่งสายตาปรามไว้

“แล้วตกลงพวกมึงมากันทำไมล่ะหือ” นายหัวชาญเอ่ยถาม

มองเด็กแต่ละคนแล้วอดคิดไม่ได้ว่าเวลาช่างเดินหน้าว่องไว จากเด็กน้อยม.ต้น ขยับขึ้นมาเป็นนักเรียนมัธยมปลาย ทั้งไอ้เมฆ ไอ้หน่อย ไอ้ขวัญ... พวกมันสามคนล้วนเติบโตขึ้น เห็นได้ชัดจากส่วนสูงที่ยืดยาวกันเป็นว่าเล่น จากเด็กกะโปโลแขนขาเก้งก้าง กลายเป็นวัยรุ่นสรีระใกล้สมส่วนเต็มตัว ขณะที่ผู้ใหญ่อย่างเขาก็เข้าใกล้วัยหัวหงอกเข้าไปทุกวัน

“พวกฉันแวะเอานี่มาให้จ้ะ” ว่าแล้วแต่ละคนก็พากับรูดซิบกระเป๋าสะพาย ดึงกระดาษออกมาคนละใบ รายงานคะแนนสอบกลางภาคของเทอมนี้ เด็กม.ห้าสายวิทย์ฯ-คณิตทั้งหมดเพิ่งได้จากอาจารย์มาหมาดๆ “ผลสอบออกตั้งแต่เมื่อวาน แต่พวกฉันมัวแต่ขลุกอยู่ที่บ่อกุ้งจนลืมเอาให้ลุงนายดู วันนี้เลยแวะเอามาให้จ้ะ”

ลุงนายของเด็กๆ ยื่นมือไปรับกระดาษจากพวกมันคนละใบ กวาดสายตามองค่าสถิติคะแนนที่ทำได้ ครู่เดียวก็ออกปากชมเปราะ

“คะแนนดีกันนี่หว่า...” มือหนาพลิกมาที่กระดาษใบสุดท้าย “โอ้โห! ไอ้หน่อย... นี่มึงได้ที่หนึ่งของห้องเลยเหรอวะ”

สปอนเซอร์ทางการศึกษาเงยหน้ามองอย่างทึ่งจัด จำได้ว่าเมื่อเทอมที่ผ่านๆ มา ไอ้พวกนี้ทำได้ดีสุดก็เห็นจะเป็นลำดับที่สี่ที่ห้า มาวันนี้มันพัฒนาจนคว้าคะแนนสูงสุดมาได้

คนเรียนเก่งหน้าบานเป็นจานเชิง ฉีกยิ้มมุมปาก เลียนแบบมาจากดาราเกาหลี

“ใช่สิลุง มือชั้นนี้แล้ว”

“แหม... มึงถ่อมตัวบ้างก็ได้ ไอ้เด็กเวร!” คนฟังอยู่นานอย่างไอ้ชาติหัวเราะก๊าก ผลักหัวไอ้ตัวโย่งที่ตอนนี้สูงยังกะเสาไฟฟ้า หมั่นไส้ท่าทางมั่นใจของไอ้เด็กนี่ ร่ำๆ อยากจะถีบอัจฉริยะประจำเกาะตกน้ำตกท่าเสียให้ได้

“ดีๆ เรียนกันดีขึ้นอย่างนี้ค่อยคุ้มกับที่กูจ่ายค่าเทอมให้ ถือว่าเลี้ยงไม่เสียข้าวสุก”

ในบรรดาเด็กวัยรุ่นผู้ชายในเกาะนี้ น้อยนักที่จะมีโอกาสได้เรียนต่อ ค่านิยมส่วนใหญ่ของคนแถบนี้ มีลูกมีหลานจบม.สามก็เกณฑ์กันมาทำงาน ช่วยกันหาเงินไว้กินไว้ใช้ คนงานแบกหามของชาญทะเลที่เข้ามาใหม่ บางคนวัยเดียวกับไอ้สามคนนี้เสียด้วยซ้ำ เพราะอย่างนี้ก่อนจะไป ไอ้ลูกชายเขามันถึงได้ย้ำนัก...

 

ส่งให้เรียนต่อไป อย่าให้ออกจากโรงเรียนนะครับ

ให้เด็กๆ เป็นกำลังของชาญทะเล...

 

“พี่เล... โทรมาอีกไหมจ๊ะลุงชาญ” เสียงเล็กๆ แผ่วเบาเอ่ยถาม

ไอ้ขวัญตัวกระจ้อยเงยหน้าหงอยๆ ของมันขึ้นมามอง เมื่อนายหัวชาญส่ายหน้าแทนคำตอบ หน้าหงอยๆ ก็จ๋อยสนิททีเดียว “คิดถึงจังเลย”

“มันคงเรียนหนัก...” ผู้ใหญ่เอ่ยปลอบทั้งที่ตัวเองก็รู้สึกไม่ต่าง “พี่เลของพวกมึงคงเร่งเรียนให้จบอยู่น่ะสิ ยิ่งเรียนสูงก็ยิ่งไม่ง่าย ถ้าพี่เลของพวกมึงโทรมาเมื่อไหร่ เดี๋ยวกูจะบอกให้ว่าคะแนนสอบของพวกมึงคราวนี้ดีมาก มันคงจะดีใจ”

“ขอบคุณจ้ะลุงนาย ฝากบอกด้วยนะจ๊ะว่ากุ้งของพี่เลทุกตัวแข็งแรงม้ากมาก พวกเราดูแลอย่างดี ให้อาหารตรงเวลาทุกวัน”

“เออ!” คนรับคำหัวเราะ “ไปโรงเรียนกันได้แล้ว กลับมาก็อย่าลืมมารับค่าเลี้ยงกุ้งของพวกมึงล่ะ”

“จ้ะลุง...”

เด็กๆ พากันวิ่งห้อห่างออกไป พวกผู้ใหญ่ทอดสายตามองตาม ทั้งหมั่นไส้และเอ็นดูผสมผสานในความรู้สึก แม้พวกมันจะตัวโตขึ้น แต่ในสายตาลุงป้าน้าอา ไอ้พวกนี้ก็ยังเป็นลูกหมาอยู่วันยันค่ำ นายใหญ่แห่งชาญทะเลมองกระดาษในมือแล้วยิ้มขำ นึกรู้ได้ว่า หากข่าวดีนี้ไปถึงหูไอ้คนกำลังเรียนปริญญาโทคนนั้น มันจะยินดีสักแค่ไหน

“ไอ้ทะเลมันไปได้จะสองปีแล้วใช่ไหมนาย” ไอ้ชาติถามขึ้นเมื่อบรรยากาศท่าเรือกลับมาเงียบสงบ

ไอ้หนุ่มตังเกรุ่นน้องมองหน้านายหัวสลับกับนายช่างใหญ่ “มันจะกลับมาแน่ใช่ไหม”

ถามเผื่อให้... เพราะคิดว่าไอ้ยักษ์ตัวใหญ่ข้างๆ เขานี่มันคงไม่กล้าถามทั้งที่อยากรู้แทบตาย

นายหัวชาญมองหน้าไอ้ชาติ เมื่อได้ยินคำถาม ลึกๆ แล้วตนก็แอบหวั่นใจ เพราะรู้ดีว่านอกจากสถานะลูกชายของเขาแล้ว ไอ้ทะเลมันยังครอบครองตำแหน่งใหญ่โตอะไรไว้ ภาระของมันช่างมากมาย จะกลับมาสู่อ้อมอกพ่อมันได้นานแค่ไหนก็สุดจะเดา  

“กลับสิวะ! อีกไม่นานหรอก มันต้องกลับมาแน่ๆ”

เป็นความเชื่อมั่นส่วนตัวโดยแท้... อย่างไรเขาก็เชื่อใจในคำพูดก่อนจะขึ้นเรือไปของมัน

ทั้งนายหัวและนายช่างหันหน้ามองทะเลโดยมิได้นัดหมาย

คลื่นลูกใหญ่ซัดมาแล้วสลายตัวไป เกิดเป็นฟองสีขาวแตกกระจาย ชวนให้คิดถึงไอ้คนชอบเดินย่ำทรายเป็นนักหนา ธรรมชาติของทะเลมักมีคลื่นลม มีช่วงสงบและมรสุมสลับกัน ตอนนี้ทะเลหายหน้า เงียบเชียบเหมือนรอเวลาจะกลับมาในรูปแบบพายุใหญ่

ไททั่นแห่งชาญทะเลลอบถอนหายใจ

ทะเลจะรู้ไหม... ไม่ว่าใครล้วนแล้วแต่คิดถึงมัน...

 



---------

100%

ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อตอนค่ะ 55555 อันนี้น่าจะเหมาะกว่า

จำกันได้มั้ยว่าพี่เม่นกับทะเลเจอกันครั้งแรกตอนไหน

ก็ตอนช่วงนี้แหละ ช่วงวันตายของลูกชาย+เมียเก่าพี่เขา

(ที่พี่แกเมาเกือบจะเอาขวดเขวี้ยงหัวน้องตาย -_____-)          

เลยตัดเข้าช่วงนี้ซะ ก่อนที่ทะเลจะมา พี่เม่นเป็นคนใหม่แล้ว

ไม่เมาแล้วนะพี่น้อง 555555 บ้างานสุด สร้างตัวเก็บเงินกันไป

ครึ่งหลังนี้กวาดมาหมดเลยทั้งนายหัว อิพี่ชาติ พี่หิน และเด็กๆ

คนอ่านรอคอยทะเลกันหมด คนทั้งชาญทะเลก็รอเหมือนกัน

ด้วยความที่คนเขียนสวยมาก แถมใจดีอีกตะหาก (-_-?)

ตอนหน้าเลาก็เลยจะปล่อยให้ทะเลมา จะได้หายคิดถึงกัน อิอิ

ปล. ขอบพระคุณคอมเม้นต์ที่หลั่งไหล

เลาอ่านเม้นต์พวกเธอสามเวลาหลังอาหารเลยทีเดียว รักส์~~




FB : วันเวย์

TW : @Onewayy17



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 533 ครั้ง

367 ความคิดเห็น

  1. #13462 บุบิบินแมน (@pondpnds) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 03:01
    รักคนเขียนอะ ต้องเป็นคนตลกมากแน่เลย55555555
    #13462
    0
  2. #13457 Jube-Roj (@Jube-Roj) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 20:03

    สงสารอิพี่

    #13457
    0
  3. #13424 Golden23 (@niyay123) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 04:05
    สองปีเอง...แต่จากเด็กม.ต้นก็ขึ้นม.ปลายกันแล้ว
    นานนะ...
    #13424
    0
  4. #13245 PNM_มมม (@panimew04) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 06:26
    ทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตเลยนะนายยยย 555555 น่าสงสารง่ะ รอแบบรอออ ใจก็กลัวว่ารอแล้วจะไม่ได้ไรกลับมากับ รอแต่อีกคนทิ้ง เห้อมมมม (รู้ว่าทะเลไม่ทิ้งพี่เม่นแน่ 55555) นั่นแหละ แต่ก็ดีละนะที่พี่แกทำใจเรื่องเมียกะลูกได้แล้ว แต่ดั้นเข้าใจผอดเรื่องชู้เนี่ย 555555 ส่วนเด็ก 3 หน่อของพี่เลก็เก่งมากกก ส่งเรียนสูงๆเพื่อจะได้มาเป็นกำลังของชาญทะเล เอาจริงๆ นับถือใจทะเลมากกก มองการณ์ไกลมากจริง บ่อกุ้งเอย ให้พ่อส่ง 3 หน่อเรียนเอย ยอดๆๆ
    #13245
    0
  5. #13150 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 19:57
    เก็บไปสู่ขอเมีย5555
    #13150
    0
  6. #13113 Hunbears (@hunbears) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 12:57
    เด็กๆโตกันแล้วววคิดถึงน้องเลเนอะะ
    #13113
    0
  7. #13089 nipat7794 (@nipat7794) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 05:26

    ไปหาดเจ้าไหมแปป....

    #13089
    0
  8. #13037 MinkGaemGyu (@MinkGaemGyu) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 10:50
    คิดถึงทะเลลลลลล~~
    #13037
    0
  9. #12946 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 19:31
    ทะเลจะกลับมาแล้ววววววววว
    #12946
    0
  10. วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 18:46
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #12736
    0
  11. #12633 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 21:34
    เราจะรอทะเลไปพร้อมๆ กับนายช่าง นายหัว พี่ชาติพี่หิน และเด็กๆสามทโมน
    #12633
    0
  12. #12286 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 10:26
    คิดถึงทะเลลลลลลแล้วว
    #12286
    0
  13. #11751 lolot (@suii123_) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 21:23
    เราชอบบ
    #11751
    0
  14. #11725 MomoLoveKk (@momolovekk) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 23:28
    มีแต่คนคิดถึงทะเล เราก็คิดถึง
    #11725
    0
  15. #11675 milkc (@P_PlooY) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 07:42
    เนี่ย สองปีแป๊ปปเดียว
    คิดถึงน้องด้วยเนี่ยยยยยย
    #11675
    0
  16. #11351 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 19:15
    เด็กๆโตเป็นหนุ่มแล้วว ทะเลรีบกลับมาา คิดถึงง
    #11351
    0
  17. #11221 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 12:06
    เรียนเก่งกันมากสามแสบ พี่เลรู้คงดีใจมากแน่ๆ
    #11221
    0
  18. #10906 BaEk_1992 (@BaEk_1992) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 09:16
    สามแสบอยู่ม.5แล้ว/ใจแม่นี้
    #10906
    0
  19. #10318 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 00:57
    แงงงงงงงงงงงคิดถึงทะเล
    #10318
    0
  20. #10264 Faraide (@myohnamfa) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 22:37
    ขนาดไม่ใช่คนที่ชาญทะเลยังคิดถึงทะเลเลย
    #10264
    0
  21. #10191 baekhoismysmile (@baekhoismysmile) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 02:30
    คืดถึงทะเลลลล
    #10191
    0
  22. #9793 Pee Perry (@peeperrymild) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 20:37
    เลาก็คิดถึงทะเลลล ;-;
    #9793
    0
  23. #9589 nichanannnn (@nichanannnn) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 16:02
    รู้สึกภูมิใจกับสามแกล อบอุ่นมากเลย ทะเลไงใกล้จะกลับแล้ว ใกล้แล้วๆ
    #9589
    0
  24. #9414 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 15:24
    โอ้ยยยย รีบกลับมานะ
    #9414
    0
  25. #8590 mammoe (@mammoeva) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 16:39
    พี่เลต้องกลับมาาา
    #8590
    0