Spin off #เด็กทะเล ll ขวัญเอ๋ยขวัญมา [Yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 768,981 Views

  • 14,277 Comments

  • 20,990 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,693

    Overall
    768,981

ตอนที่ 9 : Sea Spec : บทที่ 5 : รับน้อง [2] [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22953
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 644 ครั้ง
    25 ก.ย. 59

บทที่ 5

รับน้อง [2]

 



“อยู่นี่เอง...ข้าก็ตามหาตั้งนาน”

เจ้าของเสียงเคยคุ้นมาหยุดยืนอยู่ด้านหลัง ความอบอุ่นของคนเป็นพ่อแผ่ซ่าน คืนรอยยิ้มบนใบหน้าคนอ่อนกำลังทันที

“นายหัว” ทยากรเอ่ยเรียก เงยหน้าขึ้นมองคนเหงื่อเต็มตัว ดูก็รู้ว่าคงเพิ่งกลับจากทำงาน

“กลับมาแล้วเหรอนาย วันนี้กลับมืดเชียว” ไอ้ชาติเสนอหน้าตามปกติ

เห็นหน้านายแล้วคล้ายจะรู้สึกเสียงสันหลังยังไงชอบกล คงเป็นอานิสงค์จากการไปแกล้งคนโปรดของแกมาหมาดๆ

“ยางแตกกลางทางน่ะสิวะ ดีที่มียางสำรองเปลี่ยน” คนตอบไม่ได้หันไปมองคู่สนทนา สายตาของนายใหญ่จับจ้องเลือดเนื้อเชื้อไข เห็นบนโต๊ะมีกับข้าววางเกลื่อนจึงออกปาก “เอ็งกินข้าวกับพวกมันแล้วเหรอ”

“ครับ” หนุ่มเมืองกรุงตอบรับสั้นๆ หันไปมองไอ้หัวโจกแกนนำกลั่นแกล้งเขาแล้วตัดสินใจปล่อยผ่าน ไม่อยากหาความกับใคร ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบหน้าขับไล่ความเมื่อยล้า สมเพชตัวเองอยู่เหมือนกัน แม้แต่จะคุยกับพ่อก็ยังแทบไม่มีแรง

“เออ ดีแล้ว... งั้นก็กลับบ้านได้” นายหัวชาญวางกำปั้นลงบนหัวคนกลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปาก สองตามองสำรวจมัน ทันเห็นความอิดโรยหนักในดวงตาใส “เป็นอะไรของเอ็งไอ้ทะเล สภาพอย่างกับไปออกรบ”

เห็นท่าทีอ่อนเปลี้ยเพลียแรงของไอ้ลูกชายแล้วก็อ่อนใจ คนกรุงอย่างมัน...ทั้งชีวิตคงไม่เคยเฉียดใกล้ความลำบาก เจองานที่ต้องใช้แรงกาย ตากแดดตากลมจนหน้าแดงหน้าดำ มันจึงดูเหนื่อยมากกว่าคนอื่นเป็นธรรมดา ทว่า...ไอ้เด็กหัวดื้อก็ยังไม่คิดจะถอย

“เหนื่อยนิดหน่อยครับ แต่ยังไหว”

คำสุดท้าย...ทยากรจงใจกดเสียงต่ำ หางตามองไปยัง คนที่ทำให้เขามีสภาพอย่างที่พ่อว่า ไปออกรบมา...

รบรากับคนธรรมดายังไม่เท่าไหร่

รบกับ ไอ้ยักษ์ตัวใหญ่บางคนนี่เหนื่อยกายเหนื่อยใจเป็นสองเท่า...

“งั้นก็รีบกลับไปอาบน้ำอาบท่าแล้วนอนซะ เริ่มงานวันแรกก็ทำท่าจะตายซะแล้วเอ็ง”

มือใหญ่ดึงไอ้หนุ่มตัวขาวลุกขึ้น ทยากรทำตามที่พ่อสั่งอย่างว่าง่าย ทั้งคู่ยืนเคียงไหล่ ทำท่าจะพากันเดินไป หากคนเป็นนายหัวก็ยังไม่วายหันมาตอกย้ำความสัมพันธ์ ไม่ธรรมดาให้ไอ้พวกนี้คิดเยอะกันอีกจนได้

“ไอ้เม่น...เดี๋ยวพรุ่งนี้บ่ายมึงเดินมารับไอ้ทะเลที่ท่าเรือนี่ วันนี้คนงานมันพูดกันให้แซดว่าเห็นคนงานใหม่ไปเดินตามหานายช่างบนสะพานไม้ กูไม่อยากให้มันไปเดินท่อมๆ แถวนั้นคนเดียว”

คนงานที่นี่มันรู้ๆ กันว่าตรงนั้นมันเปลี่ยว...

หากเกิดเหตุอะไรขึ้น สะพานเก่าดูจะเป็นจุดยุทธศาสตร์เอื้อให้ไอ้พวกระยำมันลงมือดีเหลือเกิน

ความห่วงใยเกินพอดีทำเอาไอ้ชาติตาโต มันทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ กระซิบกับตัวเองราวกับคนไม่เต็มบาท ทว่าคนนั่งข้างๆ อย่างไอ้หินและนายช่างใหญ่คงได้ยินคำพูดมันไปเต็มสองหู

“แม่ง...นี่นายหัวชาญหรือจงอางวะนั่น หวง ไข่ชิบหาย”

ถึงเป็นนายก็ยังไม่วายถูกแขวะ ดีที่นายหัวชาญไม่ได้อยู่ในรัศมีการรับรู้

“มึงได้ยินที่กูพูดไหมเนี่ยไอ้เม่น นั่งนิ่งทำห่าไร”

“เออ! รู้แล้ว” คนตอบรับกระแทกเสียงใส่ อารมณ์หมั่นไส้ระคนรำคาญวิ่งพล่านในหัว

“ก็แค่นี้แหละวะ ไป...ไอ้ทะเล กลับบ้าน”

คนนั่งหัวโต๊ะมองตามสองร่างที่เดินคู่กันไป ท่อนแขนใหญ่โอบรอบคอไอ้เด็กนั่น ท่าทีสนิทสนมกันราวกับรู้จักกันมาแต่ชาติปางไหน นายช่างใหญ่จ้องมองภาพนั้น หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าความหงุดหงิดเล็กๆ ในใจ ถือกำเนิดมาด้วยเหตุผลใดกัน

โดยเฉพาะกับไอ้เด็กนั่น...

เขาเกือบจะเห็นใจมันอยู่แล้ว!

เห็นมันโดนไอ้ชาติแกล้งสารพัด ข้าวปลาไม่รู้เหลือถึงน้ำย่อยในกระเพาะบ้างไหม แต่พอเห็นท่าทางของมันที่ปฏิบัติต่อนายหัวชาญ ความคิดที่ว่า พรุ่งนี้จะใช้งานมันให้หนักกว่าเดิม ก็ผุดขึ้นมา

ครับ...

คำพูดสุภาพ น้ำเสียงอ่อนน้อม กิริยาเคารพเชื่อฟัง...ทั้งหมดนั่นมันจงใจเอาออกมาใช้กับคนคนเดียวคือนายหัวชาญ คนอื่นเช่นเขา...แม้จะอายุมากกว่ากันเกินสิบปี หากมันไม่ยอมมอบให้แม้แต่ความยำเกรง

“อีแบบเนี๊ยะ...ถ้าบอกว่าไม่ใช่ผัวเมีย กูยอมเลี้ยงเหล้ามึงเลยว่ะไอ้หิน” ไอ้คนปากบอนเปิดประเด็น คนเป็นลูกคู่เลยต้องออกตัวปรามสันดานบ่างช่างเสือกของมัน

“พูดอะไรระวังปากมั่ง นั่นเจ้านายมึงนะ”

“ปัดโธ่เอ๊ย! มึงนี่มันไม่รู้อะไร ไม่ใช่แค่พวกเราหรอกโว้ยที่ข้องใจ คนอื่นเค้าจะสงสัยกันทั้งนั้น พวกมันพูดกันลับหลังยิ่งกว่ากูร้อยเท่าพันเท่า...กูจะบอกให้”

ไอ้ชาติพูดตามที่ได้ยินมา วันนี้ทั้งวันเขาหมกตัวอยู่แต่กับท่าเรือ ขณะที่คนอื่นแยกย้ายกันไปทำงานบริเวณอื่น คนสอดรู้อย่างไอ้ชาติ ใครพูดอะไร นินทาใคร ไม่เคยเล็ดลอดหูผีของมันไปได้ ยิ่งเป็นเรื่องยอดฮิต ผัวใครเมียใคร ชาวบ้านร้านตลาดก็ยิ่งพูดกันสนุกปาก

“แล้วมึงเห็นไหม...เดินมาตามถึงนี่ ปกติกลับจากตลาดในเมืองมืดค่ำป่านนี้ นายหัวแกดิ่งกลับบ้านไปนอนแล้ว”

“ดูท่า...ก็น่าจะหลงกันมากอยู่” หินออกความเห็น

“ไม่หลงยังไงไหว ไอ้ทะเลมันหน้าตาดีน้อยซะเมื่อไหร่ ตัวก็ขาวจั๊วะยังกะไข่ปอก เห็นหน้ามันใกล้ๆ กูก็เข้าใจนายหัวล่ะวะ บำเพ็ญตบะไร้เมียมาได้ตั้งนาน มาศีลแตกเอาเพราะเด็กเอ๊าะๆ มันเร้าใจ~

เคร้ง...

ช้อนสังกะสีกระทบจานเสียงดังราวระฆังหมดยก ไอ้ชาติกับไอ้หินสะดุ้งเฮือก ตาสองคู่เหลือบมองคนวางช้อนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน

“อิ่มแล้วเหรอพี่เม่น ปกติต้องฟาดสองจานสามจานไม่ใช่เรอะ” ไอ้ชาติทำหน้างง

คนใช้แรงงานอย่างพวกเขา กินข้าวกันทีเป็นกะละมังบางครั้งยังไม่อยากจะอิ่ม โดยเฉพาะคนตัวใหญ่อย่างพี่เม่น แต่นี่จานแรกพร่องไปยังไม่ครึ่ง แกดันทิ้งข้าวเย็นเสียแล้ว

“พอ แดกไม่ลง...” ว่าแล้วคนอารมณ์ไม่คงที่ก็ลุกหนีออกจากวง

“แดกไม่ลง? อยู่ๆ เป็นอะไรอีกคนวะ”

“จะอ้วก!

เสียงตอบกลับมามีแค่นั้น ร่างสูงใหญ่ปลีกตัวไป เดินลิ่วๆ กลืนหายไปในความมืด

คนที่เหลือนั่งมองหน้ากัน แววตางงงันถ้วนหน้า ไอ้เด็กดำที่เอาแต่นั่งฟังผู้ใหญ่คุยกันดูจะสงสัยหนักกว่าใครเพื่อน

“พี่เม่นเป็นไรเหรอจ๊ะพี่หิน” มันถาม หากพี่หินของมันก็ไม่ได้ตอบ “วันนี้แปลกจัง มีแต่คนอ้วกแตกเนอะพี่ชาติเนอะ”

คนถูกพยักพเยิดเออออไม่ได้สนใจ ลูกตาของไอ้ชาติมองตามแผ่นหลังกว้างของยักษ์ตัวใหญ่ ความสงสัยเปลี่ยนเป็นลางสังหรณ์บางอย่างที่แม้จะยังหาคำตอบไม่ได้ แต่เค้าลางความสนุกของมันก็ทำให้ไอ้ชาติดวงตาวาววับ

เพราะจะว่าไปมันก็น่าคิด...

 

กำลังพูดถึงโคแก่กับหญ้าอ่อนอยู่ดีดี๊...

ไม่นึกว่าจะทำให้โคแก่อีกตัวแถวนี้ของขึ้นมาซะได้

...

งานนี้ไม่พ้นมีเรื่องสนุกให้เสือกอีกแน่แล้ว...



 

วันที่สองของการเป็นเด็กคัดปลา...

ทยากรยังคงประดักประเดิดเหมือนวันแรกที่มาไม่มีผิด เขายืนคว้างอยู่กลางท่าเรือ มองดูผู้หญิงหลายคนเดินสวนทางไป พวกเธอสวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด ปกปิดผิวกายจากแสงแดดจ้า วันนี้ท้องฟ้าโปร่งใส ก้อนเมฆกระจายตัวกัน เปิดทางให้ดวงอาทิตย์แสดงอิทธิฤทธิ์ได้เต็มที่ นี่ขนาดแปดโมงกว่าๆ ยังไม่ทันเก้าโมงดี หนุ่มเมืองกรุงยังรู้สึกได้ว่ามันต้องร้อนมากกว่าเมื่อวาน

“ทะเลเอ๊ย! มานี่มา...มาอยู่ในที่ร่มๆ หน่อยพ่อคุณ ตากแดดตัวแดงหมดแล้ว”

น้าพิม ผู้หญิงวัยกลางคนกวักมือเรียกอยู่ไกลๆ เธอนั่งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นเตยทะเล[1] ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นเรียงรายริมชายหาด ทยากรเดินเข้าไปหา ชายหนุ่มนั่งลงตรงหน้าน้าพิมและกลุ่มเพื่อนของเธออีกสองสามคน เมื่อวานเขาก็ได้คนเหล่านี้ที่ช่วยชี้ช่วยสอนงาน หนุ่มกรุงเทพฯ จึงกล้าพูดกล้าคุยกับคนอื่นมากขึ้น

“วันนี้ไม่คัดปลากันเหรอครับน้า ท่าเรือดูเงียบๆ”

ตั้งแต่ออกจากบ้านพร้อมพ่อและถูกปล่อยเกาะอยู่ที่เก่า เขาก็ยังไม่ได้หยิบจับงานอะไรสักอย่าง ท่าเรือวันนี้มีคนงานบางตา ผิดกับเมื่อวานที่ตั้งวงแยกกุ้งคัดปลากันคึกคัก  

“ไม่มีงานน่ะสิวะ” น้าพิมตอบ ในมือถือหมวกสานเก่าๆ โบกลมพัดตัวเองไปพลาง “เรือใหญ่ไม่เข้า ของสดก็ไม่มี พวกข้าก็เลยว่างแบบนี้ไง”

คำตอบที่ได้ทำเอาชายหนุ่มนิ่วหน้า

ว่างงานก็เท่ากับเงินในกระเป๋าว่างเปล่า...เหตุการณ์แบบนี้คงมีคนเดือดร้อนแน่

“เป็นแบบนี้บ่อยไหมครับ”

“ไม่หรอกไอ้หนุ่ม ร้อยวันพันปีจะมีแบบนี้ซะที เอ๊งนี่มันโชคดีนะ มาปุ๊บก็ได้อู้งานปั๊บ” น้าพิมหัวเราะ คนอื่นๆ จึงเป็นลูกคู่ส่งเสียงแซวเขาสนุกสนาน โชคดีที่แต่ละคนสูงวัย มีครอบครัวกันไปหมดแล้ว จึงไม่มีใครมาคอยขนาบข้าง ลูบไล้ลวนลามเหมือนอย่างที่เจอมาเมื่อวาน

“พวกเรามานั่งว่างๆ นายหัวจะไม่ว่าอะไรเหรอน้า” ทยากรชวนคุย สองตาสอดส่ายสังเกตๆไปรอบๆ เห็นคนงานกลุ่มอื่นก็นั่งรวมตัวเป็นกระจุกคุยกันเจี๊ยวจ๊าว

“จะไปว่าอะไร๊ นายหัวน่ะแกดีใจหาย ถึงไม่มีงานก็จ่ายเงินให้เต็มวัน ไม่เคยหักสักสตางก์แดงเดียว แกก็คงรู้นั่นแหละว่าพวกข้ามันหาเช้ากินค่ำ ลำพังค่าแรงเต็มวันก็จะไม่พอเลี้ยงลูกเลี้ยงผัวอยู่แล้ว ขืนถูกหักตังก์ไปอีก คราวนี้จะเอาอะไรกินเข้าไปล่ะวะ”

“...”

“เอ็งน่ะมาใหม่ อยู่ๆ ไปเดี๋ยวก็รู้ว่าโชคดีแค่ไหนที่ได้มาทำงานที่นี่... ไปเป็นลูกจ้างคนอื่นนะเอ็งเอ๊ย! โดนขูดรีดกันตาย ค่าแรงถูกยังขี้ หักแล้วหักอีกจนอยู่กันไม่ไหว ต้องหนีมาพึ่งบารมีนายหัวชาญกันทั้งนั้น”

พอพูดถึงนายหัว...หญิงวัยกลางคนก็แทบจะยกมือไหว้ ทยากรมองเห็นความศรัทธาในตัวนายจ้างเต็มเปี่ยมในดวงตาของน้าพิม

“นายหัวแกก็ใจดี ใครมาขอพึ่งพาอาศัยแกรับไว้หมด ไม่เคยไล่ไม่เคยปัด ค่าแรงวันละสามร้อยใครมันจะกล้าจ้าง ก็มีแต่ที่นี่ล่ะวะ...จ่ายสดกันทุกวัน ใครป่วยก็ให้ลาไปหามดหาหมอได้ ใครตายก็ให้เงินช่วยทำศพอีก พ่อเจ้าประคุณเอ๊ย! นี่ถ้าข้าไม่มีลูกมีผัวเป็นตัวเป็นตนนะ...”

“จะทำไมวะพี่พิม จะไปเป็นเมียน้อยนายหัวเรอะ” ผู้หญิงอีกคนในวงนินทาหัวเราะคิกคัก เสียดายที่ทยากรจำไม่ได้ว่าเธอชื่ออะไร

“ได้ก็ดีน่ะสิวะนังแจ่ม...” คำเฉลยของข้อสงสัยตามมารวดเร็วทันใจ “มีบุญวาสนาขนาดนั้นกูไม่มาแยกปลาให้เหม็นคาวแล้ว นอนกินบ้านกินเมืองอยู่บ้านให้ผัวหาเลี้ยงสบายใจ”

“แหม พี่...พูดยังกะเค้าจะเอาพี่ทำเมีย”

“วะ! นังนี่...” น้าพิมเริ่มฉุน “ก็เพราะไม่เอาน่ะสิโว้ย กูเลยต้องมีผัวเป็นไอ้ตัวขี้เกียจอยู่นี่ไง เวรกรรมของกูแท้ๆ มีผัว...ผัวก็ไม่เอาอ่าว นี่ถ้ามันขยันได้เสี้ยวเดียวของนายหัว กูคงกราบตีนมันเช้าเย็น”  

คนฟังเขาเถียงกันกลั้นยิ้มจนปวดแก้ม

หนุ่มเมืองกรุงรับเปิดรับทุกข้อมูลของพ่อเข้าไปในใจ ก่อนมาที่นี่...สิ่งที่ชายหนุ่มรู้เกี่ยวกับนายหัวชาญ มีเพียงรูปร่างหน้าตา รูปพรรณสัณฐานภายนอกเท่านั้น พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเขาไม่เคยรู้จักนิสัยของพ่อมาก่อน แต่เพียงสองวันที่อยู่ร่วมชายคา ทยากรซึมซับได้ถึงความยิ่งใหญ่ของผู้ชายคนนี้อย่างเต็มเปี่ยม

พ่อเป็นคนใจดี แม้บางทีจะดุ จะโหดไปบ้าง หากลูกจ้างทุกคนต่างรู้กันถ้วนหน้า...ยามใดเดือดร้อนมาพึ่งพาใครไม่ได้ นายหัวชาญจะเป็นเสมือนเรือใหญ่ คอยพยุงทุกคนเอาไว้ เป็นกำแพงป้องกันภัยไม่ให้ล้มหายตายไปจากพายุใหญ่ที่โถมกระหน่ำ

ความภูมิใจหลั่งไหลมาท่วมท้น ยิ่งคิดได้ว่าเลือดที่ไหลวนเวียนประกอบขึ้นมาเป็นตัวตนของเขา มันมาจากผู้ชายคนนี้ ทยากรยิ่งอยากยิ้มให้กว้าง หากยังมีเรื่องหนึ่งติดอยู่ในใจเขามาตั้งแต่ต้น

“พูดถึงเมีย...ผมเพิ่งมาอยู่ใหม่ ยังไม่เคยเห็นเมียนายหัวเลย”

อยากรู้...ก็ต้องหลอกถาม...

ใครเล่าจะเป็นกระจกสะท้อนความจริงได้ดีไปกว่า เจ้าถิ่นตัวจริง

“โอ๊ย! อย่าว่าแต่เอ็งเลยวะ อยู่มาจนหัวหงอกเป็นสองสี ข้าก็ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน”

“นายหัวไม่มีเมียเหรอครับน้า”

“ไม่รู้...” คำตอบมาหนักแน่นจริงจังจนคนถามหน้าเหวอ “เรื่องเมียนายหัวเนี่ย เอ็งเอ๊ย! ยังกะสิ่งลี้ลับ ไม่มีใครรู้หรอกวะว่าแกเคยตบเคยแต่งกะใครมาแล้วหรือยัง ไม่เหมือนไอ้เม่น...รายนั้นเค้ารู้แจ้งเห็นจริงกันทั้งเกาะ” ว่าแล้วคนพูดก็หันไปพยักหน้าขอแนวร่วมกับคนรอบข้าง

ตอนนี้เองที่วงล้อมเริ่มขยายใหญ่...

ว่ากันว่า...จำนวนคนร่วมสนทนาแปรผันตรงตามความน่าสนใจของสาระที่คุยกัน ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวา เห็นหน้าตาของบรรดาสาวใหญ่ดูตั้งใจพูดเรื่องนี้กันเต็มที่ เขาจึงจำใจพับโครงการหลอกถามเรื่องพ่อเข้ากระเป๋าไว้ ทยากรกระพริบตาปริบๆ พินิจพิศวงอยู่ในใจ กำลังคุยกันเรื่องนายหัวชาญอยู่ดีๆ ประเด็นมันเปลี่ยนมาเป็นอีกคนได้อย่างไร

“อู๊ยยย สำคัญนักแหละคนนี้” แจ่มจันทร์ทนคันปากมานาน พอเปิดประเด็นนี้มา เจ้าหล่อนจึงขอไม่ทน กระโดดมาเป็นแกนนำขาเม้ากับเค้าบ้าง “พี่พิมจำตอนนั้นได้ไหม ก่อนที่พี่เม่นมันจะแต่งเมียเป็นตัวเป็นตน ตอนนั้นชื่อเสียงกระฉ่อนขนาดไหน”

“จำได้สิวะ ไอ้นี่น่ะตัวดี แต่ก่อนนะมึงเอ๊ย...ผู้หญิงทั้งเกาะนี่ตามติดมันยังกะอะไรดี ข้ามไปเกาะใหญ่นู้นก็ยังมีมาเกาะแกะ อย่างว่าแหละวะ...คนมันหน้าตาดี มีอีสาวน้อยสาวใหญ่ให้กินฟรีไม่เคยขาด”  

“เสียดายจริงๆ นะพี่พิม พี่เม่นไม่น่าเล้ย...แต่ก่อนใครเห็นเป็นต้องเหลียวมอง คนอะไรสูงยาวเข่าดี ทั้งหน้าทั้งตางี้คมกริบ จมูกก็โด่งยังกะสันเขื่อน นี่ฉันยังจำพี่เม่นตอนนั้นได้แม่นอยู่เลย แล้วดูสารรูปตอนนี้...ดูได้เสียที่ไหน”

“โบราณเค้าถึงว่าไว้ไงล่ะ จะมีผัวมีเมียทั้งทีก็ต้องดูให้มันดีๆ มีเมียผิดคิดอ่านอะไรก็ไม่เจริญ ตัวอย่างมีให้เห็นเต็มสองตา”

ทยากรนั่งฟังพวกผู้หญิงเขานินทากันออกรส ไม่มีช่องว่างสักจังหวะให้เขาเปิดปากแทรกอะไรได้ คนตัวขาวยิ้มบางนึกถึงเงาะป่ายังไม่ถอดรูปแล้วนึกหมั่นไส้ ป่านนี้เจ้าตัวคงจามจน จมูกโด่งเป็นสันเขื่อนยุบไปสองเซนแล้ว

“แต่พูดก็พูดนะพี่พิม นังดาวเมียพี่เม่นเนี่ยมันก็สวยจริง สวยเหมือนนางฟ้านางสวรรค์ ก็ไม่แปลกหรอกที่พี่เม่นมันจะรักของมันมากขนาดนั้น”

“หึ! หน้าสวยแต่สันดานไม่ดี” พิมจีบปากจีบคอวิจารณ์ “ยมบาลถึงได้เรียกตัวไปซะเร็วยังงี้น่ะสิ ก็ดีเหมือนกัน...ถือว่าพ้นเวรพ้นกรรมได้เร็วดี ขืนลากยาวกว่านี้ไม่รู้เขาจะงอกออกมาจากหัวไอ้เม่นเมื่อไหร่ ถือเป็นบุญของมัน”

“ไม่น่าเชื่อเลยเนอะพี่ เห็นนังดาวมันก็ดูรักผัวมันออกขนาดนั้น ก้อร่อก้อติกกันมาตั้งแต่เรียนยังไม่ทันจบมัธยม กวาดอีสาวคนอื่นกระเด็นไปหมด ได้พี่เม่นไปกกจนได้ เห็นเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ ไม่นึกว่าจะกล้าสวมเขาให้ผัว แอบไปเอากะไอ้ชู้ทั้งที่ลูกเต้าก็โตจนวิ่งได้...”

คนฟังขมวดคิ้วทันที...ไอ้หนุ่มต่างถิ่นได้ยินเรื่องของนายช่างมาบ้าง เมื่อครั้งตามพ่อไปดูอาการคนเมาที่บ้านพักคนงาน เขารู้เพียงแค่ลูกเมียของผู้ชายคนนั้นเสียชีวิต หากไม่คิดว่าในความสูญเสียนั้น จะยังมีความบอบช้ำอื่นซุกซ่อนอยู่

“สงสารก็แต่ไอ้เดือนลูกชายมัน เด็กสามสี่ขวบกำลังน่ารักน่าชัง ตัวงี้ขาวจั๊วะ...ขาวพอๆ กะเอ็งเลยไอ้ทะเล” ทยากรชะงัก น้าพิมเอื้อมมือมาจับแขนเขา ดวงตาของคนสูงวัยกว่าพิจารณาตามเนื้อตัวไอ้หนุ่มหน้าใส อดคิดไม่ได้ว่าผิวพรรณราวผู้ดีตั้งแต่อ้อนแต่ออกอย่างนี้... ระวังตัวไม่ดี มีสิทธิ์ได้ผัวมากกว่าได้เมียกระมัง...

“น้องเดือน...ที่เสียไปแล้วใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มถาม พยายามดึงแขนตัวเองกลับอย่างสุภาพ อึดอัดอยู่ไม่น้อยเมื่อถูกจ้องระยะประชิด แถมน้าแกยังไม่คิดจะปล่อยมือง่ายๆ

“เออ! มันตายไปแล้ว ตายทั้งแม่ทั้งลูกนั่นแหละ” พิมถอนใจ พอได้พูดถึงเรื่องนี้ทีไร หล่อนอดโมโหไม่ได้ทุกครั้ง “สงสารเด็กมัน ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร วันที่มันตาย...นังแม่มันพาเก็บกระเป๋าลงเรือข้ามฟากเที่ยวสุดท้าย คงนัดแนะกับไอ้ชู้ว่าจะไปอยู่ด้วยกัน คิดจะพรากพ่อพรากลูกเค้าเสียได้ ไม่รู้ใจคอมันทำด้วยอะไร”

“ก่อนหน้านี้ฉันเคยเตือนพี่เม่นไปทีแล้วนะพี่พิม ชาวบ้านคนอื่นเค้าก็เตือนแล้วเตือนอีกว่านังดาวน่ะมีชู้ คนเค้าเห็นกันทั่วตลาด แต่พี่เม่นแกฟังเสียที่ไหน”

“รักมากหลงมาก ไว้ใจเมียไปเสียหมด หูหนวกตาบอดก็ไม่สนใจ ตอนนี้มันถึงได้ทำตัวเป็นฤๅษีอย่างนี้ไง สงสัยจะเข็ดจนตาย ไม่ชายตาแลอีสาวหน้าไหนอีกเลย...”

ทยากรพูดอะไรไม่ออกกับสิ่งที่ได้รับรู้ เรื่องราวหดหู่สะเทือนใจ ต่อให้เป็นคนเข้มแข็งขนาดไหน การยืนหยัดให้ได้ทั้งที่มีบาดแผลฉกรรจ์คงทำได้ยากเหลือเกิน มิน่าเล่าแววตาคู่นั้นถึงได้ฉายแววเศร้านัก แม้กระทั่งตอนเมาหนัก ฤทธิ์เหล้าก็ยังไม่อาจลบล้างความเจ็บช้ำออกไปได้ ผู้ชายคนนั้นยังคงเจ็บสาหัส เป็นความเจ็บที่ไม่อาจหาใครมาช่วยเยียวยาได้สักคน

จากหมั่นไส้กลายเป็นความสงสาร...

คนสำคัญจากไปก็ช้ำใจเกินทนแล้ว เมื่อมารู้ทีหลังว่าการสูญเสียนั้นมีต้นเหตุจากการ หักหลังเป็นเขาจะทำยังไง หากต้องตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายอย่างนั้น ทยากรคิดไม่ออกเลยว่า ชีวิตนี้จะเงยหน้ามองหาแสงสว่างได้อีกครั้งด้วยวิธีไหน

ไม่รู้เลย...

 



[1] ชื่ออื่นๆ การะเกด ลำเจียก (กลาง) ปาแนะ (มลายู-นราธิวาส) ลักษณะทั่วไป เป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 5 - 15 ม. แตกต้นบริเวณโคนจำนวนมาก โดยพบขึ้นเป็นดงอยู่บนชายหาด ในประเทศไทยพบมากบริเวณเกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล และหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง

 




-----

ตอนนี้คือ...ใครบ่นว่าสั้นจะตี 555555

กำลังคิดอยู่ว่าจะเอาเรื่องนี้ไปลงที่เว็บอื่นอีกดีมั้ย ส่วนตัวชอบเด็กดีที่สุดนะ

ระบบตอบคอมเม้นต์ของเค้าสะดวกมากเลย ชอบค่ะ เราสายเม้าอยากคุยกับทุกคน

555555 แต่!! เด็กดีลงฉากมหัศจรรย์พันธุ์ลึกไม่ได้อ่ะเดี๋ยวโดนแบน T^T 

แล้วนิยายเรื่องนี้ก็ไสยๆ ไงแกร๊ 5555555 NC อะไร ไม่มี๊ไม่มี #เสียงสูงติดเพดาน

เดี๋ยวคิดก่อนว่าจะเอายังไงดี (NC ก็ยังไม่มาเร็วๆ นี้เช่นกัน กรั่กๆๆ >///<)

นี่อยากเขียนฉากน่ารักๆ ของพี่เม่นกับทะเลแล้วนะ แต่ก็ยังไม่ได้เขียนซะที ฮืออ

ตอนหน้าจะจับให้อยู่ด้วยกันทั้งตอนเลยข่ะ โปรดติดตามความฟินเลเวล 1 อุอิ

ปล. ขออภัยที่มาช้าด้วยนะจ๊ะ ช่วงนี้ติดงานนิดนุง T.T แต่จะพยายามมาถี่ๆเนาะ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 644 ครั้ง

74 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 16:29
    ขาเม้ากันทั้งเก่ะเลยมั่งเนี่ย 5555555 เม้าแบบถ้าเจ้าตัวมาได้ยินคงโกรธหรือไม่ก็เศร้าน่าดูเลย
    #14071
    0
  2. #13879 ₩ENDY_₩EN910 (@TANG_910) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 01:52
    เม้าท์เก่งกันทั้งเกาะเลยยยยย
    #13879
    0
  3. #13390 Golden23 (@niyay123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 00:47
    ความช่างเม้าท์
    #13390
    0
  4. #13389 Golden23 (@niyay123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 00:46
    ดาวนี่นอกใจเม่นจริง ๆ ใช่มั้ยอ่ะ
    #13389
    0
  5. #13343 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 16:47
    ช่วงคันปาก!!!
    #13343
    0
  6. #13278 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 15:46
    คงามขี้เม้าของคนทั้งเกาะ5555
    #13278
    0
  7. #13012 Hunbears (@hunbears) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 00:58
    เม้าท์กันมันส์เลยน้อนก็แอบใจอ่อนกะไททั่นนิสนึงแล้วน้าาา
    #13012
    0
  8. #12868 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 14:21
    ทั้งเกาะนี่ขี้เม้าท์กันทุกคนเลยรึเปล่า5555
    #12868
    0
  9. #12748 ---J--- (@---J---) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 23:19
    เค้าอยู่ใต้น้า อยู่ตรังด้วย งื่ออ
    #12748
    0
  10. #12512 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 10:26
    เมาท์กันกระจาย 555555 น้องเริ่มสงสารนายช่าง แต่นายช่างน่ะอคติกับน้องใหญ่เลย
    #12512
    0
  11. #12192 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 15:57
    เม่นเอ้ยยยย
    #12192
    0
  12. #11316 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 16:44
    เม้าท์กันเก่งง 555555
    #11316
    0
  13. #11202 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 23:47
    สนุกสนานกันใหญ่เล้ยย555
    #11202
    0
  14. #11167 ni_ky (@ni_ky) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 18:24
    หนูสงสารร แต่คนที่น่าสงสารกำลังวางแผนแกล้งหนูนะลูก55555 ว่าแต่น้าพิมคิดถูกค่ะ ได้ผัวจริงๆ
    #11167
    0
  15. #10693 Unknowlevel (@Unknowlevel) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 15:41
    แม้ตอนนี้ทะเลจะรู้สึกสงสารแต่อีกคนคิดแผนร้ายขึ้นมาแล้วนะจ๊ะ เสร็จไททั่นแน่เลยลูกเอ้ยยยย
    #10693
    1
    • #10693-1 MomoLoveKk (@momolovekk) (จากตอนที่ 9)
      3 มิถุนายน 2561 / 01:22
      ขาเม้าท์จริงๆ 55+
      #10693-1
  16. #10280 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 04:27
    ความขี้เม้านี้เป็นทั้งเกาะใช่มั้ย5555
    #10280
    0
  17. #9977 yuchemmall (@yuchemmall) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 15:48
    ชอบเป็นกำลังใจให้ไรท์จ้า
    #9977
    0
  18. #8838 Fun_Hyoyeon (@funny16) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 00:13
    พี่เม่นน่าสงสารอ่าา
    #8838
    0
  19. #8647 fairy (@game_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 23:36
    พี่ชาติแกน่าจะสนิทกับพวกป้าๆนะ55555
    #8647
    0
  20. #8376 MindGmini (@mind654mind) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 22:25
    เม้ามันส์มากเว่อร์55555
    ปล.รอฉากฟินๆเล้ยย
    #8376
    0
  21. #8263 zoeyluck (@duddao) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 15:16
    โอ้ละน้อ ขาเม้าทั้งนั้น
    #8263
    0
  22. วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 09:58
    ชอบๆๆคนบนเกาะเม้าท์เก่ง ชิปเก่งด้วย
    #6964
    0
  23. #5777 ikonyg (@ikonyg) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 14:25
    นึกน่าคอนพี่เม่นหล่อไม่ออกจริงๆ 5555
    #5777
    0
  24. #5586 euriko (@euro_wxyz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 00:16
    พี่เม่นจะแกล้งทะเลไหม
    #5586
    0
  25. #4600 Shokunz (@acela) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 11:26
    แต่ขอแนะนำอย่างนึงได้ไหมครับ คือ จริงๆเนื่องจากเป็นคนใต้ ส่วนใหญ่คนใต้จะต้องพูดภาษาถิ่น ไม่ค่อยเหนคนใต้จริงๆพุดภาษากลางเลย จริงๆเนื้อเรื่องอ่านไปก้สนุกอยู่แล้วถึงไม่ใช่ภาษาใต้ แต่ถ้าปรับเป็นภาษาใต้มันจะได้อรรถรสกว่าไหม ความเห็นส่วนตัวนะครับ
    #4600
    1